ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Xiaomi เปิดตัว Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One กล้องหลัง 3 ตัว และสแกนนิ้วบนจอ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เสียวหมี่ เปิดตัว Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นล่าสุดของเสียวหมี่ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว Ultra-Wide ความละเอียด 48MP และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่ล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวสมาชิกใหม่ “Mi A3” สุดยอดสมาร์ทโฟน Best in Class Android One ในราคาเริ่มต้น 6,999 บาท มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

Xiaomi Mi A3

“สมาร์ทโฟนในตระกูล Android One ของเรา ทั้งรุ่น Mi A1 และ Mi A2 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง รวมถึงชื่อเสียงอันโดดเด่น” นายหวัง เสียง รองประธานอาวุโส เสียวหมี่ กล่าว “เราเชื่อว่า Mi A3 จะยังคงมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ผู้ใช้ด้วยการใช้งาน Android ที่เหนือระดับในราคาที่สมเหตุสมผล”

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสานสัมพันธ์กับเสียวหมี่ ในการเปิดตัวอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพยอดเยี่ยมตระกูล Android One ในปีนี้” นายจอห์น โกลด์ ผู้อำนวยการโปรแกรมพันธมิตร กูเกิล กล่าว “Mi A3 โฉมใหม่นี้จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานซอฟท์แวร์ที่ง่ายทันสมัยและตรงใจ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันมัลแวร์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งจะมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความปลอดภัยสูงสุด”

กล้องคุณภาพเยี่ยมระดับเรือธง

Mi A3 มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล โดยกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ 1/2″ จึงให้ภาพความละเอียดสูงสวยงามคมชัด และเลนส์ ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พ่วงด้วยความสามารถอัจฉริยะแนะนำเมื่อผู้ใช้งานจะถ่ายภาพที่มีวัตถุขนาดใหญ่

โดยระบบจะแจ้งเตือนให้ปรับโหมดในการถ่ายภาพเป็น ultra-wide เพื่อให้เก็บภาพมุมกว้างได้สมบูรณ์ขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ AI scenes detection ตรวจจับภาพติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งช่วยปรับโหมดการถ่ายภาพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สมบูรณ์แบบทุกครั้งที่ถ่ายภาพ

Mi A3 มาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ AI ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่สามารถผสาน 4 พิกเซลให้เป็นพิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน ส่งผลให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น แม้ในสภาวะที่มีแสงน้อย โหมดพาโนรามาสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่แบบกลุ่ม สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้โดยไม่จำเป็นต้องสลับไปใช้งานกล้องหลังหรือพึ่งไม้เซลฟี่อีกต่อไป และมั่นใจได้ว่าเพื่อนของคุณจะอยู่ในภาพเดียวกันทั้งหมดอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ Mi A3 ยังมี palm shutter ฟีเจอร์ถ่ายรูปด้วยสัญญาณมือ ที่ช่วยป้องกันการสั่นของภาพจากการกดชัตเตอร์ เพียงแค่ยกมือเท่านั้นคุณก็เริ่มต้นการถ่ายภาพและนับถอยหลังสู่ภาพถ่ายที่สวยงามคมชัดได้เลย

จอแสดงผล AMOLED คมชัด พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

Mi A3 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED Dot Drop ขนาด 6.088 นิ้ว ให้ภาพสีสันสดใสและแสดงผลสีดำได้อย่างสมจริง ทั้งตอบสนองรวดเร็วและประหยัดพลังงาน เพื่อการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น Mi A3 มีการพัฒนาเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่เพิ่มขนาดพื้นที่ตรวจจับลายนิ้วมือถึง 15%

นอกจากนี้ยังเพิ่มขนาดและความละเอียดพิกเซลขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า จึงทำให้การสแกนลายนิ้วมือมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความรวดเร็วในการปลดล็อค 30% แม้ในสภาวะที่ไม่ปกติ เช่น ลายนิ้วมือจาง แสงจ้า หรืออุณหภูมิที่ลดต่ำมาก

ดีไซน์โฉมใหม่สมรรถนะแรง

สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความเร็วและแรงจะต้องชื่นชอบ Mi A3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ด้วยดีไซน์โฉมใหม่และการมอบประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับ โดยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา 173.8 กรัม และบางเฉียบเพียง 8.475 มม. ด้วยดีไซน์กะทัดรัดนี้ทำให้สะดวกในการใช้งานแม้หยิบจับด้วยมือข้างเดียว

หน้าจอและตัวเครื่องด้านหลังของ Mi A3 ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทำให้ทนทานและถือได้ถนัดมือ และแม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกะทัดรัดก็ไม่ทำให้คุณภาพเสียงลดลง โดย Mi A3 มาพร้อมนวัตกรรมระบบเสียงแบบ Cutting-edge เพื่อเสียงอันทรงพลังและช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

Mi A3 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Kind of Grey, Not just Blue และ More than White ด้วยเทคโนโลยี Nano-Holographic ที่เพิ่มเฉดสีให้กับสีน้ำเงินและสีขาว ผสานเป็นลวดลายสะท้อน โดดเด่นสะดุดตา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในดีไซน์เฉพาะตัว

ประสิทธิภาพเหนือระดับ เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์

Mi A3 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุมากที่สุดในตระกูล ขนาดใหญ่ความจุ 4,030 mAh และเมื่อจับคู่ความอึดของแบตเตอรี่คู่กับประสิทธิภาพการทำงานของ Android One จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น ช่วยคลายความกังวลเรื่องการชาร์ต และ Mi A3 ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 18 วัตต์ ด้วยพอร์ต USB Type-C อีกด้วย

Mi A3 เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนกลุ่มแรก ๆ ของโลกที่ใช้งานหน่วยประมวลผล Qualcomm️ SnapdragonTM 665 Mobile Platform ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล ประหยัดพลังงานมากกว่าที่เคย และความสามารถของ AI ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่หลงใหลฟีเจอร์ของ AI ต่างๆ เช่น Ai Beautify และ Google Lens

Android One มาพร้อมผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ Google Assistant

Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One บนระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 9 Pie ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากกูเกิล และใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะอย่าง Google Assistant, Digital Wellbeing Dashboard และ Wind Down

ด้วย Google Assistant ใน Mi A3 ผู้ใช้งานสามารถหาข้อมูลต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ข้างนอก อยู่บนรถ หรือว่าอยู่บ้าน เพียงใช้คำสั่งเสียง นอกจากนี้ยังสามารถถามคำถาม เพื่อเรียกดูตารางงานประจำวัน โปรแกรมการนำทาง การแจ้งเตือน การโทรออกหรือส่งข้อความ และควบคุมการทำงานอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน แบบไร้สายได้อีกด้วย

Mi A3 จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 07 สิงหาคม 2562 โดยมีราคา 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB + 64GB โดยวางจำหน่ายที่ร้านค้าออนไลน์ Xiaomi Official Store บนแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ เจดีเซ็นทรัล หรือ JD CENTRAL และ Mi Authorize Store สำหรับรุ่น Mi A3 RAM 4GB + 128GB ราคา 7,999 บาท วางจำหน่ายที่ Mi Authorize Store และร้านค้าชั้นนำอื่น ๆ ทั่วประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ออเนอร์ เปิดตัวหูฟังไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ตอกย้ำกลยุทธ์สมาร์ทไลฟ์สำหรับทุกการใช้งาน หรือ 1+8+N

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ออเนอร์ แบรนด์สมาร์ทโฟน ประกาศเปิดตัวและพร้อมวางจำหน่ายหูฟังเอียร์บัดไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds โดยถือเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกในพอร์ต HONOR CHOICE ของออเนอร์ ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย โดย HONOR CHOICE เป็นหนึ่งในพอร์ตผลิตภัณฑ์สมาร์ทไลฟ์ ที่ออเนอร์สร้างสรรค์ขึ้นโดยร่วมมือกับผู้ผลิตชั้นนำในแวดวงอุตสาหกรรม สำหรับ HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ที่เปิดตัวครั้งนี้ มาพร้อมกับเทคโนโลยีส่งสัญญาณเสียงแยกข้างซ้ายขวา (binaural synchronous transmission) ช่วยลดความล่าช้าของสัญญาณเสียง มีลำโพงวัสดุผสมขนาด 7 มม. และแบตเตอรี่คุณภาพเยี่ยมที่ใช้ได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง เพื่อการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบยาวนานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พร้อมจำหน่ายให้ผู้บริโภคชาวไทยแล้ววันนี้ที่ Lazada Store

HONOR CHOICE กลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT ตอบโจทย์สมาร์ทไฟล์ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย

HONOR CHOICE เป็นแบรนด์ย่อยของออเนอร์ที่ประกอบด้วยพอร์ตผลิตภัณฑ์ IoT และอุปกรณ์สมาร์ทโฮมประเภทต่างๆ มากมาย เช่น กีฬา บันเทิง เทคโนโลยีและการท่องเที่ยว ที่ผ่านการออกแบบและการผลิตร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อมอบประสบการณ์อัจฉริยะและไร้รอยต่อในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจร ตอกย้ำภาพลักษณ์ของตัวอักษร “N” ในกลยุทธ์สมาร์ทไลฟ์สำหรับทุกโอกาสการใช้งาน หรือ 1+8+N (1+8+N All-Scenario Smart Life Strategy)

ด้วยการทดสอบอย่างรัดกุมและเข้มงวด ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ HONOR CHOICE ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้น ในฐานะแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ออเนอร์ยังให้ความสำคัญกับปรัชญาการออกแบบที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางและทันสมัย ทั้งยังใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง HUAWEI HiLink และ ชิปเซ็ต HiSilicon เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์อัจฉริยะในทุกโอกาสให้กับผู้บริโภคอย่างครอบคลุม

HONOR CHOICE True Wireless Earbuds หูฟังไร้สายอัจฉริยะเพื่อความบันเทิงตลอดวัน

หูฟังไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ให้ผู้ใช้งานสามารถสตรีมเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 6 ชั่วโมง และเพลิดเพลินไปกับการสนทนาที่ต่อเนื่องสูงสุดถึง 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว นอกจากนั้นเคสชาร์จแบบไร้สายขนาดเบายังสามารถชาร์จได้เต็มสูงสุดถึง 3 ครั้ง มอบความบันเทิงให้แก่ผู้ใช้งานเพิ่มเติมอีกกว่า 18 ชั่วโมง  ด้วยคุณสมบัติการเล่นเสียงรวมกัน 24 ชั่วโมงดังกล่าว หูฟังเอียร์บัดไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds คืออุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลงและการใช้งานทั่วไปที่สมบูรณ์แบบ

ประสิทธิภาพเสียงยอดเยี่ยม เพื่อความเพลิดเพลินในทุกการเดินทาง

หูฟังเอียร์บัดไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds มาพร้อมกับไดรเวอร์วัสดุผสมขนาด 7 มม. ให้ผู้ใช้งานดื่มด่ำไปกับเสียงเบสที่ทรงพลังและคมชัดได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังเอาใจคอเกมด้วย Bluetooth 5.0 ช่วยลดความล่าช้าในการส่งสัญญาณให้เหลือเพียง 130 มิลลิวินาที สามารถจับคู่กับอุปกรณ์ที่รองรับบลูทูธอื่นๆ ได้อย่างลงตัว ให้ผู้บริโภคที่มีสมาร์ทดีไวซ์หลายตัวสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย หูฟังเอียร์บัดไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ยังสามารถจับเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้คุณภาพการสนทนาที่คมชัดแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ด้วยเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนด้วยไมโครโฟนสองตัว (dual-microphone noise cancellation technology) อีกด้วย

 

การออกแบบเรียบง่ายที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก

นอกเหนือจากประสิทธิภาพเสียงที่เต็มประสิทธิภาพ หูฟังเอียร์บัดไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ยังมีดีไซน์ที่สวยงามเหมาะกับการใช้งาน ด้วยโครงสร้างตามหลักสรีรศาสตร์ จึงใช้งานได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ตามมาตรฐานระดับ IP54 เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องน้ำซึมหรือฝุ่นเข้าไปในตัวเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น หูฟังไร้สายรุ่นนี้ ยังอัดแน่นไปด้วยระบบควบคุมแบบสัมผัสที่ใช้งานง่าย สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง รองรับการใช้งานในขณะเดินทางได้เป็นอย่างดี

ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์การฟังเพลงและการสนทนาได้อย่างลื่นไหลไร้สะดุดของหูฟังเอียร์บัดไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ได้แล้ววันนี้ ในราคาเพียง 849 บาท ที่ Lazada Store: https://s.lazada.co.th/s.1g2ts

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

WeTV ชูกลยุทธ์การสร้าง “ประสบการณ์ร่วม” แบบ Online Only รับกระแส New Normal

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้คนไทยเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และรูปแบบการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า “ความปกติใหม่” หรือ New Normal ดังนั้น WeTV ในฐานะผู้นำการให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแอปพลิเคชันได้เดินหน้าตอกย้ำการเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแห่งเอเชีย เน้นวางกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของบริษัทแม่ “เทนเซ็นต์ ประเทศไทย” ปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากเดิมที่เน้นให้ผู้ใช้ WeTV มีประสบการณ์ร่วมกับแพลตฟอร์มแบบ O2O (Online-to-Offline) มาสู่การทำการตลาดแบบ OO (Online Only) ซึ่งจะเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในยุค New Normal นี้ ล่าสุด ชูความสำเร็จรายการ “CHUANG 2020” (ช่วง สองศูนย์สองศูนย์) วาไรตี้ประเภท Survival จากประเทศจีนด้วยการสร้างประสบการณ์ร่วมผ่านแอปพลิเคชัน WeTV ผ่าน “ฟีเจอร์โหวต” ที่ปลุกกระแส Talk of The Town ไปทั่วเอเชีย

คุณกนกพร ปรัชญาเศรษฐ Country Manager, WeTV Thailand (ผู้จัดการ WeTV ประจำประเทศไทย) บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กว่า 1 ปีที่ผ่านมา WeTV มุ่งสร้างสรรค์และนำเสนอคอนเท้นต์ที่โดดเด่น และหลากหลายตอกย้ำการเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแห่งเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์จีนคุณภาพระดับโลกจาก เทนเซ็นต์ เพนกวิน  พิคเจอร์ส ผู้ผลิตคอนเท้นต์อันดับต้นๆ ของจีน ซีรีส์ไทยออริจินัลและเอ็กซ์คลูซีฟผ่านการจับมือกับพันธมิตรผู้ผลิตชั้นนำของประเทศ รวมถึงคอนเท้นต์วาไรตี้ต่างๆ ที่หลากหลาย ครบรส ทั้งจีน ไทย และเกาหลี พร้อมมอบความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับคนไทยด้วยการสร้างประสบการณ์ร่วมแบบ O2O (Online-to-Offline) เชื่อมโยงผู้ใช้งานในโลกออนไลน์มาสู่ออฟไลน์ และการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง อย่างการจัดกิจกรรม แฟนมีตติ้งร่วมกับศิลปินจากประเทศจีนที่มีผลงานบน WeTV แต่หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผู้คนส่วนใหญ่ต้อง WFH ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ โดยเฉพาะการรับชมคอนเท้นต์ความบันเทิงบนแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า อีกทั้งการเฝ้าระวังตามมาตรการเว้นระยะห่างทางกายภาพ หรือ Physical Distancing ทำให้เป็นโจทย์ใหญ่ของ WeTV ว่าท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดวิดีโอสตรีมมิ่งเราจะสร้างความแตกต่าง และรักษาฐานคอมมูนิตี้ของเราได้อย่างไรในยุค New Normal นี้”

“WeTV จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นมอบความเอ็กซ์คลูซีฟผ่านการสร้างประสบการณ์ร่วมในแบบ OO (Online Only) ที่ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ผ่านการใช้จุดเด่นด้านความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มและความพร้อมด้านเทคโนโลยีของบริษัทแม่ อย่างเทนเซ็นต์ในการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ และการจัดกิจกรรมบนออนไลน์ เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแพลตฟอร์มเพื่อรักษาฐานกลุ่มคอมมูนิตี้ให้แข็งแกร่ง โดยฟีเจอร์แรกที่ถือเป็นจุดแข็งของ WeTV ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำตลาดในไทยเมื่อกลางปี 2562 ก็คือฟีเจอร์พิเศษอย่าง Flying Comment” ซึ่ง WeTV นับเป็น ‘รายแรกและรายเดียว’ ที่เปิดให้ผู้ชมสามารถคอมเมนต์ขณะชมซีรีส์ได้แบบเรียลไทม์ โดยผู้ชมจะเห็นคอมเมนต์ของคนอื่นๆ ที่รับชมคอนเท้นต์เดียวกันบนแพลตฟอร์มของ WeTV ให้ความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนนั่งดูอยู่ด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ฟีเจอร์นี้มากกว่า 4 ล้านครั้ง และล่าสุดกับความสำเร็จจากรายการ ‘CHUANG 2020’ วาไรตี้แนว Survival ที่ WeTV ได้มีการพัฒนาฟีเจอร์เปิดให้ผู้ใช้งานร่วมโหวตให้กับเด็กฝึกที่ตนชื่นชอบ ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนชาวไทยเป็นอย่างมากด้วยสถิติจำนวนผู้ใช้งานที่ร่วมโหวตผ่าน “ฟีเจอร์โหวต” ในแอปพลิเคชัน มากถึง 400,000 บัญชี ตลอดทั้งซีซั่น”

 

WeTV เอาใจแฟนชาวไทยด้วย “ฟีเจอร์โหวต” ในรายการ “CHUANG 2020”

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา WeTV ได้เปิดตัว “CHUANG 2020” รายการวาไรตี้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีจากเทนเซ็นต์ วิดีโอ ผู้ผลิต คอนเท้นต์    ยักษ์ใหญ่ของประเทศจีน ซึ่ง WeTV เป็นช่องทางเดียวที่ได้รับสิทธิ์ออกอากาศรายการนี้พร้อมประเทศจีนผ่านทางแอปพลิเคชัน WeTV ด้วยรูปแบบรายการที่ชวนให้ติดตามจากการเฟ้นหาเด็กฝึกหน้าใหม่ 7 คนจากทั้งหมด 101 คน เพื่อสร้างวงเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ โดยรายการมีการใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับเอเชียเป็นทีมโค้ชฝึกสอน ซึ่งแต่ละคนก็เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีสำหรับแฟนๆ ชาวไทย และที่สำคัญที่สุดคือเด็กฝึกที่เข้าร่วมรายการล้วนมีความสามารถระดับมืออาชีพ หนึ่งในนั้น คือ “เนเน่ – พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์” สาวไทยเพียงหนึ่งเดียวในรายการ ที่ฝ่าฟันและพิสูจน์ความสามารถให้เห็นจนสามารถได้เปิดตัวเป็น 1 ใน 7 สมาชิก เกิร์ลกรุ๊ปวง BonBon Girls 303’ ภายใต้สังกัด Wajijiwa Entertainment ได้ในที่สุด

นอกจากความน่าสนใจของรายการ สิ่งสำคัญที่ทำให้รายการได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นั่นก็คือการสร้างประสบการณ์ร่วมแบบ OO กับแฟนๆ ด้วยการเปิดให้ผู้ชมส่งคะแนนโหวตให้กับเด็กฝึกที่ชื่นชอบผ่านฟีเจอร์โหวตบนแอปพลิเคชัน WeTV และการมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก WeTV VIP ด้วยการเพิ่มคะแนนให้กับสิทธิ์การโหวตเป็น 2 เท่าเพื่อดึงดูดฐานแฟนคลับตัวจริง ซึ่ง WeTV  ถือเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งเจ้าแรกที่เปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ในไทย และในการออกอากาศรายการ CHUANG 2020  รอบตัดสินซึ่งเป็นการรับสัญญาณถ่ายทอดสดจากประเทศจีน WeTV ยังได้เอาใจแฟนๆ ชาวไทยด้วยการนำเสนอการออกอากาศ  ในรูปแบบ “สดซ้อนสด” พร้อมจัดทีมผู้บรรยายภาษาไทย และเชิญพิธีกรและดาราชื่อดังมาร่วมดำเนินรายการเพื่อสร้างสีสันเพิ่มอรรถรสให้กับแฟนๆ ในการรับชมรายการ ซึ่งวิธีการดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ WeTV นำมาใช้เพื่อแก้ Pain point ของผู้ชมที่ไม่เข้าใจภาษาจีน ทำให้ผู้ชมสนุกกับการรับชมได้มากขึ้น และในการออกอากาศตอนสุดท้ายของรายการในรูปแบบสดซ้อนสด พบว่า มีผู้ให้ความสนใจเข้าชมการถ่ายทอดสดรอบไฟนอลผ่านแอปพลิเคชัน WeTV และ Facebook WeTV Thailand รวมทั้งสิ้นกว่า 2.5 ล้านครั้ง รวมถึงมียอดเอ็นเกจเม้นต์ต่างๆ บนโซเชียลมีเดียของ WeTV Thailand ที่ชี้ให้เห็นถึงกระแสความนิยมที่เกิดขึ้น เช่น ยอดรีแอคชั่นกว่า 47,000 รีแอคชั่น จำนวนคอมเม้นต์กว่า 72,000 คอมเม้นต์ และจำนวนการแชร์ 19,000 ครั้ง จาก Facebook WeTV Thailand ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง รวมถึงแฮชแท็ก #CHUANG2020final ที่ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งทวิตเตอร์ในประเทศไทยอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงหลังออกอากาศ และยังอยู่ในอันดับหนึ่งได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง นอกจากนี้รายการ   CHUANG 2020 ยังมีจำนวนการรับชมตลอดระยะเวลาออกอากาศจนจบซีซั่นถึงกว่า 175 ล้านนาที ส่งผลบวกให้กับ WeTV ประเทศไทยในแง่ของจำนวนเอ็นเกจเมนต์บนโซเชียลมีเดียโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

“ในครึ่งปีหลังนี้ WeTV จะยังเดินหน้าผลิต และคัดสรรทั้งออริจินัล คอนเท้นต์ และเอ็กซ์คลูซีฟ คอนเท้นต์ระดับคุณภาพมานำเสนอให้กับแฟนๆชาวไทย พร้อมสานต่อการสร้างประสบการณ์ร่วมแบบ OO ให้กับผู้บริโภค โดยวางแผนจัดกิจกรรมบนออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ไลฟ์แชท (Live Chat), แฟนมีตติ้ง และการสตรีมมิ่งแบบสดซ้อนสดกับคอนเท้นต์รูปแบบอื่นๆ ทั้งคอนเท้นต์  WeTV ORIGINAL และรายการถ่ายทอดสดจาก เทนเซ็นต์ วิดีโอ โดยเรามั่นใจว่าประสบการณ์แบบ OO จะช่วยสร้างความแตกต่าง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้มากขึ้น รวมถึงรักษาความแข็งแกร่งให้กับฐานคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับแพลตฟอร์ม WeTV ได้อย่างต่อเนื่องในยุค New Normal” คุณกนกพร กล่าวสรุป

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เทคโนโลยี ICT ใหม่จากหัวเว่ย เสริมแกร่งโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ชี้อุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

งานประชุม Huawei Global Power Summit จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ในหัวข้อ “บิต ขับเคลื่อน วัตต์ สร้างโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อครบวงจร” (Bits Drive Watts, Building a Fully Connected Smart Grid) ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีลูกค้า พันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และผู้นำความคิดในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าจากนานาประเทศเข้าร่วม เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับผลกระทบและวิธีรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดพลังงานไฟฟ้ายังคงมีศักยภาพสูง จึงเกิดคำถามว่าภาคอุตสาหกรรมจะสามารถสร้างและพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่มีความเสถียร ประสิทธิภาพสูง คุ้มค่าต่อการลงทุน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและสมเหตุสมผลได้อย่างไร

บริษัทพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเฟ้นหาวิธีการในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ผ่านการสร้างศูนย์ข้อมูลและการปฏิรูปแพลตฟอร์มการจัดการต่างๆ โดยมุ่งผลิตพลังงานที่เสถียร มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัยต่อโครงข่าย พร้อมมอบบริการที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ผ่านเครือข่ายระบบพลังงานไฟฟ้าที่เชื่อมโยงถึงกันเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาของสังคม อย่างไรก็ตาม โมเดลการทำงานและเทคโนโลยีแบบดั้งเดิมไม่สามารถส่งเสริมการปฏิรูปอุตสาหกรรมในลักษณะนี้ได้ ฉะนั้นอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าระดับโลกจึงจำเป็นที่จะต้องทบทวนเกี่ยวกับการปรับตัวเพื่อรับมือกับเทรนด์ความท้าทายใหม่ๆ เช่น โครงข่ายไฟฟ้าจะสามารถตรวจจับปัญหาด้านความปลอดภัยและรับมืออย่างทันท่วงทีได้อย่างไร เราจะสามารถใช้พลังงานสะอาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างไร และเครือข่ายพลังงานจะสามารถตอบสนองต่อสถานีจ่ายไฟฟ้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

ในขณะเดียวกัน ความท้าทายย่อมหมายถึงโอกาส “หัวเว่ย พร้อมช่วยเหลือลูกค้าในอุตสาหกรรมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ เพื่อคว้าโอกาสในอนาคตด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล” นายเดวิด ซุน รองประธาน กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ย และประธานฝ่ายธุรกิจพลังงานระดับโลก กล่าว

หัวเว่ยได้ผสานเทคโนโลยี 5G, IoT, optical, IP, cloud, big data และ AI เข้ากับระบบพลังงานไฟฟ้าอย่างไร้รอยต่อ โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อเปิดตัวโซลูชันสมาร์ทเซอร์วิสหลายรูปแบบ อาทิ การตรวจสอบระบบโครงข่ายไฟฟ้าโดยใช้ขุมพลังของ AI และการจ่ายไฟด้วย IoT ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการผลิตพลังงาน การส่งสัญญาณ การแปลงพลังงาน การจ่ายไฟ รวมไปถึงการใช้ไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้เกิดเซ็นเซอร์ที่ครอบคลุม เชื่อมต่อถึงกันได้ และยังทำให้เทอร์มินัลพลังงานหลายตัวสามารถส่งมอบบริการอันชาญฉลาดได้

นายซุนกล่าวเพิ่มเติมว่า “หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันประสบการณ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคพลังงานไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ในประเทศจีนให้แก่ลูกค้าจำนวนมากขึ้น ผลักดันบิตเพื่อขับเคลื่อนวัตต์ และสร้างโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อช่วยให้บริษัทด้านพลังงานไฟฟ้าในระดับโลกสามารถเร่งให้เกิดการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้น”

ปัจจุบัน บริษัทด้านพลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในการประชุมครั้งนี้ หัวเว่ยและผู้นำในภาคอุตสาหกรรมหลายรายได้กล่าวถึงความสำคัญของเทคโนโลยี 5G, AI, big data และการประมวลผล cloud computing ที่มีผลต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว

ทั้งนี้ เทคโนโลยีการจัดแบ่ง (slicing technology) แบบ 5G ที่ล้ำสมัยของหัวเว่ยสามารถทำให้เกิดการสื่อสารแบบต้นสายถึงปลายสายบนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งทำให้เครือข่ายการจ่ายพลังงานมีความปลอดภัยและเสถียร ทั้งยังมีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น

ส่วนเทคโนโลยี HUAWEI CLOUD และแพลตฟอร์มข้อมูลช่วยจัดเตรียมแหล่งความจุข้อมูลและความสามารถด้านการประมวลผลคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาล ผสานข้อมูลจากหลายระบบในโครงข่ายไฟฟ้าของบริษัทหนึ่งๆ เข้าด้วยกันเป็นแพลตฟอร์มเดียว โดยการประมวลผลและการแบ่งปันข้อมูลด้วยความเร็วสูงของแพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยทำให้งานที่ท้าทายหลากหลายรูปแบบสำเร็จลุล่วงไปได้ นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ของหัวเว่ยที่ฝังเข้าไปในกล้องและหุ่นโดรนต่างๆ ยังช่วยให้ทีมปฏิบัติงานและบำรุงรักษาอุปกรณ์สามารถตรวจสอบสายส่งไฟฟ้าและจุดบกพร่องต่างๆ จากระยะไกลได้

นอกจากนี้ การให้บริการด้านดิจิทัลด้วยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านสายใยแก้วนำแสง ไซต์เครือข่าย และนวัตกรรมโซลูชันไอซีทีที่มีอยู่มากมาย ยังถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลสำหรับบรรดาบริษัทด้านพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ หัวเว่ยได้ทำงานร่วมกับบริษัทด้านพลังงานไฟฟ้ากว่า 190 แห่งทั่วโลกในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งในจำนวนนี้มีบริษัท 10 แห่งที่ติดใน 20 อันดับสูงสุดของภาคอุตสาหกรรมพลังงาน โดยโซลูชันของหัวเว่ยได้รับการนำไปใช้อย่างกว้างขวางในบริษัทด้านพลังงานไฟฟ้า อาทิ Saudi Electricity Company, Turkish Electricity Transmission Corporation, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคของประเทศไทย, SGCC และ CSG เป็นต้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานประชุม “Huawei Global Power Summit” สามารถดูได้ที่:  https://e.huawei.com/topic/global-power-summit-2020/en/

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series. Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเ...

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01 SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

โฉมใหม่ SanDisk Extr...

HUAWEI Y6p 4GB+64GB HUAWEI Y6p 4GB+64GB
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

HUAWEI Y6p 4GB+64GB เมมใหญ่ เก็บรูปได้เยอะ ราคาเล็ก ไม่เกิน 4,000 บาท!

รูปเยอะ ไฟล์แยะแค่ไห...

Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

ส่องโปรพิเศษ HUAWEI ของแถมและสิทธิพิเศษมากมาย วันนี้ – 31 ก.ค.นี้ เท่านั้น

หัวเว่ยมอบส่วนลดพิเศ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

รอลุ้น! Samsung Galaxy Note 20 / Note 20+ อาจมีราคาถูกกว่า Note 10 Series เล็กน้อย

น่าจะมีข่าวดีและให้ล...

IT News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

LINE เตรียมปรับโฉม จัดกลุ่มการใช้งานในแอปฯ แชตใหม่ ปรับหน้าหลักสู่โลกแห่งบริการเพื่อความสะดวกสบาย และหน้าวอลเล็ท สู่โลกแห่งการจับจ่ายใช้สอย

LINE แพลตฟอร์มที่ใช่...

iPhone 12 4G Pricing iPhone 12 4G Pricing
Apple News14 ชั่วโมง ที่แล้ว

อัปเดทล่าสุด iPhone 12 ฟีเจอร์ใหม่ และราคาเริ่มต้น 17,000 บาท รวมทุกข่าวหลุดข่าวลือ

iPhone 2020 ในปีนี้ม...

Apple News1 วัน ที่แล้ว

ซีรีส์ใหม่ Greyhound, Little Voice และ Greatness Code ฉายแล้ววันนี้บน Apple TV+

ในวันนี้ 10 กรกฏาคม ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 วัน ที่แล้ว

ออเนอร์ เปิดตัวหูฟังไร้สาย HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ตอกย้ำกลยุทธ์สมาร์ทไลฟ์สำหรับทุกการใช้งาน หรือ 1+8+N

ออเนอร์ แบรนด์สมาร์ท...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง