ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีแทค เปิดตัว ‘ใจดี แจกสุข’ คืนกำไรให้ลูกค้าเติมเงิน มีความสุขมากกว่าใคร

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ดีแทคสร้างจุดเปลี่ยน เปิดตัว ‘ใจดี แจกสุข’ แคมเปญ CRM พรีเพดครั้งแรกในไทย คืนกำไรให้ลูกค้าระบบเติมเงิน มีความสุขมากกว่าใคร

dtac launches Jaidee Jaek Suk

จูงใจลูกค้าเติมเงินให้อยู่นานขึ้น เนื่องจากมีแนวโน้มลูกค้าจะยกเลิกบริการหลังจากใช้งานเพียง 3-6 เดือนแรก
ดันลูกค้าเติมเงินกว่า 15 ล้านราย เข้ามาลองเปิดประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลบน dtac application
อัดแคมเปญให้โดนใจ สร้างคุณค่าในการใช้งานให้ลูกค้า ไม่จำเป็นต้องซื้อหรือใช้จ่ายเพิ่ม

ดีแทคเปิดตัวแคมเปญ CRM (Customer Relationship Management) บริหารความสัมพันธ์อันดีระหว่างดีแทคและลูกค้าเติมเงินให้เป็นลูกค้าที่ยั่งยืน ตอกย้ำจุดยืนทางการตลาด ความคุ้มค่า (Best Value) ภายใต้แนวคิดบริการ “ใจดี” ให้ลูกค้าเติมเงินอยู่กับดีแทคนานขึ้น ไม่ยกเลิกการใช้งานไปง่าย ๆ เพิ่มประสบการณ์ใช้งานดิจิทัล ให้ลูกค้าเติมเงินบนดีแทคแอปพลิเคชัน

เจาะลึก 3 กลยุทธ์การตลาด ดีแทคแบบเติมเงิน

นายฮาว ริ เร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของดีแทคแบบเติมเงินเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ดีแทคไม่หยุดพัฒนา เรายังเดินหน้าสร้างสรรค์บริการจากความต้องการของลูกค้าแบบเติมเงิน โดยศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้ามาอย่างถ่องแท้ โดยมีกลยุทธ์ในการทำตลาดแบบเติมเงินคือ

ลึกสุดใจความต้องการของลูกค้าเติมเงิน

ดีแทคได้ศึกษาถึงปัญหาการใช้งานและความต้องการ ที่อยู่ลึกๆในใจลูกค้า (customer pain points, needs, and insights) จนได้ความรู้สึกของลูกค้าเติมเงินอย่างแท้จริง

  • ลูกค้าเติมเงินมีแนวโน้มจะยกเลิกการใช้บริการหลังจากใช้งานเพียง 3-6 เดือน เพราะเชื่อว่าจะได้สิทธิประโยชน์มากกว่าเมื่อเปิดซิมใหม่ ทั้งราคาค่าโทร และอินเทอร์เน็ตที่ถูกกว่า รวมทั้งของแถมของแจกต่าง ๆ ในช่วงเดือนแรก ๆ
  • เป็นลูกค้าดีแทคเติมเงินมานานหลายปี แต่รู้สึกว่าไม่ได้สิทธิประโยชน์อะไร หรือการคืนกำไรอะไรจากบริษัทเท่าไหร่เลย ที่พอจะจำได้ก็คือโบนัสโทรฟรีช่วงวันเกิด กับบริการใจดีต่าง ๆ โดยเฉพาะใจดีให้ยืม ซึ่งดีแทคแตกต่างจากค่ายอื่น คงจะดีถ้าสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ แม้แต่ในวันที่ไม่ได้เติมเงิน

ให้ประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลกับลูกค้าเติมเงิน

ปัจจุบันลูกค้าเติมเงินดีแทค ประมาณ 4.4 แสนคน ใช้บริการผ่านดีแทคแอป จากจำนวนลูกค้าเติมเงินทั้งหมด 14.3 ล้านราย ดีแทคจึงต้องการให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลบนดีแทคแอปพลิเคชันให้มากขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าในการใช้งานตลอดระยะเวลาที่อยู่กับดีแทค โดยตั้งเป้าหมายลูกค้าในดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 1 ล้านคนในระยะเวลา 6 เดือน

มอบคุณค่าในการใช้งาน

ดีแทคตั้งใจให้แคมเปญใจดีแจกสุข สร้างความคุ้มค่าในการใช้งาน ตลอดเวลาที่อยู่กับดีแทค มีทั้งกิจกรรมลุ้น และแลก เพราะตรงกับพฤติกรรมของคนไทย ที่ชอบความสนุกสนาน โดยนำการใช้งานปกติของลูกค้ามาแลกเป็นสิทธิ์รับรางวัลใหญ่มากมาย ต่อเนื่องถึง 6 เดือน ‘ใจดี แจกสุข’ ให้ลูกค้าปัจจุบันแบบเติมเงินร่วมกิจกรรมผ่านทางดีแทค แอปพลิเคชัน ทุกการใช้งานครบทุก 50 บาท รับ 1 ใบพัด สะสมครบ 3 ใบพัด ใช้แลกสุขได้ทุกวัน หรือ 1 ใบพัดลุ้นสุขใหญ่ได้ทุก 2 สัปดาห์ เริ่มแจกความสุข ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ข้ามปีไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563

ลูกค้าได้อะไรจาก ใจดีแจกสุข

ลูกค้าเติมเงินสามารถนำยอดการใช้งานมาสะสมเป็นใบพัดเพื่อแลกสิทธิพิเศษได้ตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน (และดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน) ยิ่งอยู่นาน ก็ยิ่งได้ใบพัดมากขึ้น (ลูกค้าที่มีอายุใช้บริการ 3 ปีขึ้นไป รับใบพัดเพิ่มเป็น 2 เท่าในทุกการใช้งานครบ 50 บาท) สามารถแลกรางวัลได้ทุกวัน และลุ้นรางวัลใหญ่ได้ทุก 2 สัปดาห์ แม้ไม่ได้เติมเงินหรือมีการใช้งานในวันนั้น แต่ถ้ามีใบพัดสะสมก็สามารถร่วมสนุกได้ตลอด

ตอบโจทย์ลูกค้าเติมเงิน ที่บางวันอาจมีเงินไม่เพียงพอจะซื้อแพ็กเกจเพื่อใช้งาน แต่หากมีใบพัดคงเหลือเพียงพอ ก็สามารถแลกรางวัลเป็นแพ็กเกจโทรฟรี เน็ตฟรีได้อีก

รับใบพัดเพิ่มในทุกวันพิเศษ เช่นวันเกิด พร้อมทั้งรับใบพัดเพิ่มทุกเดือน เมื่อล็อกอินในดีแทคแอปพลิเคชันติดต่อกัน 5 วันขึ้นไป

แคมเปญใจดี แจกสุข เป็นการคืนกำไรครั้งใหญ่ที่ดีแทคตั้งใจแจกจริง เพื่อขอบคุณลูกค้าเติมเงินทุกคนโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องซื้อหรือใช้จ่ายเพิ่ม เพียงดาวน์โหลดดีแทคแอปพลิเคชัน และมีการใช้งานตามปกติ ก็สะสมใบพัดแลกความสุขทุกวัน และลุ้นสุขใหญ่ได้ทุก 2 สัปดาห์ โดยมูลค่าของรางวัลรวมตลอด 6 เดือนนี้ มากกว่า 20 ล้านบาท

รายละเอียดกิจกรรม “ดีแทค ใจดีแจกสุข”

ขั้นตอนที่ 1

สำหรับลูกค้าดีแทคระบบเติมเงินทุกคนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางดีแทคแอปพลิเคชัน
ทุกการใช้งานครบ 50 บาท (การใช้งานเช่นการโทรออก การซื้อโปรเสริม การส่งข้อความ SMS การซื้อสติกเกอร์ไลน์ – ไม่รวมการเติมเงิน) รับ 1 ใบพัด และหากมีอายุการใช้งาน 3 ปีขึ้นไป รับ 2 ใบพัด

ขั้นตอนที่ 2

  • ใช้ 1 ใบพัด เท่ากับ 1 สิทธิ์เพื่อ “ลุ้นสุขใหญ่” ทุก 2 สัปดาห์ รางวัลใหญ่อาทิเช่น ทองคำแท่ง มูลค่า 200,000 บาทสร้อยคอทองคำ, มอเตอร์ไซค์ Yamaha รุ่น GT125, โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S10+, คูปองเงินสดจากเทสโก้ โลตัส ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 17 ล้านบาท ประกาศหมายเลขผู้โชคดีให้ทราบผ่านทาง ดีแทคแอปพลิเคชันและ http://dtac.co.th/s/jdjs
  • ใช้ 3 ใบพัด เพื่อ “แลกสุขทุกวัน” ได้ 1 ชิ้น ของรางวัลอาทิเช่น ไอศกรีมบลิซซาร์ด, โดนัท, อินเตอร์ฟรี, โบนัสโทรฟรี, และส่วนลดโปรเสริมยอดฮิต ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท

ระยะเวลาสะสมใบพัด และแลกของรางวัล ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2562 – 31 ม.ค. 2563
มูลค่าของรางวัลรวมทั้งสิ้น กว่า 20 ล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์

OnePlus มอบส่วนลดค่าเครื่อง 26% พร้อมส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้สูงสุดถึง 50% ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 มี.ค. 63

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ส่งท้ายปลายเดือน OnePlus ขอมอบข้อเสนอสุดเร้าใจ OnePlus Pay Day กับส่วนลดค่าเครื่อง OnePlus 7 Pro สมาร์ตโฟนที่ได้รางวัลการันตีในความยอดเยี่ยมของการใช้งานรอบด้าน โดยเฉพาะสายเอนเตอร์เทนเม้นท์ตัวจริงไม่ควรพลาดไม่ว่าจะเป็นการดูหนังฟังเพลง กับหน้าจอใหญ่เต็มตา ไม่มีติ่ง รู หรือรอยบากมากวนใจ ให้คุณสนุกกับเกมดังสุดมันส์ได้อย่างจุใจกับชิปเซ็ทประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855  และเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพได้อย่างมืออาชีพกับกล้องหลัง 3 เลนส์ คมชัดทุกระยะ พร้อมกันนี้ยังมีข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้สูงสุดถึง 50%

แคมเปญ Pay Day เมื่อสั่งซื้อ OnePlus 7 Pro รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 26% เริ่มต้น 14,999 บาท ผ่านช่องทาง Lazada ตามลิงก์นี้ >>> http://bit.ly/2Sj74tP ตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2563

  • OnePlus 7 Pro รุ่น 6+128 GB  จากราคา 18,990 บาท เหลือเพียง 14,999 บาท
  • OnePlus 7 Pro รุ่น 8+256 GB   จากราคา 19,990 บาท เหลือเพียง 16,999 บาท
  • OnePlus 7 Pro รุ่น 12+256 GB จากราคา 23,990 บาท เหลือเพียง 19,999 บาท

เท่านั้นยังไม่พอยังพบกับส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้ของ OnePlus Official ลดสูงสุด 50%  อาทิเช่น OnePlus 7 Pro Protective Case, OnePlus 6 Silicone Protective Case Red หรือ OnePlus 7T 3D Tempered Glass Screen Protector ผ่านช่องทาง Shopee : OnePlus Official Store ตามลิงก์นี้ >>> http://bit.ly/2T6Ch2P ตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563 นี้เท่านั้น

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OnePlus Thailand ได้ที่ Facebook Fanpage ตามลิงก์นี้  https://www.facebook.com/oneplusthailand หรือติดต่อสอบถาม OnePlus Call Center ได้ที่เบอร์ 02-793-3818

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

3 หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน นำโดย กรมการขนส่งทางราง รถไฟฟ้าบีทีเอส และเอไอเอส ผนึกกำลังร่วมทดสอบคลื่น 5G มั่นใจไม่สร้างผลกระทบผู้โดยสาร ด้านบีทีเอสเผยพร้อมป้องกันเต็มที่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ที่สถานนีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม นายสรพงศ์ ไพทูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส และนายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ร่วมกันยืนยันความพร้อมในการร่วมทดสอบการใช้คลื่นความถี่โทรคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้โดยสารรถไฟฟ้า หลังจากมีการประกาศเปิดให้บริการ 5G โดยผลการทดสอบที่ผ่านมายังไม่พบผลกระทบกับการเดินรถแต่อย่างใด

นายสรพงศ์ ไพทูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบงานด้านระบบรางของประเทศ ได้ให้ความสำคัญกับประชาชนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนและผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 5G จึงกำหนดให้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งลงพื้นที่ทดสอบคลื่นความถี่ ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (AIS) ผู้ให้บริการคลื่นความถี่ 5G และ บีทีเอส ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (สายสีเขียว) เพื่อตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น พร้อมหาวิธีป้องกันการเกิดผลกระทบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในเสถียรภาพของระบบการเดินรถไฟฟ้า ซึ่งผลการทดสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบผลกระทบแต่อย่างใด  อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางรางได้ขอให้ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการทดสอบผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และให้บีทีเอสดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์กรองคลื่นรบกวนตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าให้ครบภายใน 5 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล”

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส ย้ำว่า “ที่ผ่านมา บีทีเอส ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยได้มีการศึกษาและป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกันระหว่างคลื่นความถี่ที่ใช้ในระบบโทรคมนาคม กับคลื่นที่ใช้ในการเดินรถไฟฟ้า โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ กสทช. ประกาศแผนในการนำคลื่นความถี่ 2500-2600 MHz มาประมูลเพื่อใช้ในกิจการ 5G บีทีเอสจึงได้เข้าหารือรายละเอียดกับทาง กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และกรมการขนส่งทางราง เพื่อเตรียมการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับการเดินรถ รวมทั้งได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางผู้ผลิตและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณการเดินรถของบีทีเอสเอง และทางเอไอเอส ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ที่ชนะการประมูลคลื่น 2500-2600 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่อยู่ใกล้ชิดกับคลื่นวิทยุ 2400-2500 MHz ที่ระบบอาณัติสัญญาณของรถไฟฟ้าบีทีเอสใช้อยู่ ได้มีการทำงานร่วมกับเอไอเอสอย่างใกล้ชิด เพื่อทดสอบและป้องกันปัญหาเรื่องคลื่นรบกวน โดยได้มีมาตรการร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการเดินรถ แม้ว่าการทดสอบเบื้องต้นจะไม่พบปัญหาใด ๆ แต่เราจะยังคงร่วมมือกันเดินหน้าทดสอบอย่างต่อเนื่อง ในทุกช่วงเวลา และทุกเส้นทางเพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อผู้ใช้บริการของทั้ง 2 องค์กร ขณะที่บีทีเอสเองก็ได้ลงทุนติดตั้งระบบป้องกันตัวกรองคลื่น ในกรณีที่พบการรบกวนแฝงจากคลื่นความถี่ต่าง ๆ เพื่อให้การเดินรถไม่เกิดปัญหาในระยะยาว”

ขณะที่ นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสให้ความสำคัญกับการป้องกันผลกระทบจากคลื่นความถี่มาโดยตลอด และทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับบีทีเอสซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญของคนเมือง เอไอเอสได้ร่วมมือกันทดลอง ทดสอบมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562ก่อนเปิดประมูลและเข้มข้นยิ่งขึ้นหลังจากประมูลเรียบร้อย ในทุกเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในพื้นที่ขยายเครือข่ายทั้ง 4G / 5G โดยการทดสอบในเบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบแต่อย่างไรก็ตามเราจะยังคงเดินหน้าทดสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้โดยสารและสร้างความเชื่อมั่นว่า ประชาชนจะได้ใช้งานระบบสื่อสารและระบบโดยสารที่ดีที่สุด อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง ขอขอบคุณ กสทช. บีทีเอส และเอไอเอส ในการสนับสนุนและร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเดินรถไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย และใช้งานทั้งระบบการสื่อสารและระบบโดยสารรถไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac รับรางวัลองค์กรลดโลกร้อน จากชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่ใช้ผ้าคูลโหมด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค รับรางวัลองค์กรลดโลกร้อน จากการใช้ชุดยูนิฟอร์มใหม่ของพนักงานบริการหน้าร้านดีแทค ที่ตัดเย็บด้วยผ้าคูลโหมด ในงานมอบเกียรติบัตรและการสัมมนา “องค์กรลดโลกร้อน…ด้วยการใช้เสื้อผ้า CoolMode” โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับองค์กรที่เลือกใช้เสื้อผ้า CoolMode สำหรับเป็นชุดยูนิฟอร์ม หรือเสื้อผ้าในกิจกรรมต่างๆ ที่จะส่งผลให้เกิดการขยายผลการนำเสื้อผ้าลดโลกร้อนไปใช้เพิ่มมากขึ้น และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศ

ดีแทคเลือกใช้ผ้า Cool Mode ในชุดพนักงานดีแทคที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ ด้วยจำนวนชุดพนักงานรวมทั้งหญิงและชายจำนวน 8,020 ชุด ใช้ผ้ารวมทั้งหมด 12,814 หลา การใช้ผ้า CoolMode ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบาย สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศในสำนักงานได้ที่อุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียสได้ซึ่ง การลดอุณหภูมิลง 1 องศาเซลเซียสจากอุณหภูมิปกติ 25 องศาเซลเซียส สามารถลดค่าไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเครื่องปรับอากาศได้ถึง 10% ต่อปี

ชุดพนักงานดีแทคคอลเล็คชั่นนี้ ออกแบบโดยคุณหมู อาซาว่า หรือ พลพัฒน์ อัศวะประภา แฟชั่นดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจทุกรายละเอียดของดีแทค ทำให้ชุดยูนิฟอร์มสามารถสะท้อนความเป็นแบรนด์ดีแทค ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า และพร้อมที่จะให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ด้วยความ เรียบง่าย จริงใจ เป็นมิตร และตรงไปตรงมา ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ชุดยูนิฟอร์มพนักงานดีแทค คอลเล็คชันนี้มีดีไซน์ที่ ทันสมัย แฝงด้วยความสดใส เข้าถึงง่าย และสนุกสนาน ด้วยหัวใจสำคัญจากการคัดสรรเนื้อผ้าที่มานำมาตัดเย็บ ซึ่งใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองทั้งหมดด้วยนวัตกรรม CoolMode ซึ่ง อบก.ได้พัฒนา ฉลาก CoolMode เป็นเครื่องหมายสำหรับให้การรับรองเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากผ้าทั่วไป มีความคงทน ยืดง่าย สีไม่ตก และมีความพิเศษในการซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี จึงช่วยเพิ่มความสบายและเพิ่มความเย็นในขณะสวมใส่ ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งฉลากคูลโหมดนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กับ  สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการใช้เสื้อผ้าที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดผู้ผลิตและตลาดสินค้าสิ่งทอที่ลดโลกร้อนในประเทศไทย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News7 ชั่วโมง ที่แล้ว

Justin Bieber ออกมิวสิควิดีโอใหม่ “Changes” รับชมได้บน Apple Music ที่เดียวเท่านั้น

Justin Bieber และผู้...

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ที่แล้ว

OnePlus มอบส่วนลดค่าเครื่อง 26% พร้อมส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้สูงสุดถึง 50% ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 มี.ค. 63

ส่งท้ายปลายเดือน One...

Android News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung เปิดตัว Galaxy M31 สมาร์ทโฟนแบตเตอรี่พันธ์อึด 6000mAh, จอ 6.4 นิ้ว และกล้อง 4 เลนส์ 64MP

ในวันนี้ Samsung ได้...

ข่าวประชาสัมพันธ์12 ชั่วโมง ที่แล้ว

3 หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน นำโดย กรมการขนส่งทางราง รถไฟฟ้าบีทีเอส และเอไอเอส ผนึกกำลังร่วมทดสอบคลื่น 5G มั่นใจไม่สร้างผลกระทบผู้โดยสาร ด้านบีทีเอสเผยพร้อมป้องกันเต็มที่

ที่สถานนีรถไฟฟ้าบีที...

ข่าวประชาสัมพันธ์14 ชั่วโมง ที่แล้ว

dtac รับรางวัลองค์กรลดโลกร้อน จากชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่ใช้ผ้าคูลโหมด

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง