Connect with us

Smart Review

รีวิว Wiko Power U20 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด ราคาโดนใจ

Published

on

รีวิว Wiko Power U20 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 หน้าจอใหญ่ 6.8 นิ้ว HD+ มีกล้องหลัง 3 เลนส์ AI และแบตอึด 6000mAh ใช้งานได้สนุกยาวนานทั้งวัน

รีวิว Wiko Power U20

สรุปสเปค Wiko Power U20

  • ขนาดตัวเครื่อง : 173.8 × 78.6 × 9.45 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 210 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลชนิด IPS LCD กว้าง 6.8 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1640 พิกเซล
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio G35
  • GPU : PowerVR GE8320
  • RAM 3 GB
  • ROM 32 GB รองรับ microSD card สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 11
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์
    • เลนส์หลัก 13 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Bokeh 2 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ AI สำหรับระบุฉากตอนถ่ายรูป
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.2 และพอร์ต micro USB2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 6000 mAh

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Wiko Power U20 มาในกล่องที่ดีไซน์เรียบๆ มีชื่อรุ่นอยู่บนฝากล่อง และด้านหลังมีฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ ซึ่งสีตัวเครื่องที่รีวิวในบทความนี้เป็นสีเขียวมิ้นท์ (Mint)

รีวิว Wiko Power U20
รีวิว Wiko Power U20

อุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง

  • ตัวเครื่องสมาร์ทโฟน Wiko Power U20
  • สายชาร์จ micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์ 10W
  • หูฟัง
  • เคส
  • ฟิล์มกันรอย
  • คู่มือใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม

ด้านการดีไซน์ Wiko Power U20 มีความสวยงามและทันสมัย ฝาหลังเป็นสีมิ้นท์ที่ให้ผิวสัมผัสแบบด้านคล้ายการดีไซน์แบบการพ่นทราย ซึ่งช่วยลดการเกิดคราบรอยนิ้วมือและช่วยให้จับถนัดมือ ไม่ลื่นด้วย

รีวิว Wiko Power U20

ฝาหลังยังมีข้อความสโลแกน Let’s POWER-UP ซึ่งเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นั่นเอง ซึ่งข้อความก็ช่วยให้ฝาหลังดูมีลวดลายขึ้นมา และก็ดูสวยไปอีกแบบ

รีวิว Wiko Power U20

เลนส์กล้องหลังมีทั้งหมด 3 เลนส์ ความละเอียด 13MP + 2MP + AI และมีแฟลช LED

รีวิว Wiko Power U20

พอร์ตเชื่อมต่อสำหรับถ่ายโอนข้อมูลผ่านสายเคเบิลและสำหรับชาร์จไฟเป็นพอร์ตแบบ micro USB 2.0

รีวิว Wiko Power U20

Wiko Power U20 มีช่องหูฟัง 3.5 มม. และยังเป็นรุ่นที่มีหูฟังแถมมาให้ในกล่องด้วย แม้ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หลายรุ่นจะเริ่มไม่มีหูฟังในกล่องแล้ว

รีวิว Wiko Power U20

ถาดใส่ซิมของรุ่นนี้เป็นแบบ 3 Slot ใส่ได้ 2 ซิมการ์ด พร้อมกับใส่ microSD card ได้

รีวิว Wiko Power U20

ด้านขวาตัวเครื่องจะมีปุ่มเรียกใช้งาน Google Assistant ถัดมาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power

รีวิว Wiko Power U20

หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้มีขนาด 6.8 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD+ โดยกระจกหน้าจอเป็นแบบโค้ง 2.5D อีกทั้งกรอบตัวเครื่องมีความโค้งมนทำให้เวลาถือใช้งานรู้สึกกระชับมือมากขึ้น แม้ตัวเครื่องจะค่อนข้างมีขนาดใหญ่

รีวิว Wiko Power U20

กล้องหน้ามีขนาด 5 ล้านพิกเวล และถัดขึ้นไปด้านบนเล็กน้อยจะมีช่องลำโพงสำหรับใช้ในการฟังเสียงตอนโทรศัพท์

ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ ทำให้เวลาดูคอนเทนท์หรือดูคลิปวิดีโอต่างๆ เห็นได้เต็มตา และรอยบากสำหรับติดตั้งกล้องก็เล็กนิดเดียว ทำให้ไม่รบกวนสายตาเวลามองหน้าจอ

รีวิว Wiko Power U20

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Wiko Power U20 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ทำให้ใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้ทันที และแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งมาให้ตอนแรกก็มีเฉพาะที่จำเป็น ไม่มีแอปขยะติดตั้งมาให้รกเครื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องชื่นชมเลยครับ

Wiko Power U20 Review

ถ้าใครได้ใช้งาน Anddroid 11 ต้องบอกเลยว่าต้องชื่นชอบฟีเจอร์นี้กันอย่างแน่นอนคือ การบันทึกหน้าจอเป็นวิดีโอ เพราะเป็นฟีเจอร์พื้นฐานบนสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเวอร์ชั่นจะได้ใช้งานกัน ไม่ต้องลงแอปเพิ่มให้ยุ่งยาก แม้จะเป็นรุ่นราคาไม่แพงก็ใช้ได้

Wiko Power U20 Review

Wiko Power U20 มีปุ่มพิเศษสำหรับเรียกใช้งาน Google Assistant ได้สะดวกมากขึ้น เมื่อกดปุ่มที่อยู่ขอบทางด้านขวาตัวเครื่องก็จะสามารถใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวนี้ได้ทันที

รีวิว Wiko Power U20

สำหรับฟีเจอร์แรกเมื่อเข้ามาในเมนูการตั้งค่าจะเป็นของ Wiko ไม่ว่าจะเป็นโหมดการใช้งานมือเดียว การตั้งค่าแถบการนำทาง การจัดการหน้าจอหลัก หรือปิดแถบติ่งหน้าจอด้านบน เป็นต้น

Wiko Power U20 Review

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ปลดล็อคด้วยใบหน้า จาการทดสอบใช้งานถือว่าทำได้รวดเร็วดี ใช้งานได้สะดวกแค่ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาก็ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้ทันที

Wiko Power U20 Review

โหมดเล่นเกมสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวประมวลผลให้การเล่นเกมทำได้เต็มที่มากขึ้น โดยการเคลียร์หน่วยความจำและปิดการทำงานแอปเบื้องหลัง ทำให้เล่นเกมได้ลื่นๆ รวมไปถึงปิดการแจ้งเตือนไม่ให้รบกวนระหว่างการเล่นเกมได้ด้วย

Wiko Power U20 Review

Wiko Power U20 มีโหมดใช้งานหรือ Simple Mode ที่จะทำให้เมนูการใช้งานต่างๆ มีขนาดใหญ่ และเน้นฟีเจอร์พื้นฐาน เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งานสมาร์ทโฟน หรือช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นเมนูได้ชัดเจนมากขึ้น เลือกใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน

Wiko Power U20 Review

การจัดการระบบก็มีฟีเจอร์ ผู้ช่วยอัจฉริยะ สามารถใช้จัดการระบบได้คลิกเดียว ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาดระบบ เคลียร์หน่วยความจำ สแกนไวรัส และปิดแอปที่ใช้งานพลังงานมากเกินไป เป็นต้น

Wiko Power U20 Review

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีฟีเจอร์การเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ หรือการใช้ทางการสัมผัส เช่น เปิดกล้องอย่างรวดเร็วด้วยการกดปุ่ม Power ติดกัน 2 ครั้ง เป็นต้น

Wiko Power U20 Review

ด้านการเชื่อมต่อของ Wiko Power U20 รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G, Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.2

Wiko Power U20 Review

ฟีเจอร์ด้านหน้าจอแสดงผลรองรับธีมมืดด้วย สำหรับเปิดใช้งานในที่แสงน้อยหรือในที่มืด ถ้าใครชอบนอนเล่นมือถือดึกๆ จะเหมาะมากๆ เพราะจะช่วยให้สบายตามากขึ้น

Wiko Power U20 Review

Digital Wellbeing แดชบอร์ดสรุปข้อมูลการใช้งานสมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชั่น ว่ามีการใช้งานมากขนาดไหนต่อวัน หรือแม้กระทั่งจำนวนครั้งที่ปลดล็อคสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์นี้ก็จะทำการบันทึกไว้ด้วย

Wiko Power U20 Review

ประสิทธิภาพการทำงานและแบตเตอรี่

Wiko Power U20 ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่ MediaTek Helio G35 ที่มีขนาด 12nm มาพร้อมซีพียูแบบ Octa-core นอกจากจะช่วยในเรื่องของการประมวลผลที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตามระดับราคาแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้ดีอีกด้วย เอาใจสายเกมมิ่งด้วยการทดสอบเกม ROV รุ่นนี้สามารถเปิดกราฟิกได้ระดับสูงสุดทั้งหมด รวมถึงเฟรมเรทระดับสูงด้วย

Wiko Power U20 Review

ลองเล่นในโหมด 5 VS 5 เล่นได้สบายๆ แต่บางฉากที่เข้าร่วมทีมไฟต์อาจจะมีเฟรมเรทเหวี่ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าปิดโหมดเฟรมเรทสูงก็สามารถเช่นได้สบายๆ ไม่มีปัญหา

รีวิว Wiko Power U20

หน้าจอที่กว้างขึ้น ยังช่วยให้การเล่นเกมได้มุมมองที่กว้างมากขึ้น เห็นสภาพแวดล้อมหรือมีโอกาสในการเห็นศัตรูที่อยู่ริมขอบหน้าจอได้มากกว่าหน้าจอบนสมาร์ทโฟนทั่วไป ซึ่งก็เป็นจุดได้เปรียบที่ดีอย่างหนึ่งในการเล่นเกม

รีวิว Wiko Power U20

ทดสอบเล่นเกม Asphalt 9 : Legends เกมแข่งรถจาก Gameloft ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์เกมคอนโซลที่สมจริงและภาพกราฟิกที่สวยงามมากขึ้นด้วยเทคนิค HDR พร้อมรถจากหลายค่ายดัง ก็เล่นได้ไม่มีปัญหา แต่บางฉากอาจมีการกระตุกอยู่บ้างเล็กน้อย ถ้าเทียบกับราคาของรุ่นนี้แล้วก็ถือทำได้ดีเลยทีเดียว

รีวิว Wiko Power U20

แบตเตอรี่ของ Wiko Power U20 มีขนาด 6000mAh ให้มาเยอะมากๆ ใช้งานทั่วไปได้ยาวๆ 2-3 วัน และมีระบบ AI ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวมากยิ่งขึ้นไปอีก

Wiko Power U20 Review

การชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะรองรับกำลังไฟสูงสุด 10W แนะนำให้ชาร์จทิ้งไว้ตอนเข้านอนก็ได้ครับ ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จะค่อนข้างใช้เวลานานในการชาร์จเต็ม แต่ชาร์จเต็มครั้งเดียวอยู่ได้นานหลายวันเลย

รีวิว Wiko Power U20

กล้องถ่ายรูป

Wiko Power U20 มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียดกล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล + เลนส์ Depth หรือ Bokeh และเลนส์ AI สำหรับช่วยระบุฉากและปรับค่ากล้องให้ถ่ายฉากนั้นๆ ได้สวยโดยอัตโนมัติ

Wiko Power U20 Review

กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้คมชัด และมี AI ช่วยให้การถ่ายภาพต่างๆ เป็นเรื่องง่าย

Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review

การถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait ที่มีเลนส์ Bokeh เข้ามาช่วย ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติ ภาพบุคคลมีความโดดเด่น ถ่ายสนุกมากขึ้น

Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review

สำหรับกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล มีฟีเจอร์ปรับแต่งหน้าให้สวยเนียนตั้งแต่ 0-100 และมีสติกเกอร์ AR ทีทำให้การเซลฟี่สนุก ไม่จำเจ พร้อมแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

Wiko Power U20 Review
Wiko Power U20 Review

สรุปจุดเด่น

  • Wiko Power U20 ดีไซน์สวย หน้าจอใหญ่ 6.8 นิ้ว ดูคอนเทนท์ได้เต็มตา
  • กล้องถ่ายรูปทำออกมาได้ดีเกินคาด เมื่อเทียบกับราคาไม่ถึง 3,000 บาท
  • ชิปเซ็ต Helio G35 เล่นเกมที่มีภาพสวยๆ ได้ไม่มีปัญหา
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ได้ใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ
  • รองรับ 4G ทั้ง 2 ซิม
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6000mAh ไม่ตัองกังวลเรื่องแบตหมดระหว่างวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ถ้าต้องการชาร์จแบตให้เต็ม แนะนำให้ชาร์จทิ้งไว้ตอนนอน เพราะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงในการชาร์จเต็ม เนื่องจากแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่

Wiko Power U20 วางจำหน่ายในราคา 2,999 บาท ซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและ Official Online Store ด้านล่างนี้

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy Tab Active3 แท็บเล็ตพันธุ์อึด เกิดมาแกร่ง พร้อมทุกสถานการณ์ !

Published

on

By

รีวิว Samsung Galaxy Tab Active3 แท็บเล็ตสายถึกทนรุ่นล่าสุดจาก Samsung อัปเกรดสเปคหลายจุด ทั้งหน่วยประมวลผล แบตเตอรี่ รูปลักษณ์ที่อึดกว่าเคย และที่สำคัญรอบนี้ Samsung วางจำหน่ายให้ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ใช่องค์กรแล้วด้วยนะ

วันนี้ทีมงาน iphone-droid.net จะมารีวิวความแกร่งและการใช้งานของ Galaxy Tab Active3 รุ่นนี้ให้ชมกัน พร้อมแล้ว…ไปกันเลยยยย

สรุปสเปค Samsung Galaxy Tab Active3

  • ขนาดตัวเครื่อง : 126.8 x 213.8 x 9.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 430 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ TFT 8 นิ้ว ความละเอียด WUXGA (1920 x 1200 พิกเซล) อัตราส่วน 16:10
  • CPU : Exynos 9810 Octa-core ความเร็ว 2.7GHz
  • GPU : Mali-G72 MP18
  • RAM : 4GB
  • ROM : 64GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 1TB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5
  • กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับปากกา S Pen
  • รองรับซิมการ์ดแบบ NanoSIM 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5,050 mAh รองรับ Fast Charge 15W
  • กันกระแทกระดับความสูง 1.5 เมตรได้ตามมาตรฐาน MIL-STD-810H
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

แกะกล่อง Galaxy Tab Active3

ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลยว่า Samsung ให้อะไรเรามาบ้าง ที่หน้ากล่องของ Galaxy Tab Active 3 จะมีชื่อรุ่นและภาพประกอบระบุไว้อย่างชัดเจนครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาก็จะพร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่องเลย มีอุปกรณ์ทั้งหมด 6 อย่างดังนี้

  1. ตัวเครื่อง Galaxy Tab Active3
  2. เคส
  3. แบตเตอรี่
  4. สายชาร์จ
  5. อะแดปเตอร์ชาร์จ
  6. คู่มือการใช้งาน

ดีไซน์พันธุ์อึด ทั้งภายในและภายนอก

ตระกูล Active ของ Samsung นั้นออกแบบมาให้กลุ่มที่ต้องการความทนทานในการใช้งานอย่างภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือใครที่ต้องการความทนทานต่อการใช้งาน Galaxy Tab Active3 จึงมาพร้อมดีไซน์พันธุ์อึด ตัวดีไซน์หลักของเครื่องเอง แม้ไม่ได้ใส่เคสก็ดูดุดันและแข็งแกร่งมาก ๆ อยู่แล้ว ตรงมุมเครื่องจะมีการเพิ่มขอบเครื่องทั้ง 4 มุมมากกว่าแท็บเล็ตทั่วไป ที่ฝาหลังจะมีดีไซน์เคฟล่าเสริมความแข็งแกร่งและช่วยให้จับถือได้อย่างดี

ตัวฝาหลังสามารถถอดออกมาได้เพื่อใส่แบตเตอรี่ โดยจะมีมุมให้เราแงะตัวฝาหลังออกมาที่มุมบนซ้าย เห็นตรงนี้แล้วชวนนึกถึงสมาร์ทโฟน Samsung ยุคก่อนที่ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เองจริง ๆ

ส่วนช่องใส่ซิมการ์ดของ Galaxy Tab Active3 จะอยู่ที่มุมซ้ายของตัวเครื่อง ให้เราใส่ก่อนเลย เพราะถ้าเราประกอบร่างตัวเครื่องเข้ากับเคสแล้วจะไม่มีช่องให้ดึงถาดซิมออกมาครับ ซึ่งตัวถาดซิมของรุ่นนี้ก็เป็นแบบ Nano-SIM + micro-SD ครับ

รวมร่างเข้ากับเคสสุดแกร่ง

ใส่แบตฯใส่ซิมแล้วก็มารวมร่างเข้ากับเคสกันเลยครับ Galaxy Tab Active3 โดยให้เราใส่จากมุมขวาบนและไล่กดตามมุมให้ตัวเครื่องเข้าไปในเคสให้เรียบร้อย เท่านี้เราก็จะได้ตัวเครื่องแบบสมบูรณ์พร้อมลุยทุกสถานการณ์แล้วครับ

ตัวเคสจะมีความยืดหยุ่นพอสมควร ตรงมุมจะมีขอบที่หนาขึ้นมารองรับแรงกระแทกเวลาตกหล่นได้เป็นอย่างดี เสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเครื่องใช้งานได้อย่างไม่ต้องกังวล ส่วนตรงหน้าจอก็หายห่วงตัวเคสจะมีความหนาขึ้นมาอีกหน่อยไว้รับแรงกระแทกถ้าเกิดตัวหน้าจอหล่นลงมาตรง ๆ

วัสดุงานประกอบของเคสก็ทำได้ดีครับ เป็นพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นเป็นอย่างดีช่วยรับแรงกระแทกและช่วยให้สัมผัสเวลาจับถือนั้นกระชับไม่ลื่นหรือหนืดมือจนเกินไป ที่ด้านหลังยังคงมีลวดลายแบบเคฟล่าเหมือนเดิม มีการเว้นตัวโมดูลกล้องลงไปอีกนิดเพื่อให้เวลาวางในแนวราบตัวกล้องจะไม่กระทบกับพื้นผิวโดยตรงด้วย

หน้าจอสว่างชัด ใช้งานร่วมกับถุงมือได้ด้วย

Galaxy Tab Active3 มาพร้อมหน้าจอขนาด 8 นิ้ว แสดงผลสีสันได้สวยคมชัดบนความละเอียด WUXGA (1920 x 1200 พิกเซล) ถึงแม้ตัวจอจะเป็นแบบ TFT แต่ความสว่างและสีสันทำได้ดีเลย ใช้งานกลางแจ้งได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการตอบสนองก็ทำได้รวดเร็ว รองรับการใช้งานร่วมกับถุงมือด้วย แต่อันนี้เราต้องเข้าไปเปิดโหมดความไวการสัมผัสก่อนที่ แอป Settings (การตั้งค่า) > Display (หน้าจอ) > Touch sensitivity (ความไวการสัมผัส)

ส่วนปุ่มกดอื่น ๆ ก็จะใช้เป็นปุ่มกดจริง ๆ ไม่ใช่แบบสัมผัสครับเพื่อการใช้งานที่ราบรื่นแม้ใส่ถุงมือ โดยจะแบ่งเป็น 3 ปุ่มหลัก ๆ ปุ่มซ้าย Recent App, ปุ่มกลาง Home และปุ่มขวาเป็นปุ่ม Back ซึ่งตัวปุ่มกลางจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้วยครับ

แต่ถ้าไม่ถนัดใช้สแกนนิ้วเพราะต้องใส่ถุงมือก็ยังมีระบบสแกนใบหน้าที่ใช้งานคู่กับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลอยู่ด้านบนได้อยู่ครับ

ปุ่มกดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ด้านขวามือทั่งหมด มีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง, ปุ่ม Power และปุ่มพิเศษ Active Key (ปุ่มสีแดง) ไว้เข้าถึงแอปแบบด่วน ๆ ได้จากปุ่มนี้ด้วย

พอร์ตการเชื่อมต่อจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ใช้พอร์ตแบบ USB type-C, มีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาให้ด้วยและลำโพงกับไมโครโฟนจะอยู่มุมล่างทั้งหมดนี้ครับ

ส่วนฝั่งซ้ายมือจะมีช่อง PIN สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอย่างพวก Dock ซึ่งเว้นช่องไว้พอดีเลย

ด้านบนของตัวเคสจะมีปากกา S Pen ติดอยู่ซึ่งมีความแน่นหนาพอสมควรเลย เราต้องใช้แรงดึงในการดึงปากกาออกมาหน่อย ตรงนี้ทำให้เวลาทำเครื่องหล่นแล้วตัวปากกาจะไม่ดีดหลุดออกมาง่าย ๆ นั่นเองครับ

ทดสอบความแกร่ง ทั้งทำหล่น เปียกน้ำก็ไม่หวั่น

อย่างที่บอกไปว่า Galaxy Tab Active3 นั้นแข็งแกร่งมาก แต่แค่ภายนอกที่ว่าทนแล้วยังไม่พอเพราะรุ่นนี้ได้รับมาตรฐาน MIL-STD-810H ที่การันตีว่ากันกระแทกจากความสูงระดับ 1.5 เมตรได้อย่างสบาย ๆ เราก็เลยจับมาทดสอบด้วยการทิ้งเครื่องให้ดูกันชัด ๆ

นอกจากกันกระแทกแล้ว Galaxy Tab Active3 ยังรองรับการกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 ด้วย ลงน้ำลึกได้ 1.5 เมตรนาน 30 นาที ลงภาคสนามเจอฝุ่นเกาะเต็มจะล้างให้สะอาดก็ได้เลย หรือจะใช้งานขณะฝนตกก็ไม่ต้องกลัวครับรุ่นนี้

โดยรวมแล้วเรื่องดีไซน์ของ Galaxy Tab Active3 ก็ออกแบบมาได้ถึกทนดีจริง ๆ ด้วยตัวเครื่องเองเมื่อรวมร่างเข้ากับเคสทรงแกร่งนี้ ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเวลาถือไปใช้งานจริงจะไม่ต้องกังวลเวลาเผลอทำเครื่องตกแล้วจะเกิดความเสียหายรุนแรง แถมน้ำหนักเมื่อรวมกันแล้วยังไม่สูงอย่างที่คิด ประมาณ 420 กรัมเท่านั้น เรียกว่ายังพกไปใช้งานได้อย่างไม่เทอะทะเลยล่ะ

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์การใช้งาน

Galaxy Tab Active3 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5 การใช้งานโดยรวมถือว่าลื่นไหลตามสไตล์ Samsung ครับ หน้าตา UI ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก

มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง App Edge ที่ให้เราเข้าแอปได้อย่างรวดเร็วจากมุมจอก็มี หรือจะเป็นการทำงาน Multi Windows ก็ใช้งานได้ครบ

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่แท็บเล็ต Samsung ทำได้ดีมาตลอดก็คือฟีเจอร์การโทรศัพท์ที่รุ่นนี้สามารถใส่ซิมโทรออกได้ด้วยตัวเอง มีลำโพงสนทนาด้วย หมายความว่าเราสามารถเอามาแนบหูคุยโทรศัพท์ได้เลย

S Pen กับความสามารถที่ครบครันของคนทำงาน

S Pen เป็นอีกฟีเจอร์ไม้ตายของ Galaxy Tab Active3 เลยก็ว่าได้ เพราะความสามารถหลัก ๆ ที่เราเคยชื่นชอบจากตอน Galaxy Tab ติดมาบนนี้หมด ทั้งการตอบสนองที่ว่องไวเหมือนใช้ปากกาจริง ๆ ความสามารถกันน้ำจะเขียนขณะหน้าจอเปียกก็ไม่มีปัญหา หรือการแปลงลายมือเราเป็นตัวพิมพ์ก็ทำได้บนรุ่นนี้

ประสิทธิภาพที่เร็วแรง ตอบโจทย์

มาเข้าเรื่องประสิทธิภาพกันบ้าง Galaxy Tab Active3 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Exynos 9810 แบบ 10nm หรือตัวเดียวกับ Galaxy Note9 อดีตเรือธงเลย ใช้งานได้อย่างดีบน One UI 2.5 นี้ ทั้งความลื่นไหลหรือการเปิดแอปก็ไม่ติดขัด บวกกับความจุภายใน 4GB RAM + 64GB ROM ก็เลยได้คะแนนทดสอบออกมาที่ 293788 คะแนนเลย

เล่นเกมก็ไหว ปรับได้ระดับสูง

ส่วนเรื่องการเล่นเกมจริง ๆ Galaxy Tab Active3 ก็เอาอยู่ครับ เราลองทดสอบด้วย Asphalt 9 และ Call of Duty ทำได้น่าประทับใจเลย สำหรับ Asphalt 9 ปรับกราฟิกไว้ที่ Default ตัวเกมทำได้ลื่นไหลพอสมควร ไม่มีอาการเฟรมเรตตกให้เห็น การแสดงผลบนหน้าจอ 8 นิ้วก็สีสวยตอบสนองได้ไวเลยครับ

ส่วน Call of Duty ก็เลือกปรับระดับกราฟิกและเฟรมเรตได้สูงสุดที่ High เลย เพียงพอต่อการเล่นได้อย่างสนุก ภาพกราฟิกสวยและเฟรมเรตก็นิ่งใช้ได้เลย เล่นบนจอที่ใหญ่ขึ้นมาระดับนี้ก็ให้ความสนุกที่มากกว่าบนไซส์สมาร์ทโฟนทั่วไปอีกระดับ

มาถึงตรงนี้ก็เหมือนจะครบเครื่องไม่มีที่ติในเรื่องความบันเทิงแล้ว แต่จริง ๆ ยังมีจุดที่เราขัดใจอยู่บ้างคือตำแหน่งของลำโพงที่วางไว้มุมล่างของตัวเครื่องเวลาใช้งานแนวนอน ซึ่งไม่ดีเอาซะเลย เวลาเราเล่นเกมหรือดูหนัง บางครั้งอุ้งมือเรามักจะไปปิดโดนได้ง่าย ทำให้เสียงนั้นหายไปพอสมควร ลดอรรถรสเวลาเล่นเกมเพลิน ๆ ไปพอสมควร

ถ่ายรูปคมชัดด้วยกล้อง 13MP

เข้าสู่เรื่องกล้อง ถึงแม้แท็บเล็ตจะไม่เน้นในเรื่องกล้องสักเท่าไหร่ แต่บน Galaxy Tab Active3 ก็ให้กล้องหลังความละเอียด 13MP มาเลย คุณภาพดีใช้ได้ด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Galaxy Tab Active3

แบตเตอรี่ 5,050mAh พร้อมชาร์จไว 15W

ปิดท้ายที่เรื่องแบตเตอรี่ครับ Galaxy Tab Active3 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,050mAh อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อน ใช้งานได้กำลังดีครับ แต่ถ้าใช้งานหนัก ๆ อย่างการเปิดหน้าจอกลางแจ้งทั้งวัน อันนี้อาจไม่ทนเท่าไหร่ คงต้องมีชาร์จระหว่างวันอยู่บ้าง ซึ่งระบบชาร์จที่มีมาให้เป็น 15W ผ่านพอร์ต USB Type-C ชาร์จไวกำลังดีกับแบตเตอรี่ระดับนี้ครับ

นอกจากนี้ Galaxy Tab Active3 ยังมีฟีเจอร์ No Battery mode หรือใช้งานแบบเสียบสายโดยตรง ไม่ต้องใส่แบตฯได้ด้วย สำหรับใช้งานในองค์กรหรือเครื่องที่ต้องเสียบสายตลอดเวลาแบบนี้ก็ช่วยให้แบตเตอรี่ไม่เสื่อมนั่นเองครับ

สรุปแล้ว “นี่คือแท็บเล็ตพันธุ์อึด เหมาะกับคนลุย ๆ”

สรุปแล้ว Galaxy Tab Active3 นี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่ต้องการใช้งานแบบสมบุกสมบัน ไม่ต้องคอยทะนุถนอมมากเพราะตัวเครื่องมาพร้อมมาตรฐานความอึดระดับกองทัพ กันกระแทก กันน้ำครบ ในเรื่องสายทำงานทั่วไปก็ยังตอบโจทย์เพราะสเปคที่ให้มาครบถ้วน หน่วยประมวลผลเร็วตอบสนองได้ดี มีปากกา S Pen ที่ช่วยให้การจดงานดีกว่าใช้นิ้วมือ เรียกว่าใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตทน ๆ สักเครื่องไว้ใช้งานหนัก ๆ รุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวังครับ

ราคา Galaxy Tab Active3

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า Galaxy Tab Active3 รอบนี้วางจำหน่ายให้กับผู้ใช้ทั่วไปด้วย เริ่มวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์แล้ววันนี้ที่ Samsung Online Store และจะวางจำหน่ายผ่านช่องทางหน้าร้านชั้นนำในวันที่ 9 มี.ค.นี้ในราคา

Galaxy Tab Active3 ราคา 21,900 บาท

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องถึกทน กันกระแทกระดับ 1.5 เมตรตามมาตรฐาน MTL-STD-810H
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • หน้าจอขนาด 8 นิ้วตอบสนองได้ดี ใช้งานร่วมกับถุงมือได้
  • มีปากกา S Pen
  • ฟีเจอร์จาก One UI ครบครัน
  • กล้องหลังใช้งานได้ดีกว่าที่คิด

จุดสังเกต

  • ตำแหน่งลำโพงเวลาใช้งานอาจเอามือไปบังได้ง่าย
  • แบตเตอรี่ไม่อึดเท่าไหร่นัก
Continue Reading

Smart Review

รีวิว moshi Lounge Q Wireless Charging Stand แท่นชาร์จไร้สายดีไซน์ไม่เหมือนใคร ปรับได้หลายรูปแบบ พร้อมชาร์จสูงสุด 15W

Published

on

By

ใครที่กำลังมองหาแท่นชาร์จไร้สายสักตัวมาใช้งานได้แบบพร้อมใช้งานทุกที่ วันนี้พวกเราทีมงาน iphone-droid.net จะมารีวิว moshi Lounge Q Wireless Charging Stand แท่นชาร์จไร้สายกำลังไฟสูงสุดถึง 15W ใช้งานได้ครบทั้ง iPhone และสมาร์ทโฟน Android ที่รองรับการชาร์จไร้สาย แถมยังมีความพิเศษตรงที่สามารถปรับตำแหน่งการใช้งานได้หลายแบบอีกด้วย

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • แท่นชาร์จไร้สาย moshi Lounge Q Wireless Charging Stand กำลังไฟ 15W พร้อมสาย USB Type-C ยาว 1.2 เมตร
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

สเปคเบื้องต้น moshi Lounge Q Wireless Charging Stand

  • ขนาดรอบเครื่อง : 4.60 x 4.60 x 4.01 นิ้ว (11.69 x 11.69 x 10.18 ซม.)
  • พอร์ต USB Type-C
  • Input : 5V/2A, 9V/A, 12V/2A, 15V/2A
  • Output : 15W (สูงสุด)

ในการใช้งานเราต้องมีอะแดปเตอร์ที่มีหัวเป็นแบบ USB Type-C ก่อนนะครับ

ดีไซน์สุดพรีเมี่ยม

moshi Lounge Q Wireless Charging Stand ได้ใช้วัสดุรอบเครื่องที่ดูทันสมัยและใช้งานได้ทุกที่ครับ โดยหลักๆ จะใช้เป็นผ้านุ่มที่ไม่ทำให้สมาร์ทโฟนเกิดรอยระหว่างวางบนแท่นแน่นอน

ขณะที่ตัวป้องกันไม่ให้สมาร์ทโฟนลื่นนั้นจะมีซิลิโคนอยู่รอบตัว ตั้งแต่ตัวแท่นชาร์จวงกลม, ฐานด้านล่างที่รองรับตัวเครื่องส่วนล่าง และฐานสำหรับวางเพื่อไม่ให้แท่นขยับครับ

ส่วนความแข็งแรงของตัวฐานจะเป็นสแตนเลสสตีลที่มีน้ำหนักเบามากๆ ครับ

ปรับแท่นชาร์จได้หลายระดับพร้อมวางได้หลายแบบ

ความพิเศษของ moshi Lounge Q Wireless Charging Stand ที่เราบอกไปในตอนแรกคือการปรับแท่นชาร์จได้หลายระดับครับ ถ้าเราต้องการให้สมาร์ทโฟนวางเป็นแนวตั้งก็สามารถเลื่อนขึ้นได้ทันที โดยเครื่องที่มีขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่มีหน้าจอขนาดเล็กกว่า 6.1 – 6.2 นิ้ว จะต้องเลื่อนมาในระดับกลางๆ ครับ

ส่วนถ้าเป็นเครื่องใหญ่ๆ ก็ต้องใช้เลื่อนขึ้นสูงสุดครับ จะพอดีเป๊ะๆ

ทั้งนี้ถ้าเราต้องการรับชมภาพยนตร์ไปด้วย ก็สามารถปรับแท่นชาร์จมาต่ำสุด และวางสมาร์ทโฟนในแนวนอนได้สบายๆ

ทดสอบการใช้งานจริง

เราลองทดสอบการชาร์จไร้สายกับสมาร์ทโฟน iPhone 12 mini โดยกำลังไฟในการชาร์จถือว่ารวดเร็วพอสมควรครับ เราลองชาร์จจากประมาณ 20% ถึง 80% ประมาณ 1 ชั่วโมง และชาร์จเต็ม 100% ในเวลารวมแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีครับ ซึ่งก็ถือว่าไวเลยทีเดียวกับการใช้งานบนแท่นชาร์จไรสาย

หรือจะใช้งานกับสมาร์ทโฟน Android ก็ได้เช่นกันครับ ขึ้นสถานะเป็นชาร์จไร้สายแบบด่วนอีกด้วย

ระหว่างการชาร์จ ตัวเครื่องจะมีสถานะไฟ LED อยู่ข้างๆ แท่นชาร์จครับ โดยจะบอกได้ 4 แบบ ดังนี้

  • ดับอยู่ : ไม่ได้ชาร์จ
  • กระพริบไม่ถี่ : กำลังชาร์จ
  • ไฟติดค้าง : ชาร์จเต็มแล้ว
  • ไฟกะพริบรัวๆ : เกิดข้อผิดพลาด

สรุปการใช้งาน

moshi Lounge Q Wireless Charging Stand ถือว่าเป็นแท่นชาร์จไร้สายที่สะดวกในการใช้งานกับสมาร์ทโฟนหลายขนาดครับ สามารถชาร์จได้เร็วกับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน Qi ทั้งหมด แถมปรับได้หลายระดับ วางสมาร์ทโฟนได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนถือว่าสะดวกมากๆ โดยการใช้งานแนะนำว่าให้หาที่วางและใช้งานตรงนนั้นเลยครับ เพราะถ้าพกไปข้างนอกอาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ

ใครที่สนใจสามารถหาซื้อ moshi Lounge Q Wireless Charging Stand ได้ในราคา 2,990 บาท โดยสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ 425degree

Continue Reading

Smart Review

รีวิว Benco Y50 Pro สมาร์ทโฟนฟีเจอร์ครบ จอใหญ่ 5.7 นิ้ว ในราคาเพียง 2,190 บาท

Published

on

By

ในช่วงนี้สมาร์ทโฟนราคาประหยัดก็น่าจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในกับผู้ที่จะเริ่มต้นให้กับผู้ใหญ่หรือผู้เริ่มใช้งานครั้งแรกครับ วันนี้ทีมงาน iphone-droid.net ก็จะมารีวิวรุ่น Benco Y50 Pro ที่เป็นสมาร์ทโฟนฟีเจอร์ครบ หน้าจอใหญ่ๆ ในราคาสุดประหยัดครับ

สรุปสเปค Benco Y50 Pro

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง : 147.2 x 71.3 x 9.6 มม.
  • น้ำหนัก : 156.8 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Waterdrop Display ชนิด IPS ขนาด 5.71 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1520 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9
  • หน่วยประมวลผลแบบ Unisoc SC9832e Quad Core ความเร็ว 1.4GHz
  • RAM : 2GB
  • ROM : 16GB เพิ่ม MicroSD Card สูงสุด 128GB
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง Dual Camera ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie (Go edition) ครอบทับด้วย Star OS 5.1
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3100mAh

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Benco Y50 Pro
  • แบตเตอรี่ (เอาไว้ใส่กับตัวเครื่อง)
  • อะแดปเตอร์ 5W
  • เคสใส
  • ฟิล์มกันรอย
  • หูฟัง
  • สาย Micro USB 2.0

ดีไซน์ของ Benco Y50 Pro ถือว่ามาในขนาดที่เล็กกะทัดรัดพอสมควร แถมน้ำหนักเบาเพียง 156 กรัมเท่านั้น ใช้งานมือเดียวได้สบายเลยทีเดียว โดยตัวเครื่องด้านหลังไม่ได้ลื่นมือมากครับ

โดยสีที่เราได้มาเป็นสีน้ำเงิน Peacock Blue ที่มีการเล่นเฉดและเงาเพื่อลูกเล่นเข้าไปเล็กน้อยเพิ่มความสวยงาม

ทั้งก่อนเริ่มการใช้งาน Benco Y50 Pro สามารถแกะฝาหลังออกได้เพื่อใส่แบตเตอรี่เข้าไปได้ครับ ไม่งั้นจะเปิดเครื่องไม่ได้นะ

หน้าจอแสดงผลมาแบบหยดน้ำ Waterdrop Display ในขนาดใหญ่ 5.71 นิ้ว ซึ่งตัวอักษรภายในหน้าจอแสดงผลได้ใหญ่เลยทีเดียว หรือจะดูวิดีโอก็รับชมได้เต็มตาพอสมควรครับ

เหนือหน้าจอแสดงผลมีลำโพงสำหรับสนทนา ถัดลงมาเป็นกล้องหน้า

ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ด้านล่างมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 1 เท่านั้น ส่วนด้านขวาจะมีช่องว่างเพื่อไว้แกะฝาหลังออกครับ

ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0 สำหรับชาร์จแบตเตอรี่หรือเชื่อมต่อข้อมูล

ขณะที่ด้านหลังมีกล้องหลังคู่ พร้อมระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ตรงกลาง และลำโพงที่ด้านล่างซ้าย

เมื่อแกะฝาหลังออกก็จะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และ MicroSD Card อยู่ครับ

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

Benco Y50 Pro แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie (Go edition) ครอบทับด้วย Star OS 5.1 ซึ่ง OS รุ่นนี้ก็สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้อยู่เหมือนเดิมครับ โดยระบบความปลอดภัยก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีครับ

ซ่อนหยดน้ำได้

หน้าจอ Benco Y50 Pro มาพร้อมแบบหยดน้ำครับ ซึ่งหากใครที่รู้สึกแปลกๆ ก็สามารถกดเข้าไปเปิดการซ่อนหยดน้ำได้ครับ โดยให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > การแสดงผล > เปิด ‘Hide the notch

ระบบความปลอดภัย

สำหรับความปลอดภัยนอกจากจะมีรหัสผ่านให้ใส่ได้ตามปกติแล้ว ก็ยังมาการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านหลังเครื่องครับ ซึ่งการใช้งานถือว่ารวดเร็วมากสำหรับสมาร์ทโฟนราคานี้ครับ

ทั้งนี้ ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ทำได้เป็นอย่างดีครับ

รองรับทุกแอปชนะ

ทั้งนี้ใครที่จะใช้งานแอปพลิเคชั่น “ชนะ” ไม่ว่าจะเป็น ไทยชนะ, หมอชนะ หรือเป๋าตัง ก็ยังสามารถใช้งานได้เช่นกันครับ รวมถึงแอปพลิเคชั่นโซเชียลต่างๆ ก็โหลดได้สบายๆ

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Benco Y50 Pro ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Unisoc SC9832e ที่อาจเป็นชิพที่ไม่คุ้นหูเท่าไหร่ครับ แต่ก็ถือว่าใช้งานทั่วไปได้ค่อนข้างไหลลื่นเลยทีเดียวครับ จะเล่น Facebook ดู YouTube ก็ทำได้สบายๆ เลย

ทดสอบการเล่นเกม

ในการเล่นเกมทั่วไปที่กราฟิกไม่สูงนักก็ทำได้สบายๆ ครับ โดยเราได้ลองเล่น Candy Crush Saga ที่ติดตั้งมากับเครื่องดูก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ เล่นคั่นเวลาได้เป็นอย่างดี

แบตเตอรี่อึดชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน

เรื่องของแบตเตอรี่ที่แม้ว่าจะให้มาอยู่ที่ 3100mAh ซึ่งอาจจะดูน้อยสำหรับสมาร์ทโฟนยุคนี้ แต่ด้วยหน่วยประมวลผลและการใช้งานต่างๆ ที่ไม่ได้หนักมาก ก็ทำให้ใช้งานได้ตลอดวันแน่นอนครับ ซึ่งหากใครใช้เป็นเครื่องสำรองที่วางสแตนบายเอาไว้ก็อยู่ได้เป็นสัปดาห์เลยทีเดียว

กล้องถ่ายรูป

สำหรับกล้องถ่ายรูปก็ถือว่าใช้งานได้ดีสำหรับราคาระดับนี้ ในการโฟกัสแม้อาจจะช้าไปบ้างแต่ก็ทำออกได้ดีครับ หรือจะเป็นการถ่ายภาพ Portrait ก็สามารถได้เนียนๆ โดยภาพรวมภาพที่ได้ออกมา สีสันไม่ได้ฉูดฉาดมากเท่าไหร่ แต่ทำออกมาได้คมชัดและภาพก็ไม่มีอาการฟุ้งให้เห็น ทั้งนี้ใครที่จะใช้ไปสแกน QR Code ต่างๆ ก็ทำได้แน่นอนครับ

โหมดปกติ

Portrait กล้องหลัง และกล้องหน้า

โหมดกลางคืน

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลให้มาใหญ่ 5.71 นิ้ว ใช้งานได้เต็มตา และได้ความคมชัดในระบบมาตรฐานอย่าง HD+
  • การใช้งานกล้องทำได้ดีและคมชัดสำหรับราคาไม่ถึง 3,000 บาท
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ทั้งวันจากการชาร์จเพียงครั้งเดียว
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่หลังตัวเครื่อง
  • รองรับแอปพลิเคชั่นโซเชียลและอื่นๆ ทั้งหมดในตอนนี้

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

สรุปการใช้งาน

สำหรับ Benco Y50 Pro ถือว่าเหมาะมากๆ สำหรับผู้ที่เริ่มจะใช้งานสมาร์ทโฟนหรือสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการหาสมาร์ทโฟนไว้สักเครื่องครับ การใช้งานทั่วไปถือว่าทำงานได้ปกติ ไม่ได้ช้าจนเกินไปอีกด้วย แถมฟังก์ชันที่ให้มาอย่างการสแกนลายนิ้วมือก็ถือว่าทำได้ดีมากๆ ซึ่งปกติมักไม่ได้เห็นในสมาร์ทโฟนราคาระดับนี้ครับ

ราคา

สำหรับ Benco Y50 Pro วางจำหน่ายในราคาเพียง 2,190 บาท และพิเศษสุดยังแถมหูฟังไร้สาย inone รุ่น B1s Pods ฟรี ซึ่งเป็น Earbud ระบบ True wireless headset รองรับ wireless 5.0 เชื่อมต่อและส่งสัญญาณแรง ทำให้ไม่มีการดีเลย์ในการรับฟัง

ทั้งนี้ Benco Y50 pro ยังรับประกันเครื่อง 1 ปี พร้อมทั้งมี LAVA Express Service บริการซ่อมมือถือผ่านไปรษณีย์ไทยกว่า 1,183 สาขา ส่งฟรี ซ่อมฟรี ภายใน 7 วัน ทั่วประเทศ เพียงดาวน์โหลดแบบฟอร์มบริการ LAVA Express Service และสามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เพจ facebook.com/LAVAmobileThailand หรือเว็ปไซต์ www.bencomobile.com/th และหากสนใจเข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่าย LAVA Benco smartphone สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured5 วัน ago

ส่องโปรโมชั่น “มีนา มีโปร” เซ็ตแพ็คคู่สุดคุ้ม ซื้อสมาร์ทโฟน realme คู่กับอุปกรณ์ AIoT เริ่ม 1 – 15 มี.ค.นี้

realme จัดโปรโมชั่นต...

Featured3 สัปดาห์ ago

ขับไม่เหมือนกันทำไมต้องจ่ายเท่ากัน ? ”ประกันขับดี” มิติใหม่ของประกันรถยนต์จาก AIS Insurance และ MSIG !!

AIS Insurance S...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว realme N1 | M1 Sonic Eletric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าสุดล้ำ “เพื่อช่องปาก สะอาดล้ำลึก”

รีวิว realme N1 | M1...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์ดีไซน์สวย ฟีเจอร์ครบ วัดออกซิเจนในเลือด พร้อมใช้ได้สูงสุด 14 วัน

มาตามสัญญาสำหรับรีวิ...

AIS Hot deal more huawei nova promotion 2021 AIS Hot deal more huawei nova promotion 2021
Android News3 สัปดาห์ ago

ต้อนรับเดือนแห่งความรัก กับสมาร์ทโฟน HUAWEI รุ่นฮิต พร้อมโปรดีที่ AIS Hot deal

ถ้าจะให้พูดถึงสมาร์ท...

Advertisement

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง