[อัพเดท] มือถือ Android ทำงานช้า แนะนำวิธีเพิ่มความเร็ว ทำได้ง่าย ๆ ไม่กี่คลิก

how to speed up android phone

ผู้ใช้งาน Android หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าเมื่อใช้งานไปสักระยะจะพบว่าตัวเครื่องเริ่มทำงานช้า อืด หรืออาจค้างบ้าง ต่างจากตอนซื้อมาใหม่ ๆ วันนี้จะพามาดูวิธีเพิ่มความเร็วให้กับมือถือ Android ที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ไม่กี่คลิก

 

Speed Up Android Phone-03

1. ลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้ออกจากเครื่อง

หลายครั้งที่เรามักจะดาวน์โหลดและติดตั้งแอพพลิเคชั่นไว้บนตัวเครื่องเยอะแยะมากมาย แต่จริง ๆ กลับใช้งานเพียงไม่กี่แอพฯเท่านั้น ซึ่งหากมีแอพฯอยู่บนเครื่องมากเท่าไหร่ ก็จะกินพื้นที่จัดเก็บตัวเครื่องมากเท่านั้น และส่งผลต่อการทำงานของเครื่องอีกด้วย ดังนั้นหากไม่ได้ใช้งานก็ควรลบออกจากเครื่องไปเลย

 

Speed Up Android Phone-04

2. ลบไฟล์ในเครื่องที่ไม่จำเป็น

เมื่อใช้งานมือถือไปได้สักระยะก็จะมีไฟล์ที่เคยเก็บไว้ในเครื่องเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะรูปภาพที่ถ่ายจากกล้องถ่ายรูปของมือถือเอง และไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากแหล่งต่าง ๆ ด้วย ซึ่งไฟล์เหล่านี้เองที่กินพื้นที่ตัวเครื่อง ทำให้พื้นที่จัดเก็บตัวเครื่องลดลงโดยไม่จำเป็น และส่งผลต่อการทำงานของตัวเครื่องเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากไม่ได้ใช้งานแล้วก็ควรลบออกจากเครื่อง หรือถ่ายโอนไปเก็บไว้บนที่จัดเก็บภายนอกก็ได้

 

Speed Up Android Phone-01

3. เคลียร์แคช

รู้หรือไม่ว่าแอพพลิเคชั่นที่เราใช้งานอยู่นั้นจะมีการเก็บไฟล์แคชเอาไว้ในตัวเครื่อง เพื่อให้การเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นในครั้งต่อไปทำงานได้เร็วขึ้น แต่เมื่อผ่านไปนาน ๆ ก็จะมีปริมาณขนาดไฟล์ที่เพิ่มขึ้นจนบางครั้งขนาดใหญ่เป็น GB ดังนั้นควรจะเคลียร์แคชเหล่านี้ออกไปบ้าง

เข้าไปดูขนาดไฟล์แคชได้ที่เมนูการตั้งค่า >> ที่จัดเก็บ >> แตะที่ข้อมูลแคชเพื่อทำการเคลียร์แคช

 

micoSD card

4. เลือก microSD card ให้เหมาะกับรุ่นมือถือ

microSD card เป็นหน่วยความจำแบบแฟลซสำหรับเพิ่มพื่นที่จัดเก็บให้กับมือถือ แต่หากเลือกใช้รุ่นที่ไม่เหมาะกับมือถือก็จะส่งผลต่อการทำงานได้ ทั้งขนาดความจุ และความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลที่แตกต่างกันนี้เองที่สำคัญในการเลือกใช้

มือถือในปัจจุบันจะรองรับ microSD card อย่างน้อยก็ได้ 32GB และสูงสุด 2TB ซึ่งในรายละเอียดข้างกล่องมือถือจะมีบอกไว้อยู่แล้วว่ารองรับได้สูงสุดเท่าไหร่ แล้วเราสามารถใส่ขนาดความจุมากกว่าที่บอกไว้ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ แต่อาจส่งผลต่อการทำงานของมือถือ

Class ความเร็วต่ำสุด ความเร็วสูงสุด ไฟล์ข้อมูล ไฟล์เพลง รูปภาพทั่วไป วิดีโอ SD วิดีโอ HD(720p) วิดีโอ HD(1080p)
2 2 MB/s 8 MB/s  √  √  √
4 4 MB/s 15 MB/s  √  √  √  √
6 6 MB/s 20 MB/s  √  √  √  √  √  √
10  10 MB/s 30 MB/s  √  √  √  √  √  √

 

หากเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในปัจจุบันก็สามารถใช้ Class 10 ได้แล้ว ด้วยขนาดกล้องที่มีความละเอียดสูงขึ้น จึงเหมาะกับการเก็บภาพ รวมถึงไฟล์วิดีโอที่มีความละเอียดสูง ซึ่ง Class ที่สูงขึ้นก็ย่อมมีราคาที่แพงขึ้นด้วยตามลำดับ

นอกจากนี้แล้วยังมี Class 10 และมีเลข 1 หรือเลข 3 ในตัว U ด้วยเรียกว่า UHS-1 หรือ UHS-3 โดยย่อมาจาก Ultra-High Speed Bus มีอัตราความเร็วอ่านเขียนข้อมูลสูงมาก โดย UHS-1 มีความเร็วสูงถึง104MB/s และ 300MB/s ซึ่งเร็วเร็วกว่า Class 10 ธรรมดา เหมาะกับการจัดเก็บไฟล์มีเดียที่มีคุณภาพสูงโดยเฉพาะมือถือเรือธงลำใหม่ที่ต้องการบันทึกวิดีโอ 2K หรือ 4K

 

Speed Up Android Phone-02

5. หากทำงานช้าจนทนไม่ไหวแล้ว รีเซ็ตคืนค่าโรงงาน

หากเครื่องมือถือเกิดทำงานช้าจนทนไม่ไหว เริ่มไม่ตอบสนอง หรือทำงานผิดปกติไปจากเดิม และลองแก้ปัญหาด้วยวิธีต่าง ๆ แล้วก็ยังไม่หาย วิธีสุดท้ายที่จะแก้ปัญหาคือทำการรีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงาน (Factory reset) โดยวิธีการนี้ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ทุกรุ่น แต่อาจแตกต่างกันไปบ้างตามเมนูของแต่ละรุ่น

ก่อนการทำ Factory reset อย่าลืมสำรองข้อมูลไว้ด้วยนะครับ เพราะข้อมูลบนเครื่องจะหายหมด เหมือนเครื่องที่เพิ่งซื้อมาใหม่ !!!