ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ จอเล็กหรือใหญ่เลือกได้ กล้องจัดเต็ม และ S Pen สั่งงานด้วยท่าทางได้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ สมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุด ปรับดีไซน์ให้เหมาะกับการใช้งานร่วมกับ S Pen และอัพเกรดครั้งใหญ่หลายฟีเจอร์เพื่อการใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review 02

สรุปสเปค Samsung Galaxy Note10 ในไทย

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว Dynamic AMOLED ความคมชัด Full HD
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9825
  • แรม 8GB
  • ความจุตัวเครื่อง 256GB (ไม่รองรับ microSD Card)
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 12 + 12 + 16 ล้านพิกเซล
    • Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS, f/2.2
    • Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS มุมกว้าง 77 องศา, f/1.5 – f/2.4
    • Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา f/2.1
  • กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล f/2.2
  • แบตเตอรี่ 3500mAh ชาร์จเร็ว 25W

สรุปสเปค Samsung Galaxy Note10+ ในไทย

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.8 นิ้ว Dynamic AMOLED ความคมชัด WQHD
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9825
  • แรม 12GB
  • ความจุตัวเครื่อง 256GB และ 512GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ 12 + 12 + 16 ล้านพิกเซล + ToF
    • Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS, f/2.2
    • Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS มุมกว้าง 77 องศา, f/1.5 – f/2.4
    • Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา f/2.1
    • กล้อง ToF
  • กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล f/2.2
  • แบตเตอรี่ 4300mAh ชาร์จเร็ว 45W

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว Full HD และ 6.8 นิ้ว WQHD พื้นที่หน้าจอชิดขอบทุกด้าน ไม่มีรอยบาก ทำให้ขนาดตัวเครื่องเท่ากับ Galaxy Note9 แต่ได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเจาะรูหน้าเพื่อฝังกล้องหน้าเซลฟี่ไว้ใต้กระจกหน้าจอ

การออกรุ่น Galaxy Note10 ตัวธรรมดาก็เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการขนาดเครื่องที่ใหญ่เกินไป ในขณะที่ Note10+ หน้าจอใหญ่ก็ยังคงตอบโจทย์แฟนๆ Note ที่ต้องการหน้าจอใหญ่ในการใช้งานได้เต็มที่

หน้าจอเป็นเทคโนโลยี Dynamic AMOLED ที่มีความแม่นยำของสีระดับ A+ จากการทดสอบโดย DisplayMate ซึ่งเป็นจอที่สวยที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟน Samsung ในขณะนี้ รองรับการแสดงผล HDR10+ อีกทั้งยังช่วยตัดแสงสีฟ้าได้ถึง 41% ในโหมดการใช้งานปกติ โดยไม่ต้องเปิดโหมดตัดแสงสีฟ้า

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

กล้องหน้าจัดวางไว้ในหน้าจอบริเวณกึ่งกลางพอดี เพื่อให้การดีไซน์มีความสมมาตร และเมื่อถ่ายรูปจะทำให้สายตาดูสวยเป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อเทียบกับกล้องที่อยู่มุมใดมุมหนึ่งของหน้าจอ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ฝังไว้ใต้หน้าจอ โดยเป็นการใช้คลื่นเสียงในการสแกนลายนิ้วมือบนสมาร์ทโฟนเป็นรุ่นแรกของโลก

ระบบเสียงเป็นสเตอริโอ แต่มีการซ่อนลำโพงที่เนียนมากขึ้น รวมถึงเซ็นเซอร์ต่างๆ ก็ถูกซ่อนเอาไว้จนมองไม่เห็น ทำให้พื้นที่ด้านหน้าดูสะอาดตา เห็นหน้าจอได้แบบเต็มตามากๆ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงใน Galaxy Note10 Series คือการนำช่องหูฟัง 3.5 มม. ออกไป ทำให้ตัวเครื่องดูสวยงามมากขึ้น ตัวเครื่องบางลง มีพื้นที่ให้เพิ่มขนาดแบตมากขึ้นและจัดวาง Haptic Feedback ที่สั่นได้ดีมากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Galaxy Note10 ทั้ง 2 รุ่นใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และมีช่องเก็บปากกาที่ขอบด้านล่างตัวเครื่อง

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

S Pen ยังคงดีไซน์เหมือนในรุ่น Note9 แต่มีการเพิ่มเซ็นเซอร์ Gyro เข้ามา ทำให้สั่งงานด้วยท่าทางจากการขยับตัวปากกาได้ และเพิ่มฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์ให้ทำงานได้หลากหลายมากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ถาดใส่ซิมขออง Note10 เป็นแบบ Dual SIM ไม่มีช่อง microSD Card ในขณะที่รุ่น Note10+ เป็นถาดซิมแบบ Hybrid เลือกใส่ microSD Card ได้

ขอบด้านซ้ายมีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง ซึ่งทาง Samsung ได้ตัดปุ่ม Bixby ออกไป โดยนำไปรวมไว้ในปุ่ม Power สามารถตั้งค่าให้เรียกใช้งาน Bixby ได้เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องมีปุ่มแยก และปุ่มทั้งหมดจะอยู่ด้านข้างซ้าย ทำให้ด้านขวาไม่มีปุ่มใดๆ ดูสวยงามเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับสีตัวเครื่องที่ใช้รีวิวนี้ Galaxy Note10 สี Aura Pink และ Note10+ เป็นตัวเครื่องสี Aura Glow ซึ่งเป็นสีใหม่ของปีนี้ ทำให้มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันได้มากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

กล้องหลังของทั้ง 2 รุ่นประกอบด้วยกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.5, f/2.4 กล้อง Telephoto 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า และกล้อง Ultra Wide 16 ล้านพิกเซล f/2.1 มุมกว้าง 123 องศา โดยในรุ่น Note10+ เพิ่มกล้อง ToF เข้ามาเป็นกล้องตัวที่ 4

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ รันระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie และ One UI เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่มีการปรับส่วนต่างๆ ให้สามารถใช้งานมือเดียวได้สะดวกมากขึ้น และมีการเพิ่มปุ่มปิดตัวเครื่องไว้ในส่วนของ Quick Settings ด้วย หลังจากตัวเครื่องของรุ่นนี้มีปุ่ม Power และ Bixby รวมอยู่ในปุ่มเดียวกัน

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับการแสดงผลบนหน้าจอ Dynamic AMOLED ของ Note10+ มีให้เลือกใช้งานหลักๆ 2 โหมดคือ สดใส และธรรมชาติ โดยความละเอียดหน้าจอจะถูกกำหนดค่าเริ่มต้นเป็น FHD+ เพื่อประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ดังนั้นถ้าใครต้องการใช้งานความละเอียดของหน้าจอแบบเต็มที่ก็สามารถเข้าไปเลือกได้ในเมนูการตั้งค่าความละเอียดของหน้าจอ และมีโหมดกลางคืนให้เพื่อเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Galaxy Note10 สามารถบันทึกวิดีโอหน้าจอได้แล้วจากทุกหน้าจอ ซึ่งรองรับการบันทึกขณะเปิดกล้องหน้าถ่ายรูปได้ด้วย จากเดิมที่ทำได้เพียงการบันทึกเกมขณะเล่นเกมผ่านเครื่องมือที่อยู่ใน Game Tools เท่านั้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ฟีเจอร์เด่นของ Note10 Series อยู่ที่ปากกา S Pen ทำให้เป็นจุดขายที่แยกระหว่าง S Series ได้ชัดเจดที่สุด นอกเหนือจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า โดยฟีเจอร์หลักๆ ยังคงทำงานได้เหมือนเดิม แต่ดีไซน์ของรุ่นใหม่เป็นแบบ Unibody ไร้รอยต่อ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ฟีเจอร์ใหม่ของ S Pen คือการทำงานได้ด้วยการสั่งงานผ่านทางทางได้เหมือนรีโมท เพราะว่าในตัวปากกามีการเพิ่มเซ็นเซอร์ Gyro ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ 6 แกนที่มีความแม่นยำ ขยับปากกาได้หลากหลายท่าเพื่อสั่งงานตามคำสั่งที่ได้กำหนดเอาไว้ เช่น กดปุ่มที่ตัว S Pen แล้วตวัดขึ้นหรือลงเพื่อสลับกล้องหลัง-กล้องหน้า หรือแม้แต่ใช้สำหรับซูมกล้องก็ทำได้ เป็นต้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

การแปลงลายมือจากการเขียนเป็นตัวอักษรก็ได้รับการอัพเกรดให้แปลงประโยคยาวๆ ได้ จากเดิมที่แปลงได้เป็นคำๆ และที่สำคัญคือลายมือภาษาไทยที่อ่านยากๆ ก็ยังแปลงได้ด้วย จากนั้นก็สามารถแชร์เป็นไฟล์ต่อได้ทันที

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ความพิเศษอีกอย่างคือการเพิ่มเสียงของปากกา (Pen Sound) เวลาเขียนบนหน้าจอที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเขียนบนกระดาษด้วยปากกาของจริง และ Screen Off Memo สามารถเปลี่ยนสีพื้นหลังได้หลายสีมากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

S Pen สามารถใช้วาดบนหน้าจอร่วมกับฟีเจอร์ AR Doodle ได้ โดยหนึ่งในโหมดกล้องของ Note10 ที่ใช้ปากกาวาดแต่งใบหน้าของแต่ละคนในรูปแบบเสมือนจริงแล้วถ่ายเป็นคลิปวิดีโอได้ ซึ่งตำแหน่งของการวาดด้วยปากกา S Pen จะจดจำอยู่ในตำแหน่งเดิมตามใบหน้าของแต่ละคน หรือตำแหน่งเดิมตามสภาพแวดล้อมขณะทำการวาด เมื่อหันกล้องไปมุมอื่นก็จะไม่แสดงให้เห็น แต่ถ้าหันกล้องมาจุดเดิมหรือใบหน้าเดิมก็จะแสดงรูปที่เราวาด

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับแบตเตอรี่ของ S Pen ทาง Samsung เคลมว่าใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อถอดออกใช้งาน และจะชาร์จอัตโนมัติเมื่อเก็บปากกาเข้าตัวเครื่องเหมือนเดิม

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Samsung DeX ได้รับการพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งาน DeX ได้แล้ว รองรับการใช้งาน Mac ได้ด้วย ทำให้ไม่ต้องหาเม้าส์หรือคีย์บอร์ดมาเชื่อมต่อให้ยุ่งยากอีกต่อไป และในขณะใช้งาน DeX สามารถถ่ายโอนไฟล์ไปมาระหว่างเครื่องพีซีและ Note10 ได้ทันที โดย Note10 ก็ยังใช้งานเป็นสมาร์ทโฟนได้ตามปกติ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ระบบเสียงในตัวเครื่องของ Galaxy S10 และ S10+ รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos โดยใช้ลำโพงที่อยู่ด้านล่างและลำโพงที่ขอบด้านบนตัวเครื่องในการขับเสียงออกมาในรูปแบบสเตอริโอ ทำให้เกิดมิติเสียงซ้ายขวา ซึ่งฟีเจอร์นี้ทำงานได้ทั้งการดูหนัง ฟังเพลง และการเล่นเกม

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Quick measure แอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งมาใน Galaxy Note10+ สำหรับใช้วัดขนาดสิ่งของต่างๆ ทั้งวัดความยาว ความกว้าง วัตถุทงสี่เหลี่ยม หรือจะวัดรัศมีของวงกลม รวมไปถึงการวัดสิ่งของแบบ 3 มิติก็ทำได้เช่นกัน โดยแอปตัวนี้จะใช้งานเฉพาะในรุ่นที่มีกล้อง ToF เท่านั้น

การเชื่อมต่อของ Galaxy Note10 รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ดบนเครือข่าย LTE-A โดยสามารถเปิดใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม อีกทั้งยังรองรับทั้ง VoLTE และ WiFi Calling (VoWiFi) มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, รองรับ Wi-Fi 6 MU-MIMO และระบบ GPS, GLONASS, Beidou, Galileo รวมไปถึงการเชื่อมต่อผ่าน NFC และ Bluetooth 5.0 ด้วย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ ใช้ชิพประมวลผล Exynos 9825 เป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ 7nm ซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระดับคือ 2 + 2 + 4 ได้แก่ Dual-core 2.73GHz Mongoose M4 ถัดมาเป็น Dual-core 2.4GHz Cortex-A75 เพื่อการประมวลผลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด และ Quad-core 1.9GHz Cortex-A55 เพื่อประมวลผลที่ประหยัดพลังงาน สำหรับตัวกราฟิก Mali-G76 MP12 รองรับ API กราฟิกที่ทันสมัย เช่น OpenGL ES 3.2, Vulkan 1.0, OpenCL 2.0, DirectX 12 FL11_1 และ Renderscrip

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ระดับคะแนนถือว่าทำได้สูงมาก โดยรุ่น Galaxy Note10 แรม 8GB ทำคะแนนรวมได้ 347,812 คะแนน และ Note10+ แรม 12GB ทำคะแนนรวมได้ 346,912 คะแนน

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี

  • Galaxy Note10 แรม 8GB ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,496 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 10,426 คะแนน
  • Galaxy Note10+ แรม 12GB ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,522 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 10,081 คะแนน

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังฮิตในขณะนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับสูง และภาพความละเอียดสูง

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

เกม ROV เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับการเล่นบน Galaxy Note10+ รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากๆ วิ่งระหว่าง 59-60fps ตลอดการเล่น และบางฉากวิ่งทะลุ 61fps แม้จะเป็นช่วงการร่วมทีมไฟต์ก็ไม่ตก

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Galaxy Note10 มีแบตเตอรี่ 4300mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน หรือแม้แต่การเล่นเกมต่อเนื่องกัน 2-3 ชั่วโมง รวมกับการดูคลิป เล่นโซเชียล เปิดกล้องถ่ายรูปตลอดทั้งวัน แบตก็อยู่ได้นานเกือบทั้งวัน ถือว่าจัดการพลังงานได้ดีมากๆ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับการชาร์จแบต Galaxy Note10+ ด้วยสายจะรองรับกำลังไฟสูงสุด 45W แต่หัวชาร์จที่ให้มาเป็นขนาด 25W และรองรับการชาร์จไร้สาย 15W ทำให้ชาร์จได้รวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ก็มี Wireless PowerShare ฟีเจอร์การชาร์จแบตไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ทั้งสมาร์ทโฟน นาฬิกา หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์ทุกอย่างที่รองรับมาตรฐาน Qi หรือทำตัวเป็นแท่นชาร์จได้โดยการเสียบชาร์จ Galaxy Note10 หรือ Note10+ แล้ววางนาฬิกาบนฝาหลัง Note10 ได้ เป็นต้น โดยกำลังไฟในการชาร์จผ่านฟีเจอร์นี้สูงสุด 9W

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องหน้าของ Galaxy Note10 และ Note10+ เป็นกล้องความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มีระบบออโต้โฟกัสแบบ Dual Pixel ถูกติดตั้งไว้ในหน้าจอบริเวณกลางเครื่องส่วนบน และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ในการเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าเลือกได้ว่าเป็นการถ่ายเซลฟี่แบบเดียวหรือแบบกลุ่ม โดยจะมีไอคอนให้เลือกบนหน้าจอ เพื่อให้การเซลฟี่กลุ่มสามารถเก็บภาพได้กว้างมากขึ้น ซึ่งจากการใช้งานพบว่าระบบโฟกัสทำงานได้รวดรวดเร็วมากๆ ไม่มีการดึงภาพเข้าออกให้เห็นเลย และกล้องหน้ามีโหมด Live Focus สำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์กล้องเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดในการทำเอฟเฟ็กต์ละลายฉากหลังให้เนียนเป็นธรรมชาติ

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

 

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review 03

กล้องหลังของทั้ง 2 รุ่นประกอบด้วยกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.5, f/2.4 กล้อง Telephoto 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า และกล้อง Ultra Wide 16 ล้านพิกเซล f/2.1 มุมกว้าง 123 องศา โดยในรุ่น Note10+ เพิ่มกล้อง ToF เข้ามาเป็นกล้องตัวที่ 4

 

ในโหมดออโต้มี AI Scene Optimizer ในการปรับค่ากล้องให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นๆ แบบอัตโนมัติ โดยจะมีไอคอนฉากต่างๆ ขึ้นมาบนหน้าจอขณะทำการถ่ายภาพ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review

โหมด Live Focus กล้องหลังสามารถปรับความเบลอของฉลากหลัง และเอฟเฟ็กต์เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ เบลอ (Blur), ปั่น (Spin Bokeh), ซูม (Zoom Bokeh) และจุดสี (Color point) ซึ่งเอฟเฟ็กต์เหล่านี้ทำได้ทั้งขณะถ่ายรูปและหลังจากถ่ายรูปก็ทำได้เช่นกัน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review

สำหรับเลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เป็นฟีเจอร์กล้องที่เข้ามาเติมเต็มความสามารถของกล้องถ่ายรูปบนมือถือได้เป็นอย่างดี ระยะใกล้แค่ไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องถอยห่างอีกต่อไป

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review

Night Mode ของ Galaxy Note10 และ Note10+ มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยกล้องหลังสามารถถ่ายได้ทั้งกล้องหลักและกล้อง Ultra Wide ซึ่งการถ่ายด้วยโหมดนี้ต้องถือให้นิ่งๆ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด เพราะว่าการถ่ายภาพด้วยโหมดนี้จะมีการถ่ายภาพหลายซ็อตแล้วนำภาพทั้งหมดมารวมเป็นภาพเดียวกันนั่นเอง

ด้านการถ่ายวิดีโอ Galaxy Note10 และ Note10+ ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับการถ่ายวิดีโอแบบซูมแล้วไมโครโฟนสามารถเพิ่มระดับเสียงตามทิศทางของกล้องที่ซูมได้ พร้อมกับตัดเสียงอื่นๆ ออกไป ซึ่งในรุ่นใหม่นี้มีไมโครโฟนมากถึง 3 ตัว และ Super Steady Mode ถ่ายวิดีโอได้นิ่งมากขึ้น ด้วยระบบกันสั่นด้วยฮาร์ดแวร์ OIS และมี AI เข้ามาช่วยด้วย นอกจากนี้ก็มีการใช้กล้องหลักในการซูมภาพได้ระหว่างถ่ายด้วยโหมดนี้ ทำให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น

สรุปจุดเด่น

  • Galaxy Note10+ จอใหญ่ สวยคมชัด สีสันสดใส และรองรับการแสดงผล HDR10+
  • อินเตอร์เฟซสบายตาและใช้งานได้ลื่นไหล
  • กล้องหน้าเลนส์อยู่ในหน้าจอ มีระบบโฟกัส Dual Pixel และบันทึกวิดีโอ 4K ได้ด้วย
  • กล้องหลัง 3 ตัว ครบทุกชนิดเลนส์ ตอบโจทย์การถ่ายรูปที่ครบทุกฟีเจอร์ในเครื่องเดียว โดยรุ่น Note10+ เพิ่มกล้อง ToF ทำโบเก้ได้สวยมากขึ้นและวัดขนาดสิ่งของด้วยกล้องได้
  • แบตเตอรี่ 4300mAh ของ Note10+ ถือว่าเป็นรุ่นที่ให้มาเยอะที่สุดเลยจาก Samsung และชาร์จไวสูงสุด 45W
  • ตัวเครื่องกันน้ำได้ IP68

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • Note10 ความละเอียดจอ FullHD+
  • Note10 ไม่รองรับ microSD card แต่ความจุ 256GB ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน
  • Note10 มีแรม 8GB ส่วนรุ่น Note10+ มีแรม 12GB
  • Note10+ ชาร์​จ 45W ต้องซื้ออะแดปเตอร์เพิ่ม (ในกล่องให้หัวแบบ 25W)

Android News

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

วันนี้จะพาไปอัปเดทโปรโมชั่นเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จากทุกค่าย AIS, dtac และ TrueMove H ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ก่อนจะไปดูโปรโมชั่น เรามาดูฟีเจอร์เด็ดของ HUAWEI Mate30 Pro กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF สำหรับเก็บรายละเอียด ทำให้ถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์และได้ภาพสวยในทุกมุมมองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถูกใจคนรักการถ่ายรูปแน่นอน

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ความเร็วแรงของตัวเครื่องต้องยกให้กับรุ่นนี้เลย HUAWEI Mate30 Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin 990 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร เร็ว แรง และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40W อีกด้วย

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI Mate30 Pro เป็นการดีไซน์แบบ Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว โค้งมนทำมุม 88 องศา และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Innovative Side-Touch Interaction ใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องแบบล้ำๆ ไม่เหมือนใคร

มาถึงโปรโมชั่นโดนๆ จาก 3 ค่าย AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น ใครใช้งานค่ายไหนอยู่ก็เลือกค่ายนั้นได้เลย

  • HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS ราคาพิเศษ 12,490 บาท สำหรับลูกค้ารายเดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก dtac ราคาพิเศษ 15,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก TrueMove H ราคาพิเศษ 13,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News3 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง