รีวิว Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ จอเล็กหรือใหญ่เลือกได้ กล้องจัดเต็ม และ S Pen สั่งงานด้วยท่าทางได้

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ สมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุด ปรับดีไซน์ให้เหมาะกับการใช้งานร่วมกับ S Pen และอัพเกรดครั้งใหญ่หลายฟีเจอร์เพื่อการใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review 02

สรุปสเปค Samsung Galaxy Note10 ในไทย

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว Dynamic AMOLED ความคมชัด Full HD
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9825
  • แรม 8GB
  • ความจุตัวเครื่อง 256GB (ไม่รองรับ microSD Card)
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 12 + 12 + 16 ล้านพิกเซล
    • Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS, f/2.2
    • Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS มุมกว้าง 77 องศา, f/1.5 – f/2.4
    • Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา f/2.1
  • กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล f/2.2
  • แบตเตอรี่ 3500mAh ชาร์จเร็ว 25W

สรุปสเปค Samsung Galaxy Note10+ ในไทย

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.8 นิ้ว Dynamic AMOLED ความคมชัด WQHD
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ One UI
  • ซีพียู Exynos 9825
  • แรม 12GB
  • ความจุตัวเครื่อง 256GB และ 512GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ 12 + 12 + 16 ล้านพิกเซล + ToF
    • Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล Zoom 2X มีระบบกันสั่น OIS, f/2.2
    • Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS มุมกว้าง 77 องศา, f/1.5 – f/2.4
    • Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา f/2.1
    • กล้อง ToF
  • กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล f/2.2
  • แบตเตอรี่ 4300mAh ชาร์จเร็ว 45W

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว Full HD และ 6.8 นิ้ว WQHD พื้นที่หน้าจอชิดขอบทุกด้าน ไม่มีรอยบาก ทำให้ขนาดตัวเครื่องเท่ากับ Galaxy Note9 แต่ได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเจาะรูหน้าเพื่อฝังกล้องหน้าเซลฟี่ไว้ใต้กระจกหน้าจอ

การออกรุ่น Galaxy Note10 ตัวธรรมดาก็เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการขนาดเครื่องที่ใหญ่เกินไป ในขณะที่ Note10+ หน้าจอใหญ่ก็ยังคงตอบโจทย์แฟนๆ Note ที่ต้องการหน้าจอใหญ่ในการใช้งานได้เต็มที่

หน้าจอเป็นเทคโนโลยี Dynamic AMOLED ที่มีความแม่นยำของสีระดับ A+ จากการทดสอบโดย DisplayMate ซึ่งเป็นจอที่สวยที่สุดสำหรับสมาร์ทโฟน Samsung ในขณะนี้ รองรับการแสดงผล HDR10+ อีกทั้งยังช่วยตัดแสงสีฟ้าได้ถึง 41% ในโหมดการใช้งานปกติ โดยไม่ต้องเปิดโหมดตัดแสงสีฟ้า

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

กล้องหน้าจัดวางไว้ในหน้าจอบริเวณกึ่งกลางพอดี เพื่อให้การดีไซน์มีความสมมาตร และเมื่อถ่ายรูปจะทำให้สายตาดูสวยเป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อเทียบกับกล้องที่อยู่มุมใดมุมหนึ่งของหน้าจอ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ฝังไว้ใต้หน้าจอ โดยเป็นการใช้คลื่นเสียงในการสแกนลายนิ้วมือบนสมาร์ทโฟนเป็นรุ่นแรกของโลก

ระบบเสียงเป็นสเตอริโอ แต่มีการซ่อนลำโพงที่เนียนมากขึ้น รวมถึงเซ็นเซอร์ต่างๆ ก็ถูกซ่อนเอาไว้จนมองไม่เห็น ทำให้พื้นที่ด้านหน้าดูสะอาดตา เห็นหน้าจอได้แบบเต็มตามากๆ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงใน Galaxy Note10 Series คือการนำช่องหูฟัง 3.5 มม. ออกไป ทำให้ตัวเครื่องดูสวยงามมากขึ้น ตัวเครื่องบางลง มีพื้นที่ให้เพิ่มขนาดแบตมากขึ้นและจัดวาง Haptic Feedback ที่สั่นได้ดีมากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Galaxy Note10 ทั้ง 2 รุ่นใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และมีช่องเก็บปากกาที่ขอบด้านล่างตัวเครื่อง

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

S Pen ยังคงดีไซน์เหมือนในรุ่น Note9 แต่มีการเพิ่มเซ็นเซอร์ Gyro เข้ามา ทำให้สั่งงานด้วยท่าทางจากการขยับตัวปากกาได้ และเพิ่มฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์ให้ทำงานได้หลากหลายมากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ถาดใส่ซิมขออง Note10 เป็นแบบ Dual SIM ไม่มีช่อง microSD Card ในขณะที่รุ่น Note10+ เป็นถาดซิมแบบ Hybrid เลือกใส่ microSD Card ได้

ขอบด้านซ้ายมีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง ซึ่งทาง Samsung ได้ตัดปุ่ม Bixby ออกไป โดยนำไปรวมไว้ในปุ่ม Power สามารถตั้งค่าให้เรียกใช้งาน Bixby ได้เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องมีปุ่มแยก และปุ่มทั้งหมดจะอยู่ด้านข้างซ้าย ทำให้ด้านขวาไม่มีปุ่มใดๆ ดูสวยงามเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับสีตัวเครื่องที่ใช้รีวิวนี้ Galaxy Note10 สี Aura Pink และ Note10+ เป็นตัวเครื่องสี Aura Glow ซึ่งเป็นสีใหม่ของปีนี้ ทำให้มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันได้มากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

กล้องหลังของทั้ง 2 รุ่นประกอบด้วยกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.5, f/2.4 กล้อง Telephoto 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า และกล้อง Ultra Wide 16 ล้านพิกเซล f/2.1 มุมกว้าง 123 องศา โดยในรุ่น Note10+ เพิ่มกล้อง ToF เข้ามาเป็นกล้องตัวที่ 4

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ รันระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie และ One UI เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่มีการปรับส่วนต่างๆ ให้สามารถใช้งานมือเดียวได้สะดวกมากขึ้น และมีการเพิ่มปุ่มปิดตัวเครื่องไว้ในส่วนของ Quick Settings ด้วย หลังจากตัวเครื่องของรุ่นนี้มีปุ่ม Power และ Bixby รวมอยู่ในปุ่มเดียวกัน

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับการแสดงผลบนหน้าจอ Dynamic AMOLED ของ Note10+ มีให้เลือกใช้งานหลักๆ 2 โหมดคือ สดใส และธรรมชาติ โดยความละเอียดหน้าจอจะถูกกำหนดค่าเริ่มต้นเป็น FHD+ เพื่อประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ดังนั้นถ้าใครต้องการใช้งานความละเอียดของหน้าจอแบบเต็มที่ก็สามารถเข้าไปเลือกได้ในเมนูการตั้งค่าความละเอียดของหน้าจอ และมีโหมดกลางคืนให้เพื่อเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Galaxy Note10 สามารถบันทึกวิดีโอหน้าจอได้แล้วจากทุกหน้าจอ ซึ่งรองรับการบันทึกขณะเปิดกล้องหน้าถ่ายรูปได้ด้วย จากเดิมที่ทำได้เพียงการบันทึกเกมขณะเล่นเกมผ่านเครื่องมือที่อยู่ใน Game Tools เท่านั้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ฟีเจอร์เด่นของ Note10 Series อยู่ที่ปากกา S Pen ทำให้เป็นจุดขายที่แยกระหว่าง S Series ได้ชัดเจดที่สุด นอกเหนือจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า โดยฟีเจอร์หลักๆ ยังคงทำงานได้เหมือนเดิม แต่ดีไซน์ของรุ่นใหม่เป็นแบบ Unibody ไร้รอยต่อ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ฟีเจอร์ใหม่ของ S Pen คือการทำงานได้ด้วยการสั่งงานผ่านทางทางได้เหมือนรีโมท เพราะว่าในตัวปากกามีการเพิ่มเซ็นเซอร์ Gyro ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ 6 แกนที่มีความแม่นยำ ขยับปากกาได้หลากหลายท่าเพื่อสั่งงานตามคำสั่งที่ได้กำหนดเอาไว้ เช่น กดปุ่มที่ตัว S Pen แล้วตวัดขึ้นหรือลงเพื่อสลับกล้องหลัง-กล้องหน้า หรือแม้แต่ใช้สำหรับซูมกล้องก็ทำได้ เป็นต้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

การแปลงลายมือจากการเขียนเป็นตัวอักษรก็ได้รับการอัพเกรดให้แปลงประโยคยาวๆ ได้ จากเดิมที่แปลงได้เป็นคำๆ และที่สำคัญคือลายมือภาษาไทยที่อ่านยากๆ ก็ยังแปลงได้ด้วย จากนั้นก็สามารถแชร์เป็นไฟล์ต่อได้ทันที

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ความพิเศษอีกอย่างคือการเพิ่มเสียงของปากกา (Pen Sound) เวลาเขียนบนหน้าจอที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเขียนบนกระดาษด้วยปากกาของจริง และ Screen Off Memo สามารถเปลี่ยนสีพื้นหลังได้หลายสีมากขึ้น

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

S Pen สามารถใช้วาดบนหน้าจอร่วมกับฟีเจอร์ AR Doodle ได้ โดยหนึ่งในโหมดกล้องของ Note10 ที่ใช้ปากกาวาดแต่งใบหน้าของแต่ละคนในรูปแบบเสมือนจริงแล้วถ่ายเป็นคลิปวิดีโอได้ ซึ่งตำแหน่งของการวาดด้วยปากกา S Pen จะจดจำอยู่ในตำแหน่งเดิมตามใบหน้าของแต่ละคน หรือตำแหน่งเดิมตามสภาพแวดล้อมขณะทำการวาด เมื่อหันกล้องไปมุมอื่นก็จะไม่แสดงให้เห็น แต่ถ้าหันกล้องมาจุดเดิมหรือใบหน้าเดิมก็จะแสดงรูปที่เราวาด

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับแบตเตอรี่ของ S Pen ทาง Samsung เคลมว่าใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 ชั่วโมงเมื่อถอดออกใช้งาน และจะชาร์จอัตโนมัติเมื่อเก็บปากกาเข้าตัวเครื่องเหมือนเดิม

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Samsung DeX ได้รับการพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งาน DeX ได้แล้ว รองรับการใช้งาน Mac ได้ด้วย ทำให้ไม่ต้องหาเม้าส์หรือคีย์บอร์ดมาเชื่อมต่อให้ยุ่งยากอีกต่อไป และในขณะใช้งาน DeX สามารถถ่ายโอนไฟล์ไปมาระหว่างเครื่องพีซีและ Note10 ได้ทันที โดย Note10 ก็ยังใช้งานเป็นสมาร์ทโฟนได้ตามปกติ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ระบบเสียงในตัวเครื่องของ Galaxy S10 และ S10+ รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos โดยใช้ลำโพงที่อยู่ด้านล่างและลำโพงที่ขอบด้านบนตัวเครื่องในการขับเสียงออกมาในรูปแบบสเตอริโอ ทำให้เกิดมิติเสียงซ้ายขวา ซึ่งฟีเจอร์นี้ทำงานได้ทั้งการดูหนัง ฟังเพลง และการเล่นเกม

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Quick measure แอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งมาใน Galaxy Note10+ สำหรับใช้วัดขนาดสิ่งของต่างๆ ทั้งวัดความยาว ความกว้าง วัตถุทงสี่เหลี่ยม หรือจะวัดรัศมีของวงกลม รวมไปถึงการวัดสิ่งของแบบ 3 มิติก็ทำได้เช่นกัน โดยแอปตัวนี้จะใช้งานเฉพาะในรุ่นที่มีกล้อง ToF เท่านั้น

การเชื่อมต่อของ Galaxy Note10 รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ดบนเครือข่าย LTE-A โดยสามารถเปิดใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม อีกทั้งยังรองรับทั้ง VoLTE และ WiFi Calling (VoWiFi) มีพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, รองรับ Wi-Fi 6 MU-MIMO และระบบ GPS, GLONASS, Beidou, Galileo รวมไปถึงการเชื่อมต่อผ่าน NFC และ Bluetooth 5.0 ด้วย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ ใช้ชิพประมวลผล Exynos 9825 เป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ 7nm ซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระดับคือ 2 + 2 + 4 ได้แก่ Dual-core 2.73GHz Mongoose M4 ถัดมาเป็น Dual-core 2.4GHz Cortex-A75 เพื่อการประมวลผลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด และ Quad-core 1.9GHz Cortex-A55 เพื่อประมวลผลที่ประหยัดพลังงาน สำหรับตัวกราฟิก Mali-G76 MP12 รองรับ API กราฟิกที่ทันสมัย เช่น OpenGL ES 3.2, Vulkan 1.0, OpenCL 2.0, DirectX 12 FL11_1 และ Renderscrip

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ระดับคะแนนถือว่าทำได้สูงมาก โดยรุ่น Galaxy Note10 แรม 8GB ทำคะแนนรวมได้ 347,812 คะแนน และ Note10+ แรม 12GB ทำคะแนนรวมได้ 346,912 คะแนน

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี

  • Galaxy Note10 แรม 8GB ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,496 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 10,426 คะแนน
  • Galaxy Note10+ แรม 12GB ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,522 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 10,081 คะแนน

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังฮิตในขณะนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับสูง และภาพความละเอียดสูง

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

เกม ROV เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับการเล่นบน Galaxy Note10+ รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากๆ วิ่งระหว่าง 59-60fps ตลอดการเล่น และบางฉากวิ่งทะลุ 61fps แม้จะเป็นช่วงการร่วมทีมไฟต์ก็ไม่ตก

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

Galaxy Note10 มีแบตเตอรี่ 4300mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน หรือแม้แต่การเล่นเกมต่อเนื่องกัน 2-3 ชั่วโมง รวมกับการดูคลิป เล่นโซเชียล เปิดกล้องถ่ายรูปตลอดทั้งวัน แบตก็อยู่ได้นานเกือบทั้งวัน ถือว่าจัดการพลังงานได้ดีมากๆ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

สำหรับการชาร์จแบต Galaxy Note10+ ด้วยสายจะรองรับกำลังไฟสูงสุด 45W แต่หัวชาร์จที่ให้มาเป็นขนาด 25W และรองรับการชาร์จไร้สาย 15W ทำให้ชาร์จได้รวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ก็มี Wireless PowerShare ฟีเจอร์การชาร์จแบตไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ทั้งสมาร์ทโฟน นาฬิกา หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์ทุกอย่างที่รองรับมาตรฐาน Qi หรือทำตัวเป็นแท่นชาร์จได้โดยการเสียบชาร์จ Galaxy Note10 หรือ Note10+ แล้ววางนาฬิกาบนฝาหลัง Note10 ได้ เป็นต้น โดยกำลังไฟในการชาร์จผ่านฟีเจอร์นี้สูงสุด 9W

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องหน้าของ Galaxy Note10 และ Note10+ เป็นกล้องความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มีระบบออโต้โฟกัสแบบ Dual Pixel ถูกติดตั้งไว้ในหน้าจอบริเวณกลางเครื่องส่วนบน และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review

ในการเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าเลือกได้ว่าเป็นการถ่ายเซลฟี่แบบเดียวหรือแบบกลุ่ม โดยจะมีไอคอนให้เลือกบนหน้าจอ เพื่อให้การเซลฟี่กลุ่มสามารถเก็บภาพได้กว้างมากขึ้น ซึ่งจากการใช้งานพบว่าระบบโฟกัสทำงานได้รวดรวดเร็วมากๆ ไม่มีการดึงภาพเข้าออกให้เห็นเลย และกล้องหน้ามีโหมด Live Focus สำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์กล้องเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดในการทำเอฟเฟ็กต์ละลายฉากหลังให้เนียนเป็นธรรมชาติ

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

 

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Review 03

กล้องหลังของทั้ง 2 รุ่นประกอบด้วยกล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.5, f/2.4 กล้อง Telephoto 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า และกล้อง Ultra Wide 16 ล้านพิกเซล f/2.1 มุมกว้าง 123 องศา โดยในรุ่น Note10+ เพิ่มกล้อง ToF เข้ามาเป็นกล้องตัวที่ 4

 

ในโหมดออโต้มี AI Scene Optimizer ในการปรับค่ากล้องให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นๆ แบบอัตโนมัติ โดยจะมีไอคอนฉากต่างๆ ขึ้นมาบนหน้าจอขณะทำการถ่ายภาพ

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review

โหมด Live Focus กล้องหลังสามารถปรับความเบลอของฉลากหลัง และเอฟเฟ็กต์เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ เบลอ (Blur), ปั่น (Spin Bokeh), ซูม (Zoom Bokeh) และจุดสี (Color point) ซึ่งเอฟเฟ็กต์เหล่านี้ทำได้ทั้งขณะถ่ายรูปและหลังจากถ่ายรูปก็ทำได้เช่นกัน

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

Samsung Galaxy Note10 and Note10+ Camera Preview and Hands on

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review

สำหรับเลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เป็นฟีเจอร์กล้องที่เข้ามาเติมเต็มความสามารถของกล้องถ่ายรูปบนมือถือได้เป็นอย่างดี ระยะใกล้แค่ไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องถอยห่างอีกต่อไป

 

Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review Samsung Galaxy Note10 and Note10 Plus Camera Review

Night Mode ของ Galaxy Note10 และ Note10+ มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยกล้องหลังสามารถถ่ายได้ทั้งกล้องหลักและกล้อง Ultra Wide ซึ่งการถ่ายด้วยโหมดนี้ต้องถือให้นิ่งๆ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด เพราะว่าการถ่ายภาพด้วยโหมดนี้จะมีการถ่ายภาพหลายซ็อตแล้วนำภาพทั้งหมดมารวมเป็นภาพเดียวกันนั่นเอง

ด้านการถ่ายวิดีโอ Galaxy Note10 และ Note10+ ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับการถ่ายวิดีโอแบบซูมแล้วไมโครโฟนสามารถเพิ่มระดับเสียงตามทิศทางของกล้องที่ซูมได้ พร้อมกับตัดเสียงอื่นๆ ออกไป ซึ่งในรุ่นใหม่นี้มีไมโครโฟนมากถึง 3 ตัว และ Super Steady Mode ถ่ายวิดีโอได้นิ่งมากขึ้น ด้วยระบบกันสั่นด้วยฮาร์ดแวร์ OIS และมี AI เข้ามาช่วยด้วย นอกจากนี้ก็มีการใช้กล้องหลักในการซูมภาพได้ระหว่างถ่ายด้วยโหมดนี้ ทำให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น

สรุปจุดเด่น

  • Galaxy Note10+ จอใหญ่ สวยคมชัด สีสันสดใส และรองรับการแสดงผล HDR10+
  • อินเตอร์เฟซสบายตาและใช้งานได้ลื่นไหล
  • กล้องหน้าเลนส์อยู่ในหน้าจอ มีระบบโฟกัส Dual Pixel และบันทึกวิดีโอ 4K ได้ด้วย
  • กล้องหลัง 3 ตัว ครบทุกชนิดเลนส์ ตอบโจทย์การถ่ายรูปที่ครบทุกฟีเจอร์ในเครื่องเดียว โดยรุ่น Note10+ เพิ่มกล้อง ToF ทำโบเก้ได้สวยมากขึ้นและวัดขนาดสิ่งของด้วยกล้องได้
  • แบตเตอรี่ 4300mAh ของ Note10+ ถือว่าเป็นรุ่นที่ให้มาเยอะที่สุดเลยจาก Samsung และชาร์จไวสูงสุด 45W
  • ตัวเครื่องกันน้ำได้ IP68

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • Note10 ความละเอียดจอ FullHD+
  • Note10 ไม่รองรับ microSD card แต่ความจุ 256GB ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน
  • Note10 มีแรม 8GB ส่วนรุ่น Note10+ มีแรม 12GB
  • Note10+ ชาร์​จ 45W ต้องซื้ออะแดปเตอร์เพิ่ม (ในกล่องให้หัวแบบ 25W)