รีวิว realme XT สมาร์ทโฟนสเปคสุดล้ำด้วยกล้อง 4 เลนส์ 64MP รุ่นแรกในไทย ขุมพลัง Snapdragon 712 AIE และแบตอึด 4,000mAh รองรับ VOOC 3.0

realme XT สมาร์ทโฟนกล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซลตัวแรกในไทย จัดขุมพลังระดับกลางที่แรงขั้นสุดด้วย Snapdragon 712 AIE Octa Core พร้อมแสดงผลบนหน้าจอ Dew-drop Fullscreen กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และฟีเจอร์อื่นๆ ที่เรียกว่าจัดเต็มเลยทีเดียว โดยจะมีอะไรบ้าง เรามาชมกันทีละส่วนเลย

สรุปสเปค realme XT

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง : 158.7 x 75.2 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 183 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Dew-drop Fullscreen แบบ Super AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) มีพื้นที่การแสดงผลถึง 91.9% และครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 712 AIE Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • GPU : Adreno 616
  • RAM 8GB
  • ROM 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung GW1
    • เลนส์ Ultra-Wide 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0.1
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11b/g/n/a/ac, Bluetooth 5.0 LE
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0 กำลังไฟ 20W

 

[แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล]

ตัวกล่องของ realme XT ก็มาตามสไตล์ของ realme ทุกรุ่น คือ ใช้ตัวกล่องมีขาวเรียบง่าย มีชื่อรุ่นพร้อมตัวเครื่อง และสเปคบางส่วนที่หลังตัวกล่อง

เมื่อเปิดออกมาจะเจอกับกล่องขาวที่ใส่เคสใส, วิธีการใช้งานเบื้องต้น และใบรับประกันสินค้า โดยอีกชั้นจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่ตัวเครื่อง realme XT, อะแดปเตอร์ VOOC 3.0 กำลังไฟ 20W, สาย USB Type-C และอุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ดีไซน์ของ realme XT ถือว่ามีความสวยงามและมีมิติมากๆ จากตัวเครื่องที่เราได้มารีวิวครั้งนี้จะเป็นสีน้ำเงิน Pearl Blue มีการเล่นเฉดสีตามแสงที่สะท้อน ทั้งยังมีเส้นโค้ง 3 มิติแบบ Sparkling Hyperbola light ที่ให้เราได้เห็นแสงทรงโค้งที่ชนเข้าหากันอีกด้วย

โดยแสงและสีที่เราเห็นจะมีทั้งสีฟ้าอ่อนไล่ไปจนถึงสีม่วง ส่วนอีกสีหนึ่งจะเป็นสีขาว Pearl White ที่ให้ความเรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบมากๆ เช่นกัน

 

บริเวณตัวเครื่องก็มีความบางเฉียบ จับถือได้สะดวกมากๆ แถมการออกแบบที่มีการปกป้องเครื่องจากละอองน้ำด้วยครับ

 

หน้าจอแสดงผล realme XT มาพร้อมกับความใหญ่ที่มีสีสันสดใสดมากๆ ด้วยการใช้หน้าจอทรงหยดน้ำแบบ Dew-drop Fullscreen แบบ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว รับชมได้คมชัดด้วยความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) มีการเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลัง โดยหน้าจอรุ่นนี้ยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอด้วย

 

มาดูรอบเครื่องกันบ้าง ขอเริ่มด้วยที่ส่วนบนของหน้าจอแสดงผลกันก่อน ที่มีกล้องหน้าฝังอยู่บริเวณรอยบากทรงหยดน้ำความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และถัดขึ้นไปเล็กน้อยจะมีลำโพงสนทนาอยู่

 

ที่ด้านซ้ายของเครื่องมีทั้งช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และ MicroSD ได้อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 Slot เลย ถัดลงมาจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงตามปกติ

 

ส่วนที่ด้านขวามีเพียงปุ่มล็อคเครื่องเท่านั้น

 

ที่ด้านล่างจะมีลำโพงตัวหลัก, พอร์ตชาร์จหรือเชื่อมต่อข้อมูลแบบ USB Type-C, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 4 เลนส์จัดเรียงที่มุมซ้ายบนในแนวตั้ง พร้อมสัญลักษณ์ 64MP โดยมีไฟแฟลชอยู่ข้างเลนส์กล้อง

 

[ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน]

ระบบปฏิบัติการ

realme XT แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ใช้ UI ที่ปรับแต่งตามฉบับ realme คือ ColorOS 6.0.1 ที่เพิ่มฟีเจอร์ที่ให้ความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น และที่สำคัญในช่วงต้นปี 2020 จะได้รับอัปเดทเป็น Android 10 กันด้วย

 

ด้านการใช้งานบน ColorOS 6.0.1 ถือว่าใช้ง่ายมากๆ โดยมีหน้าจอหลักที่จะมีแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่เราใช้งานบ่อยอยู่ที่หน้าจอนี้ เมื่อปัดขึ้นก็จะเห็นทุกแอปได้ทันที

 

ส่วนใครจะเพิ่มวิดเจ็ตต่างๆ ก็เพียงแค่กดค้างที่หน้าหลัก และเลือกวิดเจ็ตก็ทำได้เหมือนกัน

 

แต่ใครอยากได้ธีมหรือวอลเปเปอร์ใหม่ๆ ที่เราชอบก็สามารถเลือกได้ผ่านแอปร้านขายธีม จะมีทั้งธีมและลายวอลเปเปอร์ให้เลือกเป็นร้อยๆ แบบเลย

 

ทั้งนี้ หลังจากที่แกะกล่องมา realme XT จากเวอร์ชันความจุ 128GB นั้นจะเหลือพื้นที่ให้ใช้งานจริงมากถึง 115GB กันเลย ใครจะโหลดแอป, โหลดเกม หรือโหลดภาพยนตร์มาดูก็ทำได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวเต็ม

 

realme XT มาพร้อมฟีเจอร์ Dark Mode ที่สามารถใช้งานได้สะดวกและสบายสายตาเมื่อใช้ในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืน โดยเราสามารถตั้งเวลาที่จะให้เปิดโหมดมืดได้ หรือปรับโทนเย็นหรืออุ่นได้ตามที่เราถนัด

 

หากใครไม่อยากใช้โหมดกลางคืน จะปรับให้เป็นการตัดแสงสีฟ้าก็ได้เช่นกัน

 

ทั้งนี้ ยังมีโหมดการถนอมสายตาด้วยหน้าจอที่ปราศจากการกระพริบที่มีความสว่างต่ำ เพื่อช่วยให้เราไม่ล้าสายตาขณะใช้งานไปนานๆ เนื่องจากหน้าจอที่มีการกระพริบเมื่อมีความสว่างต่ำนั่นเอง

 

ระบบความปลอดภัย

realme XT มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงด้วยการรองรับการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล ที่จำค่าได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ ทั้งยังสแกนได้รวดเร็วมากแค่ 0.34 วินาทีเท่านั้น เพียงแตะก็ปลดล็อคให้เลยทันที ส่วนการสแกนใบหน้าก็ถือว่ามีความเสถียรและแม่นยำเหมือนกัน

 

โคลนแอปได้มากสุดถึง 10 แอป

ใครที่ชอบแชทหรือมีโซเชียลหลายบัญชีต้องชอบฟีเจอร์นี้แน่นอนด้วยการโคลนแอปขึ้นมาอีก 1 แอป ซึ่งรองรับได้มากถึง 10 แอปพลิเคชั่น ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line, Skype, Messenger หรือ Whatsapp เป็นต้น

 

ใช้ 2 หน้าจอได้สบายๆ

ด้วยความที่ realme XT มีขนาดหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ก็สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นได้พร้อมกัน 2 จอกันเลย เพียงแค่เราเปิดแอปแรกขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ใช้ 3 นิ้วลากขึ้นบนหน้าจอ เราก็จะสามารถเลือกใช้งานอีก 1 แอปได้ทันที ทั้งยังสามารถปรับสักส่วนแต่ละแอปได้ตามความพอใจด้วย

 

[ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่]

สำหรับ realme XT ที่จัดขุมพลังระดับท็อปของตัวกลางอย่าง Snapdragon 712 AIE Octa-core ความเร็ว 2.3 GHz ถือว่าทำให้เป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ เพราะใช้งานได้ลื่นไหล ช่วยลดพลังงานลงด้วยขนาดชิปเพียง 10 นาโนเมตร ทั้งยังใช้ Hexagon 685 DSP ที่มีความใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนเรือธงด้วย

นอกจากนี้ หน่วยประมวลผลด้านกราฟิกหรือ GPU ก็มาพร้อมกับ Adreno 616 ที่ช่วยให้มีประสิทธิภาพด้านเล่นเกมมากขึ้น 35% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 710 AIE แถมประหยัดพลังงานลงด้วย

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทาง realme XT ทำคะได้ไปได้ที่ 178,897 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 318 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,523

 

ด้านการเล่นเกม realme XT มาพร้อมกับเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ที่ช่วยรีดประสิทธิภาพการใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพ และลดค่า Latency ได้สูงสุดถึง 73.7% เรียกว่าจะกดหรือเลื่อนไปทางไหนก็ไปตามนิ้วแน่นอน โดย HyperBoost 2.0 จะแย่งความสามารถได้อีก 2 แบบ ได้แก่

  • FrameBoost : สามารถปรับเฟรมเรทให้คงที่ ไม่กระตุก ทำให้ไม่หัวร้อนระหว่างเกม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเกม PUBG Mobile เฟรมเรทจะมีความสเถียรเพิ่มขึ้นถึง 26.8%
  • TouchBoost : เป็นการเสริมการตอบสนองการสัมผัสบนหน้าจอได้ไวขึ้นถึง 34.9% โดยในเกม PUBG Mobile จะเห็นผลด้วยการตอบสนองที่ดีกว่าเดิมถึง 21.6%

ก่อนการเล่นเกม ใครที่โหลดเกมมา ทุกเกมจะอยู่ในฟีเจอร์ Game Space ทั้งหมด ไม่ต้องไปปัดหาให้เสียเวลา โดยความสามารถยังมีอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโหมดเพื่อให้ใช้ความสามารถของเครื่องให้เต็มประสิทธิภาพขั้นสุด หรือจะปิดกั้นการแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มารบกวนระหว่างการเล่นเกมได้เช่นกัน

ทดสอบการเล่นเกม

PUBG Mobile

สำหรับเกมที่ใช้กราฟิกระดับสูงอย่าง PUBG Mobile ถือว่ารุ่นนี้เล่นได้ไหลลื่นมากๆ จากการปรับกราฟิกระดับ HD ควบคู่กับเฟรมเรทระดับสูง (จริงๆ คิดว่าสามารถปรับกราฟิกสูงกว่านี้ได้แต่น่าจะต้องรอการอัปเดทครับ) ซึ่งในโหมด Solo กับแผนที่ที่ใหญ่ที่สุดของ PUBG ตั้งแต่ต้นเกมยันท้ายเกมทำได้ดีเลย ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นและระบบสัมผัสก็เคลื่อนไหวไปตามนิ้วทันที

 

ROV

มาต่อที่ ROV กันบ้าง ก็สามารถปรับทุกอย่างไม่สูงสุดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลระดับสูง (ระดับ “สูงมาก” ต้องรออัปเดท), เฟรมเรทสูง และภาพ HD โดยในแมตช์แบบ 5 VS 5 ก็ทำได้ดีมากตั้งแต่ต้นเกม เฟรมเรทวิ่งที่ 58-60fps ตลอด ไม่ค่อยมีหลุดไปจากนี้มากเท่าไหร่ หรือแม้กระทั่งช่วงที่น่าจะใช้กราฟิกสูงสุดอย่างช่วงที่ตีบ้านใหญ่ก็ยังอยู่ที่ 58-60fps เหมือนเดิม

 

Asphalt 9 : Legends

เกมแข่งรถกราฟิกสูงขนาดนี้ถ้าไม่แรงจริงก็ถือว่ามีกระตุกเหมือนกันด้วยการปรับภาพคุณภาพสูงได้ ซึ่ง realme XT เล่นได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน 100% ภาพไหลลื่น และกราฟิกช่วงใช้ Nitro หรือการชน การเบียดก็มาเต็มๆ ครับ

 

เมื่อเล่นครบไป 3 เกม สิ่งที่สังเกตได้เลยคือตัวเครื่องร้อนน้อยมากๆ รู้สึกแค่อุ่นๆ เท่านั้น ซึ่ง realme XT นั้นมีเจลระบายความร้อนแบบพิเศษ ทำให้จัดการความร้อนได้ดีขึ้น และทำให้เย็นลงถึง 14% เลยทีเดียว

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย VOOC Flash Charge 3.0 20W

เล่นเกมไป 3 เกมติดๆ แต่แบตเตอรี่ก็ยังเหลือพอให้ใช้งานได้เต็มวันแน่นอนด้วยการมาพร้อมความจุถึง 4,000mAh แต่หากแบตใกล้หมดก็ไม่ต้องกลัวเพราะมีเทคโนโลยี VOOC Flash Charge 3.0 20W ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วอยู่แล้วเพียงชาร์จ 30 นาที ก็แบตเตอรี่มาถึง 55% โดยต้องบอกเลยว่าของจริงครับ หรืออาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำเพราะลองชาร์จจริงประมาณ 30 นาที ได้แบตมาประมาณ 60% เลย ซึ่งตรงนี้น่าจะขึ้นอยู่กับความร้อนและการใช้งานระหว่างชาร์จ

 

แต่ใครที่อยากชาร์จไปเล่นไปก็ทำได้เช่นกันครับ เพราะ VOOC Flash Charge 3.0 มีความปลอดภัยพิเศษที่มากถึง 3 ชั้น ตั้งแต่ป้องกันแบตเตอรี่ร้อน, แบตละลาย และแบตระเบิดตั้งแต่หัวชาร์จไปยังแบตเตอรี่เลย

 

นอกจากนี้ realme XT ยังมีระบบประหยัดพลังงานหน้าจอ ช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น 10% รวมไปถึง AI Freezer ที่ช่วยลดการใช้พลังงานโดยการจัดสรรการใช้พลังงานพื้นหลังของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ให้อย่างเหมาะสมด้วยนั่นเอง

 

[กล้องถ่ายรูป]

มาถึงจุดเด่นและเป็นตัวชูโรงของ realme XT กันบ้างกับการเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของประเทศไทยที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ที่แบ่งได้ดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.72
  • เลนส์ Ultra-Wide 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
  • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ทั้งนี้ realme ยังได้ “Aaron Huey” (อารอน ฮิวอี้) ช่างภาพชาวอเมริกันและช่างภาพสารคดีของ National Geographic ที่มีชื่อเสียงมาร่วมทีมในฐานะ Chief Photography Officer ของ realme ด้วย โดยร่วมพัฒนากล้องให้ถ่ายภาพได้ออกมาสวยสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งความสามารถต่างๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกัน

 

AI Scene Recognition : แน่นอนว่ากล้องอัจฉริยะก็ต้องมาพร้อมความฉลาดด้วยการจดจำหมวดหมู่ต่างๆ ของวัตถุได้เป็นอย่างดี โดย realme สามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำอีกด้วย

 

ถ่าย Ultra HD ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล : เมื่อมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ก็สามารถถ่ายได้ในโหมดพิเศษเช่นกัน ทำให้เราได้ภาพขนาดใหญ่ถึง 9216 × 6912 พิกเซล แถมได้ความคมชัด, รายละเอียดส่วนต่างๆ และมีความสว่างมากขึ้น ซึ่งหากเราลองซูมเข้าไปดูใกล้ขึ้นก็จะเห็นรายละเอียดในระยะไกลดีขึ้นด้วย

ซูมเข้าไปใกล้ รายละเอียดก็ยังคงเห็นอยู่เหมือนเดิม

 

Ultra-Wide ถ่ายครบจบได้ทุกมุม : เป็นอีกสิ่งที่ใครหลายคนน่าจะชอบกันมากก็น่าจะเป็นเลนส์ Ultra-wide ที่ทำออกมาได้ดีมาก ถ่ายได้กว้าง 119 องศาและเก็บรายละเอียดได้ครบแม้ว่าวัตถุจะอยู่ใกล้ตัว หรือใครจะเอาไปถ่ายบรรยากาศหรือสถานที่ท่องเที่ยวก็ถ่ายได้เพลินๆ เหมือนกันครับ


ปิด Ultra-Wide


เปิด Ultra-Wide

 

การเพิ่มสี Chroma boost : realme XT สามารถเร่งเฉดสีเพิ่มความสดภายในภาพให้สูงขึ้น เมื่อลองเทียบภาพที่เปิดและปิด Chroma Boost ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าภาพที่เปิดจะสีจะมีความสดใหม่และเฉดสีที่ให้มาก็น่าชมกว่าแบบที่ปิด


ปิดการเพิ่มสี


เปิดการเพิ่มสี

 

Ultra clear Nightscape : ใครที่ชอบถ่ายภาพตอนกลางคืนต้องไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะรุ่นนี้สามารถถ่ายภาพกลางคืนออกมาได้ดีมาก และมีการประมวลผลที่รวดเร็วประมาณ 2-3 วินาทีแทบทุกสภาพแสง ทำให้ช่วงที่ถือเครื่องนิ่งไม่นานมากเกินไป โดยภาพที่ได้ออกมาจะเป็นแสงที่สว่าง นอยส์น้อยลง และการสั่นหรือเบลอต่างๆ ก็แทบไม่มีให้เห็น

 

Super macro ถ่ายใกล้สูงสุดถึง 4 ซม. : ด้วยเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลใน reame XT ทำให้เราสามารถถ่ายวัตถุต่างๆ เพื่อเห็นรายละเอียดได้ใกล้สุดๆ ถึง 4 เซนติเมตรโดยไม่เกิดอาการเบลอ และที่สำคัญต้องบอกว่าแม้ใช้เลนส์นี้ แต่เรื่องของความสดและความใสของสียังทำออกมาได้เยี่ยมอีกด้วย

 

ถ่าย Portrait ได้เบลอธรรมชาติ : การถ่าย Portrait ก็เป็นอีกสิ่งที่นิยมมากๆ ในการถ่ายภาพด้วยการที่เบลอฉากหลังทำให้เห็นบุคคลได้คมชัดยิ่งขึ้น แถมการตัดขอบรอบๆ ตัวบุคคลก็ทำได้ดีมาก แทบไม่มีส่วนเบลอที่กินเข้าไปเลย

โหมดปกติ


โหมดปกติ


โหมดปกติ


โหมด Portrait


โหมด Portrait

 

หรือใครจะใส่ฟิลเตอร์ Clear Portrait ที่มีให้เลือกถึง 6 รูปแบบที่กล้องหลังก็ได้เช่นกัน เพื่อเพิ่มลูกเล่นและความสนุกในการถ่ายภาพเป็นอย่างดีครับ

 

มากันที่กล้องหน้ากันบ้างกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ที่ก็มีหลากหลากหลายลูกเล่นเช่นกัน ตั้งแต่การปรับหน้าสวยด้วย AI ที่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังสามารถปรับแต่งได้ตามใจเราอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นหน้าเรียว, ผิวสวย, คาง, ตาโต หรือจมูกเล็กลง เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างก็ปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับเลย

 

ปรับหน้าสวยไปแล้ว กล้องหน้าก็ยังสามารถเบลอฉากหลังด้วย AI Portrait เหมือนกับกล้องหลัง โดยการตัดขอบก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

 

เมื่อกล้องหลังสามารถปรับฟิลเตอร์ได้ 6 แบบ กล้องหน้าก็ไม่น้อยหน้ากับการมีฟิลเตอร์ให้ปรับ 5 แบบ ที่แต่ละฟิลเตอร์จะมีลูกเล่นต่างกันไป ใครชอบถ่ายแบบแสงและสีต่างๆ ก็ลองไปปรับใช้กันได้ครับ

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ทำให้รับชมสิ่งต่างๆ ได้คมชัดมาก
  • มีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh รองรับชาร์จเร็วด้วย VOOC Flash charging 3.0 20W
  • ดีไซน์ฝาหลังสวยงาม เล่นเฉดตามแสงได้เป็นอย่างดี
  • มีกล้องหลัง 4 เลนส์พร้อมความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล รุ่นแรกในไทย
  • สเปคแรงใกล้เคียงกับเรือธงด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 712 AIE

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง

สำหรับ realme XT วางจำหน่ายในราคา 10,999 บาท พิเศษ Pre-Sale เฉพาะที่ Lazada ของวันที่ 1 ตุลาคม 62 เวลา 19.00 – 24.00 น. รับฟรี บัตร Starbucks มูลค่า 300 บาท และ Cash Back ที่ Lazada 500 บาท นอกจากนี้ เมื่อจองผ่าน AIS และ Truemove H ที่งาน TME 2019 วันที่ 3-6 ตุลาคมนี้ เริ่มเพียง 2,999 บาทเท่านั้น โดยวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะอยู่ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้