Connect with us

Wearable

เข้าไทยแล้ว Fitbit Versa 2 สมาร์ทวอทช์สั่งงานได้จากเสียง และบริการ Fitbit Premium

Published

on

ผลิตภัณฑ์พรีเมียมใหม่ล่าสุดจากฟิตบิท Versa 2 สมาร์ทวอทช์สั่งงานได้จากเสียง และบริการ Fitbit Premium เพื่อเข้าถึงคำแนะนำด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด

  • Versa 2 สมาร์ทวอทช์ สั่งงานด้วยเสียงสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ วางจำหน่าย ในประเทศไทยแล้ว โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7,990 บาท
  • Fitbit Premium บริการแบบสมาชิก เพื่อเข้าถึงคำแนะนำด้านสุขภาพและการออกกำลังกายตัวใหม่ล่าสุด โดยราคาสมาชิกที่ 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,500 บาทต่อปี

Fitbit Versa 2

ฟิตบิท วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระดับโลกใหม่ล่าสุด Fitbit Versa 2 ต่อยอดไลน์สินค้าสมาร์ทวอทช์ยอดนิยมตระกูล Fitbit Versa รวมถึง Fitbit Premium บริการสมาชิกแบบชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชันของฟิตบิท เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลเชิงลึกผ่านโปรแกรมเฉพาะบุคคลด้วยคำแนะนำด้านสุขภาพและการออกกำลังกายแบบครบวงจร เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับคำแนะนำที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงเพื่อถึงเป้าหมายด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย

นอกจากนี้ เพื่อช่วยพัฒนาพฤติกรรมการนอนซึ่งเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดี Fitbit Versa 2 ได้เพิ่มฟังก์ชั่นสุดอินโนเวทีฟ ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามการนอน อาทิ Sleep Score และ Smart Wake เพิ่มเติมด้วยดีไซน์เสริมสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50เมตร พร้อมด้วยไมโครโฟนในตัวเครื่อง และ Fitbit Pay ในทุกๆ รุ่น สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิชันแห่งเสียงเพลงอย่าง Spotify ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานผ่านตัวเครื่อง พร้อมฟังเพลงและพอดแคสต์เพื่อสร้างแรงจูงใจได้ตลอดเวลาอย่างไม่มีสะดุด

อุปกรณ์แวร์เอเบิล Versa 2 วางจำหน่ายแล้วที่ตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าชั้นนำ อาทิ B2S, Dotlife, Jaymart, King Power, Lazada, Power Buy, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสัน และศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา พร้อมกับการทำงานที่เร็วขึ้น หน้าจอการแสดงสีที่ดีขึ้น แอปพลิเคชันและหน้าปัดนาฬิกากว่า 3,000 รายการ และตัวเลือกสำหรับเปิดหน้าจอในระบบ always-on พร้อม battery life มากกว่า 6 วัน ตอกย้ำถึงการเป็นสมาร์ทวอทช์สุดพรีเมียมเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วโลกที่พร้อมดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ตลอด 24 ชั่วโมง

Versa 2 มาใน สี Black กรอบคาร์บอน สี Petal กรอบอลูมิเนียมสี Copper Rose และสี Stone กรอบสี Mist Grey โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 7,990 บาท อุปกรณ์เสริมมีราคาตั้งแต่ 960 บาท ถึง 3,200 บาท และ Versa 2 Special Edition สี Navy และ Pink กรอบอลูมิเนียมสี Copper Rose และสี Smoke กรอบสี Mist Grey ราคา 8,990 บาท

ฟีเจอร์ใหม่ของฟิตบิทเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจพฤติกรรมการนอนของตนเอง แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขหรือพัฒนาการนอนให้ดียิ่งขึ้น

  • Sleep Score: ผู้ใช้สามารถดูคะแนนด้านการนอนหลับได้ในแอปพลิเคชัน Fitbit เพื่อตรวจสอบข้อมูลด้านคุณภาพการนอนของตนเอง โดยคะแนนเหล่านี้จะมาจากการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ (ระดับการพักผ่อนและนอนหลับ) ความกระสับกระส่ายในช่วงเวลานอน เวลาที่ตื่นและระดับการนอนหลับ หรือ Sleep Stage และ ผู้ใช้ยังสามารถสมัครสมาชิก Fitbit Premium หากต้องการดูรายละเอียดเรื่อง Sleep Score ที่มากขึ้น
  • Smart Wake: สามารถใช้งานได้บนสมาร์ทวอทช์ทุกรุ่นเร็วๆ นี้ โดยฟีเจอร์ Smart Wake นี้ จะใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยปลุกคุณให้ตื่นเมื่อถึงเวลาตื่นที่เหมาะสม เมื่ออยู่ในช่วง Light หรือ REM ของการนอนหลับ โดยจะปลุกจากการตั้งค่าและจะเว้นช่วงครั้งละ 30 นาที เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นได้
  • Sleep Mode: เมื่อตั้งการใช้งานในโหมดนี้ เครื่องจะหยุดการทำงานของการแสดงค่าบนหน้าจอและปรับการตั้งค่าเตือนให้อยู่ในโหมดเงียบ เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ถูกรบกวนตลอดคืน Sleep Mode ยังสามารถใช้งานได้ ทุกๆ ครั้งที่ผู้ใช้ไม่ต้องการการรบกวน เช่นเมื่อกำลังประชุมหรือออกกำลังกาย
  • Estimated Oxygen Variation Graph: อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะสามารถให้บริการได้ในเร็วๆ นี้ เป็นกราฟแสดงผลที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นระดับอ็อกซิเจนในเลือดของตนเอง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกวัดด้วยเซ็นเซอร์เรดและอินฟราเรดที่อยู่ด้านหลังของเครื่อง การรู้ค่าอ็อกซิเจนในเลือดในระยะสั้นจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเรื่องการหายใจขณะนอนหลับได้มากขึ้น

สำหรับบริการ Fitbit Premium ซึ่งใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกที่ฟิตบิทรวบรวมมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี รวมถึงความเชี่ยวชาญทางด้านวิชาการและการแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้ขยับร่างกายมากขึ้น นอนหลับสนิทขึ้น และมีโภชนาการที่ดีผ่านโปรแกรมที่เป็นส่วนตัวด้วยฟีเจอร์ประเมินข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคล การประเมินด้านการนอนขั้นสูง รายงานด้านสุขภาพ และแนวทางการออกกำลังกายกว่าพันรายการ ทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมอยู่ในที่เดียว โดยในการเปิดตัวนี้ได้รวบรวมคำแนะแนวแบบครบวงจรสำหรับไลฟ์สไตล์สุดเฮลตี้ อาทิ แนวทางการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ การสร้างนิสัยสำหรับการนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ การเพิ่มความแอคทีฟ แนะแนวฝึกฝนการวิ่ง การนับแคลอรี่ แนะแนวสำหรับลดการบริโภคน้ำตาลและเกลือ พร้อมทั้งโปรแกรมอีกมากมาย อาทิ การโค้ชที่นำไปทำตามได้จริง ข้อแนะนำประจำวัน การออกแบบการออกกำลังกาย เครื่องมือในการพักผ่อน คู่มือปรุงอาหาร และข้อมูลให้ความรู้อีกมากมาย ที่ไม่ว่าผู้ใช้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือมือใหม่ในเรื่องการดูแลสุขภาพ Fitbit Premium ก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้ โดยจะให้บริการในราคาสมาชิกที่ 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,500 บาทต่อปี และยิ่งไปกว่านั้นฟิตบิทยังวางแผนเตรียมข้อเสนอมากมาย รวมไปถึงการพัฒนาฟีเจอร์นวัตกรรมบริการ Premium อย่างไม่หยุดยั้งตามคำแนะนำของผู้ใช้งาน

Wearable

HUAWEI FreeBuds 3 ราคา 4,990 บาท หูฟังไร้สายสุดชิค ขุมพลังจากชิปเซ็ต Kirin A1 พร้อมตัดเสียงรบกวนได้ทันใจให้การสื่อสารชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Published

on

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จัดกิจกรรม “One Day with HUAWEI FreeBuds 3” ตะลุยรอบกรุงจากพระโขนงสู่วัดมังกรและสามย่านมิตรทาวน์ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของคนเมือง ทดสอบ HUAWEI FreeBuds 3 หูฟังไร้สายอัดแน่นด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin A1 เชื่อมต่อสัญญานกับดีไวซ์ต่างๆ ได้รวดเร็ว พ่วงด้วยฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวน พร้อมเคสทรงกลมดีไซน์สวยงาม สวมใส่สบายกระชับหู ในบรรยากาศสมจริงรอบกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟฟ้าใต้ดินหรือบนดิน หรือแม้แต่บนรถบัสเปิดประทุน ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงหรือบทสนทนาได้อย่างคมชัด ด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancelling และ Aerodynamic Mic Duct Design มอบประสบการณ์การสวมใส่ที่ล้ำไปอีกขั้น

HUAWEI FreeBuds 3 ราคา 4,990 บาท

HUAWEI FreeBuds 3 หูฟังไร้สายตัวแรกของโลกที่โดดเด่นด้วยขุมพลัง Kirin A1 ขับเคลื่อนด้วยระบบ BT/BLE dual-mode บลูทูธ 5.1 Soc ด้วยเทคโนโลยี Isochronous Dual Channel จากหัวเว่ย และ 356 MHz Audio processor มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อบลูทูธที่รวดเร็วกว่าเคย นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds 3 ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation ให้ทั้งต้นสายและปลายสายได้ยินเสียงสนทนาชัดเจน พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงทุกที่ทุกเวลาแม้ในสถานที่แออัด, เทคโนโลยี Aerodynamic Mic Duct Design ช่วยตัดเสียงลม จึงสามารถคุยโทรศัพท์ได้อย่างชัดเจนขณะที่วิ่ง, ขี่จักรยาน หรือแม้ในวันที่ลมแรง รวมไปถึงยังมี Bone Sensor ที่จะช่วยให้ได้ยินเสียงขณะคุยโทรศัพท์ได้ชัดเจนมากขึ้น ให้เสียงคุณภาพสูงดุจสตูดิโอด้วยไดรเวอร์ขนาด 14 mm และ Bass Tube ให้เสียงนุ่มทุ้มมีมิติกว่าเคย หูฟังดีไซน์แบบ Dolphin Bionic มอบความสบายและกระชับหูโดยที่ไม่ต้องกลัวหลุด โดย HUAWEI FreeBuds 3 มาพร้อมเคสทรงกลมดีไซน์สุดพรีเมียม สามารถจับได้ถนัดมือและพกพาได้สะดวก มาพร้อมกับ 2 สี ได้แก่ สีขาว และสีดำ

ในระหว่างตะลุยรอบกรุง หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds 3 ได้รับการทดสอบในทุกสภาพเสียงและประสิทธิภาพในการจับสัญญานทั้งในบรรยากาศ Indoor และ Outdoor ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation และเทคโนโลยี Aerodynamic Mic Duct Design เริ่มต้นจากในอาคารที่เต็มไปด้วยเสียงจอแจต่างๆ ที่อาจรบกวนการสนทนาหรือการรับฟังเสียงเพลง ในรถโดยสารสาธารณะที่เต็มไปด้วย ความวุ่นวาย ให้เสียงเพลงและเสียงเบสแน่นๆ ขับกล่อมความจอแจเมื่อต้องโดยสารรถสาธารณะด้วยคุณภาพเสียง
ระดับสตูดิโอ นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds 3 ยังสามารถเชื่อมสัญญานได้อย่างรวดเร็วแม้อยู่ในที่แออัดอย่างบนรถไฟฟ้า

HUAWEI FreeBuds 3 ยังใช้ดีไซน์แบบ Dolphon Bionic ทำให้สวมใส่สะดวก สบายหูและไม่หลุดง่ายไม่ว่าจะต้องเดินทางหลายสถานี และ Destination อีกแห่งที่เป็นไฮไลต์ของกิจกรรมคือ ยลโฉมสถานี MRT วัดมังกร แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชาวกรุง ที่แน่นอนว่าเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติที่พากันมาชมความงดงามของสถานีนี้ แต่ถ้าหากต้องการหามุมสงบเพื่อคุยโทรศัพท์แล้วเรียกได้ว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยความสามารถของชิปเซ็ต Kirin A1 ช่วยขจัดเสียงรบกวนรอบข้างระหว่างการสนทนาเสมือนคู่สนทนาอยู่ต่อหน้า ทำให้ไม่พลาดการติดต่อสำคัญและรับฟังเสียงบทสนทนาได้อย่างคมชัด ชัดเจนทุกถ้อยคำทั้งต้นสายและปลายสาย ปิดท้ายการทดสอบประสิทธิภาพของ HUAWEI FreeBuds 3 ด้วยการทดสอบในรถบัสเปิดประทุนที่มีเสียงรบกวนจากการจราจรของกรุงเทพฯ ฝ่าการจราจรเมืองกรุงสู่สามย่านมิตรทาวน์

HUAWEI FreeBuds 3 มีให้เลือก 2 สี ขาวและดำ สามารถชาร์จได้ด้วย USB Type-C และรองรับการชาร์จไร้สายผ่านอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย หรือผ่าน HUAWEI Reverse Charging ผ่านสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย ชาร์จ 1 ครั้งใช้ได้ถึง 4 ชั่วโมง และใช้ได้ถึง 20 ชั่วโมงเมื่อใช้พร้อมกับ Charging Case ราคาเพียง 4,990 บาท วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 5 ธันวาคม ณ หัวเว่ยแบรนด์ช็อปและร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พิเศษ เพียงพรีออเดอร์ HUAWEI FreeBuds 3 ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เวลา 6 โมงเย็นเป็นต้นไปถึง 1 ธันวาคม รับของสมนาคุณ HUAWEI Wireless Charger มูลค่า 1,490 บาท ณ หัวเว่ยแบรนด์ช็อปและร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

Continue Reading

Wearable

HUAWEI x Gentle Monster เปิดจองแล้ว และเริ่มขาย 28 พ.ย.นี้ ราคา 11,990 บาท

Published

on

HUAWEI x Gentle Monster แว่นตากันแดดอัจฉริยะดีไซน์สุดคูล ที่สายแฟชั่นต้องเทใจให้ สายเทคกดไลค์รัวๆ เปิดให้จองเป็นเจ้าของก่อนใคร 23 – 28 พฤศจิกายนนี้ และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ วันที่ 29 พฤศจิกายน ในราคา 11,990 บาท

HUAWEI x Gentle Monster

หัวเว่ยจับมือกับ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากเกาหลี เปิดตัวแว่นตากันแดดอัจฉริยะ HUAWEI x Gentle Monster เชื่อมทุกการติดต่อเพียงปลายนิ้วสัมผัส ผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีเข้ากันอย่างลงตัว เปิดให้พรีออเดอร์ 2 รุ่น คือ รุ่น SMART EASTMOON และรุ่น SMART JACKBYE ตั้งแต่ 23 – 28 พฤศจิกายน และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ในราคา 11,990 บาท ที่หัวเว่ยแบรนด์ช้อปและร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการจำนวน 11 แห่ง

HUAWEI x Gentle Monster แว่นตากันแดดอัจฉริยะที่ผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์เรียบหรูโฉบเฉี่ยว ผลิตจากวัสดุที่มีความยืนหยุ่นสูง น้ำหนักเบา ขาแว่นเพรียวบางมีส่วนโค้งที่รับกับใบหู สวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังป้องกันละอองฝุ่นและละอองน้ำที่ระดับ IP67 จึงสวมใส่โดย ไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นและเหงื่อ

แว่นตากันแดดอัจฉริยะ HUAWEI x Gentle Monster อัดแน่นด้วยนวัตกรรมที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ด้วยฟังก์ชั่น double tap ที่ให้ผู้สวมใส่สามารถรับโทรศัพท์ ควมคุมการเล่นเพลง หรือเรียก Google Assistant ได้เพียงการแตะ 2 ครั้งที่ขาแว่น พร้อมด้วยด้วยเซ็นเซอร์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับว่าการสวมใส่ ฟังก์ชั่นเล่นเพลงจะหยุดโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ถอดแว่น และจะเล่นต่อเมื่อสวมแว่นอีกครั้ง นอกจากนี้แว่นจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ และเป็นเสมือนผู้ช่วยที่ติดตัวทุกเวลา ทุกเช้าเมื่อผู้ใช้สวมใส่แว่นในครั้งแรกของวัน แว่นจะทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ (เมื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบ EMUI 9.1) และเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบ EMUI 10 จะสามารถรับฟังเสียงแจ้งเตือนหรือนัดหมายต่างๆ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน

แว่นตา HUAWEI x Gentle Monster มาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอแบบกึ่งปิดในตัว ให้เสียงคมชัด เต็มประสิทธิภาพ สามารถแยกเสียงพูดหรือเสียงดนตรีต่างๆ ได้อย่างชัดเจน และยังมอบความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้ ป้องกันมิให้มีเสียงเล็ดลอดออกไปภายนอก จึงสามารถเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่โดยไม่รบกวนรอบข้าง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ทำงานร่วมกับไมโครโฟนระบบคู่ ทำให้ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้แม้ขาแว่นจะห่างจากเสียงรบกวนเพียง 5 มิลลิเมตร ทำให้สนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

HUAWEI x Gentle Monster แว่นตากันแดดอัจฉริยะดีไซน์สุดคูลที่ต้องโดนใจคนรักแฟชั่นและเทคโนโลยี มาพร้อมกับเคสชาร์จเจอร์แบบหนังเรียบหรู น้ำหนักเบาและพกพาสะดวก ชาร์จได้อย่างง่ายดายเพียงบรรจุแว่นลงในเคสและสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ตลอดวัน

สามารถพรีออเดอร์เป็นเจ้าของ HUAWEI x Gentle Monster ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น SMART EASTMOON และรุ่น SMART JACKBYE ก่อนใครได้ตั้งแต่ 23 – 28 พฤศจิกายน 2562 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ในราคา 11,990 บาท ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อปและร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั้ง 11 แห่ง ดังนี้

  • Banana IT – Central Rama 2
  • Huawei Experience Store – Central Airport Chiangmai
  • Huawei Experience Store – Central West Gate
  • Huawei Experience Store – Fashion Island
  • Huawei Experience Store – G Tower Grand Rama 9
  • Huawei Experience Store – Mega Bangna
  • Huawei Experience Store – Siam Paragon
  • Huawei Flagship Store – Lazada Online
  • Jaymart – Central Ladprao
  • Powerbuy – Central World
  • True – Shop Emquartier
Continue Reading

Wearable

Xiaomi เปิดตัว Mi Smart Band 3i นาฬิกาสุดประหยัด จอ AMOLED, กันน้ำ 5ATM, แจ้งเตือนข้อความได้ ในราคาราว 500 กว่าบาท

Published

on

Xiaomi เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ Mi Smart Band 3i ที่ประเทศอินเดีย โดยมาพร้อมฟีเจอร์หลาหลายในราคาสุดสบายกระเป๋า

Mi Smart Band 3i จะมีความคล้ายคลึงกับ Mi Band 3 โดยมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED กว้าง 0.78 นิ้ว ความละเอียด 128 x 80 พิกเซล รองรับปุ่มกด โดยฟีเจอร์ที่รองรับจะมีให้เพียบตั้งแต่การนับก้าวและแคลลอรี่, ตรวจจับกิจกรรมต่างๆ, สุขภาพการนอน, กันน้ำระดับ 5ATM ลึกสูงสุด 50 เมตร และมีแบตเตอรี่ความจุ 110mAh รองรับการใช้งานสูงสุดถึง 20 วัน และใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 2.5 ชั่วโมงจนแบเตเต็ม

ระบบการเชื่อมต่อของ Mi Smart Band 3i จะใช้ Bluetooth 4.2 LE และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนระบบ Android 4.4 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไป

ด้านราคาก็สบายๆ อยู่ที่ 1,299 รูปี หรือประมาณ 540 บาทเท่านั้น โดยตอนนี้ก็เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่ประเทศอินเดียผ่านทาง Mi.com

ที่มา : GizmoChina

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured4 วัน ago

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

realme 5s สมาร์ทโฟนร...

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint OPPO A9 2020 New Vanilla Mint
Android News1 สัปดาห์ ago

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

OPPO A9 2020 สีใหม่ ...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

รีวิว realme X2 Pro ...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว Vivo S1 Pro ดีไซน์สุดล้ำในสไตล์ที่เป็นคุณ ด้วยกล้องทรงเพชรสุดสวย 4 เลนส์อัจฉริยะ และแบตพันธ์อึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W

Vivo S1 Pro สมาร์ตโฟ...

Samsung Galaxy A30s Review 01 Samsung Galaxy A30s Review 01
Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว Samsung Galaxy A30s ดีไซน์ใหม่ กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายชัด‎ ราคาย่อมเยา

Samsung Galaxy A30s ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง