Connect with us

Smart Review

รีวิว OnePlus 8T 5G ที่สุดของความไหลลื่น Ultra Fast. Ultra Smooth ขุมพลัง S865, จอ 120Hz Fluid AMOLED และรองรับ 5G

Published

on

มากันแล้วสำหรับรีวิว OnePlus 8T 5G สมาร์ทโฟนที่ให้ความไหลลื่นขั้นสุดด้วยความเป็น Ultra Fast. Ultra Smooth ตั้งแต่หน้าจอแสดงผล 120Hz Fluid AMOLED Display, CPU เรือธง Snapdragon 865 และการรองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่อง!

 

สรุปสเปค OnePlus 8T 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 160.7 × 74.1 × 8.4 มม.
  • น้ำหนัก : 188 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล 120Hz Fluid AMOLED Display ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 รองรับ HDR10+ และความสว่างสูงสุด 1,100 นิต
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 865 Octa Core
  • โมเด็ม 5G : Snapdragon X55
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : 8/12GB LPDDR4X
  • ROM : 128/256GB (UFS 3.1)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์IMX586 รูรับแสง f/1.7 และรองรับระบบกันสั่นไหว OIS + EIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 123 องศา รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 3 ซม.
    • เลนส์ Monochrome ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า Punch-Hole ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์IMX471
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OxygenOS 11
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.1, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับ Warp Charge 65

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่อง OnePlus 8T 5G มาในเฉดสีแดงเข้มที่มีความร้อนแรง พร้อมชื่อรุ่น 8T ที่ด้านบนชัดเจนครับ

เมื่อเปิดกล่องด้านในก็จะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง OnePlus 8T 5G พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ Warp Charge 65
  • สาย Warp Charge Type-C to Type-C
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • จดหมายต้อนรับ
  • ใบรับประกันสินค้า
  • สติ๊กเกอร์โลโก้ OnePlus แบบต่างๆ
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ดีไซน์สุดพรีเมี่ยมตามฉบับ OnePlus

OnePlus 8T 5G มีการออกแบบได้พรีเมี่ยมเช่นเคย มีความบางเพียง 8.4 มม. พร้อมความเบาเพียง 188 กรัมเท่านั้น ทำให้การใช้งานเป็นเวลานานทำได้อย่างสะดวกมาก ที่สำคัญยังให้ผิวสัมผัสฝาหลังแบบกระจกด้าน Glossy Glass ที่มีความมันเบาๆ ช่วยให้ไม่ลื่นหลุดจากมือง่ายๆ ที่สำคัญยังติดรอยนิ้วมือได้ยากมากๆ

 

สีสันที่เราได้มาเป็นสีเทาเงิน Lunar Silver (สำหรับความจุ 8+128GB) ที่ดูมีคสามหรูหราและคลาสสิกสุดๆ ขณะที่อีกสีจะเป็นสีเขียวน้ำทะเล Aquamarine Green (สำหรับความจุ 12+256 GB)

 

หน้าจอสวยงามพร้อมไหลลื่น 120Hz Fluid AMOLED Display

OnePlus 8T 5G จัดเต็มด้วยหน้าจอที่สุดไหลลื่นอย่าง 120Hz Fluid AMOLED Display พร้อม Touch Sampling Rate ถึง 240Hz เรียกได้ว่าให้การตอบสนองได้ไวสุด ทั้งการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม

 

ด้วยความที่เป็นหน้าจอ AMOLED ทำให้ OnePlus 8T 5G แสดงผลสีสันออกมาได้อย่างสมจริง ทั้งยังมีขนาดใหญ่ 6.55 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) รองรับ HDR10+, 402 ppi มีความแม่นยำของสีด้วยการการันตีค่า JNCD ต่ำกว่า 0.55 และความสว่างสูงสุดถึง 1,100 นิต ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้เห็นชัดเจนแน่นอน

 

นอกจากนี้ ยังมีการประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วยการใช้วัสดุ E3 มีช่วงสี DCI-P3 ช่วยเรื่องประหยัดพลังงานในการใช้งานบนหน้าจอและลดแสงสีฟ้า ทำให้เวลาใช้งานไปนานแล้วไม่เมื่อยล้าดวงตาจนเกินไป

 

เหนือหน้าจอของ OnePlus 8T 5G มีลำโพงสนทนาและเป็นลำโพงสเตอริโอในตัว พร้อมด้วยกล้องหน้า Punch Hole ที่มุมซ้ายบน

 

ฝั่งซ้ายมีเพียงปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเท่านั้น

 

ส่วนด้านขวามีปุ่มเปลี่ยนโหมดเสียงระบบ (เสียง / สั่น / เงียบ) ถัดลงมามีปุ่ม Power

 

ด้านล่างมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกบนและล่าง, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

 

ขณะที่ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED 2 ดวง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

OnePlus 8T 5G เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ที่แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมด้วย OxygenOS 11 ซึ่งมีการใช้งานใหม่ๆ พร้อมฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นตามคำเรียกร้องบน OnePlus Community นอกจากนี้ ยังการันตีอัปเดทระบบรักษาความปลอดภัยให้อย่างต่อเนื่องแน่นอน

 

รองรับ 5G Ultra Smooth

OnePlus 8T 5G รองรับการใช้งานเครือข่าย 5G โดยสามารถใช้งานเครือข่าย B1 และ B3 ได้ทั่วประเทศ

 

Always-on-Display แบบใหม่มีให้เลือกเพียบ!

สำหรับฟีเจอร์ Always-on-Display นั้นมีมาพักใหญ่ๆ แล้วสำหรับ OnePlus แต่ใน OnePlus 8T 5G ก็ได้เพิ่มรูปแบบนาฬิกา 3 แบบใหม่ ได้แก่ Insight, Canvas และ Bitmoji เข้ามา ทำให้มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ได้มีแค่เวลา, วันที่ และสถานะเบื้องต้น แต่ยังรวมถึงการบอกจำนวนปลดล็อกหรือการใช้งานโทรศัพท์ของเรามากขึ้นด้วย

 

Dark Mode ใช้งานง่ายพร้อมเปิดในแอปต่างๆ ได้

สำหรับ Dark Mode จะเป็นการใช้งานพื้นหลังสีดำครับ โดยในรุ่นนี้ก็สามารถบังคับเปิดกับแอปพลิเคชั่นที่ไม่รองรับโหมดมืดได้ด้วยเช่นกัน

 

ใช้งานมือเดียวก็สบาย One-handed Control

การออกแบบหน้าตาการใช้งานแบบใหม่ของ OxygenOS 11 จะเว้นพื้นที่ด้านบนของระบบมากขึ้นเพื่อให้ใช้งานได้แบบมือเดียวได้อย่างสบายครับ ไม่จำเป็นต้องเอื้อมนิ้วไปเยอะ ซึ่งเหมาะทั้งผู้ที่ถนัดมือซ้ายและขวาเลยด้วย

 

ระบบเสียงลำโพงคู่แบบสเตอริโอ Dolby Atmos

ยังมีมาให้เช่นเดิมสำหรับระบบเสียงระบบเสียงลำโพงคู่แบบสเตอริโอ Dolby Atmos ที่ใช้งานได้แบบกระหึ่มมากๆ แยกเสียงซ้าย-ขวารอบทิศทางได้ชัดเจน ใครที่ชอบชมภาพยนตร์บน Netflix จะต้องชอบแน่นอน แถมยังได้ประโยชน์ในการเล่นเกมแนว Battle Royale ด้วย

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

OnePlus 8T 5G แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอเพื่อความสะดวกครับ ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วมากแม้มีการเปลี่ยนมุม

 

ทั้งนี้ เรื่องของการสแกนใบหน้าก็ยังมีให้เช่นเดิมครับ

 

Zen Mode 2.0 สงบนิ่งพร้อมกลุ่มเพื่อนได้

สำหรับ Zen Mode จะเป็นการให้เราหยุดพักการใช้งานสมาร์ทโฟนเพื่อให้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งในเวอร์ชัน 2.0 บน OxygenOS 11 ได้เพิ่มการสร้างเพื่อให้เพื่อนๆ ของเราได้หยุดพักด้วยเช่นกันครับ ทั้งยังมีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ Ocean, Space, Grassland, Star Trails และ Meditation Room

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

จัดเต็มให้เพื่อความไหลลื่นขั้นสุดสำหรับ OnePlus 8T 5G ที่เลือกใช้หน่วยประมวลผลเรือธงอย่าง Qualcomm Snapdragon 865 ทั้งยังรองรับ 5G เพื่อความแรงขึ้นไปอีกขั้น ที่สำคัญยังมี RAM สูงสุดถึง 12GB สลับแอปพลิเคชั่นหรือเปิดแอปก็ทำได้รวดเร็ว พร้อมด้วย ROM 256GB ชนิด UFS 3.1 ทำให้การอ่านและเขียนประมวลผลได้แรงกว่าเดิม

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 576,025 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 784 และคะแนน Multi-Core ที่ 3,198

 

ฟีเจอร์และทดสอบด้านการเล่นเกม

OnePlus 8T 5G มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space ที่ช่วยรวบรวมเกมทั้งหมดไว้ในที่เดียวกันครับ พร้อมกับความสามารถในการเปิดโหมด Fnatic เพื่อรีดประสิทธิภาพของเครื่องออกมาทั้งหมด ทำให้เล่นเกมได้ไหลลื่นและเฟรมเรทคงที่กว่าเดิมครับ

 

ROV

สำหรับเกม ROV เราสามารถเปิดภาพและเฟรมเรทในระดับสูงที่สุดได้ทั้งหมด และด้วยความเป็น Snapdragon 865 ก็เล่นโหมด 5 VS 5 ได้อย่างไหลลื่น เฟรมเรทวิ่งแบบคงที่ 60-61fps ตลอดทั้งเกมครับ

 

Asphalt 9: Legends

เกมแข่งรถกราฟิกสวยๆ อย่าง Asphalt 9: Legends ก็สามารถเปิดภาพระดับสูงได้เช่นกัน ทำให้เล่นได้อย่างไหลลื่น ภาพดูสมูทด้วยการเป็นหน้าจอ 120Hz Fluid AMOLED Display และภาพก็สวยงามตามท้องเรื่อง!

 

Genshin impact

และสุดท้ายกับ Genshin impact เกมใหม่มาแรงอย่างก็สามารถเล่นได้แบบไม่มีกระตุกใดๆ ครับ ภาพที่แสดงผลออกมามีความสวยงามมาก และเรื่องการสัมผัสหน้าจอไปมาก็ทำได้ในระดับยอดเยี่ยมมากๆ

 

แบตเตอรี่อึด พร้อมชาร์จไวด้วย Warp Charge 65

OnePlus 8T 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4500mAh ซึ่งแบ่งแบตออกเป็น 2 ก้อน (Twin-battery Charging Technology) ทำให้ช่วยเรื่องการชาร์จได้เป็นอย่างดี ซึ่งการชาร์จนั้นมาพร้อม Warp Charge 65 ที่ชาร์จได้เต็มในเวลาเร็วสุดเพียง 39 นาทีเท่านั้น ซึ่งจากที่เราทดสอบจากแบตจาก 35% ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาเพียง 30 นาที

 

ที่สำคัญ Warp Charge 65 ก็สามารถชาร์จได้อย่างต่อเนื่องเพราะมีการรักษาอุณหภูมิระดับที่ปลอดภัยครับ ทำให้หมดกังวลเรื่องความร้อนไปได้เลย

 

กล้องถ่ายรูป

ตัวชูโรงของ OnePlus 8T 5G ที่ต้องห้ามพลาดเลยคือเรื่องกล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยเลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าถึง 123 องศา + Macro และ Monochrome ทำให้ฟีเจอร์ในการถ่ายนั้นถือว่าครบครันตามด้านล่างนี้เลยครับ

 

เลนส์หลักสวยงามด้วย AI

ในการถ่ายโหมดปกติของ OnePlus 8T 5G ได้มี AI เข้าช่วยในการปรับแสงและสีสันของภาพให้ออกมาสวยงาม พร้อมการโฟกัสที่ทำได้ไวเลยทีเดียวครับ ซึ่งจุดนี้ช่วยให้เราไม่ต้องไปปรับอะไรเพิ่มเลยด้วย

 

 

คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล

กล้องหลักความละเอียดสูงของ OnePlus 8T 5G ถ่ายออกมาได้ที่ 48 ล้านพิกเซล ซึ่งจะได้ภาพที่มีพิกเซลสูงและรายละเอียดของภาพมีความคมชัดกว่าปกติครับ

 

ถ่าย Ultra Wide Angle มุมกว้างขั้นสุดถึง 123 องศา

เลนส์ Ultra-Wide Angle ของ OnePlus 8T 5G จัดมาให้เต็มๆ ถึง 123 องศา ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่มีมุมกว้างมากที่สุดในสมาร์ทโฟน ใครที่ชอบถ่ายบรรยากาศกว้างๆ ไม่ต้องถอยไกล แถมได้ความสวยงามด้านเฉดสีที่มีความสมจริง รุ่นนี้จะตอบโจทย์ได้แน่นอน


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

ถ่าย Portrait ก็เนียนไม่ต้องปรับเพิ่ม

หนึ่งในฟีเจอร์ชูโรงของ OnePlus 8T 5G ต้องบอกว่าเป็นฟีเจอร์การถ่ายภาพบุคคลครับ เพราะทำออกมาได้เนียนตามาก ตัดขอบได้สมจริง พร้อมเบลอได้ธรรมชาติ และมีการปรับใบหน้าสวยที่ดูไม่เกินจริง โดยทำได้เยี่ยมทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ทั้งนี้ เลนส์ Monochrome ก็ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลดูมีลูกเล่นกว่าเดิม เพราะคล้ายกับฟิลเตอร์สีขาว-ดำ ทำให้เรามีมุมมองในการถ่ายภาพหลากอารมณ์มากขึ้น

 

Macro ถ่ายได้ใกล้สุดถึง 3 ซม.

เลนส์ Macro ของรุ่นนี้ถ่ายได้ใกล้สูงสุดถึง 3 เซนติเมตร ซึ่งมีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล ทำให้มีภาพคมชัดและสีสันไม่ต่างจากเลนส์หลักครับ

 

Nightscape เปลี่ยนกลางคืนให้สว่างขึ้น

ภาพการถ่ายกลางคืน Nightscape ใน OnePlus 8T 5G ทำออกมาได้ดีขึ้น Noise น้อยลง ในที่แสงน้อยก็มีความสว่างและชัดเจนกว่าเดิม ส่วนสีสันก็ถือว่าตรงตามจริงครับ แถมใช้งานได้ทั้งเลนส์หลัก และ Ultra-Wide Angle


โหมดปกติ / โหมด Nightscape

 

กล้องหน้าคมชัด 16MP ถ่ายสวยแบบธรรมชาติ

กล้องหน้าก็ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 16 ล้านพิกเซล ซึ่งการเซลฟี่ออกมามีความสมจริง ใบหน้านั้นตกแต่งได้ธรรมชาติ ไม่จัดจ้านจนเกินไป ซึ่งมีให้เลือกอยู่ 3 ระดับ (L1 – L3)

 

วิดีโอฟีเจอร์ใหม่สวยงามแบบเนียนๆ

ระบบกันสั่นทำได้ดีขึ้น

OnePlus 8T 5G ได้รับการปรับปรุงให้มีระบบกันสั่นไหวได้ดีขึ้น เพราะมีทั้ง OIS และ EIS ช่วยกันได้เป็นอย่างดี ใครที่ชอบถ่ายในแนว Vlog หรือแอ็ดชั่นเบาๆ จะต้องชอบแน่นอน

 

Video Portrait Mode วิดีโอเบลอลหลังทำได้สุดเนียน

สำหรับการถ่ายวิดีโอแบบ Portrait ทำได้อย่างเนียนตาสุดๆ การโบเก้แทบไม่มีหลุดจากตัวบุคคลเลยก็ว่าได้ ซึ่งในจุดนี้ต้องบอกเลยว่า AI ใน OnePlus 8T 5G ทำการวิเคราะห์แยกแยะตัวบุคคลและฉากหลังได้ดีกว่าเดิมมาก

 

สรุปจุดเด่น

  • ใช้งานไหลลื่นขั้นสุดด้วยขุมพลัง Snapdragon 865 พร้อม RAM 12GB + ROM 256GB
  • หน้าจอแสดงผล 120Hz Fluid AMOLED Display สมูททุการสัมผัสและตอบสนองได้ไวทั้งการใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกม
  • ใช้งานเครือข่าย 5G Ultra Smooth ผ่านโมเด็ม Snapdragon X55 ได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง
  • รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11 รุ่นล่าสุดจาก Google พร้อม OxygenOS 11 ที่มีฟีเจอร์เพียบ
  • กล้องหลังจัดเต็ม 4 เลนส์ 64MP ใช้งานได้ครบทุกฟีเจอร์ ถ่ายได้สวยงามทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่สามารถชาร์จไร้สายได้

 

OnePlus 8T 5G Ultra Fast. Ultra Smooth  เปิดพรีออเดอร์ ตั้งแต่วันที่ 21 – 29 .. 63 ความจุ 8GB + 128 GB ราคา 24,990 บาท, ความจุ 12GB + 256GB ราคา 29,999 บาท รับฟรีของสมนาคุณมูลค่ากว่า 15,170 บาท

 

ซื้อผ่าน Operator AIS, dtac, TrueMove H เริ่มต้น 12,490 บาท

 

After Service บริการหลังการขายรองรับทั่วประเทศ

OnePlus เห็นคาวมสำคัญหลังการขายให้กับผู้ใช้งานทุกคน โดยได้จับมือกับ OPPO เพื่อขยาย Service Center ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้ามาใช้รับบริการหลังการขาย, ซ่อมแซม, เปลี่ยนอะไหล่ หรือตรวจเช็คสภาพเครื่องผ่าน OnePlus Service Center ที่ MBK Center ชั้น 5 หรือศูนย์บริการ OPPO Service Center รวมทั้งหมด 42 สาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ หากไม่สะดวกเดินทางไปยังศูนย์ซ่อม สามารถติดต่อ Call-Center OnePlus Thailand ผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ 02-793-3818 เพื่อติดต่อและขอใช้บริการส่งซ่อมผ่าน Kerry Express ได้

IT News

พาไปสัมผัสประสบการณ์ AIS 5G SMART MIRROR ลองเสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดังด้วย 5G แบบเรียลไทม์ ที่แรกที่เดียวในไทย พร้อมรับความพิเศษถึง 2 ต่อ

Published

on

By

มีความล้ำๆ และพิเศษสุดๆ จาก AIS 5G มาฝากกันครับ ด้วยการพาไปลองสัมผัสประสบการณ์จาก AIS 5G SMART MIRROR กระจกอัจฉริยะที่แรกและที่เดียวในไทยกับประสบการณ์ใหม่จากบริการ 5G ตอบรับการช้อปปิ้งในยุค New Normal ที่สามารถให้ลองเสื้อผ้าได้จากหลากหลายแบรนด์ดังในที่เดียว สามารถออกแบบสไตล์การแต่งตัวได้อย่างๆ ง่ายๆ แบบ เรียลไทม์ผ่านเครือข่าย 5G ซึ่งทีมงาน iphone-droid.net ก็ได้ไปสัมผัสประสบการณ์มาแล้วครับ วันนี้นำรายละเอียดต่างๆ ของ AIS 5G Smart Mirror มาฝากกัน ซึ่งนอกจากจะได้ลองเสื้อผ้าแบบล้ำๆ แล้วยังมีความพิเศษถึง 2 ต่อมาฝากกันด้วย

AIS 5G Smart Mirror ตั้งอยู่ที่ไหน

ก่อนที่จะไปลองเสื้อผ้าล้ำๆ มาดูสถานที่ตั้งกันก่อนครับ AIS 5G SMART MIRROR อยูที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล โซนเซ็นทรัลคอร์ท อยู่ใกล้ๆ กับลิฟต์แก้วหาได้ง่ายๆ ครับ เมื่อไปถึงแล้วก็จะเห็นเด่นชัดอยู่ตรงโซนนั้นเลยครับ


AIS SMART MIRROR ใช้งานอย่างไร

การใช้งานนั้นก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไรครับ ในขั้นตอนแรกให้ไปยืนในจุดที่กำหนดเพื่อให้กล้องจับตำแหน่ง ระบบจะสแกนหน้าเพื่อสร้างรูปจำลองขึ้นมา ใช้ไม่ยากและมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำให้ด้วยครับ


หลังจากที่ยืนในจุดที่กำหนดแล้ว ระบบจะใช้เวลาสักครู่ในการสแกนใบหน้า


หลังจากที่ระบบจำลองตัวเราขึ้นมาให้แล้ว ก็จะสามารถเลือกปรับสรีระ ได้ตามต้องการเพื่อให้ใกล้เคียงกับตัวเราให้มากที่สุดและได้เห็นแบบเรียลไทม์ในขณะที่มีการปรับสรีระอีกด้วยครับ


ในส่วนของผู้หญิงสามารถปรับทรงผมได้ด้วยครับ เลือกผมสั้น ยาว ให้เหมือนตัวจริงกันได้เลย มีให้เลือกหลากหลายสไตล์

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ AIS-5G-Smart-Mirror14.jpg


เลือกสไตล์เสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์แบบเรียลไทม์

หลังจากที่ปรับสรีระเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่จะเลือกเสื้อผ้ากันแล้วล่ะครับ ก็จะมีแบรนด์เสื้อผ้าต่างๆ ที่สามารถเลือกออกแบบ มิกซ์แอนด์แมชได้เอง ได้แก่ CARNIVAL, H&M, MLB, MICHAEL KORS, POLO RALPH LAUREN, PULL&BEAR, , SUPERDRY, TOPSHOP/TOPMAN, UNIQLO และ ZARA


และจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นคือเราสามารถกดดูข้อมูลรายละเอียดสินค้าต่างๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นไซส์ รายละเอียดของเนื้อผ้า เป็นต้น และสามารถจดโค้ด หรือถ่ายรูปสินค้า เพื่อนำไปซื้อสินค้าที่ร้านได้


นอกจากนี้ ยังสามารถกดสแกน QR Code เก็บภาพลุคสุดเก๋ ไปแชร์บน Social Media ได้อีกด้วยนะครับ โดยการเลือกไปที่ share


จากนั้นจะมี Qr Code ขึ้นมาให้สแกนแบบนี้ครับ 


หลังจากสแกน QR Code แล้วก็จะได้ตัวอย่างชุดที่ได้ลองและสามารถนำไปซื้อที่ร้านกันได้เลย หรือจะแชร์อวดเพื่อนๆ ในโชเชียลเก๋ๆ ก็ได้เช่นกัน


สิทธิพิเศษลูกค้า AIS รับความพิเศษได้ถึง 2 ต่อ


สิทธิพิเศษที่  1  ใช้เอไอเอส พอยท์ 200 คะแนน แลกรับส่วนลด 200 บาท ที่บูธ AIS 5G SMART MIRROR และนำไปใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าแบรนด์ที่ร่วมรายการ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป/ ใบเสร็จ (จำนวน 5,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ)


สิทธิพิเศษที่  2   ซื้อสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมรายการ ครบ 2,000 บาท (รวมใบเสร็จได้) สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับ ตุ๊กตาอุ่นใจ 5G ขนาด 5 นิ้ว 1 ตัว หรือ ถุงผ้าน้องมะม่วง x อุ่นใจ 1 ชิ้นที่บูธ AIS 5G SMART MIRROR

AIS 5G SMART MIRROR เรียกได้ว่าตอบโจทย์การช้อปปิ้งในยุค New Normal ไม่ต้องเสียเวลาไปลองเสื้อผ้าจากหลายๆ ร้านให้ยุ่งยาก แต่สามารถรู้ข้อมูลสินค้าและราคาได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคโควิด ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และชอบความสะดวก รวดเร็ว 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ AIS-5G-Smart-Mirror22.jpg

แนะนำว่าห้ามพลาดที่จะไปลองเสื้อผ้าแบบล้ำๆ ด้วย AIS 5G SMART MIRROR กันนะครับ ซึ่งจะมีตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2564 ที่ชั้น 2 โซนเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รายละเอียดเพิ่มเติม  www.ais.co.th/privilege/5Gsmartmirror/

Continue Reading

Smart Review

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh และกล้องหลัง 3 เลนส์

Published

on

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนที่เน้นเรื่องความอึดของแบตเตอรี่ถึง 6000mAh ใช้งานได้แบบยาวๆ ไม่มีหมด พร้อมด้วยจอใหญ่ Dot Drop Display ขนาด 6.53 นิ้ว และคมชัดแบบ FHD+ โดยฟีเจอร์อื่นๆ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองมาดูกันครับ

สรุปข้อมูลและสเปค

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.3 × 77.3 × 9.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 198 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Dot Drop Display ชนิด LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9, Contrast ratio: 1500:1 และครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 3
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 662 Octa Core ความเร็ว 2.0GHz
  • GPU : Adreno 610
  • RAM 4GB LPDDR4X
  • ROM 64/128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ MIUI 12 for POCO บนพื้นฐาน Android 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.05
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 6000mAh รองรับ 18W Fast Charge

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ก่อนจะไปดู รีวิว POCO M3 มาดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อน

  • ตัวเครื่อง POCO M3
  • อะแดปเตอร์ 22.5W Fast Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคส
  • ฟิล์มกันรอยหน้าจอ
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งาน
  • ใบรับประกันสินค้า
รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

ดีไซน์นั้นมาในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยด้านหลังมีความโค้งเพื่อให้รองรับกับอุ้งมือเพื่อใช้งานได้อย่างสะดวก ทั้งยังใช้วัสดุคล้ายหนังที่ป้องกันรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี แถมไม่ลื่นมืออีกด้วย ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีดำ Power Black

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh
รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

ขณะที่ตัวโมดูลกล้องส่วนบนจะยาวทั้งแถบโดยฝั่งซ้ายจะเป็นตัวเลนส์กล้อง 3 เลนส์ และตัวกระจกจะยาวไปถึงฝั่งขวา จบด้วยโลโล้ POCO

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

หน้าจอแสดงผลมาแบบ Dot Drop Display ที่มีขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ และมีอัตราส่วน 19.5:9 ทำให้รับชมสิ่งต่างๆ ได้แบบเต็มตา

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

เหนือหน้าจอแสดงผลจะเป็นลำโพงสนทนาและเป็นลำโพงที่ 2 อีกด้วย ถัดลงมาเป็นหยดน้ำที่มีกล้องหน้าอยู่

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ทางซ้ายตัวเครื่องช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และ MicroSD อีก 1 ช่อง

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และถัดลงมาเป็นปุ่ม Power ที่ใช้งานเป็นการสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ขณะที่ด้านล่างมีไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ด้านบนตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด IR Blaster, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2

และสุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

POCO M3 ได้รันบนระบบปฏิบติการ Android 10 โดยครอบทับด้วย MIUI 12 for POCO ที่เป็น UI ที่ได้รับการปรับแต่งมาโดยเฉพาะครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

หน้าตา UI : MIUI 12 for POCO

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ระบบความปลอดภัย

POCO M3 ให้ความสะดวกสบายในการใช้งานเรื่องการปลดล็อกเครื่องด้วยการสแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่องครับ แนะนำว่าให้ใช้นิ้วโป้งมือขวาและนิ้วกลางมือซ้ายก็จะพอดีเป๊ะๆ หยิบขึ้นมาใช้งานได้ทันที

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ส่วนใครที่จะสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกก็ได้เช่นกันครับ มีความรวดเร็วไม่ต่างกับการสแกนลายนิ้วมือเลย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

Dual Speakers ใช้งานลำโพงคู่ได้แบบกระหึ่ม

ใครที่เป็นสายเกมจะต้องชอบแน่นอน เพราะ POCO M3 มาพร้อมลำโพงคู่โดยไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟัง โดยลำโพงด้านบนและล่างจะเปล่งเสียงออกมาทั้งคู่ มีการแยกเสียงซ้ายและขวาอย่างชัดเจนครับ และที่สำคัญคือลำโพงทั้ง 2 มีความดังใกล้เคียงกันด้วย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

สีเข้มขึ้นพร้อมใช้งานสบายดวงตาด้วย Dark Mode

POCO M3 ก็มี Dark Mode มาให้ใช้เช่นกันครับ โดยจะเปลี่ยนพื้นหลังของระบบเป้นสีดำทั้งหมดเพื่อความสบายในการใช้งานในที่แสงน้อย ซึ่งเราสามารถเปิดได้เองหรือเปิดตามกำหนดเวลาได้เช่นกัน

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

โหมดอ่านหนังสือก็มีมาให้

สำหรับโหมดนี้จะเป็นเหมือนโหมดถนอมสายตาครับ โดยจะเพิ่มความอุ่นของการแสดงผลพร้อมลดแสงสีฟ้าลงไปทำให้เวลาเราอ่านบทความหรือ E-Book ก็ทำให้สบายดวงตามากขึ้น ทั้งนี้หน้าจอก็ยังได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland Low Blue Light เพื่อช่วยถนอมสายตาอยู่แล้วด้วย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

หน่วยประมวลผลของรุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 662 ที่มีสถาปัตยกรรมขนาด 11 นาโนเมตร พร้อม GPU Adreno 610 ทำให้ใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้ไหลลื่นมากๆ โดยจะมี RAM มาให้ 4/6GB และ ROM ถึง 128GB ที่จะโหลดแอปหรือเกมต่างๆ ได้ไม่ต้องกลัวเต็มครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 316 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,361

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

เพิ่มความแรงด้วย Game Turbo

Game Turbo เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพก่อนการเล่นเกม โดยเราสามารถปิดการแจ้งเตือนแอปได้ รวมถึงสามารถปัดขวาจากมุมซ้ายบนการบอกการใช้งาน GPU, CPU และเฟรมเรทได้แบบเรียลไทม์ด้วยเช่นกันครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

สำหรับเกม ROV สามารถเปิดการแสดงผลได้ในระดับสูง ควบคู่ภาพ HD ระดับสูงมาก และเฟรมเรทสูงได้ โดยเราทดสอบการเล่นโหมด 5 VS 5 ก็เล่นได้แบบเฟรมเรทนิ่งๆ ประมาณ 58-60fps ตลอดทั้งเกม ตามสไตล์ของชิปจาก Qualcomm ครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile

PUBG Mobile

POCO M3 ROV PUBG Mobile

ส่วนเกม PUBG Mobile สามารถเปิดได้กราฟิกได้ในระดับสมดุล และเฟรมเรทระดับกลางเท่านั้น แต่จะมีการอัปเดทให้ใช้งานกราฟิกสูงขึ้นในอนาคตแน่นอน ในการเล่นในเกมทั่วไปสามารถเล่นได้ปกติและไหลลื่นตามปกติ โดยสัมผัสหน้าจอการจะมีดีเลย์บ้างเล็กน้อยแต่ไม่ได้ส่งผลอะไรมากครับ

POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile

Asphalt 9: Legends

POCO M3 ROV PUBG Mobile

และสุดท้ายกับเกม Asphalt 9: Legends เกมแข่งรถกราฟิกแรงๆ สามารถเปิดได้ในระดับปกติครับ ภาพในเกมสวยงามตามท้องเรื่อง และเล่นได้ไหลลื่น เฟรมเรทก็ไม่มีตก

M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile

แบตเตอรี่สุดอึด เล่นเกมได้เกินครึ่งวันแบบไม่มีพัก

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เน้นความอึดของแบตเตอรี่ด้วยการให้มาถึง 6000mAh ซึ่งการใช้งานทั่วไปนั้นอยู่ในตลอดวันแน่นอนอยู่แล้วครับ แต่ถ้าใครมาสายเกมสักหน่อยก็อาจจะได้ชาร์จกันสักรอบครับ ซึ่งในการชาร์จก็รองรับ 18W Fast Charge ซึ่งทดสอบชาร์จจากประมาณ 20% – 80% ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ครับ และเต็มในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

M3 by POCO ROV PUBG Mobile

กล้องถ่ายรูป

นอกจากเรื่องจอใหญ่ แบตอึดๆ และสเปคที่ใช้งานได้ไหลลื่นแล้ว เรื่องกล้องก็ถือว่าใช้งานได้จัดเต็มเช่นกันด้วยกล้องความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายในโหมดปกตินั้นคมชัดยิ่งขึ้น

Smartphone Camera Review

AI อัจฉริยะถ่ายได้คมชัดด้วยเลนส์คมชัดสูง

POCO M3 นั้นมาพร้อมเลนส์หลักที่ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซลครับ ซึ่งเราสามารถถ่ายในโหมดปกติทำให้รวมพิกเซลมาอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล ช่วยให้แสงและเงาชัดเจน ภาพมีความสว่างมากขึ้น ทั้งยังมี AI เพื่อบ่งบอกหมวดหมู่ของแต่ละวัตถุได้อย่างแม่นยำด้วย

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

Portrait ถ่ายได้เนียนตา เบลอได้ชัด และปรับแต่งได้ตามใจชอบ

ฟีเจอร์ Portrait ก็ยังใช้งานได้แบบเนียนตาอย่างมากครับ ตัดขอบรอบตัวบุคคลได้เนียนตา แทบไม่มีหลุด ซึ่งใบหน้าของบุคคลก็ยังสว่างและไม่มืดอีกด้วย ทั้งยังใช้งานได้สวยงามทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องหลัง

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

กล้องหน้า

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับการเบลอหรือค่ารูรับแสงได้ตามใจชอบหลังจากที่ถ่ายภาพเสร็จในโหมด Portrait โดยกว้างสุดที่ f/1.0 และแคบสุดที่ f/16 ขณะที่กล้องหน้าเราสามารถปรับแสงสตูดิโอได้ด้วยเช่นกัน

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

ถ่ายกลางคืนได้ถ่ายสวยงามและสว่างชัดเจน

POCO M3 ก็สามารถถ่ายโหมดกลางคืนได้เช่นกัน โดยการรอประมวลผลอยู่ที่ประมาณ 4-5 วินาทีครับ ถือว่าไม่นานเท่าไหร่ แต่ก็จะได้ภาพที่มีภาพคมชัดและสว่างกว่าโหมดปกติชัดเจน

M3 by POCO Camera Review
โหมดปกติ / โหมดกลางคืน

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

ถ่าย Macro ได้ใกล้สุด 4 เซนติเมตร

เลนส์ที่ 3 ที่มีให้ใช้งานกันจะเป็นเลนส์ Macro ช่วยให้ถ่ายภาพในระยะใกล้ได้ โดยสีสันของภาพถือว่ายังจัดจ้านอยู่ และเห็นรายละเอียดใกล้ๆ ของภาพได้ชัดเจน

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

เซลฟี่ได้สวยงาม เห็นฉากหลังได้ครบถ้วน

นอกจากที่กล้องหน้าจะสามารถถ่าย Portrait ได้ ก็ยังสามารถถ่ายโหมดปกติได้เหมือนกัน โดยเราจะเห็นฉากหลังได้คมชัดและสวยงาม

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Dot Drop Display ขนาด 6.53 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ ใช้งานได้เต็มตาแน่นอน
  • แบตเตอรี่พันธ์อึด 6000mAh ใช้งานได้เต็มวัน พร้อมชาร์จเร็ว 18W
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ใช้งานได้ครบถ้วนทั้ง AI, Macro และ Portrait
  • ชิพ Qualcomm Snapdragon 662 ทำให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่น และมี RAM สูงสุด 6GB และ ROM 128GB จุได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • รองรับลำโพงคู่โดยไม่ต้องใช้หูฟังเข้าช่วย ทำให้ฟังเพลงหรือเล่นเกมได้เต็มอรรถรส

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

ได้เห็น รีวิวกันไปแล้ว ก็มาถึงราคากันบ้าง โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม Lazada เท่านั้น ที่ลิงก์ https://bit.ly/3790VXG ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

วางจำหน่าย 2 รุ่น โดยมี 3 สี ได้แก่ Cool Blue, POCO Yellow และ Power Black

  • ขนาดความจุ 4GB+64GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,499 บาท
  • ขนาดความจุ 4GB+128GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,999 บาท

พิเศษ! ราคาเอาใจคนรักเทคโนโลยี เมื่อสั่งซื้อก่อนใครบนแพลตฟอร์ม Lazada ในระหว่างวันที่ 12-20 ธันวาคม 2563 นี้ ความจุ 4GB+64GB ราคาพิเศษเพียง 3,999 บาท และ ความจุ 4GB+128GB ราคาพิเศษเพียง 4,499 บาท

ดูสเปคเต็มที่นี่

Continue Reading

Smart Review

รีวิว HUAWEI Mate 40 Pro ชิปเซ็ต 5G SoC 5nm และกล้อง Leica 50 ล้าน

Published

on

HUAWEI Mate 40 Pro Review

รีวิว HUAWEI Mate 40 Pro สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมชิปเซ็ต 5G SoC ขนาด 5nm และกล้องถ่ายรูปทั้งภาพนิ่งและวิดีโอระดับโปรด้วยเลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล

สรุปข้อมูลและสเปค HUAWEI Mate 40 Pro

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.9 × 75.5 × 9.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 212 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลชนิด OLED กว้าง 6.76 นิ้ว ความละเอียด 1344 x 2772 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 90Hz
  • หน่วยประมวลผล : Kirin 9000 5G SoC ขนาด 5nm
  • GPU : Mali-G78
  • RAM 8 GB
  • ROM 256 GB รองรับ SD NMCard สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 11 (HMS)
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์
    • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9
    • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4 รองรับ 5x Optical Zoom
  • กล้องหน้า 2 เลนส์
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ 3D Depth Sensing
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ซิม สลับซิมหลักได้เพื่อใช้งาน 5G
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.2 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4400 mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 66W, Wireless HUAWEI SuperCharge 50W, Reverse Wireless Charging

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

HUAWEI Mate 40 Pro Review

HUAWEI Mate 40 Pro มาในกล่องสีขาวเรียบๆ และมีชื่อรุ่นอยู่บนฝากล่อง โดยอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่อง HUAWEI Mate 40 Pro
  • เคสใส
  • อะแดปเตอร์ SuperCharge 66W
  • หูฟัง
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ด้านการดีไซน์ HUAWEI Mate 40 Pro ที่แปลกตาไปจากเดิมอยู่ที่กล้องหลังมาพร้อมดีไซน์แบบวงแหวนหรือ Space Ring Design อยู่บริเวณกลางเครื่อง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

โมดูลของกล้องหลังจะนูนขึ้นมาเหลือฝาหลังเล็กน้อยและดูสวยงามด้วยโทนสีดำมันเงา และมีการจัดวางกล้องแบบสมมาตรไว้ในวงแหวน พร้อมแฟลชแบบ Dual LED (Dual Tone) ในขณะที่ตรงกลางก็จะมีข้อความคำว่า Leica

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ฝาหลังมีความโค้งแบบ 3D ทั้ง 4 ด้าน ทำให้ตัวเครื่องดูสวยหรู อีกทั้งยังช่วยให้เวลาจับใช้งานกระชับมือและจับสบายด้วย โดยสีที่ใช้รีวิวในครั้งเป็นสี Black

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอแสดงผลเป็นดีไซน์แบบของโค้ง Horizon Display ทำให้ขอบด้านหน้าเหลือขอบที่บางมากๆ และมีกล้องหน้าคู่ติดตั้งไว้ที่มุมซ้ายบน ทำให้ด้านหน้าเห็นจอแสดงผลได้แบบเต็มตา

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบจอที่โค้งของรุ่นนี้ทำมุม 88 องศา เมื่อมองหน้าจอตรงๆ จากด้านหน้าแทบมองไม่เห็นขอบจอด้านข้างเลย

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบด้านบนตัวเครื่องจะมีช่องลำโพง, ไมโครโฟน และอินฟราเรด

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบด้านล่างมีพอร์ต USB Type-C, ลำโพง, ไมโครโฟน และถาดใส่ซิม

HUAWEI Mate 40 Pro Review

สำหรับถาดใส่ซิมเป็นแบบ 2 Nano SIM เลือกใส่ NMCard แทนในช่องซิม 2 ได้

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ตัวเครื่อง Mate 40 Pro สามารถกันน้ำกระเด็นใส่หรือฝนตกได้ตามมาตรฐาน IP68

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 6.76 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรช 90Hz ทำให้เวลาเลื่อนหน้าจอมีความลื่นไหลและดูสบายมากมากขึ้น อีกทั้งหน้าจอยังมีความกว้างกว่า P40 Pro ด้วย

HUAWEI Mate 40 Pro Review

อัตรารีเฟรชสามารถตั้งค่าการใช้งานได้ระหว่าง 60Hz และ 90Hz หรือจะเลือกแบบ Dyniamic ปรับตามการแสดงผลคอนเทนท์ก็ได้เช่นกัน สำหรับการเล่นเกมหรือการใช้งานที่ต้องการความไวก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเพราะว่ารุ่นนี้มีความไวต่อการสัมผัส 240Hz

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

HUAWEI Mate 40 Pro มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 11 ใช้บริการด้วย HMS ซึ่งจะไม่มี Google Services ติดตั้งมาในตัวเครื่อง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

การดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ สามารถทำได้ผ่าน HUAWEI AppGallery ซึ่งตอนนี้ก็มีแอปยอดนิยมให้ใช้งานได้เกือบครบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแอปโซเชียบ เกม และแอปธนาคารต่างๆ ในไทย อีกหนึ่งความสะดวกในการค้นหาแอปพลิเคชั่นเพื่อติดตั้งบนตัวเครื่องที่ได้ง่ายมากขึ้นโดยค้นหาจาก Petal Search ที่จะแนะนำแหล่งดาวน์โหลดอื่นๆ ให้ด้วย

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ตัวเครื่องรองรับการใช้งาน 5G ได้ทันที โดยสามารถสลับช่องซิมใดก็ได้เป็นซิมหลักเพื่อการใช้งานบนเครือข่าย 5G และอีกซิมจะสแตนด์บายบนเครือข่าย 4G LTE นอกจากนี้ก็รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2, NFC

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอหลักมีระบบธีม วอลเปเปอร์ให้เลือกเปลี่ยนได้ และในหน้าจอล็อกก็จะมี Magazin Unlock เปลี่ยนการแสดงภาพต่างๆ ทุกครั้งที่มีการกดเปิดหน้าจอ

HUAWEI Mate 40 Pro Review

สามารถเลือกใช้งานฟีเจอร์แสดงเสมอ (Always On Display) สำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องปลดล็อกหน้าจอก็สามารถดูได้เลย เช่น วันที่ เวลา และการแจ้งเตือนสำหรับการโทรหรือข้อความ

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอของ Mate 40 Pro สามารถเลือกโหมดสีได้ 2 โหมด คือ ปกติ และสดใส ในขณะที่อุณหภูมิสีหน้าจอก็เลือกปรับได้เช่นกัน เช่น ปรับเป็นโทนสีอุ่นเพื่อให้ดูสบายตาเวลาใช้งานในที่มืด เป็นต้น

HUAWEI Mate 40 Pro Review

โหมดสบายตา เป็นโหมดสำหรับกรองสีฟ้าเพื่อลดความเมื่อยล้าของดวงตา ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับการเลือกใช้งานโหมดอุณหภูมิสีอุ่นนั่นเอง หน้าจอก็จะแสดงเป็นโทนสีเหลืองส้ม ปรับระดับความเข้มของโทนสีได้ และสำหรับการใช้งานกลางคืนสามารถเลือกเปิดโหมดมืด (Dark Mode) เพื่อเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำ ทำให้ดูสบายมากกว่าเมื่อใช้งานในเวลากลางคืน

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอแสดงผลรองรับการปรับความละเอียดได้สูงสุด 1344 x 2772 พิกเซล แต่ถ้าใครต้องการประหยัดแบตเตอรี่ก็สามารถปรับลดความได้ หรือจะเลือกเปิดใช้งานความละเอียดอัจฉริยะ ให้ตัวเครื่องปรับความละเอียดหน้าจอแสดงตามการแสดงผลคอนเทนท์

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบหน้าด้านบนสามารถเลือกปิดหรือเปิดได้ ถ้าต้องการซ่อนช่องที่ติดตั้งกล้องหน้าให้เป็นแถบสีดำทั้งหมดก็เลือกเปิดใช้งานซ่อนคัทเอาท์ได้

HUAWEI Mate 40 Pro Review

Sound Booster ฟีเจอร์ด้านเสียงสำหรับการฟังเสียงสนทนาหรือเสียงอื่นๆ จากระยะไกล และ HUAWEI Histen เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ด้านความปลอดภัยมีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและระบบจดจำใบหน้า

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ประสิทธิภาพตัวเครื่อง การเล่นเกม และแบตเตอรี่

HUAWEI Mate 40 Pro มาพร้อมชิปเซ็ต Kirin 9000 5G ขนาด 5nm ซีพียูแบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 3.13GHz และกราฟิก Mali-G78 MP24 กับ RAM 8GB รองรับการเล่น PUBG Mobile ในโหมดกราฟิกในระดับ HDR HD และภาพความละเอียดระดับ Ultra ซึ่งตัวเกมพัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก

HUAWEI Mate 40 Pro Review

จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุก และอัตรา ความไวในการสัมผัส 240Hz ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีขึ้นในการเล่นเกม

HUAWEI Mate 40 Pro Review

เกม ROV เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับการเล่นบน Mate 40 Pro รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากๆ วิ่งระหว่าง 59-60fps ตลอดการเล่น และบางฉากวิ่งทะลุ 61fps แม้จะเป็นช่วงการร่วมทีมไฟต์ก็ไม่ตก

HUAWEI Mate 40 Pro Review

จากการลองเล่นไปเกือบชั่วโมง พบว่าตัวเครื่องแทบไม่ร้อนเลย รู้สึกอุ่นๆ เท่านั้น ถือว่าระบบการจัดการและระบายความร้อนของรุ่นนี้ทำได้ดีเลยทีเดียว

HUAWEI Mate 40 Pro Review

HUAWEI Mate 40 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4400 mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวๆ ทั้งวัน รองรับระบบการชาร์จ HUAWEI SuperCharge สูงสุด 66W โดยต้องใช้คู่กับสายและอะแดปเตอร์ของ HUAWEI และรองรับการชาร์จไร้สาย Wireless HUAWEI SuperCharge ที่ 50W นอกจากนี้ก็ยังสามารถแชร์แบตเตอรี่เพื่อชาร์จให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วยฟีเจอร์ Wireless Reverse Charging

HUAWEI Mate 40 Pro OS Review 17

กล้องถ่ายรูป

HUAWEI Mate 40 Pro มีกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ โดยเลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4 รองรับ 5x Optical Zoom

HUAWEI Mate 40 Pro Review

กล้อง 50 ล้านพิกเซล

เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียดมาสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ได้ภาพที่มีขนาดใหญ่และเก็บรายละเอียดได้คมชัดทั่วทั้งภาพ สามารถซูมเข้าไปดูรายละเอียดเล็กๆ ในภาพได้ชัดเจนมากขึ้น และมี AI เข้ามาช่วยระบุฉากที่กำลังถ่ายได้แบบอัตโนมัติ ทำให้ถ่ายภาพได้ง่ายและออกมาสวยโดยไม่ต้องตั้งค่าให้ยุ่งยาก

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

กล้องหลังมีฟิลเตอร์ให้เลือกโทนสีสำหรับเพิ่มความโดดเด่นหรือให้ความรู้สึกใหม่ๆ แทนการถ่ายด้วยภาพโทนสีปกติ

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

Ultra Wide Angle 20 ล้านพิกเซล

สำหรับกล้อง Ultra Wide Cine หรือการถ่ายในโหมด Ultra Wide Angle ที่สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูง 20 ล้านพิกเซล ให้มุมมองที่กว้างเหมือนฉากในภาพยนตร์ เก็บแสงและโทนสีได้สวยมากๆ สำหรับกล้องตัวนี้

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

ถ่ายภาพระยะใกล้แบบ Macro

กล้อง Ultra Wide Angle ของ Mate 40 Pro สามารถถ่ายภาพระยะใกล้เหมือนกล้อง Macro ได้ แต่ว่าระยะอาจไม่ได้ใกล้มากนักเมื่อเทียบกับกล้อง Macro โดยเฉพาะ

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

กล้องซูมได้ไกล 50 เท่า

เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 5x Optical Zoom และซูม 10x โดยไม่สูญเสียรายละเอียด หรือจะซูมต่อแบบดิจิตอลได้ไกลสูงสุดถึง 50x พร้อมระบบกันสั่นที่ช่วยให้ภาพนิ่งมากๆ แม้ถือถ่ายด้วยมือในระยะ 50x ซึ่งภาพดวงจันทร์ที่เห็นนี้ก็ถือถ่ายด้วยมือโดยไม่ได้ใช้ขาตั้ง

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่าง

Mate 40 Pro มีโหมดกลางคืนสำหรับถ่ายภาพที่แสงน้อยได้ดีเหมือนเดิม เก็บแสงได้ดี มีความคมชัดมาก ที่สำคัญแม้ว่าจะถ่ายด้วยโหมดปกติ ก็แทบจะไม่ต้องปรับหรือเพิ่มความสว่างด้วย

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

ถ่าย Portrait หน้าชัดหลังละลาย

ในโหมด Portait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายสามารถเบลอหลังแบบปกติ หรือเลือกใส่เอฟเฟกต์โบเก้อื่นๆ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งฟีเจอร์นี้หลายคนอาจเคยเห็นกันมาบ้างแล้วในรุ่นก่อนๆ ของ HUAWEI

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

เซลฟี่สวยโดดเด่นด้วยกล้องคู่

กล้องหน้า 2 เลนส์ เป็นเลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และเลนส์ 3D Depth Sensing เข้ามาช่วยเก็บรายละเอียดความชัดลึกชัดตื้น ทำให้ละลายฉากหลังเวลาเซฟลี่ได้สวยเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

นอกจากนี้แล้ว กล้องหลังยังมีโหมดเพิ่มเติมให้เลือกใช้งานได้เหมือนกล้องโปร ซึ่งเป็นโหมดที่ตั้งค่ามาให้เรียบร้อยแล้ว ใครๆ ก็สามารถถ่ายได้ เช่น ถ่ายภาพน้ำตก หรือแสงไฟวิ่ง เป็นต้น

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลชนิด OLED สีสันสดใส ความละเอียดคมชัด และรองรับ Refresh Rate 90Hz
  • Kirin 9000 5G SoC ขนาด 5nm กับแรม 8GB + 256 GB รองรับ SD NMCard สูงสุด 256GB
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้คมชัด มี AI ช่วยให้ถ่ายได้ง่าย และระบบโฟกัสเร็ว
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล 5x Optical Zoom และ 50x Ditial Zoom ระบบกันสั่นช่วยได้เยอะมาก ภาพแทบไม่สั่นเลยแม้ถือถ่ายด้วยมือ
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ มี 3D Depth Sensing ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนเป็นธรรมชาติ
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ซิม สลับซิมหลักได้เพื่อใช้งาน 5G
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.2 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4400 mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 66W, Wireless HUAWEI SuperCharge 50W, Reverse Wireless Charging

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • บริการต่างๆ ใช้งานผ่าน HMS (ไม่มี Google Services)

HUAWEI Mate40 Pro เปิดราคา 34,990 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. เป็นต้นไป โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. รับฟรี HUAWEI M-Pen2, HUAWEI Ring light case และ HUAWEI Super Charge Stand มูลค่ารวม 7,970 บาท

HUAWEI Mate 40 Pro Price and Promotion

ซื้อผ่าน AIS, dtac และ TrueMove H ราคาเริ่มต้น 14,990 บาท รับฟรี HUAWEI M-Pen2, HUAWEI Ring light case และ HUAWEI Super Charge Stand มูลค่ารวม 7,970 บาท

Continue Reading

กำลังฮอต

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

realme UI 2.0 based on Android 11 for realme X50 Pro, rolling out now realme UI 2.0 based on Android 11 for realme X50 Pro, rolling out now
Android News17 นาที ago

realme X50 Pro 5G ได้อัปเดท Android 11 แล้ว และมาพร้อม realme UI 2.0

realme X50 Pro 5G ได...

ข่าวประชาสัมพันธ์57 นาที ago

เตรียมเป็นเจ้าของ realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G ทรงพลัง วันที่ 5 ธ.ค. นี้ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% และขยายเวลารับประกัน 24 เดือน

เมื่อเร็วๆนี้ realme...

IT News5 ชั่วโมง ago

พาไปสัมผัสประสบการณ์ AIS 5G SMART MIRROR ลองเสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดังด้วย 5G แบบเรียลไทม์ ที่แรกที่เดียวในไทย พร้อมรับความพิเศษถึง 2 ต่อ

มีความล้ำๆ และพิเศษส...

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ago

dtac ระดมทีมงานวิศวกรในจังหวัดภาคใต้ช่วยกู้เซลไซส์ให้พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม ใช้งานติดต่อสื่อสารได้ต่อเนื่องมั่นใจทุกสถานการณ์ พร้อมร่วมกับกสทช ส่งกำลังใจให้ลูกค้าดีแทคโทรฟรีพร้อมเน็ตทุกเครือข่าย

ดีแทคระดมส่งทีมงานวิ...

ซิมเทพ เน็ตซิม NET Sim AIS dtac True 1 year ซิมเทพ เน็ตซิม NET Sim AIS dtac True 1 year
IT News8 ชั่วโมง ago

รวมโปร! ซิมเทพ ทุกค่าย AIS, DTAC และ TRUE เน็ตซิมรายปี จ่ายครั้งเดียวจบ!

ซิมเทพ เป็นอีกหนึ่งท...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง