Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 17 Series อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยมีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Redmi Note 17 และ Redmi Note 17 Pro จุดเด่นของทั้งคู่คือแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ Redmi Note 15 Series พร้อมอัปเกรดมาใช้ชิป Snapdragon รุ่นใหม่ และหน้าจอ OLED รีเฟรชเรต 120Hz

สิ่งที่น่าสนใจคือปีนี้ Redmi Note 17 Pro กลับเป็นรุ่นที่มีหน้าจอเล็กกว่า ด้วยขนาด 6.83 นิ้ว ขณะที่ Redmi Note 17 รุ่นมาตรฐานใช้หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 7 นิ้ว
Redmi Note 17 มาพร้อมหน้าจอ OLED 7 นิ้ว และแบตเตอรี่ 8,000mAh

Redmi Note 17 ใช้หน้าจอ OLED ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,396 พิกเซล รองรับรีเฟรชเรต 120Hz และให้ความสว่างสูงสุด 1,800 นิต พร้อมรองรับการสัมผัสหน้าจอแม้มือเปียกหรือสวมถุงมือ
จุดเด่นสำคัญคือแบตเตอรี่ความจุ 8,000mAh ซึ่ง Xiaomi ระบุว่าสามารถดูวิดีโอสั้นต่อเนื่องได้สูงสุด 22 ชั่วโมง หรือใช้งานระบบนำทางกลางแจ้งได้นานประมาณ 10 ชั่วโมง รองรับชาร์จเร็ว 45W และ Reverse Charging 22.5W อีกทั้งยังออกแบบให้รองรับการชาร์จได้ถึง 1,600 รอบ
ตัวเครื่องผ่านมาตรฐาน IP65 ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ พร้อมใช้กระจก Gorilla Glass 7i ปกป้องหน้าจอ
ภายในขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 4 Gen 4 ผลิตบนเทคโนโลยี 4 นาโนเมตร จับคู่กับ RAM LPDDR4X ขนาด 6GB หรือ 8GB และความจุ UFS 2.2 สูงสุด 256GB โดยยังรองรับการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลผ่าน microSD Card
ด้านการเชื่อมต่อมีทั้ง Wi-Fi 5, Bluetooth 5.1, NFC, IR Blaster และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
Redmi Note 17 Pro ได้แบตใหญ่กว่า 9,000mAh พร้อมชาร์จไว 67W

แม้จะเป็นรุ่นที่ตัวเครื่องเล็กกว่า แต่ Redmi Note 17 Pro กลับมาพร้อมแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ความจุ 9,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 67W และ Reverse Charging 22.5W พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่รองรับการชาร์จได้ถึง 1,600 รอบเช่นเดียวกัน
มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์
หน้าจอของรุ่น Pro มีขนาด 6.83 นิ้ว เป็น OLED ความละเอียด 1,280 x 2,772 พิกเซล รองรับการแสดงผลสีแบบ 12-bit ให้ความสว่างสูงสุดถึง 3,500 นิต พร้อมเทคโนโลยี DC Dimming และ PWM Dimming 3,840Hz ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อใช้งานในที่แสงน้อย
ภายในใช้ชิป Snapdragon 6s Gen 4 ที่มาพร้อม GPU รุ่นใหม่กว่า รองรับ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 512GB โดยรุ่น 256GB และ 512GB ใช้มาตรฐาน UFS 3.1 เพื่อการอ่านเขียนข้อมูลที่รวดเร็วกว่า แต่ไม่มีช่องใส่ microSD Card
นอกจากนี้ยังได้ลำโพงสเตอริโอ, Ultrasonic Proximity Sensor และมาตรฐานกันน้ำที่เหนือกว่ารุ่นปกติ ทั้ง IP68, IP66, IP69 และ IP69K พร้อมกระจก Gorilla Glass Victus 2 และผ่านการทดสอบตกจากความสูง 3 เมตร
กล้องยังคงเป็นสเปกระดับพื้นฐาน
ด้านกล้อง Redmi Note 17 Pro มาพร้อมกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.76 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 พร้อมกล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
ส่วน Redmi Note 17 ใช้กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซลเช่นกัน แต่ไม่มีเลนส์ Depth ขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
ทั้งสองรุ่นรองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุดเพียง 1080p ที่ 30fps เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม Xiaomi ระบุว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในจีนอาจมีสเปกแตกต่างจากเวอร์ชัน Global โดยเฉพาะในส่วนของกล้องและแบตเตอรี่ เช่นเดียวกับ Redmi Note 15 Series ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา
ราคา Redmi Note 17 Series ในจีน
| รุ่น | ราคา |
|---|---|
| Redmi Note 17 6GB + 128GB | 1,299 หยวน (ประมาณ 6,400 บาท) |
| Redmi Note 17 8GB + 128GB | 1,499 หยวน (ประมาณ 7,400 บาท) |
| Redmi Note 17 8GB + 256GB | 1,699 หยวน (ประมาณ 8,400 บาท) |
| Redmi Note 17 Pro 8GB + 128GB | 1,599 หยวน (ประมาณ 7,900 บาท) |
| Redmi Note 17 Pro 8GB + 256GB | 1,899 หยวน (ประมาณ 9,400 บาท) |
| Redmi Note 17 Pro 12GB + 256GB | 2,199 หยวน (ประมาณ 10,900 บาท) |
| Redmi Note 17 Pro 8GB + 512GB | 2,299 หยวน (ประมาณ 11,400 บาท) |
ทั้งสองรุ่นเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนแล้ว โดย Redmi Note 17 มีส่วนลดเปิดตัว 100 หยวน ส่วน Redmi Note 17 Pro ลด 200 หยวน
สำหรับการวางจำหน่ายในตลาดโลก Xiaomi ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าหากมีการเปิดตัวเวอร์ชัน Global สเปกบางส่วน โดยเฉพาะกล้องและแบตเตอรี่ อาจแตกต่างจากรุ่นที่จำหน่ายในประเทศจีนเหมือนเช่นที่ผ่านมา
เรื่องน่าสนใจเพิ่มเติม:
ที่มา: Xiaomi