Connect with us

Smart Review

รีวิว MacBook Air 15″ ชิป M3 ทรงพลังขึ้นแค่ไหน แล้วรุ่นนี้เหมาะกับใคร..?

Published

on

รีวิว Macbook Air 15″ ชิป M3 ใหม่มาแล้วครับ! หลังจากที่เราได้ลองใช้งานจริงมากกว่าสัปดาห์ ก็ได้ลองสัมผัสประสิทธิภาพของตัวเครื่อง และพกพาไปใช้งานจนได้รู้จักกับรุ่นใหม่นี้อยู่พอประมาณแล้ว รุ่นนี้เหมาะกับใคร ซึ่งก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยว่า รีวิวนี้จะนำเสนอจากคนที่เคยใช้ MacBook Air เวอร์ชั่น Intel และ MacBook Air M1 มาก่อน เพราะถ้าให้พูดตรง ๆ MacBook Air ชิป M3 นั้น ภายนอกไม่ต่างจากตอน M2 เลยแหละ อะ…ถ้าเข้าใจจุดนี้แล้ว มาติดตามรีวิว MacBook Air 15″ ชิป M3 ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ!

สรุปสเปค MacBook Air 15″ ชิป M3

  • ขนาดตัวเครื่อง : 34.04 x 23.76 x 1.15 ซม.
  • น้ำหนัก : 1.51 กก.
  • หน้าจอ : Liquid Retina ขนาด 15.3″
  • ความละเอียด : 2880 x 1864 พิกเซล, ความสว่างสูงสุด 500nits
  • ชิปเซ็ต : Apple M3 (CPU 8-Core | GPU 10-Core)
  • Unified Memory (RAM) : 8GB/16GB/24GB
  • SSD : 256GB/512GB/1TB/2TB
  • แบตเตอรี่ : 66.5Wh
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ
  • MagSafe 3 x 1
  • Thunderbolt/USB 4 x 2
  • ช่องต่อหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi‑Fi 6E (802.11ax), Bluetooth 5.3
  • กล้อง : FaceTime HD 1080p
  • ระบบเสียง : 6 ลำโพง พร้อมวูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่น
  • ระบบปฏิบัติการ : macOS Sonoma

ดีไซน์เพรียวบาง คงเอกลักษณ์ของ MacBook Air

ขอเริ่มที่เรื่องดีไซน์ก่อนเลยเนาะ อย่างที่ทราบว่า MacBook Air 15″ ชิป M3 นั้นไม่ได้มีการปรับโฉมไปจากรุ่น M2 เลย แต่ถ้าเทียบกับพวก MacBook Air M1 หรือชิป Intel ก็ถือว่าเป็นรูปทรงใหม่เหมือนกัน ตัวเครื่องจะเน้นความบางที่เท่ากันทั้งหมด ไม่ได้เป็นแบบไล่ระดับจากหลังหนามาบางด้านหน้าแล้ว แต่แน่นอนว่าความเป็น MacBook Air ก็ยังคงมาพร้อมความบางเป็นเอกลักษณ์ ตัวเครื่องมีความบางแค่ 1.15 ซม.หรือ 11.5 มม.เท่านั้น

MacBook Air 15″ ชิป M3 มาพร้อมน้ำหนักเพียง 1.51 กก.เท่านั้น อย่างที่เราเคยบอกว่าน้ำหนักเท่านี้อาจจะไม่ได้เบามากนัก แต่ถ้าเทียบกับขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 15″ ก็ถือเป็นน้ำหนักที่เบาเบอร์ต้น ๆ ในวงการตอนี้แล้วก็ว่าได้ครับ

ซึ่งทำให้การพกพาติดกระเป๋าไปไหนมาไหนมีความคล่องตัวเหมือนเดิม เพราะด้วยขนาดที่บาง ทำให้ใส่กระเป๋าเป้ที่มีช่องใส่แล็ปท็อปไซซ์ใหญ่แบบมาตรฐานได้สบาย ๆ

หน้าจอ Liquid Retina Display ใหญ่ 15.3″

แม้ชื่อรุ่นของ MacBook Air 15″ ชิป M3 จะบอกไว้แค่ 15″ แต่จริง ๆ แล้วขนาดหน้าจอที่วัดได้จริงจะอยู่ที่ 15.3″ ซึ่งเป็นขนาดที่มหึมาและเต็มตาเอามาก ๆ ได้ความละเอียดที่สูงถึง 2880 x 1864 พิกเซล ความสว่างสูงสุดจะอยู่ที่ 500nits ด้วย ใช้งานในร่มหรือที่ที่มีแสงผ่านมาเยอะ ๆ ไหวอยู่

ในเรื่องสีสันที่ให้มาต้องบอกว่าทำได้สมมาตรฐานของจอ MacBook ครับ สวยแบบ Liquid Retina (IPS) และความคมชัดก็จัดเต็มที่สุด จะมองไปที่ไอคอนหรือตัวหนังสือตามเว็บไซต์ก็คือคมไปหมดทุกอญูจริง ๆ ครับ

และอย่างที่บอกว่าหน้าจอของ MacBook Air 15″ นั้นใหญ่มาก เพียงพอต่อการใช้งานหลาย ๆ แอปพร้อมกันก็สบายเลยแหละ

กล้อง FaceTime HD บนรอยบาก

ส่วนด้านบนตรงกลางเราจะเจอกับรอยบากบนหน้าจอ ตรงนี้เราว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไหร่แล้วแหละ เพราะพื้นที่ของ MacBook Air 15″ นั้นเยอะมาก มีแค่ด้านบนยื่นมานิดหน่อยไม่ได้รู้สึกเลย แถมการมีรอยบากนี่แหละทำให้รู้สึกว่าเป็นรุ่นใหม่อีกด้วย

เรื่องคุณภาพของกล้องหน้า FaceTime HD นั้นก็ทำได้ดีครับ ความละเอียดระดับ 1080p ใช้งานวิดีโอคอลหรือ FaceTime ได้แบบคมชัด แถมบน macOS เวอร์ชั่นใหม่ ๆ ก็มีตัวเลือกที่ช่วยปรับ Portrait mode, Studio Light รวมถึงการตอบโต้ด้วยท่าทางเข้าไปได้ด้วย

พื้นที่เยอะ วางคีย์บอร์ดได้ดี TrackPad ใหญ่สะใจ

ส่วนที่ตัวคีย์บอร์ดก็ให้พื้นที่มาเยอะ ปุ่ม Function มีครบและปุ่มใหญ่เท่ากันทั้งหมด มีพื้นที่เหลือของด้านข้างและที่พักมือไว้เยอะอยู่พอสมควร ด้วยความที่ขนาดตัวเครื่องใหญ่ แต่ก็ได้ความรู้สึกที่สบายตาเพราะไม่มีช่องลำโพงอยู่ที่ซ้ายกว่าเหมือน M1 แล้วด้วย

ตัวปุ่มกดสามารถพิมพ์ได้ง่ายและสนุกเหมือนกัน มีช่องว่างซ้าย-ขวาอยู่พอประมาณสำหรับรุ่นจอใหญ่แบบนี้ และด้านบนยังมีปุ่ม Touch ID ที่สามารถแตะสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคหรือใช้ยืนยันตัวตนได้เหมือนกันด้วยครับ

และขนาดของ TrackPad ของ MacBook Air 15″ ชิป M3 ก็ยังให้พื้นที่มาใหญ่สะใจเหมือนเดิมด้วย ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการใช้ TrackPad บน Mac นั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน ซึ่งพอมีพื้นที่ให้ใช้เยอะ ก็ยิ่งตอบโจทย์แบบที่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เลย

ลำโพง 6 ตัว เสียงเต็มอิ่มสมจริง

แม้จะบอกว่าตัวเครื่องของ MacBook Air 15″ ชิป M3 นั้นไม่มีช่องลำโพงที่ด้านหน้า แต่จริง ๆ แล้วรุ่นนี้มีลำโพงมามากถึง 6 ตัวเลยนะ ซึ่งผสานเข้ากับวูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่น 2 คู่และทวีตเตอร์ 2 ตัวเพื่อเสียงเบสที่ทุ้มลึกขึ้นถึง 2 เท่าถ้าเทียบกับ MacBook Air 13″ ทำให้เสียงเต็มอิ่มสมจริง และยังรองรับ Spartial Audio กับ Dolby Atmos อีกด้วย ทำให้เราได้ยินเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติได้ทั้งเพลงและหนังเลยล่ะ

พอร์ตการเชื่อมต่อเพียงพอ

พอร์ตการเชื่อมต่อของ MacBook Air 15″ ชิป M3 ก็จะมีพอร์ต MagSafe แบบแม่เหล็กเพื่อชาร์จไฟ และยังมี Thunderbolt/USB 4 มาให้อีก 2 พอร์ตอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่อง ส่วนฝั่งขวาก็จะมีเพียงช่องหูฟัง 3.5 มม.ครับผม ซึ่งเราว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้วแหละ ในยุคที่อะไรก็ไร้สายไปหมด

ตัวเลือกสีเหมือนเดิม แต่เคลือบพื้นผิวมาดีขึ้น

ส่วนสีสันของ MacBook Air 15″ ชิป M3 ก็จะมีให้เลือก 4 สี ประกอบด้วย สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์, สตาร์ไลท์ และมิดไนท์ครับ ซึ่งสีไฮไลท์ของรอบนี้ยังคงเป็นสีมิดไนท์เหมือนตอน M2 มาในโทนกรมท่าเมื่อโดนแสง หรือถ้าไม่โดนแสงก็จะออกดำไปเลย

และรอบนี้มีการเปลี่ยนวิธีการเคลือบพื้นผิวให้เก็บรอยนิ้วมือได้ยากกว่าเดิม ที่ใช้คำว่ายากกว่าเดิมเพราะว่าถ้าจับถือกันจริง ๆ ก็ยังคงมีรอยนิ้วมือติดได้อยู่ดี เพราะด้วยความที่ตัวเครื่องเป็นสีเข้มน่ะเนาะ ใครที่ชอบความสะอาดสะอ้านแนะนำว่าให้เลือกเป็น 3 สีที่เหลือที่มีโทนสว่างมากกว่าแทนเอาครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ MacBook Air 15″ ชิป M3 ก็ถือทำได้ดีและสวยเอาเรื่องเลย ถ้าใครที่มาจาก MacBook Air M1 (หรือเก่ากว่า) ก็จะได้ความสดใหม่ของตัวเครื่องทรงใหม่ที่บางทั่วถึง จอรอยบากแบบเต็มพื้นที่ แต่…ถ้าใครใช้ MacBook Air 15″ ชิป M2 อยู่ก็บอกตรง ๆ แยกไม่ออกแน่นอนครับ เพราะเหมือนกันเป๊ะ ๆ ในทุกจุดเชียว

ชิปใหม่ M3 ขุมพลังแรงขึ้นหลายเท่า!

ภายนอกก็เห็นแล้วว่าถ้าเทียบกับ MacBook Air ชิป M2 นั้นแทบไม่ต่าง ก็พอจะเห็นภาพแล้วแหละเนาะว่า Apple ไม่ได้วางกลุ่มเป้าหมายมาให้ผู้ใช้รุ่นชิป M2 เขยิบมาตัวนี้สักเท่าไหร่ ยิ่งเป็น MacBook Air 15″ ที่เพิ่งเปิดตัวไปครั้งแรกเมื่อกลางปีที่แล้วด้วยแล้ว ยังไม่ถึง 1 ปีดีเลย คงไม่จำเป็นต้องเขยิบมารุ่นใหม่ให้เปลืองงบเปล่า ๆ กลุ่มเป้าหมายที่ Apple เล็งไว้จริง ๆ คือคนที่ยังใช้ MacBook Air M1 (หรือเก่ากว่านั้นต่างหากครับ) เพราะถ้าเราใช้รุ่นพวกนั้นอยู่จะได้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่ามากเลยล่ะ

อย่างถ้าเทียบกับ MacBook Air ชิป M1 แล้ว Apple เคลมว่ารุ่น M3 นั้นเร็วกว่าถึง 1.6 เท่า หรือถ้าเป็น MacBook Air ชิป Intel ก็เร็วขึ้นกว่าเป็น 16 เท่ากันเลยล่ะครับ! ยังไม่รวมเรื่องความร้อน หรือการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น แบตเตอรี่อึดกว่าอีกขนาดไหนด้วยนะ

ซึ่งเท่าที่เราลองใช้งานก็พบว่าทุกอย่างตอบสนองได้ดีจริง ๆ ทั้งการทำงานทั่วไป เข้าเว็บไซต์หรือจะใช้งานเอกสารทั่วไป รวมถึงการทำงานกราฟิกอย่างการตกแต่งรูป หรือวิดีโอ ชิป M3 นั้นทำงานได้อย่างราบลื่น บวกกับหน้าจอที่ใหญ่ระดับ 15.3″ ของ MacBook Air รุ่นนี้ก็ทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวกกว่าชัดเจนเลย

หรือจะเป็นเรื่องกราฟิก Apple ก็เคลมว่าเร็วขึ้นกว่าตอน M1 ถึง 5.8 เท่า ทั้งการเรนเดอร์ฉาก 3D รวมถึงการเล่นเกมชิป M3 นี้ก็รองรับ Ray Tracing แล้วด้วย ทำให้การเล่นเกมในตอนนี้ รวมถึงอนาคตดีขึ้นอย่างมากทีเดียวครับ

เราลองทดสอบประสิทธิภาพคร่าว ๆ ของ MacBook Air 15″ ชิป M3 ผ่านแอป Geekbench 6 ก็ทำคะแนนได้สูงเลย Single-Core ได้ไป 3054 คะแนน และ Multi-Core ได้ไป 11959 คะแนน ซึ่งคะแนนนี้ถ้าเทียบกับ MacBook Air M2 ก็จะสูงขึ้นราว ๆ 20% แต่ถ้าเป็นกลุ่ม MacBook Air M1 ก็สูงขึ้นเกือบ 40% หรือถ้าเป็นกลุ่ม Intel ก็พุ่งไปเป็น 300% ได้เลยครับ!

ต่อจอนอกได้ 2 จอแล้วนะ แต่…

อีกเรื่องที่ชิป M3 อัปเกรดให้ MacBook Air 15″ นั้นทำได้มากขึ้นก็คือการต่อออกจอนอกที่รุ่นนี้ทำได้ 2 จอพร้อมกันแล้วด้วยพอร์ต Thunderbolt (จากเดิม 1) แต่ก็มีเงื่อนไขนิดหน่อยคือตัว MacBook Air จะต้องพับอยู่เท่านั้น

macOS Sonoma ทุกแอปเร็วติดปีก

ในเรื่องระบบปฏิบัติการ MacBook Air 15″ ชิป M3 ก็มาพร้อม macOS Sonoma ที่รองรับแอปมากมายทั้งที่ออกแบบมาสำหรับ Mac เองและแอปของ iPhone และ iPad นับพัน ๆ แถมได้รับการปรับแต่งมาเพื่อ Apple Silicon โดยเฉพาะ จึงใช้งานแอปที่คุณชื่นชอบทั้งหมดได้เร็วสุดขั้ว รวมถึง Microsoft Word, Excel และ PowerPoint, Adobe Creative Cloud และ Google Suite แถมยังมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีเป็นประจำที่ช่วยให้ทุกอย่างทำงานได้อย่างลื่นไหลอยู่เสมออีกด้วย

ยังไม่รวม Ecosystem อื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกับ iPhone, iPad หรือ AirPods ได้อย่างลื่นไหล ตรงนี้พอเป็นชิป M3 ก็ทำได้ลื่นไหลขึ้น รวดเร็ว สะดวกทุกการใช้งานกว่าเดิม จะซิงค์ข้อมูลระหว่าง iCloud หรือแอประหว่างอุปกรณ์ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปครับ

แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวล

ปิดท้ายที่เรื่องแบตเตอรี่ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของ MacBook ในยุค Apple Silicon เลย ตรงนี้ใครที่ใช้รุ่นชิป M1 ก็คงจะพอทราบว่าแบตฯอึดที่ว่ามันขนาดไหน ซึ่ง Apple เคลมว่า MacBook Air 15″ ชิป M3 นั้นสามารถใช้งานดูหนังผ่าน Apple TV ได้นานสูงสุด 18 ชม.เลยทีเดียว ถ้าเทียบกับ MacBook Air ชิป Intel เดิมก็มากขึ้นถึง 6 ชม.เลยล่ะ ช่วยให้เราใช้งานได้คล่องตัวมาก เพราะไม่ต้องกังวลว่าแบตฯจะหมดง่าย ๆ แม้ต้องใช้งานแบบไร้ที่ชาร์จนาน ๆ ก็ตามครับ

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ราคาเริ่มต้น 39,900 บาท

MacBook Air ชิป M3 ตอนนี้ก็วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว มีให้เลือก 2 ขนาดคือ 13″ และ 15″ แต่ละรุ่นมีราคาเริ่มต้นดังนี้เลยครับ

  • รุ่น 13″ เริ่มต้น (CPU 8-Core + GPU 8-Core + RAM 8GB + SSD 256GB) = 39,900 บาท
  • รุ่น 15″ เริ่มต้น (CPU 8-Core + GPU 10-Core + RAM 8GB + SSD 256GB) = 47,900 บาท

สรุปแล้ว “นี่คือ MacBook Air ที่เหมาะกับคนอยากอัปเกรดจากรุ่น Intel หรือ M1 อย่างแท้จริง”

สรุปแล้ว MacBook Air 15″ ชิป M3 ก็ถือเป็นรุ่นใหม่ที่เหมาะสำหรับใครที่ยังใช้ MacBook Air Intel หรือ MacBook Air M1 จริง ๆ ครับ เพราะอย่างที่บอกว่าประสิทธิภาพต่าง ๆ นั้นอัปเกรดขึ้นมาแบบถึงใจและเห็นความต่างได้ในทันที อีกทั้งรุ่นหน้าจอ 15″ ก็เป็นทางเลือกสำหรับใครที่กำลังเล็ง MacBook จอใหญ่ที่พกพาได้สะดวกแต่ไม่หนาหรือหนักจนเกินไปด้วย แต่ถ้าตอนนี้ใช้รุ่นชิป M2 อยู่เราว่าก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนอะไร เพราะหน้าตาก็เหมือนเดิม สเปคส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างกันแบบก้าวกระโดดนัก เว้นเสียแต่ว่ารุ่น M2 ที่ใช้อยู่เป็นขนาด 13″ อยากได้ใหญ่ขึ้นแต่ยังเป็นซีรีส์ Air อยู่ เราว่าก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกันครับ!

กำลังฮอต

Featured6 วัน ago

รีวิว realme C65 น้องใหม่ดีไซน์หรู บอดี้บางเฉียบ 7.64 มม. | ชาร์จไว 45W Fast Charge | ได้รับรองคุณภาพยาวนาน 48 เดือนจาก TÜV SÜD!

รีวิว realme C65 สมา...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว iQOO Z9 5G และ Z9x 5G ขุมพลังไร้ขีดจำกัด ด้วยแบต 6000mAh l ชิปเซ็ต Snapdragon l ขยาย RAM 12GB + 12GB

รีวิว iQOO Z9 5G และ...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่ใช้ขุมพลังตัวท็อป SD 7s Gen 2 พร้อมกล้องหลัง 200MP และชาร์จไว 67W 

รีวิว Redmi Note 13 ...

HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท
Featured1 เดือน ago

5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อสมาร์ทแบนด์ กับความครบเครื่องของ HUAWEI Band 9 สมาร์ทแบนด์ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ดูแลสุขภาพยืนหนึ่งในราคาเริ่มต้น 1,299 บาท

ใครที่อยู่ในช่วงเริ่...

Apple News1 เดือน ago

AIS เปิดบริการ AIS Care+ with AppleCare Services รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ผู้ใช้อุ่นใจมากขึ้น สบายใจที่สุด

AIS คว้า AppleCare S...

IT News8 ชั่วโมง ago

HMD ประเทศไทย ปลุกตลาดฟีเจอร์โฟน ส่ง Nokia 3210 และ Nokia 215 (2024) อัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ เล่นยูทูป ท่องโซเชียล พร้อมจอขนาดใหญ่ ประกาศวางจำหน่าย พร้อมกันทั่วประเทศ 27 พ.ค.นี้ ราคาเริ่มต้น 1,490 บาท

เอชเอ็มดี ประเทศไทย ...

IT News9 ชั่วโมง ago

Essentials by CASETiFY Fleur Expressions เผยโฉมเฉดสีใหม่แห่งฤดูกาล แรงบันดาลใจจากดอกไม้บานสะพรั่ง สู่คอลเลกชั่นสีสันใหม่สดใส

CASETiFY™ แบรนด์อุปก...

IT News9 ชั่วโมง ago

ไอเทล (itel) จัดโปรแรง 7 วัน!! กับ itel S23 พิเศษเริ่มต้นที่ 2,999 บาท

ไอเทล โมบาย (itel mo...

Android News11 ชั่วโมง ago

แกะกล่องพรีวิว POCO F6 Pro เรือธงครบเซ็ทพร้อมดีไซน์ฝาหลัง Velvet Glass สุดเท่!

POCO F6 Series เปิดต...

Apple News2 วัน ago

Apple Central World จัดกิจกรรม เวิร์กช็อป: สูตรลับถ่ายภาพอาหารด้วย iPhone กับ Oatkomkrich

มาค้นหาสูตรลับการถ่า...

Advertisement

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก