ติดตามพวกเรา

News

Huawei Developer Congress ชวนพันธมิตรร่วมสรรค์สร้างระบบนิเวศอันแข็งแกร่ง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Huawei Developer Conference (HDC) ประจำปี 2019 เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงาน Songshan Lake เมืองตงกวน ระหว่างวันที่ 9 – 11 สิงหาคม โดยตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคของหัวเว่ยกว่า 600 คนจะพบกับนักพัฒนาและพันธมิตรกว่า 6,000 คนจากทั่วโลกเพื่อหารือด้านการสร้างสรรค์และพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงระบบนิเวศใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นตามแนวคิด “Rethink Possibilities” ทั้งนี้ งาน Huawei Developer Conference จัดขึ้นทุกปี เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการค้นหาความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาระบบนิเวศใหม่ๆ สำหรับในอนาคต ซึ่งจะขับเคลื่อนโดยสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค

ในปี 2010 หัวเว่ยถือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟน และมียอดส่งมอบสมาร์ทโฟนเพียง 3 ล้านเครื่องเท่านั้น แต่อีกเพียง 8 ปีต่อมา ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยสูงขึ้นจากปี 2010 ถึง 68 เท่า และหัวเว่ยจำหน่ายสมาร์ทโฟนไปแล้ว 118 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24 และมีส่วนแบ่งการตลาดที่ร้อยละ 17.6 จากการสำรวจของ IDC การเติบโตของหัวเว่ยยังปรากฎอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ Wearable

ปัจจุบัน หัวเว่ยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใน 170 ประเทศ และมีผู้ใช้งานกว่า 530 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ แพลตฟอร์มเปิด HiAI ของหัวเว่ย ยังมีพันธมิตรกว่า 2,500 ราย ใน 140 ประเทศ รวมถึงอุปกรณ์ IoT กว่า 140 ล้านชิ้นทั่วโลกที่รองรับมาตรฐาน HiLink ของหัวเว่ยอีกด้วย ซึ่งหมายความว่าหัวเว่ยกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมและสามารถสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะได้อย่างครบวงจร

ล่าสุด หัวเว่ยนำเสนอระบบปฏิบัติการใหม่ HarmonyOS” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นระบบปฏิบัติการแบบกระจาย(Distributed Operating System) และใช้ Microkernel จัดการทรัพยากรระบบ เพื่อการทำงานในทุกสภาพการใช้งานและทุกอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการอันก้าวล้ำนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันแนวคิดการเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์เป็นหนึ่งเดียวผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet of Everything) ให้เป็นจริง นอกจากนี้ HarmonyOS” ยังเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับนักพัฒนา ที่ต้องการพัฒนาแนวคิดหรือแอพพลิเคชั่นที่สามารถทำงานได้กับทุกอุปกรณ์ โดยลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการพัฒนาลง อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกันบนทุกอุปกรณ์อีกด้วย

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวในโอกาสนี้ว่า “HarmonyOS จะเชื่อมโยงสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน และจะเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่อาจมีมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ เพราะระบบปฏิบัตินี้พัฒนาขึ้นเพื่อโลกปัจจุบันและอนาคต เราต้องการให้ระบบปฏิบัตินี้เป็นรากฐานของเทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคต หัวเว่ยมุ่งมั่นยกระดับเทคโนโลยีในระดับรากฐาน ซึ่งรวมถึงชิปและระบบปฏิบัติการ พร้อมกันนี้ เรายังมีความตั้งใจจะแก้ไขข้อขัดข้องต่างๆ ที่ผู้บริโภคพบเจออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทั้งผู้บริโภคและนักพัฒนาของเราได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง”

HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด และในอนาคตหัวเว่ยจะปรับให้แพลตฟอร์ม Huawei Mobile Services (HMS) เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างสำหรับนักพัฒนาทั่วโลก เพื่อให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนา HMS ได้

 

ก้าวสู่อนาคตกับ HarmonyOS

ภายในงาน Huawei Developer Conference (HDC) ประจำปี 2019 นี้ หัวเว่ยได้นำเสนอระบบปฏิบัติการถึง 2 ระบบ โดยหนึ่งในนั้นคือ ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดอย่าง HarmonyOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแบบ Distributed OS ที่มีพื้นฐานการจัดการระบบด้วยMicrokernel เพื่อให้รองรับกับทุกอุปกรณ์ โดยในเบื้องต้น หัวเว่ยจะเริ่มใช้ระบบปฏิบัติการนี้กับอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น HUAWEI Vision, ระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์ (Vehicle Terminals) และ Wearables ก่อน และจะเพิ่มประเภทอุปกรณ์อัจฉริยะที่จะรองรับในอนาคต นอกจากนี้ยังมีอีกระบบหนึ่งที่หัวเว่ยนำเสนอในงานนี้คือ EMUI 10 ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของหัวเว่ยในปัจจุบัน

หัวเว่ยพัฒนา HarmonyOS ให้รองรับการทำงานในทุกอุปกรณ์ และสามารถเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งตามแนวคิด Internet of Everything (IoE) โดยใช้คุณสมบัติทางซอฟต์แวร์ที่ต่างออกไป เช่น Distributed Software Buses และคุณสมบัติทางฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะสลับไปใช้งานอุปกรณ์ใดก็ตาม นอกจากนี้ หัวเว่ยยังใช้เครื่องมือ Integrated Development Tool (IDE) เพื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้รองรับกับอุปกรณ์ที่หลากหลายได้ โดยใช้เวลาในกระบวนการพัฒนาน้อยลง กล่าวคือ นักพัฒนาจะสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพียงครั้งเดียวให้สามารถทำงานได้ในทุกอุปกรณ์ ช่วยให้การจัดการทรัพยากรระบบเป็นไปได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านี้ หัวเว่ยยังใช้กระบวนการDeterministic Latency Engine และ IPC ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดปัญหาการประมวลผลช้า นอกจากนี้สถาปัตยกรรมแบบ Microkernel และระบบการยืนยันแบบ Formal Method จะช่วยให้ HarmonyOS มีความปลอดภัยและมีความเสถียรมากขึ้นอีกด้วย

ในส่วนของ EMUI 10 จะเป็นส่วนประสานผู้ใช้แบบ Distributed OS จึงช่วยให้นักพัฒนาสามารถจำลองรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันได้ และจำลองการทำงานต่อเนื่องระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เสมือนว่านักพัฒนามี Virtual Machine ที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ยังไม่จำเป็นต้องกังวลถึงข้อแตกต่างของฮาร์ดแวร์ เพราะนักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพียงครั้งเดียวแต่รองรับการทำงานกับทุกอุปกรณ์ได้ ระบบDeterministic Latency Engine ยังช่วยลดปัญหาระบบค้างจากการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสมในทุกระดับของซอฟต์แวร์ได้ ช่วยให้ EMUI 10มีความเสถียรตลอดเวลา นักออกแบบยังพัฒนา UX ของระบบปฏิบัติการใหม่นี้ให้สวยงาม และสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้นด้วย โดยผู้ใช้ HUAWEI P30 Pro ทั่วโลกจะได้รับอัพเดต EMUI 10 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ระบบนิเวศใหม่ จากการเปิดแพลตฟอร์ม HMS

HMS เป็นแพลตฟอร์มซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของหัวเว่ย โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม ลดขั้นตอนการพัฒนา และนำเสนอแอพพลิเคชั่นของตนสู่ผู้บริโภคทั่วโลกที่ใช้อุปกรณ์หลากหลายประเภทได้ ภายในงาน HDCประจำปีนี้ หัวเว่ยจะเปิดส่วนหลักของแพลตฟอร์ม HMS ทั้งสิ้น 14 ส่วน บริการ 51 ประเภท และ APIs 885 ชุดให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มไปอีกขั้น เติมเต็มการใช้งานกับอุปกรณ์ทุกรูปแบบ ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่น 43,000 ตัวที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม HMS

และในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ หัวเว่ยจะนำเสนอมาตรฐาน Fast Applications ที่ใช้งานอยู่แล้วในสาธารณรัฐประชาชนจีนสู่ตลาดโลก เพื่อการพัฒนาคุณสมบัติของการใช้งานแอพพลิเคชั่นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องติดตั้งลงในอุปกรณ์ ปัจจุบัน หัวเว่ยมีบริการมากกว่า 5,000 บริการใน HUAWEI Ability Gallery สำหรับนักพัฒนาชาวจีน โดยแพลตฟอร์ม HUAWEI Ability Gallery จะเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้เช่นกัน เพื่อให้หัวเว่ยนำเสนอสิ่งที่ดีสู่ผู้บริโภคได้เร็วและดียิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัวระบบ App Gallery Connect สู่นักพัฒนาทั่วโลก เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่นักพัฒนาในกระบวนการพัฒนาและนำเสนอแอพพลิเคชั่น ทั้งการสร้างสรรค์ พัฒนา นำเสนอ ดูแล และการวิเคราะห์ นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเพิ่มเงินสนับสนุนจาก 1 พันล้านหยวนเป็น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้แก่โครงการ “Shining Star” และเปิดโอกาสให้นักพัฒนานอกสาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้เป็นครั้งแรก ในการนี้หัวเว่ยพร้อมจะทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับแนวหน้าในแวดวงธุรกิจเดียวกัน เพื่อร่วมกันตั้งกองทุนส่งเสริมและสนับสนุนการสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ของนักพัฒนาทั่วโลก

เครื่องมือใหม่สำหรับนักพัฒนา

หัวเว่ยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนักพัฒนาด้วยเครื่องมือและแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่สามารถช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำเสนอผลงงานได้ในทุกอุปกรณ์ของหัวเว่ย พร้อมนำเสนอแพลตฟอร์มใหม่สำหรับการทำงานร่วมกับชิป Kirin โดยเฉพาะการพัฒนาคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ที่ช่วยลดขั้นตอนการพัฒนา โดยอาศัยการสังเกตจดจำการใช้งานของผู้ใช้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับแนวคิดปัญญาประดิษฐ์ให้ก้าวไปอีกขั้น

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังพร้อมจะพัฒนาคุณสมบัติใหม่ๆ ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากสมาร์ทโฟน และเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานในทุกช่วงเวลา พร้อมนำเสนอ HiLink,  LiteOS และ Chip Suite ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับอุปกรณ์และระบบคลาวด์ ระบบปฏิบัติการ และชิปเซ็ตตามลำดับ แพลตฟอร์มดังกล่าวนี้จะช่วยขจัดอุปสรรคของการพัฒนาอุปกรณ์ IoT ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้ และช่วยให้กระบวนการพัฒนานั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  • HiLink เป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับการค้นหาและเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเชื่อมต่อซ้ำ ซึ่งสามารถรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลายและการควบคุมหลายรูปแบบ เชื่อมทุกสิ่งเป็นหนึ่งเดียวเพื่อการทำงานที่ง่ายกว่าที่เคย
  • LiteOS เป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ IoT และแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยหัวเว่ยใช้เฟรมเวิร์คการพัฒนาและการสร้างโปรแกม Maple JS ที่มีขีดความสามาถด้านการประมวลผลเทียบเท่าการพัฒนาระบบโดยใช้ภาษา C เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนา

การผสานชิป HiSilicon, LiteOS, Gigahome และ Honghu ช่วยให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้เข้ากับอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ได้โดยสะดวกมากขึ้น

ในงาน HDC ปีนี้ หัวเว่ยยังนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ อีกมาก เช่น อัลกอริธึ่ม Space Computing และเทคโนโลยีการระบุปัญญาประดิษฐ์ (AI Identification) สำหรับบริการไซเบอร์เวิร์ส (Cyberverse)
ที่ผสานโลกจริงและโลก VR เข้าด้วยกัน เพื่อประสบการณ์ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี 5G แบบช่วงคลื่น mmWave, ระบบควบคุมคลื่น mmWave โดยใช้ท่าทาง และระบบตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่อยู่ในสมาร์ทโฟนพับได้ HUAWEI Mate X นอกจากนี้ หัวเว่ยยังใช้การรวบรวมข้อมูลจากมวลชนเพื่อเก็บข้อมูลแผนที่ ช่วยให้การระบุพิกัดและการนำทางในอาคารแม่นยำมากขึ้น

ริชาร์ด หยู กล่าวเพิ่มเติมว่า “หัวเว่ยพร้อมจะสร้างระบบนิเวศและดึงดูดนักพัฒนารายใหม่ๆ สิ่งที่เราประกาศและสาธิตในงาน Huawei Developer Conference ประจำปีนี้ จะเป็นรากฐานของการพัฒนาแนวคิดการเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันให้เป็นจริงได้ใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า”

อ่านต่อ...
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

IT News

ยืนยันแล้ว realme Buds Air หูฟัง True Wireless เชื่อมต่อมือถืออัตโนมัติ และแตะสั่งงานได้ [มีคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

คลิปทีเซอร์ realme Buds Air หูฟังไร้สาย True Wireless มาพร้อมฟีเจอร์ที่จะทำให้การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ และสั่งงานได้ด้วยการแตะที่ตัวหัวฟัง เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 17 ธันวาคมนี้

คลิปทีเซอร์ realme Buds Air

realme Buds Air company teases seamless connectivity

realme Buds Air ได้โพสต์คลิปสั้นๆ เพื่อแนะนำฟีเจอร์เด่นของหูฟังตัวนี้ แค่เปิดกล่องเคสออกมา ตัวหูฟังก็จะทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนอัตโนมัติผ่าน Bluetooth 5.0 โดยต้องเป็นสมาร์ทโฟนที่เคยเชื่อมต่อกันมาแล้ว ซึ่งก็คล้ายฟีเจอร์ของหูฟัง True Wireless หลากหลายแบรนด์ในตลาดตอนนี้

นอกจากนี้แล้ว เจ้าหูฟังตัวนี้ยังสามารถแตะ 2 ครั้งเพื่อสั่งเล่นเพลงหรือหยุดเล่นเพลงได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดให้ยุ่งยาก โดยในคลิปจะเห็นว่าตัวหูฟังนั้นมีสีเหลืองด้วย ซึ่งเป็นสีของแบรนด์ realme นั่นเอง

สำหรับราคาหลุดออกมาในตอนนี้จะวางจำหน่ายในอินเดีย 4,999 รูปี (ประมาณ 2,100 บาท) ซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ realme.com และ Flipkart

ที่มา : realme

อ่านต่อ...

Featured

พาทัวร์งานโชว์นวัตกรรม 5G สุดล้ำ ใจกลางกรุง @ สามย่านมิตรทาวน์ ตอกย้ำ AIS 5G ที่ 1 ตัวจริงทดสอบแล้วทั่วไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

AIS ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบทุกภาคทั่วประเทศ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคใต้, ภาคอีสาน และภาคเหนือ ล่าสุด ประกาศความพร้อมพาคนไทยก้าวเข้าสู่ยุค 5G  จัดงานแสดงนวัตกรรม 5G สุดล้ำที่เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ในงาน “AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย” ที่สามย่านมิตรทาวน์

 

สำหรับ AIS ได้เตรียมพร้อมเครือข่ายและองค์ความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G, อุปกรณ์โครงข่าย, อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ, ดีไวซ์, 5G SIM Card สำหรับเชื่อมต่อเพื่อทดสอบ Use Case ต่างๆ บนเครือข่าย 5G พร้อมทั้งทำ Workshop ผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วทุกภูมิภาคและเหล่าพันธมิตรชั้นนำด้านเทคโนโลยี ดำเนินการทดสอบ 5G ครบทุกภูมิภาคทั่วไทย

 

และเพื่อขยายการรับรู้และสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ให้กับคนไทย เอไอเอส จึงได้ร่วมมือกับ สามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าแห่งนวัตกรรม โดยซินเนอร์ยี่เทคโนโลยีเข้ากับเอไอเอส เปิดให้คนไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยี 5G ใจกลางกรุงเทพฯ

สถานที่จัดแสดงนวัตกรรม 5G จาก AIS จะอยู่ที่ลานกิจกรรม Semi outdoor ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ โดยในงานนี้ AIS ดึงแบมแบม หนึ่งในพรีเซนเตอร์จาก AIS มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย และทางทีมงานก็ไม่พลาดที่จะไปร่วมงาน เพื่อเก็บบรรยากาศภายในงาน ความน่าสนใจของเทคโนโลยี 5G จาก AIS ที่ขนมาจัดแสดงในงานนี้แบบจัดเต็ม เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับประสบการณ์ ซึ่งลานจัดแสดงจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ มี 5G Use Cases ที่น่าสนใจมากมาย  เดี๋ยวจะพาไปดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ไปดูกันเลยครับ

 

1. 5G Hologram 3 มิติ

ครั้งแรกของไทยกับการนำเทคโนโลยี 3D Hologram การสื่อสารระยะไกลที่เหนือไปอีกขั้นในยุค 5G ที่สามารถถ่ายทอดภาพวิดีโอ 3 มิติ ได้แบบ 360 องศา มีความเสมือนจริงและเรียลไทม์ มาจัดแสดงให้ได้สัมผัสกันในงานนี้ ซึ่งมี 2 Use Cases ด้วยกัน ดังนี้

HoloPort

ตรงจุดนี้จะเป็นการสาธิตการสื่อสารระยะไกลระหว่างบุคคลต้นทางและปลายทางที่อยู่ต่างสถานที่กัน ให้สามารถโต้ตอบแบบตัวต่อตัวและมองเห็นภาพ 3 มิติ ได้รอบด้านแบบ 360 องศา โดยที่ฝ่ายต้นทางจะเป็นผู้สร้างภาพโฮโลแกรม 3 มิติของตัวเองผ่านหน้ากล้อง เพื่อให้ระบบทำการประมวลผลเปลี่ยนภาพ 2 มิติ ไปเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ และส่งเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติออกมา

 

โดยวิดีโอแบบ 3 มิตินี้จะถูกส่งแบบสตรีมไปยังผู้รับผ่านเครือข่าย 5G ซึ่งปลายทางหรือผู้รับจะต้องสวมแว่นตา Hololens เพื่อแสดงผลเป็นภาพโฮโลแกรม 3 มิติ จากวัตถุในคอมพิวเตอร์ให้เป็นภาพเสมือนจริงขึ้นมา จึงทำให้ผู้รับรู้สึกว่าคู่สนทนาปรากฎอยู่ตรงหน้าในสถานที่เดียวกัน

 

Shared Mixed Reality

เป็นการสาธิตภาพโฮโลแกรม 3 มิติ ที่ผู้ใช้งานมากกว่า 1 คน สามารถมองเห็นภาพวิดีโอวัตถุ 3 มิติเดียวกันได้ ในสถานที่เดียวกัน ด้วยมุมมองแบบ 360 องศา ผ่านแว่นตา Hololens ซึ่งจะช่วยผู้ใช้งานให้สามารถแชร์ไอเดียและพัฒนาชิ้นงานร่วมกันได้พร้อมกันแบบเรียลไทม์

 

โดยเทคโนโลยีโฮโลแกรมนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานออกแบบ วิศวกร เจ้าของผลิตภัณฑ์ และลูกค้าการประชุมธุรกิจ การศึกษาทางไกล การแพทย์ การเกษตร และงานด้านแฟชั่นและบันเทิง ตลอดจนเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้พัฒนาเกม, แอนิเมชั่น 3 มิติ, AR , VR และ MR ซึ่งจะช่วยสร้างความชัดเจนในการสื่อสารระหว่างกันได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

2. 5G VDO Call

การทดลองใช้งานโทร 5G VDO Call ผ่านเครือข่าย 5G ด้วยสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ซึ่งคุณสมบัติเฉพาะของเทคโนโลยี 5G ที่มีค่าความหน่วงต่ำ ทำให้มีการตอบสนองแบบเรียลไทม์ คมชัดและไม่สะดุด ซึ่งภาพจะมีความละเอียดสูงระดับ Full HD – 4K และสัญญาณเสียงที่คมชัดระดับ Ultra HD voice

 

การโทร 5G VDO Call ในงานนี้ได้ทดสอบโทร ข้ามภูมิภาคแบบครบทุก 5 ภาค ทั้งภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยในทุกๆ ภาคที่ทำการทดสอบโทรกันสดๆ ซึ่งโชว์ให้เห็นประสิทธิภาพของสัญญาณ 5G เมื่อ VDO Call จะเห็นภาพที่คมชัด เสียงไม่ขาดหาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามเมื่อใช้งานผ่านสัญญาณ 5G

 

ซึ่งในการทดสอบ VDO Call 5 ภาค ในตอนท้ายได้มีการร่วมพูดคุยทั้ง 5 ภาค ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ซึ่งการ VDO Call ทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดด้วย 5G VDO Call จาก AIS นั่นเองครับ

 

3. 5G Remote Control Vehicle

สาธิตเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกล ผ่านเครือข่าย 5G บริเวณลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ AIS โดยเป็นการแสดงศักยภาพของเครือข่าย 5G ที่มีความเร็วสูง, ความหน่วงต่ำ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

 

เมื่อนำ 5G มาใช้ มีความหน่วงต่ำ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็วก็จะทำให้ผู้ควบคุมรถไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถ แต่จะสามารถบังคับรถให้เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ  ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในรถแต่ยังสามารถมองเห็นมุมมองต่างๆ ได้เสมือนอยู่ในรถ และขับขี่ได้อย่างปลอดภัย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการขนส่งสินค้าในภาคอุตสาหกรรม และการสัญจรในอนาคตได้ ตรงจุดนี้ก็เป็นอะไรที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานเป็นอย่างมาก

 

4. 5G Connected Drones

การสาธิตบังคับโดรนระยะไกล ระหว่างกรุงเทพฯ และเมืองโคราช จ.นครราชสีมา ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตผ่านเครือข่าย 5G บน Live Network แสดงแนวคิดการใช้งานโดรนในยุค 5G ที่ความเร็วสูงและความหน่วงต่ำซึ่งคนควบคุมไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกับโดรน แต่สามารถควบคุมโดรนระยะทางไกลได้ผ่านเครือข่ายมือถือ และสามารถ Streaming Video ที่มีความละเอียดสูงกลับมาหาผู้ใช้งานได้ทันที

 

ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์การใช้งานได้หลากหลาย ทั้งด้านการขนส่งและโลจิสติกส์, การเกษตร, ความปลอดภัยสาธารณะ, การตรวจงานในโรงงาน, การกู้ภัย รวมถึงการนำไปใช้ควบคุมโดรนภายในเมืองอัจฉริยะ เพื่อใช้ในการเข้าไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ ได้อีกด้วย

 

5. 5G The Robotics

ตรงนี้จะจัดแสดงแนวคิดหุ่นยนต์ ผ่านเทคโนโลยี 5G ที่มีความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ โดยมี 2 Use Cases ด้วยกัน คือ

5G The Robotic, the future of store เป็นการแสดงแนวคิด ซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคต ที่ทำงานโดยหุ่นยนต์ ผ่านเทคโนโลยี 5G ทำให้หุ่นยนต์ประมวลผลได้แบบเรียลไทม์และมีความแม่นยำสูง

 

หลังจากที่มีการสั่งให้หุ่นยนต์ทำงาน หุ่นยนต์จะรับคำสั่งทันทีแบบเรียลไทม์ ทำให้มีความแม่นยำสูง จึงทำให้หุ่นยนต์หยิบสินค้าได้ตรงตามออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการสั่งซื้อ จากตัวอย่างจะเห็นว่าถึงแม้ผลไม้จะมีลักษณะหรือสีคล้ายคลึงกัน หุ่นยนต์ก็สามารถหยิบของผลไม้ได้ถูกต้อง และนำมาใส่ในจุดที่เตรียมไว้ได้ถูกต้องตามต้องการ

 

5G Smart Little Robot Companion หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่เห็นแล้วจะต้องหลงรักกับความน่ารักและสุดฉลาด ที่ทำงานผ่าน 5G ซึ่งสามารถพูดคุยและตอบคำถามแก่ผู้มาใช้งานได้ผ่านเทคโนโลยี 5G ช่วยให้จดจำการสั่งการ Smart Connected Devices และการตอบสนองของหุ่นยนต์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดย Bannee และ Bookky เป็นหุ่นยนต์บรรณารักษ์ (Librarian-Bot) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อปฏิบัติงานที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น สามารถสื่อสารกันเองและสื่อสารกับคนได้

 

ทั้งหมดนี้ คือนวัตกรรมเทคโนโลยี 5G ที่น่าสนใจจาก AIS ที่นำมาจัดแสดง ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และภาคอุตสาหกรรมของประเทศไปอีกขั้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี AIS 5G เพื่อยกระดับประเทศสู่ Thailand 4.0

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมทดลอง ทดสอบ และอยากสัมผัสนวัตกรรม 5G ด้วยตัวเอง สามารถไปได้ที่สามย่านมิตรทาวน์ ลานกิจกรรม Semi outdoor ชั้น G ซึ่งจะมีการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 – 3 มกราคม 2563 เวลา 10.00น. – 22.00น. (วันที่ 24-31 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. – 24.00 น.) ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเครือข่าย คอยสาธิตและให้คำแนะนำตลอดทั้งงาน

อ่านต่อ...

Apple News

ด่วน! AirPods with Wireless Charging Case แฟลชเซล ลดเหลือ 5,480 บาท (ปกติ 7,790 บาท)

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำหรับใครที่กำลังการลดราคา AirPods with Wireless Charging Case รุ่นปี 2019 หรือ AirPods 2 พร้อมเคสชาร์จแบบไร้สาย ตอนนี้สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้แล้วที่ร้านค้าทางการ APPLE ใน LAZADA เหลือเพียง 5,480 บาท (ปกติ 7,790 บาท)

AirPods with Wireless Charging Case

AirPods with Wireless Charging Case จะเป็นรุ่นที่มีเคสแบบชาร์จไร้สาย ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ ก่อนที่ AirPods Pro รุ่นใหม่จะมานั่นเอง ซึ่งหูฟัง AirPods (2019) มีจุดเด่นที่สำคัญคือแบตเตอรี่ที่ความจุมากขึ้น ทำให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นุง 50% ซึ่งถือเป็นการอัพเกรดสมกับการรอคอยของแฟนๆ

สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth นั้นสามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า และเป็นไปตามข่าวลือคือรองรับการสั่งงานแบบไม่ต้องแตะตัวหูฟังด้วยคำว่า Hey Siri

AirPods with Wireless Charging Case

ต้องรีบกันหน่อยนะสำหรับ AirPods with Wireless Charging Case เหลือเพียง 5,480 บาท (ปกติ 7,790 บาท) เพราะเป็นราคาแบบ Flash Sale หมดแล้วหมดเลย ไม่ต้องคิดนานแล้ว คลิกเลย https://bit.ly/AAirPods2

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured6 ชั่วโมง ที่แล้ว

พาทัวร์งานโชว์นวัตกรรม 5G สุดล้ำ ใจกลางกรุง @ สามย่านมิตรทาวน์ ตอกย้ำ AIS 5G ที่ 1 ตัวจริงทดสอบแล้วทั่วไทย

  AIS ตอกย้ำผู้...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว nuraphone หูฟัง Bluetooth ดีไซน์โดดเด่น สุดล้ำเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินโดยอัตโนมัติ

มีหูฟังที่เรียกได้ว่...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

realme 5s สมาร์ทโฟนร...

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint OPPO A9 2020 New Vanilla Mint
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

OPPO A9 2020 สีใหม่ ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

รีวิว realme X2 Pro ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

realme Buds Air company teases seamless connectivity realme Buds Air company teases seamless connectivity
IT News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

ยืนยันแล้ว realme Buds Air หูฟัง True Wireless เชื่อมต่อมือถืออัตโนมัติ และแตะสั่งงานได้ [มีคลิป]

คลิปทีเซอร์ realme B...

AirPods with Wireless Charging Case AirPods with Wireless Charging Case
Apple News15 ชั่วโมง ที่แล้ว

ด่วน! AirPods with Wireless Charging Case แฟลชเซล ลดเหลือ 5,480 บาท (ปกติ 7,790 บาท)

สำหรับใครที่กำลังการ...

IT News19 ชั่วโมง ที่แล้ว

ท่องดินแดนแห่งความสนุกไปกับ HUAWEI Mate 30 Pro เก็บภาพและวิดีโอทุกโมเม้นต์กับกิจกรรมความมันส์แบบครบรส

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ ...

ข่าวประชาสัมพันธ์19 ชั่วโมง ที่แล้ว

ฉลองครบรอบ 15 ปี AIS Serenade พบกับแคมเปญพิเศษ สมาร์ทโฟน OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM ราคาเริ่มต้นเพียง 12,490 บาท!

ลูกค้า AIS Serenade ...

ข่าวประชาสัมพันธ์24 ชั่วโมง ที่แล้ว

Vivo Y15 2020 กลับมาอีกครั้ง จิ๋วแต่แจ๋วกว่าเดิม เพียง 4,999 เท่านั้น

Vivo Y15 2020 มาพร้อ...

กำลังมาแรง