ติดตามพวกเรา

Android Tips

วิธีถ่ายโอน เบอร์โทร รูปภาพและข้อมูลจาก Android ไปยัง iPhone

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลุ้มใจอย่างมากสำหรับคนที่อยากจะย้ายค่ายจากฝั่ง Android มาอยู่ฝั่ง iOS เพื่ออยากจะสัมผัสกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A12 Bionic เรื่องกลุ้มใจที่ผมจะพูดถึงนี้ก็คือเรื่องของการย้ายข้อมูลสำคัญจากสมาร์ทโฟนจากฝั่ง Android มายัง iPhone ซึ่งข้อมูลที่จะสามารถโอนถ่ายได้ก็เป็นข้อมูลสำคัญเช่น เบอร์โทร รูปภาพและข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการโอนจาก Android มา iOS

How to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone

Apple เหมือนจะอ้าแขนรับสมาชิกใหม่อยู่เสมอและเข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการนำข้อมูลจากสมาร์ทโฟน เครื่องเดิมมาไว้ใน iPhone รุ่นใหม่ด้วยด้วยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Move to iOS ด้วยแอพพลิเคชั่นนี้จะทำให้การย้ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟน Android มาเป็น iPhone นั้นเป็นเรื่องง่ายเลยทีเดียว

สิ่งที่คุณต้องมีก่อนที่จะเริ่มโอนถ่ายข้อมูลคือ

  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi)
  • ชาร์จแบตเตอรี่อย่างน้อย 50% บนสมาร์ทโฟน
  1. เปิด iPhone ของคุณเลือกภาษาเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ของคุณ ไปที่หน้าจอ “Quick Start” ให้แตะ “Set Up Manually” ที่ด้านล่างของหน้าจอ
  2. ตั้งรหัส Face ID หรือ Touch ID ของคุณ ไปที่หน้าจอ “Apps & Data” เลือก “Move Data from Android” แล้วแตะ “Continue”How to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone
  3. คุณจะเห็นรหัส 6 หลักซึ่งจะทำให้ iPhone ของคุณสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในระบบ Android ได้ หลังจากนั้นหยุดไว้ตรงนี้ก่อนสำหรับ iPhoneHow to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone
  4. นำสมาร์ทโฟนระบบ Android ไปโหลดแอพพลิเคชั่น “Move to iOS” จาก Play Store
  5. เปิดแอพพลิเคชั่น ” Move to iOS ” จากหน้าจอหลักของคุณและแตะ “Continue” จากนั้นแตะ ” Agree ” ในหน้า ” Terms & Conditions ” แตะ ” Next ” ในหน้าจอ ” Find your code “How to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone
  6. ในหน้าจอ “Enter Code” พิมพ์รหัส 6 หลักที่แสดงบน iPhone ของคุณ หลังจากที่คุณป้อนตัวเลขสุดท้ายหากรหัสถูกต้องโทรศัพท์จะเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติHow to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone
  7. หลังจากอุปกรณ์เชื่อมต่อคุณจะสามารถเลือกประเภทข้อมูลที่คุณต้องการโอนไปยัง iPhone ของคุณ ยกเว้นกรณีที่คุณไม่ต้องการย้ายให้แตะ “Next” การดำเนินการนี้จะโอนบัญชี Google ของคุณ ข้อความ สมุดติดต่อ ปฏิทิน รูปภาพและวิดีโอHow to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone
  8. รอจนกระทั่งการโอนเสร็จสิ้น อย่าเปลี่ยนไปใช้แอพพลิเคชั่นอื่นๆ บนโทรศัพท์ Android เพราะจะขัดจังหวะกระบวนการนี้และคุณจะต้องเริ่มต้นใหม่ การโอนระหว่างสมาร์ทโฟน Android กับ iPhone จะใช้เวลานานพอสมควร ในการใส่ข้อมูลทั้งหมดลงไปในเครื่อง iPhone
  9. เมื่อโอนถ่ายข้อมูลเสร็จแล้วหน้าจอจะแสดง ” Transfer Complete ” บนสมาร์ทโฟน Android ให้แตะ ” Done ” และบน iPhone ให้แตะ ” Continue Setting up iPhone ” ในหน้าจอ ” Transfer Complete “How to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone
  10. เมื่อตั้งค่าหลักๆ เสร็จสิ้นแล้ว จะมีการแจ้งเตือนถามคุณว่าคุณต้องการให้ iPhone ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเหมือนกับสมาร์ทโฟนระบบ Android ที่เคยใช้งานอยู่หรือเปล่า แตะที่ “Add Apps” เพื่อยอมรับการกระทำนี้ เพียงเท่านี้การโอนถ่ายข้อมูลของคุณก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วHow to transfer contacts, photos and data from Android to iPhone

ที่มา phonearena

Android Tips

Bestnine วิธีทำ 9 รูปสุดฮอตของเราใน Instagram ปี 2019 มีภาพไหนบ้าง มาดูกันเลย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลายอาจได้เห็นเพื่อนๆ แชร์รูปภาพ Instagram ปี 2019 ที่เป็นการรวมรูปภาพ 9 รูปสุดฮอตของแต่ละคนหรือ Bestnine ซึ่งเป็นภาพที่มีคนกดถูกใจมากที่สุดและจำนวนยอดไลค์ทั้งปี มาดูกันว่าเขาทำกันอย่างไร พร้อมแชร์ลงโชเชียลได้ด้วย

2019 Bestnine

สำหรับไอจีคนไทยที่มียอดยอดคนถูกใจมากที่สุดไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ ลิซ่า (lalalalisa_m) นักร้องชาวไทย รู้จักกันในฐานะสมาชิกเกิร์ลกรุปเกาหลีใต้ แบล็กพิงก์ โดยในปี 2019 มีคนกดไลค์มากถึง 981,441,097 และโพสต์ทั้งหมด 309 โพสต์

วิธีการทำง่าย ๆ

1. ให้เข้าไปที่เว็บ https://bestnine.net/th จากนั้นให้กรอก “ไอดี” ของ Instagram ของเราลงไปครับ เลือกไปที่ “GET” สามารถทำได้ทั้งบนคอมฯและสมาร์ทโฟน

2. จากนั้นให้รอสักครู่ เพื่อให้ระบบค้นหาและดึงรูปภาพยอดฮิตที่สุดทั้งหมด 9 รูปของเราในปี 2019 และเมื่อได้รูปภาพยอดฮิตแล้วก็สามารถแชร์ไปยัง Facebook, Twitter ได้ด้วย

ลองเช็คดูกันครับว่าภาพไหนของเราที่ได้ฮอตสุด ๆ ใน Instagram แล้วอย่าลืมแชร์มาให้เพื่อนๆ ดูกันด้วยครับ และฝากกด Follow IG ของเพจด้วยนะ @iPhone_Droid ฮา ๆ

อ่านต่อ...

Android Tips

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ที่เคยล็อคอินด้วยบัญชี Facebook แบบง่ายๆ ไม่กี่คลิก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำหรับ Facebook เชื่อว่าใครหลายคนคงจะหวงรหัสผ่านและไม่อยากให้ใครได้ไปแน่นอน แต่ก็ต้องมีสักครั้งที่เราต้องยืมเครื่องคนอื่นมาล็อคอินเพื่อใช้งานในช่วงฉุกเฉินหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ก็อาจจะลืมล็อคเอ้าท์ หรืออาจมีการเซฟอีเมล์ไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ วันนี้เราจะมาบอกถึงวิธีการตรวจสอบว่าเราเคยล็อคอินไว้ที่เครื่องไหน แล้วก็สามารถเคลียร์ทุกอย่างได้แบบง่ายๆ เลยครับ

ขั้นตอนการทำมีดังนี้

  • ให้คลิกที่เมนูเพิ่มเติมในแอป Facebook บนสมาร์ทโฟน
  • ไปที่ “การตั้งค่า”

  • เลือก “การรักษาความปลอดภัยและการเข้าสู่ระบบ”

  • เลือก “ดูทั้งหมด”

จากนั้นก็ให้เราตรวจสอบได้เลยว่าเครื่องไหนที่เราไม่ได้ใช้แล้วหรือเคยล็อคอินเอาไว้ ถ้าหากจะนำออก ก็ให้คลิกที่อุปกรณ์นั้นๆ แล้วเลือกออกจากระบบ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

นี่เป็นเพียงอีกวิธีที่ไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีได้ทราบข้อมูลหรือแอบเข้าบัญชีของเราครับ ซึ่งวิธีป้องกันอีกชั้นสำหรับ Facebook คือ การตั้งล็อคอิน 2 ขั้นตอน โดยให้ส่งเป็น SMS มาที่เบอร์ของเราเพื่อยืนยันการล็อคอินครับ

อ่านต่อ...

Android Tips

วิธีเลือก Power Bank ให้เหมาะกับการใช้งาน ต้องดูอะไรบ้าง?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

How to choose the Power Bank

ในยุคนี้ Power Bank หรือแบตเตอรี่สำรองถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องมีติดตัวคู่กับสมาร์ทโฟน เนื่องจากสมาร์ทโฟนที่เราใช้งานอยู่นั้นจำเป็นต้องใช้งานแบตเตอรี่ในปริมาณที่มากด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลาย ดังนั้นการมี Power Bank ดีๆ สักอันก็ต้องเหมาะกับการใช้งานของเราด้วย มาดูวิธีเลือกซื้อกันเลย

1. ความจุของแบตเตอรี่เท่าไหร่ดี?

How to choose the Power Bank

ขนาดความจุ Power Bank ต้องเหมาะกับปริมาณความจุของแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ข้อนี้สำคัญที่สุด โดยปริมาณความจุของ Power Bank ต้องมีปริมาณมากว่าเป็นสองเท่าของปริมาณแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพื่อการชาร์จอุปกรณ์อย่างน้อย ๆ ก็ได้สัก 1 รอบ ซึ่งในหนึ่งวันก็น่าจะเพียงสำหรับการใช้งานนอกบ้านแล้ว เช่น เช่น แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนมีความจุอยู่ที่ 4000 mAh ก็ควรเลือก Power Bank ที่มีขนาดความจุอยู่ที่ 8000 – 10,000 mAh ก็น่าเพียงพอแล้วต่อการชาร์จระหว่างวัน 1 – 2 ครั้ง

2. Input-Output สำคัญอย่างไร?

How to choose the Power Bank

Input-Output หรือกระแสไฟเข้า-ไฟออก ข้อมูลทางเทคนิคนี้สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งจะระบุไว้ที่ข้างกล่องเสมอ อย่าลืมสังกเกตกันด้วยนะ เช่น Input: 1A (1000mAh) หมายความว่ากระแสไฟฟ้าที่เข้าชาร์จให้กับ Power Bank มีปริมาณ 1A (1000mAh) ต่อชั่วโมง สมมติแบตสำรองมีขนาดความจุ 6000 mAh ก็จะใช้เวลาชาร์จให้เต็มประมาณ 6 ชั่วโมง ดังนั้นหากต้องการชาร์จให้ Power Bank เต็มเร็ว ๆ ต้องเลือก Input ที่มีตัวเลขมากขึ้น

ส่วน Output 2.1A หมายความว่าปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ชาร์จสมาร์ทโฟนจาก Power Bank จะมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ 2.1A (2100mAh) ต่อชั่วโมง แต่ต้องคำนึงถึงการรองรับกระแสไฟในปริมาณนี้ของตัวสมาร์ทโฟนด้วย ส่วนใหญ่เหมาะกับการชาร์จแท็บเล็ต

How to choose the Power Bank

ปัจจุบันความเร็วในการชาร์จไฟเข้า Power Bank และชาร์จไฟเข้าสมาร์ทโฟนได้มีการพัฒนาและรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วด้วย ไม่ว่าจะเป็น PD (Power Delivery), QC3.0 หรือ QC4.0 เป็นต้น

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อม USB Type-C สามารถชาร์จด้วย Power Delivery ได้ด้วยกำลังไฟที่สมาร์ทโฟนรุ่นนั้นๆ รองรับ หรือจะเป็น QC (Quick Charge) ในแต่ละเวอร์ชั่น ซึ่งสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีความฉลาดในการรองรับกระแสไฟที่เข้าชาร์จอยู่แล้ว

How to choose the Power Bank

นอกจากนี้แล้วตัว Power Bank ควรจะมีไฟแจ้งเตือนสถานะการชาร์จ ปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือด้วย

3. แบรนด์น่าเชื่อถือ และมีประกันคุณภาพ

ข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้กับข้ออื่น ๆ เนื่องจากปัจจุบันมี Power Bank วางจำหน่ายหลากหลายแบรนด์ ซึ่งราคาก็แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะบางรุ่นที่มีความจุมากแต่กลับมีราคาถูกจนเหลือเชื่อ และหากไม่มีประกันคุณภาพสินค้า ก็ไม่ควรเลือกซื้อเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

ตัวอย่าง Power Bank ที่ไม่ได้คุณภาพ โดยผู้ใช้งานมักหลังเชื่อกับปริมาณความจุมาก ๆ ในราคาถูก พบกว่าชาร์จ Power Bank เต็มแล้วพกออกไปนอกบ้าน แม้ไม่ได้ใช้งาน พอตกเย็นไฟไม่เหลือหรือเหลือน้อยมาก ซึ่งเกิดจากการคายประจุไฟที่เก็บเอาไว้นั่นเอง โดย Power Bank ทุกตัวจะมีการคายประจุไฟ แต่หากเป็นรุ่นที่มีราคาถูกก็จะมีต้นทุนการผลิตที่ถูก จึงทำให้พบอาการดังกล่าวชัดเจน

สำหรับการรับประกันสินค้า ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พอช่วยยืนยันคุณภาพสินค้าได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งมีการรับประกันสินค้านานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

 

4. ดีไซน์ ขนาด น้ำหนัก

How to choose the Power Bank

ปัจจุบัน Power Bank ที่มีดีไซน์สวยงาม วัสดุเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่าง โดยเฉพาะการมีขนาดเล็ก บางเบา ช่วยให้การพกพาทำให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เหมือนกำลังพกสมาร์ทโฟนอีกเครื่อง

5. การดูแลและการชาร์จไฟ Power Bank

How to choose the Power Bank

ไม่ควรปล่อยให้ Power Bank แบตเตอรี่หมดเป็นเวลานาน แต่ควรเหลือสำรองไว้ประมาณ 30-40% และไม่ควรทำตกหรือเปียกน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดการชำรุดส่งผลต่อการใช้งานได้

ข้อมูลหลัก ๆ ทั้งหมดนี้ก็น่าจะพอเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ ได้บ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายเหตุผล หลายปัจจัยในการเลือกซื้อ Power Bank ที่เหมาะกับการใช้งาน ใครเคยพบปัญหาหรืออยากแชร์การเลือกซื้อ Power Bank สามารถแสดงความเห็นกันได้เลยครับ ^^

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง