ติดตามพวกเรา

iOS Tips

วิธีโหลด Sticker ญี่ปุ่น, ไต้หวัน ต่างประเทศวิธีใหม่ไม่ต้องเจลเบรค

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

สำหรับการโหลด Sticker ต่างประเทศถ้าล็อกอินด้วยวิธีเดิม จะไม่สามารถโหลด Sticker ได้แล้ว และสำหรับวิธีใหม่นี้ต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้นและต้องใช้เครื่องมือช่วยนั่นคือ iTools ครับ ส่วนวิธีการโหลดเดี๋ยวมาดูวิธีกันครับ

สิ่งที่ต้องมี

1. iTools ดาวน์โหลด ที่นี่ 

วิธีการทำ

1. ให้ทะเบียนเบอร์โทรใน Line ที่ More > Settings > My Profile > Phone Number เเละลงทะเบียน E-Mail ที่นี่  ต้องทำทั้ง 2 อย่างนี้ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนต่อไป

 

2. หลังจากที่ลงทะเบียนเบอร์โทรและ Email ออกแล้วให้ลบ LINE ออกจากเครื่อง แล้วทำการดาวน์โหลด LINE ติดตั้งบนเครื่องใหม่ หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เปิด LINE ขึ้นมา แล้วเลือก LINE User Login

 

กรอกอีเมล และรหัสผ่าน ของเราลงไป แล้วคลิกที่ OK

 

เลือก Verify Later เพื่อข้ามการลงทะเบียนด้วยเบอร์มือถือ ซึ่งขั้นตอนนี้สามารถทำได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น (สำหรับใครที่เคยข้ามขั้นตอนการลงทะเบียน 2 ครั้งติดต่อกันแล้วจะข้ามไม่ได้อีก แต่ให้เว้นช่วงเวลาประมาณ 3-5 วัน แล้วจะสามารถทำได้อีกครั้ง)

 

คลิกที่ Agree to Terms เพื่อยอมรับข้อตกลงในการใช้บริการ

 

เลือก Use my Contacts list 

 

ให้เลือกประเทศ Japan (日本)แล้วคลิกที่ Choose

 

คลิกที่ OK เพื่อยืนยันการเลือกประเทศ

 

ระบบจะทำการซิงค์ข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์ ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาสักพักหากรายชื่อของเพื่อนเรามีจำนวนมาก

 

3. พอทำการโหลดข้อมูลใน LINE เสร็จ ให้ปิดแอพจาก Multitask โดยการกดปุ่ม Home 2 ครั้ง เพื่อปิดแอพ

 

4. เชื่อมต่อ iDevice ของท่านเข้ากับคอมพิวเตอร์  เเล้วเปิดโปรแกรม iTools

5. ไปที่แท็บ Applications

 

6. ถ้าแอพของท่านใดเยอะ ให้ค้นหาแอพ LINE ในช่อง Search เเล้วเปิดแฟ้ม ตามภาพด้านล่างนี้

 

7. เข้าที่  Library

 

8. เปิด Preferences

 

9.  เปิด jp.naver.line.plist ขึ้นมาเพื่อที่่จะทำการแก้ไข

 

10.  ใส่ข้อความนี้ไป ก่อน 2 บรรทัดล่างสุด

<key>tel</key>
<string>+81 8 XXXX XXXX</string>

X คือหมายเลขโทรศัพท์ของเราหลังเลข 08 เช่นเราใช้เบอร์ 081-2345678 ก็จะใส่เป็น <string>+81 8 1234 5678</string> เป็นต้น

เเล้วกด Save

 

หลังจากนั้นปิดโปรแกรม iTools ได้ทันที และเปิดแอพ LINE เพื่อเข้าไปโหลด Sticker ได้ที่ Stiker Shop ครับผมหลังจากนั้นจะโหลด Sticker จากญี่ปุ่นได้กันได้เลย

 

อัพเดท 28/11/12

สำหรับ LINE  HERO COLLECTORS สามารถโหลดเพิ่มได้อีก 1 แบบสำหรับ shop japan วิธีการโหลดต้องมี Apple ID ของประเทศญีปุ่น (วิธีสมัครเลือกแอพฟรี 1 แอพแล้วสามัคร ID ได้ตามปกติ) เพื่อโหลดเกมส์ หลังจากนั้นจะสามารถโหลด Sticker LINE  HERE COLLECTORS ได้ สามารถกด INSTALL จากใน app line ได้เลย หรือโหลดได้จากลิงค์นี้ LINE 勇者コレクター

 

 

และถ้าใครต้องการโหลด Sticker ไต้หวันต่อ ให้เข้าไปแก้รหัสอีกครั้งโดยใส่ค่าด้านล่างนี้ไปแทนของญีปุ่น ก่อนเข้าไปแก้อย่าลืม ปิดแอพจาก Multitask โดยการกดปุ่ม Home 2 ครั้ง เพื่อปิดแอพ

<key>tel</key>

<string>+886 x xxxx xxxx</string>

 

อัพเดท 29/11/12 เพิ่ม Sticker Taipei Fubon doll จากไต้หวัน

 

หมายเหตุ

1. ถ้าคุณทำตามวิธีเปลี่ยนเป็น Store Japan โดยไม่ทำตามวิธีเปลี่ยนกลับเป็น Store Thai คุณสามารถแก้รหัสประเทศแล้วไปยัง Store ของประเทศนั้นๆได้เลย โดยไม่ต้องเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ข้อเสียคือเพื่อนของคุณจะไม่สามารถ Add คุณผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ได้ เพื่อนของคุณจะสามารถ Add คุณผ่านทาง User ID กับ QR Code เท่านั้น

2. ถ้าคุณทำตามวิธีเปลี่ยนเป็น Store Japan แล้วทำตามวิธีเปลี่ยนเป็น Store Thai เวลาคุณจะเปลี่ยนเป็น Store Japan อีกครั้ง คุณต้องเริ่มทำทุกขั้นตอนใหม่ทั้งหมด คุณจะไม่สามารถแก้รหัสประเทศได้ แต่ข้อดีคือเพื่อนของคุณจะสามารถ Add คุณผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ได้

3. รหัสประเทศมีดังนี้ ญี่ปุ่น +81 ไทย +66 ไต้หวัน +886

4. ใครที่ข้ามการลงทะเบียนเกิน 2 ครั้งแล้วค้างตอนเลือกประเทศ ต้อง Restore เครื่องใหม่ หรือ ล้างข้อมูลของเครื่องทั้งหมดโดยการเลือกที่ Settings > General > Reset > Erase All Content and Settings เพื่อล้างเครื่องใหม่ทั้งหมดอีกครั้งก็จะโหลดได้ และสำหรับวิธีการแบ็คอัพข้อมูลทั้ง iCloud และ iTunes ไม่ให้หายรายละเอียดที่นี่

 

ปัญหาที่พบเเละวิธีแก้

ใครเจออาการหมุนๆ ค้างให้ทำตามนี้นะครับ

1. ให้ล็อคอินแบบ Verify เบอร์โทรเข้าไปก่อน
2. ให้เปิด iTools แล้วไปที่แท็บ Applications แล้วหา LINE ให้เจอ สังเกตตรงแท็บ Actions ให้เลือกไอคอนตัวที่ 3
3. ให้เข้าไปที่ Library >> Preferences แล้วก็อบไฟล์ jp.naver.line.plist ออกมาไว้บนคอมก่อน
4. ให้ลบไลน์ออกแล้วลงใหม่ จากนั้นให้เปิดเข้า App Line แล้วปิด
5. ให้ใช้ iTools นำไฟล์ jp.naver.line.plist ที่ก็อบไว้ในคอม กลับไปวางทับไฟล์เดิมที่ Library >> Preferences
6. เปิด App Line แล้วรอสักพักจะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาให้กด Confirm
7.ใส่ Email กับ Pass ที่ลงทะเบียนให้เรียบร้อย ถ้าโปรแกรมถามให้ลงทะเบียนเบอร์ให้กด ยกเลิก ห้ามลงทะเบียนเบอร์โดยเด็ดขาดนะครับ (ล็อคอินด้วยอีเมล์ตามปกติแต่ไม่ต้องลงทะเบียนเบอร์โทรให้กดข้ามการลงทะเบียนเบอร์โทร)
8. ทำตามขั้นตอนที่ 4 ของวิธีด้านบนต่อได้เลยครับ

[appstore id=”443904275″]

 

ขอบคุณวิธีจาก OhmZaa / Ohm Chawit  ‘Pat Jirapat ผ่าน techtotalk.com เรียบเรียงโดย iphone-droid.net

Android Tips

[How-To] วิธีลบหรือจัดเก็บโพสต์เก่าๆ ใน Facebook แบบรวดเดียว ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Facebook ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในการให้เจ้าของบัญชีเห็นความเคลื่อนไหวของตัวเองได้ทั้งหมดแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวันที่หรือผู้คน รวมถึงการลบโพสต์เก่าๆ แบบรวดเดียวได้ง่ายๆ โดยเราจะบอกวิธีการทำกันครับ

วิธีการลบหรือจัดเก็บโพสต์เก่าๆ ใน Facebook แบบรวดเดียว ดังนี้

  • เปิดแอปพลิเคชั่น Facebook
  • ไปที่หน้า “โปรไฟล์” ของเรา
  • ไปที่สัญลักษณ์ 3 จุด และเลือก “บันทึกกิจกรรม
  • เลือก “จัดการกิจกรรม” แล้วเลือก “โพสต์ของคุณ

  •  จากนั้นเราก็จะเห็นสิ่งที่เราเคยโพสต์ทั้งหมด
  • ถ้าต้องการดูแบบแบ่งง่ายๆ จะเลือกได้ 3 แบบ ได้แก่ หมวดหมู่, วันที่ และผู้คน
  • เลือกโพสต์ที่ต้องการลบหรือจัดเก็บ ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

สำหรับฟีเจอร์นี้ Facebook เริ่มทยอยให้กับผู้ใช้งานหลายรายแล้วครับ ใครที่ยังไม่มีก็ให้รอกันอีกสักนิดครับ

ที่มา : 9to5mac

อ่านต่อ...

Android Tips

[How-To] วิธีปิดข้อมูลการติดตามใน Line ไม่ให้เพื่อนเห็นว่าเราติดตามอะไรบ้าง!!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Line ได้อัปเดทใหม่ โดยจะแสดงผลการติดตาม Line Official Account บนหน้าโปรไฟล์ของเรา ซึ่งเพื่อนของเราสามารถเข้ามาดูได้ แต่เราก็มีวิธีปิดที่ง่ายมากๆ มาให้ดูกันครับ

วิธีการปิดข้อมูลการติดตามใน Line

1. เปิดแอปพลิเคชั่น Line
2. ไปที่ “หน้าหลัก” แล้วเลือก “การตั้งค่า”

3. เลือก “โปรไฟล์”

4. ที่ด้านล่างสุด ให้ปิด “แสดงข้อมูลการติดตาม” เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

เรียกว่าปิดได้ง่ายๆ ครับ หรือถ้าใครอยากเปิดไว้ก็ไม่เสียหายอะไรเช่นกัน

อ่านต่อ...

Apple News

Apple ชวนถ่ายรูปแนวใหม่ด้วย FaceTime บน iPhone, iPad และ Mac

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ถึงแม้ว่าสถานที่ต่างๆในประเทศจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการกันแล้ว แต่การรักษาระยะห่างและอยู่บ้านยังเป็นสิ่งที่เราควรปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อยู่บ้านกัน หลายๆ ท่านอาจจะเริ่มรู้สึกเบื่อกันบ้าง วันนี้เรามีกิจกรรมสร้างสรรค์สนุกๆ มาฝากและอยากชวนทุกคนมาร่วมสนุกกัน เราพบช่างภาพหลายท่านทดลองถ่ายภาพด้วย FaceTime ผ่าน iPhone, iPad และ Mac เพื่อเก็บเป็นความทรงจำ บ้างถ่ายภาพครอบครัว บ้างถ่ายภาพแฟชั่น รวมไปถึงนิตยสารบางเล่มก็นำภาพที่ถ่ายด้วย FaceTime ไปขึ้นปกเช่นกัน

 

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วย FaceTime บน iPhone 

View this post on Instagram

How do we stay sane during this time?⁣ ⁣ Separated by the coronavirus pandemic, we’ve all never been more physically apart. Forced into our homes to self-isolate and live for an indeterminate amount of time in our own little bubbles. How do we stay healthy, or keep to any kind of routine? ⁣ ⁣ To reflect this current mood, we found out how some of your favourite fashion people from around the globe are staying safe + sound, in a new special edition i-D project by Willy Vanderperre.⁣ ⁣ Hit the link in bio to see the project in full.⁣ ⁣ [i-D SPECIAL EDITION 04 2020]⁣⁣⁣⁣⁣ .⁣⁣ .⁣⁣ .⁣⁣ Photography by @willyvanderperre⁣ Editor-In-Chief @alastairmckimm⁣ Creative Director @lauragenninger @studio191ny⁣⁣⁣ Casting director @samuel_ellis⁣ Text @felixlp, @jacksunnucks⁣ Senior Social Editor @danilboparai⁣ Motion Graphics Designer @calseeum21⁣

A post shared by i-D (@i_d) on

 

วิธีการถ่าย

1. เข้าไปที่ การตั้งค่า > FaceTime และ อนุญาตการจับภาพ Live Photos ในระหว่าง FaceTime แบบวิดีโอ

2. เริ่มต้นการโทร FaceTime แบบเดี่ยวหรือกลุ่ม 

คู่มือการใช้งาน
ทิปส์เบื้องต้นสำหรับการใช้งาน
  • หันหน้าเข้าหาแสง โดยการหันไปทางหน้าต่าง หรือว่าออกไปข้างนอกบ้าน บริเวณที่แสงตกกระทบ (แต่อย่าลืมรักษาระยะห่างจากคนอื่นๆ)
  • หลีกเลี่ยงแสงที่เข้ามาจากทิศทางอื่น หรือระวังเงาตกกระทบ
  • ใช้กล้องหน้า ถือ iPhone ให้ห่างจากตัวระยะประมาณ 1 ช่วงแขน และลองหามุมและระยะที่ถูกใจ
  • หากถ่ายทำที่บ้าน ลองหาพร็อพต่างๆในบ้าน อาทิเช่น ต้นไม้ หรือกระจก เพื่อภาพที่สร้างสรรค์
  • เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด แนะนำให้วาง iPhone บนขาตั้งกล้อง และใช้กล้องหลังของ FaceTime ในการถ่ายทำ
  • FaceTime อนุญาตให้คุณจับภาพแบบ Live Photos ได้ ดังนั้นคุณจะสามารถเลือกรูปภาพที่ถูกใจจากหลายๆ เฟรมได้ โดยเข้าไปที่ แก้ไข > เลือกเฟรมที่ต้องการเพื่อสร้างรูปภาพหลัก
  • ลองใช้ฟิลเตอร์ต่างๆ เพื่อสร้างมิติและมุมมองใหม่ๆ ให้กับภาพ อาทิ ดราม่า หรือ ขาวดำ
คำแนะนำจากมืออาชีพ
— ช่างภาพ Konstantin Chalabov กล่าวว่า:
(Konstantin Chalabov คือช่างภาพและช่างภาพข่าวจาก มอสโคว์ ประเทศรัสเซีย ผู้ชนะจากการประกวดการถ่ายภาพด้วย iPhone ในโหมดกลางคืน)
  • หาพื้นหลังที่ถูกใจ: ก่อนจะเริ่มถ่ายลองให้แบบของคุณหมุนกล้องไปรอบๆ เพื่อดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ หามุมที่เหมาะสม หรือเบื้องต้นจะเริ่มจากพื้นหลังสีขาวก็ได้
  • หาที่ยึดอุปกรณ์ให้มั่น: หากเป็นไปได้ แนะนำให้แบบของคุณวาง iPhone บนขาตั้งกล้อง เก้าอี้ หรือวางยึดไว้กับตั้งหนังสือ เพื่อให้อุปกรณ์ไม่ล้มหรือสั่นไหว
  • มองหาพร็อพ: ซึ่งสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่หาได้จากในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ผ้าพันคอสีสดใส หรือกระจกบานเล็กๆ
  • ตามหาแสง: แสงที่ดีคือสิ่งสำคัญในการถ่ายทำ พยายามหลีกเลี่ยงแสงที่จ้าเกินไป หรือแสงพระอาทิตย์โดยตรง แต่ให้มองหาแสงอ่อนๆ ที่ทำให้ภาพเกิดความนุ่มนวล
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้ม: ภาพถ่ายจาก FaceTime จะไม่สามารถตั้งค่าได้เหมือนภาพจากกล้อง เขาค้นพบว่าเสื้อผ้าสีอ่อนเหมาะกับการถ่ายมากกว่า 
  • สบตา…กับกล้อง: ต้องแน่ใจว่าแบบของคุณมองไปที่กล้อง ไม่ใช่หน้าจอ และต้องระวังว่าคุณและแบบหันไปคนละทาง ซ้ายมือของคุณคือขวามือของแบบ
  • ต้องสร้างสรรค์: คุณสามารถใช้แอพอื่นๆ ในการแก้ไขภาพได้ เพื่อให้ได้ภาพที่ถูกใจยิ่งขึ้น เขาเลือกใช้ฟิลเตอร์ที่มี “เกรน” บนแอพ VSCO อาทิ ฟิลเตอร์ A6, M5, A4, B3 หรือ B4 ซึ่งทำให้ภาพดูเหมือนถ่ายจากกล้องฟิล์ม
 
— ช่างภาพ Elaine Li กล่าวว่า:
(Elaine Li อาร์ตไดเรคเตอร์ และช่างภาพจากฮ่องกง)
See her Lonely Together FaceTime photo series here
  • เขาพบว่ามันเป็นประโยชน์มาก ถ้าหากแบบของคุณสามารถถ่ายวิดีโอรอบๆ บ้านส่งมาให้ก่อน เพื่อที่คุณจะได้วางแผนการถ่ายล่วงหน้า
  • นอกจากการคำนึงเรื่องระยะความชัดลึกแล้วนั้น พยายามหลีกเลี่ยงพื้นหลังที่ไม่ค่อยสวยงาม แนะนำให้มองหาบริเวณที่แสงอาทิตย์สามารถส่องถึง มีแสงสะท้อน หรือพื้นระนาบที่เป็นกระจก รวมถึงต้นไม้ เพื่อช่วยสร้างองค์ประกอบของภาพให้น่าสนใจขึ้น ด้วยการสร้างแสงเงาและเลเยอร์ให้กับภาพ
  • ช่างภาพและแบบจะต้องทำงานร่วมกัน และให้ความร่วมมือค่อนข้างมาก เนื่องจากตัวแบบอาจจะต้องคอยขยับกล้องและพร็อพไปรอบๆ ตามที่ช่างภาพต้องการ รวมถึงต้องคอยโพสตามที่คุณกำกับอีกด้วย
  • ในฐานะช่างภาพ คุณสามารถโพสไปพร้อมๆ กับแบบ เพื่อเป็นแนวทางและสร้างบรรยากาศการถ่ายทำ
  • หลีกเลี่ยงการแก้ไขตกแต่งภาพมากนัก พยายามทำให้รูปภาพของคุณดูเรียบง่าย และแก้ไขเพียงเรื่องของแสง ปรับความสว่างหรือคอนทราสต์เท่านั้น
  • สิ่งสำคัญที่สุด: คุณต้องเชื่อมต่อกับสัญญาอินเตอร์เน็ตที่เสถียร

 

ถ่ายแล้วหากแชร์ลง Social อย่าลืมติด #facetimephotochallenge มาอวดกันด้วยนะครับ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

จอพับหลบก่อน! LG เตรียมเผยโฉมสมาร์ทโฟนจอม้วน (Rollable) เป็นรุ่นแรกของโลกในนาม “Project B” ช่วงต้นปี 2021

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่า...

Apple News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

นักวิเคราะห์เผย iPhone 12 จะใช้กล้องระดับ “High-End” จากบริษัท Largan

นักวิเคราะห์ชื่อดังอ...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Motorola One Fusion ใช้ขุมพลัง Snapdragon 710, กล้อง 48MP ในราคาราว 7,700 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung Galaxy Tab S7+ 5G เผยบนหน้าเว็บหลักของเยอรมนีด้วยโมเดล SM-T976B

เว็บไซต์ Samsung ของ...

ข่าวประชาสัมพันธ์5 ชั่วโมง ที่แล้ว

กลุ่มทรู ลงนาม MOU ร่วม รพ.ศิริราช นำอัจฉริยภาพทรู 5G พัฒนาUse Case เพิ่มศักยภาพทางการแพทย์

  ทรู 5G อัจฉริ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง