ติดตามพวกเรา

iOS Tips

วิธีสำรองข้อมูลบน iTunes / iCloud และ วิธีการอัพเดท iOS6 ผ่าน iTunes / OTA (wifi only) Direct link ดาวน์โหลดที่นี่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

 

สิ้นสุดการรอคอยแล้วครับสำหรับ  iOS 6 ที่จะปล่อยให้อัพเดทกันวันนี้ 19 ก.ย. ซึ่งได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้มีความสามารถในการใช้งานได้ดีและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นในการอัพเดทในครั้งนี้สามารถทำได้ 2  แบบด้วยกัน คือ การอัพเดทแบบ OTA (Over The Air) กับการอัพเดทผ่าน iTunes บนคอมพิวเตอร์ครับ

 สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ใน iOS6

  • แผนที่ใหม่ แสดงผลแบบ 3มิติ (ยังไม่รองรับประเทศไทย)
  • Siri รองรับ 15 ภาษา เพิ่ม จีนกลาง จีนกวางตุ้ง เกาหลี อิตาลี แคนาดา สามารถสั่งให้เปิดแอพได้ หรือให้ค้นหารอบหนังผลกีฬาก็สามารถทำได้
  • ใช้งาน FaceTime ผ่านเครือข่าย 3G ได้ (iPhone 4S / new iPad)
  • Safari แบบใหม่สามารถเปิดดูแบบเต็มหน้าจอ อัพโหลดภาพได้แล้ว
  • Passbook ใช้สำหรับซื้อสินค้าบริการคล้าย ๆ กับ e-coupon สำหรับซื้อหรือเป็นส่วนลดร้านค้าต่าง ๆ
  • มีการรวม Facebook เข้ามาไว้ด้วยเลย นอกจากนี้ยังสามารถกด Like แอพฯ ที่ชื่นชอบได้จาก App Store
  • เปลี่ยนรูปแบบการรับโทรศัพท์และ Keypad แบบใหม่ สามารถส่งข้อความเพื่อติดต่อกลับแทนการรับสายได้
  • Do Not Disturb ปิดการแจ้งเตือนตามเวลาที่ตั้งไว้
  • Guided Access ใช้สำหรับป้องกันการใช้งานหน้าจอในกำแหน่งที่เรากำหนดได้
  • Mail VIP คัดเลือกเฉพาะบุคคลสำคัญไว้ในการชื่อ VIP
  • Photo Streams สามารถส่งภาพให้กับเพื่อนเพื่อกด like หรือคอมเม้นต์ได้
  • เปลี่ยนจาก Keyboard 3 แถวเป็น Keyboard 4 แถว 

ก่อนที่จะอัพเดท iOS ทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะอัพเดทผ่าน OTA ข้อมูลทุกอย่างจะไม่หายและอยู่ครบก็ควรแบ็คอัพข้อมูลต่าง ๆ ไว้ก่อนครับ การแบ็คอัพข้อมูนั้นสามารถทำได้ 2 แบบคือผ่าน iCloud และ iTunes

การอัพเดททั้ง 2 แบบ

1. อัพเดท OTA เป็นการอัพเดทผ่านตัวเครื่องของเรานะครับ  iPhone, iPod, iPad ซึ่งสามารถอัพเดทผ่าน WiFi เท่านั้นไม่สามารถอัพเดทผ่านเครือข่ายมือถือ 3G  ได้ครับ สำหรับการอัพเดทผ่าน OTA ไฟล์ที่โหลดมาจะมีขนาดเล็กกว่าการอัพเดทผ่าน iTunes ครับ (เครื่องที่เจลเบรกไม่สามารถอัพเดทผ่าน OTA (wifi) ได้ จะทำให้ติด Error อัพเดทไม่ผ่าน)

2. อัพเดทผ่าน iTunes วิธีนี้ต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์และต้องติดตั้ง iTunes เวอร์ชั่น 10.7 ดาวน์โหลด ที่นี่ และใช้วิธี Shift + Restore ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ข้อมูลต่าง ๆ ภายในตัวเครื่องหายทั้งหมด แต่ก่อนทำควร Backup ข้อมูลไว้ก่อนและสามารถ Restore กลับคืนมาภายหลังติดตั้ง iOS6 แล้วได้ครับ

รุ่นเครื่องที่สามารถอัพเดทเป็น iOS 6 ได้มีรุ่นดังนี้ครับ  iPhone 3GS  iPhone4 / 4S , iPad 2, iPad 3, iPod touch 4

เตรียมตัวก่อนการอัพเดท iOS6

1. ติดตั้ง iTunes ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด 10.7 วิธีการเช็คเวอร์ชั่นล่าสุดเปิด iTunes และไปที่ Help > Check for Update

2 . เครื่องจะต้องเป็น Official Unlocked สังเกตง่าย ๆ  ท้าย Model เครื่องจะลงท้ายด้วย TH หรือเครื่องที่เราไปซื้อมาจากศูนย์บริการต่าง ๆ เช่น Dtac , Truemove หรือจาก AIS
3. ถ้าใครที่เจลเบรคอยู่ต้องการดาวน์เกรดกลับไปเป็น iOS 5.1.1 ดาวน์โหลด Direct Link ได้ที่นี่  (หรือถ้าใครอัพเป็น iOS6 แล้วต้องการกลับไป iOS5.1.1 สามารถใช้ link เดียวกันนี้ได้ และวิธีการดาวน์เกรดไป iOS 5.1.1 คือต้องใช้วิธี Shift + Restore เท่านั้น)

วิธีสำรองข้อมูลสามารถทำได้ 2 วิธี

1. iCloud เป็นการเก็บข้อมูลไว้ที่ iCloud ซึ่งสามารถแบ็คอัพข้อมูลต่าง ๆ ไว้ได้ หลังจากที่ Restore กลับมาใหม่ข้อมูลทุกอย่างจะกลับมาครบเหมือนเดิม สำหรับใครที่เคย Backup อยู่แล้วระบบจะทำการแบ็คอัพให้ทุกวันเมื่อเชื่อมต่อกับ Wifi

ขั้นตอนการแบ็คอัพผ่าน iCloud โดยให้ไปที่ Settings  > iCloud >  Storage & Backup > ON

 

หลังจากนั้นเลือก Back Up Now ระบบจะ Backup ข้อมูลต่าง ๆ ของเราในขั้นตอนนี้ระยะเวลาช้าหรือเร็วจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับข้อมูลของแต่ละคนครับผม

 

2. iTunes  เชื่อมต่อ iphone เข้ากับคอมพิวเตอร์และให้เปิดเปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมานะครับ เห็นว่าจะเจอ iPhone ที่เราเชื่อมต่อกับคอมและจะขึ้นชื่อเป็นชื่อเดียวกันกับ iPhone ที่เราได้ตั้งไว้ ให้เลือก BackUp จากนั้น itune จะเริ่มทำการสำรองข้อมูลให้ครับ ระยะเวลาในการสำรองข้อมูลนี้ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ขนาดของของมูลที่มีอยู่ในเครื่องครับผม

 

หลังจากที่สำรองข้อมูลเรียบร้อยแล้วอัพเดทได้ 2 วิธีตามที่เกริ่นไปข้างต้นแล้ว ทั้ง OTA และ iTunes

1. อัพเดทผ่าน OTA  เข้า Settings – General – Software Update

 

หลังจากที่เข้ามาแล้วให้เลือกที่ Download and Install > Terms and Conditions > Agree

 

หลังจากนั้นระบบจะทำการดาวน์โหลดและทำการอัพเดท ระหว่างที่ตัวเครื่องกำลังอัพเดทจะดับไปเป็นจอดำและเปิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ก็จะสามารถใช้ iOS 6 ได้แล้วครับ

 

2. อัพเดทผ่าน iTunes

ดาวน์โหลด Direct Link ที่นี่

ให้กด Shift+Restore โดยการกดปุ่ม shift ที่คีบอร์ดแล้วคลิก restore ที่ itunes

 

หลังจากที่กด Shift + Restore แล้วให้เลือกไฟล์  ipsw ที่โหลดไว้และคลิกที่ open ครับ

 

เมื่อถึงขั้นตอนนี้เลือกที่ Restore ได้เลยครับ

 

หลังจาก Restore เรียบร้อยแล้วก็ให้ตอบ OK ได้เลยครับเพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

 

เรามาดูวิธีการ Activate และการตั้งค่าต่าง ๆ หลังเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วครับ

เมื่อเครื่องเปิดขึ้นมาแล้วให้หาสัญญาณ wifi หรือจะต่อสาย USB เชื่อมต่อกับ iTunes (iTunes ต้องเชื่อมต่อ internet) เพื่อทำการ Activate เครื่องให้มีสัญญาณก็สามารถทำไดเช่นกัน และเลือก Next (ขั้นตอนต่าง ๆ ของ iDevice ทุกรุ่นใช้วิธีนี้ทั้งหมดครับ)

 

Activate ผ่าน iTunes ให้เลือกที่ Connect to iTunes

 

ในหน้าต่อมาระบบจากถามว่าเราต้องการเปิด Location Services แนะนำให้เลือก Enable Location Services ครับ

 

สำหรับในหน้านี้เป็นการสอบถามว่าให้เราต้องการที่จะ Restore ข้อมูลที่เรา Backup ไว้ก่อนหน้าที่จะอัพเดท โดยเลือกได้ 3 หัวข้อคือ

1.ไม่ต้องการรีสโตร์ข้อมูลกลับมาในตอนนี้กลายเป็นเครื่องเปล่าเหมือนตอนซื้อมาในครั้งแรก

2. Restore from iClud Backup คือการรีสโตร์ข้อมูลจาก iCloud ครับผม และ

3 Restore from iTunes Backup คือการรีสโตร์ข้อมูลจาก iTunes ที่เราได้ Backup ข้อมูลไว้ครับ

 

ผมเลือกที่จะให้ Restore ข้อมูลผ่าน iTunes ครับ ตัวเครื่อง iPod ก็จะบอกให้เราเชื่อมต่อ iTunes ขณะนี้ครับผม

 

หากต้องการล็อกอิน Apple ID สามารถล็อกอินได้เลยนะครับแต่ถ้าต้องการข้ามขั้นตอนนี้ไปให้เลือก Skip This Step ครับผม

 

เลือก Agree และในหน้าถัดไปเลือก Don’t Send และ Next ได้เลยครับ

ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วให้เลือกที่ Star Using iPod Touch หรือชื่ออื่นแล้วแต่รุ่น

 

หน้าเมื่อเข้ามาแล้วจะเป็นแบบในภาพนี้นะครับ แน่นอนว่าไม่มีแอพ YouTube แล้วแน่นอน

 

เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนแล้วก็จะสามารถใช้งาน iOS6 เวอร์ชั่นล่าสุดกันได้แล้ว และขั้นตอนสุดท้ายการ Restore ข้อมูลที่ได้ backup ไว้ ให้เลือกข้อมูลตามวันที่ล่าสุดที่ได้ backup ไว้นะครับเผื่อว่าเรา backup ไว้หลายครั้งจะได้เลือกข้อมูลที่นำกลับคืนมาได้ถูกต้องครับ

 

และ คุณสมบัติเด่นที่แต่ละรุ่นรองรับดูได้จากชาร์ทนี้ครับผม

 

ขอบคุณลิงค์จาก ihackintosh.com

Android Tips

เทคนิค! กดรับเน็ตฟรี 10GB จากรัฐบาลและ กสทช. ให้ใช้งานได้นานที่สุด 30 วัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้มีวิธีกดรับเน็ตมือถือฟรีจากรัฐบาล และ กสทช. เพื่อใช้เน็ตฟรีเพิ่ม 10 GB (1 คน 1 สิทธิ์ ถึงแม้จะมีหลายเบอร์ ใช้หลายเครือข่ายก็จะได้รับเพียง 1 สิทธิ์) ใช้งานได้ฟรี!! 30 วัน ต้องทำอย่างไรบ้างไปดูกันเลย

สำหรับเน็ตฟรี 10GB จากรัฐบาลในครั้งนี้ สามารถรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 10-30 เมษายน 2563 อย่าลืมเช็ควันตัดรอบบิลก่อนกดรับสิทธิ์ตามคลิปวิดีโอแนะนำกันด้วยนะ จะได้ใช้งานได้นานๆ ครับ

อ่านต่อ...

Apple News

9 ทิป! ใช้งาน AirPods ที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุด ที่คุณอาจยังไม่รู้?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เชื่อว่าช่วงนี้หลายๆ คนคงวุ่นวายกับการ Con Call แบบมาราธอน ทั้งคุยงานและคุยเล่นกับเพื่อน นอกจากสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ดี อุปกรณ์เชื่อมต่ออย่างหูฟังก็เป็นสิ่งสำคัญ หูฟังไร้สาย AirPods ช่วยให้คุณสามารถคุยงานได้อย่างคล่องตัวและสะดวกสุดๆ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้แบบไม่มีสะดุด ทำให้คุณสามารถสลับจาก iPhone ไปที่ Mac หรือ iPad ได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญคือใส่สบาย ติดหู แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ไร้ปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องคุยงานยาวๆ ทั้งนี้ แต่ละคนอาจจะมีรูปแบบการใช้งาน AirPods ที่แตกต่างกันออกไป วันนี้รวมทิปการใช้งานดีๆ ที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอีกเยอะมาฝากกันคระับ

 

ตั้งชื่อ AirPods ของคุณ

เปิดเคส AirPods ใกล้ๆ iPhone หรืออุปกรณ์ของคุณจากนั้นเข้าไปที่ การตั้งค่า > บลูทูธ > แตะสัญลักษณ์ i ที่อยู่ถัดจาก AirPods ของคุณ > แตะที่ชื่อปัจจุบัน และพิมพ์ชื่อใหม่ที่ต้องการ จากนั้น กดเสร็จสิ้น

 

ตรวจสอบแบตเตอรี่จากหน้า Today View หรือบน Apple Watch

บนหน้า Today View คุณสามารถตั้งค่าเพื่อดูข้อมูลต่างๆ ที่คุณต้องการได้ อาทิ ข่าวประจำวัน, สภาพอากาศ, กิจกรรมบนปฏิทิน หรือ แม้แต่แบตเตอรี่ของอุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่าง AirPods ได้บนหน้าล็อคสกรีน โดยคุณสามารถเพิ่มวิดเจ็ต บนหน้า Today View เพียงปัดหน้าจอไปทางขวา  จากนั้นเลื่อนลงมาที่ด้านล่าง แล้วแตะปุ่ม แก้ไข > แตะไอคอน + ที่วิดเจ็ต ที่เขียนว่า แบตเตอรี่ และกด เสร็จสิ้น เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดาย

 

สำหรับ Apple Watch คุณสามารถตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ได้ด้วยการปัดหน้าจอนาฬิกาขึ้นด้านบน เพื่อเปิดศูนย์ควบคุม แตะที่ตัวแสดงแบตเตอรี่เพื่อตรวจสอบแบตเตอรี่ของ AirPods ของคุณ

 

ดูแบตเตอรี่ AirPods บน Apple Watch

ใช้ Siri เพื่อถามคำถามหรือสั่งงาน AirPods 

ขณะที่สวมใส่ AirPods อยู่นั้น คุณสามารถเรียกใช้งาน Siri ด้วยเสียงด้วยการพูดว่า “หวัดดี Siri” และป้อนคำสั่งที่คุณต้องการ อาทิ “เล่นเพลย์ลิสต์โปรดของฉัน” หรือ “AirPods เหลือแบตเตอรี่เท่าไหร่” ฯลฯ คุณสามารถเรียกใช้งาน Siri ด้วยการแตะ 2 ครั้ง หรือ กดบีบที่ก้าน AirPods Pro ค้างแล้วปล่อย 

เปิดใช้งาน Siri : เข้าไปที่ตั้งค่า > Siri และการค้นหา > เปิดใช้งาน กดปุ่มด้านข้างเพื่อคุยกับ Siri 

 

เชื่อมต่อกับ Apple TV

เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนต่างๆ รอบตัวขณะที่คุณกำลังดูทีวีรายการโปรดอยู่นั้น คุณสามารถเชื่อมต่อ AirPods เข้ากับ Apple TV ได้ ด้วยการเข้าไปที่ แอปการตั้งค่าบน Apple TV > เลือกรีโมทและอุปกรณ์ > บลูทูธ จากนั้น เลือกอุปกรณ์ในรายการ 

 

ระบุรายชื่อสายเรียกเข้า โดยไม่ต้องมองหน้าจอ

เมื่อคุณเชื่อมต่อ AirPods เข้ากับ iPhone  Siri จะสามารถอ่านชื่อสายเรียกเข้าให้คุณฟังได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องหยิบ iPhone ขึ้นมาดูเลย เพียงคุณเข้าไปที่ แอปการตั้งค่า > โทรศัพท์ > แตะที่ การอ่านชื่อสายเรียกเข้า > เลือกหูฟัง ทั้งนี้คุณสามารถเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณได้เช่นกัน อาทิ หูฟังและรถ ซึ่งจะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ขับรถอยู่ โดยไม่ต้องเสียสมาธิ หันไปดู iPhone ของคุณ

 

ทดสอบการใส่จุกหูฟัง 

AirPods Pro ของคุณมาพร้อมกับจุกหูฟังซิลิโคนขนาด เล็ก กลาง และใหญ่ภายในกล่อง เมื่อสวมใส่จุกหูฟังขนาดที่พอเหมาะนั้น จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุด ทั้งเสียงคุณภาพดี รวมถึงการตัดเสียงรบกวนที่เหนือชั้น สำหรับการทดสอบการใส่จุกหูฟัง สามารถทำได้โดยการ สวม AirPods Pro เข้าไปที่แอปการตั้งค่า > บลูทูธ > แตะที่สัญลักษณ์ i ที่อยู่ต่อจาก AirPods Pro > แตะทดสอบการใส่จุกหูฟัง > ดำเนินการต่อ > เครื่องหมายเล่นเสียง จากนั้นระบบจะดำเนินการตรวจสอบ และแจ้งว่าจุกหูฟังที่ใส่อยู่นั้น พอดีหรือไม่

 

เลือกใช้งานตัดเสียงรบกวนหรือฟังเสียงภายนอกผ่านศูนย์ควบคุม

ขณะที่สวม AirPods Pro นั้น คุณสามารถเลือกใช้งานโหมดตัดเสียงรบกวน, ฟังเสียงภายนอก หรือ ปิด ได้ โดยแตะเปิดศูนย์ควบคุม กดค้างที่บริเวณปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง เพื่อดูตัวเลือกการใช้งาน และเลือกโหมดที่คุณต้องการ นอกจากนี้คุณยังสามารถควบคุมผ่าน AirPods Pro ได้เช่นกัน 

 

แชร์เสียงผ่าน AirPods 

บน iOS 13 เป็นต้นไป คุณและเพื่อนสามารถฟังเสียงที่เล่นอยู่บน iPhone หรือ iPad ร่วมกันได้ เพียงสวมหูฟังของคุณ แตะสัญลักษณ์ AirPlay บนศูนย์ควบคุม หรือ แอปที่คุณกำลังฟังอยู่ > แตะแชร์เสียง (ด้านล่างชื่อหูฟังของคุณ) > เปิดฝา AirPods ของเพื่อนมาไว้ใกล้ๆกับ iPhone หรือ iPad > เมื่อชื่อ AirPods ของเพื่อนคุณปรากฏ แตะเลือกแชร์เสียง

 

ค้นหา AirPods ที่หายไปด้วย Find My

ถ้าหากคุณติดตั้งแอป Find My บน iPhone หรือ iPad ที่เคยเชื่อมต่อกับ AirPods แล้ว มันจะสามารถติดตาม AirPods ของคุณโดยอัตโนมัติ ดังนั้น ถ้าหากคุณทำ AirPods หาย หรือเผลอวางหูฟังทิ้งไว้นอกเคส คุณสามารถใช้ Find My เพื่อช่วยค้นหาได้ 

 

เพียงเข้าไปที่แอป Find My บนอุปกรณ์ iOS > เข้าไปที่แถบอุปกรณ์ > เลือก AirPods ระบบจะช่วยระบุที่อยู่ AirPods ของคุณบนแผนที่ 

 

คุณสามารถให้ AirPods เล่นเสียงเพื่อช่วยค้นหาได้ โดย AirPods จะเล่นเสียงที่ค่อยๆ ดังขึ้นเป็นเวลาสองนาทีหรือจนกว่าคุณจะบอกให้หยุด นอกจากนี้ Siri ก็สามารถช่วยค้นหาได้เช่นกัน โดยใช้คำสั่งเสียง “หวัดดี Siri ช่วยหา AirPods” หรือ “หวัดดี Siri เล่นเสียงบน AirPods” 

นอกจากนี้ สำหรับใครที่ยังหาแพลตฟอร์มสำหรับคุยงานที่ถูกใจยังไม่เจอ FaceTime ก็เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยคุณสามารถคุยพร้อมกันได้สูงสุดถึง 32 คน ขั้นตอนการใช้งานหรือเช่ือมต่อนั้น เรียกว่าแทบไม่ต่างจากการกดโทรออกบน iPhone ที่คุณคุ้นชิน ที่สำคัญยังสามารถเพิ่มสติ๊กเกอร์เพื่อบังหน้าของคุณขณะคุยได้ เหมาะสำหรับผู้ที่หน้าไม่พร้อมให้ใครเห็น หรือยังไม่ได้แต่งหน้าด้วย

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

อ่านต่อ...

Android Tips

วิธีบินบน TikTok ทำคลิปสนุกๆ แบบนี้ได้ง่ายๆ ใช้แค่มือถือเครื่องเดียว [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

อยากทำเองต้องไม่พลาด คลิปวิดีโอแนะนำวิธีบินบน TikTok ทำคลิปสนุกๆ แบบนี้ได้ง่ายๆ แค่ใช้มือถือเครื่องเดียว ตอนนี้ต้องยอมรับว่า TikTok ได้รับความนิยมอย่างมาก และก็มีคลิปสนุกๆ มาให้ดูกันเยอะจริงๆ

สำหรับการคลิปวิดีโอกระโดดๆ เหมือนกำลังบินไปเรื่อยๆ แบบนี้นะครับ แค่มีมือถือสมาร์​ทโฟนและต้องขาขาตั้งกล้องช่วยด้วยนะถ้าเราจะถ่ายคนเดียว หรือให้เพื่อนถือถ่ายให้ก็ได้

ทำแล้วก็จะได้คลิปแบบนี้

@iamaonth♬ Cùng bay chổi nào – Nguyễn Phước Đạt

ใครทำได้แล้วมาคอมเม้นท์บอกกันได้นะ และถ้าชอบคลิปสนุกๆ แบบนี้ แชร์บอกต่อเพื่อนๆ ให้ลองทำตามกันได้ครับ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14 OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

OPPO Find X2 Series ...

OPPO A31 All features you need to know OPPO A31 All features you need to know
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้...

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

realme 6 สมาร์ทโฟนกล...

Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

3BB GIGATainment ความบันเทิงระดับโลกกับบ้านใหม่ของ HBO ในไทย พร้อมอินเทอร์เน็ต 1Gbps เริ่มต้น 590 บาท

3BB หนึ่งในผู้ให้บริ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

จับคู่ปัง! ลดจัดเต็ม Galaxy A71 คู่ หูฟัง AKG Y500 เอาใจสายเกมส์ Play from Home ได้มันส์กว่าเดิม !!

ซัมซุง อัดแคมเปญ เอา...

ข่าวประชาสัมพันธ์11 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทรู ขานรับแนวทาง กสทช. สนับสนุนคนไทย อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ มอบเน็ตมือถือฟรี 10 GB พร้อมอัปสปีดเน็ตบ้านเป็น 100 Mbps ใช้ได้นาน 30 วัน

  ทรู ร่วมดูแลค...

How to get 10 GB internet 4g for free 1 How to get 10 GB internet 4g for free 1
Android Tips11 ชั่วโมง ที่แล้ว

เทคนิค! กดรับเน็ตฟรี 10GB จากรัฐบาลและ กสทช. ให้ใช้งานได้นานที่สุด 30 วัน

วันนี้มีวิธีกดรับเน็...

Android News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme X3 SuperZoom ผ่านกสทช. มาพร้อม Snapdragon 855, RAM 12GB และอาจเน้นเรื่องการซูม

น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ...

IT News12 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Huawei card ผูกกับ Huawei Pay ได้ รองรับ NFC และเป็น UnionPay

Richard Yu ซีอีโอคนส...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง