ติดตามพวกเรา

How To

วิธีการสำรองข้อมูล iPhone เตรียมพร้อมเพื่อย้ายไปใช้ iPhone 11 เครื่องใหม่ และอัพเดท iOS 13

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

วิธีการสำรองข้อมูล iPhone นั้นทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญไม่ให้หายไปอย่างถาวร และสามารถเรียกคืนข้อมูลกลับมาใหม่ได้ทุกครั้ง ซึ่งอีกเพียงไม่กี่วันก็จะได้เห็น iPhone 11 รุ่นใหม่แล้ว รวมไปถึงการอัพเดท iOS 13 เวอร์ชั่นเต็มด้วย ดังนั้นมาเตรียมความพร้อมกันก่อนเลย

How to Backup Your iPhone

ข้อมูลส่วนตัวในสมาร์ทโฟนของทุกคนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะในสมัยนี้คนส่วนมากจะเก็บข้อมูลสำคัญและข้อมูลส่วนตัวไว้ในสมาร์ทโฟน ถ้าคนไม่หวังดีจงใจเอาข้อมูลส่วนตัวไปใช้งานนั้นก็จะเป็นเรื่องที่แย่มากสำหรับเราทุกคน แน่นอนว่าการป้องกันข้อมูลส่วนตัวในสมาร์ทโฟนนั้นมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก เริ่มจากการใส่รหัส การใส่รูปแบบ มาถึงการสแกนลายนิ้วมือ หรือแม้กระทั่งการสแกนใบหน้า

ถึงจะมีการป้องกันที่ดีขนาดไหนมันก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเมื่อสมาร์ทโฟนอันเป้นที่รักของคุณสูญหายข้อมูลสำคัญเหล่านั้นก็ยังอยู่กับคุณเสมอแม้คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟนใหม่ก็ตาม เช่นเดียวกันในบทความนี้ผมจะมาบอกวิธีสำรองข้อมูลสำคัญใน iPhone เพื่อว่าเพื่อนๆ คนไหนมีแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้ iPhone 2018 ที่จะเปิดตัวในวันที่ 12 กันยายนนี้ ถึงแม้ไม่ได้คิดจะเปลี่ยน iPhone เครื่องใหม่ก็ควรสำรองข้อมูลเหล่านี้ไว้บ้าง เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดจะได้เรียกข้อมูลสำคัญมาใช้งานได้

การสำรองข้อมูลใน iPhone จะทำได้ 2 วิธีด้วยกันคือ

  1. สำรองข้อมูลไว้ใน iCloud บนเซิร์ฟเวอร์ของ Apple
  2. สำรองข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้ iTunes

การสำรองข้อมูล iPhone ไปไว้ใน iCloud

How to Backup Your iPhone How to Backup Your iPhone

การสำรองข้อมูลบน iCloud นั้นไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่เราเข้าไปเปิดการใช้งานสำรองข้อมูลใน iCloud ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

  1. เข้าไปที่ชื่อของคุณ
  2. เลือกเมนู iCloud
  3. iCloud Backup และเมื่อเข้าไปแล้วก็เลือกเปิดใช้งาน iCloud Backup ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

การสำรองข้อมูลของ iCloud นั้นจะสำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะทำการสำรองข้อมูลในช่วงเวลาที่เราไม่ใช้งาน iPhone แต่คุณต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และมีการชาร์จแบตเตอรี่ไว้ด้วย แต่ถึงกระนั้นคุณก็สามารถเข้าไปสำรองข้อมูลในทันทีได้เลยด้วยการเข้าเมนู “iCloud Backup” และเลือกเมนู “Back Up Now” เมื่อทำการสำรองข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะปรากฎวันเวลาที่สำรองข้อมูลล่าสุดให้เราเห็น

บัญชี Apple ทุกบัญชีได้รับพื้นที่ว่างในการสำรองข้อมูลใน iCloud อยู่ที่ 5GB แต่ถ้าเราต้องการใช้งานที่มีพื้นที่จัดเก็บมากว่า 5 GB เราจำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมรายเดือนซึ่งราคาขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่ที่เราต้องการด้วย

  • 50GB: 35 บาท
  • 200GB: 99 บาท
  • 2TB: 349 บาท

ในการสำรองข้อมูลบน iCloud นั้นเราสามารถเลือกข้อมูลที่จะสำรองได้เช่นกันโดยเข้าไปที่แอพพลิเคชั่น iCloud แล้วเลือกปิดหรือเปิดแอพพลิเคชั่นที่เราต้องการสำรองข้อมูล

 

How to Backup Your iPhone

ข้อมูลสำรองข้อมูลของ iCloud ประกอบด้วยอะไรบ้าง

  • ข้อมูลแอป (App data) : ไฟล์ที่รวบรวมแอพพลิเคชั่นเราได้ดาวน์โหลดหรือสร้างขึ้นในระหว่างการใช้งาน
  • สำรองข้อมูลใน Apple Watch (Apple Watch backups)
  • การตั้งค่า (Settings): สำรองข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ เช่น การตั้งค่า ภาษาและภูมิภาค การแจ้งเตือนหน้าจอหลักและการจัดเรียงแอพพลิเคชั่น รวมถึงความสว่างและอื่นๆ
  • ประวัติการโทร iMessage, ข้อความ (SMS) และข้อความ MMS
  • รูปภาพและวิดีโอ: รูปภาพและวิดีโอที่อยู่ในแอพพลิเคชั่นรูปภาพของคุณ
  • ประวัติการซื้อบริการจาก Apple (Purchase history) เช่น เพลง ภาพยนตร์ ซีรีส์ทีวี แอพพลิเคชั่นและหนังสือ การสำรองข้อมูลจะสำรองเฉพาะรายการที่ซื้อ แต่จะไม่สำรองไฟล์ที่โหลดมา แต่คุณสามารถดาวน์โหลดอีกครั้งได้หากคุณเรียกคืนค่าจากข้อมูลที่สำรองไว้
  • เสียงเรียกเข้า (Ringtones)

บางชนิดข้อมูลที่สำคัญจะไม่ได้มีการสำรองเพราะข้อมูลเหล่านั้นจะอยู่ใน iCloud อยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลที่สำรองอยู่ใน iCloud ตลอดเวลาก็จะมี รายชื่อผู้ติดต่อ ปฏิทิน บุ๊กมาร์ก Safari บันทึกย่อและรูปภาพที่ใช้ร่วมกัน ข้อมูลการชำระเงินของ Apple การตั้งค่า Face ID และ Touch ID

หากคุณต้องการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับรหัสเข้าสู่ระบบแอพพลิเคชั่น หรือรหัสผ่าน Wi-Fi และบัตรเครดิตที่เชื่อมโยงกับ iCloud คุณสามารถเปิด Keychain จากเมนู iCloud ได้เลย

 

การใช้ Messages in iCloud และ iCloud Photo Library

How to Backup Your iPhone

iCloud Photo Library คือการเชื่อมต่อคลังรูปภาพของเรากับ iCloud เมื่อเราทำการลบหรือเพิ่มรูปภาพไปในคลัง การกระทำนั้นจะส่งผลต่อ iCloud Photo Library ด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถเข้าไปเปิดใช้งาน iCloud Photo Library ได้ในเมนู iCloud การสำรองข้อมูลใน iCloud Photo Library นั้นจะใช้เงื่อนไขเดียวกับการสำรองข้อมูลชนิดอื่นของ iCloud ก็คือจะสำรองข้อมูลในช่วงเวลาที่คุณไม่ได้ใช้งาน iPhone และจะต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ไว้ด้วย

Messages in iCloud เช่นเดียวกับรูปภาพ ข้อความ (SMS) และ iMessage ของคุณจะถูกจัดเก็บและสำรองใน iCloud ด้วยเช่นกันเมื่อคุณเข้าไปเปิดการใช้งานสำรองข้อมูลในเมนู iCloud การเชื่อมต่อข้อความกับ iCloud นั้นมีข้อดีคือไม่ว่าอุปกรณ์ Apple ที่ใช้ iCloud เดียวกับคุณก็จะเข้าถึงข้อความเหล่านี้ได้แน่นอนว่าเมื่อคุณลบหรือเพิ่มข้อความ อุปกรณ์ทุกเครื่องก็จะมีการอัพเดทไปในทิศทางเดียวกันหมดทำให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถเลือกใช้งานอุปกรณ์ชนิดไหนก็ได้

 

การสำรองข้อมูล iPhone ของคุณไปยังคอมพิวเตอร์ผ่านทาง iTunes

ถ้าคุณไม่ชอบการสำรองข้อมูลบน iCloud หรือต้องการพื้นที่ในการสำรองข้อมูลที่มากกว่าที่ทาง Apple เปิดให้ใช้งาน และต้องการเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้กับตัวเอง คุณต้องเลือกวิธีที่ 2 คือการสำรองข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณผ่าน iTunes สำหรับคอมพิวเตอร์ MAC ไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรม iTunes เพราะมันจะมีมาให้แล้วในระบบปฏิบัติการ แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows จำเป็นต้องลงโปรแกรม iTunes ก่อน ถึงจะสำรองข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณได้

How to Backup Your iPhone

  1. ต่อสาย Lightning จากช่องชาร์จแบตเตอรี่ของคุณเพื่อเชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์
  2. หากนี่เป็นครั้งแรกที่ iPhone เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของคุณ จะมีการแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอเพื่อถามว่า “คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีความน่าเชื่อถือไหม (Trust this computer?) ” กด “เชื่อถือ (Trust) “
  3. เลือกไอคอน iPhone จากมุมซ้ายบนของหน้าต่าง iTunes (ไอคอน iPhone จะมีขนาดเล็กซึ่งมักจะอยู่ใต้ปุ่ม “บัญชี”)
  4. คลิกที่ “Summary”
  5. คลิกที่ “Back Up Now” เพื่อสร้างการสำรองข้อมูลครั้งแรก ที่ด้านบนของหน้าต่างคุณจะเห็นความคืบหน้าของกระบวนการสำรองข้อมูล

How to Backup Your iPhone

หากคุณต้องการให้โทรศัพท์ของคุณสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติจากเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ให้เลือก ” This Computer ” ในเมนูคำสั่ง “สำรองข้อมูลอัตโนมัติ (Automatically Back Up) ” จากนั้นกด “Apply” ที่ด้านล่างของหน้าต่าง iTunes เพื่อยืนยันการเลือกของคุณ

สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการเปิดใช้ตัวเลือกในการสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติบนคอมพิวเตอร์ของคุณจะเป็นการปิดใช้งานการสำรองข้อมูลของ iCloud จาก iPhone ด้วยเช่นกัน คุณสามารถเลือกวิธีสำรองข้อมูลของคุณวิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับวิธีการสำรองข้อมูล iPhone ที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ เลือกได้ตามความสะดวกทั้งแบบเก็บไว้บน iCloud หรือเก็บไว้ที่ iTunes บนคอมพิวเตอร์ เพียงเท่านี้ข้อมูลของเราก็จะไม่หายไปไหนแล้ว เตรียมพร้อมอัพเดทระบบปฏิบัติการใหม่ iOS 13 ได้เลย หรือย้ายไปใช้งานเครื่องใหม่ iPhone 11 ก็ทำได้

ข้อมูลดีๆ เป็นประโยชน์แบบนี้ อย่าลืมแชร์บอกต่อเพื่อนๆ ด้วยนะ จะได้ไม่ทำข้อมูลหายระหว่างการอัพเดทที่อาจมีข้อผิดพลาดได้หรือถ้าเครื่องหายก็ยังมีข้อมูลเก็บไว้ เรียกกลับมาใส่เครื่องใหม่ได้ตลอดเวลา

Android Tips

[How-To] วิธีลบหรือจัดเก็บโพสต์เก่าๆ ใน Facebook แบบรวดเดียว ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Facebook ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในการให้เจ้าของบัญชีเห็นความเคลื่อนไหวของตัวเองได้ทั้งหมดแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวันที่หรือผู้คน รวมถึงการลบโพสต์เก่าๆ แบบรวดเดียวได้ง่ายๆ โดยเราจะบอกวิธีการทำกันครับ

วิธีการลบหรือจัดเก็บโพสต์เก่าๆ ใน Facebook แบบรวดเดียว ดังนี้

  • เปิดแอปพลิเคชั่น Facebook
  • ไปที่หน้า “โปรไฟล์” ของเรา
  • ไปที่สัญลักษณ์ 3 จุด และเลือก “บันทึกกิจกรรม
  • เลือก “จัดการกิจกรรม” แล้วเลือก “โพสต์ของคุณ

  •  จากนั้นเราก็จะเห็นสิ่งที่เราเคยโพสต์ทั้งหมด
  • ถ้าต้องการดูแบบแบ่งง่ายๆ จะเลือกได้ 3 แบบ ได้แก่ หมวดหมู่, วันที่ และผู้คน
  • เลือกโพสต์ที่ต้องการลบหรือจัดเก็บ ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

สำหรับฟีเจอร์นี้ Facebook เริ่มทยอยให้กับผู้ใช้งานหลายรายแล้วครับ ใครที่ยังไม่มีก็ให้รอกันอีกสักนิดครับ

ที่มา : 9to5mac

อ่านต่อ...

Android Tips

[How-To] วิธีปิดข้อมูลการติดตามใน Line ไม่ให้เพื่อนเห็นว่าเราติดตามอะไรบ้าง!!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Line ได้อัปเดทใหม่ โดยจะแสดงผลการติดตาม Line Official Account บนหน้าโปรไฟล์ของเรา ซึ่งเพื่อนของเราสามารถเข้ามาดูได้ แต่เราก็มีวิธีปิดที่ง่ายมากๆ มาให้ดูกันครับ

วิธีการปิดข้อมูลการติดตามใน Line

1. เปิดแอปพลิเคชั่น Line
2. ไปที่ “หน้าหลัก” แล้วเลือก “การตั้งค่า”

3. เลือก “โปรไฟล์”

4. ที่ด้านล่างสุด ให้ปิด “แสดงข้อมูลการติดตาม” เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

เรียกว่าปิดได้ง่ายๆ ครับ หรือถ้าใครอยากเปิดไว้ก็ไม่เสียหายอะไรเช่นกัน

อ่านต่อ...

Apple News

Apple ชวนถ่ายรูปแนวใหม่ด้วย FaceTime บน iPhone, iPad และ Mac

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ถึงแม้ว่าสถานที่ต่างๆในประเทศจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการกันแล้ว แต่การรักษาระยะห่างและอยู่บ้านยังเป็นสิ่งที่เราควรปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อยู่บ้านกัน หลายๆ ท่านอาจจะเริ่มรู้สึกเบื่อกันบ้าง วันนี้เรามีกิจกรรมสร้างสรรค์สนุกๆ มาฝากและอยากชวนทุกคนมาร่วมสนุกกัน เราพบช่างภาพหลายท่านทดลองถ่ายภาพด้วย FaceTime ผ่าน iPhone, iPad และ Mac เพื่อเก็บเป็นความทรงจำ บ้างถ่ายภาพครอบครัว บ้างถ่ายภาพแฟชั่น รวมไปถึงนิตยสารบางเล่มก็นำภาพที่ถ่ายด้วย FaceTime ไปขึ้นปกเช่นกัน

 

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วย FaceTime บน iPhone 

View this post on Instagram

How do we stay sane during this time?⁣ ⁣ Separated by the coronavirus pandemic, we’ve all never been more physically apart. Forced into our homes to self-isolate and live for an indeterminate amount of time in our own little bubbles. How do we stay healthy, or keep to any kind of routine? ⁣ ⁣ To reflect this current mood, we found out how some of your favourite fashion people from around the globe are staying safe + sound, in a new special edition i-D project by Willy Vanderperre.⁣ ⁣ Hit the link in bio to see the project in full.⁣ ⁣ [i-D SPECIAL EDITION 04 2020]⁣⁣⁣⁣⁣ .⁣⁣ .⁣⁣ .⁣⁣ Photography by @willyvanderperre⁣ Editor-In-Chief @alastairmckimm⁣ Creative Director @lauragenninger @studio191ny⁣⁣⁣ Casting director @samuel_ellis⁣ Text @felixlp, @jacksunnucks⁣ Senior Social Editor @danilboparai⁣ Motion Graphics Designer @calseeum21⁣

A post shared by i-D (@i_d) on

 

วิธีการถ่าย

1. เข้าไปที่ การตั้งค่า > FaceTime และ อนุญาตการจับภาพ Live Photos ในระหว่าง FaceTime แบบวิดีโอ

2. เริ่มต้นการโทร FaceTime แบบเดี่ยวหรือกลุ่ม 

คู่มือการใช้งาน
ทิปส์เบื้องต้นสำหรับการใช้งาน
  • หันหน้าเข้าหาแสง โดยการหันไปทางหน้าต่าง หรือว่าออกไปข้างนอกบ้าน บริเวณที่แสงตกกระทบ (แต่อย่าลืมรักษาระยะห่างจากคนอื่นๆ)
  • หลีกเลี่ยงแสงที่เข้ามาจากทิศทางอื่น หรือระวังเงาตกกระทบ
  • ใช้กล้องหน้า ถือ iPhone ให้ห่างจากตัวระยะประมาณ 1 ช่วงแขน และลองหามุมและระยะที่ถูกใจ
  • หากถ่ายทำที่บ้าน ลองหาพร็อพต่างๆในบ้าน อาทิเช่น ต้นไม้ หรือกระจก เพื่อภาพที่สร้างสรรค์
  • เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด แนะนำให้วาง iPhone บนขาตั้งกล้อง และใช้กล้องหลังของ FaceTime ในการถ่ายทำ
  • FaceTime อนุญาตให้คุณจับภาพแบบ Live Photos ได้ ดังนั้นคุณจะสามารถเลือกรูปภาพที่ถูกใจจากหลายๆ เฟรมได้ โดยเข้าไปที่ แก้ไข > เลือกเฟรมที่ต้องการเพื่อสร้างรูปภาพหลัก
  • ลองใช้ฟิลเตอร์ต่างๆ เพื่อสร้างมิติและมุมมองใหม่ๆ ให้กับภาพ อาทิ ดราม่า หรือ ขาวดำ
คำแนะนำจากมืออาชีพ
— ช่างภาพ Konstantin Chalabov กล่าวว่า:
(Konstantin Chalabov คือช่างภาพและช่างภาพข่าวจาก มอสโคว์ ประเทศรัสเซีย ผู้ชนะจากการประกวดการถ่ายภาพด้วย iPhone ในโหมดกลางคืน)
  • หาพื้นหลังที่ถูกใจ: ก่อนจะเริ่มถ่ายลองให้แบบของคุณหมุนกล้องไปรอบๆ เพื่อดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ หามุมที่เหมาะสม หรือเบื้องต้นจะเริ่มจากพื้นหลังสีขาวก็ได้
  • หาที่ยึดอุปกรณ์ให้มั่น: หากเป็นไปได้ แนะนำให้แบบของคุณวาง iPhone บนขาตั้งกล้อง เก้าอี้ หรือวางยึดไว้กับตั้งหนังสือ เพื่อให้อุปกรณ์ไม่ล้มหรือสั่นไหว
  • มองหาพร็อพ: ซึ่งสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่หาได้จากในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ผ้าพันคอสีสดใส หรือกระจกบานเล็กๆ
  • ตามหาแสง: แสงที่ดีคือสิ่งสำคัญในการถ่ายทำ พยายามหลีกเลี่ยงแสงที่จ้าเกินไป หรือแสงพระอาทิตย์โดยตรง แต่ให้มองหาแสงอ่อนๆ ที่ทำให้ภาพเกิดความนุ่มนวล
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้ม: ภาพถ่ายจาก FaceTime จะไม่สามารถตั้งค่าได้เหมือนภาพจากกล้อง เขาค้นพบว่าเสื้อผ้าสีอ่อนเหมาะกับการถ่ายมากกว่า 
  • สบตา…กับกล้อง: ต้องแน่ใจว่าแบบของคุณมองไปที่กล้อง ไม่ใช่หน้าจอ และต้องระวังว่าคุณและแบบหันไปคนละทาง ซ้ายมือของคุณคือขวามือของแบบ
  • ต้องสร้างสรรค์: คุณสามารถใช้แอพอื่นๆ ในการแก้ไขภาพได้ เพื่อให้ได้ภาพที่ถูกใจยิ่งขึ้น เขาเลือกใช้ฟิลเตอร์ที่มี “เกรน” บนแอพ VSCO อาทิ ฟิลเตอร์ A6, M5, A4, B3 หรือ B4 ซึ่งทำให้ภาพดูเหมือนถ่ายจากกล้องฟิล์ม
 
— ช่างภาพ Elaine Li กล่าวว่า:
(Elaine Li อาร์ตไดเรคเตอร์ และช่างภาพจากฮ่องกง)
See her Lonely Together FaceTime photo series here
  • เขาพบว่ามันเป็นประโยชน์มาก ถ้าหากแบบของคุณสามารถถ่ายวิดีโอรอบๆ บ้านส่งมาให้ก่อน เพื่อที่คุณจะได้วางแผนการถ่ายล่วงหน้า
  • นอกจากการคำนึงเรื่องระยะความชัดลึกแล้วนั้น พยายามหลีกเลี่ยงพื้นหลังที่ไม่ค่อยสวยงาม แนะนำให้มองหาบริเวณที่แสงอาทิตย์สามารถส่องถึง มีแสงสะท้อน หรือพื้นระนาบที่เป็นกระจก รวมถึงต้นไม้ เพื่อช่วยสร้างองค์ประกอบของภาพให้น่าสนใจขึ้น ด้วยการสร้างแสงเงาและเลเยอร์ให้กับภาพ
  • ช่างภาพและแบบจะต้องทำงานร่วมกัน และให้ความร่วมมือค่อนข้างมาก เนื่องจากตัวแบบอาจจะต้องคอยขยับกล้องและพร็อพไปรอบๆ ตามที่ช่างภาพต้องการ รวมถึงต้องคอยโพสตามที่คุณกำกับอีกด้วย
  • ในฐานะช่างภาพ คุณสามารถโพสไปพร้อมๆ กับแบบ เพื่อเป็นแนวทางและสร้างบรรยากาศการถ่ายทำ
  • หลีกเลี่ยงการแก้ไขตกแต่งภาพมากนัก พยายามทำให้รูปภาพของคุณดูเรียบง่าย และแก้ไขเพียงเรื่องของแสง ปรับความสว่างหรือคอนทราสต์เท่านั้น
  • สิ่งสำคัญที่สุด: คุณต้องเชื่อมต่อกับสัญญาอินเตอร์เน็ตที่เสถียร

 

ถ่ายแล้วหากแชร์ลง Social อย่าลืมติด #facetimephotochallenge มาอวดกันด้วยนะครับ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

  เอไอเอส สานต่...

New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept
Apple News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

iPhone 13 คอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดล้ำ หน้าจอโค้ง และสไลด์ได้ 2 หน้าจอ [ชมคลิป]

มาอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์ส...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดราคาไทย POCO F2 Pro เริ่มต้น 17,999 บาท เปิดสั่งจองล่วงหน้าพร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ

เสียวหมี่ ประเทศไทย ...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

สมาร์ทโฟน OPPO พร้อมให้อัปเดต ColorOS7 บน Android 10 อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ดูรุ่นที่อัปเดทได้ที่นี่

• สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปท...

Xiaomi device codenamed “CAS” reported to come with 108MP camera with 120X digital zoom Xiaomi device codenamed “CAS” reported to come with 108MP camera with 120X digital zoom
Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

พบมือถือใหม่ Xiaomi โค้ดเนม CAS มีกล้อง 108 ล้าน ซูมได้ไกล 120 เท่า คาดเป็น Mi CC10

พบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง