ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Google อัปเดตการยกระดับการป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ในโฆษณาดิจิทัล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Google ตอกย้ำวิสัยทัศน์และอัปเดตการยกระดับความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้คนทั่วโลกที่ใช้อินเทอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่มีโฆษณาสนับสนุนได้อย่างต่อเนื่อง  โดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลของพวกเขาจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ Google ต้องเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการทำงานของโฆษณาดิจิทัลเหล่านั้น  เพิ่มความสามารถในการควบคุมให้กับผู้ใช้และทำให้แน่ใจว่าการตัดสินใจของผู้ใช้ต่อข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขานั้นได้รับการเคารพและไม่ถูกละเมิด

ในวันนี้ Google จะอัปเดตการทำงานในด้านต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้  รวมถึงเครื่องมือใหม่ ๆ ในการให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้เกี่ยวกับโฆษณาที่พวกเขาเห็น นอกจากนี้ Google  ยังจะนำเสนอแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ สำหรับนักการตลาดและผู้เผยแพร่โฆษณา (publisher) ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการในสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่ต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ตลอดจนตัวอย่างจริงของแบรนด์และบริษัทสื่อที่ประสบความสำเร็จในการทำโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ เคารพความเป็นส่วนตัว รวมทั้งใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบ

 

โปร่งใสมากขึ้น ควบคุมได้ดีขึ้น

หลายปีแล้วที่ Google มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า “ทำไมจึงแสดงโฆษณานี้” (Why this ad) ซึ่งจากไอคอนในโฆษณาดิจิทัลผู้ใช้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ทำให้โฆษณานั้นถูกเลือกมาแสดงให้เห็น หรือกดเลือกให้หยุดแสดงโฆษณานั้นได้ ปัจจุบันมีผู้ใช้ฟีเจอร์นี้กว่า 15 ล้านครั้งต่อวัน เพราะผู้ใช้ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมและควบคุมโฆษณาที่พวกเขาเห็น ล่าสุด Google ได้ขยายฟีเจอร์นี้ไปยังโฆษณาบนจอทีวีที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า Google จะพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ด้วยตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า “ข้อมูลเกี่ยวกับโฆษณานี้” (About this ad) ซึ่งจะแสดงชื่อของผู้ลงโฆษณา (advertiser) ที่ได้รับการยืนยันแล้วให้ผู้ใช้ได้เห็น โดยในเบื้องต้นฟีเจอร์นี้จะนำไปใช้กับโฆษณาที่ถูกซื้อผ่านทาง Google Ads และ Display & Video 360  และฟีเจอร์เพิ่มเติมเหล่านี้จะทยอยเปิดให้บริการในโฆษณารูปแบบอื่น ๆ ภายในปี 2564 

 


ความมุ่งมั่นของ Google ในการเพิ่มความโปร่งใสและความสามารถในการควบคุมให้กับผู้ใช้นั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่โฆษณาบน Google เท่านั้น เนื่องจากตลาดโฆษณาดิจิทัลนั้นมีความซับซ้อนและมีผู้มีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก ผู้ใช้มักไม่รู้ว่าบริษัทไหนบ้างที่มีส่วนร่วมในการแสดงโฆษณาให้กับพวกเขา เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบถึงรายละเอียดของโฆษณาที่พวกเขาเห็นบนหน้าเว็บ Google จะเปิดตัวเครื่องมือที่เรียกว่า “Ads Transparency Spotlight” ซึ่งตอนนี้ได้เปิดให้ทดลองใช้ในรูปแบบส่วนขยายเวอร์ชันอัลฟ่าจาก Chrome Web Store  โดยจะทำการพัฒนาส่วนขยายนี้จากคำแนะนำของผู้ใช้ และในอนาคต Google จะแสดงข้อมูลเพิ่มเติมของโฆษณา รวมถึงการควบคุมต่าง ๆ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายอื่นจะมีเครื่องมือความโปร่งใสและให้การควบคุมกับผู้ใช้เช่นกัน

 

วิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ตที่สนับสนุนโดยโฆษณา

Chrome ยังคงมองหาวิธีพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์เพื่อรองรับโฆษณาดิจิทัลในรูปแบบที่เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มากยิ่งขึ้นด้วย Privacy Sandbox ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานแบบเปิด ภายในระบบของ Privacy Sandbox ได้มีการนำเสนอข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับ API ใหม่ ๆ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาจากการใช้งานในกรณีอย่างเช่นการเลือกโฆษณา การวัดค่า conversion และการป้องกันกลลวงในรูปแบบที่ไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้ปัจจุบัน หนึ่งใน API ที่ถูกเสนอเข้ามาสำหรับโทเค็นตรวจสอบความน่าไว้ใจที่จะช่วยจัดการกับกลลวงโฆษณาออนไลน์โดยการแยกแยะระหว่างผู้ใช้จริงกับบอต  ได้เปิดให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทดลองใช้แล้ว และจะมีตัวอื่น ๆ ตามมาให้ได้ทดลองใช้เพิ่มอีกในเร็ว ๆ นี้

หากวิธีการเหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ผู้เผยแพร่โฆษณา และผู้ลงโฆษณาได้แล้ว Chrome มีแผนที่จะเลิกสนับสนุนการใช้งานคุกกี้ของผู้พัฒนาอื่น ข้อเสนอเหล่านี้กำลังเป็นที่พูดคุยกันอย่างต่อเนื่องบนเว็บบอร์ดอย่าง W3C ทีมโฆษณาของ Google เองก็เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการสนทนาเหล่านี้ ซึ่งก็ได้สนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่สนใจเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน โดยที่ Google มีแผนที่จะเพิ่มเครื่องมือใหม่ ๆ เหล่านี้เข้าไปในผลิตภัณฑ์ในอนาคต

Google กำลังศึกษาวิธีการต่าง ๆ ในการพัฒนาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยที่ผู้เผยแพร่โฆษณายังสามารถสร้างรายได้เพื่อนำไปต่อยอดในการผลิตเนื้อหาดี ๆ ออกมา และผู้ลงโฆษณาสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมสำหรับสินค้าของพวกเขาได้ ตัวอย่างเช่น  Google สนับสนุนการใช้ข้อมูลที่ถูกเก็บโดยตรงจากผู้ลงโฆษณาและผู้เผยแพร่โฆษณา (จากการใช้งานโดยตรงของผู้ใช้) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นประโยชน์และตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น ตราบใดที่มีความโปร่งใสในการใช้งานและผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานข้อมูลของพวกเขาได้  สิ่งที่ Google ยอมรับไม่ได้เลยคือการใช้เครื่องมือและเทคนิคซ่อนเร้นต่าง ๆ ที่โอนถ่ายข้อมูลของผู้ใช้และทำให้การใช้งานของผู้ใช้ถูกติดตามในรูปแบบที่พวกเขาไม่รู้ตัว เช่น การเก็บลายนิ้วมือ การติดตามหรือเก็บข้อมูลของผู้ใช้ที่จะทำให้สามารถชี้ตัวพวกเขาได้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวหรือไม่ได้อนุญาตสมควรที่จะถูกบล็อก ซึ่ง Google จะยังคงรักษาจุดยืนนี้ของบริษัทต่อไป 

การพูดคุยในประเด็นการพัฒนาความเป็นส่วนตัวของโฆษณาดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมานี้ มักจะมุ่งเน้นไปที่ตัวเว็บไซต์ แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้ต้องพบเจอกับโฆษณาดิจิทัล แม้ว่าเครื่องมือและการจัดการของ Google อาจแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดความเหมาะสม  แต่ Google ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะยกระดับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยที่ยังให้การเข้าถึงเนื้อหาฟรีทั้งบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชันบนมือถือ ทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เสียงแบบดิจิทัล หรือสิ่งอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต

 

แนวทางสำหรับผู้ลงโฆษณาและผู้เผยแพร่โฆษณา

อนาคตของวงการโฆษณาดิจิทัลมีแนวโน้มที่จะเกิดเทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ ๆ และระบบการจัดการที่ดีกว่าและยั่งยืนกว่า แต่ยังต้องใช้เวลากว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ซึ่ง Google รู้สึกได้ถึงความกังวลของผู้ที่อยู่ในแวดวงโฆษณาดิจิทัลในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายที่ยังมาไม่ถึง  แต่นักการตลาดและผู้เผยแพร่โฆษณาก็ไม่ควรจะรีรอที่จะเริ่มลงมือทำ

เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้กับทุกท่าน Google จึงได้รวบรวมข้อแนะนำที่นักการตลาดและผู้เผยแพร่โฆษณาควรคำนึงถึงในปัจจุบัน ตั้งแต่แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้าและการจัดการข้อมูล  ตลอดจนเคล็ดลับในการประเมินความสัมพันธ์กับพันธมิตรและคู่ค้า รวมทั้ง ตัวอย่างการใช้แมชชีนเลิร์นนิงและคลาวด์ คู่มือเหล่านี้ให้คำแนะนำที่ใช้ได้จริงและตัวอย่างจริงของบริษัทที่นำไปใช้ได้อย่างสำเร็จในโลกที่มาตรฐานความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

Google จะเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลไปสู่อนาคตที่เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน Google ต้องการกสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ มีการพูดคุยภายในของแต่ละองค์กรถึงประเด็นนี้และมีการวางแผนสำหรับอนาคตไปพร้อม ๆ กัน 

ข่าวประชาสัมพันธ์

ลูกค้าดีแทค รับสิทธิพิเศษ สุขสันต์วันแม่ พร้อมดื่มด่ำดีลเดือน 8 กับเครื่องดื่มแบรนด์ดังในราคาสุดคุ้มจากดีแทค รีวอร์ด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ดีแทค รีวอร์ด มอบสิทธิพิเศษเดือนสิงหาคมในช่วงวันแม่ พร้อมดื่มด่ำกับเครื่องดื่มแบรนด์ดัง ให้ลูกค้าได้ชวนคุณแม่ดูหนังชั้นเฟิร์สคลาส และที่นั่งดีลักซ์ที่โรงภาพยนต์ SF ทั่วประเทศ และอร่อยชื่นใจกับไอศครีมเค้ก Swensen’s ในราคาพิเศษ พร้อมรับสิทธิพิเศษในแคมเปญ #ตามใจปากทุกวันศุกร์ เดือนสิงหาคม กับเครื่องดื่มจากร้าน Au Bon Pain, D’Oro และ KOI Thé ในราคาสุดคุ้มเพียง 28 – 38 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้ และตลอดเดือนสิงหาคม ในร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วไทย

นางสาวเพ็ญพงา สุทธิมณฑล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า ดีแทค รีวอร์ด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทค รีวอร์ด เดินหน้าไม่หยุดมอบความสุขให้ลูกค้าในทุกเทศกาล โดยวันแม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ดีแทคได้จัดเป็นเดือนแห่งความรักที่มอบให้กับคุณแม่ผู้มีพระคุณในทุกๆบ้าน ให้ลูกๆได้ชวนคุณแม่ออกนอกบ้านไปดูภาพยนตร์และยังให้ความอร่อยชื่นใจจาก ไอศครีมเค้ก และเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นในราคาพิเศษ สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าดีแทคระบบเติมเงินและรายเดือนที่มีสถานะการใช้งานในปัจจุบัน และมีสถานะดีแทค รีวอร์ด เป็น PLATINUM BLUE MEMBER, GOLD MEMBER และ SILVER MEMBER (เช็กสถานะดีแทค รีวอร์ด กด *140# โทรออก (ฟรี) หรือ ผ่านทางดีแทค แอป)

ดีแทค รีวอร์ด มอบความสุขในช่วงวันแม่ และรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มกับดีลเดือน 8

สิทธิพิเศษช่วงวันแม่

  • ชมภาพยนต์ที่โรงภาพยนต์ SF ชั้น เดอลุกซ์ เพียงที่นั่งละ 55 บาท จากราคาปกติ 240 บาท และชมภาพยนต์ที่โรงภาพยนต์ SFX, SFW, Emprivé CineClub ชั้นเฟิร์สคลาสในราคาเพียงที่นั่งละ 400 บาท จากราคาปกติ 900 บาท ในวันที่ 8-12 ส.ค. 2563
  • รับสิทธิ์ซื้อไอศครีมเค้ก Swensen’s ขนาด 3 ปอนด์ ทุกรสชาติ ในราคาพิเศษเพียง 649 บาท จากราคาปกติ 855 บาท ในวันที่ 7-12 ส.ค. 2563

สิทธิพิเศษซื้อเครื่องดื่มในราคาสุดพิเศษ  กับแคมเปญ #ตามใจปากทุกวันศุกร์

  • Au Bon Pain รับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มที่ร่วมรายการในราคาเพียง 38 บาท ในวันที่ 7-13 ส.ค. 2563
  • D’Oro รับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่มที่ร่วมรายการในราคาเพียง 28 บาท ในวันที่ 14-20 ส.ค. 2563
  • KOI Thé  รับสิทธิ์ซื้อชานมที่ร่วมรายการในราคาเพียง 38 บาท ในวันที่ 21-23 ส.ค. และในวันที่ 28-30 ส.ค. 2563

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://dtacreward.dtac.co.th/ ดีแทค รีวอร์ด จัดเต็มทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งปี 2563 ให้ลูกค้าได้เซอร์ไพรส์กับดีลสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง ทั้งลด แลก แจก แถม เครื่องดื่ม อาหาร ขนมหวาน และอีกมากมาย และติดตามดีลสุดพิเศษทุกศุกร์ได้จาก Line dtac reward  และ Facebook dtac reward  และเว็บไซต์ www.dtac.co.th/dtacreward

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS นำหุ่นยนต์ 5G ดูแลสุขอนามัยคนไทยเดินชมงานยุค New Normal ภายในศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอสผนึกศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)  นำเทคโนโลยีดิจิทัลที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุค New Normal โดยเตรียมติดตั้ง 5G เสริม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของลูกค้าเอไอเอส และนำหุ่นยนต์อัจฉริยะ ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัย AIS Robotic Lab อย่างหุ่นยนต์ ROC, K9, LISA และ PP ที่ทำงานบน LIVE Network 5G มาช่วยปฏิบัติหน้าที่ในการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ และดูแลสุขอนามัยได้อย่างรวดเร็ว มีความแม่นยำสูง เพื่อลดการสัมผัสใกล้ชิด และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สร้างความเชื่อมั่นด้านสุขอนามัยให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการธุรกิจไมซ์ในประเทศไทยสู่การจัดงานวิถีใหม่นับจากนี้ไป

นางศิวลี บูรณสงคราม หัวหน้าแผนกงานบริหารแบรนด์ เอไอเอส กล่าวว่านับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ภายในประเทศเริ่มผ่อนคลายสถานการณ์ลงมานั้น เอไอเอส ได้ร่วมกับพาร์ทเนอร์ภาคธุรกิจชั้นนำต่างๆ นำเทคโนโลยีดิจิทัลไปช่วยเสริมขีดประสิทธิภาพในการดูแลคนไทยที่สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภายในศูนย์การค้า, ห้างสรรพสินค้า,โรงภาพยนตร์ รวมถึง ช่วยดูแลคนไทยที่เดินทางมารับชมงาน Thailand Mobile Expo 2020 ที่ผ่านมาแล้วด้วย โดยศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) ถือเป็นสถานที่จัดงานยอดนิยม 1 ใน 5 ของศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากตลอดทั้งปี ทั้งนี้ เอไอเอส ในฐานะผู้นำดิจิทัล ได้พัฒนา Digital Solutions จากเทคโนโลยี 5G ช่วยเสริมประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัยและสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ตอกย้ำการนำเทคโนโลยี 5G ที่จับต้องได้ เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทย

 

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น

1. นำหุ่นยนต์อัจฉริยะ ช่วยปฏิบัติหน้าที่ในการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ และดูแลสุขอนามัยได้อย่างรวดเร็ว มีความแม่นยำสูง เพื่อลดการสัมผัสใกล้ชิด และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ภายในพื้นที่ซึ่งมีการจัดงาน โดยหุ่นยนต์ที่จะมาช่วยดูแลคนไทย ได้แก่

*      หุ่นยนต์ ROBOT FOR CARE (ROC) ช่วยปฏิบัติหน้าที่คัดกรองและตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าชมงาน, วางให้บริการเจลแอลกอฮอล์

*      หุ่นยนต์ LISA ทำหน้าที่ต้อนรับ, ให้ข้อมูล และพัฒนาระบบนำทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดที่กำหนดไว้

*      หุ่นยนต์ AIS K9 บริการเจลแอลกอฮอล์ รอบๆ พื้นที่จัดงาน

*      หุ่นยนต์ PP ทำหน้าที่ต้อนรับและแสดงตัวอย่างสื่อประชาสัมพันธ์ หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจให้ผู้เข้าชมงานได้รับชมก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าต่างๆ

2. เตรียมติดตั้ง 5G เสริม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานลูกค้าเอไอเอส และเพิ่มศักยภาพความสามารถทางการแข่งขันของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)

นายจักริน อังประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กล่าวว่าศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าชมงาน ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยจากสมาคมการแสดงสินค้าไทย (TEA) ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทุกภาคส่วน พร้อมชูมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เยี่ยมชม ด้วยการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการนำนวัตกรรม UVC Technology หรือเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งสามารถกำจัดไวรัส COVID-19 และแบคทีเรียในอากาศ มาใช้ภายในศูนย์ฯ

นอกจากนี้ยังมีจุดคัดกรองอุณหภูมิจุดลงทะเบียนสแกนไทยชนะและจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์อย่างทั่วถึงเพื่อให้ลูกค้าและผู้จัดงานที่เข้ามาใช้บริการมั่นใจในเรื่องความสะอาดความปลอดภัยโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดโดยงานที่กำลังจะจัดขึ้นภายในศูนย์ฯจะเป็นงานนิทรรศการสำหรับผู้เข้าเยี่ยมชมในเสกลใหญ่ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ อาทิ งานบ้านและสวนแฟร์ Midyear 2020, งานกินดีอยู่ดี By ชีวจิต, งาน Amarin Baby and Kids Select #2, งาน Commart Thailand 54, งาน Home Electric Midyear Sale และงาน Big Motor sale 2020 ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานในเดือนนี้มากกว่า 300,000 คน นอกจากนี้ล่าสุด BITEC ยังได้รับความไว้วางใจจาก International Diabetes Federation เป็นสถานที่จัดงานประชุมวิชาการทางการแพทย์โรคเบาหวาน ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานในปี 2564 งานประชุมนานาชาติดังกล่าวตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เผยความสำเร็จและการเติบโตในครึ่งปีแรกของปี 2563

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme หนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลกเผยความสำเร็จและสถิติการเติบโตในครึ่งปีแรกของปี 2563 โดยในไตรมาสที่ 2 realme เติบโตมากขึ้น 11% ซึ่งถือเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเพียงแบรนด์เดียวที่มีการเติบโตในอัตราเลขสองหลัก และ ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 4 ของตลาดสมาร์ทโฟนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้บริษัทวิเคราะห์ตลาด Counterpoint ระบุว่า realme ครองตำแหน่งแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกต่อเนื่องกันถึง 4 ไตรมาส และในไตรมาสที่ 1 realme เป็นเพียง 1 ใน 2 แบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 157% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ภายในครึ่งปีแรกของปี 2563 realme มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่า 15 ล้านคน  และจากผลรายงานโดย Counterpoint และ IDC เผยว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนยอดนิยม 4 อันดับแรกในประเทศไทย อินเดีย กัมพูชา และอียิปต์ นอกจากนี้ยังติด 5 อันดับแรกในประเทศพม่า ฟิลิปปินส์ ยูเครน อินโดนีเซีย และเวียดนามอีกด้วย

 

realme มุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์ 5G โดยได้เริ่มต้นจากการเปิดตัว realme X50 Pro 5G ซึ่ง realme ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง 5G รุ่นแรกอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศอินเดีย ไทย และกัมพูชา

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก แต่ realme ยังคงประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยการใช้กลยุทธ์ “Smartphone + AIoT” ซึ่งในปีนี้ realme ตั้งเป้าเเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AloT มากกว่า 50 รายการ และในปี 2564 realme ตั้งเป้าเปิดตัวอีกมากกว่า 100 รายการ จากรายงานของบริษัทวิจัย Canalys เผยว่า realme ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดหูฟังไร้สายของประเทศอินเดีย แต่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วโดยในไตรมาสที่ 1 ปี 2563  realme สามารถครองอันดับ 3 ในส่วนแบ่งการตลาด

 

realme วางกลยุทธ์ AIoT ตามหลักเกณฑ์ “1+4+N” ซึ่ง 1 หมายถึงผลิตภัณฑ์หลักนั่นคือ ‘สมาร์ทโฟน’ ที่ทำงานร่วมกับ 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์หลักที่ประกอบด้วย ลำโพง หูฟัง ทีวี และนาฬิกาอัจฉริยะ และ ‘N’ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ AIoT และอุปกรณ์เสริมต่างๆ อีกมากมาย

 

คุณ Sky Li ประธานกรรมการบริหาร realme กล่าวว่า:

  • ตั้งแต่ปี 2561 realme เติบโตมีจำนวนผู้ใช้งานถึง 40 ล้านคน เนื่องจากการขับเคลื่อนโดยทีมงานคนรุ่นใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง และมาจากหลากหลายประเทศ ซึ่งทีมงานส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยเพียง 29 ปี โดยทีมงาน realme สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือกัน ความกล้าในการก้าวกระโดด และพิสูจน์ถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

 

  • realme ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปี 2563 ซึ่ง realme ตั้งเป้ายอดจำหน่ายสมาร์ทโฟน 100 ล้านเครื่อง ภายใน 3 ปี รวมทั้งมีการวางแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศเพื่อการเติบโตที่ก้าวกระโดดยิ่งขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ AIoT ในประเทศอินเดียได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากด้วยยอดจำหน่ายทีวีถึง 15,000 เครื่อง หลังจากวางจำหน่ายเพียง 10 นาที และสำหรับผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายสามารถครองอันดับ 3 ในส่วนแบ่งการตลาดได้ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น
  • realme ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดไปยังเกือบ 60 ประเทศ และภูมิภาคต่าง ๆ ในฐานะแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของ realme ที่พร้อมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้กล้าที่จะก้าวกระโดดออกนอกกรอบเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่น่าค้นหามากขึ้นกว่าเดิม
  • ผลิตภัณฑ์ realme ได้สร้างกระแสในวงการดีไซน์ของโลกเป็นอย่างมาก โดยในปี 2563 realme Design Studio ได้ร่วมมือกับนักออกแบบระดับโลกอย่างคุณ Naoto Fukasawa และ คุณ Jose Levy ผู้ร่วมออกแบบผลงานให้กับแบรนด์ดังระดับโลก Hermes เนื่องด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสมาร์ทโฟน realme ทำให้ realme X2 Pro Master ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกอย่าง Red Dot Design Award ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับแบรนด์สมาร์ทโฟน นอกจากการเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมและเป็นผู้นำในด้านดีไซน์แล้ว realme ยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี โดยล่าสุด realme ได้เปิดตัวเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 125W ที่แรกของโลก

ความสำเร็จ:

  • realme เติบโต 157% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2563
  • realme ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก จากการจัดอันดับโดย Counterpoint
  • realme มีผู้ใช้งานมากขึ้นกว่า 15 ล้านคน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563
  • ปัจจุบัน realme ขยายตลาดสู่ 59 ประเทศ และภูมิภาคต่างๆ ใน 5 ทวีป
  • realme ประสบความสำเร็จ ติด 1 ใน 5 แบรนด์สมาร์ทโฟนจาก 9 กลุ่มตลาดที่แตกต่างกัน
อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01 Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

อย่างที่ทราบกันว่า H...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์9 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลูกค้าดีแทค รับสิทธิพิเศษ สุขสันต์วันแม่ พร้อมดื่มด่ำดีลเดือน 8 กับเครื่องดื่มแบรนด์ดังในราคาสุดคุ้มจากดีแทค รีวอร์ด

ดีแทค รีวอร์ด มอบสิท...

ข่าวประชาสัมพันธ์9 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS นำหุ่นยนต์ 5G ดูแลสุขอนามัยคนไทยเดินชมงานยุค New Normal ภายในศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)

เอไอเอสผนึกศูนย์นิทร...

ข่าวประชาสัมพันธ์10 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เผยความสำเร็จและการเติบโตในครึ่งปีแรกของปี 2563

realme หนึ่งในแบรนด์...

ข่าวประชาสัมพันธ์10 ชั่วโมง ที่แล้ว

เตรียมพบกับ ครั้งแรกของการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ ที่จะมอบความสะดวกสบายในทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ!

  หลังจากที่ได้...

Android News12 ชั่วโมง ที่แล้ว

สรุปสเปคมือถือประจำสัปดาห์ของเว็บไซต์ iPhone-Droid

หลังจากที่เราสรุปสเป...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง