Connect with us

Smart Review

รีวิว Fitbit Sense อีกขั้นของการกำลังกาย และจัดการความเครียด

Published

on

Fitbit Sense Review

รีวิว Fitbit Sense นาฬิกาสำหรับคนรักสุขภาพ อัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ไปอีกขั้นของการกำลังกาย ระบบแจ้งเตือนการเต้นหัวใจ และมาพร้อมการจัดการความเครียด

ดีไซน์และหน้าจอแสดงผล

Fitbit Sense Review

Fitbit Sense มาในกล่องที่เห็นรูปนาฬิกาและรายละเอียดฟีเจอร์เด่นได้ครบ โดยอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ประกอบไปด้วย

  • ตัวนาฬิกา Fitbit Sense
  • สายชาร์จ
  • สายนาฬิกาขนาดยาว 1 ข้าง
Fitbit Sense Review

Fitbit Sense มาพร้อมดีไซน์ที่สวยหรูและเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ได้เน้นความสปอร์ตเพื่อการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานของแฟชั่นและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

Fitbit Sense Review

สายและตัวเรือนที่ใช้ในรีวิวครั้งนี้เป็นสีคาร์บอน/กราไฟท์สแตนเลส ซึ่งถ้าใครเคยใช้ Versa 2 มาก่อน อาจมองว่าหน้าตารูปทรงโดยรวมก็ยังคล้ายเดิม แต่สำหรับ Sense มีกรอบตัวเรือนเป็นสแตลเลสสตีลที่ให้ความหรูหรามากขึ้น

Fitbit Sense Review
Fitbit Sense Review

หน้าจอแสดงผลมีขนาด 1.58 นิ้ว AMOLED ความละเอียด 300 x 300 พิกเซล ซึ่งจากการใช้งานพบว่าหน้าจอสู้แสงกลางแจ้งได้ดีมาก มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน และรองรับฟีเจอร์ Always on display ด้วย

Fitbit Sense Review

ด้านข้างมีปุ่มสำหรับใช้เป็นย้อนกลับมาหน้าจอหลัก หรือใช้เป็นปุ่มเรียกใช้งานเมนูด่วนตามที่ต้องค่าเอาไว้ได้

Fitbit Sense Review
Fitbit Sense Review

ด้านหลังมีเซ็นเซอร์ต่างๆ และจุดเชื่อมต่อสำหรับชาร์จแบตเตอรี่

Fitbit Sense Review

สายนาฬิกาแบบใหม่ให้ความรู้สึกที่นิ่มและใส่สบายมากขึ้น เมื่อเทียบกับสายสปอร์ตแบบเดิมที่มีความแข็งมากกว่ารุ่นใหม่ สามารถถอดสายเพื่อเปลี่ยนเองได้โดยกดที่สลักด้านหลังตัวนาฬิกา

Fitbit Sense Review

สายนาฬิกามาพร้อมตัวล็อกแบบใหม่ด้วย รู้สึกว่าใส่ง่ายและเก็บสายได้สะดวกมากขึ้น

Fitbit Sense Review

นอกจากนี้แล้ว ตัวนาฬิกาสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร ใส่ว่ายน้ำได้

ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Fitbit Sense Review

Fitbit Sense รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนโดยการตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชั่น Fitbit ดาวน์โหลดได้ทั้งบน App Store และ Play Store หลังจากทำการเชื่อมต่อและตั้งค่าเรียบร้อยแล้วก็พร้อมใช้งานได้ทันที

Fitbit Sense Review

หน้าปัดนาฬิกาเลือกเปลี่ยนเองได้ โดยเลือกดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น Fitbit และจัดเก็บหน้าปัดที่ชอบได้ถึง 5 แบบไว้บนตัวนาฬิกาได้

Fitbit Sense Review
Fitbit Sense Review

หน้าปัดที่เห็นนี้เป็นของ Fitbit เอง สามารถแสดงข้อมูล SpO2 ได้ ซึ่งข้อมูลนี้จำเป็นต้องเป็นสมาชิกแบบพรีเมี่ยม ซึ่งถ้าใครซื้อ Fitbit รุ่นใหม่มาก็จะได้สิทธิ์ทดลองใช้ฟรีอยู่แล้วตามกำหนดเวลาในแต่ละรุ่น อย่างรุ่น Sense ก็สามารถใช้งานพรีเมี่ยมได้ฟรี 6 เดือน

Fitbit Sense Review

ฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป อย่างแรกเลยคือติดตามกิจกรรมตลอดทั้งวัน เช่น จำนวนก้าว ระยะทางปีนขึ้นชั้น นาทีที่ใช้งาน และแคลอรี่ที่เผาผลาญ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องตั้งค่าอะไรเลย ทำให้เรามีข้อมูลกิจกรรมและติดตามเป้าหมายของเราได้

Fitbit Sense Review

ฟีเจอร์สำหรับการออกกำลังกายมมีให้เลือกกว่า 20 โหมดเพื่อติตดามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ระหว่างการออกกำลังกาย ซึ่งจริงๆ แล้วโหมดการออกกำลังกายเหล่านี้สามารถให้ SmartTrack เลือกโหมดให้เราอัตโนมัติได้เมื่อเราออกกำลังกายไปสักระยะ

Fitbit Sense Review

Fitbit Sense มาพร้อม GPS ในตัว ทำให้ติดตามตำแหน่งเส้นทางการออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องใช้ GPS จากสมาร์ทโฟน และคำนวนเส้นทาง ความเร็วในการเคลื่อนได้แบบเรียลไทม์ และมีความแม่นยำมากขึ้นด้วย

หลังจากการออกกำลังกายโดยใช้งาน GPS แล้ว เราสามารถซิงค์ข้อมูลเข้ากับแอปพลิเคชัน Fitbit เพื่อวัดค่าการใช้งานในระบบ GPS-powered heat map ได้ ซึ่งจะเห็นข้อมูลเส้นทางที่แสดงบนแผนที่ สามารถูความหนักเบาของการออกกำลังกายจากอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้เราเข้าใจการออกกำลังกายและนำไปพัฒนาตนเองได้

Fitbit Sense Review

ฟีเจอร์ที่เรียกได้ว่าเจ๋งๆ สำหรับช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็คือ Active Zone Minutes ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับใครที่ออกกำลังกายที่ต้องการควบคุมโซนอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการออกกำลังกายได้ โดยเจ้าตัวนี้จะคอยเตือนตลอดว่าอยู่ในโซนไหน เพราะแต่ละโซนของอัตราการเต้นของหัวใจจะเป็นตัวบอกว่าตอนนี้ร่างกายกำลังทำอะไร หลายคนอาจเคยได้ยินว่าทำไมเราวิ่งทุกวันแต่น้ำหนักไม่ลด ซึ่งเจ้า Active Zone ตัวนี้จะช่วยให้เราเข้าใจว่าต้องควบคุมโซนยังไงนั่นเอง

Fitbit Sense Review

ซึ่งโซนของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันด้วยนะ ความฉลาดของ Fitbit จะกำหนดมาให้อัตโนมัติตามอายุของเราตอนเราใส่วันเดือนปีเกิดข้อมูลส่วนตัวในโปรไฟล์นั่นเอง เช่นช่วงอายุ 30 ถ้าอออกกำลังกายให้หัวใจเต้นในช่วงประมาณ 115 – 140 bpm จะเป็น Fat Burn zone แต่ถ้าออกแรงมากขึ้นไปอีกก็จะเป็น Cardio และ Peak Zone ซึ่งทั้ง 2 โซนนี้รวมเป็นแถบสีเดียวกันในแอป Fitbit และจะได้คะแนน Active Zone Minutes เป็น 2 เท่าด้วย เช่นถ้าเราออกกำลังกายใน Cardio และ Peak Zone เป็นระยะเวลา 10 นาที จะเท่ากับเราได้ Active Zone 20 นาที

ตามคำแนะนำของ WHO แนะนำให้ออกกำลังกายทั่วไปอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ทำให้ Fitbit มีฟีเจอร์ Active Zone Minutes นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ที่จะคอยเตือนและพาเราทำให้ได้ครบเพื่อสุขภาพดีที่ดี

สำหรับใครที่ยังงง ไม่รู้ว่าจะเริ่มออกกำลังกายยังไง หรือยังไม่มีเป้าหมายว่าจะทำอะไรดี ตอนนี้ Fitbit เขาก็มีบริการ Fitbit Premium ซึ่งเป็นโปรแกรมออกกำลังกายจากหลายแบรนด์ดัง ให้เราได้ตั้งเป้าหมาย แล้วทำตามเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ ซึ่งบริการนี้ปกติจะมีค่าบริการ แต่สำหรับผู้ที่ซื้อ Fitbit Sense จะได้ทดลองใช้งานกันได้ฟรี 6 เดือน

Fitbit Sense Review
Fitbit Sense Review

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่นอกเหนือจากการติดตามการออกกำลังกายแล้ว คือการติดตามเวลาเรานอนหลับ ซึ่งเจ้า Fitbit ก็สามารถเก็บข้อมูลได้ละเอียดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นนอนหลับไปตอนไหน หลับลึก หลับตื้น หรือตื่น มากน้อยอย่างไรบ้าง ดูได้หมดเลยบนแอปพลิเคชั่น Fitbit และมีการให้คะแนนนอนหลับด้วย

Fitbit Sense Review

Fitbit Sense เป็นรุ่นแรกที่มีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวหนังที่ข้อมือ สำหรับติดตามอุณหภูมิผิวในแต่ละคืนเพื่อแสดงความแตกต่างจากพื้นฐานของเราเพื่อให้แสดงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ โดยข้อมูลนี้จะแสดงหลังจากใส่นอนเป็นเวลา 3 คืน

Fitbit Sense Review

ตัวนาฬิกาสามารถวัดและคำนวณ SpO2 ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด โดยจะแสดงข้อมูลเป็นเปอร์เซ็นต์ หากมีค่าต่ำกว่า 95% ก็อาจเป็นสัญญาณของออกซิเจนในเลือดไม่ดีหรือที่เรียกว่าการขาดออกซิเจน ทำให้เราทราบถึงสุขภาพของเราในทุกวันๆ และสามารถไปปรึกษาเพิ่มเติมกับคุณหมอได้

Fitbit Sense มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า PurePluse 2.0 สามารถแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติทั้งสูงหรือต่ำได้ เช่น ถ้าหัวใจเต้นต่ำกว่า 50bpm หรือสูงกว่า 120bpm นานเกิน 10 นาที ก็จะมีการแจ้งเตือนขึ้นมาให้เราทราบทันที

Fitbit Sense Review
Fitbit Sense Review

สำหรับฟีเจอร์ EDA Scan เพียงวางฝ่ามือลงบนหน้าปัดของเครื่อง เพื่อวัดความเครียดด้วยคลื่นไฟฟ้าและบอกถึงการตอบสนองของร่าวรายต่อความเครียดและแสดงเป็นกราฟในแอป Fitbit และบันทึกอารมณ์เพื่อเป็นข้อมูลเอาไว้ได้ว่าตอนนั้นรู้สึกเป็นอย่างไร ตั้งแต่เครียดมากไปจนถึงมีความสุขมาก

Fitbit Sense Review
Fitbit Sense Review
Fitbit Sense Review

คะแนนการจัดการความเครียดจะวัดผลเป็นตัวเลขจาก 1-100 โดยคะแนนสูงหมายถึงภาวะร่างกายที่มีสัญญาณความเครียดน้อย และการให้คำแนะนำในการจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกหัดหายใจ และเครื่องมือช่วยทำสมาธิในรูปแบบต่างๆ สมาชิกแบบพรีเมียมสามารถเลือกรูปแบบการทำสมาธิได้ถึงกว่า 100 รูปแบบจากแบรนด์ดัง

Fitbit Sense Review

นอกจากฟีเจอร์การออกกำลังกายและการจัดการด้านสุขภาพแล้ว Fitbit Sense สามารถควบคุมเครื่องเล่นเพลงบนแอป Spotify ได้

Fitbit Sense Review

Fitbit Pay สามารถใช้งานได้บน Fitbit Sense เพียงแค่เพิ่มบัตรเครดิตธนาคารที่ใช้งานได้ โดยในไทยตอนนี้ก็จะมี Kbank, SCB, KTC และ ธ.กรุงเทพ

Fitbit Sense Review

สำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ จากสมาร์ทโฟนมาบนตัวนาฬิกา ยังไม่รองรับการแสดงผลภาษาไทย

Fitbit Sense Review

แบตเตอรี่ของ Fitbit Sense สำหรับการใช้งานทั่วไปอยู่ได้นาน 4-5 วัน แต่ถ้าเปิดใช้งาน Alway on display หรือใช้งาน GPS จะอยู่ได้ราว 2-3 วันต่อการชาร์จเต็ม และสายชาร์จจะเป็นแบบแม่เหล็กยึดติด ทำให้วางชาร์จได้ง่าย หากหันผิดด้านก็จะไม่สามารถยึดติดพอร์ตชาร์จได้

สรุปจุดเด่น Fitbit Sense

  • Fitbit Sense ทำให้เข้าใจข้อมูลการออกกำลังกายและทราบถึงสุขภาพในทุกๆ วัน
  • มีระบบแจ้งเตือนความผิดปกติของร่างกาย เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ
  • มีเซ็นเซอร์​วัดอุณหภูมิผิวหนัง
  • มี GPS ในตัว
  • วัดความเครียดและบันทึกอารมณ์ได้
  • ติดตามข้อมูลการนอนหลับได้ละเอียด

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ECG ยังใช้งานในไทยไม่ได้
  • ไม่รองรับการแสดงผลภาษาไทย

Fitbit Sense วางจำหน่ายในราคา 11,990 บาท หาซื้อได้แล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศหรือช่องทางออนไลน์ Shopee และ Lazada

IT News

พาไปสัมผัสประสบการณ์ AIS 5G SMART MIRROR ลองเสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดังด้วย 5G แบบเรียลไทม์ ที่แรกที่เดียวในไทย พร้อมรับความพิเศษถึง 2 ต่อ

Published

on

By

มีความล้ำๆ และพิเศษสุดๆ จาก AIS 5G มาฝากกันครับ ด้วยการพาไปลองสัมผัสประสบการณ์จาก AIS 5G SMART MIRROR กระจกอัจฉริยะที่แรกและที่เดียวในไทยกับประสบการณ์ใหม่จากบริการ 5G ตอบรับการช้อปปิ้งในยุค New Normal ที่สามารถให้ลองเสื้อผ้าได้จากหลากหลายแบรนด์ดังในที่เดียว สามารถออกแบบสไตล์การแต่งตัวได้อย่างๆ ง่ายๆ แบบ เรียลไทม์ผ่านเครือข่าย 5G ซึ่งทีมงาน iphone-droid.net ก็ได้ไปสัมผัสประสบการณ์มาแล้วครับ วันนี้นำรายละเอียดต่างๆ ของ AIS 5G Smart Mirror มาฝากกัน ซึ่งนอกจากจะได้ลองเสื้อผ้าแบบล้ำๆ แล้วยังมีความพิเศษถึง 2 ต่อมาฝากกันด้วย

AIS 5G Smart Mirror ตั้งอยู่ที่ไหน

ก่อนที่จะไปลองเสื้อผ้าล้ำๆ มาดูสถานที่ตั้งกันก่อนครับ AIS 5G SMART MIRROR อยูที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล โซนเซ็นทรัลคอร์ท อยู่ใกล้ๆ กับลิฟต์แก้วหาได้ง่ายๆ ครับ เมื่อไปถึงแล้วก็จะเห็นเด่นชัดอยู่ตรงโซนนั้นเลยครับ


AIS SMART MIRROR ใช้งานอย่างไร

การใช้งานนั้นก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไรครับ ในขั้นตอนแรกให้ไปยืนในจุดที่กำหนดเพื่อให้กล้องจับตำแหน่ง ระบบจะสแกนหน้าเพื่อสร้างรูปจำลองขึ้นมา ใช้ไม่ยากและมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำให้ด้วยครับ


หลังจากที่ยืนในจุดที่กำหนดแล้ว ระบบจะใช้เวลาสักครู่ในการสแกนใบหน้า


หลังจากที่ระบบจำลองตัวเราขึ้นมาให้แล้ว ก็จะสามารถเลือกปรับสรีระ ได้ตามต้องการเพื่อให้ใกล้เคียงกับตัวเราให้มากที่สุดและได้เห็นแบบเรียลไทม์ในขณะที่มีการปรับสรีระอีกด้วยครับ


ในส่วนของผู้หญิงสามารถปรับทรงผมได้ด้วยครับ เลือกผมสั้น ยาว ให้เหมือนตัวจริงกันได้เลย มีให้เลือกหลากหลายสไตล์

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ AIS-5G-Smart-Mirror14.jpg


เลือกสไตล์เสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์แบบเรียลไทม์

หลังจากที่ปรับสรีระเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่จะเลือกเสื้อผ้ากันแล้วล่ะครับ ก็จะมีแบรนด์เสื้อผ้าต่างๆ ที่สามารถเลือกออกแบบ มิกซ์แอนด์แมชได้เอง ได้แก่ CARNIVAL, H&M, MLB, MICHAEL KORS, POLO RALPH LAUREN, PULL&BEAR, , SUPERDRY, TOPSHOP/TOPMAN, UNIQLO และ ZARA


และจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นคือเราสามารถกดดูข้อมูลรายละเอียดสินค้าต่างๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นไซส์ รายละเอียดของเนื้อผ้า เป็นต้น และสามารถจดโค้ด หรือถ่ายรูปสินค้า เพื่อนำไปซื้อสินค้าที่ร้านได้


นอกจากนี้ ยังสามารถกดสแกน QR Code เก็บภาพลุคสุดเก๋ ไปแชร์บน Social Media ได้อีกด้วยนะครับ โดยการเลือกไปที่ share


จากนั้นจะมี Qr Code ขึ้นมาให้สแกนแบบนี้ครับ 


หลังจากสแกน QR Code แล้วก็จะได้ตัวอย่างชุดที่ได้ลองและสามารถนำไปซื้อที่ร้านกันได้เลย หรือจะแชร์อวดเพื่อนๆ ในโชเชียลเก๋ๆ ก็ได้เช่นกัน


สิทธิพิเศษลูกค้า AIS รับความพิเศษได้ถึง 2 ต่อ


สิทธิพิเศษที่  1  ใช้เอไอเอส พอยท์ 200 คะแนน แลกรับส่วนลด 200 บาท ที่บูธ AIS 5G SMART MIRROR และนำไปใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าแบรนด์ที่ร่วมรายการ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป/ ใบเสร็จ (จำนวน 5,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ)


สิทธิพิเศษที่  2   ซื้อสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมรายการ ครบ 2,000 บาท (รวมใบเสร็จได้) สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับ ตุ๊กตาอุ่นใจ 5G ขนาด 5 นิ้ว 1 ตัว หรือ ถุงผ้าน้องมะม่วง x อุ่นใจ 1 ชิ้นที่บูธ AIS 5G SMART MIRROR

AIS 5G SMART MIRROR เรียกได้ว่าตอบโจทย์การช้อปปิ้งในยุค New Normal ไม่ต้องเสียเวลาไปลองเสื้อผ้าจากหลายๆ ร้านให้ยุ่งยาก แต่สามารถรู้ข้อมูลสินค้าและราคาได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคโควิด ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และชอบความสะดวก รวดเร็ว 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ AIS-5G-Smart-Mirror22.jpg

แนะนำว่าห้ามพลาดที่จะไปลองเสื้อผ้าแบบล้ำๆ ด้วย AIS 5G SMART MIRROR กันนะครับ ซึ่งจะมีตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2564 ที่ชั้น 2 โซนเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รายละเอียดเพิ่มเติม  www.ais.co.th/privilege/5Gsmartmirror/

Continue Reading

Smart Review

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh และกล้องหลัง 3 เลนส์

Published

on

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนที่เน้นเรื่องความอึดของแบตเตอรี่ถึง 6000mAh ใช้งานได้แบบยาวๆ ไม่มีหมด พร้อมด้วยจอใหญ่ Dot Drop Display ขนาด 6.53 นิ้ว และคมชัดแบบ FHD+ โดยฟีเจอร์อื่นๆ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองมาดูกันครับ

สรุปข้อมูลและสเปค

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.3 × 77.3 × 9.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 198 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Dot Drop Display ชนิด LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9, Contrast ratio: 1500:1 และครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 3
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 662 Octa Core ความเร็ว 2.0GHz
  • GPU : Adreno 610
  • RAM 4GB LPDDR4X
  • ROM 64/128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ MIUI 12 for POCO บนพื้นฐาน Android 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.05
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 6000mAh รองรับ 18W Fast Charge

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ก่อนจะไปดู รีวิว POCO M3 มาดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อน

  • ตัวเครื่อง POCO M3
  • อะแดปเตอร์ 22.5W Fast Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคส
  • ฟิล์มกันรอยหน้าจอ
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งาน
  • ใบรับประกันสินค้า
รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

ดีไซน์นั้นมาในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยด้านหลังมีความโค้งเพื่อให้รองรับกับอุ้งมือเพื่อใช้งานได้อย่างสะดวก ทั้งยังใช้วัสดุคล้ายหนังที่ป้องกันรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี แถมไม่ลื่นมืออีกด้วย ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีดำ Power Black

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh
รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

ขณะที่ตัวโมดูลกล้องส่วนบนจะยาวทั้งแถบโดยฝั่งซ้ายจะเป็นตัวเลนส์กล้อง 3 เลนส์ และตัวกระจกจะยาวไปถึงฝั่งขวา จบด้วยโลโล้ POCO

รีวิว POCO M3 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตอึด 6000mAh

หน้าจอแสดงผลมาแบบ Dot Drop Display ที่มีขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ และมีอัตราส่วน 19.5:9 ทำให้รับชมสิ่งต่างๆ ได้แบบเต็มตา

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

เหนือหน้าจอแสดงผลจะเป็นลำโพงสนทนาและเป็นลำโพงที่ 2 อีกด้วย ถัดลงมาเป็นหยดน้ำที่มีกล้องหน้าอยู่

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ทางซ้ายตัวเครื่องช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และ MicroSD อีก 1 ช่อง

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และถัดลงมาเป็นปุ่ม Power ที่ใช้งานเป็นการสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ขณะที่ด้านล่างมีไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ด้านบนตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด IR Blaster, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2

และสุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

POCO M3 ได้รันบนระบบปฏิบติการ Android 10 โดยครอบทับด้วย MIUI 12 for POCO ที่เป็น UI ที่ได้รับการปรับแต่งมาโดยเฉพาะครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

หน้าตา UI : MIUI 12 for POCO

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ระบบความปลอดภัย

POCO M3 ให้ความสะดวกสบายในการใช้งานเรื่องการปลดล็อกเครื่องด้วยการสแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่องครับ แนะนำว่าให้ใช้นิ้วโป้งมือขวาและนิ้วกลางมือซ้ายก็จะพอดีเป๊ะๆ หยิบขึ้นมาใช้งานได้ทันที

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ส่วนใครที่จะสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกก็ได้เช่นกันครับ มีความรวดเร็วไม่ต่างกับการสแกนลายนิ้วมือเลย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

Dual Speakers ใช้งานลำโพงคู่ได้แบบกระหึ่ม

ใครที่เป็นสายเกมจะต้องชอบแน่นอน เพราะ POCO M3 มาพร้อมลำโพงคู่โดยไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟัง โดยลำโพงด้านบนและล่างจะเปล่งเสียงออกมาทั้งคู่ มีการแยกเสียงซ้ายและขวาอย่างชัดเจนครับ และที่สำคัญคือลำโพงทั้ง 2 มีความดังใกล้เคียงกันด้วย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

สีเข้มขึ้นพร้อมใช้งานสบายดวงตาด้วย Dark Mode

POCO M3 ก็มี Dark Mode มาให้ใช้เช่นกันครับ โดยจะเปลี่ยนพื้นหลังของระบบเป้นสีดำทั้งหมดเพื่อความสบายในการใช้งานในที่แสงน้อย ซึ่งเราสามารถเปิดได้เองหรือเปิดตามกำหนดเวลาได้เช่นกัน

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท
M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

โหมดอ่านหนังสือก็มีมาให้

สำหรับโหมดนี้จะเป็นเหมือนโหมดถนอมสายตาครับ โดยจะเพิ่มความอุ่นของการแสดงผลพร้อมลดแสงสีฟ้าลงไปทำให้เวลาเราอ่านบทความหรือ E-Book ก็ทำให้สบายดวงตามากขึ้น ทั้งนี้หน้าจอก็ยังได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland Low Blue Light เพื่อช่วยถนอมสายตาอยู่แล้วด้วย

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

หน่วยประมวลผลของรุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 662 ที่มีสถาปัตยกรรมขนาด 11 นาโนเมตร พร้อม GPU Adreno 610 ทำให้ใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้ไหลลื่นมากๆ โดยจะมี RAM มาให้ 4/6GB และ ROM ถึง 128GB ที่จะโหลดแอปหรือเกมต่างๆ ได้ไม่ต้องกลัวเต็มครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 316 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,361

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

เพิ่มความแรงด้วย Game Turbo

Game Turbo เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพก่อนการเล่นเกม โดยเราสามารถปิดการแจ้งเตือนแอปได้ รวมถึงสามารถปัดขวาจากมุมซ้ายบนการบอกการใช้งาน GPU, CPU และเฟรมเรทได้แบบเรียลไทม์ด้วยเช่นกันครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ

สำหรับเกม ROV สามารถเปิดการแสดงผลได้ในระดับสูง ควบคู่ภาพ HD ระดับสูงมาก และเฟรมเรทสูงได้ โดยเราทดสอบการเล่นโหมด 5 VS 5 ก็เล่นได้แบบเฟรมเรทนิ่งๆ ประมาณ 58-60fps ตลอดทั้งเกม ตามสไตล์ของชิปจาก Qualcomm ครับ

M3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก POCO ราคา 4,499 บาท เล่นเกมได้ลื่นๆ
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile

PUBG Mobile

POCO M3 ROV PUBG Mobile

ส่วนเกม PUBG Mobile สามารถเปิดได้กราฟิกได้ในระดับสมดุล และเฟรมเรทระดับกลางเท่านั้น แต่จะมีการอัปเดทให้ใช้งานกราฟิกสูงขึ้นในอนาคตแน่นอน ในการเล่นในเกมทั่วไปสามารถเล่นได้ปกติและไหลลื่นตามปกติ โดยสัมผัสหน้าจอการจะมีดีเลย์บ้างเล็กน้อยแต่ไม่ได้ส่งผลอะไรมากครับ

POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile
POCO M3 ROV PUBG Mobile

Asphalt 9: Legends

POCO M3 ROV PUBG Mobile

และสุดท้ายกับเกม Asphalt 9: Legends เกมแข่งรถกราฟิกแรงๆ สามารถเปิดได้ในระดับปกติครับ ภาพในเกมสวยงามตามท้องเรื่อง และเล่นได้ไหลลื่น เฟรมเรทก็ไม่มีตก

M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile
M3 by POCO ROV PUBG Mobile

แบตเตอรี่สุดอึด เล่นเกมได้เกินครึ่งวันแบบไม่มีพัก

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เน้นความอึดของแบตเตอรี่ด้วยการให้มาถึง 6000mAh ซึ่งการใช้งานทั่วไปนั้นอยู่ในตลอดวันแน่นอนอยู่แล้วครับ แต่ถ้าใครมาสายเกมสักหน่อยก็อาจจะได้ชาร์จกันสักรอบครับ ซึ่งในการชาร์จก็รองรับ 18W Fast Charge ซึ่งทดสอบชาร์จจากประมาณ 20% – 80% ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ครับ และเต็มในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

M3 by POCO ROV PUBG Mobile

กล้องถ่ายรูป

นอกจากเรื่องจอใหญ่ แบตอึดๆ และสเปคที่ใช้งานได้ไหลลื่นแล้ว เรื่องกล้องก็ถือว่าใช้งานได้จัดเต็มเช่นกันด้วยกล้องความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายในโหมดปกตินั้นคมชัดยิ่งขึ้น

Smartphone Camera Review

AI อัจฉริยะถ่ายได้คมชัดด้วยเลนส์คมชัดสูง

POCO M3 นั้นมาพร้อมเลนส์หลักที่ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซลครับ ซึ่งเราสามารถถ่ายในโหมดปกติทำให้รวมพิกเซลมาอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล ช่วยให้แสงและเงาชัดเจน ภาพมีความสว่างมากขึ้น ทั้งยังมี AI เพื่อบ่งบอกหมวดหมู่ของแต่ละวัตถุได้อย่างแม่นยำด้วย

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

Portrait ถ่ายได้เนียนตา เบลอได้ชัด และปรับแต่งได้ตามใจชอบ

ฟีเจอร์ Portrait ก็ยังใช้งานได้แบบเนียนตาอย่างมากครับ ตัดขอบรอบตัวบุคคลได้เนียนตา แทบไม่มีหลุด ซึ่งใบหน้าของบุคคลก็ยังสว่างและไม่มืดอีกด้วย ทั้งยังใช้งานได้สวยงามทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องหลัง

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

กล้องหน้า

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับการเบลอหรือค่ารูรับแสงได้ตามใจชอบหลังจากที่ถ่ายภาพเสร็จในโหมด Portrait โดยกว้างสุดที่ f/1.0 และแคบสุดที่ f/16 ขณะที่กล้องหน้าเราสามารถปรับแสงสตูดิโอได้ด้วยเช่นกัน

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

ถ่ายกลางคืนได้ถ่ายสวยงามและสว่างชัดเจน

POCO M3 ก็สามารถถ่ายโหมดกลางคืนได้เช่นกัน โดยการรอประมวลผลอยู่ที่ประมาณ 4-5 วินาทีครับ ถือว่าไม่นานเท่าไหร่ แต่ก็จะได้ภาพที่มีภาพคมชัดและสว่างกว่าโหมดปกติชัดเจน

M3 by POCO Camera Review
โหมดปกติ / โหมดกลางคืน

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

ถ่าย Macro ได้ใกล้สุด 4 เซนติเมตร

เลนส์ที่ 3 ที่มีให้ใช้งานกันจะเป็นเลนส์ Macro ช่วยให้ถ่ายภาพในระยะใกล้ได้ โดยสีสันของภาพถือว่ายังจัดจ้านอยู่ และเห็นรายละเอียดใกล้ๆ ของภาพได้ชัดเจน

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

เซลฟี่ได้สวยงาม เห็นฉากหลังได้ครบถ้วน

นอกจากที่กล้องหน้าจะสามารถถ่าย Portrait ได้ ก็ยังสามารถถ่ายโหมดปกติได้เหมือนกัน โดยเราจะเห็นฉากหลังได้คมชัดและสวยงาม

Smartphone Camera Review
Smartphone Camera Review

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Dot Drop Display ขนาด 6.53 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ ใช้งานได้เต็มตาแน่นอน
  • แบตเตอรี่พันธ์อึด 6000mAh ใช้งานได้เต็มวัน พร้อมชาร์จเร็ว 18W
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ใช้งานได้ครบถ้วนทั้ง AI, Macro และ Portrait
  • ชิพ Qualcomm Snapdragon 662 ทำให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่น และมี RAM สูงสุด 6GB และ ROM 128GB จุได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • รองรับลำโพงคู่โดยไม่ต้องใช้หูฟังเข้าช่วย ทำให้ฟังเพลงหรือเล่นเกมได้เต็มอรรถรส

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

ได้เห็น รีวิวกันไปแล้ว ก็มาถึงราคากันบ้าง โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม Lazada เท่านั้น ที่ลิงก์ https://bit.ly/3790VXG ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

วางจำหน่าย 2 รุ่น โดยมี 3 สี ได้แก่ Cool Blue, POCO Yellow และ Power Black

  • ขนาดความจุ 4GB+64GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,499 บาท
  • ขนาดความจุ 4GB+128GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,999 บาท

พิเศษ! ราคาเอาใจคนรักเทคโนโลยี เมื่อสั่งซื้อก่อนใครบนแพลตฟอร์ม Lazada ในระหว่างวันที่ 12-20 ธันวาคม 2563 นี้ ความจุ 4GB+64GB ราคาพิเศษเพียง 3,999 บาท และ ความจุ 4GB+128GB ราคาพิเศษเพียง 4,499 บาท

ดูสเปคเต็มที่นี่

Continue Reading

Smart Review

รีวิว HUAWEI Mate 40 Pro ชิปเซ็ต 5G SoC 5nm และกล้อง Leica 50 ล้าน

Published

on

HUAWEI Mate 40 Pro Review

รีวิว HUAWEI Mate 40 Pro สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมชิปเซ็ต 5G SoC ขนาด 5nm และกล้องถ่ายรูปทั้งภาพนิ่งและวิดีโอระดับโปรด้วยเลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล

สรุปข้อมูลและสเปค HUAWEI Mate 40 Pro

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.9 × 75.5 × 9.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 212 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลชนิด OLED กว้าง 6.76 นิ้ว ความละเอียด 1344 x 2772 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 90Hz
  • หน่วยประมวลผล : Kirin 9000 5G SoC ขนาด 5nm
  • GPU : Mali-G78
  • RAM 8 GB
  • ROM 256 GB รองรับ SD NMCard สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 11 (HMS)
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์
    • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9
    • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4 รองรับ 5x Optical Zoom
  • กล้องหน้า 2 เลนส์
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ 3D Depth Sensing
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ซิม สลับซิมหลักได้เพื่อใช้งาน 5G
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.2 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4400 mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 66W, Wireless HUAWEI SuperCharge 50W, Reverse Wireless Charging

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

HUAWEI Mate 40 Pro Review

HUAWEI Mate 40 Pro มาในกล่องสีขาวเรียบๆ และมีชื่อรุ่นอยู่บนฝากล่อง โดยอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่อง HUAWEI Mate 40 Pro
  • เคสใส
  • อะแดปเตอร์ SuperCharge 66W
  • หูฟัง
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ด้านการดีไซน์ HUAWEI Mate 40 Pro ที่แปลกตาไปจากเดิมอยู่ที่กล้องหลังมาพร้อมดีไซน์แบบวงแหวนหรือ Space Ring Design อยู่บริเวณกลางเครื่อง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

โมดูลของกล้องหลังจะนูนขึ้นมาเหลือฝาหลังเล็กน้อยและดูสวยงามด้วยโทนสีดำมันเงา และมีการจัดวางกล้องแบบสมมาตรไว้ในวงแหวน พร้อมแฟลชแบบ Dual LED (Dual Tone) ในขณะที่ตรงกลางก็จะมีข้อความคำว่า Leica

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ฝาหลังมีความโค้งแบบ 3D ทั้ง 4 ด้าน ทำให้ตัวเครื่องดูสวยหรู อีกทั้งยังช่วยให้เวลาจับใช้งานกระชับมือและจับสบายด้วย โดยสีที่ใช้รีวิวในครั้งเป็นสี Black

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอแสดงผลเป็นดีไซน์แบบของโค้ง Horizon Display ทำให้ขอบด้านหน้าเหลือขอบที่บางมากๆ และมีกล้องหน้าคู่ติดตั้งไว้ที่มุมซ้ายบน ทำให้ด้านหน้าเห็นจอแสดงผลได้แบบเต็มตา

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบจอที่โค้งของรุ่นนี้ทำมุม 88 องศา เมื่อมองหน้าจอตรงๆ จากด้านหน้าแทบมองไม่เห็นขอบจอด้านข้างเลย

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบด้านบนตัวเครื่องจะมีช่องลำโพง, ไมโครโฟน และอินฟราเรด

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบด้านล่างมีพอร์ต USB Type-C, ลำโพง, ไมโครโฟน และถาดใส่ซิม

HUAWEI Mate 40 Pro Review

สำหรับถาดใส่ซิมเป็นแบบ 2 Nano SIM เลือกใส่ NMCard แทนในช่องซิม 2 ได้

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ตัวเครื่อง Mate 40 Pro สามารถกันน้ำกระเด็นใส่หรือฝนตกได้ตามมาตรฐาน IP68

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 6.76 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรช 90Hz ทำให้เวลาเลื่อนหน้าจอมีความลื่นไหลและดูสบายมากมากขึ้น อีกทั้งหน้าจอยังมีความกว้างกว่า P40 Pro ด้วย

HUAWEI Mate 40 Pro Review

อัตรารีเฟรชสามารถตั้งค่าการใช้งานได้ระหว่าง 60Hz และ 90Hz หรือจะเลือกแบบ Dyniamic ปรับตามการแสดงผลคอนเทนท์ก็ได้เช่นกัน สำหรับการเล่นเกมหรือการใช้งานที่ต้องการความไวก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเพราะว่ารุ่นนี้มีความไวต่อการสัมผัส 240Hz

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

HUAWEI Mate 40 Pro มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 11 ใช้บริการด้วย HMS ซึ่งจะไม่มี Google Services ติดตั้งมาในตัวเครื่อง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

การดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ สามารถทำได้ผ่าน HUAWEI AppGallery ซึ่งตอนนี้ก็มีแอปยอดนิยมให้ใช้งานได้เกือบครบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแอปโซเชียบ เกม และแอปธนาคารต่างๆ ในไทย อีกหนึ่งความสะดวกในการค้นหาแอปพลิเคชั่นเพื่อติดตั้งบนตัวเครื่องที่ได้ง่ายมากขึ้นโดยค้นหาจาก Petal Search ที่จะแนะนำแหล่งดาวน์โหลดอื่นๆ ให้ด้วย

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ตัวเครื่องรองรับการใช้งาน 5G ได้ทันที โดยสามารถสลับช่องซิมใดก็ได้เป็นซิมหลักเพื่อการใช้งานบนเครือข่าย 5G และอีกซิมจะสแตนด์บายบนเครือข่าย 4G LTE นอกจากนี้ก็รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2, NFC

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอหลักมีระบบธีม วอลเปเปอร์ให้เลือกเปลี่ยนได้ และในหน้าจอล็อกก็จะมี Magazin Unlock เปลี่ยนการแสดงภาพต่างๆ ทุกครั้งที่มีการกดเปิดหน้าจอ

HUAWEI Mate 40 Pro Review

สามารถเลือกใช้งานฟีเจอร์แสดงเสมอ (Always On Display) สำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องปลดล็อกหน้าจอก็สามารถดูได้เลย เช่น วันที่ เวลา และการแจ้งเตือนสำหรับการโทรหรือข้อความ

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอของ Mate 40 Pro สามารถเลือกโหมดสีได้ 2 โหมด คือ ปกติ และสดใส ในขณะที่อุณหภูมิสีหน้าจอก็เลือกปรับได้เช่นกัน เช่น ปรับเป็นโทนสีอุ่นเพื่อให้ดูสบายตาเวลาใช้งานในที่มืด เป็นต้น

HUAWEI Mate 40 Pro Review

โหมดสบายตา เป็นโหมดสำหรับกรองสีฟ้าเพื่อลดความเมื่อยล้าของดวงตา ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับการเลือกใช้งานโหมดอุณหภูมิสีอุ่นนั่นเอง หน้าจอก็จะแสดงเป็นโทนสีเหลืองส้ม ปรับระดับความเข้มของโทนสีได้ และสำหรับการใช้งานกลางคืนสามารถเลือกเปิดโหมดมืด (Dark Mode) เพื่อเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำ ทำให้ดูสบายมากกว่าเมื่อใช้งานในเวลากลางคืน

HUAWEI Mate 40 Pro Review

หน้าจอแสดงผลรองรับการปรับความละเอียดได้สูงสุด 1344 x 2772 พิกเซล แต่ถ้าใครต้องการประหยัดแบตเตอรี่ก็สามารถปรับลดความได้ หรือจะเลือกเปิดใช้งานความละเอียดอัจฉริยะ ให้ตัวเครื่องปรับความละเอียดหน้าจอแสดงตามการแสดงผลคอนเทนท์

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ขอบหน้าด้านบนสามารถเลือกปิดหรือเปิดได้ ถ้าต้องการซ่อนช่องที่ติดตั้งกล้องหน้าให้เป็นแถบสีดำทั้งหมดก็เลือกเปิดใช้งานซ่อนคัทเอาท์ได้

HUAWEI Mate 40 Pro Review

Sound Booster ฟีเจอร์ด้านเสียงสำหรับการฟังเสียงสนทนาหรือเสียงอื่นๆ จากระยะไกล และ HUAWEI Histen เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ด้านความปลอดภัยมีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและระบบจดจำใบหน้า

HUAWEI Mate 40 Pro Review

ประสิทธิภาพตัวเครื่อง การเล่นเกม และแบตเตอรี่

HUAWEI Mate 40 Pro มาพร้อมชิปเซ็ต Kirin 9000 5G ขนาด 5nm ซีพียูแบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 3.13GHz และกราฟิก Mali-G78 MP24 กับ RAM 8GB รองรับการเล่น PUBG Mobile ในโหมดกราฟิกในระดับ HDR HD และภาพความละเอียดระดับ Ultra ซึ่งตัวเกมพัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก

HUAWEI Mate 40 Pro Review

จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุก และอัตรา ความไวในการสัมผัส 240Hz ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีขึ้นในการเล่นเกม

HUAWEI Mate 40 Pro Review

เกม ROV เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ สำหรับการเล่นบน Mate 40 Pro รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากๆ วิ่งระหว่าง 59-60fps ตลอดการเล่น และบางฉากวิ่งทะลุ 61fps แม้จะเป็นช่วงการร่วมทีมไฟต์ก็ไม่ตก

HUAWEI Mate 40 Pro Review

จากการลองเล่นไปเกือบชั่วโมง พบว่าตัวเครื่องแทบไม่ร้อนเลย รู้สึกอุ่นๆ เท่านั้น ถือว่าระบบการจัดการและระบายความร้อนของรุ่นนี้ทำได้ดีเลยทีเดียว

HUAWEI Mate 40 Pro Review

HUAWEI Mate 40 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4400 mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวๆ ทั้งวัน รองรับระบบการชาร์จ HUAWEI SuperCharge สูงสุด 66W โดยต้องใช้คู่กับสายและอะแดปเตอร์ของ HUAWEI และรองรับการชาร์จไร้สาย Wireless HUAWEI SuperCharge ที่ 50W นอกจากนี้ก็ยังสามารถแชร์แบตเตอรี่เพื่อชาร์จให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วยฟีเจอร์ Wireless Reverse Charging

HUAWEI Mate 40 Pro OS Review 17

กล้องถ่ายรูป

HUAWEI Mate 40 Pro มีกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ โดยเลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4 รองรับ 5x Optical Zoom

HUAWEI Mate 40 Pro Review

กล้อง 50 ล้านพิกเซล

เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียดมาสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ได้ภาพที่มีขนาดใหญ่และเก็บรายละเอียดได้คมชัดทั่วทั้งภาพ สามารถซูมเข้าไปดูรายละเอียดเล็กๆ ในภาพได้ชัดเจนมากขึ้น และมี AI เข้ามาช่วยระบุฉากที่กำลังถ่ายได้แบบอัตโนมัติ ทำให้ถ่ายภาพได้ง่ายและออกมาสวยโดยไม่ต้องตั้งค่าให้ยุ่งยาก

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

กล้องหลังมีฟิลเตอร์ให้เลือกโทนสีสำหรับเพิ่มความโดดเด่นหรือให้ความรู้สึกใหม่ๆ แทนการถ่ายด้วยภาพโทนสีปกติ

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

Ultra Wide Angle 20 ล้านพิกเซล

สำหรับกล้อง Ultra Wide Cine หรือการถ่ายในโหมด Ultra Wide Angle ที่สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูง 20 ล้านพิกเซล ให้มุมมองที่กว้างเหมือนฉากในภาพยนตร์ เก็บแสงและโทนสีได้สวยมากๆ สำหรับกล้องตัวนี้

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

ถ่ายภาพระยะใกล้แบบ Macro

กล้อง Ultra Wide Angle ของ Mate 40 Pro สามารถถ่ายภาพระยะใกล้เหมือนกล้อง Macro ได้ แต่ว่าระยะอาจไม่ได้ใกล้มากนักเมื่อเทียบกับกล้อง Macro โดยเฉพาะ

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

กล้องซูมได้ไกล 50 เท่า

เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 5x Optical Zoom และซูม 10x โดยไม่สูญเสียรายละเอียด หรือจะซูมต่อแบบดิจิตอลได้ไกลสูงสุดถึง 50x พร้อมระบบกันสั่นที่ช่วยให้ภาพนิ่งมากๆ แม้ถือถ่ายด้วยมือในระยะ 50x ซึ่งภาพดวงจันทร์ที่เห็นนี้ก็ถือถ่ายด้วยมือโดยไม่ได้ใช้ขาตั้ง

HUAWEI Mate 40 Pro Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่าง

Mate 40 Pro มีโหมดกลางคืนสำหรับถ่ายภาพที่แสงน้อยได้ดีเหมือนเดิม เก็บแสงได้ดี มีความคมชัดมาก ที่สำคัญแม้ว่าจะถ่ายด้วยโหมดปกติ ก็แทบจะไม่ต้องปรับหรือเพิ่มความสว่างด้วย

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

ถ่าย Portrait หน้าชัดหลังละลาย

ในโหมด Portait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายสามารถเบลอหลังแบบปกติ หรือเลือกใส่เอฟเฟกต์โบเก้อื่นๆ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งฟีเจอร์นี้หลายคนอาจเคยเห็นกันมาบ้างแล้วในรุ่นก่อนๆ ของ HUAWEI

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

เซลฟี่สวยโดดเด่นด้วยกล้องคู่

กล้องหน้า 2 เลนส์ เป็นเลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และเลนส์ 3D Depth Sensing เข้ามาช่วยเก็บรายละเอียดความชัดลึกชัดตื้น ทำให้ละลายฉากหลังเวลาเซฟลี่ได้สวยเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

นอกจากนี้แล้ว กล้องหลังยังมีโหมดเพิ่มเติมให้เลือกใช้งานได้เหมือนกล้องโปร ซึ่งเป็นโหมดที่ตั้งค่ามาให้เรียบร้อยแล้ว ใครๆ ก็สามารถถ่ายได้ เช่น ถ่ายภาพน้ำตก หรือแสงไฟวิ่ง เป็นต้น

HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review
HUAWEI Mate 40 Pro Camera Review

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลชนิด OLED สีสันสดใส ความละเอียดคมชัด และรองรับ Refresh Rate 90Hz
  • Kirin 9000 5G SoC ขนาด 5nm กับแรม 8GB + 256 GB รองรับ SD NMCard สูงสุด 256GB
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้คมชัด มี AI ช่วยให้ถ่ายได้ง่าย และระบบโฟกัสเร็ว
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล 5x Optical Zoom และ 50x Ditial Zoom ระบบกันสั่นช่วยได้เยอะมาก ภาพแทบไม่สั่นเลยแม้ถือถ่ายด้วยมือ
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ มี 3D Depth Sensing ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนเป็นธรรมชาติ
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ซิม สลับซิมหลักได้เพื่อใช้งาน 5G
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.2 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4400 mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 66W, Wireless HUAWEI SuperCharge 50W, Reverse Wireless Charging

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • บริการต่างๆ ใช้งานผ่าน HMS (ไม่มี Google Services)

HUAWEI Mate40 Pro เปิดราคา 34,990 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. เป็นต้นไป โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. รับฟรี HUAWEI M-Pen2, HUAWEI Ring light case และ HUAWEI Super Charge Stand มูลค่ารวม 7,970 บาท

HUAWEI Mate 40 Pro Price and Promotion

ซื้อผ่าน AIS, dtac และ TrueMove H ราคาเริ่มต้น 14,990 บาท รับฟรี HUAWEI M-Pen2, HUAWEI Ring light case และ HUAWEI Super Charge Stand มูลค่ารวม 7,970 บาท

Continue Reading

กำลังฮอต

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

realme UI 2.0 based on Android 11 for realme X50 Pro, rolling out now realme UI 2.0 based on Android 11 for realme X50 Pro, rolling out now
Android News17 ชั่วโมง ago

realme X50 Pro 5G ได้อัปเดท Android 11 แล้ว และมาพร้อม realme UI 2.0

realme X50 Pro 5G ได...

ข่าวประชาสัมพันธ์17 ชั่วโมง ago

เตรียมเป็นเจ้าของ realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G ทรงพลัง วันที่ 5 ธ.ค. นี้ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% และขยายเวลารับประกัน 24 เดือน

เมื่อเร็วๆนี้ realme...

IT News22 ชั่วโมง ago

พาไปสัมผัสประสบการณ์ AIS 5G SMART MIRROR ลองเสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดังด้วย 5G แบบเรียลไทม์ ที่แรกที่เดียวในไทย พร้อมรับความพิเศษถึง 2 ต่อ

มีความล้ำๆ และพิเศษส...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 วัน ago

dtac ระดมทีมงานวิศวกรในจังหวัดภาคใต้ช่วยกู้เซลไซส์ให้พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม ใช้งานติดต่อสื่อสารได้ต่อเนื่องมั่นใจทุกสถานการณ์ พร้อมร่วมกับกสทช ส่งกำลังใจให้ลูกค้าดีแทคโทรฟรีพร้อมเน็ตทุกเครือข่าย

ดีแทคระดมส่งทีมงานวิ...

ซิมเทพ เน็ตซิม NET Sim AIS dtac True 1 year ซิมเทพ เน็ตซิม NET Sim AIS dtac True 1 year
IT News1 วัน ago

รวมโปร! ซิมเทพ ทุกค่าย AIS, DTAC และ TRUE เน็ตซิมรายปี จ่ายครั้งเดียวจบ!

ซิมเทพ เป็นอีกหนึ่งท...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง