ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

“สภาดิจิทัลฯ” ผนึกพันธมิตรนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเร่งช่วยเหลือคนไทย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย นำโดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คณะกรรมการสภาดิจิทัลฯ ประกอบด้วย นายลักษมณ์ เตชะวันชัย รองประธาน สภาดิจิทัลฯ ดร.วีระ วีระกุล รองประธาน สภาดิจิทัลฯ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เลขาธิการแพทยสภา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาดิจิทัลฯ นางสาวธิดารัธ ธนภรรคภวิน รองประธาน สภาดิจิทัลฯ นพ.ธนกฤต จินตวร รองผู้อำนวยการสถาบันการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (GBDI) รวมทั้งผู้แทนจาก บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าส่วนงานประชาสัมพันธ์  และบมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) นายมาร์คุส แอดอัคทูสเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร พร้อมด้วยบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ เข้าร่วมแถลงข่าวผ่านระบบ VDO Conference (True Virtual World) ถึงแนวทางของสภาดิจิทัลฯ ที่ได้สนับสนุนดิจิทัลเทคโนโลยีและการสื่อสาร เพื่อรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาดิจิทัลฯตระหนักถึงสภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจต่างๆ  ด้วยเหตุนี้ จึงผนึกกำลังภายในสมาชิกของสภาดิจัลฯ และองค์กรภาคส่วนต่างๆ รวมถึงผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมชั้นนำ เพื่อเร่งนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการสื่อสารที่ครอบคลุมระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจรมาสนับสนุนพี่น้องคนไทยในภาวะวิกฤตนี้ ทั้ง ด้านดิจิทัล โซลูชัน การพัฒนาแอปพลิเคชัน แพลตฟอร์ม โซลูชั่น ที่มีประโยชน์ต่อการควบคุมและลดโอกาสแพร่กระจายโรค เพื่อช่วยประชาชนคลายความกังวลใจและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข รวมทั้งได้มีช่องทางการบริจาคที่จะตรงกับความจำเป็นของแต่ละโรงพยาบาล  ด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล  โดยเฉพาะการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของดิจิทัล ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ค่าย ได้แก่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส)  บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้พร้อมใจสนับสนุนมาตรการภาครัฐ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาสามารถออนไลน์ เรียนหนังสือจากที่บ้าน (Learn from Home) ได้อย่างสะดวกและไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่าย โดยจัดซิมการ์ดพิเศษในราคาต่ำกว่าต้นทุนไม่คิดกำไร พร้อมแพ็กเกจพิเศษให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือความเร็ว 4 Mbps. แบบไม่ลดสปีด และไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน ใช้ได้นาน 3 เดือน ด้านข้อมูลข่าวสาร สภาดิจิทัลได้รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในสถานการณ์ COVID-19 ทั้งการเรียนออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงรายงานสถานการณ์จากทั่วโลก ด้านนโยบายกฎหมาย ที่จำเป็นต้องเสนอปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ขณะนี้ที่ดิจิทัลมีบทบาทสำคัญกับทุกภาคส่วน

 

ทั้งนี้ ในด้านดิจิทัล โซลูชัน  สภาดิจิทัลฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรองค์กรต่างๆ พัฒนาโซลูชันและแพลตฟอร์มที่มีประโยชน์ต่อการควบคุมโรค อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ในสถานการณ์ที่ทุกคนจะต้องเฝ้าระวังตนเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ อันได้แก่ โซลูชันการติดตามการติดเชื้อย้อนหลังเพื่อการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค ประกอบด้วย แอปพลิเคชัน “Self D-care Heatmap” : ระบบติดตามตำแหน่งการเดินทางของผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 ในช่วงระยะเวลา 14 วันย้อนหลัง ซึ่งสามารถดูไทม์ไลน์ของตัวเองย้อนหลังได้ อีกทั้งผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษา ยังสามารถบันทึกข้อมูลการรักษาและการตรวจสภาพร่างกายเพื่อให้แพทย์เจ้าของไข้ใช้ในการเฝ้าดูและติดตามผลการรักษาได้ด้วย และแพลตฟอร์ม “uSAFE” : แพลตฟอร์มคำนวณความเสี่ยงว่ามีโอกาสติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่ โดยอาศัยการคำนวณระยะห่างจากผู้ติดเชื้อและระยะเวลาที่อยู่กับผู้ติดเชื้อ ด้วยการใช้ AI ประมวลผลย้อนหลัง 14 วัน รวมไปถึง แอปพลิเคชัน “QR Checkin” : ระบบติดตามประวัติการเดินทางของผู้ป่วย COVID-19 ว่าไปสถานที่ใดบ้าง โดยใช้การสแกน QR Code เพื่อเก็บข้อมูล

นอกจากนี้ ยังมีโซลูชันเพื่อการจัดการอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ โซลูชัน “Ordering & Distribution of  Medical Supply” : โซลูชันเพื่อจัดการการจัดซื้อและแจกจ่ายที่ครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียน การจัดซื้อ การขนส่ง การเก็บข้อมูล แสดงผลรายงานผลแบบ real-time dashboard เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข และ “Central Donation Platform” : แพลตฟอร์มระหว่างผู้บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และสถานพยาบาล เพื่อกระจายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ประชาชนบริจาคไปยังสถานพยาบาลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาร่วมกับมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ รวมถึงช่องทางการรับบริจาคให้ตรงกับความต้องการของแต่ละโรงพยาบาลผ่าน helpital.com ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ รวมไปถึงโซลูชันด้านสุขภาพของผู้สูงวัย ได้แก่ แอปพลิเคชัน “แทนคุณ” : แพลตฟอร์มที่เป็นศูนย์รวมบริการผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นเสมือนให้เราดูแล “แทนคุณ” ซึ่งจะครอบคลุมการดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุ โดยบุคลากร ทั้งพยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบำบัด และผู้ช่วยเหลือคนไข้ จากผู้ให้บริการมืออาชีพแทนคุณ ซึ่งยังครอบคลุมถึงรถแท็กซี่    รถแอมบูแลนซ์ และระบบ Telemedicine

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล (Digital Infrastructure) ที่ปัจจุบัน เป็นปัจจัยที่มีบทบาททั้งภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19  ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการเพิ่มระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ ทำให้การสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัลยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยภาคธุรกิจต้องมีการปรับตัว ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ส่วนสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ สภาดิจิทัลฯ มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนมาตรการดังกล่าว ให้คนไทยอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ จึงได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ค่ายในการสนับสนุนมาตรการภาครัฐ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาสามารถออนไลน์เรียนหนังสือจากที่บ้าน (Learn from Home) ได้อย่างสะดวกและไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่าย โดยผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่ายพร้อมให้การสนับสนุนซิมการ์ดพร้อมแพ็กเกจพิเศษในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือความเร็ว 4 Mbps. แบบไม่ลดสปีด และไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน ใช้ได้นาน 3 เดือน (นับตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดใช้บริการ) ในราคา 400 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ตลอดช่วงวิกฤต COVID-19 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มีเป้าหมายหลักในการนำ Digital Infrastructure เพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนของประเทศ โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤต COVID-19 เช่นปัจจุบัน เราจึงมีความยินดีอย่างยิ่งในการเข้าร่วมโครงการ “Student SIM Card” กับสภาดิจิทัลฯ และทั้ง 2 Operator  เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียน นักศึกษา ได้เรียนหนังสือ เชื่อมโยงผ่าน Platform การเรียนการสอนของแต่ละสถาบันได้อย่างต่อเนื่อง หรือ Learning from Home  โดยเป็นซิมเติมเงินที่มีแพ็กเกจราคาประหยัดที่ 400 บาท ได้ Internet Unlimited 4 เม็กกะไบต์ นาน 3 เดือน ทั้งนี้ นักเรียน นักศึกษา สามารถติดต่อขอรับซิมได้ฟรีที่ AIS Shop, ร้านเทเลวิซและร้าน AIS Buddy ทุกสาขาทั่วประเทศ เพียงแสดงบัตรนักเรียน นักศึกษา รวมถึงหากสถาบันการศึกษาใดสนใจที่จะจัดซิมหรือแพ็กเกจให้บุคลากรหรือนักเรียน นักศึกษา ก็สามารถติดต่อมาได้ที่ AIS Call Center 1149

ดีแทค ในฐานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ที่เชื่อมต่อผู้คนกับการใช้งานดิจิทัล เข้าใจถึงความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาจารย์ และนักศึกษา ที่มีความต้องการ ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนออนไลน์ ในช่วงการระบาดของ COVID-19 จัดแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด ความเร็ว 4Mbps นาน 3 เดือน ในราคาพิเศษ ให้บุคลากร อาจารย์ นิสิต นักศึกษา ได้ใช้เรียน และสอบออนไลน์ ผ่านทุกแพลตฟอร์มห้องเรียนออนไลน์ ที่สถาบันการศึกษาเลือกใช้ได้อย่างราบรื่น

กลุ่มทรู ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์ครบวงจร ที่พร้อมนำเทคโนโลยีสื่อสาร  ยกระดับการก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ  พร้อมร่วมสนับสนุนการศึกษาผ่านออนไลน์ โดยได้จัดทำซิมการ์ดทรูมูฟ เอช สำหรับนักเรียนนักศึกษาพร้อมแพ็กเกจพิเศษ ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือความเร็ว 4 Mbps. แบบไม่ลดสปีด และไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน ใช้ได้นาน 90 วัน (นับตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดใช้บริการ) โดยจะเปิดให้นักเรียน นักศึกษา แสดงบัตรประจำตัวนักเรียนหรือนักศึกษา เพื่อรับซิมการ์ดในระบบเติมเงินที่มาพร้อมแพ็กเกจและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ที่   ร้านทรูช็อป และ ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

สำหรับด้านข้อมูลข่าวสาร  ได้รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในสถานการณ์ COVID-19 ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยมีข้อมูลหลากหลายด้าน อาทิ ไลฟ์สไตล์ การศึกษา สุขภาพ และการทำงาน ครอบคลุมทุกช่วงวัย ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ และบุคคลทั่วไป และเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ เว็บไซต์ covid-19.dct.or.th, เฟสบุ๊ค: Digital Council of Thailand – DCT และรายการในช่อง TNN รวมถึงพัฒนาเว็บไชต์ www.dct.co.th ให้เป็นศูนย์รวมแอปพลิเคชัน สำหรับการประชุมและเรียนออนไลน์ ได้แก่ Zoom, Google Hangouts, Skype, Line, FaceTime, Facebook Messenger, Microsoft Team และ True VWORLD ตลอดจนรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์เกี่ยวกับ COVID-19

นอกจากนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายกฎหมาย จะผลักดันเรื่องการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกกฎหมาย โดยประกาศแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป และแนวทางการดำเนินการของสภาฯ อีกทั้งยังมีข้อเสนอต่อรัฐบาลขอให้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายอุปสรรคต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เช่น การกำหนดให้ต้องมีผู้ร่วมประชุม 1 ใน 3 ขององค์ประชุมต้องอยู่ในที่ประชุมเดียวกัน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความจำเป็นในปัจจุบัน

สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ตั้งใจที่จะขับเคลื่อนบูรณาการระบบนิเวศดิจิทัล เพื่อร่วมสนับสนุนให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤต COVID-19 ไปได้อย่างปลอดภัยและราบรื่นในที่สุด

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

OPPO และ TrueMove H จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ซื้อ OPPO A12 พร้อมแพ็กเกจรายเดือนไม่ติดสัญญา พิเศษเพียง 3,999 บาท ที่ 7-Eleven เท่านั้น!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO และ ทรูมูฟ เอช จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม เมื่อซื้อ OPPO A12 พร้อมแพ็กเกจรายเดือนโดยไม่ติดสัญญา ในราคาพิเศษเพียง 3,999 บาท พิเศษเฉพาะที่ 7-Eleven เท่านั้น!

OPPO และ ทรูมูฟ เอช จัดโปรโมชั่นสุด Exclusive เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO A12 ในราคาพิเศษ เพียง 3,999 บาท จากปกติ 4,299 บาท พร้อมแพ็กเกจรายเดือน เดือนละ 249 บาท จากปกติ 499 บาท โดยไม่ติดสัญญา พร้อมรับสิทธิพิเศษใช้เน็ตได้จุใจ 16GB เมื่อใช้ไม่หมดสามารถทบใช้เดือนถัดไปได้ สิทธิโทรฟรีในเครือข่าย 24 ชม. พร้อมรับฟรี 30 ทรูพอยท์ทุกเดือน (นาน12 เดือน รวม 360 ทรูพอยท์) และฟรีหูฟังมูลค่า 299 บาท ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่ 28 พ.ค. – 23 มิ.ย. 63 เฉพาะใน 7-Eleven เท่านั้น

OPPO A12 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับฟังก์ชันสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น ให้คุณถ่ายภาพได้สนุกทุกมุมมองด้วย AI กล้องหลังคู่คมชัด 13MP เซลฟี่สวยด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8MP พร้อมดีไซน์หน้าจอกว้างเต็มตา 6.2 นิ้ว ลื่นไหล ไม่สะดุดด้วย CPU 2.3 GHz RAM 3GB และ ROM 32GB ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งวัน ด้วยแบตเตอรี่ 4,230 mAh พร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือ และ AI สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อก โดยมีให้เลือกสองสีคือ สี Blue และ สี Black

สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ http://truemoveh.truecorp.co.th/news/detail/1622   หรือ โทร. 1242

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac เตือนลูกค้า อย่าให้ OTP รหัสผ่านในการทำธุรกรรมจากธนาคาร กับมิจฉาชีพที่โทรมาแอบอ้างจากดีแทคในทุกกรณี

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ดีแทคแจ้งเตือนลูกค้า ระวังภัยมิจฉาชีพ ที่โทรมาแอบอ้างเป็นดีแทคผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แล้วขอข้อมูลรหัสผ่านในการทำธุรกรรมจากธนาคาร จากกรณีที่มีข่าวเภสัชกรโรงพยาบาล ถูกมิจฉาชีพโทรมาแอบอ้างว่าเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่ามีหมายเลขโทรศัพท์ซ้ำกัน 2 หมายเลข โดยจะทำการเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ให้ เภสัชกรจึงหลงเชื่อทำตาม และยังได้ให้ข้อมูลรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวที่ระบบสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตหรือ OTP (One time password) ให้กับมิจฉาชีพ แล้วโดนนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้กับอีแบงค์กิง ไปโอนเงินในบัญชีธนาคารจนเกิดความเสียหายกับเจ้าของหมายเลขตามที่เป็นข่าว

ดีแทคขอแจ้งเตือนลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่ได้รับการติดต่อข้อความรูปแบบดังกล่าวอย่าหลงเชื่อ และระมัดระวังช่องทางการโจรกรรมออนไลน์ที่สามารถเกิดได้หลายรูปแบบในปัจจุบัน ดีแทคไม่มีกิจกรรมที่พนักงานจะสอบถามข้อมูลส่วนตัวและร้องขอ OTP จากลูกค้าเพื่อไปใช้งานในลักษณะนี้  การติดต่อกับดีแทคต้องผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของดีแทคเท่านั้น ได้แก่ call center 1678, Facebook dtac, Twitter @dtac

ดีแทคได้มีการแจ้งเตือนลูกค้า ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร จากข่าวประชาสัมพันธ์ จาก Facebook, Line และ twitter ถึงลูกค้าทุกกลุ่ม เนื่องจากในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมมาทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือควรระลึกเสมอว่า OTP มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว ที่ระบบสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ที่จะส่งไปยัง SMS หรือ E-mail หรือแอปพลิเคชั่น เพื่อตรวจสอบและยืนยันการเป็นเจ้าของบัญชี จะมีอายุการใช้งานระยะสั้นๆ ไม่กี่นาที หากครบกำหนดระยะเวลาแล้วจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก มิจฉาชีพสามารถนำเอารหัส OTP ไปใช้กรอกยืนยันตัวตน ว่าเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง ดังนั้นอย่าส่งรหัส OTP ให้ผู้อื่นเป็นอันขาด เพราะคือสิ่งสุดท้ายที่คนร้ายต้องการไปทำธุรกรรมให้สำเร็จได้

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

GET เปิดโครงการ “แบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์” ด้วยการสนับสนุนจาก Gojek เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เก็ท) ผู้ให้บริการแบบออนดีมานด์เพื่อไลฟสไตล์คนเมืองและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ เปิดตัวโครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ (Sharing Happiness) ด้วยงบประมาณกว่า 1.5 ล้านบาทที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของโกเจ็ก (Gojek Partner Support Fund) เพื่อมุ่งช่วยเหลือและสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

พาร์ทเนอร์คนขับของ GET ได้ทำหน้าที่เป็นฮีโร่แถวหน้าเพื่อให้บริการแก่คนกรุงเทพฯ อย่างไม่หยุดยั้งตลอดช่วงวิกฤต และในขณะเดียวกันก็มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ จึงได้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์ทั้งสองกลุ่มผ่านกิจกรรมที่แบ่งเป็นสองส่วน ดังนี้

  • อิ่มนี้ฟรีเพื่อพี่คนขับ โดยการมอบอาหารฟรีให้พาร์ทเนอร์คนขับของ GET ที่ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั่วกรุงเทพฯ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน เพื่อช่วยเหลือคนขับหลายพันคนต่อสัปดาห์ ในขณะเดียวกันก็เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารเอสเอ็มอีที่มีรายได้ลดลงจากสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยในแต่ละเดือนจะมีร้านอาหารจำนวน 30 ร้าน ที่เข้าร่วมโครงการ
  • เงินช่วยเหลือเพื่อพี่คนขับ สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือต้องถูกกักตัวจากหน่วยงานสาธารณสุขเนื่องจากอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยง ทำให้ไม่มีรายได้ GET จะมอบเงินช่วยเหลือให้แก่คนขับ ซึ่งเป็นสวัสดิการเพิ่มเติมจากประกันโควิด-19 ที่ได้มีการมอบให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอพพลิเคชั่น GET กล่าวว่า “พวกเราทุกคนที่ GET รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากที่พี่ๆ คนขับได้ทำงานกันอย่างเต็มที่แม้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค และทำให้เราสามารถมอบบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่งอาหาร ส่งของ หรือส่งคนให้กับคนกรุงเทพฯ ได้อย่างไม่ขาดตอน  GET ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งอาหารและบริการต่างๆ ให้สังคมยังเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงเวลาเช่นนี้ และเราเข้าใจดีว่าช่วงเวลานี้ไม่ง่ายเลยสำหรับทั้งคนขับและพนักงานร้านอาหารที่ยังคงกล้าหาญออกมาทำงานและรักษาการบริการให้ต่อเนื่อง บริษัทฯ เองจะพยายามต่อไปเพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและสามารถซัพพอร์ตครอบครัวของตนเองได้จนกว่าวิกฤตนี้จะผ่านพ้นไป”

 

โครงการแบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของโกเจ็ก (Gojek Partner Support Fund) ซึ่งตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิอานัก บางซา บิซ่า (Anak Bangsa Bisa Foundation) กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสนับสนุนพาร์ทเนอร์ของ Gojek กว่า 2 ล้านคนทั่วภูมิภาค โดยได้รับเงินสนับสนุนมาจากหลายส่วน ทั้งการบริจาคพนักงานของพนักงานของ Gojek ทุกประเทศรวมถึง GET ในประเทศไทย และการบริจาคจากองค์กรพาร์ทเนอร์ต่างๆ และอีกส่วนมาจากการปรับเปลี่ยนงบจากแผนการปรับขึ้นเงินเดือนเดิมของพนักงาน Gojek เพื่อมาเข้าสู่กองทุนนี้

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 GET ได้มีมาตรการ โครงการ และนโยบายต่างๆ มากมายภายใต้แคมเปญ #letsGETsafe เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ทั้งคนขับและร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการแจกหน้ากากอนามัย ประกันโควิด-19 สำหรับคนขับ และอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทุกคนด้วยเช่นกัน

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง