Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อวิกฤตทดสอบความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ถอดรหัสการบริหารซัพพลายเชนของดีแทคท่ามกลางวิกฤตโควิด-19

Published

on

การอุบัติขึ้นของวิกฤตโควิด-19 ถือเป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นความเปราะบางของระบบซัพพลายเชนโลก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมในการทำงานของแรงงาน ตลอดจนความเสี่ยงจากแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นของภาวะวิกฤตต่างๆ รวมทั้งโรคระบาดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

How businesses can continue operations despite Covid-19

สิ่งที่ดีแทคให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในยามวิกฤตเช่นนี้คือ การให้บริการการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด ซึ่งแน่นอนว่า หัวใจสำคัญของซัพพลายเชนก็คือพนักงานและบรรดาบุคลากรที่ปฏิบัติงานในนามดีแทค

ทิพยรัตน์ แก้วศรีงาม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานขายของดีแทค กล่าวในงาน dtac Responsible Business Virtual Forum 2021 ว่า “ถ้าหากว่าเป็นเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา การทำงานภายใต้วิกฤตให้เดินหน้าไปอย่างราบรื่นคงเป็นไปได้ยาก แต่ปัจจุบัน เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราทำได้ ซัพพลายเชนยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด”

3 กลยุทธ์เสริมแกร่งซัพพลายเชน

ปัจจุบัน 95% ของพนักงานดีแทคสามารถทำงานจากที่บ้านได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในที่ทำงาน เหลือไว้เพียงวิศวกรเทคนิคที่ยังมีความจำเป็นในการมอนิเตอร์โครงข่าย เพื่อให้มั่นใจว่าการบริการจะไม่สะดุด แม้แต่พนักงานคอลเซ็นเตอร์กับภาพชินตาที่นั่งเรียงรายกันก็ถูกปรับให้ทำงานที่บ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการยกเครื่องระบบไอทีด้วยเทคโนโลยี Cloud Computing ทำให้ปัจจุบัน การทำงานจากนอกสำนักงานนั้นสะดวกมากขึ้น แต่ยังคงความปลอดภัยข้อมูลลูกค้าเหมือนเดิม

นอกจากนี้ ด้วยมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้การเดินทางข้ามจังหวัดไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อน และจากการสำรวจรูปแบบการเคลื่อนย้ายของลูกค้าดีแทค พบว่ามีการกระจายตัวสู่ต่างจังหวัด ขณะที่การใช้งานในเมืองลดลง ทำให้ดีแทคใช้กลยุทธ์ Regionalization หรือการกระจายอำนาจการบริหารจากส่วนกลางแก่ภูมิภาคมากขึ้น โดยมีการจัดตั้งคลังสินค้าในแต่ละจังหวัดเพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางข้ามจังหวัด และยังมีการจัดหาซัพลายเออร์ท้องถิ่นผลิตซิมการ์ดและบัตรเติมเงินแทนการส่งไปจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ทำให้สามารถซัพพลายสินค้าได้อย่างเพียงพอและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ในส่วนของการเข้าถึงบริการนั้น ลูกค้าดีแทคสามารถซื้อซิมการ์ดและบัตรเติมเงินได้จากร้านค้าตัวแทนที่กระจายอยู่กว่า 7,000 จุดทั่วประเทศ

“จากวิกฤตโควิด-19 ที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล เราเห็นว่าช่องทางดิจิทัลมีการเติบโตอย่างมาก ปัจจุบันตัวแทนขายของดีแทคกว่า 90 เปอร์เซ็นต์นั้นใช้งานแอปพลิเคชัน dtac One ในการให้บริการลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงินหรือลงทะเบียนซิมการ์ด ทำให้สามารถจัดการธุรกรรมต่างๆ ได้เอง ลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับผู้อื่น และลดความถี่ของลูกค้าในการเดินทางไปยังศูนย์บริการ ในทำนองเดียวกัน ลูกค้าของเรานั้นมีการใช้งานดีแทคแอปมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเติมเงินที่เติบโตเท่าตัว” เธอกล่าว

ภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างนั้น การดำเนินธุรกิจยังคงต้องดำเนินต่อไป ซึ่งพนักงานขายของดีแทคในแต่ละศูนย์บริการนั้นมีการใช้กลยุทธ์ Social Commerce ในการรักษายอดการขาย สามารถเลือกเบอร์ ส่งซิมและเปิดการใช้งานผ่านออนไลน์ทั้งหมด ถือเป็นการยกระดับการขายไปอีกขั้นโดยใช้ช่องทางดิจิทัลทั้งหมด

“การสื่อสารนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งเราชาวดีแทครู้สึกภูมิใจกับบทบาทในการสนับสนุนให้ลูกค้าของเราสามารถปรับตัวและยืนหยัดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้” แม่ทัพกลุ่มงานขายของดีแทคกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

สิทธิมนุษยชน: รากฐานคุณค่าซัพพลายเชน

ดีแทคเชื่อว่าการทำธุรกิจโดยเคารพหลักสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างระบบซัพพลายเชนที่มีความแข็งแกร่งยืดหยุ่น ทั้งนี้ ประเด็นสิทธิมุนษยชนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นสองส่วนหลักๆ คือความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (health & safety) สำหรับทั้งพนักงานและคู่ค้า และการเคารพความเป็นส่วนตัวและการปกป้องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ซึ่งดีแทคสนับสนุนทั้งพนักงานและคู่ค้าให้ปฏิบัติงานโดยยึดมาตรฐานเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญ

“ในด้านความปลอดภัยนั้น เรามีการตั้งเป้าลดการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตจากการทำงานเป็นศูนย์ และท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดีแทคกำหนดแนวปฏิบัติต่างๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และฝึกอบรมให้ความรู้แก่บุคลากร โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง” ทิพยรัตน์กล่าว

จากข้อมูล ดีแทคพบว่าทุกๆ วันจะมีผู้ปฏิบัติงานในนามดีแทคราว 80 คนที่ปฏิบัติงานบนพื้นที่สูงในส่วนงานปฏิบัติการโครงข่าย ทำให้ดีแทคกำหนดนโยบายการทำงานบนพื้นที่สูงอย่างเข้มงวด โดยผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีเครื่องมือป้องกันตามที่กำหนดเป็นอย่างน้อย และมีการตรวจสอบระหว่างปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

“เรายังเข้มงวดเป็นพิเศษถึงลักษณะของผู้ปฏิบัติงานที่ต้องไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะแรงงานเด็กและแรงงานผิดกฎหมาย ดังนั้น หลักปฏิบัติงานของเราไม่เพียงคำนึงถึงการให้บริการอย่างราบรื่น แต่ยังพิจารณาถึงที่มาของบริการดังกล่าวอีกด้วย” เธอเน้นย้ำ

ด้วยหลักสิทธิมนุษยชนอีกเช่นกัน ทำให้ดีแทคให้ความสำคัญกับสิทธิทางข้อมูลของลูกค้า ซึ่งมีการปฏิบัติตามกฎหมาย GDPR ของทางยุโรปอย่างเคร่งครัด และเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการจัดการกับข้อมูลของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) จะมีการเลื่อนการบังคับใช้ไปเป็นปี 2565 ก็ตาม

“ที่ดีแทค เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ซัพพลายเชนจะทำให้เกิดความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ ลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียง และนำมาซึ่งการเติบโตที่ยั่งยืน อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ” แม่ทัพกลุ่มงานขายของดีแทคทิ้งทาย

กำลังฮอต

HUAWEI Vision S 120 Hz front and 4 speakers image HUAWEI Vision S 120 Hz front and 4 speakers image
Featured14 ชั่วโมง ago

HUAWEI Vision S จัดเต็มความบันเทิง รีเฟรชเรท 120Hz และเสียงกระหึ่มลำโพง 4 ตัว

ยกระดับความบันเทิงใน...

HUAWEI Vision S HUAWEI Vision S
Featured6 วัน ago

Editor’s Recommended กับ 4 เหตุผลโดนใจ ทำไมต้องเป็นเจ้าของ HUAWEI Vision S

นี่คือ 4 เหตุผลโดนใจ...

Featured1 สัปดาห์ ago

AIS รับรางวัลการันตีเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดจาก Ookla 5 ปีซ้อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรายแรกและความพร้อมในทุกด้าน

เพื่อเป็นการตอกย้ำเป...

HUAWEI FreeBuds Lipstick and HUAWEI WATCH GT 3 42mm image HUAWEI FreeBuds Lipstick and HUAWEI WATCH GT 3 42mm image
Featured2 สัปดาห์ ago

ไอเท็มเอาใจสาว หูฟังลิปสติกสุดเก๋และสมาร์ทวอทช์สุดหรู ต้อนรับปลายปีนี้

ขอแนะนำสองไอเท็มเด็ด...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว Samsung Galaxy M22 ตอบโจทย์ทุกความบันเทิงด้วยจอ sAMOLED 90Hz, แบตฯอึด 5000mAh กล้อง 48MP ในงบ ไม่ถึง 7,000 บาท

รีวิว Galaxy M22 สมา...

Advertisement

ใหม่ล่าสุด