iPhone XR สมาร์ทโฟนจอ LCD ที่ทันสมัยที่สุด? และมีหลายสีสัน

Apple ได้เปิดตัว iPhone ถึง 3 รุ่นในคราวนี้ซึ่งทุกรุ่นที่เปิดตัวต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะน้องคนสุดท้อง iPhone XR ที่ดูเหมือนว่าจะเป็น iPhone ที่มีการคาดการณ์ว่าจะสามารถจำหน่ายได้มากที่สุดใน 3 รุ่น

ถึงแม้ว่าจะมีหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ก็ตามแต่ทาง Apple ได้การันตีว่าเป็นหน้าจอแสดงผล LCD ที่ดีที่สุดในตอนนี้เพราะมีความคมชัดสูง พร้อมทั้งยังมีเทคโนโลยี Face ID และการสัมผัสแบบมีรูปแบบ สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นพี่ทั้ง 2 รุ่นคือ กล้องหลังที่มีเพียงกล้องเดียวและหน้าจอแสดงผลแบบ LCD เท่านั้นแต่ถ้าให้เราลองเปรียบเทียบให้ดีในราคาที่ถูกกว่ามาก เมื่อเทียบกับ iPhone XS และ iPhone XS Max ถือว่าคุ้มค่ากว่ามากเพราะได้เทคโนโลยีที่เทียบเท่ากับรุ่นพี่ทั้ง 2 รุ่น

การออกแบบ iPhone XR

iPhone XR นั้นถูกออกแบบมาให้ดูทันสมัยมากขึ้น แม้ว่าบ้างคนอาจจะบอกว่ามันมีละหม้ายคล้ายคลึงกับ iPhone X สิ่งที่แตกต่างออกไปมีเพียงหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้น ตัวเครื่องถูกป้องกันด้วยกระจกนิภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจาก iPhone XS และ iPhone XS Max ที่โครงสร้างเป็นสแตนเลสคุณภาพสูง

ถึงแม้ว่าโครงสร้างจะเป็นอลูมิเนียม แต่ก็เป็นอลูมิเนียมคุณภาพดี anodized 7000 Series ได้รับการพิสูจน์แล้วในเรื่องของความทนทาน iPhone XR มีสีให้เลือกถึง 6 เฉดสี คือ white, black, blue, coral, yellow และ Red ซึ่งทุกสีจะเป็นสดสวยงามเหมือนกับ iPhone 5C

iPhone XR มีระบบป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ต่ำกว่า iPhone XS ที่ได้รับมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP68 แต่นั่นก็ไม่เรื่องที่สาระสำคัญนัก

หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ที่ทันสมัยที่สุด

หน้าจอแสดงผลแบบ LCD Apple เรียกหน้าจอแสดงผลนี้ว่า “Liquid Retina” นอกจากนั้น Apple จะเคลมว่า “หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ที่ทันสมัยที่สุดที่เคยใช้ในสมาร์ทโฟน”

iPhone XR มีหน้าจอแสดงผลขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 828 x 1,792 พิกเซล แต่ที่น่าเสียดายไม่มีความสามารถ Touch 3D แต่ทาง Apple ได้เสริมความสามารถ Haptic Touch ซึ่งมีรูปแบบคล้ายคลึงกับ MacBooks ในรูปแบบ ForceTouch ในหน้าจอ Lockscreen เราจะสามารถเรียกใช้กล้องถ่ายรูปและไฟฉายได้เลย

ด้านหน้าของ iPhone XR มี Face ID และกล้อง True Depth เหมือนกับ iPhone XS และ iPhone XS Max นอกจากนั้น iPhone XR จะไม่มีปุ่ม Home ที่หน้าจอแสดงผล และดูเหมือนว่าในรุ่นต่อๆ ไปจะไม่มีปุ่ม Home ให้เราเห็นอีกแล้วเราจะต้องใช้ท่าทางในการเรียกใช้เมนู Home เหมือนกับ iPhone X

ถึงแม้ว่า iPhone XR จะเป็น iPhone ที่มีราคาถูกที่สุดใน 3 รุ่นก็ตามแต่ขุมพลังก็เหมือนกับรุ่นใหญ่ทั้ง 2 รุ่นและนี่เองเป็นข้อดีที่นักวิจารณ์หลายท่านบอกว่าเป็นจุดเด่นของ iPhone XR ขุมพลังเป็นชิปเซ็ต Apple A12 Bionic ซึ่งผลิตจากสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร ตัวแรกของโลกที่เปิดตัวในเวลานี้

กล้องด้านหลังเดี่ยว แต่มาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode)

หลายคนอาจจะมองว่าการที่ iPhone XR มีกล้องหลังตัวเดียวนั้นเป็นจุดอ่อน แต่ทาง Apple ได้กลบจุดอ่อนนี้ด้วยความสามารถของซอฟต์แวร์ กล้องหลังของ iPhone XR นั้นมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ที่มีพิกเซล 1.4 ไมครอน และนี่คือความสามารถที่เราจะพบได้ใน iPhone XS และ iPhone XS Max โดยที่ iPhone XR ไม่ต้องใช้เลนส์ telephoto lens

นอกจากนั้น Apple ยังใส่ความสมารถในการใช้งานโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode) แบบ bokeh effect ถึงแม้ว่า iPhone XR จะมีกล้องเพียงตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถเพลิดเพลินกับภาพแนว bokeh (หน้าชัดหลังเบลอ)

ในแง่ของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ Apple ได้ออกมาบอกว่า iPhone XR จะใช้งานแบตเตอรี่ได้นานกว่า 1 ชั่วโมงและใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่เร็วกว่า iPhone 8 Plus ซึ่งApple ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับ iPhone XR ไว้ว่าสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ถึง 15 ชั่วโมงและการเล่นวิดีโอต่อเนื่องนานถึง 16 ชั่วโมงซึ่งอาจเป็นแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับ  iPhone

ราคาและวันที่เผยแพร่ iPhone XR

ราคาของ iPhone XR ราคาเริ่มต้นที่ 750 เหรียญและจะมีวางจำหน่ายในรุ่น 64GB, 128GB และ 256GB โดยแบ่งราคาของแต่ละรุ่นดังนี้

  • iPhone XR 64GB ราคา 750 เหรียญ
  • iPhone XR 128GB ราคา 800 เหรียญ
  • iPhone XR 256GB ราคา 900 เหรียญ

iPhone XR จะสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ในวันที่ 19 ตุลาคมโดยจะมีการจัดส่งสินค้าในวันที่ 26 ตุลาคมนี้

ที่มา phonearena