Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

ครั้งแรกในไทย! AIS ผนึก centralwOrld ปฏิวัติวงการช้อปปิ้ง เปิดตัว AIS 5G SMART MIRROR ตอบโจทย์นักช้อปยุคนิวนอร์มัล สะดวก ปลอดภัย แมทช์ชุดสนุก ผ่านเครือข่าย 5G

Published

on

เอไอเอส ผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของไทย เดินหน้านำศักยภาพนวัตกรรมเครือข่าย 5G และดิจิทัล แพลตฟอร์ม ผลักดันให้คนไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ ล่าสุด ผนึก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ปฏิวัติวงการช้อปปิ้งให้สนุกและตื่นเต้นกว่าที่เคย เปิดตัว AIS 5G SMART MIRROR ครั้งแรกในไทยกับการลองเสื้อผ้าบนโลกเสมือนจริงในรูปแบบ Virtual Fitting ผ่านเครือข่าย 5G ที่ทำให้ลูกค้าสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดังได้แบบเรียลไทม์ในที่เดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคนิวนอร์มัล ที่เน้นเรื่องความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย  

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider เรามุ่งมั่นที่จะนำ Digital Infrastructure โดยเฉพาะ AIS 5G เข้าไปยกระดับการบริหารจัดการของทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศไทยให้กลับมาแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรมค้าปลีก ที่มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของประชาชน วันนี้ เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับเซ็นทรัลเวิล์ดไปอีกขั้น หลังได้นำหุ่นยนต์ 5G เข้าไปเสริมความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้กับลูกค้าในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ได้นำ AIS 5G SMART MIRROR หรือกระจกอัจฉริยะที่เป็นดั่งผู้ช่วยในการแต่งตัว ที่ทำงานบนเครือข่าย AIS 5G ซึ่งมีพลานุภาพสูง ทั้งในแง่ของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Speed) การตอบสนองต่อการสั่งงานที่รวดเร็ว มีความหน่วงต่ำ (Latency) พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ที่หลากหลาย (IoT Connectivity) เข้าไปพลิกโฉมประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าในยุค 5G ให้สนุกและตื่นเต้นกว่าที่เคย

ความพิเศษของเครือข่าย 5G และเทคโนโลยี AI ที่นำมาใช้บน AIS 5G SMART MIRROR นี้ จะทำให้เมื่อลูกค้าส่องกระจกอัจฉริยะแล้ว ระบบจะสร้างรูปจำลองแบบเสมือนจริง เพื่อช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจนขึ้น สามารถเปลี่ยนทรงผม ปรับสรีระร่างกาย เลือกไซส์ และเลือกสไตล์เสื้อผ้าได้หลากหลายแบรนด์ พร้อมแสดงผลได้อย่างรวดเร็วผ่านเครือข่าย 5G ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาไปลองเสื้อผ้าจากหลายๆ ร้านให้ยุ่งยาก แต่สามารถรู้ข้อมูลสินค้าและราคาได้ก่อนตัดสินใจซื้อได้ในที่เดียว โดยมีร้านค้าแบรนด์ดังที่ร่วมรายการมากมาย ได้แก่ CARNIVAL, H&M, MLB, MICHAEL KORS, POLO RALPH LAUREN, PULL&BEAR, SUPERDRY, TOPSHOP/TOPMAN, UNIQLO และ ZARA

และเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสความเร็วแรงของเทคโนโลยี 5G ที่เหนือระดับไปอีกขั้น จึงมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอส ที่ไปลองเสื้อผ้าที่บูธ AIS 5G SMART MIRROR ตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2564 ณ ชั้น 2 โซนเซ็นทรัลคอร์ท หน้าลิฟต์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ประกอบด้วย

  • รับทันทีคูปองส่วนลด 200 บาท เมื่อร่วมกิจกรรมที่บูธ AIS 5G SMART MIRROR และใช้ AIS Points 200 คะแนน
  • รับทันทีของขวัญสุดพรีเมียมจาก AIS เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท ในร้านค้าที่ร่วมรายการ

 ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง AIS กับเซ็นทรัลพัฒนาในครั้งนี้ จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทย พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น     และทรานฟอร์มเซ็นทรัลเวิลด์สู่ Total Smart Retail ได้อย่างแน่นอน”

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด เซ็นทรัลพัฒนา    กล่าวว่า “เซ็นทรัลเวิลด์เป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นที่รวบรวมท็อปแบรนด์ดังระดับโลกที่ตอบโจทย์ fashiOn citizens และเทรนด์ได้ทุกสไตล์ เราอยากให้ลูกค้าสนุกไปกับการค้นหาสไตล์ใหม่ๆ ที่หลากหลาย ดังนั้นเราในฐานะผู้นำแฟชั่นได้จับมือพาร์ทเนอร์อย่างเอไอเอส ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมกันตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มัล ผ่าน AIS 5G SMART MIRROR กระจกอัจฉริยะ Virtual Fitting ตัวช่วยในการลองเสื้อผ้าแบบไม่ต้องเสียเวลา ลูกค้าสามารถเลือกลองเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ จากหลากหลายแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำตั้งแต่ Street Fashion, Fast Fashion, Affordable Luxury ที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้พร้อมๆ กันแบบไม่ต้องเหนื่อย ที่ผ่านมาเราและเอไอเอสต่างเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการนำนวัตกรรมมาสู่ผู้บริโภค มีการนำเทคโนโลยี 5G มาช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชนในศูนย์การค้า เช่น หุ่นยนต์ตรวจอุณหภูมิ หุ่นยนต์บริการเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งได้สร้างปรากฎการณ์ระดับโลกร่วมกันมาแล้ว”

Advertisement
Click to comment

ข่าวประชาสัมพันธ์

เผยวิสัยทัศน์แม่ทัพใหญ่ ‘ซัมซุง’ กับการเป็นผู้นำสมาร์ทโฟน 5G ปี 2020 แบรนด์เดียวที่ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของคนไทย

Published

on

By

นายสุพัฒน์ ลายระยะพงศ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ตลาดสมาร์ทโฟน 5G ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับการต่อยอดประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นอย่างเท่าเทียมกันด้วยการการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ในทุกเซกเมนต์เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นลักชูรี แฟลกชิป สมาร์ทโฟนระดับกลาง และล่าสุดนี้ได้เปิดตัว Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับความเร็วแรงเต็มพิกัดบนเครือข่าย 5G ที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การสตรีมคอนเทนต์ เล่นเกม ไปจนถึงการดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็วทันใจกว่าเคย

เปิดมุมมองของหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนคนสำคัญ สุพัฒน์ ลายระยะพงศ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ที่ทำให้ซัมซุงประเทศไทยครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งสมาร์ทโฟน 5G พร้อมมีครบทุกระดับราคาเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุดในประเทศ

“ซัมซุงอยู่ในฐานะของผู้นำของตลาดสมาร์ทโฟน 5G ตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5G เชิงพาณิชย์รุ่นแรกในประเทศไทย ได้แก่ Galaxy S20 Ultra 5G  เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และยังคงครองความเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ด้วยความหลากหลายของสมาร์ทโฟนที่มีครบทุกระดับราคาเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน โดยในปีนี้ซัมซุงได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G มากถึง 5 รุ่น ตั้งแต่กลุ่มลักชูรี่สมาร์ทโฟนอย่าง Galaxy Z Fold 2 แฟลกชิปสมาร์ทโฟนอย่าง Galaxy S20 Ultra 5G และ Galaxy Note20 Series ที่รองรับ 5G ซึ่งกลายเป็นสินค้าที่ได้รับการตอบรับจากตลาดดีที่สุด ยังมีสมาร์ทโฟนระดับกลางอย่าง Galaxy A71 5G รวมถึงล่าสุดกับการเปิดตัว Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี 5G ประสิทธิภาพสูง ในราคาเข้าถึงง่ายที่สุดเพียง 11,990 บาท รวมถึงรุ่นอื่นที่จะตามมาอีกในอนาคตอันใกล้ เรียกได้ว่าครบทุกความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง”

ขับเคลื่อนสมาร์ทโฟน 5G คว้าส่วนแบ่งตลาดกว่า 50%

“ปัจจุบันซัมซุงมีส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของสมาร์ทโฟน 5G ทั้งหมดในประเทศไทย พร้อมคาดการณ์ว่าภายในระยะเวลา 5 ปีต่อไป ปริมาณการขายสมาร์ทโฟน 5G จะเติบโตขึ้นถึง 30 เท่าเมื่อเทียบตัวเลขปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น 50 เปอร์เซ็นต์ของสมาร์ทโฟนในตลาดประเทศไทยจะถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องที่รองรับ 5G อีกด้วย”

เหตุผลของการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญดังกล่าวมาจากรูปแบบเศรษฐกิจมหภาคที่รัฐบาลและผู้ให้บริการเครือข่ายมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อให้คนไทยได้รับประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยปัจจุบันนี้ เครือข่ายสัญญาณ 5G มีให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล พร้อมกำลังเดินหน้าขยายไปสู่หัวเมืองและจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยซัมซุงได้เตรียมความพร้อมร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทุกรายเพื่อให้การส่งมอบเครื่องแก่ลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่น

โดดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ พร้อมประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟน

สุพัฒน์ ยังได้เผยถึงกลยุทธ์ต่ออีกว่า “ซัมซุงมีวิธีคิดด้านการทำงานที่แตกต่าง เราเชื่อว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทั้งระดับแฟลกชิปหรือระดับกลาง คุณภาพฮาร์ดแวร์ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ชิปเซ็ต หน้าจอ และแบตเตอรี่ที่เรียกได้ว่าเป็น Best in Class ในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนามาจากศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุง (Samsung Advanced Institute of Technology) ซึ่งเมื่อผสานกับเทคโนโลยี 5G จะทำให้สมาร์ทโฟนซัมซุง
ทุกเครื่องสามารถเป็น AI ที่เรียนรู้และประมวลผลตามพฤติกรรมของผู้ใช้ พร้อมพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนมากยิ่งขึ้น”

ไม่เพียงเท่านั้น ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ผ่าน Samsung Experience Store กว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นจำนวนสมาร์ทโฟนแบรนด์ช้อปที่มากที่สุดในประเทศไทย โดยลูกค้าสามารถเข้าไปทดลองอุปกรณ์ที่สนใจพร้อมมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด รวมถึงเมื่อลูกค้าได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ซัมซุงแล้ว ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์พิเศษในการใช้ YouTube Premium และบริการจาก Samsung Galaxy Gift ฟรี อีกทั้งเมื่อลูกค้าใช้งานในระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไปก็จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้ออุปกรณ์เสริมต่าง รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากผู้ให้บริการเครือข่ายและพาร์ทเนอร์ของซัมซุง

ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค

จากความต้องการที่หลากหลายและแตกต่างของผู้บริโภคในประเทศไทย ทำให้สมาร์ทโฟน 5G ที่ลูกค้าสนใจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะที่รุ่นแฟลกชิปเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีราคาเข้าถึงง่าย ซึ่งจากการที่การใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและกำลังขยายพื้นที่ให้บริการจากในกรุงเทพฯ ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทำให้ซัมซุงต้องทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5G ทันทีที่ผู้ให้บริการเครือข่ายรายนั้นเข้าไปติดตั้งสัญญาณ

“จากประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้ใช้สมาร์ทโฟน 5G ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานคนอื่นยินดีที่จะเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน 5G กันมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้ซัมซุงรวมถึงผู้ให้บริการเครือข่าย ภาครัฐและพาร์ทเนอร์ทุกราย ได้ร่วมมือกันในการให้ข้อมูลกับประชาชนถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจาก 4G ไปยัง 5G พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง เพื่อให้ผู้ใช้ได้เห็นถึงประโยชน์ของ 5G อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง การใช้ 4G จะสามารถดาวน์โหลดได้เฉลี่ย 150 เมกะบิตต่อ 1 วินาที แต่สัญญาณ 5G จะทำให้ดาวน์โหลดได้เร็วมากกว่าสูงสุดถึง 1 กิกะบิตต่อ 1 วินาที (หรือโดยเฉลี่ย 500 เมกะบิตต่อ 1 วินาที สำหรับความเร็วประทศไทยปัจจุบัน) ทำให้ไม่มีอาการติดขัดหรือกระตุกเมื่อต้องเชื่อมต่อเครื่องมือสื่อสารจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน” สุพัฒน์ กล่าว

เดินหน้าสานต่อภารกิจ 5G สู่อนาคต

“เราคาดหวังว่าในปี 2021 สมาร์ทโฟน 5G ของซัมซุงจะเติบโตขึ้นจากปีนี้ถึง 10 เท่าทั้งในเชิงมูลค่าและปริมาณ พร้อมกับยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งไว้ได้โดยทิ้งห่างจากคู่แข่งแบบนี้ต่อไป เพราะเราเห็นแล้วว่าในปีนี้ ลูกค้าจำนวนถึง 2 ใน 3 เปลี่ยนมาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ดังนั้นหลังจากนี้ซัมซุงก็ยังมีความตั้งใจที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มมีประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดบนสมาร์ทโฟน 5G ของซัมซุง” ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสมาร์ทโฟน 5G ทั้ง 5 รุ่นจากซัมซุง ที่รวมถึงรุ่นที่เปิดตัวล่าสุดอย่าง Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟนสายพันธุ์สปีด แรงทุกสเปค ที่วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 6,490 บาท[1] สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ Samsung Experience Store, Samsung Online Store และผู้ให้บริการเครือข่าย หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-a/galaxy-a42-5g-black-8-gb-sm-a426bzkhthl/

[1] ราคาเริ่มต้นเมื่อซื้อแพคเกจร่วมกับโอเปอเรเตอร์

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

Xiaomi เปิดตัว Mi Store รวมสินค้านวัตกรรมสุดล้ำ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Published

on

By

เสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมรุกตลาดประเทศไทย ประเดิมด้วยการเปิด Mi Store สาขาใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร หวังสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าชาวไทยสำหรับการทดลองสินค้าและการรับบริการ จัดเต็มโปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาใหม่ด้วยส่วนลดสูงถึง 50%

เพื่อฉลองการเปิด Mi Store สาขาใหม่ เสียวหมี่ขอมอบโปรโมชั่นให้แก่ลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่ Mi Store ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ดังนี้

สินค้าครึ่งราคาในช่วงนาทีทอง (Flash Sale Promotion) ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563

ซื้อสินค้าในราคาเพียงครึ่งเดียว สำหรับสินค้าที่จัดรายการในแต่ละรอบ ได้แก่

เวลาสินค้าราคาพิเศษ (บาท)ราคาปกติ (บาท)จำนวนของสมนาคุณ (เครื่อง)
14.00 น.เครื่องดูดฝุ่น Mi Handheld Vacuum Cleaner 1C3,5006,99933
16.00 น.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mi Robot Vacuum-Mop Essential2,5004,99933
18.00 น.เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 3H2,5004,99933
ตั้งแต่ 10.00 เป็นต้นไปสายรัดข้อมืออัจฉริยะ Mi Smart Band 53331,190333

หมายเหตุ* จำกัดสิทธิ์การซื้อเพียงท่านละ 1 ชิ้นต่อสินค้าเท่านั้น

ส่วนลดพิเศษ (Special Deal) ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม 2563

รับส่วนลด 10% สำหรับการซื้อสินค้าต่างๆภายในร้าน Mi Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ยกเว้นสินค้าในกลุ่ม สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอช และสกู๊ตเตอร์ 

นอกจากนี้ พิเศษ! สำหรับ 100 ท่านแรกที่ซื้อสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนในระหว่างช่วงวันนี้ จะได้รับ Bluetooth speaker มูลค่า 590 บาท ฟรี 

ของสมนาคุณพิเศษ (Special Gift) ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ไปจนกว่าของสมนาคุณจะหมด

รับของสมนาคุณพิเศษเมื่อมียอดใช้จ่ายต่อ 1 ใบเสร็จ ตามด้านล่าง

ยอดใช้จ่ายต่อ 1 ใบเสร็จ (บาท)ของสมนาคุณจำนวนของสมนาคุณ (เครื่อง)
1,000หมอนรองคอรูปตัวยู20
1,500กระเป๋า Mi Casual Daypack20
2,500หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earbuds Basic10
4,000สายรัดข้อมืออัจฉริยะ Mi Smart Band 410
6,000หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earphones Lite10
20,000เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2C3

Mi Store ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้รับการออกแบบและตกแต่งให้กว้างขวางเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการเลือกซื้อและทดลองสินค้าเสียวหมี่ โดยมีทั้งโซนผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ AIoT รวมถึงการนำสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่หรือได้รับการออกแบบพิเศษมาจัดแสดงให้ได้สัมผัสอีกด้วย เช่น สมาร์ททีวีโปร่งใสรุ่นแรกของโลก Mi TV LUX OLED Transparent Edition สมาร์ทโฟน Mi 10 Lite Doraemon Edition เป็นต้น   

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

OPPO ประกาศใช้งานระบบปฏิบัติการ ColorOS 11 Official Version บน OPPO A93 ในประเทศไทย

Published

on

By

  • OPPO A93 ได้รับการอัปเดตอย่างเป็นทางการ
  • สมาร์ทโฟนออปโป้ทั้ง 3 รุ่น รวมถึง OPPO A93 จะพร้อมอัปเดตเป็นชุดแรกภายในเดือนนี้
  • OPPO จะสามารถเปิดตัว official version ได้ภายในระยะเวลาสองเดือน พร้อมแก้ไขข้อบกพร่องสำคัญๆ เพื่อให้ครอบคลุมจำนวนผู้ใช้งานได้มากที่สุด

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา OPPO ได้ปล่อยการอัปเดต ColorOS 11 Official Version บน OPPO Find X2 Series ครั้งนี้ OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศเปิดตัวการใช้งานระบบปฏิบัติการ ColorOs 11 Official Version (บน Android 11) บน OPPO A93 ในประเทศไทย โดยไม่นานมานี้ทางแบรนด์ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการณ์ ColorOS 11 ทั่วโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบปฎิบัติการ OS บน Android 11 เป็นครั้งแรก ทั้งนี้บริษัทจะสามารถปล่อย Official Version        ที่คงความเสถียรมากยิ่งขึ้นภายในระยะเวลาเพียงสองเดือนเท่านั้น

อีกขั้นของการปรับแต่ง UI เพื่อปลดปล่อยที่สุดแห่งตัวตนในสไตล์ที่เป็นคุณ

ColorOS 11 มาพร้อมแนวคิด “Make Life Flow” ที่คงฟีเจอร์ยอดนิยมของ Android ไว้ได้อย่างครบครัน ในขณะเดียวกันยังมีการปรับแต่ง UI ที่หลากหลายมากขึ้นในแบบที่ผู้ใช้งาน OPPO ต้องการ โดยมีการปรับแต่ง UI ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้ปลดปล่อยจินตนาการและสร้างสรรค์ประสบการณ์ในแบบที่เป็นคุณ

โดยผู้ใช้สามารถสร้าง Always-On Display, ธีม, โทนสี และภาพพื้นหลัง ตลอดจนแบบรูปแบบตัวอักษร ไอคอน และเสียงเรียกเข้าของตนเองได้ นอกจากนี้ ColorOS 11 ยังปรับปรุง Dark Mode ของ Android ด้วยโทนสีสามแบบพร้อมสามารถปรับระดับความคอนทราสต์ได้ ในขณะเดียวกัน OPPO Relax 2.0  ยังสามารถให้ผู้ใช้สร้างเสียง White noise ของตัวเองได้ พร้อมกับนำเสนอคอลเล็กชันเสียงที่สมจริงและน่าทึ่งจากเมืองต่างๆ ทั่วโลก

OPPO ยังกล่าวถึงการอัปเดต Official Version อีกว่า “ColorOS 11 ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้และนักพัฒนาอย่างดีเยี่ยม นับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนกันยายน เราได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีม Android ในการประเมินข้อมูลนำเข้าและข้อบกพร่องต่างๆ ในการเปิดตัว Official Version นี้จากผู้ใช้งานจริงหลายพันคนทั่วโลก และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทย”

พร้อมให้คุณ “สนุกทุกโมเมนต์” ไปกับ OPPO A93

OPPO A93 ได้เปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยนำเสนอฟีเจอร์การถ่ายภาพพอร์ทเทรตด้วย AI อันล้ำสมัย  ที่บรรจุอยู่ในตัวเครื่องของสมาร์ทโฟนสุดเพรียวบาง พร้อมด้วยฟังก์ชันที่จะช่วยให้ชีวิตง่าย คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

พร้อมแล้ว ที่จะขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการณ์ ColorOS 11 ใหม่ ใน Android 11 เพื่อให้ผู้ใช้ OPPO A93 เต็มอิ่มกับสุดยอดประสบการณ์การใช้งานที่ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จไว หรือรวมไปถึงการปรับแต่งในด้านอื่นๆ

วิธีการอัปเดต ColorOS 11 official version

สำหรับผู้ใช้ OPPO A93 ในประเทศไทย สามารถอัปเดตได้ 2 วิธี ดังนี้

ตั้งค่า >> อัปเดตซอฟต์แวร์ >> ตรวจสอบเวอร์ชั่นล่าสุด รอจนกระทั่งมีการแจ้งเตือนเพื่ออัปเดต

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured4 วัน ago

เปิดตัว 3BB GIGATV จัดหนัก เน็ตบ้านพร้อมกล่องดูทีวี อัดแน่นคอนเทนต์ พร้อมชูฟีเจอร์เด่นครั้งแรกในไทย

3BB  เปิดตัวบริ...

realme 7 5G review realme 7 5G review
Featured5 วัน ago

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาจับต้องได้

รีวิว realme 7 5G สม...

Featured1 สัปดาห์ ago

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking
Apple News1 สัปดาห์ ago

ซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่าดีอย่างไร แถมยังได้ส่วนลดเป็นหมื่นที่ Power Buy

เปิด Pre Booking แล้...

Apple News1 สัปดาห์ ago

iPhone 12 สมาร์ทโฟนขุมพลังแรงสุด พร้อมใช้บนเครือข่าย AIS 5G เร็วแรงระดับกิกะบิต พร้อมโปรสุดคุ้มลดสูงสุด 17,400 บาท ผ่อนนาน 24 เดือน

หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ห...

Advertisement

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง