รีวิว ASUS Zenbook DUO (2026) โน้ตบุ๊กหน้าจอคู่รุ่นใหม่ประจำปี 2026 รอบนี้มีการอัปเกรดขึ้นมาหลายจุด ทั้งหน้าจอ 14″ คู่ ASUS Lumina Pro OLED คู่ที่มี Refresh rate ลื่นขึ้นเป็น 144Hz แบบสัมผัส, ได้ขุมพลังใหม่ Intel Core Ultra X7 Series 3, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 18 ชม. และดีไซน์ที่กะทัดรัดขึ้น พกพาได้สะดวกกว่าเดิม วัสดุ Ceraluminum ตั้งแต่บานพับ ขาตั้ง ไปจนถึงหน้าจอ สร้างมาตรฐานใหม่ด้านความทนทานสำหรับโน้ตบุ๊กพกพาไปอีกขั้น

รีเฟรชมาใหม่ได้น่าสนใจซะขนาดนี้ ใช้งานจริงเป็นอย่างไร ดีไซน์ใหม่นี่สวยขึ้น พกพาง่ายกว่าเดิมแค่ไหน ติดตามได้ใน รีวิว ASUS Zenbook DUO (2026) รุ่นนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ!
สรุปสเปค ASUS Zenbook DUO (2026)
- ขนาดตัวเครื่อง 31.01 x 20.86 x 1.96 ~ 2.34 ซม.
- น้ำหนัก 1.65 กก.
- หน้าจอ OLED 14″ คู่ อัตราส่วน 16:10
- ความละเอียด 3K (2880 x 1800),รองรับ DCI-P3 color gamut 100%, VESA CERTIFIED Display HDR True Black 1000, 1.07 พันล้านสี, ความสว่างสูงสุด 1000nits
- refresh rate 144Hz
- หน่วยประมวลผล Intel Core Ultra X7 358H, Up to 4.8GHz, 16 Cores, 16 Thread
- Qualcomm® Hexagon™ NPU up to 80TOPS
- กราฟิก Intel Arc
- RAM 32GB LPDDR5X
- Storage 512GB M.2 NVMe PCIe 4.0 SSD
- แบตเตอรี่: 99WHrs
- กล้อง FHD
- พอร์ตการเชื่อมต่อ
- Thunderbolt 4 x 2
- USB-A 3.2 Gen 2 x 1
- HDMI 2.1 FRL x 1
- พอร์ตหูฟังและไมโครโฟนขนาด 3.5 มม. แจ็ค 2-in-1 x 1
- การเชื่อมต่อ Wi-Fi 7(802.11be) (Triple-band) 2×2 + Bluetooth 5.4 Wireless Card
- ระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home
- สีสัน Moher Gray

ดีไซน์ที่เรียบหรู ในขนาดที่กะทัดรัดขึ้น
เริ่มต้นที่ดีไซน์กันก่อนเลยเนอะ ASUS Zenbook DUO (2026) มาพร้อมตัวเครื่องสีเทา Moher Gray ที่ได้ความเรียบหรู และความทางการ แต่ปีนี้จะเน้นไปที่ความเรียบง่ายที่มากขึ้นไม่เพิ่มลวดลายมาเกินจำเป็น ที่ฝาหลังจะมีเพียงโลโก้ ASUS Zenbook แบบ minimal ที่เข้าถึงได้ง่าย



และตัวเครื่อง ASUS Zenbook DUO (2026) ยังมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 5% ช่วยลดพื้นที่เวลาพกพาและกางใช้งานได้อีก ส่วนน้ำหนักเมื่อรวมตัวคีย์บอร์ดเข้าไป จะยังอยู่ที่ 1.65 กก. ถือว่าเป็นน้ำหนักที่พกพาได้สะดวก ติดกระเป๋าเป้ไปได้แบบพอดิบดี แต่ในแง่การใช้สอยคือมากมายเลยล่ะ

ตัวบานพับของ ASUS Zenbook DUO (2026) ก็ได้รับการออกแบบใหม่ เป็นแบบซ่อนรูป ช่วยให้หน้าจอคู่ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ไร้รอยต่อและราบรื่นในทุกที่ และยังสามารถกางวางราบได้สนิทแล้วด้วย ถือว่าเป็นปรับปรุงในเรื่องดีไซน์ที่ลงตัวขึ้นจริง ๆ


แต่เห็นหรูแบบนี้ ความทนทาน Zenbook DUO (2026) ก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะใช้วัสดุพิเศษ Ceraluminum ที่ ASUS คิดค้นขึ้น เป็นนวัตกรรมแรกในอุตสาหกรรมผ่านการพัฒนาเพื่อให้ได้สี ความแข็งแรง และผิวสัมผัสที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่ทิ้งคราบรอยนิ้วมือ และยังเช็ดทำความสะอาดก็ง่ายมากอีกด้วย

หน้าจอ OLED 14″ คู่ แบบสัมผัสลื่นไหลระดับ 144Hz
ที่หน้าจอก็ยังคงเป็นจุดเด่นของ ASUS Zenbook DUO (2026) เหมือนรุ่นก่อน ๆ ด้วยหน้าจอสัมผัส Lumina OLED ความละเอียด 3K อันน่าทึ่งถึงสองหน้าจอ การแสดงผลสวยงามคมชัดแบบสุด ๆ รองรับความสว่างสูงสุด 1000nits พร้อม DCI-P3 color gamut, VESA Display HDR 1000 True Black สีดำสนิท

และอย่างที่บอกไปว่าตัวบานพับใหม่นี้ ช่วยลดขอบหน้าจอสีดำให้บางลงถึง 70% ทำให้ 2 หน้าจอมีความไร้รอยต่อมากขึ้น เวลาใช้งานพร้อมกันก็จะรู้สึกว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกว่าเดิม หรือจะแบ่งหน้าจอทำงาน ก็ไม่รู้สึกความแยกส่วนเท่ากับรุ่นก่อน ๆ ด้วย แถมตัวหน้าจอยังได้ฟีเจอร์ Anti-Reflection ลดแสงสะท้อนเพิ่มเติมมาด้วย
มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์

ทั้ง 2 หน้าจอยังคงรองรับการสัมผัสเหมือนเดิม แต่มีการอัปเกรดเรื่อง Refresh rate ใหม่ ให้รองรับสูงสุดถึง 144Hz ช่วยให้เวลาเราเบราว์เว็บไซต์ หรือจะใช้งานคู่กับปากกา Stylus ก็จะได้ความลื่นไหล สมูทยิ่งขึ้นอย่างชัดเจนเลยล่ะ

มีคีย์บอร์ด Bluetooth แบบแม่เหล็กมาให้ในตัว
แม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมหน้าจอ OLED คู่ แต่ในบางสถานการณ์ถ้าเราอยากใช้งานง่าย ๆ เพียงแค่จอเดียว ร่วมกับตัวคีย์บอร์ดแบบจริง ๆ ASUS ก็มีคีย์บอร์ด Bluetooth มาให้เลยด้วย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับตัวหน้าจอส่วนล่างผ่านพอร์ต POGO PIN และแม่เหล็ก ทำให้เราสามารถใช้งาน Zenbook DUO (2026) นี้เป็นโน้ตบุ๊กปกติได้ด้วย



แล้วถึงจะบอกว่าเป็นคีย์บอร์ด Bluebooth แต่บอกเลยว่า งานดีมาก เหมือนคีย์บอร์ดที่อยู่บนโน้ตบุ๊กของ ASUS หลาย ๆ รุ่นเลย มีการวางตำแหน่งของปุ่มกดได้ดี มีไฟ Backlit ในตัว รวมถึง Touchpad ที่มีขนาดใหญ่ ใช้งานรูปแบบ Multi-touch และ ASUS Smart Gesture ได้อย่างลื่นไหลอีกต่างหาก


ซึ่งความหนาของคีย์บอร์ดนี้จะเพิ่มขึ้นมาจากตัวเครื่องนิดหน่อย แต่ถ้าแลกมากับการใช้งานได้เหมือนกับคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กจริง ๆ ก็ถือว่ารับได้เลยล่ะครับ

หรือถ้าไม่อยากได้ความหนานัก ชอบการควบคุมแบบสัมผัสหน้าจอไปเลย ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ On-screen Keyboard mode ใช้หน้าส่วนล่างเป็นคีย์บอร์ดเสมือนได้เช่นกัน

ขาตั้งในตัวก็มีด้วย
ไม่ใช่แค่คีย์บอร์ดเสริมที่มีมาให้ในตัวเท่านั้น เพราะ ASUS Zenbook DUO (2026) ก็ยังมีขาตั้งในตัวมาให้ด้วย ช่วยให้เรายกเครื่องขึ้นตั้งได้แบบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ แล้ว ปรับองศาได้ตั้งแต่ 40 – 70 องศา และเห็นบาง ๆ แบบนี้ แต่ ASUS เคลมว่าทนทานมากนะ รองรับแรงกดได้ถึง 15 กก. และผ่านการทดสอบเปิด-ปิดมาแล้วว่า 40,000 ครั้งด้วย

พอมีขาตั้งแบบนี้ ก็เหมาะมากกับการกางหน้าจอขึ้นมาเพื่อแสดงผลแบบเต็มตา แล้วแยกเอาคีย์บอร์ดไร้สายออกมาเพื่อสั่งงานผ่าน Touchpad หรือพิมพ์เพิ่มเติมเนาะ

ปรับการใช้งานได้มากถึง 5 โหมด
ซึ่งจริง ๆ แล้ว ASUS ก็นำเสนอการใช้งานของ Zenbook DUO ไว้มากถึง 5 โหมด ไม่ว่าจะเป็น Laptop mode, Dual Screen Mode, Dual Screen Mode พร้อมคีย์บอร์ด, Desktop Mode หรือ Sharing Mode ด้วยดีไซน์หน้าจอคู่ที่อเนกประสงค์ของ DUO ช่วยให้เรามีพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่และสลับโหมดการใช้งานอันเป็นเอกลักษณ์ให้เข้ากับเวิร์กโฟลว์ได้อย่างง่ายดาย พร้อมฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งช่วยให้การใช้งานสองหน้าจอเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและไม่ยุ่งยากเลยล่ะครับ





พอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครัน
เห็นตัวเครื่องดูมีลูกเล่นในการปรับโหมดหลากหลายแบบนี้ ในแง่ของพอร์ตการเชื่อมต่อก็ให้มาหลากหลาย พร้อมใช้งานเช่นกัน แบ่งเป็น ด้านขวาไล่จากซ้ายไปขวา มีปุ่ม Power (เปิด-ปิดเครื่อง), พอร์ต Thunderbolt 4 (USB-C) 1 พอร์ต และพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2 อีกพอร์ต

ส่วนฝั่งซ้ายมือก็จะมีพอร์ต HDMI 2.1, พอร์ต Thunderbolt 4 (USB-C) อีกพอร์ต และช่องหูฟัง 3.5 มม.แบบ Audio Combo jack มาเลย ซึ่งตัวพอร์ต Thunderbolt 4 นี้จะรองรับทั้งการชาร์จความเร็วสูงรวมถึงการต่อออกจอนอกทั้งคู่ ที่ความละเอียดสูงสุด 4K/60Hz หรือจะแยกเป็นจอเดียวได้สูงสุด 8K/60Hz 1 จอก็ได้เช่นกัน

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ ASUS Zenbook DUO (2026) ก็ทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ คอนเซ็ปต์เดิมที่ตั้งใจไว้ว่าเป็นโน้ตบุ๊ก 2 หน้าจอ ทำงานได้อย่างราบรื่น มีอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดและขาตั้งในตัว ยังอยู่ครบหมด แต่ปรับปรุงให้ลงตัวขึ้น ทั้งขนาดที่เล็กลง 5% กะทัดรัดขึ้น ใช้บานพับที่ออกแบบใหม่หมด ลดช่องว่างของตัวหน้าจอลงถึง 70% แถมยังอัปเกรดสเปคหน้าจอได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสว่างสูงสุดถึง 1000nits หรือจะเป็น Refresh rate 144Hz อีกต่างหากครับ

ประสิทธิภาพระดับสูงด้วย ขุมพลัง Intel Core Ultra X7
สำหรับขุมพลังภายใน ASUS Zenbook DUO (2026) เครื่องที่เราได้มารีวิว ก็ได้ CPU Intel Core Ultra X7 358H แบบ 16-Core, 16-Thread ที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 4.8GHz พร้อม NPU ทรงพลัง ช่วยให้การทำงานร่วมกับ AI เช่น การตัดต่อวิดีโออัจฉริยะ หรือการจัดการไฟล์งานซับซ้อนทำได้รวดเร็วและประหยัดพลังงานขึ้น

ส่วนเรื่องกราฟิก ASUS Zenbook DUO (2026) ก็ได้ Intel Arc Graphics ให้ประสิทธิภาพที่โดดเด่น ระดับใกล้เคียงการ์ดจอแยก นอกจากนี้หน่วยความจำยังมาพร้อม RAM LPDDR5X 32GB หน่วยเก็บข้อมูลความจุ 512GB M.2 NVMe PCIe 4.0 SSD จัดเต็มกันไปเลย

เพื่อให้เห็นประสิทธิภาพคร่าว ๆ ของชิป ASUS Zenbook DUO (2026) เครื่องนี้ เราก็มีผลทดสอบจากแอป Benchmark หลายตัวมาให้ดูกันสักหน่อย ดังนี้ครับ



Multi Core 18621

Multi Threads 3559 | Single Thread 501


เป็น Copilot+ PC รองรับการทำงาน AI จัดเต็ม
ASUS Zenbook DUO (2026) เป็นอีกรุ่นที่ให้สเปคมาครบเครื่อง จนได้การันตีเป็น Copilot+ PC รองรับการทำงานด้วยฟีเจอร์ AI อย่างหลากหลาย อาทิ

- สรุปเนื้อหาบทสนทนา, การประชุม และช่วยโต้ตอบบทสนทนาได้ทันทีด้วย Copilot
- Live Caption เปิดวีดีโอ หรือ Youtube แล้วกด Ctrl + Win key + L (NPU ทำงาน เปิดดูได้จาก Task Manager ทาง Microsoft แจ้งว่า สามารถใช้งานแบบ offline ได้)
- Cocreator เปลี่ยนภาพร่างใน Paint ให้เป็นงานศิลปะได้ในเรียลไทม์
- ความเป็นส่วนตัวระดับสูง (Windows Hello IR camera (ปลดล๊อกหน้าจออย่ารวดเร็ว), adaptive dimming (กล้อง AI จะติดตามการเคลื่อนไหวและปรับแสงอัตโนมัติเมื่อไม่ได้อยู่หน้าโน้ตบุ๊ก)
- Software AI ใหม่ ASUS StoryCube ช่วยจัดการข้อมูลดิจิทัล ภาพถ่าย และวีดีโอไฟล์ ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการไฟล์
รัน Windows 11 Home พร้อม Microsoft 365 Basic
ด้านซอฟต์แวร์ ASUS Zenbook DUO (2026) จะได้ Windows 11 Home พร้อมโปรแกรมที่ช่วยจัดการตัวเครื่องอย่าง MyASUS ที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทํางาน เพิ่มประสิทธิภาพ หรือคอลเล็กชันแอปและเครื่องมือ ASUS ที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยให้เราจัดการตัวเครื่องได้ง่ายขึ้นจากแอปเดียวก็มีมาให้ใช้เช่นเดียวกันครับ

ส่วนฟีเจอร์ AI ทาง ASUS ก็มี OMNI แอปพลิเคชัน AI บอทอัจฉริยะที่จะมาช่วยจัดการระบบภายใน ทั้ง แจ้งเตือนข้อมูลของระบบ, ใส่ Promp สั่งงานเพิ่มเติม และมอบฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมายด้วย

และพิเศษสำหรับสายทำงานที่ต้องการใช้งาน Microsoft Office ASUS ก็ให้ Microsoft 365 Basic ฟรี 12 เดือน ให้ใช้งาน Outlook แบบไม่มีโฆษณาและเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ขนาด 100 GB พร้อมการป้องกันแรนซัมแวร์สำหรับรูปถ่ายและไฟล์ให้ด้วย

แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน แม้มีหน้าจอคู่
ด้านแบตเตอรี่ ASUS Zenbook DUO (2026) ก็โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่คู่ ความจุเยอะถึง 99Wh ที่เคลมว่าสามารถเบราว์เว็บไซต์ได้สูงสุด 18 ชม.สำหรับการใช้งานหน้าจอเดียว หรือถ้าเปิด 2 จอทำงานจัดเต็ม ก็ยังใช้ได้ถึง 12 ชม.เลยด้วย

ส่วนระบบชาร์จ ASUS Zenbook DUO (2026) ก็ยังรองรับชาร์จเร็วสูงสุด 100W ซึ่งในกล่องก็มีอะแดปเตอร์ติดมาให้ในกล่องด้วย แต่ถ้าไม่สะดวกจะพกไป มีพวกที่ชาร์จ PD ความเร็วสูงอยู่แล้ว ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้ด้วย

วางจำหน่ายแล้ววันนี้
ASUS Zenbook DUO (2026) เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้
- รุ่น CPU Intel Core Ultra X7 (UX8407AA-SN749WA) เปิดราคามาที่ 99,990 บาท

สรุปแล้ว “นี่คือโน้ตบุ๊กหน้าจอคู่ ที่จะมอบประสบการณ์การทำงานขั้นสุด ในขนาดที่พกพาสะดวกสุด ๆ”
สรุปแล้ว ASUS Zenbook DUO (2026) ก็ถือเป็นโน้ตบุ๊กหน้าจอคู่รุ่นใหม่ ที่คงคอนเซ็ปต์การใช้งานที่หลากหลาย ด้วยหน้าจอ OLED 14″ 144Hz คุณภาพสูง 2 จอ ที่สามารถปรับรูปแบบได้ถึง 5 โหมด สเปคภายในที่ทรงพลังอย่าง CPU Intel Core Ultra X7 358H หน่วยความจำระดับสูง RAM LPDDR5X และ M.2 NVMe PCIe 4.0 SSD แต่มาในขนาดที่กะทัดรัดขึ้น เหมาะพกพากว่าเดิม ช่วยให้เป็นเครื่องมือสำหรับงานทุกรูปแบบ และไปกับเราได้ทุกที ใครที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กที่มากความสามารถในงบไม่จำกัด เราว่า Zenbook DUO (2026) นี่เหมาะอย่างยิ่งเลยล่ะครับ!
