Connect with us

Featured

รีวิว Xiaomi Mi 9 SE กะทัดรัดพกพาง่าย ถ่ายภาพสวยอย่างมืออาชีพด้วย 3 กล้องหลัง AI

Published

on

Xiaomi Mi 9 SE สมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอเล็กกะทัดรัดด้วยขนาด 5.97 นิ้ว พกพาง่าย ถ่ายภาพสวยด้วย 3 กล้องหลังที่มีเทคโนโลยี AI และปลดล็อคหน้าจอได้รวดเร็วมากว่าเดิมเพียงแตะนิ้วลงบนหน้าจอ

Xiaomi Mi 9 SE review

สรุปสเปค Xiaomi Mi 9 SE

  • ราคาเปิดตัวเริ่มต้น 11,999 บาท (มิถุนายน 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 147.5 x 70.5 x 7.45 มิลลิเมตร
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 5.97 นิ้ว AMOLED ความคมชัด Full HD+ อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9
  • ระบบปฏิบัติการ MIUI 10 บน Android 9 Pie
  • ซีพียู Snapdragon 712
  • จีพียู Adreno 616
  • แรม 6GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 13 + 48 + 8 ล้านพิกเซล
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 มุมกว้าง 123 องศา
    • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล 4-in-1 Super Pixel รูรับแสง f/1.75 Sony IMX586
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล f/2.0 4-in-1 Super Pixel
  • แบตเตอรี่ 3070mAh Fast Charge 18W มีให้ในกล่อง
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

 

แกะกล่อง ดีไซน์ และหน้าจอแสดงผล

Xiaomi Mi 9 SE Unboxing

อุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ได้แก่ ตัวเครื่อง Mi 9 SE, เคส, อะแดปเตอร์ชาร์จด่วน, สาย USB Type-C, ตัวแปลงพอร์ต Type-C to 3.5mm, เข็มจิ้มถาดใส่ซิม และคู่มือการใช้งาน

 

Xiaomi Mi 9 SE review

Xiaomi Mi 9 SE เป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะมือเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งการดีไซน์ให้มีขนาดเล็กกะทัดนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกในการพกพา และจับใช้งานได้ถนัดมากกว่าเครื่องที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีความบางมากเพียง 7.45 มม. และน้ำหนักเบา ถือใช้งานได้นานมากขึ้น

 

Xiaomi Mi 9 SE review

หน้าจอของ Xiaomi Mi 9 SE มีขนาด 5.97 นิ้ว ถือว่าเป็นขนาดพอดีไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป โดยมีการขยายพื้นที่หน้าจอให้ชิดขอบทุกด้านจนแทบไม่เหลือขอบ เพื่อทำให้ขนาดตัวเครื่องเล็กให้ได้มากที่สุด

 

Xiaomi Mi 9 SE review

สำหรับกระจกหน้าจอป้องกันรอยเป็นกระจกที่มีขอบโค้ง 2.5D ทำให้ขอบไม่คมและกรอบตัวเครื่องที่ดีไซน์แบบโค้ง ทำให้เวลาจับใช้งานนั้นกระชับ ไม่หลุดมือ และที่สำคัญรู้สึกถึงความสบายมืออีกด้วย โดยแผงหน้าจอของรุ่นนี้เป็นแผง AMOLED ที่มีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูงมาก ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอมีสีสันที่สดใส และจากการใช้งานพบว่าหน้าจอสามารถสู้แสงได้ดีเลยทีเดียว มองเห็นชัดขณะใช้งานกลางแจ้ง

 

Xiaomi Mi 9 SE review

รอยบากหยดน้ำบริเวณขอบหน้าจอด้านบนเป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล โดยมีการซ่อนลำโพงไว้ระหว่างหน้าจอและกรอบตัวเครื่อง รวมไปถึงการซ่อนเซ็นเซอร์แสงด้วย ทำให้ด้านหน้าดูสะอาดตามากๆ

 

Xiaomi Mi 9 SE review

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือถูกฝังไว้ใต้กระจกหน้าจอแสดงผล สามารถแตะปลายนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อปลดล็อคได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งานเท่านั้น ยังช่วยให้ตัวเครื่องดูสวยโดยไม่ต้องมีปุ่มสแกนนิ้วมืออยู่ด้านหลังตัวเครื่อง

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ด้านหลังได้รับการดีไซน์ด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D และลงสีแบบ Holographic Spectrum สามารถสะท้อนออกมาได้หลายเฉดสีเมื่อมองจากมุมต่างๆ และมีเลนส์กล้อง 3 ตัวที่จัดเรียงกันในแนวตั้ง โดยกรอบเลนส์นูนขึ้นมาเหนือฝาหลังเล็กน้อย ซึ่งประดับด้วยกล้องความละเอียด 13 + 48 + 8 ล้านพิกเซล และมีไฟแฟลช Dual LED

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ขอบด้านล่างมีไมโครโฟน, พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และลำโพงตัวเครื่อง

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ขอบด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนและ IR Remote สำหรับใช้งานเป็นรีโมทคอนโทรลควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ เช่น ทีวี และแอร์ เป็นต้น

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ขอบด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ขอบด้านซ้ายมีช่องถาดใส่ซิมขนาด Nano SIM จำนวน 2 ช่อง

 

กล้องถ่ายรูป

Xiaomi Mi 9 SE review

Xiaomi Mi 9 SE มีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาเพื่อการถ่ายภาพอย่างมืออาชีพ โดยกล้อง AI ที่ให้ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล มาดูกันว่ากล้องของรุ่นนี้สามารถถ่ายภาพออกมาได้ดีขนาดไหน

 

Xiaomi Mi 9 SE review

กล้องหลังของ Xiaomi Mi 9 SE ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.75 สามารถเลือกปรับความละเอียดลงมาที่ 12 ล้านพิกเซลได้ โดยมีการใช้เทคโนโลยีการรวม 4 พิกเซลเข้าด้วยกัน ทำให้มีขนาดพิกเซลที่ใหญ่ขึ้นเป็น 1.6 ไมครอน เก็บแสงได้สว่างมากขึ้น ถ่ายภาพออกมาได้คมชัดทั้งกลางแจ้งและที่แสงน้อย

 

AI scene recognition ถ่ายภาพสวยด้วย AI

Xiaomi Mi 9 SE camera reviewXiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review

ในหน้าจอแอพกล้องจะมีปุ่ม AI เพื่อเปิดการใช้ AI scene Detection สำหรับตรวจจับฉากที่กำลังถ่ายแล้วทำการปรับค่ากล้องให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นๆ แบบอัตโนมัติ โดยจะมีไอคอนฉากต่างๆ ขึ้นมาบนหน้าจอขณะทำการถ่ายภาพ

 

Portrait Mode ถ่ายภาพบุคคลให้โดดเด่นมากขึ้น

Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review

Portrait Mode สำหรับการถ่ายภาพบุคคลนั้น จะเห็นว่า Xiaomi Mi 9 SE ทำออกมาได้ดีทีเดียว โดยสามารถตัดขอบระหว่างตัวแบบกับฉากหลังทำได้คมและเนียนมากๆ ซึ่งสามารถปรับความเบลอของฉากหลังได้ทั้งขณะทำการถ่ายหรือหลังจากถ่ายภาพไปแล้วก็ทำได้เช่นกัน โดยเราสามารถเลือกจุดโฟกัสใหม่ได้ด้วย อยากให้จุดไหนชัด และจุดไหนเบลอ ก็เลือกเองได้เลย

 

Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review

ภาพที่ถ่ายด้วย Portrait Mode สามารถเลือกแสงไฟ AI Studio Lighting ได้ด้วย ได้แก่ ธรรมชาติ ไฟเวที ภาพยนตร์ รุ้ง ผ้าม่าน จุด และแสงใบไม้ ซึ่งทุกเอฟเฟ็กต์สามารถใช้นิ้วลากเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งทิศทางของแสงได้ และแสงไฟแต่ละแบบก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

 

Ultra Wide Mode ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ

Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review

สำหรับเลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ 123 องศา ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ระยะใกล้แค่ไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องถอยหลังอีกต่อไป และได้มุมมองภาพที่ใกล้เคียงกับการถ่ายด้วยกล้องแอคชั่น

 

Night Mode ถ่ายภาพแสงน้อยและกลางคืน ไม่ใช้ขาตั้ง

Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review

โหมดภาพกลางคืนหรือ Night Mode ก็ทำออกมาได้ดีเลยสำหรับ Xiaomi Mi 9 SE โดยเป็นการถ่ายภาพหลายเฟรมแล้วนำทุกภาพมารวมเป็นภาพเดียว ทำให้เก็บแสงได้สว่างขึ้น และที่สำคัญไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

 

กล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล ใบหน้าสวยด้วย Beauty Function

Xiaomi Mi 9 SE camera review

นอกจากกล้อง 3 ตัว ที่ให้ความละเอียด 48 + 8 + 13 ล้านพิกเซลแล้ว Xiaomi Mi 9 SE ยังมีกล้องเซลฟี่ที่ให้ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และ Beauty Function ทำให้รูปภาพจากการถ่ายเซลฟี่มีความคมชัดสวยงาม มีฟีเจอร์เพิ่มความเป็นประกายให้ดวงตา และปรับแต่งใบหน้าได้ออกมาสวยงามอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี AI

 

Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review Xiaomi Mi 9 SE camera review

กล้องหน้ายังมี Portrait Mode สำหรับเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย ซึ่งซอฟต์แวร์กล้องในการทำทำเอฟเฟ็กต์โบ้เก้ทำออกมาได้ดีมากๆ ตัดขอบและเบลอฉากหลังได้เนียนมากๆ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Xiaomi Mi 9 SE review

Xiaomi Mi 9 SE รันระบบปฏิบัติการ MIUI 10 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ครอบทับอยู่บน Android 9 Pie โดยในเวอร์ชั่นนี้ได้รับการปรับปรุงให้สามารถทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นบนหน้าจอที่มีอัตราส่วนกว้าง และอินเตอร์ที่ดูเรียบง่าย ไอคอนแอพที่มีอิสระมากกว่าการเป็นไอคอนสี่เหลี่ยมแบบเดิมๆ

 

Xiaomi Mi 9 SE review

Xiaomi Mi 9 SE สามารถซ่อนปุ่มนำทางบนหน้าจอ แล้วเปลี่ยนไปใช้ท่าทางการสัมผัสแบบเต็มหน้าจอได้ เพื่อให้เห็นหน้าจอได้แบบเต็มๆ โดยไม่ต้องมีปุ่มมาบดบังบนหน้าจอ

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ในส่วนของ Quick Settings และ Notification จะใช้พื้นหลังสีขาวตัดกับสีฟ้า ในขณะที่เมนูการตั้งค่าตัวเครื่องมีการแบ่งหมวดหมู่การใช้งานให้ดูง่ายไม่ซับซ้อน และด้านการเชื่อมต่อรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รองรับ VoLTE, เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ac, Bluetooth, NFC และพอร์ต USB Type-C

 

Xiaomi Mi 9 SE review

หากเบื่อหน้าตาแบบเดิมๆ ก็มีระบบ Theme สำหรับให้ผู้ใช้งานเข้าไปดาวน์โหลดใช้งานเพื่อการปรับแต่งหน้าจอได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี

 

Xiaomi Mi 9 SE review

หน้าจอแสดงผลสามารถปรับโทนสีให้เหมาะการใช้งานในแต่ละช่วงเวลาได้ เช่น ความสว่างโหมดกลางคืน และอุณหภูมิโหมดกลางคืน หรือจะเลือกเปิดโหมดอ่านเพื่อให้หน้าจอเป็นโทนสีเหลืองอุ่น ให้ความรู้สบายตามากขึ้น

 

Xiaomi Mi 9 SE review

อัตราส่วนหน้าจอแสดงผล 19.5:9 ความคมชัดระดับ FullHD+ ทำให้การดูคอนเทนท์บนหน้าจอมีความคมชัด เป็นประโยชน์มากๆ เมื่อดูหน้าเว็บไซต์หรืออ่านบทความ ไม่ต้องเลื่อนหน้าจอบ่อยๆ และเมื่อดูหนังหรือวิดีโอก็จะได้มุมมองภาพแบบเต็มตามากยิ่งขึ้น รวมถึงการเล่นเกมก็จะได้มุมมองภาพในเกมได้กว้างมากขึ้นด้วย

 

Xiaomi Mi 9 SE review

หน้าจอของ Xiaomi Mi 9 SE ยังสามารถเลือกดูคลิปบน YouTube ในรูปแบบ HDR ความละเอียดสูงสุด 1080p @60fps ได้ด้วย ทำให้ได้ภาพที่สวยสดใสมากยิ่งขึ้น

 

Xiaomi Mi 9 SE review

Split Screen ฟีเจอร์การแบ่ง 2 หน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกัน 2 แอพ และสามารถลากที่เส้นแบ่งระหว่าง 2 หน้าจอเพื่อย่อหรือขยายขนาดหน้าจอได้ด้วย ซึ่งรองรับแอพยอดนิยมหลายตัว เช่น Facebook, WhatsApp, Twitter, LINE, YouTube เป็นต้น

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยโดยการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ จากการทดสอบใช้งานพบว่าทำงานได้รวดเร็วดี แตะเบาๆ ไม่ต้องกดหนักมากก็สามารถสแกนได้

 

Xiaomi Mi 9 SE review

นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มลูกเล่นโดยการเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์เวลาแตะนิ้วสแกนหน้าจอได้ด้วย

 

Xiaomi Mi 9 SE review

อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำหรับการปลดล็อคหน้าจอคือระบบ Face Unlock การปลดล็อคหน้าจอได้ด้วยใบหน้า เพียงกดเปิดหน้าจอแล้วยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาส่องที่ใบหน้าก็จะปลดล็อคได้ทันที ซึ่งการมีทั้ง 2 ฟีเจอร์นี้ถือว่าดีมากๆ เพราะบางสถานการณ์เราไม่สามารถปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือได้ก็ใช้ใบหน้าแทน ในทางกลับกันถ้าไม่สะดวกใช้ใบหน้าปลดล็อคก็แค่วางนิ้วมือเพื่อสแกน

 

Xiaomi Mi 9 SE review

Second Space หรือพื้นที่ทับซ้อน เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราสามารถแบ่งพื้นที่ตัวเครื่องออกจากการใช้งานพื้นที่ปกติได้ แยกออกจากกันไปเลย ไม่เกี่ยวข้องกัน นั่นก็หมายความว่าเราสามารถใช้งานได้เหมือนกับสมาร์ทโฟน 2 เครื่องแต่อยู่ในเครื่องเดียวกัน ซึ่งพื้นที่ที่แบ่งใช้งานใหม่นี้จะต้องใช้รหัสผ่านเพื่อยืนยันตัวตนในการเข้าใช้งาน และสามารถสลับไป-มา ระหว่างพื้นที่ปกติกับพื้นที่ที่สองได้

 

ประสิทธิภาพการทำงาน เล่นเกม และแบตเตอรี่

Xiaomi Mi 9 SE review

Xiaomi Mi 9 SE รันระบบปฏิบัติการ MIUI 10 บน Android 9 Pie เวอร์ชั่นล่าสุด ใช้ชิป Snapdragon 712 Octa-core 2.3GHz มาพร้อมจีพียู Adreno 616 และแรมขนาด 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB โดยผลการทดสอบ AnTuTu ซึ่งเป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรมและประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ทำคะแนนรวมได้ 177,500 คะแนน ระดับคะแนนถือว่าทำได้ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ Xiaomi Mi 9 SE ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,857 และ Multi-Core ทำได้ 5,890 คะแนน

 

Xiaomi Mi 9 SE review

Mi 9 SE มีฟีเจอร์สำหรับเร่งความเร็วในการเล่น ซึ่งเป็นการเตรียมซีพียูและหน่วยความจำแรมให้กับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ทำให้การเล่นเกมลื่นมากขึ้น

 

Xiaomi Mi 9 SE review Xiaomi Mi 9 SE review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุก

 

Xiaomi Mi 9 SE review Xiaomi Mi 9 SE review

ROV เกมมือถือที่ได้รับความนิยมมากๆ Xiaomi Mi 9 SE รองรับการเล่นในโหมดเฟรมเรตสูงและภาพในระดับ HD จากการทดสอบพบว่าเล่นได้ลื่นไหลดีตลอดทั้งเกม โดยเฟรมเรตที่ได้จะวิ่งอยู่ที่ 59-60fps ตลอดการเล่น ซึ่งนิ่งมากๆ ทำให้ภาพเกมดูลื่นไหล เล่นได้แบบชิวๆ และในช่วงเข้าทีมไฟต์ก็วิ่งไม่ต่ำกว่า 54fps เลย หมดปัญหาภาพกระโดดหรือกระตุกในช่วงเวลาสำคัญ และหน้าจอที่กว้างขึ้น ยังช่วยให้การเล่นเกมได้มุมมองที่กว้างมากขึ้น เห็นสภาพแวดล้อมหรือมีโอกาสในการเห็นศัตรูที่อยู่ริมขอบหน้าจอได้มากกว่าหน้าจอบนสมาร์ทโฟนทั่วไป ซึ่งก็เป็นจุดได้เปรียบที่ดีอย่างหนึ่งในการเล่นเกม

 

Xiaomi Mi 9 SE review

ทดสอบเล่นเกม Asphalt 9 : Legends เกมแข่งรถภาคใหม่ล่าสุดจาก Gameloft ที่มีการออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์เกมคอนโซลที่สมจริงและภาพกราฟิกที่สวยงามมากขึ้นด้วยเทคนิค HDR ก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ภาพสวยเต็มตามากๆ

 

Xiaomi Mi 9 SE review

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีความจุมากถึง 3070mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไป เปิดกล้องถ่ายรูปไปร้อยกว่ารูป เล่นเกมต่อเนื่องเป็นชั่วโมง และเล่นโซเชียลทั่วไป พบว่าผ่านไปประมาณครึ่งวันแบตยังเหลือ 55% ซึ่งถือว่าแบตอึดพอสมควร

 

Xiaomi Mi 9 SE Fast Charge

นอกจากนี้แล้ว Xiaomi Mi 9 SE ยังรองรับการชาร์จด่วน 18W ซึ่งแถมให้ในกล่องด้วย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม จากการทดสอบชาร์จ 16% ไปจนถึง 63% ใช้เวลาเพียง 30 นาที เท่านั้น ตอบโจทย์ในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือตื่นมาแล้วลืมชาร์จไว้เมื่อคืน ก็สามารถเสียบชาร์จแป๊บเดียวก็ได้แบตรวดเร็วมากขึ้น

สรุปจุดเด่น

  • Xiaomi Mi 9 SE เป็นสมาร์ทโฟนที่เล็กกระทัดรัด พกพาง่าย หน้าจอสีสันสดใส AMOLED และอัตราส่วนหน้าจอกว้าง 5:9
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MIUI 10 บน Android 9 Pie เวอร์ชั่นล่าสุด
  • ซีพียู Snapdragon 712 และแรม 6GB ใช้งานได้ลื่นไหล เล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้เต็มที่
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ 13 + 48 + 8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้ทุกสถานการณ์ ทั้งมุมกว้าง และกลางคืน
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล f/2.0 เซลฟี่ได้สวย เก็บรายละเอียดใบหน้าได้คมชัด
  • แบตเตอรี่ 3070mAh Fast Charge 18W มีให้ในกล่อง
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • มาพร้อมสายแปลงจาก USB-C เพื่อมาต่อเป็นช่องหูฟัง 5 มม.

ราคาและการจัดจำหน่าย

Xiaomi Mi 9 SE รุ่น RAM 6GB+128GB สี Piano Black และ Ocean Blue จะเริ่มเปิดให้จองอย่างเป็นทางการ (Pre-Order) ผ่านแอปพลิเคชัน Lazada ในวันที่ 17 – 21 มิถุนายน 2562 เวลา 00.00 ในราคาเริ่มต้นเพียง 11,999 บาท พร้อมรับฟรี ของแถมสุดพิเศษ Mi Compact Bluetooth Speaker 2 และ Mi Band 3 มูลค่ารวมกว่า 1,489 บาท ของมีจำนวนจำกัด

Featured

เปิดตัว 3BB GIGATV จัดหนัก เน็ตบ้านพร้อมกล่องดูทีวี อัดแน่นคอนเทนต์ พร้อมชูฟีเจอร์เด่นครั้งแรกในไทย

Published

on

By

3BB  เปิดตัวบริการ 3BB GIGATV  ชูคอนเซ็ปต์ “ความบันเทิงที่เข้าใจคนไทย” ครบทุกความบันเทิงระดับพรีเมียมกว่า 30 ช่อง ทั้งหนัง ซีรีส์ การ์ตูน กีฬา วาไรตี้ สารคดี และข่าว โดยร่วมมือแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ฝั่งฮอลลีวูดอย่าง HBO ทั้ง 6 ช่อง, กีฬา มวยปล้ำ WWE และ ตะกร้อ Thailand League , ช่องข่าวระดับโลก Bloomberg TV พร้อมช่องบันเทิงฝั่งเอเชียทั้งไทย จีน และเกาหลี อย่างจุใจ นอกจากนี้กล่อง 3BB GIGATV มาพร้อมบริการวิดีโอออนดีมานด์ HBO GO และ MONOMAX ที่สามารถรับชมหนังและซีรีส์กว่า 40,000 เรื่อง ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ที่ระดับความคมชัด Full HD ไปจนถึง 4K ด้วยโปรโมชั่นสุดเร้าใจ จ่ายเพิ่มจากราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตเพียง 100 บาทต่อเดือน พิเศษเฉพาะลูกค้า 3BB เท่านั้น

คำบรรยายใต้ภาพ: ผู้บริหารจาก HBO สองท่าน Ricky Ow (President, WarnerMedia Entertainment Networks Asia ที่สามจากซ้าย) และ Yasmin Zahid (Head of Affiliate & B2B Distribution, WarnerMedia ที่สองจากซ้าย) จับมือตกลงเป็นพันธมิตรกับ 3BB GIGATV โดยคุณสุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล (ที่สี่จากซ้าย)

            กล่อง 3BB GIGATV เป็นกล่องรับชมทีวีและวิดีโอออนดีมานด์ เทคโนโลยีล่าสุดจากประเทศเกาหลี โดยใช้ระบบเข้ารหัสที่ทำให้ได้รับความคมชัดสูงสุด ไม่มีสะดุด เต็มประสิทธิภาพของ Fiber optic พร้อมอำนวยความสะดวกการค้นหาคอนเทนต์ด้วยเสียงผ่านรีโมท สามารถดูพร้อมกันได้ถึง 4 ช่อง  มีระบบป้องกันการเข้าถึงคอนเทนต์

     3BB เชื่อมั่นว่า 3BB GIGATV จะกลายเป็นบริการที่เข้าไปเติมเต็มการรับชมทีวีและคอนเทนต์อื่นๆ ทางอินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพและลูกเล่นเหนือคู่แข่งในหลายๆ ด้าน ในราคาที่จับต้องได้

            นาย สากล จันทร์เมือง ผู้จัดการทั่วไป 3BB GIGATV กล่าวว่า “ลูกค้า 3BB GIGATV จะได้รับประสบการณ์การรับชมที่เหนือกว่าด้วยคุณภาพความคมชัดสูงสุดระดับ 4K  ส่วนเนื้อหาการันตีคุณภาพความสนุกจาก HBO ผู้นำคอนเทนต์หนังและซีรีส์ระดับโลก เจ้าของซีรีส์เรื่องดังอย่าง Game of Thrones และ Raised by Wolves และอีกมากมาย อีกทั้งยังมีกีฬาหลากหลาย อย่างเช่น ศึกมวยปล้ำ WWE รถแข่ง ฟุตบอล ขี่วัวกระทิง กีฬาเอ็กซ์ตรีม รายการแข่งขันความฟิต Ninja Warrior ที่ชมกันมันส์อย่างแน่นอน

            คอนเทนต์สำหรับเด็ก ก็มีมากมายทั้ง Ben10, We Bare Bears, Powerpuff Girls, Dora, Peppa Pig และอะนิเมะญี่ปุ่น ดาบพิฆาตอสูร วันพีซ

            คุณผู้หญิงก็สามารถรับชมรายการ ตกแต่งบ้าน ทำอาหาร หรือ จะชมละครย้อนหลังได้จาก LINE TV ที่เป็นพันธมิตรในกล่องนี้ด้วยเช่นกัน

            พิเศษสุดด้วยคอนเสิร์ตศิลปินดังของไทยและต่างประเทศ ที่จะถ่ายทอดสดให้เฉพาะลูกค้า 3BB ได้รับชม  ต่อเนื่องอารมณ์สุดฟินด้วยการร้องคาราโอเกะ หลากหลายแนวเพลง หลากหลายค่ายทั้งสตริง ลูกทุ่ง ลูกกรุงที่บ้านด้วยแอป OKE แบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม และหากกังวลเรื่องหนังใหม่ที่จะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เราก็มีบริการหนังใหม่ร้อนๆจากโรงหนัง จาก Sony Pictures, MGM และ NBC Universal ดังนั้น รอชมหนังภาคใหม่ของ Jurassic World, James Bond 007, Fast and Furious คมชัดจากกล่อง 3BB GIGATV ได้เลย เหมือนยกโรงหนังมาไว้ที่บ้านคุณ

            นาย สุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ “3BB” กล่าวว่า “หลังจาก 3BB ให้บริการแพ็กเกจ 3BB GIGATainment เน็ตบ้านความเร็วเริ่มต้น 1 Gbps พร้อมความบันเทิงจาก HBO GO และ MONOMAX เป็นตัวแทนของคอนเทนต์ดังจากฮอลลีวูดและเอเชีย ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งในกรุงเทพ หัวเมืองใหญ่และต่างจังหวัดเป็นอย่างดี  3BB GIGATV จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการรับชมความบันเทิงเต็มรูปแบบ ที่จะใช้ประสิทธิภาพของจอทีวีอย่างเต็มที่ เป็นมากกว่าสมาร์ททีวี มีฟังก์ชันอินเตอร์แอคทีฟหลากหลาย ทั้งการสั่งงานด้วยเสียง แนะนำคอนเทนต์ตามความชื่นชอบแต่ละบุคคล และสามารถพัฒนาไปสู่ smart home solution (เครื่องมืออัจฉริยะภายในบ้าน) ได้ในอนาคต ตอบโจทย์กับกลยุทธ์หลักของ 3BB ที่ต้องการเป็น Digital Companion (เพื่อนคู่ใจในโลกดิจิทัล) ทั้งนี้ได้คัดสรรคอนเทนต์ที่หลากหลายตามการศึกษาข้อมูลมาอย่างดี เพื่อมอบความบันเทิงให้เข้าถึงทุกกลุ่ม ทุกเพศวัย

            กลยุทธ์นี้ จะทำให้ 3BB มีบริการตัวใหม่เพื่อเพิ่ม ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อลูกค้า) สร้างความพึงพอใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ต และลด Churn rate (โอกาสการยกเลิกบริการ) ในทางตรงกันข้าม ก็จะได้รักษาฐานลูกค้าของเราในระยะยาว เพื่อสร้าง Lifetime value โดยคาดว่า ในระยะเวลา 1 ปี จะมีการเติบโตของ 3BB GIGATV มากกว่า 2 ล้านกล่อง”

            3BB GIGATV จัดเต็มเน็ตบ้าน 1 Gbps พร้อมกล่องดูทีวี ลูกค้าเลือกความเร็วอินเทอร์เน็ตได้ 4 แพ็กเกจ เริ่มต้น 1 Gbps/ 300 Mbps + กล่องดูทีวี ในราคาสุดคุ้มเพียงเดือนละ 690 บาท  หากต้องการกล่องเพิ่มจากที่อยู่ในแพ็กเกจ จ่ายเพิ่มกล่องละ 100 บาทต่อเดือน

            เปิดรับสุดยอดความบันเทิงที่เข้าใจคนไทย ได้แล้ววันนี้ ที่ 3BB Shop ทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 1530

Continue Reading

Featured

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาจับต้องได้

Published

on

realme 7 5G review

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 800U 5G รองรับ 5G + 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ อีกทั้งยังมีหน้าจอลื่นไหล 120Hz และชาร์​จเร็ว 30W Dart Charge

สรุปข้อมูลและสเปค realme 7 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง 162.2 x 75.1 x 9.1 มม.
  • น้ำหนัก 195 กรัม
  • หน้าจอ 6.5 นิ้ว 120Hz Ultra Smooth Display ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
  • ชิปเซ็ต Dimensity 800U 5G
  • RAM 8GB + 128GB ใส่เมมเพิ่มได้
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.8
    • กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล f/2.3 มุมกว้าง 119 องศา
    • กล้อง B&W Portrait 2 ล้านพิกเซล f/2.4
    • กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.1
  • รองรับ Wi-Fi a/b/g/n/ac
  • Bluetooth 5.1, NFC
  • ปุ่มสแกนลายนิ้วมือข้างเครื่อง
  • แบตเตอรี่ 5000mAh ชาร์จเร็ว 30W Dart Charge

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

realme 7 5G มาในกล่องสีเหลืองเรียบๆ พร้อมชื่อรุ่นบนฝากล่อง โดยอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ประกอบด้วย

realme 7 5G review
  • ตัวเครื่อง realme 7 5G
  • อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 30W Dart Charge
  • สายเคเบิล USB Type-C
  • เคส
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • คู่มือใช้งาน

อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 30W Dart Charge มีพอร์ตสำหรับจ่ายไฟแบบ USB-A ใช้งานร่วมกับสายชาร์จในกล่องสำหรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 30W (15V/2A)

realme 7 5G review

ด้านการดีไซน์ realme 7 5G เป็นครั้งแรกที่มีการนำโลโก้ realme มาดีไซน์อยู่บนฝาหลัง โดยมีพื้นผิวที่ให้เอฟเฟกต์แบบ Glasses-free 3D เมื่อขยับฝาหลังและมองในมุมต่างๆ จะเห็นโลโก้เป็นแบบ 3 มิติ มีความตื่นลึกของตัวอักษร

realme 7 5G review

สีตัวเครื่องที่ใช้ในรีวิวนี้เป็นสี Flash Silver โดยฝาหลังได้รับการเคลือบผิวสัมผัสแบบ AG ให้ผิวสัมผัสนุ่มนวล และลดการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งสีคือ Mist Blue ด้วย

realme 7 5G review

ด้านหลังมีกล้องทั้งหมด 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล AI Camera และมีไฟแฟลช LED

realme 7 5G review

ปุ่ม Power ที่อยู่ด้านข้างมาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

realme 7 5G review

ขอบด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ด

realme 7 5G review

ถาดใส่ซิมของรุ่นนี้เป็นแบบ 2 slot รองรับซิมการ์ด 2 Nano SIM หรือเลือกใส่ microSD Card ในช่องซิม 2 ได้

realme 7 5G review

ขอบด้านล่างมีช่องสำหรับเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพง

realme 7 5G review

หน้าจอแสดงผลของ realme 7 5G มีขนาด 6.5 นิ้ว 120Hz ซึ่งการดีไซน์ด้านหน้าดูสะอาดตาและสวยงามมากๆ เวลามองหน้าจอ เพราะว่าลำโพงฟังเสียงสนทนาเวลาโทรศัพท์จะถูกซ่อนไว้ที่ขอบจอ ทำให้เห็นหน้าจอแสดงผลได้แบบเต็มตา

realme 7 5G review

กล้องหน้า In-display ติดตั้งไว้ในหน้าจอบริเวณมุมขวาบน ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

realme 7 5G review

realme 7 5G มีลูกเล่น Punch-hole Light Effect โดยจะมีเอฟเฟกต์แสงสว่างขึ้นรอบๆ เลนส์กล้องหน้า เมื่อใช้การปลดล็อกด้วยใบหน้าหรือเปิดใช้งานกล้องหน้า

realme 7 5G review

หน้าจอแสดงผลมาพร้อม 120Hz Ultra Smooth Display ทำให้การใช้งานมีความลื่นไหลไม่มีสะดุด เลื่อนหน้าจอได้ Smooth มากๆ ไม่มีกระตุกเลย

realme 7 5G review

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

realme 7 5G รันระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้ทันที ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง

realme 7 5G review features

เริ่มจากฟีเจอร์การเชื่อมต่อไร้สาย รองรับ 5G + 5G Dual Standby ซึ่งซิมทัง 2 ช่องรองรับการแสตนด์บายใช้งานบนเครือข่าย 5G ทั้ง 2 ซิมนั่นเอง ทำให้สามารถสลับต่อเน็ต 5G ไป-มา ระหว่างซิมได้ทันที ต่างจากรุ่นทั่วไปหากเลือก 5G ให้ซิมหนึ่ง อีกซิมก็จะแสตนด์บายบนเครือข่าย 4G LTE ทำให้เวลาสลับต่อเน็ต 5G ไป-มาระหว่าง 2 ซิม ทำได้ช้าเพราะต้องค้นหาสัญญาณเครือข่ายใหม่ทุกครั้ง

realme 7 5G review features

Focus Mode เป็นโหมดที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากโลกภายนอก โดยระบบจะเปิดเพลงฟังสบายๆ หรือเสียงธรรมชาติเพื่อความผ่อนคลาย พร้อมเปิดโหมด DND (Do Not Disturb) เพื่อปิดการแจ้งเตือนที่รบกวนต่างๆ

realme 7 5G review features

การจับภาพหน้าจอหรือแคปหน้าจอ นอกจากจะทำโดยการกดปุ่มลดเสียง+ปุ่ม Power แล้ว ยังสามารถใช้ 3 นิ้วแตะค้างไว้ที่หน้าจอ เพื่อแคปหน้าจอได้ด้วย

realme 7 5G review

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยมาพร้อม Personal Information Protection ระบบป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว ซึ่งช่วยป้องกันแอปพลิเคชั่นแอบอ่านข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ประวัติการโทร ข้อมูลผู้ติดต่อ ข้อความ และกิจกรรม โดยเมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ แอปต่างๆ ที่ขออนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจะได้ข้อมูลว่างเปล่าไปแทน

realme 7 5G review features

การสแกนลายนิ้วมือทำได้ง่ายมากขึ้นโดยการวางนิ้วที่ปุ่มด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งจากการใช้งานพบว่าทำงานได้รวดเร็วมากๆ

realme 7 5G review

นอกจากการสแกนลายนิ้วมือแล้ว ยังรองรับระบบสแกนใบหน้า ปลดล็อกหน้าจอได้อย่างรวดเร็วเพียงมองที่หน้าจอ

realme 7 5G review

โหมดถนอมสายตา เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มอุณหภูมิสีของหน้าจอเป็นโทนอุ่น เพื่อลดการแผ่รังสีแสงสีฟ้าของหน้าจอ ป้องกันไม่ให้ปวดตาได้

realme 7 5G review

Dark Mode ฟีเจอร์สำหรับการใช้งานในเวลากลางคืน โดยเปลี่ยนเป็นธีมสีขาวดำ ดูสบายตามากขึ้นเช่นกัน ถ้าใครชอบนอนเล่นมือถือดึกๆ แนะนำให้เปิดใช้งานโหมดนี้แล้วจะรู้สึกว่าสบายตามากจริงๆ และสามารถตั้งเวลาให้เปิดใช้งานอัตโนมัติเมื่อถึงเวลากลางคืน

realme 7 5G review features

หน้าจอ 120Hz รองรับการปรับอัตรารีเฟรชอัตโนมัติ ระบบจะทำการปรับให้เหมาะกับแอปพลิเคชั่นต่างๆ อัตโนมัติ เพื่อการแสดงภาพที่ลื่นไหลและประหยัดแบตเตอรี่

realme 7 5G review

การดูวิดีโอบน YouTube เห็นภาพได้เต็มตา ไม่มีรอยบากรบกวนสายตา หน้าจอมีความคมชัด 1080 x 2400 พิกเซล สีสันสดใส สว่างสุดถึง 480 nits และรุ่นนี้รองรับการแสดงผลวิดีโอ HDR จาก YouTube ด้วย

realme 7 5G review

ยังไม่หมดแค่นั้น realme 7 5G รองรับฟีเจอร์ OSIE Vision Effect ช่วยให้การดูภาพและวีดีโอ มีสีสันและมีความคมชัดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

realme 7 5G review features

realme 7 5G รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ให้เสียงที่มีมิติ และคุณภาพเสียง Hi-Res สำหรับการฟังเพลง ซึ่งในรุ่นนี้มีฟีเจอร์ Dual Mode Music Share สามารถเชื่อมต่อหูฟ้งไร้สายได้พร้อมกัน 2 เครื่อง ฟังเพลงร่วมกันผ่านหูฟังบลูทูธได้ 2 คน ไม่ต้องแบ่งหูฟังคนละข้างแล้ว

realme 7 5G review

realme UI มีความฉลาดในการจัดหมวดหมู่รูปภาพและวิดีโอได้อัตโนมัติ เพื่อจัดกลุ่มให้เป็นระเบียบ ง่ายต่อการค้นหา เช่น รวมรูปถ่ายจากสถานที่เดียวกันให้เป็นหมวดหมู่ หรือจะเป็นใบหน้าคนคนเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้ต้องบอกเลยว่าดีมากๆ ถ้าใครที่ถ่ายรูปทุกวันและมีรูปในเครื่องเยอะๆ

realme 7 5G review features

สร้างเรื่องราวด้วยรูปภาพให้เป็นวิดีโอได้ง่ายๆ ในคลิกเดียว หรือจะเลือกปรับแต่งด้วยการใส่ธีม เพลง ปก ใส่ชื่อ และเลือกรูปภาพที่ต้องการ ก็ทำได้

realme 7 5G review features

ความสนุกอีกอย่างหนึ่งคือแอปพลิเคชั่น Soloop สำหรับตัดต่อวิดีโอได้ง่ายๆ พร้อมแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

realme 7 5G review features

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

realme 7 5G เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจาก realme ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 800U 5G ซีพียูแบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.4GHz และกราฟิก Mali-G57 MC3 กับ RAM 8GB โดยผลการทดสอบด้วย Geekbench 5 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี Narzo 20 Pro ทำคะแนน Single-Core ได้ 598 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 1,777 คะแนน

realme 7 5G review features

ผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำ RAM และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือ GPU ทำคะแนนรวมได้ 344,760 คะแนน ถือว่าทำคะแนนได้ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน

realme 7 5G review features

realme 7 5G มีฟีเจอร์ Game Space สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อการเล่นเกม เรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม และไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้ เลือกโหมดการจัดการเกมได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดประสิทธิภาพสูงสุด โหมดสมดุล และโหมดกำลังไฟฟ้าต่ำ

realme 7 5G review

realme 7 5G รองรับการเล่น PUBG Mobile ในโหมดกราฟิกในระดับ HD และภาพความละเอียดสูง ซึ่งตัวเกมพัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก

realme 7 5G review

จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุก และอัตรา sampling rate 180Hz ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีขึ้นในการเล่นเกม

realme 7 5G review

ทดสอบเล่นเกม ROV เกมมือถือที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ realme 7 5G เล่นได้ลื่นไหลในโหมดภาพ HD มาตรฐาน ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่รองรับโหมดเฟรมสูง แต่ตลอดการเล่นเฟรมเรตนิ่งมากๆ วิ่งระหว่าง 29-30 fps ภาพเกมจะมีความลื่นไหล ดูสบายตา

realme 7 5G review

ตัวเครื่องมีความแรงแล้ว หน้าจอแสดงผลก็สำคัญไม่แพ้กัน โดย realme 7 5G มีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ขยายพื้นที่การแสดงผลให้ชิดขอบทุกด้าน ทำให้การเล่นเกมจะได้มุมมองที่กว้างมากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ทำให้เห็นศัตรูที่อยู่รอบๆ ขอบจอได้มากกว่าด้วย และไม่มีรอยบากรบกวนสายตา

realme 7 5G review

แบตเตอรี่ของ realme 7 5G มีขนาด 5000mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานตลอดทั้งวัน และยังมีหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง (Super Power Saving Mode) สำหรับเปิดใช้งานยามฉุกเฉินเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วไม่สามารถหาที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้

realme 7 5G review features

ฟีเจอร์ด้านประหยัดพลังงานที่หลายคนน่าจะถูกใจกันคือ Sleep Standby ที่เป็นการใช้งานโหมดประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติขณะที่เราหลับ เป็นการลดใช้งานพลังงานและปรับการทำงานเบื้องหลังของแอปพลิเคชั่นให้เหมาะสมนั่นเอง

realme 7 5G review features

สำหรับการชาร์จแบตให้กับ realme 7 5G รองรับชาร์จเร็ว 30W Dart Charge ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาเพียง 65 นาที

realme 7 5G review

จากการทดสอบชาร์จแบตเตอรี่เริ่มจาก 4% ไปจนถึง 60% ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งรวดเร็วมากๆ ตอบโจทย์การใช้งานได้เต็มที่ ชาร์จแป๊บเดียวก็หยิบไปเล่นต่อได้ทันที อีกทั้งยังมีระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 5 ชั้น ปลอดภัยในการชาร์จตั้งแต่หัวชาร์จ สายชาร์จ และตัวสมาร์ทโฟน

realme 7 5G review features

กล้องถ่ายรูป

realme 7 5G มีกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8 และเป็นเลนส์แบบ 6P ที่มีเทคโนโลยี Quad Bayer รวม 4 พิกเซลเข้าด้วยกันนั่นเอง ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัดแม้ในที่แสงน้อย

realme 7 5G review

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล AI

กล้องหลักความลเเอียดสูงและมี AI เข้ามาช่วยระบุฉากที่กำลังถ่ายอัตโนมัติพร้อมกับปรับค่ากล้องให้ถ่ายภาพฉากนั้นๆ ออกมาสวย คมชัด รูปภาพมีขนาดที่ใหญ่ เมื่อซูมเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน

กล้อง realme 7 5G สามารถซูมได้ 5x แบบไม่สูญเสียรายละเอียด ภาพที่ได้ยังมีความคมชัด

realme 7 5G review Camera features

เก็บภาพมุมกว้างด้วย Ultra Wide Angle 119 องศา

กล้อง Ultra Wide Angle ที่มีรูรับแสง f/2.3 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 119 องศา เหมาะสำหรับถ่ายภาพทิวทัศน์ ตึกสูงๆ เก็บได้ครบทุกองค์ประกอบโดยไม่ต้องถือกล้องถอยไปห่างๆ อีกต่อไป

ถ่าย Portrait หน้าชัดหลังละลาย

การถ่าย Portrait จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait B&W ทำให้ตรวจจับตัวบุคคล จับแสงได้ดีขึ้น เพื่อทำการละลายฉากหลังได้เนียนมากยิ่งขึ้น

กล้องหลังปรับแต่งสีด้วยฟิลเตอร์สไตล์ Retro ได้สวยเป็นธรรมชาติถึง 6 ฟิลเตอร์

ถ่ายภาพระยะใกล้ด้วยเลนส์ Marco

เลนส์ Macro สามารถถ่ายภาพในระยะใกล้มากๆ ได้ถึง 4 เซนติเมตร ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดวัตถุที่มีขนาดเล็กๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพได้สว่างแม้ในที่มืดด้วย Super Nightscape 2.0

Super Nightscape 2.0 เป็นโหมดถ่ายภาพกลางคืนหรือในที่แสงน้อยที่ช่วยให้ภาพมีความสว่างมากกว่าที่ตาเรามองเห็น เก็บสีสันของแสงไฟ และลดการเกิด Noise ได้ด้วย โดยระหว่างถ่ายต้องถือกล้องนิ่งๆ ไว้สักพัก สามารถถ่ายได้ทั้งทั้งกล้องหลักและ Ultra Wide Angle หรือหากต้องการเปิดรับแสงนานมากขึ้นก็สามารถเลือกโหมดขาตั้งกล้องได้

เซลฟี่สวยโดดเด่นด้วย Bokeh Effect และ AI Beauty

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.1 มาพร้อม Bokeh Effect และ AI Beauty ที่จะทำให้การเซลฟี่ออกมาสวยเป็นธรรมชาติทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพผิว โดยยังคงเอกลักษณ์เฉพาะของตัวบุคคลไว้

realme 7 5G review

เซลฟี่สนุกมากยิ่งขึ้นด้วยฟิลเตอร์ที่จะเปลี่ยนโทนสีให้แตกต่างจากการถ่ายด้วยโหมดปกติทั่วไป

เซลฟี่สว่างสวย แม้ในที่มืด

กล้องหน้าของ realme 7 5G มีโหมดกลางคืนสำหรับเซลฟี่ในที่มืด ทำให้ใบหน้ามีความสว่าง และผิวหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ

สรุปจุดเด่น realme 7 5G

  • เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์สวย หน้าจอใหญ่ ลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz
  • รองรับ 5G + 5G Dual Standby
  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimesity 800U 5G
  • แบตเตอรี่ใหญ่ 5000mAh รองรับชาร์จเร็ว 30W Dart Charge
  • กล้องหลัง AI 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัสทำได้รวดเร็ว ถ่ายกลางคืนสวย
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล มาพร้อม Bokeh Effect และ AI Beauty
  • รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และคุณภาพเสียง Hi-Res

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ในกล่องไม่แถมหูฟัง
  • microSD card ใส่ช่องซิม 2

ราคาและโปรโมชั่น realme 7 5G

realme 7 5G วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท เปิด Pre-order แล้ววันนี้ – 4 ธ.ค. 63 พร้อมของสมนาคุณรวมมูลค่า `5,299 บาท

นอกจากนี้แล้วยังมีโปรโมชั่น เริ่มต้นเพียง 2,099 บาท กับช่องทางตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

Continue Reading

Featured

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

Published

on

Vivo Y12s สมาร์ตโฟนน้องเล็กแบตพลังอึด 5000mAh พร้อมชูโรงด้วยความสะดวกสบายในการสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่องได้รวดเร็ว หรือ Side Fingerprint Scanner หยิบปุ๊บก็พร้อมใช้งานได้ทันที

 

สรุปสเปค Vivo Y12s

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.41 × 76.32 × 8.41 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 191 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ชนิด IPS LCD กว้าง 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio P35 Octa Core
  • RAM 3 GB
  • ROM 32 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์ AI Dual camera แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Vivo Y12s มาในกล่องตามสไตล์ของ Y Series ครับ โดยมีสีฟ้าตัดลายเส้น พร้อมชื่อแบรนด์ Vivo ด้านล่าง และด้านบนจะเป็นชื่อรุ่น Y12s พร้อมความจุที่มุมขวาบน

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y12s พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย Micro USB 2.0
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

Vivo Y12s มาพร้อมกับดีไซน์รอบตัวเครื่องที่มีความโค้ง 2.5D ทำให้จับถือได้อย่างสะดวก แม้ว่าจะมีตัวเครื่องที่ใหญ่แต่ก็ถือได้นานแบบสบายมือมากๆ ครับ

 

โดยสีที่เราได้มาครั้งนี้เป็นสีฟ้าอ่อน Glacier Blue ที่มีความสวยงามแบบละมุนมากๆ แถมมีการเล่นเฉดสีรุ้งอ่อนๆ เมื่อสะท้อนแสงแต่ละมุมอีกด้วย ซึ่งสีนี้เป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูเขาน้ำแข็งแอนตาร์กติก ขณะที่อีกสีที่มีให้เลือกจะเป็นสีดำ Phantom Black

 

หน้าจอแสดงผลจัดมาให้แบบใหญ่ๆ Halo FullView Display ขนาดถึง 6.51 นิ้ว คมชัดดับ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) เรียกว่าสายที่ชมซีรี่ย์หรือชอบดูวิดีโอต่างๆ จะได้ดูแบบเต็มอิ่มและเต็มหน้าจอแน่นอน

 

บริเวณเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีหยดน้ำตรงกลางที่ฝังกล้องหน้าลงไป ถัดขึ้นไปจะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายตัวเครื่องมีช่องใส่ nanoSIM 2 ช่อง แถมมีช่องใส่ MicroSD Card แยกให้อีกช่องด้วย รวมเป็น 3 Slot ไปเลยจ้า

 

ทางขวาจะเป็นปุ่ม Power ที่ใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่อยู่เหนือขึ้นไป

 

ทางด้านล่างยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้อง 2 เลนส์เท่านั้น ถัดลงมาจะเป็นสัญลักษณ์กล้อง ไม่ใช่เลนส์ที่ 3 โดยด้านล่างสุดจะเป็นไฟแฟลช LED 1 ดวง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y12s แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11 ซึ่งจะเน้นด้านความไหลลื่นและประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น

 

โหมดป้องกันดวงตา

รุ่นนี้มาพร้อมโหมดป้องกันดวงตาหรือการตัดแสงสีฟ้า โดยสามารถปรับความเข้มได้ตามความต้องการของเราครับ ทั้งนี้ ใครที่ใช้งานบ่อยๆ ก็สามารถเลือกให้เปิดเองตามเวลาที่ตั้งค่าไว้หรือตามพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก

 

โหมดมืด

การใช้งานทั่วไป หลายคนน่าจะเลือกโหมดมืดในการใช้งาน ซึ่ง Vivo Y12s ก็ใช้งานได้แบบสบายตาในที่แสงน้อย โดยสามารถเปิดอัตโนมัติได้เหมือนกับโหมดป้องกันดวงตา โดยแอปพลิเคชั่นที่รองรับก็จะเปลี่ยนเป็นโหมดมืดตามไปด้วย

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านความปลอดภัยของเครื่องก็มาพร้อมความสะดวกสบายเหมือนกับ โดย Vivo Y12s มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint) เมื่อหยิบขึ้นมาก็เข้าล็อกกับนิ้ว ทำให้ปลดล็อคหน้าจอพร้อมใช้งานได้ทันที แถมการปลดล็อคก็ทำได้รวดเร็วมากๆ เพียง 0.23 วินาที

นอกจากนี้ เราก็ยังสามารถใช้งานสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคหรือ Face Wake ได้เช่นกัน ซึ่งก็มีความรวดเร็วแทบไม่ต่างกันครับ

 

AI Albums อัลบั้มรูปจัดเรียงได้ฉลาด

AI Albums จะเป็นการจัดเรียงอัลบั้มในแกลเลอรี่ได้ฉลาด โดยจะแบ่งได้ตามหมวดหมู่ตามภาพที่เราถ่าย เช่น สถานที่, อาหาร หรือเวลาต่างๆ ที่ต่างกันไปครับ ทำให้เราหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้นด้วย

 

iManager คลิกเดียวก็เคลียร์ขยะได้หมด

แอปพลิเคชั่น iManager เข้ามาช่วยให้เราได้เคลียพื้นที่ขยะในเครื่องได้ครบเพียงคลิกเดียว ซึ่งนอกจากจะล้างไฟล์ขยะได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบแอปที่ไม่ปลอดภัยได้ด้วย ซึ่งเราสามารถล้างขยะในเครื่องได้แบบอัตโนมัติทั้งแบบต่อ 7 วัน, 15 วัน, 30 วัน หรือเมื่อพื้นที่ไม่เพียงพอ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y12s ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P35 Octa Core ซึ่งการใช้งานทั่วไปทำงานได้ไหลลื่นตามปกติครับ เล่นโซเชียลหรือดู YouTube ได้สบายๆ โดยมี RAM มาให้ 3 GB และ ROM 32 GB เพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 256GB ซึ่งโหลดแอปทั่วไปก็เหลือๆ ส่วนภาพถ่ายก็ใส่ใน MicroSD Card แยกไว้ได้เลย!

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 163 และคะแนน Multi-Core ที่ 936

 

Multi-Turbo 3.0 เพิ่มความแรงทุกการใช้งาน!

สำหรับ Multi-Turbo 3.0 ก็ยังคงมีมาให้เหมือนเดิม โดยจะเร่งความเร็วของ CPU, AI รวมถึงความเร็วของเครือข่ายให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ช่วยให้การใช้งานทั่วไปหรือตอนเล่นเกมทำได้แบบลื่นๆ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เราได้ทดสอบการเล่นเกม ROV ครับ โดยสามารถเปิดกราฟิกได้ในระดับสูงพร้อมภาพ HD ระดับสูงมาก โดยเปิดเฟรมเรทสูงได้เช่นกัน ซึ่งช่วงที่เล่นตั้งแต่เริ่มเกมทำได้แบบไหลลื่นมาก แต่เฟรมเรทอาจจะมีเหวี่ยงบ้างเล็กน้อยในช่วงที่ปล่อยสกิลกันเยอะๆ แต่ก็ไม่เกิดการกระตุกหรือส่งผลในการเล่นครับ

 

แบตเตอรี่พลังอึดอยู่ได้ตลอดวันแน่นอน

Vivo Y12s มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh ซึ่งทำให้ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันแน่นอน โดยเราสามารถชมวิดีโอระดับ HD ได้นานสูงสุดถึง 16.3 ชั่วโมง หรือเล่นเกมได้นานถึง 8.9 ชั่วโมง

นอกจากนี้เราก็ยังใช้งาน Reverse Charging หรือเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank (กำลังไฟ 5V/1A) เพื่อชาร์จเครื่องอื่นได้อีกด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y12s มาพร้อมกับกล้องหลัง 2 เลนส์ AI Dual Camera ช่วยให้ถ่ายภาพ Portrait ได้อย่างสวยงาม รวมถึงการเซลฟี่ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเกินราคาอีกด้วย

 

โหมดปกติถ่ายสวยเพียงคลิกเดียว

แม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y12s ก็ถ่ายภาพในโหมดปกติได้อย่างสวยงามมากๆ ครับ มีความสดใสของสีสัน ดูไม่ซีด ถ่ายได้คมชัด แถมถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็ยังมีรายละเอียดที่เห็นได้ชัดเจนแม้ว่าจะไม่ได้มีโหมดถ่ายกลางคืนก็ตาม

 

ถ่าย Portrait สวยงาม พร้อมใบหน้าสวยด้วย Face Beauty

เลนส์ที่เข้ามาช่วยเลนส์หลักเป็นเลนส์ Bokeh ที่ช่วยการละลายฉากหลังทำได้อย่างสวยงามและมีมิติมากขึ้น เบลอได้ค่อนข้างเนียนเลยทีเดียว แถมมี Face Beauty ปรับผิวได้เนียนและสวยตามสไตล์ของ Vivo ที่ดูมีความเป็นธรรมชาติมากๆ

 

ทั้งนี้ ที่กล้องหน้าก็ยังสามารถถ่ายโบเก้และสามารถปรับ Face Beauty ได้เหมือนกับกล้องหลังเลยด้วย เรื่องการตัดขอบเพื่อเบลอฉากหลังจัดว่าเนียนมากๆ

 

ฟิลเตอร์มีให้เลือกหลายหลาย

ใครที่เพิ่มความสนุกของการถ่ายภาพจะมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้กันเพียบหลาย 10 แบบ เช่น เกรปฟรุต, โยเกิร์ต, เกาะ, ลมยามเย็น, เมืองเล็ก หรือเงียบ (ขาว-ดำ) เป็นต้น

 

กล้องหน้า AI ถ่ายชัดครบทั้งภาพ

หากใครที่อยากเซลฟี่ให้เห็นฉากหลังด้วย ก็ยังถ่ายได้คมชัดด้วยโหมดปกติ ซึ่งก็ยังสามารถปรับใบหน้าสวยงามได้เหมือนกัน

 

สรุปจุดเด่น

  • แบตเตอรี่ใหญ่ถึง 5000mAh ใช้งานได้เต็มวันแบบไม่ต้องกลัวว่าจะหมด
  • หน้าจอ Halo FullView Display ใหญ่ถึง 6.51 นิ้ว รับชมสิ่งต่างๆ ได้เต็มตา พร้อมความคมชัดระดับ HD+
  • กล้องหลัง AI Dual camera ถ่าย Portrait พร้อม Face Beauty ได้สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ
  • มาพร้อม Side Fingerprint สแกนลายนิ้วมือได้ที่ข้างตัวเครื่อง ใช้งานสะดวก และทำงานได้รวดเร็ว
  • ใช้ CPU MediaTek Helio P35 ควบคู่กับ RAM 3 GB ทำให้ใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น และมี ROM 32 GB เพิ่ม MicroSD Card ได้ ทำให้เก็บภาพถ่ายได้เยอะแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ
  • พอร์ตเป็น Micro USB 2.0 อยู่

Vivo Y12s ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 4,299 บาท  ขายวันแรก วันจันทร์ที่  23 พฤศจิกายน 2563

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured15 ชั่วโมง ago

เปิดตัว 3BB GIGATV จัดหนัก เน็ตบ้านพร้อมกล่องดูทีวี อัดแน่นคอนเทนต์ พร้อมชูฟีเจอร์เด่นครั้งแรกในไทย

3BB  เปิดตัวบริ...

realme 7 5G review realme 7 5G review
Featured1 วัน ago

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาจับต้องได้

รีวิว realme 7 5G สม...

Featured4 วัน ago

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking
Apple News6 วัน ago

ซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่าดีอย่างไร แถมยังได้ส่วนลดเป็นหมื่นที่ Power Buy

เปิด Pre Booking แล้...

Apple News7 วัน ago

iPhone 12 สมาร์ทโฟนขุมพลังแรงสุด พร้อมใช้บนเครือข่าย AIS 5G เร็วแรงระดับกิกะบิต พร้อมโปรสุดคุ้มลดสูงสุด 17,400 บาท ผ่อนนาน 24 เดือน

หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ห...

Advertisement

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

แนะนำสมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิง คุ้มครบจบที่งบไม่เกิน 6,000 จะดูหนัง เล่นเกม ถ่ายภาพ โหลดแอปฯ ก็ฟินได้แบบ non-stop!

ถ้าเธอเหนื่อยล้า ไม่...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

ซัมซุง ผู้นำอันดับ 1 ในตลาดทีวี โชว์ที่สุดของนวัตกรรม ด้านภาพและเสียง บน QLED TV

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

กระซิบเทคนิคเลือกซื้อ Audio Gadget อย่างชาญฉลาด หูฟังจำเป็นต้องไร้สายไหม? ต้องตัดเสียงรบกวนได้หรือเปล่า? มาดูกัน!

เคยไหมนึกอยากซื้อหูฟ...

Apple News3 ชั่วโมง ago

วิธีเปิดใช้ 5G บน iPhone 12 ทุกรุ่นตั้งค่าด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน

สำหรับใครที่มี iPhon...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

ส่งสุขท้ายปีกับโปรเด็ด THE JOY-FULL OPPO SALE มอบส่วนลดและของขวัญพิเศษอีกเพียบ

พบกับเทศกาลความสุขส่...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง