ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Transcend เปิดตัว 3D NAND SSD อึดต่ออุณหภูมิที่สูง รองรับตลาด AIoT

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Transcend เปิดตัว 3D NAND SSD คุณภาพสูงและมีความทนทานต่อความร้อนที่ยอดเยี่ยม และได้รับการออกแบบให้ทนต่ออุณหภูมิในการทำงานที่รุนแรงจาก -40 °C ถึง 85 °C SSD เหล่านี้ทำขึ้นมาเพื่อใช้งานกับแอพพลิเคชั่นในตัวได้อย่างน่าเชื่อถือ, ITS (Intelligent Transportation Systems), IoV (Internet of Vehicles) และระบบรักษาความปลอดภัย

Transcend 3D NAND SSD

คุณสมบัติเด่นที่สำคัญใน SSD ซีรีย์ V ก็คือมีความทนทานเพิ่มขึ้น และไดร์ฟในตระกูล I-series ก็มีทั้งความทนทานที่เพิ่มขึ้นและช่วงอุณหภูมิในการทำงานที่กว้าง มีให้เลือกใช้ใน 4 แฟลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น 2.5” SATA III, PCIe M.2 และ SATA III M.2 (ขนาด 2242 และขนาด 2280) SSD เหล่านี้ถูกออกแบบมาตามข้อกำหนดที่เข้มงวดของแพลตฟอร์มแบบฝังตัว Transcend SSD ทุกรุ่นสร้างจาก 3D NAND Flash คุณภาพสูงสุด โดย 3D NAND Flash นั้นคือการใช้เซลล์หน่วยความจำเรียงซ้อนกันในแนวตั้งเป็นหลายเลเยอร์เพื่อทำลายข้อจำกัดด้านความหนาแน่นของความจุต่อพื้นที่ และมีความทนทานในการใช้งานระดับ 3K P/E ซึ่งถือว่าเทียบเท่ากับ MLC NAND, SSD เหล่านี้มอบประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและความน่าเชื่อถือสูงสุด ซีรีย์ I ได้รับการทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าการทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในช่วงอุณหภูมิกว้างตั้งแต่ -40 °C ถึง 85 °C ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานที่รุนแรงเป็นระยะเวลานาน

อินเตอร์เฟส PCIe NVMe สำหรับความเร็วที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง

ภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ MTE550T-V และ MTE550T-I M.2 2280 SSD ได้มาตรฐาน NVMe 1.3 และใช้อินเทอร์เฟซ PCIe Gen3 x4 ซึ่งหมายถึงมีสี่เลนที่ใช้สำหรับการส่งและรับข้อมูลพร้อมกัน ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพการอ่านสูงสุดที่ 1,800 MB/s และการเขียน 800 MB/s การใช้พลังงานต่ำและความน่าเชื่อถือที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการรับประกันคุณภาพของการใช้งานในระยะยาว

เทคโนโลยืที่เป็นเอกสิทธิ์ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ยาวนาน

SSD รุ่นใหม่มาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงของ Transcend การใช้หน่วยความจำแคช SLC และเอ็นจิ้น RAID ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูล รวมไปถึงช่วยยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ เอ็นจิ้น RAID ปกป้องข้อมูลและเพิ่มความเสถียรของไดร์ฟ และ LDPC (Low Density Parity Check) เทคโนโลยีการแก้ไขข้อผิดพลาดตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดบิตเพื่อความน่าเชื่อถือที่มากขึ้น คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์หน่วยความจำที่ใช้ในอุปกรณ์ AIoT

ซอฟต์แวร์สุดพิเศษ SSD Scope Pro สำหรับผู้ใช้ทรานส์เซนด์

ซอฟต์แวร์ SSD Scope เป็นซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อการวัดตรวจสอบการทำงานของ SSD รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ของไดร์ฟ ไม่ว่าจะเป็น S.M.A.R.T., การสแกนเพื่อวินิจฉัย, การลบที่ปลอดภัย, อัปเดตเฟิร์มแวร์, เปิดใช้งาน TRIM, ตัวบ่งชี้สุขภาพและการโคลนระบบ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์ 3D NAND Flash ทั้งหมดของทรานส์เซนด์ รับประกันเป็นเวลาสามปีเต็ม

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มทรู ลงนาม MOU ร่วม รพ.ศิริราช นำอัจฉริยภาพทรู 5G พัฒนาUse Case เพิ่มศักยภาพทางการแพทย์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

ทรู 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ร่วมยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ และสาธารณสุขของประเทศให้เหนือกว่าและยั่งยืนในทุกมิติ โดย นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น  (ที่ 4 จากซ้าย) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศาสตราจารย์ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี (ที่ 3 จากซ้าย) และ รศ. นพ. วิศิษฎ์ วามวาณิชย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช (ที่ 2 จากซ้าย) เพื่อนำเทคโนโลยีอัจฉริยะทรู5G   มาร่วมพัฒนา วิจัย และทดสอบรูปแบบการใช้งาน (Use Case) สร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมทั้งประยุกต์ใช้ให้ตรงกับความต้องการจริงของผู้ใช้บริการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาด้านนวัตกรรม และความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนำผลการวิจัย และผลการทดสอบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม

 

ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะครอบคลุมทั้งระบบอินเทอร์เน็ต, ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ, ระบบสาธารณสุขทางไกล, ระบบสนับสนุนทางการแพทย์ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และเกษตรกรรม พร้อมกันนี้ได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโซลูชั่น TeleAmbulance Powered by True 5G   : Body Camera & Push to Talk เพื่อนำไปใช้สื่อสารในรถพยาบาลฉุกเฉิน ของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินศิริราช  (Siriraj Emergency Medical Service Center) ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะTrue 5G โดยรองรับการใช้งานทั้งแบบ Push to Talk และ Push to Video มีปุ่มฉุกเฉินสามารถ stream video แบบเรียลไทม์ไปยังแพทย์เพื่อปรึกษาอาการคนไข้ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อประสานงานกับหน่วยต่างๆ ภายในโรงพยาบาล ทำให้สามารถวางแผนและเตรียมการรักษาได้ทันท่วงที ก่อนผู้ป่วยจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Samsung วางจำหน่าย UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C ได้ถึง 99% ให้สมาร์ทดีไวซ์ของคุณสะอาด ปลอดภัย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ซัมซุง เปิดตัวเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา สามารถฆ่าเชื้อโรคที่เกาะอยู่บนผิวสัมผัสของสมาร์ทดีไวซ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน นาฬิกา หรือหูฟัง ได้ถึง 99% ทั้ง 2 ด้านของอุปกรณ์ในเวลาเพียง 10 นาที[1] ด้วยรังสี UV-C แบบหลอดคู่ที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ทำลายผิวสัมผัส ช่วยลดความกังวลจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ พร้อมฟังก์ชันชาร์จแบบไร้สาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคใหม่อย่างแท้จริง

 

เครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C จากซัมซุง มาพร้อมหลอด UV แบบคู่ สามารถกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนอุปกรณ์ได้ทั้ง 2 ด้านในการทำงานเพียงครั้งเดียว พร้อมรองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi สูงสุดที่ 10 วัตต์[2] สะดวกต่อการใช้งานด้วยสัญลักษณ์ไฟ LED แจ้งโหมดการเปิด-ปิดหน้าจอ นอกจากนี้ยังมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดฝาเครื่องออก มาในดีไซน์สีขาว ตัวเครื่องโค้งมนพกพาสะดวก ในขนาด 22.8 x 12.8 x 4.9 ซม. สามารถจุของได้หลากหลาย รวมถึงสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่อย่าง Galaxy S20 Ultra 5G หรือ Galaxy Fold ขณะพับได้อย่างลงตัว[3] อีกทั้งยังสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ Wearables อย่างหูฟัง Galaxy Buds/Buds+ ไปจนถึงนาฬิกา Galaxy Watch ได้อีกด้วย

 

ซัมซุงพร้อมวางจำหน่ายเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ในราคา 1,590 บาท ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/2ZklZqd

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI คว้าอันดับ 6 ของโลกด้วยรางวัลสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมประจำปี 2020

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีชั้นนำระดับโลก ขึ้นครองอันดับที่ 6 จากการจัดอันดับ 50 รายชื่อสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจล่าสุดโดย Boston Consulting Group (BCG) ซึ่งหัวเว่ยไต่อันดับสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 42 อันดับ ถือเป็นอันดับสูงสุดนับตั้งอยู่ในรายชื่อเมื่อปี 2012

 รายงานของ Boston Consulting Group ระบุว่ารายชื่อบริษัทที่ติด 6 อันดับแรกของปีนี้ได้แก่ แอปเปิล, อัลฟาเบต อิงก์, แอมะซอน, ไมโครซอฟท์ และหัวเว่ย ตามมาด้วยอาลีบาบา, ไอบีเอ็ม, โซนี่ และเฟซบุ๊ก

 การจัดอันดับดังกล่าวอ้างอิงจากการสำรวจความเห็นจากผู้บริหารในภาคธุรกิจนวัตกรรมกว่า 2,500 คนบวกกับการประเมินผลประกอบการของบริษัท โดยได้สำรวจใน 4 มิติด้วยกัน ได้แก่ ความรับรู้ในระดับโลก (Global “Mindshare”), การปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industry Disruption), มุมมองจากเพื่อนร่วมแวดวงอุตสาหกรรม (Industry Peer View) และการสร้างมูลค่า (Value Creation) ซึ่งในปีนี้ทาง Boston Consulting Group ก็ได้เพิ่มอีกหนึ่งมิติใหม่ที่ใช้ในการประเมิน ซึ่งจับประเด็นด้านความหลากหลายและความจริงจังในการการทลายขีดจำกัดของแต่ละบริษัท โดยจะประเมินความสามารถของบริษัทในการฝ่าฟันอุปสรรคของการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีอยู่ก่อนแล้ว และเข้ามามีบทบาทในสนามที่อยู่นอกเหนือจากตลาดเดิมของตนเอง

ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก หัวเว่ยได้ใช้สัดส่วนมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งปีของบริษัท ในการลงทุนกับฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 131,659 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 15.3 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด

ในด้านเทคโนโลยี 5G หัวเว่ยได้ลงทุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หัวเว่ยขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีสำหรับยุคถัดไป โดยทางบริษัทได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือด้านเทคโนโลยี 5G พร้อมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการนำแอปพลิเคชัน 5G ไปใช้ในเชิงพาณิชย์และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ

จากรายงานประจำปี หัวเว่ยได้ปรับเปลี่ยนจากโมเดลนวัตกรรม 1.0 สู่โมเดลนวัตกรรม 2.0 ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในทฤษฎีขั้นพื้นฐานรวมทั้งยังเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานรูปแบบใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยวิสัยทัศน์ร่วมกันแห่งอนาคต

ทั้งนี้ ในด้านการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ หัวเว่ยได้ยกระดับความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมใหม่และได้เปิดตัวโครงการสำหรับพาร์ทเนอร์ในการต้านโควิด-19 (Anti-COVID-19 Partner Program) ที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) , ออฟฟิศทางไกล (Remote Office) , การสาธารณสุขอัจฉริยะ (Smart Healthcare) และการศึกษาออนไลน์ (Online Education) เพื่อส่งเสริมการรับมือกับโรคระบาดนี้ ดังจะเห็นได้จาก การวินิจฉัยโรคโดยอาศัยเทคโนโลยีผู้ช่วย AI ที่สามารถวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณเพื่อรายงานผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ได้ในหลักวินาที ที่สามารถช่วยบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นด่านหน้าในการตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้อีกด้วย

“เมื่อเราเริ่มการวิจัยสำหรับรายงานสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมโลกลำดับที่ 14 โดย Boston Consulting Group (BCG) การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ได้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเราได้สำรวจข้อมูลกับลูกค้า ก็เป็นที่แน่ชัดว่าผลการวิจัยหลักของปีนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อได้เปรียบด้านปริมาณและข้อบังคับสำหรับนวัตกรรมที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้นำด้านนวัตกรรมจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับอุปสงค์, อุปทาน, พฤติกรรมผู้บริโภค และวิธีการดำเนินธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว” ผู้เขียนรายงาน BCG ดังกล่าวระบุ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

จอพับหลบก่อน! LG เตรียมเผยโฉมสมาร์ทโฟนจอม้วน (Rollable) เป็นรุ่นแรกของโลกในนาม “Project B” ช่วงต้นปี 2021

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่า...

Apple News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

นักวิเคราะห์เผย iPhone 12 จะใช้กล้องระดับ “High-End” จากบริษัท Largan

นักวิเคราะห์ชื่อดังอ...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Motorola One Fusion ใช้ขุมพลัง Snapdragon 710, กล้อง 48MP ในราคาราว 7,700 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung Galaxy Tab S7+ 5G เผยบนหน้าเว็บหลักของเยอรมนีด้วยโมเดล SM-T976B

เว็บไซต์ Samsung ของ...

ข่าวประชาสัมพันธ์6 ชั่วโมง ที่แล้ว

กลุ่มทรู ลงนาม MOU ร่วม รพ.ศิริราช นำอัจฉริยภาพทรู 5G พัฒนาUse Case เพิ่มศักยภาพทางการแพทย์

  ทรู 5G อัจฉริ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง