ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

อินโนเวชั่นอีทีซี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในไทย 2 ตัวรวด TicWatch C2 และ TicPods Free

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

Mobvoi บริษัทปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก จับมือ อินโนเวชั่นอีทีซี ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเพียงรายเดียว แถลงข่าวเปิดตัวนาฬิกาสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ล่าสุด “TicWatch C2” และ “TicPods Free” หูฟังอัจฉริยะไร้สาย โดยมี มร. โจชัว กาน (Mr.Joshua Gan) ผู้อำนวยการฝ่ายขายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC Sales Director) Mobvoi. นายชนินทร์ มโนชญากร และนายธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ที่มาเปิดมินิคอนเสิร์ต พร้อมร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทไลฟ์ และบทบาทของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน

 มร. โจชัว กาน (Mr.Joshua Gan) ผู้อำนวยการฝ่ายขายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC Sales Director) Mobvoi บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) ชั้นนำที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของ Google และ Volkswagen กล่าวว่า หลังความสำเร็จในการเปิดตัว TicWatch Pro ในประเทศไทย ในช่วงเดือน กันยายน ที่ผ่านมา เราได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากตลาด และมีกระแสเรียกร้อง และสอบถามเกี่ยวกับหูฟังอัจฉริยะ TicPods Free ที่ได้นำตัวอย่างมาโชว์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงได้จับมือกับ อินโนเวชั่น อีทีซี จัดงานเปิดตัว TicPods Free และสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ TicWatch C2 ขึ้น เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ตัวสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ

“Mobvoi ให้ความสำคัญกับตลาดประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มที่เป็นสมาร์ทวอช และกลุ่มที่เป็นอุปกรณ์ติดตามด้านสุขภาพและฟิตเนส (Fitness and Health Tracking) โดยเรามองว่าแนวโน้มของตลาดจะมองหาอุปกรณ์เหล่านี้ที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งยาวนานขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น ซึ่งทาง Mobvoi ก็มิทิศทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแนวทางนั้นเช่นกัน” โจชัว กล่าว

นายธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder) บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวของ TicWatch และ TicPods  ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากบริษัท ได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ TicWatch ในประเทศไทยมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2561 ที่ผ่านมา ยอดขาย TicWatch ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกรุ่น โดยเฉพาะรุ่น TicWatch Pro ล่าสุดจึง ได้เปิดตัวสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ TicWatch C2” สมาร์วอชเจเนอเรชั่นใหม่ ที่ออกแบบด้วยสไตล์คลาสสิค หรูหรา ตัวเรือนทำจากแสตนเลส สตีล สายหนังแท้ เพียบพร้อมไปด้วยด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 2 วัน โดยจุดเด่นอีกประการที่สำคัญคือเพิ่มขนาดใหม่ในรุ่น TicWatch C2 18mm (มีเฉพาะตัวเรือนสีโรสโกลด์) ที่ตัวเรือนมีความบางพิเศษ คือหนาเพียง 12.80 มิลลิเมตรที่มากับสายหนังแท้ขนาด 18มิลลิเมตร และรุ่น  TicWatch C2 20mm ที่มีให้เลือก 2 สีคือตัวเรือนสีดำ และสีแพลตตินั่ม (เงิน) หนา 13.10 มิลลิเมตร และมากับสายหนังแท้ขนาด 20 มิลลิเมตร โดยทั้ง 2 ตัวจะพร้อมวางจำหน่ายช่วงต้นเดือน มกราคม 2562 ในราคา 7,900 บาท

พร้อมกันนี้ ยังได้นำ TicPods Free” หูฟังอัจฉริยะไร้สาย ที่ได้รับรางวัลการออกแบบ จาก Red Dot และ iF product design awards อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนในรูปแบบคราวด์ฟันดิ้ง (Crowdfunding) จากผู้ใช้งานทั่วโลกมาแล้วกว่า 2.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

“TicPods Free เพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติในการใช้งาน ซึ่งจะมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานหูฟังไร้สายแบบเดิมๆ ไม่จำกัดค่าย สามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการAndroid™ และ iOS รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri และ Google Assistant  ควบคุม และสั่งงานด้วยการสัมผัสที่ก้านหูฟัง สามารถตรวจจับการใช้งานหูฟังอัตโนมัติ (In-ear detection) มีระบบตัดเสียงรบกวนขั้นสูง และสามารถฟังเสียงได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเฉพาะด้วยหลัก เออร์โกโนมิกส์ (Ergonomic) ทำให้หูฟังสามารถบล็อกเสียงจากภายนอกที่จะลอดเข้ามาได้ แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 4 ชั่วโมง และหากใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ จะสามารถใช้งานได้นานถึง 18 ชั่วโมง มีให้เลือกถึง 3 สี คือ สีขาว สีน้ำเงิน และสีแดง โดยปัจจุบัน TicPods Free วางจำหน่ายแล้วในราคา 4,290 บาท ” ธรรมสร กล่าว

นายชนินทร์ มโนชญากร ผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder) บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด เปิดเผยว่า อินโนเวชั่นอีทีซี ได้รับเลือกจาก Mobvoi ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย โดยเราได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันเพื่อนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่มานำเสนอให้กับตลาดในประเทศไทยได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ Mobvoi สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน การออกแบบที่ทันสมัยใช้งานง่าย อุปกรณ์สามารถรองรับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ และที่สำคัญยังสามารถตอบโจทย์ในเรื่องการใช้งานเมื่อเทียบกับราคา

“ที่ผ่านมาเราได้ทำการตลาดผลิตภัณฑ์รวมทั้งการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อให้แบรนด์ของเราสามารถเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคชาวไทย และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจตลาด Gadget ในประเทศไทยได้  และในปี 2562 นี้ เรามีแผนร่วมกับ Mobvoi ที่จะเตรียมส่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกหลายตัวเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย” นายชนินทร์ กล่าว

ปัจจุบัน อินโนเวชั่น อีทีซี ได้นำผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ TicWatch เข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยแล้วหลายรุ่น อาทิ TicWatch Pro, TicWatch S&E, TicWatch C และหูฟังไร้สายอัจฉริยะ TicPods Free  ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของ TicWatch อุปกรณ์เสริม และ Accessories มีวางจำหน่ายแล้วที่ บานานาไอที, ร้านดอทไลฟ์, ไอทีซิตี้, B2S สาขาเซ็นทรัลพระราม 3,เซ็นทรัลลาดพร้าว, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, B2S พัทยา, B2S ชลบุรี ร้าน Betrend สาขาเอ็มโพเรียม และสยามพารากอน หรือสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ Lazada, Shopee, facebook fanpage: Ticwatch Thailand และ www.ticwatchthailand.com

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

OnePlus มอบส่วนลดค่าเครื่อง 26% พร้อมส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้สูงสุดถึง 50% ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 มี.ค. 63

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ส่งท้ายปลายเดือน OnePlus ขอมอบข้อเสนอสุดเร้าใจ OnePlus Pay Day กับส่วนลดค่าเครื่อง OnePlus 7 Pro สมาร์ตโฟนที่ได้รางวัลการันตีในความยอดเยี่ยมของการใช้งานรอบด้าน โดยเฉพาะสายเอนเตอร์เทนเม้นท์ตัวจริงไม่ควรพลาดไม่ว่าจะเป็นการดูหนังฟังเพลง กับหน้าจอใหญ่เต็มตา ไม่มีติ่ง รู หรือรอยบากมากวนใจ ให้คุณสนุกกับเกมดังสุดมันส์ได้อย่างจุใจกับชิปเซ็ทประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855  และเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพได้อย่างมืออาชีพกับกล้องหลัง 3 เลนส์ คมชัดทุกระยะ พร้อมกันนี้ยังมีข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้สูงสุดถึง 50%

แคมเปญ Pay Day เมื่อสั่งซื้อ OnePlus 7 Pro รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 26% เริ่มต้น 14,999 บาท ผ่านช่องทาง Lazada ตามลิงก์นี้ >>> http://bit.ly/2Sj74tP ตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2563

  • OnePlus 7 Pro รุ่น 6+128 GB  จากราคา 18,990 บาท เหลือเพียง 14,999 บาท
  • OnePlus 7 Pro รุ่น 8+256 GB   จากราคา 19,990 บาท เหลือเพียง 16,999 บาท
  • OnePlus 7 Pro รุ่น 12+256 GB จากราคา 23,990 บาท เหลือเพียง 19,999 บาท

เท่านั้นยังไม่พอยังพบกับส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้ของ OnePlus Official ลดสูงสุด 50%  อาทิเช่น OnePlus 7 Pro Protective Case, OnePlus 6 Silicone Protective Case Red หรือ OnePlus 7T 3D Tempered Glass Screen Protector ผ่านช่องทาง Shopee : OnePlus Official Store ตามลิงก์นี้ >>> http://bit.ly/2T6Ch2P ตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563 นี้เท่านั้น

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OnePlus Thailand ได้ที่ Facebook Fanpage ตามลิงก์นี้  https://www.facebook.com/oneplusthailand หรือติดต่อสอบถาม OnePlus Call Center ได้ที่เบอร์ 02-793-3818

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

3 หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน นำโดย กรมการขนส่งทางราง รถไฟฟ้าบีทีเอส และเอไอเอส ผนึกกำลังร่วมทดสอบคลื่น 5G มั่นใจไม่สร้างผลกระทบผู้โดยสาร ด้านบีทีเอสเผยพร้อมป้องกันเต็มที่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ที่สถานนีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม นายสรพงศ์ ไพทูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส และนายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ร่วมกันยืนยันความพร้อมในการร่วมทดสอบการใช้คลื่นความถี่โทรคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้โดยสารรถไฟฟ้า หลังจากมีการประกาศเปิดให้บริการ 5G โดยผลการทดสอบที่ผ่านมายังไม่พบผลกระทบกับการเดินรถแต่อย่างใด

นายสรพงศ์ ไพทูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบงานด้านระบบรางของประเทศ ได้ให้ความสำคัญกับประชาชนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนและผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 5G จึงกำหนดให้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งลงพื้นที่ทดสอบคลื่นความถี่ ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (AIS) ผู้ให้บริการคลื่นความถี่ 5G และ บีทีเอส ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (สายสีเขียว) เพื่อตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น พร้อมหาวิธีป้องกันการเกิดผลกระทบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในเสถียรภาพของระบบการเดินรถไฟฟ้า ซึ่งผลการทดสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบผลกระทบแต่อย่างใด  อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางรางได้ขอให้ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการทดสอบผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และให้บีทีเอสดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์กรองคลื่นรบกวนตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าให้ครบภายใน 5 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล”

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส ย้ำว่า “ที่ผ่านมา บีทีเอส ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยได้มีการศึกษาและป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกันระหว่างคลื่นความถี่ที่ใช้ในระบบโทรคมนาคม กับคลื่นที่ใช้ในการเดินรถไฟฟ้า โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ กสทช. ประกาศแผนในการนำคลื่นความถี่ 2500-2600 MHz มาประมูลเพื่อใช้ในกิจการ 5G บีทีเอสจึงได้เข้าหารือรายละเอียดกับทาง กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และกรมการขนส่งทางราง เพื่อเตรียมการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับการเดินรถ รวมทั้งได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางผู้ผลิตและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณการเดินรถของบีทีเอสเอง และทางเอไอเอส ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ที่ชนะการประมูลคลื่น 2500-2600 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่อยู่ใกล้ชิดกับคลื่นวิทยุ 2400-2500 MHz ที่ระบบอาณัติสัญญาณของรถไฟฟ้าบีทีเอสใช้อยู่ ได้มีการทำงานร่วมกับเอไอเอสอย่างใกล้ชิด เพื่อทดสอบและป้องกันปัญหาเรื่องคลื่นรบกวน โดยได้มีมาตรการร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการเดินรถ แม้ว่าการทดสอบเบื้องต้นจะไม่พบปัญหาใด ๆ แต่เราจะยังคงร่วมมือกันเดินหน้าทดสอบอย่างต่อเนื่อง ในทุกช่วงเวลา และทุกเส้นทางเพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อผู้ใช้บริการของทั้ง 2 องค์กร ขณะที่บีทีเอสเองก็ได้ลงทุนติดตั้งระบบป้องกันตัวกรองคลื่น ในกรณีที่พบการรบกวนแฝงจากคลื่นความถี่ต่าง ๆ เพื่อให้การเดินรถไม่เกิดปัญหาในระยะยาว”

ขณะที่ นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสให้ความสำคัญกับการป้องกันผลกระทบจากคลื่นความถี่มาโดยตลอด และทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับบีทีเอสซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญของคนเมือง เอไอเอสได้ร่วมมือกันทดลอง ทดสอบมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562ก่อนเปิดประมูลและเข้มข้นยิ่งขึ้นหลังจากประมูลเรียบร้อย ในทุกเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในพื้นที่ขยายเครือข่ายทั้ง 4G / 5G โดยการทดสอบในเบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบแต่อย่างไรก็ตามเราจะยังคงเดินหน้าทดสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้โดยสารและสร้างความเชื่อมั่นว่า ประชาชนจะได้ใช้งานระบบสื่อสารและระบบโดยสารที่ดีที่สุด อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง ขอขอบคุณ กสทช. บีทีเอส และเอไอเอส ในการสนับสนุนและร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเดินรถไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย และใช้งานทั้งระบบการสื่อสารและระบบโดยสารรถไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac รับรางวัลองค์กรลดโลกร้อน จากชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่ใช้ผ้าคูลโหมด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค รับรางวัลองค์กรลดโลกร้อน จากการใช้ชุดยูนิฟอร์มใหม่ของพนักงานบริการหน้าร้านดีแทค ที่ตัดเย็บด้วยผ้าคูลโหมด ในงานมอบเกียรติบัตรและการสัมมนา “องค์กรลดโลกร้อน…ด้วยการใช้เสื้อผ้า CoolMode” โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับองค์กรที่เลือกใช้เสื้อผ้า CoolMode สำหรับเป็นชุดยูนิฟอร์ม หรือเสื้อผ้าในกิจกรรมต่างๆ ที่จะส่งผลให้เกิดการขยายผลการนำเสื้อผ้าลดโลกร้อนไปใช้เพิ่มมากขึ้น และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศ

ดีแทคเลือกใช้ผ้า Cool Mode ในชุดพนักงานดีแทคที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ ด้วยจำนวนชุดพนักงานรวมทั้งหญิงและชายจำนวน 8,020 ชุด ใช้ผ้ารวมทั้งหมด 12,814 หลา การใช้ผ้า CoolMode ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบาย สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศในสำนักงานได้ที่อุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียสได้ซึ่ง การลดอุณหภูมิลง 1 องศาเซลเซียสจากอุณหภูมิปกติ 25 องศาเซลเซียส สามารถลดค่าไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเครื่องปรับอากาศได้ถึง 10% ต่อปี

ชุดพนักงานดีแทคคอลเล็คชั่นนี้ ออกแบบโดยคุณหมู อาซาว่า หรือ พลพัฒน์ อัศวะประภา แฟชั่นดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจทุกรายละเอียดของดีแทค ทำให้ชุดยูนิฟอร์มสามารถสะท้อนความเป็นแบรนด์ดีแทค ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า และพร้อมที่จะให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ด้วยความ เรียบง่าย จริงใจ เป็นมิตร และตรงไปตรงมา ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ชุดยูนิฟอร์มพนักงานดีแทค คอลเล็คชันนี้มีดีไซน์ที่ ทันสมัย แฝงด้วยความสดใส เข้าถึงง่าย และสนุกสนาน ด้วยหัวใจสำคัญจากการคัดสรรเนื้อผ้าที่มานำมาตัดเย็บ ซึ่งใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองทั้งหมดด้วยนวัตกรรม CoolMode ซึ่ง อบก.ได้พัฒนา ฉลาก CoolMode เป็นเครื่องหมายสำหรับให้การรับรองเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากผ้าทั่วไป มีความคงทน ยืดง่าย สีไม่ตก และมีความพิเศษในการซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี จึงช่วยเพิ่มความสบายและเพิ่มความเย็นในขณะสวมใส่ ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งฉลากคูลโหมดนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กับ  สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการใช้เสื้อผ้าที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดผู้ผลิตและตลาดสินค้าสิ่งทอที่ลดโลกร้อนในประเทศไทย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News47 นาที ที่แล้ว

Qualcomm เริ่มทดสอบ X60 โมเด็ม 5G รุ่นใหม่ความเร็วสูงสุด 7 Gbps และอาจประเดิมใน iPhone 12

แม้ว่างาน MWC 2020 จ...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Redmi K30 Pro ยืนยันใช้กล้อง Pop-Up ไร้ติ่งไร้รอยบาก และใช้ขุมพลัง Snapdragon 865 แน่นอน

Xiaomi ได้เผยโปสเตอร...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO เผยคลิปทีเซอร์ Find X2 มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Refresh Rate 120Hz และมี 1 พันล้านสี

เหลืออีกเพียงไม่กี่ว...

Apple News13 ชั่วโมง ที่แล้ว

Justin Bieber ออกมิวสิควิดีโอใหม่ “Changes” รับชมได้บน Apple Music ที่เดียวเท่านั้น

Justin Bieber และผู้...

ข่าวประชาสัมพันธ์13 ชั่วโมง ที่แล้ว

OnePlus มอบส่วนลดค่าเครื่อง 26% พร้อมส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้สูงสุดถึง 50% ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 มี.ค. 63

ส่งท้ายปลายเดือน One...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง