ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

โซนี่ไทย ยกขบวนกล้องเลนส์รุ่นล่าสุดโชว์ศักยภาพเต็มพิกัด พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มส่งท้ายปี ในงานมหกรรม Photo Fair 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ตอกย้ำความสำเร็จและการเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพสุดล้ำ ยกขบวนกล้องเลนส์ และอุปกรณ์ถ่ายภาพรุ่นล่าสุด ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันทรงพลังภายใต้แนวคิด Powered by AI ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจหลักของกล้องโซนี่ ให้ผู้เยี่ยมชมงานได้สัมผัสประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ และทดลองใช้งานเทคโนโลยีอันล้ำยุคของกล้องและเลนส์โซนี่ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพมาจัดแสดงพร้อมให้ผู้สนใจได้ทดสอบประสิทธิภาพกันอย่างเต็มที่และจุใจไปกับข้อเสนอ และโปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อคนรักการถ่ายภาพที่กำลังมองหากล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพคู่ใจ ภายในงาน Photo Fair 2019 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 พ.ย. ถึง 1 ธ.ค.   ศกนี้ และร่วมชมนิทรรศการภาพถ่าย “The Eye For Inspiration” ภายใต้แนวความคิด “เพราะดวงตาสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริง” ที่จัดแสดงผลงานภาพถ่ายผ่านแรงบันดาลใจสุดสร้างสรรค์โดยสุดยอดศิลปินช่างภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทย 7 ท่าน

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ในงาน Photo Fair 2019 ที่คนรักการถ่ายภาพ และผู้ที่กำลังมองหากล้อง รวมถึงอุปกรณ์คู่ใจในราคาสุดคุ้มไม่ควรพลาด โซนี่จัดเตรียมโซลูชั่นส์ของกล้องและเลนส์ที่หลากหลายให้ตรงกับโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด อาทิ กล้อง A7 MIII และชุดคิท A7 MIII Kit ที่มาพร้อมเลนส์ SEL35F18F และแบตเตอรี่ NP-FZ100 ที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีความชื่นชอบการถ่ายภาพ Portrait ด้วยกล้องระดับฟูลเฟรม มิเรอร์เลสที่ฮิตที่สุดของปี สำหรับผู้ที่กำลังมองหาชุดถ่าย VDO Content ห้ามพลาดกับชุด VlogWithSony ในโซลูชั่นส์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ ชุดกล้อง A6600 หรือ A6400 พร้อมเลนส์ SEL35F18 หรือ SEL18105G พ่วงกับ Grip, แบตเตอรี่, ไมโครโฟน และ Manfrotto Bar อุปกรณ์เสริมใช้งานร่วมกับ Grip และไมโครโฟน ที่ให้  ทั้งคุณภาพ และความคล่องตัวตอบรับเทรนด์การสร้างสรรค์ VDO Content ที่ร้อนแรงในปีนี้ นอกจากนี้ สำหรับมือใหม่ที่กำลังเข้าสู่ประสบการณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โซนี่ยังจัดแพ็คเกจกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสชุดเริ่มต้นสุดค้มแห่งปี ในรุ่น A7 II Kit พร้อมรับเพิ่มเลนส์ Portrait รุ่น SEL50F18F ฟรีอีกด้วย พร้อมทั้งโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับ กล้อง Action Cam  และกล้อง Premium Compact ทั้งนี้ ผู้เยี่ยมชมสามารถทดลองประสิทธิภาพของกล้อง เลนส์ และอุปกรณ์ถ่ายภาพของโซนี่กันอย่างจุใจได้ที่ Experience Zone และกิจกรรมพิเศษตลอดงาน อาทิ ทดลองประสิทธิภาพของ Real Time AF Tracking ด้วยการถ่ายภาพ Cover Dance และ Cosplay ลองสัมผัสประสบการณ์ถ่ายภาพกับ A7R IV ในรูปแบบ Studio Shooting กับโซน Fashion Portrait เพื่อทดสอบรายละเอียดของภาพขนาด 61MP หรือทดสอบรายละเอียดขั้นสูงสุดระดับ 240MP ที่จะทำให้เห็นถึงประสิทธิ์ภาพจากกล้องโซนี่ฟูลเฟลมด้วยระบบ Pixel Shift ในสไตล์แบบ Dark Food และไฮไลท์สำคัญคือการทดสอบประสิทธิภาพของกล้อง A9 MII กล้องฟูลเฟลมระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุด กับเทคโนโลยีความเร็วระดับ 20 fps และมาพร้อมกับเลนส์ Telephoto ตลอดจนทดลองถ่ายวิดีโอคอนเทนต์สำหรับผู้สนใจการสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์ ที่เรียกว่าเป็นกระแสแห่งปีกับกลุ่ม Vlogger และ Content Creator กับหลากหลาย solution ตั้งแต่กล้องระดับ APSC อย่าง A6600 จนกระทั่งกล้องสายลุยอย่าง RX100 หรือ RX0

นิทรรศการภาพถ่าย “The Eye for Inspiration”

ในงานนี้ โซนี่ยังได้จับมือกับศิลปินช่างภาพมืออาชีพระดับประเทศ และ Content Creator ชื่อดังจากหลากหลายสาขาจำนวน 7 ท่าน ที่เป็นตัวแทนของการสร้างแรงบันดาลใจ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานถ่ายทอดมุมมองที่มีเอกลักษณ์ผ่านแรงบันดาลใจที่แตกต่างของศิลปินแต่ละท่าน ด้วยผลงานภาพถ่ายจำนวน 49 ภาพ ในนิทรรศการภาพถ่าย “The Eye For Inspiration” โดยภาพถ่ายทุกภาพสร้างสรรค์ด้วยกล้องโซนี่ฟูลเฟรมมิเรอร์เลส และกล้องพรีเมียมคอมแพคท์ RX100 m7 โดยได้รับเกียรติจากคุณอลิซ วิชช์โชติ รับหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้ ซึ่งคุณอลิซเป็นช่างภาพมืออาชีพ วิทยากรด้านการถ่ายภาพ และยังเป็นภัณฑารักษ์ที่มากด้วยประสบการณ์ในการจัดนิทรรศการภาพถ่ายระดับประเทศหลายงานด้วยกัน

สำหรับศิลปินช่างภาพทั้ง 7 ท่านที่ให้เกียรติร่วมจัดแสดงผลงานในนิทรรศการภาพถ่าย “The Eye For Inspiration” ผ่านเรื่องราวภาพถ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย ณัฐ ประกอบสันติสุข ศิลปินช่างภาพระดับแถวหน้าของวงการแฟชั่นเมืองไทยที่มีเอกลักษณ์และสไตล์ของตัวเองที่โดดเด่นกับการนำเสนอมุมมองแปลกใหม่ผ่านการจับจังหวะของแบบขณะเคลื่อนไหว และผลงานชุด Plastic Monster ที่สะท้อนถึงความน่ากลัวของขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยดึงศักยภาพของอุปกรณ์ที่ใช้ และความละเอียดคมชัดของภาพออกมา ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในป่าลึกทั่วประเทศ และมีประสบการณ์การถ่ายภาพนานกว่า 30 ปี กับผลงานที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงการรอคอย และการได้คลุกคลีอยู่กับธรรมชาติและสัตว์ป่า ที่ทำให้ได้เรียนรู้ว่ามนุษย์นั้นล้วนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ช่างภาพแนวสตรีทมือรางวัลระดับนานาชาติ ที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นต้นแบบให้แก่ช่างภาพรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังสนใจศึกษาการถ่ายแนวสตรีทซึ่งผลงานที่นำมาจัดแสดงนั้น เป็นภาพที่ได้จากการเดินทางไปที่เมือง BHAKTAPUR เมืองมรดกโลกของเนปาล นับเป็นการเดินทางกลับไปบันทึกภาพวิถีชีวิตของผู้คน หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แววตาของผู้คนในเมืองนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตร โดยทวีพงษ์ได้บันทึกเรื่องราว และความทรงจำของการเดินทางครั้งนี้ด้วยกล้อง Full Frame Mirrorless A7R IV และเลนส์คู่ใจ 24 F1.4 G Master วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ช่างภาพแนวสารคคดี ผู้ผลิตและสร้างสรรค์รายการสารคดีท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมด้วยเนื่อหาเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ กับการนำเสนอเรื่องเล่าผ่านภาพถ่ายชุด Serenity in Chaos Story ผู้ลี้ภัยที่ประสบภัยจากความขัดแย้ง และสงครามทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาผู้ลี้ภัยที่มีจำนวนมากในปัจจุบัน และอยากให้ผู้คนเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือ สราวุฒิ อินทรบ ช่างภาพสาย Landscape ที่มีรางวัล Sony World Photography Awards 2015 การันตีในความสามารถ ได้นำผลงานภาพถ่ายจากการเดินทางไปบันทึกความสวยงามของธรรมชาติที่ประเทศ Namibia ในทวีปแอฟริกาใต้ ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นำเสนอถึงความสวยงาม เส้นสายที่แข็งแรง แสงและความคมชัดของภาพ บันทึกภาพจากหลากหลายช่วงเวลา ที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัวและงดงาม พิชัย แก้ววิชิต ช่างภาพมือสมัครเล่นกับฝีมือระดับมืออาชีพ ประกอบอาชีพหลักขี่รถมอเตอร์ไซด์วิน เบอร์ 3 แห่งราชเทวี แต่ด้วยความรักและชอบการถ่ายภาพ จึงได้เก็บรวบรวมภาพที่บันทึกไว้ระหว่างการทำงานในแต่ละวันจนมีผลงานและจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวมาแล้ว โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราวของการเชื่อมโยงของสิ่งต่าง ๆ และความงามที่อยู่รอบตัว การใช้เส้นสายเป็นตัวเชื่อมของวัตถุผสมผสานกับการเลือกโทนสีที่โดดเด่น ทำให้เกิดความสะดุดตา และแสดงถึงเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของพิชิต และ ภาณุภัทร์   สุกัลยารักษ์ บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดัง เจ้าของเพจเดินทางท่องเที่ยว Go Went Go: เที่ยวเว้นเที่ยว ที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน ที่ถ่ายทอดภาพที่ต้องการนำเสนอด้วยความเชื่อว่าการเดินทางไม่ใช่จุดหมาย แต่สิ่งสำคัญคือความสุขที่เกิดขึ้นในระหว่างทาง

กิจกรรมสัมมนาความรู้โดยวิทยากรช่างภาพมืออาชีพ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถร่วมรับฟังประสบการณ์ ความรู้ และเทคนิคการถ่ายภาพในรูปแบบต่าง ๆ จากช่างภาพมืออาชีพที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และคร่ำหวอดในแวดวงศิลปะการถ่ายภาพในแขนงต่าง ๆ จำนวน 13 ท่าน ที่จะให้เกียรติมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านการถ่ายภาพในหัวข้อต่าง ๆ ให้แก่ผู้สนใจอย่างเข้มข้น และสนุกสนานตลอดทั้งงาน อาทิ ณัฐ ประกอบสันติสุข ช่างภาพแฟชั่นแถวหน้าของเมืองไทย, ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพ Wildlife ชื่อดัง, ทวีพงษ์ ประทุมวงศ์ ช่างภาพสายสตรีทมือรางวัลระดับโลก, วิน ภูริต เนติมงคลชัย ช่างภาพ Wedding ระดับท็อปของไทย, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ช่างภาพ และ Content Creator รายการสารคดีท่องเที่ยว รวมทั้ง Vlogger รายการท่องเที่ยวบน YouTube อย่างภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ (บาส) จาก Go Went Go และ กุลเชษฐ์ เชี่ยวสกุล (ฉิม) จาก I Love To Go.com เป็นต้น

ช่างภาพ 13 ท่านที่จะร่วมเป็นวิทยากรที่ลานกิจกรรมโซนี่ในงาน Photo Fair 2019

No.ช่างภาพวิทยากรNo.ช่างภาพวิทยากร
1ณัฐ ประกอบสันติสุข8พิชัย แก้ววิชิต
2ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ9โชติพงษ์ เอกเสน
3ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์10สราวุฒิ อินทรบ
4ภูริต เนติมงคลชัย11ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์
5วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล12กุลเชษฐ์ เชี่ยวสกุล
6ฆนพร ลัทธิธรรม13อดิศักดิ์ ว่องไวการค้า
7อุกฤษฎ์ ทองศรีเนียม 

 

โปรโมชั่นสุดพิเศษจากโซนี่ภายในงาน Photo Fair 2019

พร้อมกันนี้ โซนี่ยังจัดเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายมามอบให้ลูกค้าอย่างจุใจภายในงาน Photo Fair 2019 ทั้งราคาพิเศษพร้อมส่วนลด ผ่อน 0% รับเครดิตเงินคืน รับของสมนาคุณ บริการพิเศษ รวมทั้งส่วนลดพิเศษอีกมากมาย เพื่อให้คนรักการถ่ายภาพได้มีโอกาสทดลอง และสัมผัสประสิทธิภาพของกล้องและเลนส์ประเภทต่าง ๆ อย่างจุใจ อาทิ

  • เมื่อซื้อกล้อง A7M3 / A7M3K รับส่วนลด 9000 บาท พร้อมแลกซื้อเลนส์ SEL35F18F ในราคาพิเศษ 19,990 บาท รับเพิ่มฟรีทันที Battery NP-FZ100, Alpha Bag LCS-BP2, และ Thumb Drive Sony Full Frame มูลค่ารวมกว่า 8,000 บาท
  • เมื่อซื้อกล้อง A6400 / A6600 ทุกรุ่น รับสิทธิ์ส่วนลดแลกซื้อชุด Vlog (SEL35F18 หรือ SEL18105G, Grip GP-VPT1, Microphone ECM-CG60) ราคาพิเศษ 22,654 บาท พร้อมรับเพิ่มฟรีทันที Battery NP-FZ100 หรือ NP-FW50, Manfrotto Bar, Alpha Bag LCS-SC8, Cleaning Set มูลค่ากว่า 6,000 บาท
  • เมื่อซื้อกล้อง A7M2K รับเพิ่มฟรีทันที Portrait เลนส์ SEL50F18F มูลค่า 11,990 บาท *จำนวนจำกัด
  • เมื่อซื้อกล้องรุ่น A9, A7RM4, A7RM3, A7SM2 รับเครดิตเงินคืน 13% เมื่อทำรายการผ่อนสูงสุด 0% 15 เดือน พร้อมแลกคะแนน 10,000 คะแนน กับบัตรเครดิตกรุงศรี *โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย
  • เมื่อซื้อกล้องรุ่น RX0II รับเพิ่มฟรีทันที Travel Kit และ Filter Adapter รุ่น VFA-305R มูลค่ารวมกว่า 6,000 บาท
  • เมื่อซื้อกล้องรุ่น RX100V, RX100VI, RX100VII รับเพิ่มฟรีทันที RX100 Leather Case มูลค่า 2,590 บาท
  • เมื่อซื้อกล้องรุ่น RX10IV รับเพิ่มฟรีทันที Battery NP-FW50 มูลค่า 2,290 บาท
  • เมื่อซื้อกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ รุ่นไดก็ได้ รับสิทธิ์แลกซือเลนส์พร้อมส่วนลดพิเศษได้สูงสุด 3 เลนส์
  • ลูกค้าที่ซื้อกล้องมีสิทธิ์รับฟรีของแถม Thumb Drive Sony Full Frame, Cleaning Set, Travel Luggage Strap เมื่อซื้อสินค้ารุ่นตามที่กำหนด
  • บริการทำความสะอาดกล้อง และเลนส์ฟรี (จำกัดสิทธิ์ต่อท่านสำหรับ กล้อง 1 ตัว เลนส์ 2 ตัว) *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอเชิญทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แห่งการถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำจากโซนี่ แวะชมงานนิทรรศการภาพถ่าย “The Eye For Inspiration” และกิจกรรมพิเศษของโซนี่ภายในงาน Photo Fair 2019 ในระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึง     1 ธันวาคม ศกนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ตั้งแต่เวลา 11:00น. ถึง 21:00น. ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม https://www.sony.co.th/microsite/promotion/photofair2019/

ข่าวประชาสัมพันธ์

รู้จัก “1+8+N” กลยุทธ์ในสนามแห่งเทคโนโลยีอัจฉริยะและอีโคซิสเต็มของหัวเว่ย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคทั่วไป มุ่งมั่นสร้างวิถีชีวิตอัจฉริยะอย่างแท้จริงให้แก่ผู้ใช้ ด้วยแนวคิด “ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ” หรือ “Seamless AI Life” ต่อยอดจากการเป็นผู้ส่งมอบสมาร์ทโฟนแถวหน้าของตลาด ด้วยการเพิ่มเติมสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ เข้าสู่ตลาด เพื่อบูรณาการการใช้งาน ผ่านการเชื่อมต่อ แบ่งปันคอนเทนต์และเสริมศักยภาพของแต่ละอุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมนำร่องด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ตอบสนองเทรนด์ความต้องการแห่งอนาคต

จุดแข็งของหัวเว่ยคือเป็นการเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ที่มีระบบเครือข่าย ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เป็นของตนเอง ซึ่งนับเป็นความได้เปรียบอย่างยิ่งในการสร้างอีโคซิสเต็มที่ไร้รอยต่อภายในอาณาจักรของหัวเว่ย ภายใต้กลยุทธ์ธุรกิจที่ชื่อว่า 1+8+N”  ซึ่งจะกำหนดแนวทางการรุกตลาดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอัจฉริยะของหัวเว่ยตลอดระยะเวลาอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเลข 1 หมายถึง สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์หลักที่จะเป็นหัวใจในการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานของดีไวซ์อื่นๆ ขณะที่ 8 หมายถึง สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ อีก 8 อย่างที่จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ได้แก่ แล็ปท็อป แท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ หูฟังไร้สาย แว่นตา ทีวีหรือหน้าจออัจฉริยะ ลำโพง และรถยนต์ ส่วน N หมายถึง อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT) และเครื่องหมาย “+” หมายถึง เครือข่ายการเชื่อมต่อในบริเวณกว้าง (WAN) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระยะใกล้ เช่น Huawei Share และ HiLink ที่จะผสานเครือข่ายอีโคซิสเต็มของหัวเว่ยให้สมบูรณ์ เพื่อมอบประสบการณ์การทำงานที่ลื่นไหล เต็มประสิทธิภาพ และให้ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

สืบเนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเครือข่าย 5G ในประเทศไทย และเทรนด์การใช้งานของผู้บริโภคปัจจุบันที่นิยมมีอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์และสมาร์ทแก็ดเจ็ตมากกว่า 1 ชิ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้สมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์ IoT ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น  หัวเว่ยคอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป จึงผลักดันผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทเข้าสู่ตลาด ในหลากหลายระดับราคา เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างเท่าเทียม โดยมีสมาร์ทโฟนสำหรับทุกกลุ่มผู้ใช้ ไล่เรียงตั้งแต่รุ่นระดับเรือธง P Series และ Mate Series รุ่นกลางอย่าง nova Series และรุ่นเล็กราคาสบายกระเป๋า อย่าง Y Series นอกจากนี้ยังมีแล็ปท็อป แท็บเล็ต ไปจนถึงกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ (wearable) อย่างสมาร์ทวอทช์ สมาร์ทกลาส (แว่นตาอัจฉริยะ) และอุปกรณ์เสริม (gadget) เช่น หูฟังไร้สาย เป็นต้น โดยอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหมดจะมาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อ เพื่อแบ่งปันข้อมูล คอนเทนต์ และยกระดับศักยภาพ ด้วยการแชร์ความสามารถระหว่างอุปกรณ์ตามกลยุทธ์ที่ได้วางไว้

สมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ เหล่านี้ของหัวเว่ยจะมาพร้อมกับ HUAWEI Mobile Service ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกันได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วผ่านเครือข่าย 5G, ระบบปฏิบัติการ EMUI และการต่อยอดไปถึงบริการ HUAWEI Assistant ทั้งนี้ การเชื่อมต่ออุปกรณ์มีหลากหลายฟีเจอร์ อาทิ HUAWEI Share ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ แบ่งปันข้อมูล แชร์ศักยภาพการทำงานระหว่างอุปกรณ์ ผ่านการแตะอุปกรณ์เข้าด้วยกันเพียงสัมผัสเดียว (One Tap) หมดปัญหาความยุ่งยากของการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแก้ปัญหาความไม่เสถียรไปโดยปริยาย

กลยุทธ์ 1+8+N เป็นจุดเริ่มต้นของหัวเว่ยในการสร้างอีโคซิสเต็มอันสมบูรณ์แบบให้กับการใช้ชีวิตไร้รอยต่อในโลกแห่งอนาคตและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์สมาร์ทดีไวซ์ในปัจจุบันไปจนถึงในอีก 10 ปีข้างหน้า ช่วยสร้างการติดต่อสื่อสารและการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพสูง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการทำงาน และความสัมพันธ์ให้โลกของเรายิ่งใกล้กันมากขึ้น ตามคำกล่าวที่ว่า “Together in Just One Tap”

โดยขณะนี้หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป มีแคมเปญ Together 2020 ที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้บริโภคทั่วไปและแฟนๆ ของแบรนด์ได้มีโอกาสใช้งานหลากหลายอุปกรณ์ รวมถึงเชื่อมต่อการทำงานระหว่างอุปกรณ์มากยิ่งขึ้น จึงจัดโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์ครบชุดทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในทุกระดับ ตอบโจทย์การใช้งานทุกเพศทุกวัย พร้อมของสมนาคุณและส่วนลดสูงสุดถึง 20% สําหรับซื้ออุปกรณ์เสริมของหัวเว่ยหรือแก็ดเจ็ต รวมถึงสิทธิพิเศษมากมาย เช่น ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุดถึง 24 เดือนสำหรับบัตรเครดิตและผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ณ Huawei Experience Store ที่ร่วมรายการ โดยโปรโมชั่นสุดคุ้มนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค.นี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ 1+8+N และแคมเปญ “Together in Just One Tap” สามารถคลิกดูได้จากลิงค์นี้: https://consumer.huawei.com/th/campaign/together-2020/1-8-n/

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2019 ผลักดันด้านความเสถียรของเครือข่าย พร้อมความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ยเผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2019 โดยระบุถึงความคืบหน้าของบริษัทในการสนับสนุนด้านความเสถียรและความปลอดภัยของเครือข่าย การลดการก่อมลพิษ การรับมือกับปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศ (climate change) การนำเทคโนโลยี “TECH4ALL” มาปรับใช้จริง และสนับสนุนเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านความเสถียรของเครือข่ายยังคงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มีต่อความรับผิดชอบทางสังคมและภารกิจของหัวเว่ย โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติ อาทิ แผ่นดินไหว พายไต้ฝุ่น สึนามิ หรือความขัดแย้งที่ทำให้เกิดการปะทะของกองกำลังติดอาวุธ พนักงานของหัวเว่ยถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยดูแลให้เครือข่ายการสื่อสารเป็นปกติและคอยช่วยเหลือให้การปฏิบัติงานบนเครือข่ายต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นท่ามกลางวิกฤติการณ์เหล่านั้น ในปี 2019 หัวเว่ยได้คอยดูแลให้เครือข่ายต่างๆ สามารถใช้งานได้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่และภัยพิบัติทางธรรมชาติมากกว่า 200 เหตุการณ์

นายเหลียง หัว ประธานคณะกรรมการของหัวเว่ยกล่าวว่า “ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เผชิญกับความท้าทายมากมายที่ไม่เคยประสบมาก่อน แต่เราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง เราทำงานอย่างข้ามวันข้ามคืนเพื่ออุดช่องโหว่ต่างๆ ในธุรกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ รวมทั้งยังสามารถส่งมอบสินค้าและบริการให้ถึงมือผู้บริโภคได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยเราได้ช่วยติดตั้งเครือข่ายในกว่า 170 ประเทศ คิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ การทำให้เครือข่ายต่างๆ เหล่านี้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมทั้งทำให้ผู้คนมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อใช้งาน ไม่เพียงเป็นแค่วัตถุประสงค์ของเรา แต่ยังเป็นเป้าหมายหลักในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเราอีกด้วย”

หัวเว่ยยังได้เปิดเผยเป้าหมายในระยะกลางและระยะยาว ในด้านการลดการปล่อยมลพิษก๊าซเรือนกระจก ระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงความคืบหน้าต่างๆ ในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ด้านภารกิจการลดมลพิษจากก๊าซเรือนกระจก ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานของผลิตภัณฑ์หลักจากหัวเว่ยเพิ่มขึ้นถึง 22% โดยในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยใช้พลังงานสะอาดกว่า 1,250 ล้านกิโลวัตต์ เทียบเท่ากับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 570,000 ตัน

เพื่อร่วมมีส่วนช่วยเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เช่น 86% ของผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งคืนมายังบริษัท ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ และมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ของหัวเว่ยเพียง 1.24% ที่ถูกนำไปกำจัดในหลุมฝังกลบ

หัวเว่ยยังใช้ทรัพยากรหมุนเวียนมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่สร้างขึ้นในแคมปัสของหัวเว่ยมีกำลังการผลิตรวม 19.35 เมกะวัตต์ และผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 13.57 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปี 2019 ทั้งนี้ หัวเว่ยยังได้ประยุกต์ใช้โซลูชัน Smart PV ในขอบข่ายที่ใหญ่ขึ้น เช่น โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ ในจังหวัดคูคุย ประเทศอาร์เจนตินา โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละ 660 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับ 160,000 ครัวเรือน

หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมดิจิทัล และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ ในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน RuralStar Lite (the RuralStar Lite solution) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างไซต์สัญญาณได้อย่างมหาศาล และสามารถเชื่อมต่อประชากรมากกว่า 40 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเข้าด้วยกัน โซลูชันดังกล่าวสร้างการเชื่อมต่อผ่านสภาพภูมิประเทศทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่ราบ เนินเขา ทะเลทราย หรือหมู่เกาะ หัวเว่ยยังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สร้าง DigiTruck ห้องเรียนดิจิทัลเคลื่อนที่ ซึ่งฝึกอบรมความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลให้กับชาวเคนยาเกือบ 800 รายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และในเดือนกันยายน 2019 หัวเว่ยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับสำนักงานระดับภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกของยูเนสโก ในการทำงานร่วมกันเพื่อนำ DigiTruck เข้าไปในอีกหลายประเทศ และทำให้ชาวแอฟริกาทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน

หัวเว่ยระบุในรายงานว่า เทคโนโลยีไอซีทีจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และขอให้ทั้งแวดวงอุตสาหกรรมร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ

นายเทา จิงเหวิน (Tao Jingwen) คณะกรรมการและประธานกรรมการ CSD ของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยเชื่อในการเปิดกว้างและความร่วมมือเพื่อความสำเร็จร่วมกัน เรากำลังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ร่วมแวดวงอุตสาหกรรม เช่น บริษัทซัพพลายเออร์ของเรา เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มของภาคอุตสาหกรรม เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเอาชนะอุปสรรคและความท้าทายเหล่านี้ได้ เราจะมุ่งมั่นต่อไปจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าของเราและสังคมโลกในวงกว้างต่อไป”

อ่านรายงานด้านความยั่งยืนปี 2019 ฉบับเต็มของหัวเว่ยได้ที่ http://www.huawei.com/en/sustainability/sustainability-report

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดเมกะดีล AIS ผนึก สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ร่วมทุนตั้งบริษัท สห แอดวานซ์ เน็ทเวอร์ค นำ AIS 5G ปูพรมเต็มพื้นที่ EEC

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เอไอเอส ผู้นำเครือข่าย 5G อันดับ 1 ที่มีคลื่นมากที่สุด ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ กับบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI บริษัทในเครือสหพัฒน์ ที่มีความแข็งแกร่งด้านการดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม ลงนามจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อบริษัท สห แอดวานซ์ เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ SAN” สานต่อแผนความร่วมมือพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ นำพลานุภาพ AIS 5G และ Network Infrastructure เสริมแกร่งอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยกระดับสู่ Smart Industrial ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการนำเทคโนโลยี 5G ร่วมฟื้นฟูประเทศไทย พร้อมผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยทัดเทียมเวทีโลก

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่าเทคโนโลยี 5G เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ดิจิทัลเส้นใหม่ของประเทศ ที่จะช่วยให้ภาคส่วนต่างๆ พลิกสถานการณ์จาก Fall สู่ Fight กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ที่ผ่านมา เราจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมร่วมทดลอง ทดสอบ กับพันธมิตรในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้ง อุตสาหกรรมการขนส่ง, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, อุตสาหกรรมค้าปลีก, ด้านระบบรักษาความปลอดภัย, สมาร์ทซิตี้ ตลอดจนการนำไปใช้งานทางด้านสาธารณสุขในช่วงโควิด-19 เพื่อแสดงให้คนไทยและทุกภาคส่วนได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของการนำ 5G ไปใช้ประโยชน์

วันนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่เราได้สานต่อแผนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 5G กับพันธมิตรไปอีกขั้น โดยร่วมมือกับบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI จัดตั้ง บริษัท สห แอดวานซ์ เน็ทเวอร์ค หรือ SAN ให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) และ ICT Infrastructure ภายในสวนอุตสาหกรรมของ SPI ทั้ง 4 แห่ง คือ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี, .กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี, .เมือง จ.ลำพูน และ อ.แม่สอด จ.ตาก รวมพื้นที่ประมาณ 7,255 ไร่ ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่กว่า 112 แห่ง พร้อมเตรียมนำ ICT Infrastructure และเทคโนโลยี 5G ทั้ง  5G Stand Alone (5G SA) เครือข่าย 5 โดยเฉพาะ ที่มีความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ และ 5G Network Slicing  ที่เอไอเอส เป็นรายแรกรายเดียวในไทย ที่สามารถออกแบบเครือข่ายได้อย่างสอดคล้องและยืดหยุ่น ตอบโจทย์ลักษณะของอุตสาหกรรมแต่ละรูปแบบ แต่ละพื้นที่ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพไปให้บริการในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มผลผลิตให้กับโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ทั้งยังเป็นต้นแบบของการนำเอาเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในนิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง มีความตั้งใจที่จะพัฒนาสวนอุตสาหกรรมไปสู่มาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามายกระดับการบริหารและพัฒนาพื้นที่ภายในสวนอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ยกระดับกระบวนการผลิตสู่การเป็นโรงงานอัจฉริยะ และนำไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 วันนี้ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับเอไอเอส นำโครงข่าย Fiber Optic มาให้บริการภายในสวนอุตสาหกรรมของ SPI ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการต่อยอดบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูง และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับองค์กร อีกทั้งยังเป็นการรองรับการเติบโตของบริการ 5G สำหรับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในอนาคต

ทั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของ สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ที่เป็นผู้นำด้านสินค้าอุปโภคและบริโภค และมีความแข็งแกร่งด้านการดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน เมื่อผนวกกับจุดแข็งของเอไอเอส ในด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่แข็งแกร่งด้วยเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และครอบคลุมทั่วประเทศ จะช่วยให้ผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ EEC สามารถผลิตสินค้าและดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ช่วยดึงดูดให้นักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกสนใจมาลงทุนตั้งฐานการผลิตที่ในพื้นที่ EEC มากยิ่งขึ้น อันจะเป็นการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยได้อย่างยั่งยืนนายวิชัย กล่าวปิดท้าย

สำหรับ บริษัท สห แอดวานซ์ เน็ทเวอร์ค หรือ SAN จัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 300,000 หุ้น เป็นเงิน 30,000,000 บาท โดย บริษัท แอดวานซ์ บรอดแบรนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด (ABN) ถือหุ้น 70% คิดเป็นเงินลงทุน 21 ล้านบาท และ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (SPI) ถือหุ้น 30% คิดเป็นเงินลงทุน 9 ล้านบาท

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series. Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเ...

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01 SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

โฉมใหม่ SanDisk Extr...

HUAWEI Y6p 4GB+64GB HUAWEI Y6p 4GB+64GB
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

HUAWEI Y6p 4GB+64GB เมมใหญ่ เก็บรูปได้เยอะ ราคาเล็ก ไม่เกิน 4,000 บาท!

รูปเยอะ ไฟล์แยะแค่ไห...

Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

ส่องโปรพิเศษ HUAWEI ของแถมและสิทธิพิเศษมากมาย วันนี้ – 31 ก.ค.นี้ เท่านั้น

หัวเว่ยมอบส่วนลดพิเศ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง