รีวิว Samsung Galaxy S9 และ S9+ กล้องสลับรูรับแสงได้ และลำโพงสเตอริโอ

รีวิว Samsung Galaxy S9 และ S9+ สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่สำหรับสู้ศึกกับค่ายอื่นในต้นปี 2018 มาพร้อมชิปเซ็ต Exynos 9810 และชูจุดเด่นด้านกล้องถ่ายรูปสลับรูรับแสงได้ f/1.5 กับ f/2.4

รีวิว Samsung Galaxy S9 และ S9+ หลังจากได้ดูพรีวิวในวันเปิดตัวกันไปแล้ว ซึ่งนอกจากฟีเจอร์เรื่องรูรับแสงของกล้องหลังแล้ว ยังมีความสามารถในการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 60fps และ Super Slow-mo 960fps พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ข้อมูลSamsung Galaxy S9Samsung Galaxy S9+
เครือข่าย3G/4G/LTE Cat.18 (1.2Gbps)3G/4G/LTE Cat.18 (1.2Gbps)
ขนาดตัวเครื่อง147.7 x 68.7 x 8.5 มม.158.1 x 73.8 x 8.5 มม.
น้ำหนัก163 ก.189 ก.
วัสดุกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีความโค้งแบบ 3D กรอบโลหะอะลูมิเนียมกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีความโค้งแบบ 3D กรอบโลหะอะลูมิเนียม
มาตรฐาน- กันน้ำกันฝุ่น IP68- กันน้ำกันฝุ่น IP68
หน้าจอ- 5.8 นิ้ว
- Super AMOLED
- 2960 x 1440 พิกเซล
- Gorilla Glass 5
- 6.2 นิ้ว
- Super AMOLED
- 2960 x 1440 พิกเซล
- Gorilla Glass 5
ระบบปฏิบัติการAndroid 8.0 OreoAndroid 8.0 Oreo
ชิปเซ็ตSamsung Exynos 9810 OctaSamsung Exynos 9810 Octa
หน่วยความจำ- RAM 4GB
- ROM 64GB
- RAM 6GB
- ROM 64GB
กล้องหลัง- 12 ล้านพิกเซล
- รูรับแสง f/1.5, f/2.4
- ระบบโฟกัส Super Speed Dual Pixel
- ระบบกันภาพสั่นไหว OIS
- เลนส์คู่ 12 ล้านพิกเซล + 12 ล้านพิกเซล เทเลโฟโต้
- รูรับแสง f/1.5, f/2.4
- ระบบโฟกัส Super Speed Dual Pixel
- ระบบกันภาพสั่นไหว OIS
ฟีเจอร์กล้อง- กล้องหลังบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K @60fps, Super Slow-mo 960fps
- AR Emoji
-
- กล้องหลังบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K @60fps, Super Slow-mo 960fps
- AR Emoji
- Live Focus
กล้องหน้า- 8 ล้านพิกเซล
- ระบบออโต้โฟกัส (AF)
- 8 ล้านพิกเซล
- ระบบออโต้โฟกัส (AF)
ฟีเจอร์เสียง- ลำโพงสเตอริโอ
- ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน
- ลำโพงสเตอริโอ
- ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน
WLANWi-Fi มาตรฐาน 802.11acWi-Fi มาตรฐาน 802.11ac
BluetoothBluetooth 5.0Bluetooth 5.0
NFC
พร้อมโหมดตัวอ่าน

พร้อมโหมดตัวอ่าน
Infrared port
USBUSB-CUSB-C
เซ็นเซอร์ไบโอเมตริก- สแกนลายนิ้ว
- สแกนใบหน้า
- สแกนม่านตา
- สแกนลายนิ้ว
- สแกนใบหน้า
- สแกนม่านตา
ฟีเจอร์อื่นๆ- Bixby
- เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
- Bixby
- เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
แบตเตอรี่- Li-Ion 3000 mAh
- การชาร์จแบบไร้สาย
- Li-Ion 3500 mAh
- การชาร์จแบบไร้สาย

ภายนอกของ Galaxy S9 และ S9+ อาจไม่แตกต่างไปจากจากรุ่นเดิมมากนัก เรียกได้ว่าดีไซน์ยังคล้าย S8 และ S8+ แต่จริงๆ ก็มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และครั้งแรกของ Samsung ที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟน Galaxy S Series ด้วย นั่นคือลำโพงสเตอริโอ tuned by AKG และรองรับเทคโนโลยีเสียง Dolby Atmos

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ก่อนจะไปดู รีวิว Samsung Galaxy S9 และ S9+ มาดูว่าอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่องมีอะไรบ้าง ได้แก่ ตัวเครื่องสมาร์ทโฟน, อะแดปเตอร์, สายเคเบิล, USB Connector, micro USB Connector, เข็มจิ้มถาดใส่ซิม, หูฟัง tuned by AKG พร้อมปลอกเจลหูฟัง, เคสใส และคู่มือใช้งาน

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

Galaxy S9 และ S9+ มีวัสดุหลักตัวเครื่องเป็นกระจกโค้งเว้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง Gorilla Glass 5 มีกรอบอะลูมิเนียมที่มีการขัดเงา รูปลักษณ์ยังคงความพรีเมียมและสวยงามไม่ต่างไปจาก S8 และ S8+ มากนัก โดยขนาดตัวเครื่องของ 2 รุ่นใหม่มีขนาดเล็กลงนิดหน่อยไม่กี่มิลลิเมตรและหนากว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

สำหรับ S9 มีหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว และ S9+ ขนาด 6.2 นิ้ว Super AMOLED สัดส่วนยาวด้วยการดีไซน์แบบ Infinity Display เพื่อเป็นการใช้พื้นที่ด้านหน้าให้คุ้มค่าที่สุด มีพื้นที่แสดงผลให้มากที่สุด แต่ตัวเครื่องไม่ใหญ่ตาม และบริเวณขอบหน้าจอมีการใช้ฟิล์มที่ทำให้กระจกมีความดำเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด เซ็นเซอร์ต่างๆ บริเวณนี้ก็จะไม่เด่นชัดเหมือนกับรุ่น S8 ช่วยให้ดูสวยงามกลมกลืนกับสีตัวเครื่อง

แผงหน้าจอที่มีความโค้ง 2 ข้างแล้วเว้าเข้าหากรอยตัวเครื่องอย่างลงตัว โดยมีความละเอียด 2960 x 1440 พิกเซลทั้ง 2 รุ่น ซึ่งมีการจัดเรียงพิกเซลแบบ Diamond Pentile ในสัดส่วน 18.5:9 และจุดเด่นของหน้าจอ Super AMOLED คือสีสันที่สดใสด้วยอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูง

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ด้านหลังตัวเครื่องมีการย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ด้านล่างของเลนส์กล้อง ช่วยให้การแตะสแกนนิ้วมือพลาดโดนเลนส์กล้องน้อยลง และข้างๆ มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวกับไฟแฟลช LED โดยรุ่น S9 มีกล้องหลังเลนส์เดี่ยว ในขณะที่ S9+ เป็นเลนส์คู่แนวตั้ง กรอบเลนส์นูนขึ้นมาเหนือฝาหลังเล็กน้อย

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ขอบด้านล่างตัวเครื่องมีช่องหูฟัง 3.5mm, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมโครโฟนหลัก และช่องลำโพง ซึ่งจะเห็นว่ามีเส้นเสาอากาศคาดอยู่ 2 เส้นบริเวณฝั่งซ้ายและขวา

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ขอบด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และช่องถาดใส่ซิมแบบไฮบริด เลือกใส่ microSD card แทนในช่องซิม 2 ได้

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power และขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงกับปุ่มเรียกใช้งาน Bixby

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ตัวเครื่อง S9 และ S9+ มีแบตเตอรี่อยู่ในภายขนาด 3000mAh และ 3500mAh ตามลำดับ พร้อมฟีเจอร์กันฝุ่นกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68 คือกันน้ำได้ลึกสูงสุด 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

S9 และ S9+ รันระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo กับ Samsung Experience 9.0 เวอร์ชั่นล่าสุดในขณะนี้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์อาจไม่เห็นความต่างจากในเวอร์ชั่น 8.1 บน Galaxy S8 และ 8.5 บน Galaxy Note8 แต่ก็มีการสลับเมนูการตั้งค่าบางอย่างถูกย้ายตำแหน่งที่อยู่ใหม่ ถ้าหาไม่เจอก็สามารถใช้เมนูค้นหาได้

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ไอคอนแอพพลิเคชั่นระบบที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ แอพข้อความ มีการเปลี่ยนสีใหม่ และแอพแกลเลอรี่ มีการเปลี่ยนเฉดการไล่ระดับสีใหม่ เป็นต้น โดยเมื่อแตะค้างที่ไอคอนแอพพลิเคชั่นจะมีเมนูลัดขึ้นมาให้เลือกใช้งาน รวมไปถึงเพิ่มเมนูเลือกรายการ ลบออกจากหน้าหลัก และปิดใช้งาน ที่ไอคอนคอนเมนูขนาดใหญ่กว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้า

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

หน้าจอหลักและหน้าจอ App Drawer รองรับการแสดงผลในแนวนอนแล้ว โดยค่าเริ่มต้นจะถูกปิดใช้งานเอาไว้ ให้เปิดใช้งานโดยเข้าที่เมนู Settings >> Display >> Home Screen >> แล้วปิดใช้งาน Portrait mode only เพื่อเป็นการเปิดใช้งานแนวนอน

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ในส่วนของหน้าจอ Task switcher สำหรับดูรายการแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างเอาไว้เพื่อสลับหน้าจอใช้งาน สามารถดูได้ทั้งแบบพรีวิวเป็นหน้าจอแอพหรือจะเลือกดูแสดงเป็นแบบรายการ เพื่อให้เห็นรายการแอพทั้งหมดได้มากขึ้น

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ฟีเจอร์ Always On Display มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาให้สามารถเลือกรูปแบบนาฬิกาใหม่แล้วใช้งานได้ทั้งหน้าโฮมและหน้าจอล็อคสกรีน ซึ่งอยู่ในเมนูตั้งค่าเพิ่มเติมให้ไปที่ Settings >> Lockscreen and secutity >> Clock and Facewidgets

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

การแบ่งจอเพื่อเปิดใช้งานแอพพร้อมกัน 2 จอนั้นอาจไม่ได้แปลกใหม่สำหรับสมาร์ทโฟนของ Samsung เพราะมีมานานแล้ว แต่ฟีเจอร์ที่ทาง Google ได้เพิ่มมาตั้งแต่ Android Nougat ให้สามารถเปิดหน้าจอแบบ Pop-up ได้ จึงทำให้ S9 และ S9+ เปิดหน้าจอเด้งลอยอยู่เหนือการแบ่ง 2 จอได้

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

App Pair ฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ Galaxy Note8 ก็มีให้ใช้งานบน Galaxy S9 และ S9+ แล้ว โดยเป็นการจับคู่แอพที่ใช้งานบ่อยๆ เพื่อกดใช้งานแบ่งเป็น 2 หน้าจอได้ทันที ซึ่งสามารถนำไปไว้ที่ Edge Panel ได้

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ฟีเจอร์ Edge lighting สามารถปรับตั้งค่าได้มากขึ้น โดยการเลือกรูปแบบเอฟเฟ็กต์ระยิบระยับให้กับแสงไฟได้ ได้แก่ เอฟเฟ็กต์สีของไฟ ความโปร่งใสของแสงไฟ และความกว้างของแสงไฟ

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ด้านความปลอดภัยยังคงมีครบทั้งการสแกนลายนิ้วมือ ใบหน้า และม่านตา โดยมีการเพิ่มความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วย Intelligent Scan เป็นการใช้ทั้งการสแกนใบหน้าและม่านตาพร้อมกันในการยืนยันตัวตน

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ฟีเจอร์ด้านเสียงที่เป็นลำโพงสเตอริโอ tuned by AKG ถือเป็นจุดขายสำคัญของ S9 และ S9+ ที่ทำให้เสียงที่ขับออกมามีมิติด้วยลำโพงจากซ้ายและขวา เมื่อใช้งานในแนวนอน และรองรับระบบเสียง Dolby Atmos รอบทิศทางหากคอนเทนท์นั้นมาพร้อมระบบเสียงนี้ ก็สามารถเล่นเสียงรอบทิศทางบนสมาร์ทโฟนนี้ได้ทันที

ระดับเสียงของลำโพง S9 และ S9+ เมื่อเทียบกับ S8 และ S8+ ถือว่าดังขึ้นกว่าเดิม มีความกระหึ่ม ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากเสียงที่ออกจาก 2 ลำโพง และเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับไฟล์เสียงคุณภาพสูง 32-bit/384kHz หากเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับเดียวกันส่วนใหญ่จะรองรับ 32-bit/192kHz จึงเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่คนชอบฟังเพลงต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

AR Emoji เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่มีอยู่ใน S9 และ S9+ โดยเป็นการนำเทคโนโลยีเสมือนจริงมาเปลี่ยนภาพถ่ายเซลฟี่ใบหน้าของเราให้กลายเป็นอีโมจิที่เป็นเค้าโครงหน้าของเรา หรือจะเลือกตัวการ์ตูนที่มีให้ในเครื่องก็ได้เช่นกัน ซึ่งสามารถบันทึกท่าทางเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอก็ได้เช่นกัน เพื่อนำไปส่งหากันผ่านแอพแชทหรือโพสต์ลงโซเชียล (วิธีสร้าง AR Emoji)

ตัวอย่างสติกเกอร์ที่สร้างจากใบหน้าของเรา

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

Bixby ผู้ช่วยส่วนตัวที่แม้จะยังไม่รองรับคำสั่งเสียงภาษาไทยก็ตาม (รองรับภาษาอังกฤษ เกาหลี และจีน) แต่ในเวอร์ชั่นใหม่ Bixby Vision มีความสามารถในการแปลภาษาได้แบบเรียลไทม์ เพียงส่องกล้องไปที่ข้อความที่ต้องการแปลภาษา โดยใช้ความสามารถในการแปลจาก Google Translate และระบบการตรวจจับภาพที่มีข้อมูลมากขึ้น ทั้งอาหาร ไวน์ สถานที่

 

ประสิทธิภาพการทำงาน

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

Galaxy S9 และ S9+ ใช้ชิปประมวลผล Exynos 9810 เป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ 2 ที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ 10nm FinFET ซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับคือ Quad-core เพื่อประมวลผลที่ประหยัดพลังงาน และ Quad-core ที่ความเร็วสูงสุดเพื่อการประมวลผลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ถัดจาก Exynos 8895 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมาพร้อมกราฟิก ARM Mali-G72 รองรับการเล่นวิดีโอ 10-bit HEVC และ VP9 พร้อมโมเด็ม Gigabit LTE ซึ่งข้อมูลตามสเปคของโมเด็มตัวนี้จะรองรับการรวมคลื่น Carrier Aggregation หรือ CA ความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงสุดถึง 1.2 Gbps

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ผลการทดสอบ AnTuTu v7.0.5 เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู S9 ทำคะแนนรวมได้ 245,186 คะแนน และ S9+ ทำได้ 227,108 คะแนน ระดับคะแนนถือว่าทำได้สูงมาก

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ S9 ทำคะแนน Single-Core ได้ 3,706 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 8,775 คะแนน ในขณะที่ S9+ ทำคะแนน Single-Core ได้ 2,786 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 8,567 คะแนน

 

กล้องถ่ายรูป

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

กล้องถ่ายรูปถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลย ที่มีค่ารูรับแสง f/1.5 และ f/2.4 อยู่ในเลนส์กล้องหลังของทั้ง Galaxy S9 และ S9+ ซึ่งเป็นการสลับรูรับแสงโดยใช้ฮาร์ดแวร์ สลับไปมาได้ระหว่าง 2 ค่านี้ในโหมด Pro แต่ถ้าเป็นโหมดอัตโนมัติจะถูกปรับค่ารูรับแสงให้อัตโนมัติตามสภาพแสงขณะทำการถ่ายรูป และมีระบบกันภาพสั่นไหว OIS

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

ตัวอย่างภาพถ่ายในโรงหนังที่มีแสงน้อยมาก มีเพียงแสงไฟสลัวๆ ที่เปิดอยู่รอบโรงหนังเท่านั้น แต่กล้องของ Galaxy S9 ก็สามารถถ่ายออกมาได้สว่าง เห็นรายละเอียดครบถ้วน

f/1.5 เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแสงน้อยหรือในที่มืด ในขณะที่ f/2.4 เหมาะสำหรับถ่ายภาพกลางแจ้งในสภาพแสงจ้า โดยเป็นการใช้ฮาร์ดในการตั้งค่ารูรับแสง สังเกตได้จากความกว้างของหน้าเลนส์ที่กว้างสุดเมื่อเลือก f/1.5 และจะแคบลงเมื่อเลือก f/2.4 ซึ่งหากเลือกโหมดอัตโนมัติระบบจะสลับรูรับแสงให้อัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง (คลิกภาพเพื่อดูขนาดใหญ่)

ระบบโฟกัสของ Galaxy S9 และ S9+ นั้นทำความเร็วได้มากขึ้นที่เรียกว่า Super Speed Dual Pixel ไม่เพียงแต่โฟกัสเร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีมากขึ้นด้วย และรองรับความคมชัดสูงสุด 4K ที่ 60fps ที่มีการบีบอัดไฟล์วิดีโอแบบ HEVC ให้มีขนาดเล็กลงโดยไม่สูญเสียความละเอียด

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

Super Slow-mo เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่มาเพิ่มความสามารถให้กับการถ่ายวิดีโอด้วยเฟรมเรตที่สูงถึง 960fps ที่ความละเอียด HD 720p ซึ่งมาพร้อมกับระบบ Detect Motion สำหรับตรวจจับวัตถุที่กำลังเคลื่อนผ่านหน้ากล้องโดยการกำหนดกรอบบนหน้าจอเพื่อตั้งเป็นช่วงเวลาให้เคลื่อนไหวช้าได้ โดยเมื่อถ่ายวิดีโอออกมาแล้วระบบยังเลือกเพลงใส่ให้อัตโนมัติด้วย หรือถ้าไม่ชอบก็เลือกใส่เองได้เช่นกัน

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

นอกจากนี้แล้ว เมื่อบันทึกวิดีโอ Super Slow-mo เรียบร้อยแล้ว ในหน้าจอดูคลิปวิดีโอให้ปัดหน้าจอขึ้น จะมีลูกเล่นวิดีโอให้เลือกใช้งาน 3 แบบ ได้แก่ วนรอบ กลับด้าน (ย้อนกลับ) และสวิง

ตัวอย่างวิดีโอ Super Slow-mo ที่ 960fps

 

ตัวอย่างภาพถ่าย Food Mode

รีวิว Samsung Galaxy S9 Reviewรีวิว Samsung Galaxy S9 Reviewรีวิว Samsung Galaxy S9 Review

เป็นโหมดสำหรับการถ่ายอาหารโดยเฉพาะ ซึ่งโหมดนี้สามารถเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการเน้นความชัด โดยจะมีลักษณะเป็นวงกลม เหมาะกับการถ่ายหารบนจานนั่นเอง และสามารถขยายขนาดของจุดโฟกัสได้ ซึ่งวัตถุที่อยู่ในจุดโฟกัสก็จะชัด ส่วนรอบจุดโฟกัสก็จะเบลอ

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

จุดแตกต่างของฟีเจอร์กล้องถ่ายรูประหว่าง 2 รุ่นนี้คือ Live Focus ที่มีเฉพาะในรุ่น Galaxy S9+ สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังละลาย และ Dual Shot สำหรับถ่ายภาพมุมแคบกับมุมกว้างในช็อตเดียวกัน ในขณะที่ Galaxy S9 ไม่มีฟีเจอร์นี้เนื่องจากมีเลนส์กล้องหลังเพียงตัวเดียว แต่สามารถใช้ฟีเจอร์ Selective Focus ในการเลือกจุดหน้าชัดหลังเบลอหรือหน้าเบลอหลังชัดได้

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

Live Focus ของ Galaxy S9+ ไม่ได้ถ่ายหน้าชัดหลังละลายได้เพียงอย่างเดียว แต่มีการเพิ่มฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์ในการทำเอฟเฟ็กต์ไฟโบเก้ด้านหลังเป็นรูปอื่นๆ ได้ เช่น หัวใจ ดวงดาว และอีกมากมาย

 

รีวิว Samsung Galaxy S9 Review

สำหรับกล้องหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก S8 เป็นเซ็นเซอร์กล้องขนาดความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 ระบบออโต้โฟกัส และออโต้ HDR พร้อมโหมดหน้าสวยที่เลือกฟิลเตอร์ได้ง่ายๆ เช่น สวยเป็นธรรมชาติ สง่างาม ทันสมัย น่ารัก สดใส เป็นต้น

 

สรุปจุดเด่น รีวิว Samsung Galaxy S9 และ S9+

  • หน้าจอสวยงาม Super AMOLED และการออกแบบที่สวยงาม พรีเมียม ประกอบที่แน่นหนา
  • ระบบเสียงตัวเครื่องที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยลำโพงสเตอริโอและรองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos
  • กล้องถ่ายรูปมีการพัฒนาไปอีกขั้น รูรับแสงสลับได้ในเลนส์เดียว รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K@60fps และ Super Slow-mo 960fps ที่มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ
  • ลูกเล่นใหม่ AR Emoji

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ดีไซน์ยังคงคล้ายรุ่นเดิมเมื่อเทียบกับ Galaxy S8
  • Galaxy S9 มีกล้องหลังเลนส์เดียว และ S9+ มีเลนส์กล้องหลังคู่

แสดงความเห็น