ติดตามพวกเรา

Android News

Samsung Galaxy Note10 สรุปสเปคและฟีเจอร์ รวมทุกแหล่งข่าวที่นี่ ก่อนเปิดตัว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Samsung Galaxy Note 10 release date, price, news and leaks

Samsung Galaxy Note10 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอยและถูกจับตามองว่าจะมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ อะไรบ้าง และนี่คือข้อมูลที่รวบรวมจากทุกแหล่งข่าวก่อนเปิดตัว

 

ดีไซน์ใหม่ที่แตกต่าง

Another Samsung Galaxy Note10+ 5G image leaks

Galaxy Note10 Series จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Sound on Display ซึ่งเป็นการส่งคลื่นเสียงโดยการสั่นใต้กระจกหน้าจอแบบเดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธงหลายรุ่นในปัจจุบัน

หน้าจอของ Galaxy Note10 จะมีการเจาะรูไว้บริเวณกลางหน้าจอเพื่อติดตั้งกล้องหน้าหรือที่เรียกว่า Infinity-O เมื่อเทียบกับ Galaxy S10 และ S10+ ที่มีรูหน้าจออยู่ที่มุมขวาบน

Samsung Galaxy Note10 visits Geekbench with Exynos 9825

Samsung Galaxy Note10 และ Note10+ จะมาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 ตัว ถูกจัดเรียงในแนวตั้งบริเวณด้านซ้ายบน แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือกล้องเสริม ToF ในรุ่น Note10+

ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ทางด้านซ้าย และไม่มีปุ่มสำหรับเรียกใช้งาน Bixby ซึ่งตรงนี้เองที่เป็นจุดน่สนใจมากๆ เพราะหากเป็นจริงถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของ Samsung ที่ตัดการเรียกใช้งานผู้ใช้งานส่วนที่สร้างขึ้นมาเอง และจะตัดหูฟัง 3.5 มม.ออกจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

Rose Galaxy Note10 appears in renders ahead of announcement

ภาพล่าสุดของ Galaxy Note10 สี Rose ถูกโพสต์โดย WinFuture แต่คาดว่าจะวางจำหน่ายเฉพาะในบางประเทศเท่านั้น และจะมีสีฟ้า และสีเขียว เหมือนกับ Galaxy S ที่เคยเปิดตัวมาก่อนหน้านี้นั่นเอง

ข้อมูลด้านสเปคเท่าที่ทราบตามข่าวลือข่าวลือ Galaxy Note10+ ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 855+ หรือ Exynos 9820 สำหรับทำตลาดในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันออกไป และมีหน่วยความจำแรมให้เลือกระหว่าง 12GB + 256GB และ 12GB + 256GB ซึ่งเป็นเมมแบบ UFS 3.0

นอกจากนี้แล้ว กล้องถ่ายรูปก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Galaxy Note10 ที่บอกจะมีกล้องหลัง 3 ตัว รูรับแสงกว้างสุด f/1.5 สำหรับช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือกลางคืนทำได้ดีมากขึ้น ในขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่จะมีความละเอียด 10 ล้านพิกเซล

Another Samsung Galaxy Note10+ 5G image leaks

ยังไม่หมดแค่นั้น Galaxy Note10 ยังมีรุ่น 5G ด้วย แต่ยังไม่มีความชัดเจนระหว่างรุ่น LTE และ 5G ของ Galaxy Note10+ ว่าสเปคตัวเครื่องแตกต่างกันอย่างไรบ้าง โดยสเปคหลักๆ สำหรับวางจำหน่ายในอเมริกาจะเป็นรุ่นที่ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 855 และโมเด็ม X50 5G สำหรับวางจำหน่ายร่วมกับเครือข่าย Verizon ในขณะที่ค่ายอื่นอาจได้รุ่นที่เป็นชิป Exynos

 

กล้องที่เหนือชั้นกว่าเดิม

Ice universe ออกมาบอกว่า Samsung Galaxy Note10 จะมาพร้อมกับรูรับแสงที่แตกต่างกัน 3 ระดับคือ f/1.5, f/1.8, f/2.4 ซึ่งจะเป็นรุ่นแรกของ Samsung และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกด้วยที่ทำได้แบบนี้

รูรับแสง f/1.5 จะมีประโยชน์เมื่อเรากำลังถ่ายภาพในสภาพแสงสลัวหรือในพื้นที่แสงน้อยเพราะจะทำให้แสงผ่านได้มากขึ้นจึงทำให้ภาพสว่างขึ้น ในทางกลับกันรูรับแสง f/2.4 จะช่วยสร้างภาพให้มีความคมชัดยิ่งขึ้นด้วยความชัดลึกที่มากขึ้นในสภาพที่มีแสงสว่าง ส่วนรูรับแสง f/1.8 นั้นจะอยู่ตรงกลางเพื่อให้เกิดความสมดุลในการถ่ายรูป

 

เร็วแรงกว่าเดิมด้วยชิปเซ็ตใหม่

Samsung Galaxy Note10 coming on August 7Samsung Galaxy Note10 coming on August 7

จากข้อมูล Geekbench พบว่ามี 2 รุ่นคือ SM-N976B และ SM-N976V มีแรมขนาด 8GB และแรมขนาด 12GB ตามลำดับ และเมื่อดูจากผลคะแนนนั้นทำให้พอทราบว่าชิปเซ็ตที่ใช้งานในสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นคือ Exynos 9825 ที่ผลิตจากสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร แทนชิปเซ็ต Exynos 9820 ที่ผลิตจากสถาปัตยกรรม 8 นาโนเมตร

นักวิเคราะห์มั่นใจว่าสมาร์ทโฟนที่มีหมายเลข SM-N976V เป็น Galaxy Note10 5G ส่วน SM-N976B เป็น Galaxy Note10 รุ่นปกติ

 

แบตเตอรี่ชาร์จไวกว่าเดิม

Samsung Galaxy Note10 rumored to have faster than 25W charging

Max Weinbach ได้ออกมาเปิดเผยว่า Galaxy Note10 Pro นั้นจะรองรับการชาร์จแบบเร็ว 25 วัตต์ ซึ่งรายงานล่าสุดจากทุกแหล่งข่าวได้มีการเรียกชื่อเพียง 2 รุ่นเท่านั้น คือ Galaxy Note10 และ Note10+ ดังนั้นชื่อ Note10 Pro คาดว่าคือรุ่น Note10+ และได้มีการพูดถึงการชาร์จเร็ว 45 วัตต์ด้วย

Galaxy Note10 Plus 45W Charging

ข้อมูลใหม่ที่ทาง IceUniverse บอกว่า Samsung Galaxy Note10+ นั้นจะมาพร้อมกับชาร์จเร็ว 45 วัตต์ แต่หัวชาร์จที่ให้มานั้นจะให้กำลังไฟเพียง 25 วัตต์และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีรายงานออกมาว่าสมาร์ทโฟน Galaxy Note10 รุ่นใหญ่จะมาพร้อมกับชาร์จเร็ว 45 วัตต์ทำให้เชื่อว่าได้เรื่องนี้จะเป็นความจริง

นอกจากนั้น Samsung Galaxy Note10 จะมาพร้อมกับ wireless charging  20 วัตต์ ซึ่งแท่นชาร์จไร้สายนี้จะมีหมายเลขรุ่น EP-N5200 ที่คาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ในงาน และแบตเตอรี่ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นนี้คือ 4,170mAh สำหรับ Galaxy Note10 และ Galaxy Note10+ จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh

 

ราคา Galaxy Note10

Samsung Note10 and Note10 Plus Pricing

Samsung Galaxy Note10 นั้นจะมีราคาอยู่ประมาณ 1,000 ถึง 1,200 เหรียญหรือประมาณ 34,500 บาท ถึง 37,700 บาท ซึ่งในรายงานนี้ไม่ได้ระบุเกี่ยวกับรายละเอียดของราคาว่าเป็นของรุ่นใด โดยนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าราคาดังกล่าวจะเป็นของรุ่น Galaxy Note10 และคาดการณ์ว่า Note10e น่าจะมีราคาที่ถูกลงกว่านี้ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกับสมาร์ทโฟนจากค่ายอื่นๆ

ตามรายงานจากแหล่งข่าวชื่อดัง Roland Quandt ได้ออกมาบอกว่า Galaxy Note10 จะมีราคาเริ่มต้น 949 ดอลลาร์ (ประมาณ 29,000 บาท) และ Galaxy Note10+ ราคาเริ่มต้น 1,099 ดอลลาร์ (ประมาณ 33,700 บาท) ซึ่งเป็นราคารุ่นความจุ 256GB และยังไม่รวมภาษี

 

กำหนดวันเปิดตัว Galaxy Note10

Samsung Galaxy Note10 จะเปิดตัวในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ และงานเปิดตัวจะจัดขึ้นที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับที่เปิดตัว Galaxy Note9 หรือตรงกับเวลาในไทย 03.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม

สำหรับใครที่กำลังรอการวางจำหน่าย Samsung Galaxy Note 10 ล่าสุดค่ายมือถือในไทยเตรียมเปิดจอง Samsung Galaxy Note 10 แล้วครับ โดย AIS และ dtac เตรียมเปิดจองล่วงหน้า Samsung Galaxy Note 10 ในวันที่ 8 สิงหาคม 62 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ดูเพิ่มเติมที่นี่

อย่าลืมกดติดตามแฟนเพจ @iPhoneDroid.net และทวิตเตอร์ @iPhone_Droid จะได้ไม่พลาดข่าวสารดีๆ ด้วยนะครับ

Android News

พรีวิวแกะกล่อง realme C11 “แบตใหญ่ สนุกไม่สะดุด” ดีไซน์สะดุดตา, แบต 5000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน พร้อมกล้องหลังคู่ AI

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme C11 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก “แบตใหญ่ สนุกไม่สะดุด” พร้อมดีไซน์สวยสะดุดตา แบตเตอรี่อึดๆ 5000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน และใช้ขุมพลัง Helio G35 ใครที่กำลังมองหารุ่นเล็ก ใช้งานจอใหญ่ๆ เราจะมาพรีวิวคร่าวๆ ให้รับชมกันครับ

 

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme C11 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • ใบรับประกันสินค้า
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ realme C11 เน้นเรื่องความสวยงามสุดพิเศษด้วยเส้นลายที่ฝาหลัง ช่วยให้เล่นกับแสงได้เป็นอย่างดีครับ มีการสะท้อนในมุมต่างๆ ทั้งยังมีแถบลาย realme อย่างเด่นชัด และที่สำคัญฝาหลังยังไม่ติดรอยนิ้วมืออีกด้วย

 

สีที่เราได้มาเป็นสีเขียว Mint Green ส่วนอีกสีจะเป็นสีเทา Pepper Grey

 

หน้าจอแสดงผลของ realme C11 มาพร้อมหยดน้ำ Mini-drop Fullscreen ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ มีติ่งหยดน้ำมีขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อนถึง 30.9% ทำให้มีพื้นที่การแสดงผลที่ 88.7% จะรับชมวิดีโอหรือเล่นเกมต่างๆ ใช้งานได้แบบเต็มตาครับ

 

เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้าในหยดน้ำ และลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ช่อง และ MicroSD Card อีก 1 ช่องครับ

 

ทางขวาจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก ส่วนด้านบนจะไม่มีอะไรครับ

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง AI คู่ พร้อมไฟแฟลช LED ในกรอบ

 

realme C11 แกะกล่องมาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI ของตัวเองครับ ฟีเจอร์ต่างๆ ก็ครบเลยทีเดียว

 

สรุปสเปค realme C11

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 × 75.9 × 9.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 196 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-drop Fullscreen ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, พื้นที่การแสดงผลที่ 88.7%
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio G35 Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • RAM 2 GB
  • ROM 32 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 พร้อมโหมด AI Beauty
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

ใครที่สนใจ เดี๋ยวเราจะมีรีวิวฉบับเต็มๆ มาให้รับชมกันอย่างแน่นอนครับ อดใจรอกันอีกนิด

อ่านต่อ...

Android News

เผยทีเซอร์ Lenovo Legion สมาร์ทโฟนเกมมิ่งจอ 144Hz พร้อม Fast Charge 90W และลำโพงคู่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Lenovo Legion สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง้ตรียมที่จะเปิดตัวในวันที่ 22 กรกฏาคมนี้แล้ว โดยทางบริษัทยืนยันผ่านภาพทีเซอร์ว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอ Refresh Rate 144Hz แน่นอน อย่างไรก็ตาม เราก็มีคลิปหลุดการใช้งานของรุ่นนี้กันด้วย

คลิปที่หลุดออกมาเป็นการบันทึกหน้าจอการใช้งาน Lenovo Legion ทำให้เห็นสเปคหลายอย่าง ตั้งแต่ระบบปฏิบติการที่ใช้เป็น Legion OS บนพื้นฐาน Android 10, มีธีม Avengers, ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 865 แต่ในเรื่อง RAM มีแค่ 6GB ชนิด LPDDR5 ซึ่งปกติควรจะมากกว่านี้หากเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง และมี ROM 128GB UFS 3.0 แต่ก็จะมีเทคโนโลยี Fast Charge 90W ผ่านแบตเตอรี่ 5000mAh

นอกจากนี้ Lenovo Legion ยังมาพร้อมลำโพงคู่ที่มีไดรเวอร์ขนาด 65 มม. อย่างไรก็ตาม สเปคดังกล่าวอาจเป็นรุ่นเล็ก เพราะอาจมี Lenovo Legion Pro ที่มี RAM 16GB + ROM 512GB UFS 3.1 ครับ

ที่มา : sparrowsnews

อ่านต่อ...

Android News

5 เหตุผล ทำไมต้องสมาร์ทโฟน 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หนึ่งในหัวข้อที่เราชาวโซเชียลมีเดียได้เห็นทุกวัน คือข่าวคราวเกี่ยวกับ 5G จนทุกวันนี้เป็นเรื่องที่พูดคุยกันปกติไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เชื่อว่าหลายคนก็ยังมีคำถามในใจว่า 5G คืออะไร? 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน? 5G ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเราอย่างไรบ้าง? 5G มีความจำเป็นในเร็ววันนี้หรือไม่? และที่สำคัญที่สุดคือ 5G ที่จับต้องได้และจะพิสูจน์ได้ยังไง? คำตอบคือ ทุกอย่างเริ่มต้นที่สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง เพียงคุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่ใช้สัญญาณ 5G ได้ เท่ากับคุณได้เปิดประตูสู่โลกสุดอัจฉริยะที่สรรค์สร้างด้วยเทคโนโลยีที่จะนำพาความสะดวกสบาย และสนุกสนานมาให้ชีวิตประจำวันของคุณแล้ว

5 reasons why you need a 5G smartphone

การเปิดตัวของ HUAWEI nova 7 Series ได้สร้างปรากฎการณ์และมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยการนำเสนอสมาร์ทโฟน 5G ที่ราคาคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI nova 7 SE ที่ตอนนี้กลายเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่ขายดีที่สุดในตลาดและเร็วๆ นี้ กับ HUAWEI nova 7 สมาร์ทโฟนกล้องเจ๋ง สเปคแรง ตอบโจทย์คอเกม ดังนั้นตอนนี้ จึงถือเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคจะได้เริ่มลองเปิดประสบการณ์ 5G ในราคาที่ไม่ต่างจาก 4G หากยังไม่แน่ใจ เรามาดูกันดีกว่าว่า 5 เหตุผลเด็ดๆ ที่จะช่วยให้คุณพอนึกภาพออกว่า สมาร์ทโฟน 5G อย่าง HUAWEI nova 7 Series จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่ามากแค่ไหน

1. การถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลมีเดีย จะสนุกกว่าที่เคยเป็น

5 reasons why you need a 5G smartphone

หากใช้สมาร์ทโฟน 5G ใน HUAWEI nova 7 Series ก็จะสามารถอัพโหลดรูป ส่งรูป หรือแชร์รูปพร้อมแคปชั่นได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมไม่ว่าอยู่แลนด์มาร์คที่คนใช้อินเทอร์เน็ตกันเยอะแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นรูป Portrait ภาพทิวทัศน์ครอบคลุมบริเวณกว้าง หรือการถ่ายในที่แสงน้อย กล้อง AI 64MP ก็จะทำให้รูปบนโซเชียลมีเดียช่องทางโปรดของคุณดูสวยงามที่สุด

สำหรับคนที่ชอบถ่ายเซลฟี่ กล้องหน้า 32MP ของ nova 7 หรือ 16MP ของ nova 7 SE ก็มี AI อัจฉริยะช่วยสร้างภาพแบบ bokeh และ ทำภาพให้ดูฟุ้งๆ เหมือนอยู่ในความฝันได้ แถมยังมี Super Night Selfie สำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย เวอร์ชั่น 2.0 ทำหน้าที่ปรับแสงของผิวใบหน้าให้ผุดผ่องขึ้น และปรับแสงของภาพโดยรวมให้สวยงามพอเหมาะ ส่วน Super Night Selfie 3.0 บน nova 7 จะทำงานคู่กับ BM3D noise reduction ให้ภาพในที่แสงน้อยมีความหยาบน้อยลง และคมชัดมากขึ้น

2. เล่าเรื่องราวผ่านวีดีโอง่ายๆ แบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

5 reasons why you need a 5G smartphone

กล้องของ HUAWEI nova 7 Series ที่มี 5G นี้ช่วยให้คุณผลิตคอนเทนต์คุณภาพอย่าง vlogger มืออาชีพ แชร์เรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวันได้ทุกวันแม้คุณไม่เคยตัดต่อวิดีโอมาก่อน โดยกล้องสามารถถ่ายวิดีโอคมชัดระดับ 4K ได้อย่างสบายๆ โดยเทคโนโลยีลดจุดสัญญาณรบกวนในภาพ ทำให้วิดีโอที่ถ่ายตอนกลางคืน หรือที่แสงน้อยมีความคมชัด และดูมีความละเอียด

นอกจากเรื่องความคมชัดแล้ว คนที่อยากถ่ายวิดีโอแบบสองมุมมองในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาถ่ายสองครั้ง หรือใช้การตัดต่อให้ยุ่งยากและเสียเวลา ก็สามารถใช้ DUAL-VIEW Video Mode ที่ถ่ายภาพมุมกว้างพาโนรามากับโคลสอัพ หรือถ่ายด้วยกล้องหน้าไปพร้อมๆ กับกล้องหลัง อย่างการถ่ายของอร่อยๆ ไปพร้อมกับรีแอคชั่นของตัวเองเมื่อได้ลิ้มรส ก็ทำได้ในเวลาเดียวกัน ประหยัดเวลาไปอีกเยอะ

อีกอย่างอย่าลืมว่า 5G ที่มีแบนด์วิธใหญ่ ก็ทำให้คุณสามารถอัพโหลดไฟล์วิดีโอใหญ่ๆ ลงช่องทางต่างๆ ได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม บอกลาได้เลยปัญหาการโพรเซสวีดีโอช้า

3. ประสบการณ์การเล่นเกมที่เจ๋งขึ้นกว่าเดิม

5 reasons why you need a 5G smartphone

HUAWEI nova 7 และ HUAWEI nova 7 SE ใช้ขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 985 และ Kirin 820 ตามลำดับ ที่ผสาน 5G Modem ลงบนชิปเซ็ตด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ ครอบคลุม 8 ย่านความถี่ ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต ด้วยความเร็วระดับ 5G ได้อย่างลื่นไหล ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเหล่าเกมเมอร์ให้สามารถเล่นเกมได้ด้วยภาพที่มีความละเอียดสูง และมีความหน่วงต่ำ ไม่กระตุก ได้ในอีกระดับของความสะใจ โดย GPU ที่ใช้ก็รองรับเกมภาพ 3 มิติ ใหญ่ๆ ภาพคมๆ ได้เป็นอย่างดี

4. อีโคซิสเต็มที่เชื่อมคอนเทนต์ทุกอย่างของคุณเข้าไว้ด้วยกัน

5 reasons why you need a 5G smartphone

ส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตแบบ 5G คือการที่เทคโนโลยีต่างๆ รอบตัว เชื่อมต่อกันเป็นอีโคซิสเต็มเดียว โดยมีความเร็วของ 5G ช่วยอำนวยความสะดวก ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรูป วิดีโอ ไฟล์ต่างๆ และข้อมูลการเล่นเกมผ่านอุปกรณ์หลายๆ ชิ้นของหัวเว่ยรวมถึงสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 7 Series โดยใช้ HUAWEI ID และยังมีอีกอย่างที่ทำให้การเข้าถึงคอนเทนต์บนสมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ยมีความไร้รอยต่อคือ Huawei Share บน nova 7 ที่จะช่วยส่งไฟล์จากอุปกรณ์สู่อุปกรณ์ได้เพียงแตะเข้าด้วยกัน หัวเว่ยมีกลยุทธ์ 1+8+N ที่ให้ สมาร์ทโฟนเป็น 1 ศูนย์กลางที่เชื่อมต่อ 8 สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ เพื่อโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันได้ โดย N นั้นจะหมายถึงอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ของหัวเว่ยที่จะใช้ 5G ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นไปอีกขั้น

5. ระบบปฏิบัติการที่ให้มากกว่าการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

5 reasons why you need a 5G smartphone

HUAWEI nova 7 Series มาพร้อมระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 ซอฟท์แวร์สุดล้ำที่ขาดไม่ได้สำหรับสมาร์ทโฟน 5G ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลมีความอัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น เพราะเป็นเวอร์ชั่นอัพเดทล่าสุดที่มีระบบวิดีโอคอล HUAWEI MeeTime ที่ใช้ประโยชน์จาก 5G ให้ผู้ใช้สามารถวิดีโอคอลกับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้แบบมีประสิทธิภาพดีที่สุด โดย 5G จะช่วยให้คุณภาพวิดีโอคอลมีความลื่นไหล และภาพสวยคมชัดยิ่งกว่าวิดีโอคอลทั่วไป โดย HUAWEI nova 7 SE รองรับความละเอียดของวีดีโอคอลที่ 720p และ HUAWEI nova 7 รองรับได้ถึง 1080p

นอกเหนือจาก 5 เหตุผลที่สมาร์ทโฟน 5G ใน HUAWEI nova 7 Series จะเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่โลกของ 5G ได้ดีแล้ว HUAWEI ยังคงพัฒนาแหล่งแอปพลิเคชันของตัวเอง ให้ทุกสมาร์ทดีไวซ์ที่ใช้ EMUI 10.1 สามารถเลือกดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้จาก HUAWEI AppGallery ที่ร่วมมือกับนักพัฒนาแอปพลิเคชันทั่วโลก ผลิตแอปยอดฮิตในตลาดต่างๆ ทั้งในด้านบันเทิง ท่องเที่ยว การทำงาน การศึกษา รวมถึงเกมต่างๆ ที่ท้าทายการใช้งาน 5G อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดหัวเว่ยได้เปิดตัว Petal Search ซึ่งเป็นเครื่องมือการค้นหาแอปจากแหล่งต่างๆ โดยมี Find Apps เป็นวิดเจ็ตที่ช่วยค้นหา แอปฯ กว่าร้อยแอปฯ ที่จะได้รับการอัพเดทบนแพลตฟอร์มทุกๆ สัปดาห์ เพียงใช้วิดเจ็ตดังกล่าว หากแอปฯ ใดมีใน HUAWEI AppGallery แล้วก็จะแสดงผลด้านบนสุดให้ได้ดาวน์โหลดกันง่ายๆ ทันที คราวนี้ไม่ต้องกลัว ชาวไทยสามารถใช้งาน Facebook, Facebook Messenger และ Instagram กันได้ง่ายๆ แล้ว ถือเป็นการเพิ่มอีกทางเลือกหนึ่งในการค้นหาแอปพลิเคชั่นให้กับผู้ใช้งาน

สำหรับใครที่ตั้งตารอ HUAWEI nova 7 อดใจอีกนิด วางจำหน่ายเร็วๆ นี้แน่นอน แต่จะมาพร้อมโปรโมชั่นจัดเต็มอะไรนั้น สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/phones/ และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชันที่ http://www.facebook.com/HuaweiMobileTH

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

นักวิเคราะห์เผย iPhone 12 เปิดตัวกันยายนตามเดิม แต่พร้อมขายเต็มกำลังในเดือนตุลาคม

บริษัทวิเคราะห์ชื่อด...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

พรีวิวแกะกล่อง realme C11 “แบตใหญ่ สนุกไม่สะดุด” ดีไซน์สะดุดตา, แบต 5000mAh ใช้งานได้ทั้งวัน พร้อมกล้องหลังคู่ AI

realme C11 สมาร์ทโฟน...

Wearable2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Xiaomi Mi Band 5 เตรียมใช้ชื่อ Mi Smart Band 5 ใน Global และไม่มี NFC ตามข่าวลือ

Xiaomi เตรียมที่จะเป...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เผยทีเซอร์ Lenovo Legion สมาร์ทโฟนเกมมิ่งจอ 144Hz พร้อม Fast Charge 90W และลำโพงคู่

Lenovo Legion สมาร์ท...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดชิ้นส่วนกล้องหลัง Samsung Galaxy Note 20 Series ทั้ง 2 รุ่น เห็นความต่างชัดเจน

ทวิตเตอร์ @UniverseI...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง