ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว realme X3 SuperZoom สมาร์ทโฟนพลังซูม พลังแรง ขุมพลังเรือธง S855+, 120Hz Ultra Smooth Display และกล้อง 4 เลนส์ ซูม 60 เท่า

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

รีวิว realme X3 SuperZoom สมาร์ทโฟนขุมพลังเรือธง Qualcomm Snapdragon 855+ ประจำปลายปี 2019 แต่ยังคงความแรงขั้นสุดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมชูโรงด้วยกล้องหลัง SuperZoom สูงสุด 60 เท่า และกล้องหน้าคู่มีเลนส์ Ultra-Wide

 

สรุปสเปค realme X3 SuperZoom

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.8 × 75.8 × 8.9 มม.
  • น้ำหนัก : 202 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) พร้อม 120Hz Ultra Smooth Display, พื้นที่หน้าจอแสดงผล 90.5% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • RAM : 12GB
  • ROM : 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
    • เลนส์ Periscope ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, รองรับ OIS, Optical Zoom ได้ 5 เท่า และ Digital Zoomสูงสุด 60 เท่า
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับ 30W Dart Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับสีเหลืองตามสีประจำแบรนด์ realme เช่นเดิมครับ โดยมีชื่อรุ่น X3 SuperZoom ที่หน้ากล่องชัดเจน พร้อมสเปคที่สำคัญบางส่วนในด้านหลัง

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง realme X3 SuperZoom พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ 30W Super Dart Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ realme X3 SuperZoom ในสีขาว Arctic White ที่เราได้มารีวิวมีการเล่นเฉดสีอย่างงาม ได้รับแรงบันดาลใจจากหิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมทั่วพื้นดิน เล่นแสงและเงาที่มุมเครื่องด้านหลังสวยงามครับ โดยเฉดสีนั้นมีความเป็นสีรุ้งเล็กน้อยเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกจะเป็น Glacier Blue ครับ

 

นอกจากสีสันจะสวยงามตามสไตล์ของ realme แล้ว เรื่องการจับถือก็สะดวกแล้วสบายกับมือมากๆ มีความโค้งมนตามอุ้งมือ ไม่เจ็บเวลาถือนานๆ ครับ ที่สำคัญเวลาใช้งานตัวเครื่องด้านหลังก็ไม่มีรอยนิ้วมือติดง่ายๆ ด้วย ทั้งนี้ ตัวเครื่องของ realme X3 SuperZoom ยังออกแบบมาให้ป้องกันละอองน้ำได้อีกด้วย ไม่ต้องกังวลหากโดนน้ำครับ

 

realme X3 SuperZoom ยังมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลสวยขั้นสุด มีความคมชัดด้วยพาเนล IPS LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.57 นิ้ว คมชัดระดับ FullHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และปรับความสว่างได้สูงสุด 480nits

 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในเรื่องหน้าจอคือ Ultra Smooth Display รองรับ Refresh Rate 120Hz ที่เป็นความไหลลื่นขั้นสุดในการใช้งาน และภาพต่างๆ ก็ไม่เบลอระหว่างการเลื่อนไปมาด้วย

 

รอบเครื่องของ realme X3 SuperZoom เริ่มที่เหนือหน้าจอแสดงผลครับ จะมีกล้องหน้า Dual In-Display Selfie ที่ฝังในหน้าจอมุมซ้าย พร้อมกับลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ตรงกลาง

 

ด้านซ้ายจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ขณะที่ด้านขวามีปุ่ม Power ที่ใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย

 

ทางด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง ถัดไปเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนตัวเครื่องมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังเครื่องจะมีกล้องหลัง 4 เลนส์ จัดเรียงเป็นแนวตั้งที่มุมซ้ายบน โดยถัดไปทางขวาเล็กน้อยจะมีไฟแฟลช LED อยู่

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดจาก Google อย่าง Android 10 พร้อมครอบทับด้วย UI ของตัวเอง realme UI 1.0 ซึ่งจะมีฟีเจอร์ที่เป็นของตัวเองอย่าง realme Share ที่แชร์ไฟล์ต่างๆ ระหว่างสมาร์ทโฟน realme ด้วยกันให้เร็วกว่าปกติ และการปรับเปลี่ยนไอคอน UI ครับ จะเป็นอย่างเรามาดูกันทีละฟีเจอร์เลย

 

หน้าตา UI : realme UI

 

วอลเปเปอร์มีให้เลือกเพียบ

ใน realme X3 SuperZoom ก็มีวอลเปเปอร์ให้เลือกเพียบครับ ทั้งแบบนิ่งและเคลื่อนไหว (Live Wallpaper) ซึ่งแค่ภาพนิ่งก็มีเกือบ 40 แบบแล้วครับ ส่วนแบบภาพเคลื่อนไหวก็มีทั้งหมด 13 แบบ ใครชอบเฉดไหนก็เลือกได้ถูกใจแน่นอน

 

โหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้าได้มีประสิทธิภาพ

ในโหมดนี้แน่นอนว่าเป็นการตัดแสงสีฟ้าให้น้อยลงระหว่างการใช้งานในที่แสงน้อยครับ โดยเราสามารถปรับโทนเพื่อเพิ่มแสงสีเหลืองให้เยอะขึ้นได้ และเรายังตั้งค่ากำหนดเวลาให้โหมดนี้เปิดเองได้อัตโนมัติด้วย

 

โหมดกลางคืนก็มี ใช้งานได้สบายตา

ไม่ใช่แค่โหมดตัดแสงสีฟ้าครับ แต่ก็มีโหมดกลางคืนมาให้ใช้งานด้วย โดยเป็นการปรับโทนสีพื้นหลังให้เป็นสีดำทั้งหมด ซึ่งทุกแอปพลิเคชั่นที่รองรับจะเปลี่ยนเป็นโหมดนี้เช่นกัน

 

realme Share แชร์ไฟล์ได้ไวในพริบตา

สำหรับ realme Share นั้นเป็นการส่งไฟล์ระหว่างสมาร์ทโฟน realme ด้วยกันครับ แต่มีความพิเศษตรงที่ความเร็วในการส่งนั่นเอง จากที่ทดสอบไฟล์วิดีโอขนาดประมาณ 300MB ส่งได้ในเวลาเพียงประมาณ 5 วินาทีเท่านั้นเอง

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

realme X3 SuperZoom ก็มีระบบความปลอดภัยทั้งการสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า โดยการสแกนลายนิ้วมือทำได้ที่ปุ่ม Power ข้างตัวเครื่อง ซึ่งก็ถือว่ามีความสะดวกเลยทีเดียวเมื่อหยิบหรือถือ แล้วนิ้วของเราก็ไปตรงกับปุ่มสแกนพอดี

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็วและเสถียรครับ

 

ใช้งาน 2 บัญชีด้วยโคลนแอป

ผู้ใช้งานคนไหนที่อยากแยก Line ส่วนตัวกับ Line ที่ใช้ทำงานโดยเฉพาะก็สามารถทำได้ผ่านฟีเจอร์โคลนแอปครับ โดยเป็นการเพิ่มแอปแชทขึ้นมาอีก 1 แอป แยกการทำงานกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งจริงๆ ก็ยังใช้งานร่วมกับ Messenger, Facebook หรือ IG ได้ด้วย

 

ตกแต่งไอคอนในสไตล์ของตัวเอง

ใน realme UI เราสามารถตั้งลักษณะของไอคอนได้ด้วยตัวเอง ทั้งการปรับรูปร่างหรือขนาดได้ตามใจชอบเลย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

สำหรับ realme X3 SuperZoom ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ Octa-core ที่ยังคงมีความแรงอยู่แน่นอนด้วยความเร็ว Clock ที่ 2.96GHz พร้อมขนาดเล็กเพียง 7 นาโนเมตร ทำให้ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้ไหลลื่นทุกการสัมผัสครับ ที่สำคัญยังให้ RAM มาถึง 12GB พร้อม ROM 256GB ชนิด UFS 3.0 เพิ่มประสิทธิภาพของอัลกอริทึมด้วย Turbo Write ทำให้จะโหลดหรือเข้าแอป ก็รวดเร็วอย่างมาก

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 465,233

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 769 และคะแนน Multi-Core ที่ 2,399

ฟีเจอร์การเล่นเกม
realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดที่โหลดไว้ในที่เดียวกัน โดยสามารถปรับเป็นโหมดแข่งขันเพื่อเพิ่มความแรงระหว่างเล่นเกมได้ นอกจากนี้ รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ช่วยทั้งเรื่อง FrameBoost ปรับเฟรมเรทให้คงที่ตลอดเกม และ TouchBoost เสริมประสิทธิภาพการสัมผัสให้ไหลลื่นไปตามนิ้วมากยิ่งขึ้นและดีเลย์น้อยลง

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราทดสอบ 4 เกม ด้วยกันในครั้งนี้ ได้แก่ ROV, Call of duty: Mobile, PUBG Mobile และ Asphalt 9 : Legends

ROV

เกมฮิตอย่าง ROV เราปรับเฟรมเรทเป็นระดับสูง พร้อมภาพกราฟิกระดับ สูงสุดทั้งหมดครับ โดยเล่นในโหมด 5 VS 5 ก็ทำออกมาได้ดี เฟรมเรทวิ่งคงที่ 60-61fps ตลอดทั้งเกม

 

Call of duty: Mobile

ส่วน Call of duty: Mobile ลองเปิดกราฟิก Very High พร้อมเฟรมเรท Max เล่นในโหมด Frontline ต้องบอกว่าการสัมผัสหน้าจอในช่วงที่เดินหรือวิ่ง ภาพที่ได้ออกมาดูไหลลื่นไปหมดครับ และไม่มีอาการกระตุกด้วย

 

PUBG Mobile

ส่วนเกมแนวเดียวกันอย่าง PUBG Mobile เราเปิดภาพ HDR HD และเฟรมเรทสูงสุด ก็เล่นได้ลื่นๆ ไม่ต่างจาก Call of duty: Mobile ครับ

 

Asphalt 9 :Legends

และสุดท้ายกับ Asphalt 9 :Legends ก็เล่นได้ไม่มีปัญหาใดๆ แถมการแสดงผลยังรองรับ Refresh Rate สูงอีกด้วย ทำให้ระหว่างการเล่น ภาพการชนและใช้ Nitro ดูสบายตามากๆ

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย 30W Super Dart Charge

realme X3 SuperZoom ก็มีแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ซึ่งจากที่ทดสอบการใช้งานด้วยการเปิดหน้าจอ 120Hz แล้วเล่นเกมสลับกับใช้งานทั่วไป แบตเตอรี่ถือว่าอยู่ได้อึดๆ เกือบตลอดวันครับ แต่ก็ต้องมีการชาร์จระหว่างวันด้วย อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ก็ไม่ปล่อยให้เรารอนานเพราะมีเทคโนโลยี 30W Dart Charge เราชาร์จจากแบตเตอรี่เหลือ 20% จนเต็ม 100% ใช้เวลา 1 ชั่วโมงพอดีครับ ที่สำคัญยังมีการป้องกันความปลอดภัยถึง 5 ชั้น และรับรองความปลอดภัยในการชาร์จตั้งแต่หัวชาร์จ สายชาร์จ และตัวสมาร์ทโฟนด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

realme X3 SuperZoom จัดหนักและจัดเต็มในเรื่องกล้องอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังหรือกล้องหน้า ก็ครบทุกฟีเจอร์ โดยเฉพาะเรื่องพลังซูมที่จัดให้แบบเต็มๆ 60 เท่า

กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
  • เลนส์ Periscope ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, รองรับ OIS, Optical Zoom ได้ 5 เท่า และ Digital Zoomสูงสุด 60 เท่า
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร

กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

คมชัดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล

เลนส์หลักของรุ่นนี้มีความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ แล้วเมื่อถ่ายออกมาแล้วสามารถซูมดูรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจน ก็ต้องใช้โหมดนี้เลยครับ


โหมดความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล / ครอป


โหมดความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล / ครอป

 

AI อัจฉริยะ พร้อมเทคโนโลยี Quad Bayer

ความสามารถของเลนส์หลักไม่ใช่แค่ถ่ายความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซลเท่านั้นครับ แต่ก็มี Quad Bayer ที่เป็นการรวม 4 พิกเซล ให้เป็น 1 พิกเซล ทำให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น แสงและเงาดูชัดเจนกว่าเดิม แม้ในที่แสงน้อยครับ นอกจากนี้ เรื่องของการระบุหมวดหมู่ของวัตถุต่างๆ ก็ยังมีให้เหมือนเดิม สามารถปรับได้ตามสิ่งที่เราโฟกัสเลย

 

ถ่าย Portrait สวยงาม บิวตี้อย่างธรรมชาติ

realme X3 SuperZoom ก็สามารถถ่าย portrait ได้สวยงามตามสไตล์ของ realme ครับ มีการเบลอฉากหลังได้เป็นธรรมชาติ สวยงาม ตัดขอบรอบตัวบุคคลได้ดี ซึ่งโหมดนี้ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเลยครับ สวยงามไม่แพ้กัน

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

ซูมได้ไกลสูงสุด 60 เท่า

ความพิเศษของชื่อรุ่น SuperZoom ไม่ได้มาเป็นแค่กิมมิกครับ เพราะสามารถซูมได้ไกลสูงสุดถึง 60 เท่า หรือเทียบเป็นระยะ 124 มม. อยู่ไกลแค่ไหนก็เห็นได้ โดยยังรองรับระบบกันสั่นไหว OIS ด้วย ทำให้เมื่อยิ่งซูม ความนิ่งของเลนส์ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ตัวเลนส์ Periscope ยังรองรับ Optical Zoom ถึง 5 เท่า ซึ่งเป็นซูมที่ไม่เสียรายละเอียด

 

Ultra Wide Angle มุมกว้างถึง 119 องศา

เลนส์ Ultra Wide Angle ในรุ่นนี้สามารถถ่ายได้มุมมองกว้างถึง 119 องศา ถือว่ากว้างเบอร์ต้นๆ ในสมาร์ทโฟนครับ แถมเรื่องสีสันและเฉดสีต่างๆ ก็จัดเต็ม สวยงาม ซึ่งประโยชน์ของเลนส์นี้ ส่วนหนึ่งคือเราไม่ต้องเดินถอยออกไปไกลๆ ให้เสียเวลาด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle 119 องศา


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle 119 องศา

 

ใช้เลนส์นี้ถ่ายกับบุคคลก็งามไปอีกแบบครับ

 

Macro ถ่ายใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร

เลนส์ Macro ก็ยังมีให้เหมือนเดิมครับ เราสามารถถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร ส่วนเรื่องความคมชัดก็ถือว่าชัดเจนอยู่ด้วย

 

NightScape 4.0 อัปเกรดครั้งใหญ่ ถ่ายกลางคืนได้สว่างขึ้น

realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับการอัปเกรดเรื่องการถ่ายภาพกลางคืนเป็น NightScape เวอร์ชัน 4.0 แล้วครับ ช่วยให้ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้สว่างขึ้นและรายละเอียดก็เก็บได้ครบ ซึ่งการถ่ายในโหมดนี้เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยด้วยระหว่างโหมด Super Nightscape และ Ultra Nightscape

นอกจากนี้ เป็นโหมดใหม่ใน realme สำหรับ Starry Mode หรือโหมดการถ่ายภาพดวงดาวตอนกลางคืน ที่ระบบจะเพิ่มความสว่างบนท้องฟ้า ปรับค่า ISO, การวัดแสง และอื่นๆ ให้นานเป็นพิเศษ เพื่อให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวนั่นเองครับ ซึ่งแนะนำว่าให้ทำตอนช่วงฟ้าเปิดแล้วใช้ขาตั้งกล้องครับ


โหมดปกติ / โหมด NightScape 4.0

 

สำหรับ NightScape 4.0 ยังใช้เลนส์ Ultra-Wide Angle ถ่ายได้ ก็สวยงามไม่แพ้กันครับ


โหมดปกติ / โหมด NightScape 4.0

 

กล้องหน้า AI Beauty ถ่ายสวยเป็นธรรมชาติ

จบที่กล้องหลังไปแล้ว ด้านกล้องหน้าคู่ Dual In-display Selfie ก็ถ่ายได้สวยงาม ฟีเจอร์ครบเช่นกันครับ หลังจากที่ด้านบนเราเห็นภาพ Portrait กล้องหน้าไปแล้ว ถ้าอยากถ่ายให้เห็นฉากหลังด้วยก็ยังคงทำได้สวยงามครับ โดย AI จะปรับแต่งเติมใบหน้าของเราให้สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติด้วย

 

กล้องหน้าก็มีเลนส์ Ultra Wide Angle

และสุดท้ายกล้องหน้าอีกเลนส์ที่เพิ่มเข้ามาเป็นเลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้างถึง 105 องศา ใครที่ชอบเซลฟี่แล้วอยากได้บรรยากาศดีๆ ไปด้วย ต้องได้ใช้เลนส์นี้บ่อยแน่นอนครับ ไม่จำเป็นต้องถ่ายแบบพาโนรามาด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล จัดเต็มให้ครบทุกฟีเจอร์ พร้อมโหมดใหม่อย่าง Starry Mode ที่ทำให้เห็นดวงดาวตอนกลางคืนครับ
  • กล้องหน้าคู่ Dual In-display Selfie ครบครันทุกมุมมองทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ Ultra-Wide Angle
  • หน้าจอแสดงผลคมชัดขนาด 6.57 นิ้ว พร้อมชูโรงด้วยอัตรา Refresh Rate 120Hz Ultra Smooth Display
  • หน่วยประมวลผลเรือธงตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 855+ ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่น
  • มีแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh พร้อมรองรับ 30W Dart Charge ชาร์จได้เร็วแรง เพียง 50 นาทีก็ชาร์จเต็ม 100%

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง
  • ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้

realme X3 SuperZoom เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 19,990 บาท โดยเปิด Pre-order แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 5 มิถุนายนนี้ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยใครที่ Pre-Order จะได้รีบฟรี! เครื่องทำความชื้น และ VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ครัง/ปี ที่ Banana, BKK, Kingkong ,CSC, TG Fone, Jaymart, IT City ส่วนช่องทาง E-commerce ที่ Lazada และ Shopee รับของแถมเพิ่มเติม FujiFilm Instax Mini Link สี Dark Denim (10 Order แรก)

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Smart Review

รีวิว HUAWEI P40 Pro+ 5G ขุมพลังขั้นสุดด้วยกล้อง Ultra Vision Leica Penta, รองรับ 5G พร้อมขุมพลังตัวแรง Kirin 990 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI P40 Pro+ 5G ขั้นสุดของสมาร์ทโฟนจาก Huawei ในปัจจุบัน มาพร้อมกับขุมพลังตัวแรงอย่าง Kirin 990 5G, หน้าจอโค้ง มีกล้องหลังจัดเต็ม 5 เลนส์ Ultra Vision Leica Penta ที่จัดเต็มทุกโหมดใช้งาน

 

สรุปสเปค HUAWEI P40 Pro+ 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.2 × 72.6 × 9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 226 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Quad-Curve Overflow Display ชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 90Hz
  • หน่วยประมวลผล : Kirin 990 5G Octa Core
  • GPU : Mali-G76
  • RAM 8 GB
  • ROM 512 GB รองรับ SD NMCard สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 5 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, เซ็นเซอร์ RYYB
    • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ SuperZoom ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/4.4 รองรับ 10x Optical Zoom
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ 3x Optical Zoom
    • เลนส์ Depth Sensing
  • กล้องหน้าคู่ 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth Sensing
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม (รองรับ 5G 1 ซิม)
  • รองรับการเชื่อมต่อ 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 40W, Wireless HUAWEI SuperCharge 27W และ Reverse Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

กล่องของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มาในรูปแบบสีขาว พร้อมชื่อรุ่น HUAWEI P40 Pro+ 5G เปิดเข้าไปด้านในจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง HUAWEI P40 Pro+ 5G
  • เคสใส
  • อะแดปเตอร์ SuperCharge 40W
  • หูฟัง
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ด้านหลังของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มีความพิเศษด้วยวัสดุแบบเซรามิกที่มีความแข็งแรง ทนทาน ที่ต้องบอกว่าสีขาว White Ceramic รุ่นนี้ที่เราได้มานั้นคลาสสิกมากๆ เป็นสีขาวที่นวลตาสุดๆ ครับ

 

เรื่องการจับถือต้องบอกว่าหายห่วงเพราะมีความโค้งมนในทุกมุมของการสัมผัสครับ ทั้งด้านหลังและด้านหน้าจอ

 

HUAWEI P40 Pro+ 5G ยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ทำให้มั่นใจจากการตกน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจหรือใช้งานในช่วงฝนตกได้เป็นอย่างดีครับ

 

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มาแบบโค้ง 4 ด้านในนาม Quad-Curve Overflow Display มีความโค้งมนในทั้ง 4 มุมของหน้าจอ ขณะที่ด้านบนและล่างก็มีความโค้งเล็กน้อยครับ

 

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล และรองรับ Refresh Rate 90Hz ทำให้ใช้งานได้ลื่นๆ

 

เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้า 2 เลนส์ ซึ่งตรงกลางจะเว้นว่างเพื่อฝังเซ็นเซอร์ต่างๆ ลงไป ส่วนลำโพงสำหรับสนทนาใช้เทคโนโลยี Sound on Display ที่ฝังใต้หน้าจอเลย

 

ทางขวาของตัวเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ส่วนทางซ้ายจะไม่มีปุ่มอะไรครับ

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด NanoSIM 1 ช่อง แบบพลิกหน้า-หลัง โดยช่องที่ช่องจพสามารถใส่เป็น NM Card ได้เหมือนกัน ถัดมาเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR) และไมโครโฟนตัวที่ 2

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีโมดูลกล้องหลังที่มีกล้อง 5 เลนส์, ไฟแฟลช Dual-LED และไมโครโฟนตัวที่ 3

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

HUAWEI P40 Pro+ 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1

 

รองรับ 5G ในไทยตั้งแต่แกะกล่อง

สำหรับ HUAWEI P40 Pro+ 5G สามารถแกะกล่องมาพร้อมกับการรองรับ 5G มาตั้งแต่แกะกล่องครับ ไม่ต้องรออัปเดทเฟิร์มแวร์อะไร ซึ่งใช้งานได้ครบทุกเครือข่ายในไทยเลย

 

HUAWEI AppGallery แอปพลิเคชั่นเยอะขึ้นกว่าเดิม

HUAWEI AppGallery ในตอนนี้มีแอปพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดเยอะขึ้นมากครับ ทั้งเกม, โซเชียล หรือด้านธนาคารต่างๆ เป็นต้น

ที่สำคัญ Huawei ยังมาพร้อมกับแอปแพลิเคชั่น Petal Search ที่จะเป็นการค้นหาแอปพลิเคชั่นต่างๆ จากแหล่งต่างๆ เพื่อให้เราได้ติดตั้งได้ครับ ไม่ใช่แค่ใน AppGallery เท่านั้น

 

บอกสถานะตลอดเวลาด้วย Always-on-Display

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับฟีเจอร์การแสดเสมอ หรือการแสดงสถานะของเครื่องเบื้องต้นที่หน้าจอล็อก โดยไม่ต้องมาปลดล็อกหน้าจอให้เสียเวลาครับ

 

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบ

HUAWEI P40 Pro+ 5G จัดให้ครบทั้งการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่ให้ความรวดเร็วและเสถียรมากๆ

 

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ทำได้แม่นยำไม่ต่างกันครับ

 

โหมดมืดมีให้ สะสบายดวงตา

การใช้งานโหมดมืดนั้นให้เรื่องคาวมสบายตาอย่างมากในช่วงที่ใช้ในที่แสงน้อยครับ ทั้งยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้นเพราะจอ OLED นั้นชอบพื้นสีดำๆ มากครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

HUAWEI P40 Pro+ 5G ขับคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลตัวแรงสุดของ Huawei อย่าง Kirin 990 5G พร้อม RAM 8GB และคาวมจุถึง 512GB ที่จะเก็บภาพหรือโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้แบบไม่ต้องกลัวหมด

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 342,028 คะแนน

 

ทดสอบการเล่นเกม

PUBG Mobile

เริ่มด้วยเกม PUBG Mobile นั้นสามารถเปิดกราฟิกต่างๆ ได้ขั้นสุดทั้งหมดครับ ทดสอบการเล่นในดฆดม Battle Royale 100 คน ก็สามารถเล่นได้ไหลลื่นมาก โดยเรื่องการสัมผัสหน้าจอนั้นทำได้รวดเร็ว ไปตามนนิ้วมากครับ

 

ROV (Arena of Valor)

ต่อมาเป็นเกม ROV (Arena of Valor) ที่เราเปิดกราฟิกได้สูงสุดทั้งหมดเช่นกันครับ ซึ่งเฟรมเรทในโหมด 5 VS 5 ทำได้เยี่ยมมากครับ วิ่งที่ 60-61fps ได้แบบสบายๆ

 

Asphalt 9: Legends

ส่วนเกมแข่งรถอย่าง Asphalt 9: Legends สามารถเปิดกราฟิกได้ระดับสูงครับ เล่นได้แบบไหลลื่น ไม่มีสะดุดในช่วงที่เล่นไปประมาณ 30 นาที

 

แบตเตอรี่อึด ชาร์จไวด้วย 40W HUAWEI SuperCharge

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ซึ่งสามารถใช้งานทั่วไปได้ตลอดทั้งวันครับ ทั้งนี้ หากใครที่แบตเตอรี่ใกล้หมดก็สามารถชาร์จไวผ่านเทคโนโลยี 40W HUAWEI SuperCharge โดยเราทดสอบชาร์จจากแบตเตอรี่ประมาณ 23% ชาร์จถึง 84% ในเวลาเพียง 45 นาที และเต็ม 100% ในเวลารวม 60 นาทีเท่านั้น

 

ไม่ใช่แค่ขชาร์จไว แต่รุ่นนี้ก็ยังมีอีก 2 เทคโนโลยี ได้แก่ 40W Wireless HUAWEI SuperCharge การชาร์จไวแบบไร้สาย และ Reverse Charge ที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น (ที่รองรับชาร์จไร้สาย) ได้ด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องถ่ายรูปของ HUAWEI P40 Pro+ 5G จัดได้ว่าเป็นกล้องที่ถ่ายได้ดีที่สุดในสมาร์ทโฟนตอนนี้ครับ จากการมีกล้องหลัง 5 เลนส์ แบบ Ultra Vision Leica Penta ดังนี้

  • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9
  • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ SuperZoom ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/4.4 รองรับ 10x Optical Zoom
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ 3x Optical Zoom
  • เลนส์ Depth Sensing

ขณะที่กล้องหน้ามาแบบ 2 เลนส์ แบ่งเป็นเลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล + เลนส์ Depth Sensing

เลนส์หลักความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล

ด้วยเลนส์หลัก Ultra Vision ให้ความละเอียดมาสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายความละเอียดได้สูงเมื่อถ่ายออกมา สามารถซูมเข้าไปเห็นอะไรได้มากกว่าการถ่ายโหมดปกติครับ ทั้งยังนำไปใช้งานต่างๆ ได้อีกด้วย


ภาพความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ความฉลาดของ AI ยังคงเป็นเบอร์ต้นๆ

Huawei ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ชูโรงด้วยความฉลาดของ AI ที่ตรวจจับวัตถุและแยกแยะเป็นหมวดหมู่ได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งใน HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็จัดเต็มมาให้เรื่องถ่ายถ่ายภาพ เพียงคลิกเดียวก็ได้ภาพสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ดีทั้งตอนกลางวันและในที่แสงน้อยครับ

 

Ultra Wide Angle ถ่ายได้งาม ความคมชัดขั้นสูง

ในเลนส์ Ultra Wide Cine หรือการถ่ายโหมด Ultra Wide Angle ที่สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงครับ เพราะมีความละเอียดสูงถึง 40 ล้านพิกเซล ต้องบอกว่าถ่ายได้สวยงาม ได้มุมมองที่ครบครันครับ และเรื่องของสีสันก็มาครบมากๆ


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

ซูมได้ไกลสูงสุดด้วย SuperZoom 100x

HUAWEI P40 Pro+ 5G สามารถซูมได้ไกลสุดถึง 100 เท่า โดยมีเลนส์ซูมถึง 2 เลนส์ เป็น 10x Optical Zoom และ 3x Optical Zoom ที่ยังคงให้ความคมชัดอยู่แม้ถ่ายในระยะที่ไกลครับ แต่ถ้าซูมไปถึง 100 เท่าภาพที่ได้ก็อาจจะแตกได้ครับ ซึ่งก็ปกติเพราะเป็น Digital Zoom

 

ถ่ายกลางคืนได้แจ่ม คมชัดพร้อมความสว่าง

เรื่องการถ่ายภาพกลางคืนยังคงไว้ใจ Huawei ได้แน่นอนครับ โดยใน HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็สามารถถ่ายภาพที่แสงน้อยๆ ได้ดีเหมือนเดิม มีความคมชัดอย่างมาก ที่สำคัญแม้ว่าจะถ่ายด้วยโหมดปกติ ก็แทบจะไม่ต้องปรับหรือเพิ่มความสว่างด้วย

 

รวมถึงการใช้โหมดนี้ในเลนส์ Ultra-Wide Angle ได้เช่นกันครับ

 

ถ่ายใกล้ๆ ได้ด้วยฟีเจอร์ Macro

ในฟีเจอร์ Macro จะเป็นการเจาะวัตถุไปใกล้ๆ ที่สายตาเราโฟกัสไม่ได้ โดยฟีเจอร์นี้ยังคงจัดเต็มเรื่องสีสันที่ยังให้มาแทบไม่ต่างจากโหมดปกติครับ แถมยังคมชัดมากๆ

 

ถ่าย Portrait สวยงาม เบลอหลังได้ธรรมชาติ

ในการถ่าย Portrait ในรุ่นนี้จะได้เลนส์ Depth Sensing เข้ามาช่วยในเรื่องของการตรวจจับระยะห่างของวัตถุครับ ทำให้เรื่องการเบลอฉากหลังนั้นเป็นธรรมชาติ มีการเบลอเป็นเลเยอร์ ภาพดูไม่ลอย ซึ่งใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลังที่ถ่ายได้งามๆ เหมือนกัน

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

กล้องหน้าคมชัดสูง 32 ล้านพิกเซล

ในโหมดปกติของ HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ดีเหมือนกันครับ มีความละเอียดสูง และใบหน้าก็มีความสว่าง ไม่มืดครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังจัดเต็ม 5 เลนส์ Ultra Vision Leica Penta ฟีเจอร์ครบ ซูมได้ไกล, คมชัดสูง และมี Ultra-Wide Angle
  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้งานได้ครบทุกผู้ให้บริการในไทยแน่นอนครับ
  • หน้าจอแสดงผล Quad-Curve Overflow Display ชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว สีสันชัดเจน
  • หน่วยประมวลผล Kirin 990 5G เล่นเกมได้สบายๆ พร้อม RAM 8GB ใช้งานได้ลื่นไหล และ ROM 512GB จุได้ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh พร้อมรองรับ 40W HUAWEI SuperCharge ชาร์จได้ไว ทั้งยังรองรับชาร์จไร้สายและ Reverse Charge ด้วย

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังไม่มี Google Mobile Services (GMS)
อ่านต่อ...

Featured

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เพิ่มเติม…)

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

โฉมใหม่ SanDisk Extreme microSDXC A2 การ์ดความจำสำหรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด อ่านข้อมูลความเร็วสูงสุดถึง 160MB/วินาที และเข้าถึงแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วบนตัวการ์ดความจำ ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเมมเครื่องจะเต็ม

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01

สรุปข้อมูลของ SanDisk Extreme microSDXC A2

  • รูปแบบ microSDXC
  • ความจุ 64GB, 128GB, 256GB
  • ความเร็วอ่านสูงสุด 160MB/วินาที
  • ความเร็วเขียนสูงสุด 90MB/วินาที
  • ความเร็ววิดีโอ V30, U3, A2

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่ เอาใจสายเกมมิ่ง ตัวแพ็กเกจจะมาพร้อมภาพกราฟิกเกมที่ดูตื่นตาตื่นใจ พร้อมฟีเจอร์เด่นต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขึ้นของการ์ดความจำที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับสมาร์ทโฟน Android โดยมีความเร็วในการอ่านสูงสุด 160MB/วินาที ทำให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งไว้บนการ์ดหน่วยจำนี้ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K เหมาะสำหรับการนำใช้งานบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

ตัวการ์ดจะมีสีทองคาดแถบสีแดง พร้อมตัวหนังสือระบุชื่อรุ่น SanDisk Extreme และชนิดของตัวการ์ด microSDXC A2 ไว้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งตัวการ์ดมีคุณสมบัติในการป้องกันการกระแทก ทนอุณหภูมิ กันน้ำ กันแสงรังสีเอกซ์ เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของมูล

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

นอกจากนี้แล้วตัวเลขอื่นๆ บนการ์ดก็สำคัญมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละประเภท ซึ่งบน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็มีระบุไว้เช่นกัน โดยตัว U3 คือ UHS Speed Class 3 และตัว V30 คือ Video Speed Class 30 รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่เฟรมเรทสูงสุด 60fps หรือ 120fps โดยหากจะนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K หรือกล้องต่างๆ ก็ควรจะเลือกเป็นการ์ดแบบ UHS-I ขึ้นไป เพราะหากความเร็วในการเขียนหรืออ่านไม่เพียงพอ ก็จะได้วิดีโอที่กระตุกหรือสะดุดได้

 

มาดูกันว่า SanDisk Extreme microSDXC A2 ตัวนี้ จะมีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขนาดไหน โดยใช้ตัวอ่านของ Satechi (รองรับ microSDXC) ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 2.5.4 บน MacBoook โดยทำการทดสอบทั้งอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องด้วยไฟล์ขนาด 1GB

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • SEQ 128K QD32 เป็นการทดสอบความข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128KB ทำความเร็วในการอ่านได้ 51.47MB/วินาที และเขียน 15.60MB/วินาที
  • RND 4K QD32 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งความเร็วที่ได้จะลดลงเนื่องจากไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่ายังเป็นความเร็วในระดับที่สูง โดยอ่านได้ 3.59MB/วินาที และเขียนได้ 2.57MB/วินาที
  • SEQ 1M QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1MB อ่านได้ 18.91MB/วินาที และเขียนได้ 18.31MB/วินาที
  • RND 4K QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดความจำที่โหดมากที่สุด อ่านได้ 3.60MB/วินาที และเขียนได้ 0.27MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

สำหรับบนสมาร์ทโฟนจะทดสอบบน Samsung Galaxy S10+ โดยใช้แอปพลิเคชั่น A1 SD Bench ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store เพื่อทดสอบความเร็วอ่านและเขียนไฟล์แบบต่อเนื่อง

  • ความเร็วในการอ่านไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 76.96 MB/วินาที
  • ความเร็วในการเขียนไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 51.84 MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

จุดเด่นของ SanDisk Extreme microSDXC A2 คือค่า IOPS (Input/Output Operation per Second) ซึ่งหมายถึงปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที โดยเป็นขั้นตอนพื้นฐานในโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่น ซึ่ง A2 สามารถอ่านแบบสุ่มได้ไม่น้อยกว่า 4000 IOPS และเขียนได้แบบสุ่มไม่น้อยกว่า 2000 IOPS มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A1

การ์ดชนิด A2 จะทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นและเกมต่างๆ ไว้บนการ์ดความจำตัวนี้ แล้วเรียกใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนการติดตั้งไว้บนความจำภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานแอปหรือเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องติดตั้งลงบนตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

เราสามารถย้ายการติดตั้งแอปและเกมต่างๆ มาไว้บนการ์ดตัวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเครื่องน้อยๆ เพราะเกมในปัจจุบันที่มีกราฟิกสวยๆ ก็มีขนาดใหญ่ระดับ 1-2 GB กันเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเมมในเครื่องจะเต็มอีกต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่าการ์ดชนิด A2 มีประสิทธิภาพมากๆ สำหรับการติดตั้งทั้งแอปและเกมไว้บนการ์ดภายนอกตัวนี้

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

หลังจากย้ายเกม PUBG Mobile ไปติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 พบว่าสามารถเปิดเกมและเล่นได้อย่างลื่นไหล ความรู้สึกเหมือนกับการติดตั้งไว้บนหน่วยความจำตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

เกม ROV ซึ่งเป็นเกมยอดฮิต เมื่อทำการติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็เล่นได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการ์ดที่สามารถติดตั้งเกมได้แล้วก็อย่าลืมว่าเกมเหล่านี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เน็ตที่มีความเสถียรในการเล่นด้วยนะ

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 08

ทดสอบติดตั้งเกม Black Desert Mobile ไว้บนการ์ดตัวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องบอกว่ามีกราฟิกสวยมากๆ เปิดเข้าเกมได้รวดเร็ว และระหว่างการเล่นก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ได้เห็นความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า SanDisk Extreme microSDXC A2 กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องเมมเครื่องเต็ม และติดตั้งเกมไว้บนการ์ดตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เปิดเล่นกันได้ลื่นๆ แล้ว

 

พบกับโฉมใหม่! SanDisk Extreme microSD card การ์ดสำหรับเล่นเกมบนมือถือ ประสิทธิภาพเร็วแรง ลื่นไหล รองรับเกมกราฟิกสเปคสูง โหลดเกมไว เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A2 ลองสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือบน SanDisk Extreme mSD card ได้ที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา พร้อมโปรโมชั่นในงานต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด!

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ ซื้อ SanDisk Extreme หรือ Extreme Pro microSD card ความจุ  128GB ขึ้นไป รับกระบอกน้ำ ฟรีทันที! พร้อมรับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค รับของรางวัลเพิ่มเติม และลุ้นโชคใหญ่เครื่องกรองอากาศทุกสัปดาห์
  • รับฟรีกระเป๋าถือ กันน้ำได้จากเกม CODM เมื่อซื้อ SanDisk Extreme mSD card รุ่นสำหรับเกมมือถือ ความจุ 256GB ขึ้นไป (ของแท้ มีจำนวนจำกัด) เฉพาะลูกค้าที่ซื้อภายในงาน TME เท่านั้น

 

SanDisk TME Promotion

แจกฟรี ไอเทมตัวละคร Call of Duty Mobile!  สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมง่ายๆ กับ SanDisk เชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือผ่านการ์ด SanDisk Extreme mSD card ฟรีที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา (จำนวนจำกัด)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series. Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเ...

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01 SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

โฉมใหม่ SanDisk Extr...

HUAWEI Y6p 4GB+64GB HUAWEI Y6p 4GB+64GB
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

HUAWEI Y6p 4GB+64GB เมมใหญ่ เก็บรูปได้เยอะ ราคาเล็ก ไม่เกิน 4,000 บาท!

รูปเยอะ ไฟล์แยะแค่ไห...

Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

ส่องโปรพิเศษ HUAWEI ของแถมและสิทธิพิเศษมากมาย วันนี้ – 31 ก.ค.นี้ เท่านั้น

หัวเว่ยมอบส่วนลดพิเศ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดฟีเจอร์ S Pen ใน Samsung Galaxy Note 20 Series เพิ่มฟีเจอร์เป็น Pointer คล้ายใช้เมาส์บนคอมพิวเตอร์

น่าจะเป็นสิ่งที่หลุด...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Huawei จดสิทธิบัตรสมาร์ทโฟนจอพับในแนวตั้งคล้าย Galaxy Z Flip

ดูเหมือนว่าสมาร์ทโฟน...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดกล่อง OPPO Reno4 Pro รุ่น Global ใช้ Snapdragon 720G, กล้อง 4 เลนส์ และมีช่อง 3.5 มม.

หลังจากที่ OPPO เปิด...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเว็บไซต์ปลอม หลังพบอ้างชื่อบริษัทแจกแบบสอบถามลุ้นรับสมาร์ทโฟน

เอไอเอส เตือนประชาชน...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

Asus ZenBook Series ปล่อยโปรโมชั่น ‘Healthy For You’ ฟรี! ของแถมเพื่อสุขภาพ พร้อมส่วนลด และโปรโมชั่นผ่อน 0% 15 เดือน

เอซุส (ประเทศไทย) จั...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง