ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว realme Watch และ Buds Air Neo นาฬิกาและหูฟังรุ่นใหม่ที่ใช้งานได้เข้ากันสุดๆ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

หลังจากที่ reame ประเทศไทยเปิดตัวอุปกรณ์สุดสมาร์ท 2 รุ่นใหม่อย่าง realme Watch และ Buds Air Neo ในวันนี้เราจะมารีวิวกันแบบควบคู่ให้ชมกันเลยครับ เผื่อใครที่อยากซื้อเป็นคู่ๆ ที่เข้ากันสุดๆ โดยแต่ละอุปกรณ์มีจุดเด่นอะไรบ้าง เรามารับชมกันครับ

 

เรามาเริ่มด้วย realme Watch นาฬิกาอีกระดับของความสมาร์ท ที่ถือเป็น Smartwatch รุ่นแรกของ realme ที่มีฟีเจอร์เพียบ พร้อมราคาสุดประหยัดกันครับ โดยเน้นเรื่องหน้าจอสีขนาดใหญ่ ทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบออกำลังกาย เพราะมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจพร้อมกับออกซิเจนในเลือดด้วย

 

สรุปสเปค realme Watch

  • ขนาดตัวเครื่อง : 36.5 x 256 x 11.8 มม. (กว้าง x ยาว x สูง)
  • น้ำหนัก : 31 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล TFTขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียด 320 x 320 พิกเซล
  • ระบบเซ็นเซอร์
    • ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดการเร่งความเร็ว 3-axis acceleration Sensor
    • ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
    • มอเตอร์สั่น Rotor Vibration
  • ระบบการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • กันน้ำระดับ IP68
  • แบตเตอรี่ความจุ 160 mAh

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ตัวกล่องของ realme Watch มาในรูปแบบสี่เหลี่ยมทรงยาว พร้อมสีเหลือที่เป็นสีประจำแบรนด์

ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเรือน realme Watch
  • แท่นชาร์จ
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ realme Watch มาแบบเล็กกะทัดรัด เหมาะทั้งผู้ชายและผู้หญิง พร้อมด้วยความเบาของตัวเครื่องที่ใส่ได้สบายๆ ไม่รู้สึกหนักข้อมือ แถมไม่รู้สึกบาดผิวหนังด้วย

 

ที่สำคัญ realme Watch สามารถกันน้ำและฝุ่นได้ในมาตรฐาน IP68 กันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร จะใส่ว่ายน้ำ ทำหล่นน้ำ ก็ไม่ต้องกังวลครับ

 

ใครที่อยากถอดสายเพื่อเปลี่ยนสีสันก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เลื่อนล็อกที่อยู่หลังเครื่อง ตัวสายก็หลุดออกมาทันทีครับ

 

สำหรับสายนาฬิกาข้อมือของ realme Watch มีให้เลือกถึง 4 สีแบบสดใสๆ ได้แก่ ดำ, น้ำเงิน, เขียว และแดง ใครชอบโทนสีไหนก็ซื้อเพิ่มได้เลยครับ

 

ด้านหน้าจอแสดงผลก็เป็นหน้าจอสีชนิด TFT ขนาดใหญ่ 1.4 นิ้ว (35 ซม.) ความละเอียด 320 x 320 พิกเซล โดยสามารถใช้งานระบบสัมผัสได้แบบไหลลื่น

 

รอบเครื่องของ realme Watch จะมีปุ่มด้านข้างเพื่อใช้งานควบคุมต่างๆ เช่น ปิดเครื่องหรือย้อนกลับ

 

ส่วนด้านหลังเครื่องจะมีเซ็นเซอร์ต่างๆ ทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และเซ็นเซอร์ตรวจสอบการสวมใส่

 

วิธีการเชื่อมต่อ

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อจะต้องเป็นระบบปฏิบัติการ Android 5.0 ขึ้นไป

  • ติดตั้งแอปพลิเคชั่น realme Link ผ่าน Google Play Store
  • สมัครบัญชี realme Link
  • กด “การเพิ่มอุปกรณ์” แล้วไปที่แท็บ “เพิ่มเองแล้ว”
  • เลือก “นาฬิกา” จากนั้นระบบจะตรวจเจอ realme Watch
  • รอการเชื่อมต่อให้สำเร็จ
  • สำเร็จ

 

ดูสถานะต่างๆ ได้ง่าย

การดูสถานะต่างๆ ทั้งเรื่องแบตเตอรี่, สภาพอากาศ, กิจกรรมในแต่ละวัน, อัตราการเต้นของหัวใจ และอื่นๆ สามารถตรวจสอบได้เพียงแค่ปัดซ้ายหรือขวาที่หน้าจอเท่านั้นครับ

 

วอลเปเปอร์มีให้เลือกหลายสไตล์แน่นอน

เรื่องแรกหลังการเชื่อมต่อคงไม่พ้นเรื่องรูปแบบหน้าปัดนาฬิกาใน realme Watch ครับ โดยเริ่มแรกเราสามารถเปลี่ยนภายในเครื่องที่มีมาให้ 6 แบบ แต่เมื่อเชื่อมต่อ realme Link แล้วจะมีทั้งหมด 12 แบบให้เลือกใช้ อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดว่าน้อย ทาง realme จะมีการอัปเดทรูปแบบให้เพิ่มอีกว่า 100 แบบในอนาคตครับ

 

โหมดออกกำลังกายหลากหลายใช้ได้หลายประเภทกีฬา

ต้องบอกว่าเน้นการออกกำลังกายของจริงสำหรับ realme Watch เพราะมีถึง 14 ชนิดกีฬาให้เลือก ได้แก่ วิ่งกลางแจ้งและในร่ม, เดิน, ปั่นจักรยานกลางแจ้งและในร่ม, แอโรบิค, ฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย, ฟุตบอล, บาสเกตบอล, ปิงปอง, แบดมินตัน, เครื่องเดินวงรี, โยคะ และคริกเกต

 

โดยแต่ละกีฬาก็จะบอกข้อมูลที่ต่างกันออกไปครับ แต่จะมีสิ่งที่บอกเหมือนหลักๆ จะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ, ช่วงระยะเวลา และแคลลอรี่ ส่วนอื่นๆ อย่างวิ่งหรือเดิน ก็จะมีบอกระยะทางว่าเราวิ่ง/เดินไปแล้วกี่กิโลเมตรและอัตราการวิ่ง/เดิน ซึ่งตรงนี้จะเป็นการตรวจจับผ่าน GPS ครับ

 

ซึ่งผลการออกกำลังกายต่างๆ จะซิงค์กับสมาร์ทโฟนเพื่อดูผลได้ง่ายๆ เช่นกันครับ

 

วัดคุณภาพการนอนได้ด้วย

ใครที่ห่วงเรื่องสุขภาพการนอน realme Watch ก็เป็นตัวช่วยได้เช่นกันครับ เพราะมีการตรวจจับคุณภาพการนอน (Sleep Tracking) มาให้ ซึ่งจะบอกระยะเวลาในการนอน พร้อมกับการแบ่งช่วงการนอน 4 แบบ ได้แก่ หลับลึก, หลับตื้น, REM (หลับฝัน) และตื่น ทั้งยังมีอัตราการเต้นของหัวใจบอกด้วย

 

วัดอัตราเต้นหัวใจเรียลไทม์ และออกซิเจนในเลือดได้

ใน realme Watch เป็นการใช้งานเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ PPG ออปติคัล มีความแม่นยำสูงและรวดเร็ว ซึ่งถ้าเราเปิดให้วัดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกๆ 5 นาที ระบบจะแจ้งเตือนหากมีการเต้นที่ผิดปกติ อย่างเร็วไปหรือช้าไปครับ

 

การแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชั่นก็มีให้ ไม่ต้องดูบนสมาร์ทโฟน

หากเราเชื่อมต่อกับ realme Link แล้ว การแจ้งเตือนในแอปพลิเคชั่นต่างๆ ในสมาร์ทโฟนจะส่งตรงมายัง realme Watch ให้เรารับรู้ทันทีผ่านระบบสั่นในตัว ทำให้เราไม่พลาดเรื่องราวต่างๆ ในเกิดขึ้นในแต่ละวัน ที่สำคัญการแจ้งเตือนก็ถือว่ารวดเร็วและเรียลไทม์อีกด้วย โดยการแจ้งเตือนต่างๆ เราสามารถตรวจสอบได้จากการปัดลงที่หน้าหลักครับ

 

แบเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่องหลายวัน

ในเรื่องแบตเตอรี่ถือว่าอึดพอตัวเลยครับ ถ้าใครที่ใช้งานเบื้องต้นคือดูนาฬิกาและเชื่อมต่อบลูทูธเพื่อการแจ้งเตือนต่างๆ จะใช้งานได้เต็มๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้มีเวลาชาร์จช่วงวันหยุด ส่วนใครที่ใช้งานเต็มที่อย่างการออกกำลังกายก็ลดลงมาที่ประมาณ 2 – 4 วัน (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) ก็ต้องชาร์จ 1 ครั้งครับ

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

realme Watch มีราคาอยู่ที่ 2,499 บาท เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายน 2563

 

มาต่อที่ realme Buds Air Neo

จบ realme Watch ไปแล้ว อุปกรณ์อีก 1 ชิ้นที่ขาดไม่ได้เลยคือ realme Buds Air Neo หูฟัง True Wireless รุ่นประหยัดของ realme ครับ ที่มีดีไซน์เล็กกะทัดรัด สามารถใช้งานได้ครบครัน ทั้งเล่นเกมและฟังเพลง

 

สรุปสเปค realme Buds Air Neo

  • ขนาดตัวเคส : 51.3 x 45.25 x 25.3 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักตัวเคส : 30.5 กรัม
  • น้ำหนักหูฟัง : 4.1 กรัม
  • หน่วยประมวลผล R1 Headphone Chip
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • กันน้ำ : IPX4
  • ระยะการเชื่อมต่อ : สูงสุด 10 เมตร
  • การชาร์จ (เคส) : พอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ : ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 17 ชั่วโมง

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

สำหรับกล่องของ realme Buds Air Neo จะเป็นสไตล์เดียวกับ realme Watch ด้วยสีเหลืองประจำแบรนด์เช่นเดิม แต่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กตามปกติครับ

โดยอุปกรณ์ต่างๆ ในกล่องมีดังนี้

  • เคสพร้อมหูฟัง realme Buds Air Neo
  • คู่มือการใช้งาน
  • สายสำหรับชาร์จตัวเคสพอร์ต Micro USB 2.0

 

ดีไซน์เคสมาในรูปแบบสี่เหลี่ยมที่มีความมนทุกด้าน ทำให้การจับถือง่าย ไม่บาดมือ แถมมีน้ำหนักที่เบา พกพาได้สะดวกด้วย

 

ตัวเคสจะมีไฟ LED ที่ด้านหน้าเพื่อบอกสถานะต่างๆ ของเคสครับ ถัดมาด้านล่างจะมีปุ่ม Pairing

 

และที่ด้านล่างจะสามารถชาร์จได้ผ่านพอร์ต Micro USB 2.0

 

เมื่อแกะตัวหูฟังออกมาพบว่ามีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เพียงข้างละ 4.1 กรัมเท่านั้น ใส่ได้สบายหู ไม่หลุดง่ายๆ แน่นอน

 

ที่รอบๆ ตัวของหูฟังจะมีรูจูนสำหรับด้านหน้า ขณะที่ด้านล่างจะบอกข้างซ้ายหรือขวาอย่างชัดเจนครับ

 

ส่วนด้านหลังของตัวหูฟังจะมีระบบสัมผัสเพื่อใช้ในการควบคุมต่างๆ ถัดขึ้นไปจะเป็นรูจูนสำหรับด้านหลัง

 

ส่วนด้านล่างของตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างจะมีไมโครโฟน ที่ขนาบข้างด้วยพินสำหรับชาร์จในเคสครับ

 

วิธีการเชื่อมต่อ

สำหรับ realme Buds Air Neo จะรองรับสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Android 7.0 ขึ้นไปเท่านั้นครับ โดยการเชื่อมต่อครั้งแรกมีวิธีดังนี้

  • เปิดบลูทูธบนสมาร์ทโฟน
  • เปิดตัวเคสหูฟังและยังไม่ต้องนำหูฟังออกมาจากเคส
  • กดปุ่ม Pairing ค้างไว้ประมาณ 3 วินาที จนไฟ LED สีเขียวกะพริบ
  • ให้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อบลูทูธอุปกรณ์ในชื่อ ‘realme Buds Air Neo’
  • ใช้งานได้ทันที

สำหรับการใช้งานในครั้งต่อไป เราไม่จำเป็นต้องมากดเชื่อมต่อให้เสียเวลาครับ เพราะเพียงแค่เปิดเคสออกมา ระบบก็จะเชื่อมต่อให้ทันทีผ่านฟีเจอร์ Google Fast Pair

 

การควบคุมต่างๆ

  • กด 2 ครั้งติดกัน : ตอบรับสาย / เล่น-หยุดเพลง
  • กด 3 ครั้งติดกัน : ข้ามไปเพลงต่อไป
  • กดยาวค้างไว้ข้างไหนก็ได้ 1 ข้าง : วางสาย-ปฏิเสธการรับสาย / เปิดใช้งาน Google Assistant หรือผู้ช่วยเสียง
  • กดยาวค้างไว้ทั้ง 2 ข้าง : เข้า / ออก Gaming Mode (เมื่อเข้า Gaming Mode จะเป็นเสียงเร่งเครื่อง)

 

หรือถ้าใครอยากปรับเปลี่ยนระบบการควบคุมก็สามารถเปลี่ยนได้ผ่านแอปพลิเคชั่น realme Link ได้เลยครับ ปรับได้ตามความถนัดของแต่ละคนเลย

 

ประการณ์การใช้งานโหมดฟังเพลงและโหมดเกม

โหมดฟังเพลง

ใน realme Buds Air Neo จะมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 13 มม. ที่ทำจากโพลียูรีเทนและไทเทเนียมคุณภาพสูง ทำให้เราฟังเพลงได้เต็มอรรถรสกว่าเดิม ใครที่ชอบเบสแน่นๆ ถือว่ารุ่นนี้ให้มาหนักพอสมควรครับ ส่วนเรื่องเสียงร้องก็มีความใสมากๆ ผู้ใช้งานคนไหนชอบฟังเพลงทั่วไป ต้องจัดหูฟังรุ่นนี้ให้ได้ครับ

 

โหมดเกม (Gaming Mode)

สำหรับโหมดเกม (Gaming Mode) จะเป็นการลดค่าความล่าช้าหรือ Latency ลงถึง 51% เมื่อเทียบกับโหมดฟังเพลงปกติครับ เพราะเกมเมอร์ทุกคนต้องอยากได้ยินเสียงที่ตรงกับภาพมากที่สุดนั่นเอง และต้องบอกว่า realme Buds Air Neo ทำได้เป็นอย่างดีครับ เสียงระหว่างการกดยิงตรงกับเวลาที่กดพอดี รวมถึงการแยกเสียงซ้าย-ขวาใก้อย่างชัดเจนด้วย

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มที่ทั้งวัน

ในเรื่องแบตเตอรี่การใช้งานทั้งฟังเพลงและเล่นเกม realme Buds Air Neo ถือว่าอึดพอตัว จากที่ทดสอบใช้งานประมาณ 45 นาที จากแบตเตอรี่ 100% ลดลงมาเหลือประมาณ 75% ครับ ซึ่งถ้าระดับนี้สามารถใช้งานแบบครั้งเดียวประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ แต่ถ้าใช้ร่วมกับเคสชาร์จด้วยจะใช้ได้เต็มๆ 17 ชั่วโมงไปเลย

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

realme Buds Air Neo เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นแล้วในราคา 1,499 บาท ผ่านทาง Lazadahttps://bit.ly/2M8lDMV และ Shopeehttps://bit.ly/2TCeE31

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Featured

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เพิ่มเติม…)

อ่านต่อ...

Android News

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเป็นผู้นำด้าน 5G ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงระดับตำนานอย่าง P Series ด้วยซีรี่ส์ล่าสุด HUAWEI P40 Series ตอกย้ำความตั้งใจของแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์-คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ในทุกระดับ

ทำไม HUAWEI P40 Series สมาร์ทโฟนเรือธงจึงยืนหนึ่งด้านประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบ

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ทุกโมเดล ตั้งแต่ HUAWEI P40, HUAWEI P40 Pro ไปจนถึง HUAWEI P40 Pro Plus ประมวลผลและทำงานได้อย่างฉับไว สอดรับกับความเร็วระดับ 5G ด้วยชิปเซ็ตเรือธง Kirin 990 5G ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลข้อมูลและกราฟิกขึ้นหลายเท่า ด้วยการรวมเอาโมเด็ม 5G เข้าไว้กับโปรเซสเซอร์ (CPU) ภายในชิปเซ็ต ทำให้ประมวลผลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดการใช้พลังงาน เพราะข้อมูลไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาระหว่างโมเด็มและชิปเซ็ต จึงทำให้เครื่องร้อนช้า ปกติเมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เล่นเกมแบบออนไลน์ หรือดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลใหญ่ๆ จากคลาวด์ เครื่องจะร้อนเร็วและแบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องหยุดใช้หรือพักเครื่องบ่อย การรวมโมเด็มเข้าไว้ในชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดข้างต้น การมีอุปกรณ์ที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ใช้ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย HUAWEI P40 Series 5G เป็นรุ่นแรกที่มีหน้าจอ 90Hz ซึ่งเป็น refresh rate ที่เหมาะสม ไม่เปลืองพลังงาน ทั้งยังแสดงผลภาพ กราฟิกขั้นสูงต่างๆ และวิดีโอได้อย่างคมชัด ถึงระดับ 4K มอบสุดยอดประสบการณ์เกมออนไลน์ ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน 4G ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มาพร้อมฟีเจอร์ลิขสิทธิ์เฉพาะ HUAWEI Share ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์และสมาร์ทโฟน เพื่อแลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูล รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานระหว่างดีไวซ์ได้อย่างง่ายดายผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงสัมผัสเดียว (One Tap) ตามกลยุทธ์ 1+8+N ของหัวเว่ยที่ต้องการสร้างอีโคซิสเต็มที่เป็นมิตรและเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้ผ่านเทคโนโลยีและระบบอินเทอร์เน็ตที่ก้าวล้ำ และยังมี HUAWEI MeeTime ระบบวิดีโอคุณภาพสูงที่ให้ภาพและเสียงระดับ Full HD นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์ IT ของคนยุคใหม่ที่จะสามารถทำงานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์ IoT

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series เป็นระบบสองซิมการ์ดที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ด และเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานที่ความเร็วระดับ 5G ผ่านนวัตกรรมซิมดิจิทัล (eSim) นอกเหนือจากความสมรรถภาพของอุปกรณ์ที่ผู้ใช้มองหา เพื่อการใช้งาน 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณาสำหรับผู้บริโภคชาวไทยคือสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 5G ทุกย่านความถี่

ทำไมต้องซื้อ HUAWEI P40 Series กับ AIS

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

เพราะสุดยอดสมาร์ทโฟน ก็ต้องคู่กับเครือข่ายอันดับ 1 ที่มี AIS 5G เพราะ AIS 5G มีคลื่นมากที่สุด ดีที่สุด เพื่อคนไทย ศักยภาพแรง รับส่งข้อมูลเร็วขึ้นกว่าเดิม 24 เท่า จะดาวน์โหลดหนัง 4K หรือ 8K หรือจะโหลดเพลงเป็นอัลบั้ม ก็เสร็จเร็วในไม่กี่วินาที ไหลลื่นไม่มีสะดุด หรือจะใช้ค้นหาข้อมูลผ่าน Mobile Internet ก็เสร็จทันใจในเสี้ยววินาที ให้ชีวิตออนไลน์ลื่นไหลแบบ Real time ยิ่งกว่าที่เคย แกะกล่องเครื่องมาก็ใช้งานได้ทันที ซึ่งวันนี้ AIS 5G พร้อมให้บริการแล้ว 77 จังหวัด และสะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยการสั่งซื้อทาง AIS Online Store ที่ http://www.ais.co.th/huawei-5g/ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ รอรับสินค้าที่บ้านได้เลย หรือช่องทาง AIS Shop และ Telewiz สาขาที่ร่วมรายการ ราคาเริ่มต้นเพียง 28,990 บาท สำหรับลูกค้าเดิมที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ตั้งแต่ราคา 1,149 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ใช้บริการ DATA 5G ฟรีไม่จำกัด โดยไม่คิดบริการเพิ่ม จนถึง 30 กันยายน 2563 ส่วนลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ค่าบริการรายเดือนต่ำกว่า 1,149 บาท รับสิทธิ์ใช้บริการ 5G 10 GB ต่อเดือนฟรี จนถึง 30 กันยายน 2563

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series วางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นคือ HUAWEI P40 ในราคา 22,990 บาท และ HUAWEI P40 Pro ในราคา 31,990 บาท ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 3 สี คือ Silver Frost, Blush Gold และ Deep Sea Blue

 

และล่าสุดกับรุ่นท็อป ที่สวยโดดเด่นด้วยนวัตกรรมเซรามิกเคลือบเทคโนโลยีนาโน HUAWEI P40 Pro+ สี Ceramic White ในราคา 40,990 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ มาพร้อมโปรโมชั่นพรีออเดอร์ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อช่วงเปิดจองระหว่างวันที่ 4-26 มิถุนายนนี้ จะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 12,200 บาท สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงซื้อและสั่งจองผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.ais.co.th/huawei-5g/

 

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของหัวเว่ย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ย https://consumer.huawei.com/

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

โฉมใหม่ SanDisk Extreme microSDXC A2 การ์ดความจำสำหรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด อ่านข้อมูลความเร็วสูงสุดถึง 160MB/วินาที และเข้าถึงแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วบนตัวการ์ดความจำ ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเมมเครื่องจะเต็ม

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01

สรุปข้อมูลของ SanDisk Extreme microSDXC A2

  • รูปแบบ microSDXC
  • ความจุ 64GB, 128GB, 256GB
  • ความเร็วอ่านสูงสุด 160MB/วินาที
  • ความเร็วเขียนสูงสุด 90MB/วินาที
  • ความเร็ววิดีโอ V30, U3, A2

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่ เอาใจสายเกมมิ่ง ตัวแพ็กเกจจะมาพร้อมภาพกราฟิกเกมที่ดูตื่นตาตื่นใจ พร้อมฟีเจอร์เด่นต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขึ้นของการ์ดความจำที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับสมาร์ทโฟน Android โดยมีความเร็วในการอ่านสูงสุด 160MB/วินาที ทำให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งไว้บนการ์ดหน่วยจำนี้ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K เหมาะสำหรับการนำใช้งานบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

ตัวการ์ดจะมีสีทองคาดแถบสีแดง พร้อมตัวหนังสือระบุชื่อรุ่น SanDisk Extreme และชนิดของตัวการ์ด microSDXC A2 ไว้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งตัวการ์ดมีคุณสมบัติในการป้องกันการกระแทก ทนอุณหภูมิ กันน้ำ กันแสงรังสีเอกซ์ เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของมูล

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

นอกจากนี้แล้วตัวเลขอื่นๆ บนการ์ดก็สำคัญมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละประเภท ซึ่งบน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็มีระบุไว้เช่นกัน โดยตัว U3 คือ UHS Speed Class 3 และตัว V30 คือ Video Speed Class 30 รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่เฟรมเรทสูงสุด 60fps หรือ 120fps โดยหากจะนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K หรือกล้องต่างๆ ก็ควรจะเลือกเป็นการ์ดแบบ UHS-I ขึ้นไป เพราะหากความเร็วในการเขียนหรืออ่านไม่เพียงพอ ก็จะได้วิดีโอที่กระตุกหรือสะดุดได้

 

มาดูกันว่า SanDisk Extreme microSDXC A2 ตัวนี้ จะมีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขนาดไหน โดยใช้ตัวอ่านของ Satechi (รองรับ microSDXC) ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 2.5.4 บน MacBoook โดยทำการทดสอบทั้งอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องด้วยไฟล์ขนาด 1GB

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • SEQ 128K QD32 เป็นการทดสอบความข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128KB ทำความเร็วในการอ่านได้ 51.47MB/วินาที และเขียน 15.60MB/วินาที
  • RND 4K QD32 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งความเร็วที่ได้จะลดลงเนื่องจากไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่ายังเป็นความเร็วในระดับที่สูง โดยอ่านได้ 3.59MB/วินาที และเขียนได้ 2.57MB/วินาที
  • SEQ 1M QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1MB อ่านได้ 18.91MB/วินาที และเขียนได้ 18.31MB/วินาที
  • RND 4K QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดความจำที่โหดมากที่สุด อ่านได้ 3.60MB/วินาที และเขียนได้ 0.27MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

สำหรับบนสมาร์ทโฟนจะทดสอบบน Samsung Galaxy S10+ โดยใช้แอปพลิเคชั่น A1 SD Bench ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store เพื่อทดสอบความเร็วอ่านและเขียนไฟล์แบบต่อเนื่อง

  • ความเร็วในการอ่านไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 76.96 MB/วินาที
  • ความเร็วในการเขียนไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 51.84 MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

จุดเด่นของ SanDisk Extreme microSDXC A2 คือค่า IOPS (Input/Output Operation per Second) ซึ่งหมายถึงปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที โดยเป็นขั้นตอนพื้นฐานในโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่น ซึ่ง A2 สามารถอ่านแบบสุ่มได้ไม่น้อยกว่า 4000 IOPS และเขียนได้แบบสุ่มไม่น้อยกว่า 2000 IOPS มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A1

การ์ดชนิด A2 จะทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นและเกมต่างๆ ไว้บนการ์ดความจำตัวนี้ แล้วเรียกใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนการติดตั้งไว้บนความจำภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานแอปหรือเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องติดตั้งลงบนตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

เราสามารถย้ายการติดตั้งแอปและเกมต่างๆ มาไว้บนการ์ดตัวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเครื่องน้อยๆ เพราะเกมในปัจจุบันที่มีกราฟิกสวยๆ ก็มีขนาดใหญ่ระดับ 1-2 GB กันเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเมมในเครื่องจะเต็มอีกต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่าการ์ดชนิด A2 มีประสิทธิภาพมากๆ สำหรับการติดตั้งทั้งแอปและเกมไว้บนการ์ดภายนอกตัวนี้

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

หลังจากย้ายเกม PUBG Mobile ไปติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 พบว่าสามารถเปิดเกมและเล่นได้อย่างลื่นไหล ความรู้สึกเหมือนกับการติดตั้งไว้บนหน่วยความจำตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

เกม ROV ซึ่งเป็นเกมยอดฮิต เมื่อทำการติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็เล่นได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการ์ดที่สามารถติดตั้งเกมได้แล้วก็อย่าลืมว่าเกมเหล่านี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เน็ตที่มีความเสถียรในการเล่นด้วยนะ

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 08

ทดสอบติดตั้งเกม Black Desert Mobile ไว้บนการ์ดตัวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องบอกว่ามีกราฟิกสวยมากๆ เปิดเข้าเกมได้รวดเร็ว และระหว่างการเล่นก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ได้เห็นความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า SanDisk Extreme microSDXC A2 กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องเมมเครื่องเต็ม และติดตั้งเกมไว้บนการ์ดตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เปิดเล่นกันได้ลื่นๆ แล้ว

 

พบกับโฉมใหม่! SanDisk Extreme microSD card การ์ดสำหรับเล่นเกมบนมือถือ ประสิทธิภาพเร็วแรง ลื่นไหล รองรับเกมกราฟิกสเปคสูง โหลดเกมไว เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A2 ลองสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือบน SanDisk Extreme mSD card ได้ที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา พร้อมโปรโมชั่นในงานต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด!

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ ซื้อ SanDisk Extreme หรือ Extreme Pro microSD card ความจุ  128GB ขึ้นไป รับกระบอกน้ำ ฟรีทันที! พร้อมรับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค รับของรางวัลเพิ่มเติม และลุ้นโชคใหญ่เครื่องกรองอากาศทุกสัปดาห์
  • รับฟรีกระเป๋าถือ กันน้ำได้จากเกม CODM เมื่อซื้อ SanDisk Extreme mSD card รุ่นสำหรับเกมมือถือ ความจุ 256GB ขึ้นไป (ของแท้ มีจำนวนจำกัด) เฉพาะลูกค้าที่ซื้อภายในงาน TME เท่านั้น

 

SanDisk TME Promotion

แจกฟรี ไอเทมตัวละคร Call of Duty Mobile!  สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมง่ายๆ กับ SanDisk เชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือผ่านการ์ด SanDisk Extreme mSD card ฟรีที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา (จำนวนจำกัด)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง