ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว realme 6i สมาร์ทโฟนขุมพลังเต็มขั้น เล่นเกมแรง แบตพลังอึด 5000mAh พร้อมกล้อง 4 เลนส์ 48MP ในราคาสุดคุ้ม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

realme 6i สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กสุดในตระกูล realme 6 Series แต่ก็จัดเต็มด้วยขุมพลังเต็มขั้นผ่านหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ที่ใช้งานได้ไหลลื่นเช่นเคย ทั้งยังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกฟังก์ชัน และแบตเตอรี่พันธ์อึดถึง 5000mAh

สรุปสเปค realme 6i

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 x 75.4 x 9.0 มม.
  • น้ำหนัก : 199 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-Drop FullScreen กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และมีพื้นที่การแสดงผล 89.8%
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ความเร็ว 2.0GHz
  • GPU:Mali G52
  • RAM : 3/4GB
  • ROM : 64/128 GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
    • เลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม + MicroSD Card 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับ 18W Quick Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme 6i มาในดีไซน์ที่เป็นรูปแบบของ realme ตามปกติครับ มีสีเหลืองเด่นตามแบบฉบับของตัวเอง พร้อมด้วยชื่อรุ่นที่ด้านหน้า และด้านหลังก็มีจุดเด่นของรุ่นนี้เอาไว้อยู่

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme 6i พร้อมฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ Quick Charge 18W
  • สาย USB Type-C
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • ใบรับประกันสินค้าและคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

เรื่องความโดเด่นด้านดีไซน์ต้องยกให้แบรนด์ realme แทบทุกรุ่นครับ โดย realme 6i นี้ก็ยิ่งพิเศษขึ้นไปอีกเพราะได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่างคุณนาโอโตะ ฟุคาซาวา (Naoto Fukasawa) ทำให้ได้สีสันที่สวยงามและดูมีมิติมากๆ

 

โดยความประกายของฝาหลัง realme 6i จะมีการเล่นเส้นเงาเป็นเส้นตรงหลายเส้น ดูแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่เป็นการเล่นเฉดสีปกติครับ ซึ่งสีที่เราได้มารีวิวครั้งนี้เป็นสีขาว White Milk ส่วนอีกสีก็จะคล้ายกันชาเขียวอย่างสี Green Tea

 

นอกจากความสวยงามแล้ว งานวัสดุและการออกแบบก็ทำออกมาได้ดีด้วย จับถือได้ง่ายไม่ลื่นหลุดมือครับ ที่สำคัญยังถือมือเดียวได้แบบสบายๆ

 

realme 6i มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบหยดน้ำ Mini-Drop FullScreen ชนิด IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว มีความคมชัดระดับ HD+ ที่ยังรับชมวิดีโอหรือซีรี่ย์ที่ต้องการได้อย่างคมชัดอยู่ครับ ซึ่งเรื่องสีสันก็ถือว่าทำได้ดีมากสำหรับการเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก แถมยังชมได้แบบเต็มตาที่มีพื้นที่การแสดงผลถึง 89.8% เลยทีเดียว

 

มาดูรอบตัวเครื่องกันครับ เริ่มที่เหนือหน้าจอกันเช่นเคย จะมีหยดน้ำขนาดเล็กพร้อมกับลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ด้านบน

 

ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดและ MicroSD Card ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

 

ส่วนด้านขวามีเพียงปุ่ม Power เท่านั้น

 

ขณะที่ด้านล่างตัวเครื่องยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่ ถัดไปเป็นไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 4 เลนส์ พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่กลางเครื่อง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

สำหรับ realme 6i ยังแกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดจาก Google อย่าง Android 10 ทั้งยังครอบทับด้วย realme UI 1.0 ที่เป็น UI รุ่นใหม่ของแบรนด์ที่เน้นลวดลายและสีสันที่สบายตามากขึ้น พร้อมด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

 

โหมดการดูแลรักษาดวงตา

realme 6i มาพร้อมกับโหมดที่เป็นการดูแลรักษาสายตาของเราเวลาในใช้งานในที่แสงน้อยหรือในที่มืดครับ โดยเป็นการลดแสงสีฟ้าและเพิ่มความเข้มของสีเข้าไปมากกว่าเดิม ใช้งานได้ยาวๆ ไม่ล้าดวงตาครับ

 

Dark Mode ก็มี ใช้งานได้กับทุกแอปที่รองรับ

นอกจากจะมีโหมดการดูแลรักษาดวงตาหรือการตัดแสงสีฟ้าแล้วก็ยังมี Dark Mode ที่เป็นการใช้ธีมมืดในทันทีครับ โดยพื้นหลังของทั้งตัว UI และแอปพลิเคชั่นที่รองรับ Dark Mode อยู่แล้วจะปรับให้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องไปกดอีกครั้งในตัวแต่ละแอป

 

ตกแต่งไอคอนในสไตล์ของตัวเอง

มีมาใน realme UI ทุกรุ่นครับสำหรับการปรับแต่งรูปแบบอคอนที่ปรับได้ตามใจเราเลย จะปรับให้ไอคอนมีลักษณะเหลี่ยม, กลม หรือมนๆ หน่อยก็ปรับได้ครับ หรือจะปรับให้ตัวไอคอนด้านในเล็กลงก็ยังทำได้จ้า

 

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบ

ในเรื่องความปลอดภัยในการล็อกหน้าจอก็ยังคงมีมาครบครับตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง ที่แม้ว่าจะไม่ได้สแกนบนหน้าจอแสดงผล แต่การใช้งานที่หลังเครื่องก็สะดวกไม่แพ้กันครับ ที่สำคัญเรื่องความเร็วและความสเถียรต่างๆ ก็ไม่ต่างกันด้วย

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ยังมีมาให้เหมือนเดิมครับ ทั้งบันทึกใบหน้าและการสแกนเพื่อปลดล็อกหน้าจอก็ทำได้รวดเร็วเช่นเคย

 

ใช้ 3 นิ้วแตะค้างไว้ที่หน้าจอ เพื่อแคปหน้าจอ

การบันทึกภาพหน้าจอใน realme UI ก็ถือว่าใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ด้วยการใช้ 3 นิ้วลากจากบนลงล่างที่หน้าจอครับ หรือหากใครที่ต้องการบันทึกภาพในแบบยาวๆ ก็ให้ใช้ 3 นิ้วแตะค้างไว้ที่หน้าจอ จากนั้นเราก็สามารถเลื่อนภาพลงมาได้เรื่อยๆ

 

โคลนแอปได้ง่ายๆ หากมี 2 บัญชี

ใครที่มีบัญชีในแอปพลิเคชั่นโซเชียลมากกว่า 1 บัญชี ต้องได้ใช้กันอย่างแน่นอนกับการโคลนแอปที่ก็ง่ายๆ ตามชื่อฟีเจอร์ครับ เป็นการโคลนขึ้นมาอีก 1 แอปเพื่อใช้งาน เช่น ให้ Line มี 2 แอป และแต่ละแอปก็ใช้งานแยกกันอย่างสิ้นเชิง เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

realme 6i ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ที่มีสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตรครับ ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ไหลลื่นและค่อนข้างประหยัดพลังงานพอสมควรเลย ทั้งยังมี GPU Mali G52 ช่วยให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้น 25% ซึ่งจะเห็นผลในตอนที่เล่นเกมแล้วเฟรมเรทลื่นๆ นั่นแหละครับ

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 348 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,295

 

realme 6i ยังคงมี Game Space ที่เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดของเราที่โหลดไว้ในที่เดียวกันครับ ทำให้ไม่ต้องมาเลื่อนหาให้ยุ่งยากเวลาที่โหลดเสร็จแล้ว แถมยังเปิดโหมดการแข่งขันเพื่อรีดประสิทธิภาพของเครื่องให้ใช้กับการเล่นเกมอย่างเดียว และปิดการแจ้งเตือนไม่ให้มีอะไรมารบกวนอีกด้วย

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับเกม ROV น่าเสียดายที่ไม่สามารถเปิดโหมดเฟรมเรทสูงได้ครับ แต่เรื่องภาพ HD และกราฟิกระดับสูง เราเปิดได้ทั้งหมด พอลองเข้าไปเล่นจริงๆ ก็ถือว่าเล่นได้ลื่นๆ แม้ว่าจะไม่ใช่เฟรมเรทระดับ 60fps แต่ 30fps แบบนิ่งๆ ตลอดทั้งเกมก็ถือว่าเพียงพอแน่นอนครับ ใครที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์แน่นอน

 

Call of Duty: Mobile

ส่วน Call of Duty: Mobile สามารถเปิดภาพกราฟิกได้ในระดับต่ำ และเฟรมเรทระดับกลาง แต่ตอนที่เข้าไปเล่นในโหมด Frontline ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คาดไว้ครับ เรื่องการทัชก็ลื่นๆ ไปตามนิ้ว รวมถึงการกดปุ่มต่างๆ ก็ตอบสนองได้รวดเร็วมาก

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จไว 18W

realme 6i ให้แบตเตอรี่มาถึงความจุ 5000mAh ซึ่งจริงๆ ถือว่าการใช้งานรองรับได้แบบเต็มวันถ้าใครที่ใช้งานแบบทั่วไป ไม่ค่อยได้เล่นเกมจริงจัง ซึ่งในช่วงค่ำที่กลับมาก็ชาร์จทิ้งไว้ไม่นานเพราะรองรับ Quick Charge ที่กำลังไฟ 18W จากที่ลองชาร์จจากแบตประมาณ 17% ก็ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครับ

 

กล้องถ่ายรูป

realme 6i ก็จัดเต็มในเรื่องกล้องถ่ายรูปเช่นกันครับ โดยมีให้ถึง 4 เลนส์ในกล้องหลัง และ 1 เลนส์ที่กล้องหน้า ซึ่งแต่ละเลนส์ก็มีตามด้านล่างนี้เลยครับ

กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์ ดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
  • เลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

ความคมชัดขั้นสูง 48 ล้านพิกเซล

ความละเอียดของภาพที่ให้มาสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล เราจะได้ทั้งความคมชัดและรายละเอียดในภาพส่วนเล็กส่วนน้อยเมื่อซูมได้อย่างชัดเจนครับ ทั้งยังนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วยนะ


ภาพถ่าย 48 ล้านพิกเซล / ภาพที่ซูมจาก 48 ล้านพิกเซล


ภาพถ่าย 48 ล้านพิกเซล / ภาพที่ซูมจาก 48 ล้านพิกเซล

 

AI จดจำฉากและซีนได้แม่นยำ

realme 6i ยังมีเทคโนโลยี AI เข้ามาในการใช้งานการถ่ายภาพครับ โดยจุดนี้จะรองรับเทคโนโลยี ‘Quad Bayer’ เป็นการการรวม 4 เป็น 1 พิกเซล มาอยู่ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ทำให้เฉดสีที่ได้รวมถึงแสงและเงาก็ทำให้ดูมีมิติมากขึ้น

 

Portrait เบลอหลังสวยงามแบบธรรมชาติ

เรื่องการถ่าย Portrait ด้าน realme 6i ก็ถือว่าทำออกมาได้เป็นอย่างดีครับ เบลอค่อนข้างไล่ระดับและดูมีมิติ แถมมีการปรับแต่งใบหน้าด้วย AI ให้เนียนแบบธรรมชาติๆ อีกด้วย และใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

ไม่ใช่แค่การเบลอในแบบธรรมดาๆ เท่านั้น เพราะยังมีฟิลเตอร์สำหรับ Portrait มาให้อีกถึง 6 แบบครับ หลายสีหลากเฉด เลือกให้ใช้งานกันเยอะพอสมควร

 

Ultra-Wide เก็บมุมกว้างให้องค์ประกอบ

Ultra-Wide ใน realme 6i สามารถถ่ายมุมกว้างได้ถึง 119 องศาครับ ทำให้เก็บภาพวิว ทิวทัศน์ ได้กว้างขึ้นกว่าเลนส์ปกติถึง 4 เท่า ส่วนภาพที่ได้ถือว่าจัดเต็มเรื่องสีสันไม่ค่อยต่างจากเลนส์หลักครับ เวลาจะถ่ายอะไรแล้วอยากเก็บให้ครบก็ใช้เลนส์นี้ช่วยได้เลย ไม่ต้องถอยไกล


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

 

ถ่ายกลางคืนชัดขึ้นด้วย Super Nightscape

ในโหมดนี้ realme 6i ก็ถือว่าทำได้ดีพอตัวครับกับราคาระดับนี้ ทำให้การถ่ายจากเลนส์ปกติในตอนกลางคืนที่แสงอาจจะฟุ้งไป แล้วเห็นรายละเอียดได้ครบ เข้าโหมดนี้ก็เข้ามาช่วยได้ทั้งหมด ทำให้ภาพที่ได้สว่างขึ้นและเหก็นรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดกว่าเดิม


ปิด Super Nightscape / เปิด Super Nightscape

f

 

ถ่ายใกล้ๆ ก็ได้ผ่านเลนส์ Macro

เลนส์ที่ 4 ของ realme 6i ก็คือเลนส์ Macro นั่นเองครับ ทำให้เราอยากถ่ายอะไรที่เล็กๆ ก็ทำได้แบบสบายๆ เห็นได้ชัดเจนขึ้น โฟกัสได้ไว และสีสันก็ถือว่าอยู่ที่ระดับที่สวยงามเลย

 

กล้องหน้า AI Beauty

และสุดท้ายกับกล้องหน้าที่เราพูดถึงการถ่าย Portrait ไปแล้ว ใครที่จะใช้ถ่ายภาพ AI กล้องหน้าตามปกติก็ถือว่าสวยงามได้แบบธรรมชาติๆ จ้า ได้ AI มาปรับแต่งหน้าให้อัตโนมัติ แทบไม่ต้องมาปรับเองเลย

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงามจากการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Naoto Fukasawa
  • หน้าจอแสดงผลใหญ่ 6.5 นิ้ว รับชมได้แบบเต็มตา และคมชัดในระดับ HD+
  • กล้องหลังจัดหนักถึง 4 เลนส์ 48 ล้านพิกเซล พร้อมมีครบทุกฟังก์ชันที่สมาร์ทโฟนทุกรุ่นต้องมี
  • เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ใช้งานได้แบบลื่นๆ ไม่มีสะดุด
  • แบตเตอรี่พันธุ์อึด 5000mAh การันตีการใช้งานทั่วไปได้แบบเต็มวันแน่นนอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังมาให้ในกล่อง

 

สำหรับ realme 6i รุ่น RAM 3GB + ROM 64GB ราคา 4,699 บาท โดยจะมี Flash Sale ผ่านทาง LAZADA ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ (เที่ยงคืนเป็นต้นไป) เหลือเพียง 4,399 บาท และ 10 ท่านแรก รับฟรี! หูฟัง realme Buds Wireless มูลค่า 1,999 บาท

Smart Review

รีวิว! ซิม gomo แพ็กเกจ 299 เน็ตเยอะ 50GB, โทรฟรี 100 นาที, AIS Super WiFi ไม่อั้น, SMS 200 ครั้ง คุ้มครบในแพ็กเดียว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ในช่วงสถานการณ์ Covid-19 ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไปจากเดิมมากๆ เลยครับ ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การเรียน การกิน ช้อปปิ้งสินค้า รวมถึงการทำธุรกรรมต่างๆ ก็เริ่มมาอยู่บนออนไลน์แทบจะ 100% แล้ว และวันนี้มีซิมใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจมากๆ จาก AIS มาบอกต่อกันครับ ซึ่งเป็นซิมมือถือแนวคิดใหม่ gomo ซิมออนไลน์ 100% มอบความคุ้มค่าแห่งยุค แรง ง่าย ออนไลน์ ได้สุด ให้เน็ตเยอะที่สุด ในราคาที่ประหยัดที่สุด ราคาเดียวเพียง 299 บาท/เดือน เท่านั้นครับ และที่ชอบมากๆ คือให้ลูกค้าจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเองผ่านออนไลน์ 100%  ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. บนแอปพลิเคชั่น gomo อีกด้วยครับ ในส่วนของเครือข่ายนั้นก็มั่นใจได้เลย เพราะใช้งานบนเครือข่ายคุณภาพที่ดีที่สุดของ AIS เรียกได้ว่าเป็นซิมที่น่าสนใจมากๆ และวันนี้ทีมงาน iphone-droid.net ก็ได้สั่งซิม gomo มาเรียบร้อยแล้ว ไหนๆ ก็ได้ซิมมาแล้วก็ขอเอามาบอกต่อถึงความคุ้มค่า และขอรีวิวทั้งวิธีการสมัคร เปิดเบอร์ รายละเอียดต่างๆ ของซิมนี้มาให้ชมกันด้วยครับ 

 

แพ็กเกจสุดคุ้มจ่ายเพียง 299 บาท ได้อะไรบ้าง

ก่อนที่จะไปดูวิธีการสมัคร และเปิดใช้งานมาดูความคุ้มค่าจากแพ็กเกจของ gomo by AIS กันก่อนครับ ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่และสมัครแพ็กเกจ ตั้งแต่ วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 ดังนี้ 

  • แพ็กเกจหลักรายเดือนราคาเพียง 299 บาท (รวม VAT)
  • เน็ตเยอะเต็มสปีด 50 GB และใช้เน็ตต่อเนื่องไม่อั้นที่ความเร็ว 512 Kbps
  • โทรฟรี 100 นาที / ส่ง SMS ได้ 200 ครั้ง / AIS SUPER WiFi ไม่อั้น
  • รับฟรี!  แพ็กเกจ YouTube Premium ให้ชมยูทูปคอนเทนต์นับล้านๆได้แบบไม่สะดุดไม่มีโฆษณาคั่น
  • รับฟรี!  แพ็กเกจ Work Anywhere ใช้เน็ตได้ไม่จำกัดสำหรับ Office 365 และ ZOOM
  • รับฟรี! กรมธรรม์ประกันชีวิตไวรัสโคโรนา คุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยภาวะหรือโรคร้ายแรงที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสูงสุด 100,000 บาท หรือหากเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รับเงินประกันรวม 10,000 บาท โดยความคุ้มครองจะเริ่มต้นในวันถัดไปจากวันที่ลูกค้าเปิดใช้บริการ เวลา 00.01 . ระยะเวลาความคุ้มครองทั้งสิ้น 45 วัน (รวมระยะเวลารอคอย 14 วัน

 

 

สั่งซื้อ เปิดซิม gomo ทำได้ง่ายๆ ออนไลน์ 100%

สำหรับลูกค้าใหม่ และลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม สามารถสั่งซื้อและเปิดใช้งานซิม gomo ได้ง่ายมากๆ ครับ อยู่ที่ไหนก็สั่งซื้อและเปิดใช้งานซิมได้ง่ายๆ ดังนี้

1. เข้าเว็บ www.gomo.th จากนั้นเลือกแพ็กเกจหลัก ราคาเดียว 299 บาท

2. เปิดเบอร์ใหม่พร้อมเลือกเบอร์ที่ชอบ ซึ่งสามารถกรอกเลขที่ต้องการเลือกเบอร์ได้ง่ายๆ  เลือกเลขดี ชีวิตปัง ไม่มีกั๊ก ผลรวมดีได้ด้วยตัวเอง เบอร์ดีเบอร์สวยมีให้เลือกเพียบเลยครับ หรือหากต้องการย้ายค่ายก็ทำได้เช่นกันให้เลือกไปที่ย้ายค่ายและทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่หน้าเว็บแนะนำได้เลย

 

หลังจากที่เลือกเบอร์ได้แล้วให้กรอกที่อยู่สำหรับจัดส่งซิม

 

3. เลือกวิธีชำระเงิน ซึ่งสามารถ ผูกบัตรเดบิต/เครดิต หรือผ่าน Rabbit LINE Pay ก็ได้เช่นกัน สะดวกช่องทางไหนเลือกเองได้เลย 

 

หากเลือกชำระเงินด้วย rabbit LINE Pay จะมีให้ล็อคอินไลน์สามารถใส่อีเมล์ และรหัสผ่านเพื่อล็อคอิน หรือสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อล็อคอินได้เลยครับ

 

หลังจากที่ทำการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จะมี email เข้ามายืนยันการสั่งซื้อให้ด้วย

 

 

นอกจากนี้ยังมี sms ยืนยันการสั่งซื้อ และ sms ส่งลิงก์เข้ามาเพื่อเช็คสถานะการจัดส่งได้อีกด้วยครับ

 

หลังจากที่สั่งไปประมาณ 2 วันซิมก็มาส่งถึงมือเรียบร้อยครับ

 

ในซองจะมีซิม gomo และวิธีการเปิดใช้งานมาให้ สามารถทำตามได้ง่ายๆ เลย

 

เปิดซิมได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่น gomo

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ครับ gomo สามารถจัดการทุกอย่างได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง รวมไปถึงการเปิดซิมด้วย เมื่อได้รับซิมแล้ว เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อมไว้ครับ และดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น GOMO ได้ที่ App Store และ Play Store เปิดแอปขึ้นมาแล้วเลือกไปที่ เริ่มระบบ VIDEO CALL

 

 

ยืนยันตัวตนผ่านแอป gomo ด้วยการถ่ายบัตรประชาชน และถ่ายภาพตามที่แอปแนะนำ หลังจากที่เสร็จสิ้นขั้นตอนก็สามารถใช้ซิม gomo ได้เลยครับ

แอป gomo นอกจากจะใช้ในการเปิดเบอร์แล้ว ย้งสามารถดูโปรโมชั่นการใช้งานคงเหลือทั้งในส่วนของ เน็ต, โทร, Wi-Fi และ SMS, แพ็กเกจการใช้งานปัจจุบัน, แพ็กเก็จเสริมต่างประเทศราคาพิเศษ ซึ่งสามารถเลือกสมัครจากในแอปได้เลยครับ

 

นอกจากนี้ยังสามารถซื้อแพ็กเกจเสริมอื่นๆ ได้ด้วย ทั้งเน็ต และค่าโทร ถ้าใช้งานแล้วไม่พอจริงๆ ก็สามารถซื้อแพ็กเกจเสริมจากในแอปกันได้เลย

 

การจ่ายเงินสามารถเปลี่ยนได้นะ หากในครั้งแรกเลือกจ่ายด้วย rabbit LINE Pay ไปแล้ว สามารถเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตภายหลังได้จากในแอป gomo

 

และหากต้องการดูประวัติการใช้งาน, ดูแพ็กเกจปัจจุบัน และสามารถขอรหัส เปลี่ยนรหัส WiFi ก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

ในส่วนของแพ็กเกจรับฟรี แพ็กเกจ YouTube Premium หลังจากที่เปิดเบอร์ไปเรียบร้อยแล้ว จะได้รับ sms เป็นลิงค์สำหรับลงทะเบียนให้กดเข้าไปในลิงก์แล้วทำตามขั้นตอนที่แนะนำได้เลยครับ เพื่อรับสิทธิ์ YouTube Premium ฟรี นาน 3 เดือน 

 

และสำหรับแพ็กเกจฟรี Work Anywhere และ กรมธรรม์ประกันชีวิตไวรัสโคโรนา จะได้รับสิทธิ์โดยอัตโนมัติทันทีหลังจากที่เปิดใช้งานเบอร์เรียบร้อยแล้ว

 

แพ็กเกจและความคุ้มค่าที่เล่ามาทั้งหมดนี้จ่ายไปเพียงแค่ 299 บาทเท่านั้นครับ ได้เน็ตมาเยอะจุใจถึง 50GB ใช้หมดแล้วก็ยังเล่นเน็ตได้ต่อด้วยความเร็ว 512 Kbps ไม่ต้องกลัวเน็ตรั่วเพราะใช้ได้ต่อเนื่อง โทรฟรีทุกเครือข่าย 100 นาที SMS 200 ครั้ง และ AIS Super WiFi ไม่อั้น ก็ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่ามาจริงๆ และยังตอบโจทย์ในยุคโควิด-19 ที่ต้องลดการสัมผัส และต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ต้องเดินทางไปจ่ายค่าบริการที่ช้อปให้ยุ่งยาก อยากใช้ก็แค่สั่งซื้อและรอซิมมาส่งถึงที่บ้านเลย และยังสามารถจัดการทุกอย่างได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่น gomo สะดวกสบายสุดๆ ออนไลน์ 100% กันไปเลย ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกซิมที่มีความคุ้มค่าที่สุดในตอนนี้แล้วครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดการสมัคร และเงื่อนไขแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ www.gomo.th

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนรุ่นประหยัด สเปคคุ้ม จัดกล้องหลัง 4 เลนส์, จอ Ultra O Screen และแบตพลังอึด 5000mAh

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนสเปคสุดคุ้มในราคาเบาๆ จัดเต็มกล้องหลัง 4 เลนส์, หน้าจอ Ultra O Screen พร้อมแบตเตอรี่แบบอึดๆ 5000mAh เรามาดูกันครับมีฟีเจอร์อะไรที่ทำให้รุ่นนี้เกินคุ้มบ้าง

 

สรุปสเปค Vivo Y30

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.47 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.77%
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio P35 Octa-core
  • RAM 4 GB
  • ROM 128 GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz + 5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

มาพร้อมกับความสวยงามแบบเรียบง่ายสำหรับกล่องของ Vivo Y30 มีสีขาวพร้อมชื่อรุ่น และลวดลายสีขาวตัดฟ้ารูปตัว “Y” โดยอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y30 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Vivo Y30 เน้นเรื่องสีสันที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษแบบ Dazzling 3D Colors โดยสีสันที่เราได้มาเป็นสีขาวอมฟ้า Moonstone White คล้ายกับหยกสีขาวที่มีประกายมุกระยิบระยับ เล่นกับลวดลายที่หลังตัวเครื่องที่ดูนุ่มนวลสุดๆ ขณะที่อีกสีจะเป็น Dazzle Blue สีน้ำเงินสุดเงางาม มีความเปล่งประกายออกมาจากโมดูลกล้องที่มุมซ้ายบน

 

Vivo Y30 ยังออกแบบตัวเครื่องให้โค้งมนแบบ 3 มิติ เพื่อให้การจับถือระหว่างใช้งานต่างๆ เป็นไปได้อย่างสบายมือสุดๆ

 

ความพิเศษที่โดดเด่นใน Vivo Y30 เป็นหน้าจออแสดงผล Ultra O Screen ชนิด LCD ทำให้มีขนาดอยู่ที่ 6.47 นิ้ว พร้อมความคมชัดระดับ HD+ (1560 x 720 พิกเซล) ซึ่งก็รับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีครับ

 

ที่สำคัญใครที่ชอบฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ต่างๆ ในสมาร์ตโฟน Vivo Y30 ก็ให้เราใช้งานอย่างเต็มอรรถรสแบบเต็มตาเพราะมีพื้นที่การแสดงผลที่ 90.77% เลยทีเดียว

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y30 มีกล้องหน้าฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน และลำโพงสำหรับสนทนาที่ตรงกลาง

 

ทางซ้ายตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีตั้งแต่ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ถัดไปทางขวาจะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีโมดูลกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED ที่อยู่ด้วยกันครับ ขณะที่ตรงกลางเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y30 แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ซึ่งในระบบรุ่นใหม่นี้ช่วยให้การทำงานทั่วไปของระบบไหลลื่นมากยิ่งขึ้น เพราะมีการจัดการเรื่อง RAM ได้ดีกว่าเดิม

 

หน้าตา UI : Funtouch OS 10

 

โหมดถนอมสายตา Eye Protection Screen

สำหรับ Vivo Y30 ที่เน้นเรื่องหน้าจอถนอมสายตาอยู่แล้วก็มาพร้อมโหมดตัดแสงสีฟ้าได้อย่างชาญฉลาดครับ นอกจากจะมีการเปิดสีหน้าจอให้เป็นโทนอุ่นได้แล้ว ก็ยังมีการเปิด/ปิดแบบอัตโนมัติตามพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกตามภูมิภาคของเราด้วย

 

โหมดมืดใช้งานได้ในที่แสงน้อย

ไม่ใช่แค่โหมดถนอมสายตา แต่โหมดมืดก็มีมาให้เหมือนกัน ซึ่งพื้นหลังของระบบทั้งหมดจะเป็นสีดำ รวมถึงแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับเช่นกัน

ทั้งนี้ เราสามารถปรับความสว่างของพื้นหลังจากสีดำเป็นสีออกเทาๆ ได้เช่นกันครับ

 

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบเช่นกันครับ ที่แม้ว่าจะไม่ได้สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แต่ก็มีให้สแกนใบด้านหลังเครื่องครับ สะดวกไม่แพ้กัน แถมการใช้งานในการปลดล็อกก็รวดเร็วด้วย

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ถือว่ารวดเร็วครับ กดปุ่ม Power เสร็จ ก็รอการสแกนเพียงไม่นาน ก็ใช้งานได้ทันที

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกอย่างสวยงาม

เราสามารถเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกได้ 2 แบบใน Vivo Y30 ครับ จะมีทั้งรูปแบบของการเข้าสู่เข้าจอหลักหลังปลดล็อกเครื่อง และรูปแบบภาพเคลื่อนไหวของการสแกนใบหน้า

  

 

สุขภาวะดิจิทัล (Screen Time) แบบอัจฉริยะจาก Jovi

Jovi หรือผู้ช่วยอัจฉริยะใน Vivo Y30 จะบันทึกเวลาในการใช้งานสมาร์ตโฟนของเรา ไม่ว่าจะเป็นเวลาบนหน้าจอ, จำนวนที่หยิบ, ระยะเวลาการดูโดยเฉลี่ย และใช้งานต่อเนื่องนานเท่าไหร่ เป็นต้น เพื่อให้เราได้ทราบว่าเราใช้งานสมาร์ตโฟนหนักแค่ไหน และเราควรพักผ่อนแล้วหรือไม่

ทั้งนี้เราสามารถตั้งค่าขีดจำกัดเวลาหน้าจอว่ากี่ชั่วโมงและกี่นาที เพื่อไม่ให้เราใช้งานเยอะเกินไปครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y30 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นเล็กอย่าง Mediatek Helio P35 Octa-core ที่เน้นเรื่องการประยัดพลังงาน ทั้งยังมี RAM ให้ 4GB พร้อม ROM 128GB ทำให้จะโหลดแอปหรือเกมก็เก็บได้เยอะ ไม่ต้องกลัวเต็ม ที่สำคัญ Vivo Y30 ยังมีเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.0 ที่ช่วยให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ เร็วขึ้นด้วย

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำคะแนนไปได้ที่ 111,074

 

เล่นเกมไหลลื่นด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode เวอร์ชัน 8.0

Ultra Game Mode ใน Vivo Y30 มาพร้อมกับเวอร์ชัน 8.0 แล้วครับ เป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยให้การเล่นเกมไหลลื่นกว่าเดิม ซึ่งจะมีฟังก์ชันเสริมเป็นการบันทึกหน้าจอระหว่างเล่นและล็อกความสว่างหน้าจอครับ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

ต้องบอกว่าการปรับกราฟิกเกม ROV ใน Vivo Y30 นั้นทำให้ดีเกินคาดเพราะปรับได้สูงสุดทั้งหมด รวมถึงเฟรมเรทระดับสูงด้วย ซึ่งเราก็ทดสอบเล่นในโหมด 5 VS 5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ ครับสำหรับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด ส่วนเรื่องเฟรมเรทอาจจะดรอปอยู่ครับ แต่ถ้าใครไม่อยากให้เฟรมดรอปก็ให้ลองปรับลดกราฟิกมาอยู่ระดับกลางได้เลยครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกม Call of Duty: Mobile สามารถปรับภาพกราฟิกได้ในระดับ Low และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยเราทดสอบในโหมด Battle Royale ถือว่าเล่นได้ดีกว่าที่คิดครับ เรื่องการสัมผัสก็อยู่ในระดับที่ดีพอสมควรเลย

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh อยู่ได้ตลอดวัน

จัดเต็มให้เราใช้งานได้ยาวๆ สำหรับ Vivo Y30 ที่ให้แบตเตอรี่มาแบบอึดๆ ถึง 5000mAh ต้องบอกว่าใช้งานได้ตลอดทั้งวันแน่นอนครับ ทั้งยังสามารถอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้ถึง 29.7 วันอีกด้วย นอกจากนี้ แบตเตอรี่เยอะๆ ก็ยังชาร์จให้กับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นได้ด้วยการเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank แล้วทำการ Reverse charging ผ่านสาย OTG (ซื้อแยก) ครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y30 ไม่ได้ลดสเปคเรื่องกล้องแม้ว่าจะมาในราคาที่ประหยัดสุดๆ ครับ เพราะให้กล้องหลังมาถึง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ใช้งานกันบ่อยๆ โดยแต่ละเลนส์ประกอบด้วย ..

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมใช้งาน AI Beauty ได้ด้วย

เลนส์หลักถ่ายคมชัด 13 ล้านพิกเซล

Vivo Y30 จัดกล้องหลักมาให้ที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพได้สวยงาม สีสันยังคงสมจริง แถมเรื่องแสงและเงาก็คมชัด ไม่ว่าจะถ่ายบรรยากาศหรือบุคคลครับ

 

มีเลนส์ Super Wide-Angle กว้างสุดถึง 120 องศา

ใครชอบถ่ายมุมกว้างๆ เห็นได้ครบทุกมุมมองในช็อตเดียวจะต้องมี Vivo Y30 เป็นหนึ่งในตัวเลือกครับ เพราะมีเลนส์ Super Wide-Angle มุมมองกว้างถึง 120 องศา เรื่องสีสันและความคมชัดต่างๆ ก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเห็นได้ชัดเจน และระบบโฟกัสก็ทำได้ไวด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

ถ่าย Portrait สวยงาม ละลายหลังได้เนียน

จัดเลนส์ Bokeh มาให้ก็สามารถถ่ายภาพบุคคลให้มีมิติได้ดีขึ้นเช่นกันครับ การเบลอฉากหลังจะช่วยบุคคลดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งยังปรับแต่งใบหน้าสวยหรือโครงหน้าต่างๆ ได้ถึง 100 ระดับ


โหมด Portrait / โหมดปกติ

 

Super Macro ใกล้แค่ไหนก็เห็นได้คมชัด

เลนส์ Super Macro ใน Vivo Y30 มีระยะโฟกัสใกล้ถึง 4 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่สายตาของเรานั้นแทบไม่โฟกัสแล้วครับ นั่นหมายความว่าเลนส์นี้ช่วยให้เราเห็นในสิ่งที่ตาเรามองไม่เห็น

 

กล้องหน้าถ่ายสวย บิวตี้ธรรมชาติ

Vivo Y30 ก็จัดกล้องหน้ามีความสวยงามแบบธรรมชาติมาให้ใช้งานครับ ซึ่งจริงๆ ในโหมดเราแทบไม่ต้องไปปรับอะไร AI จะช่วยให้เองอัตโนมัติ

Portrait กล้องหน้าบิวตี้ได้ เบลอหลังแบบมีมิติ

แต่ถ้าใครอยากให้โฟกัสแค่ใบหน้าเราก็ยังมีโหมด Portrait ที่กล้องหน้าเช่นกันครับ ซึ่งก็ยังคงปรับแต่งใบหน้าอยู่นะ

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ช่วยให้จอมีความกว้างอยู่ที่ 6.47 นิ้ว พร้อมกับมีความละเอียด HD+ ทำให้ใช้งานได้ทั้งเต็มตาและคมชัดไปพร้อมกัน
  • กล้องหลังจัดให้ถึง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ทั้ง Portrait, Ultra-Wide และ Macro ส่วนกล้องหน้าก็ถ่ายสวยงามแบบธรรมชาติ
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa-core ช่วยให้การใช้งานทั่วไปไหลลื่นพร้อมกับประหยัดพลังงานไปในตัว
  • RAM 4GB คู่กับ ROM 128GB ที่ถือว่าให้มาแบบพอใช้งานแน่นอนสำหรับราคาระดับนี้ครับ โหลดแอปหรือถ่ายรูปได้นาน ไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม
  • แบตเตอรี่ให้มาถึง 5000mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

สำหรับผู้ที่สนใจ Vivo Y30 จะเปิดวางจำหน่ายในราคา 6,999 บาท

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว realme X3 SuperZoom สมาร์ทโฟนพลังซูม พลังแรง ขุมพลังเรือธง S855+, 120Hz Ultra Smooth Display และกล้อง 4 เลนส์ ซูม 60 เท่า

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว realme X3 SuperZoom สมาร์ทโฟนขุมพลังเรือธง Qualcomm Snapdragon 855+ ประจำปลายปี 2019 แต่ยังคงความแรงขั้นสุดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมชูโรงด้วยกล้องหลัง SuperZoom สูงสุด 60 เท่า และกล้องหน้าคู่มีเลนส์ Ultra-Wide

 

สรุปสเปค realme X3 SuperZoom

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.8 × 75.8 × 8.9 มม.
  • น้ำหนัก : 202 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) พร้อม 120Hz Ultra Smooth Display, พื้นที่หน้าจอแสดงผล 90.5% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • RAM : 12GB
  • ROM : 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
    • เลนส์ Periscope ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, รองรับ OIS, Optical Zoom ได้ 5 เท่า และ Digital Zoomสูงสุด 60 เท่า
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับ 30W Dart Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับสีเหลืองตามสีประจำแบรนด์ realme เช่นเดิมครับ โดยมีชื่อรุ่น X3 SuperZoom ที่หน้ากล่องชัดเจน พร้อมสเปคที่สำคัญบางส่วนในด้านหลัง

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง realme X3 SuperZoom พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ 30W Super Dart Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ realme X3 SuperZoom ในสีขาว Arctic White ที่เราได้มารีวิวมีการเล่นเฉดสีอย่างงาม ได้รับแรงบันดาลใจจากหิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมทั่วพื้นดิน เล่นแสงและเงาที่มุมเครื่องด้านหลังสวยงามครับ โดยเฉดสีนั้นมีความเป็นสีรุ้งเล็กน้อยเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกจะเป็น Glacier Blue ครับ

 

นอกจากสีสันจะสวยงามตามสไตล์ของ realme แล้ว เรื่องการจับถือก็สะดวกแล้วสบายกับมือมากๆ มีความโค้งมนตามอุ้งมือ ไม่เจ็บเวลาถือนานๆ ครับ ที่สำคัญเวลาใช้งานตัวเครื่องด้านหลังก็ไม่มีรอยนิ้วมือติดง่ายๆ ด้วย ทั้งนี้ ตัวเครื่องของ realme X3 SuperZoom ยังออกแบบมาให้ป้องกันละอองน้ำได้อีกด้วย ไม่ต้องกังวลหากโดนน้ำครับ

 

realme X3 SuperZoom ยังมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลสวยขั้นสุด มีความคมชัดด้วยพาเนล IPS LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.57 นิ้ว คมชัดระดับ FullHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และปรับความสว่างได้สูงสุด 480nits

 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในเรื่องหน้าจอคือ Ultra Smooth Display รองรับ Refresh Rate 120Hz ที่เป็นความไหลลื่นขั้นสุดในการใช้งาน และภาพต่างๆ ก็ไม่เบลอระหว่างการเลื่อนไปมาด้วย

 

รอบเครื่องของ realme X3 SuperZoom เริ่มที่เหนือหน้าจอแสดงผลครับ จะมีกล้องหน้า Dual In-Display Selfie ที่ฝังในหน้าจอมุมซ้าย พร้อมกับลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ตรงกลาง

 

ด้านซ้ายจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ขณะที่ด้านขวามีปุ่ม Power ที่ใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย

 

ทางด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง ถัดไปเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนตัวเครื่องมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังเครื่องจะมีกล้องหลัง 4 เลนส์ จัดเรียงเป็นแนวตั้งที่มุมซ้ายบน โดยถัดไปทางขวาเล็กน้อยจะมีไฟแฟลช LED อยู่

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดจาก Google อย่าง Android 10 พร้อมครอบทับด้วย UI ของตัวเอง realme UI 1.0 ซึ่งจะมีฟีเจอร์ที่เป็นของตัวเองอย่าง realme Share ที่แชร์ไฟล์ต่างๆ ระหว่างสมาร์ทโฟน realme ด้วยกันให้เร็วกว่าปกติ และการปรับเปลี่ยนไอคอน UI ครับ จะเป็นอย่างเรามาดูกันทีละฟีเจอร์เลย

 

หน้าตา UI : realme UI

 

วอลเปเปอร์มีให้เลือกเพียบ

ใน realme X3 SuperZoom ก็มีวอลเปเปอร์ให้เลือกเพียบครับ ทั้งแบบนิ่งและเคลื่อนไหว (Live Wallpaper) ซึ่งแค่ภาพนิ่งก็มีเกือบ 40 แบบแล้วครับ ส่วนแบบภาพเคลื่อนไหวก็มีทั้งหมด 13 แบบ ใครชอบเฉดไหนก็เลือกได้ถูกใจแน่นอน

 

โหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้าได้มีประสิทธิภาพ

ในโหมดนี้แน่นอนว่าเป็นการตัดแสงสีฟ้าให้น้อยลงระหว่างการใช้งานในที่แสงน้อยครับ โดยเราสามารถปรับโทนเพื่อเพิ่มแสงสีเหลืองให้เยอะขึ้นได้ และเรายังตั้งค่ากำหนดเวลาให้โหมดนี้เปิดเองได้อัตโนมัติด้วย

 

โหมดกลางคืนก็มี ใช้งานได้สบายตา

ไม่ใช่แค่โหมดตัดแสงสีฟ้าครับ แต่ก็มีโหมดกลางคืนมาให้ใช้งานด้วย โดยเป็นการปรับโทนสีพื้นหลังให้เป็นสีดำทั้งหมด ซึ่งทุกแอปพลิเคชั่นที่รองรับจะเปลี่ยนเป็นโหมดนี้เช่นกัน

 

realme Share แชร์ไฟล์ได้ไวในพริบตา

สำหรับ realme Share นั้นเป็นการส่งไฟล์ระหว่างสมาร์ทโฟน realme ด้วยกันครับ แต่มีความพิเศษตรงที่ความเร็วในการส่งนั่นเอง จากที่ทดสอบไฟล์วิดีโอขนาดประมาณ 300MB ส่งได้ในเวลาเพียงประมาณ 5 วินาทีเท่านั้นเอง

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

realme X3 SuperZoom ก็มีระบบความปลอดภัยทั้งการสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า โดยการสแกนลายนิ้วมือทำได้ที่ปุ่ม Power ข้างตัวเครื่อง ซึ่งก็ถือว่ามีความสะดวกเลยทีเดียวเมื่อหยิบหรือถือ แล้วนิ้วของเราก็ไปตรงกับปุ่มสแกนพอดี

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็วและเสถียรครับ

 

ใช้งาน 2 บัญชีด้วยโคลนแอป

ผู้ใช้งานคนไหนที่อยากแยก Line ส่วนตัวกับ Line ที่ใช้ทำงานโดยเฉพาะก็สามารถทำได้ผ่านฟีเจอร์โคลนแอปครับ โดยเป็นการเพิ่มแอปแชทขึ้นมาอีก 1 แอป แยกการทำงานกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งจริงๆ ก็ยังใช้งานร่วมกับ Messenger, Facebook หรือ IG ได้ด้วย

 

ตกแต่งไอคอนในสไตล์ของตัวเอง

ใน realme UI เราสามารถตั้งลักษณะของไอคอนได้ด้วยตัวเอง ทั้งการปรับรูปร่างหรือขนาดได้ตามใจชอบเลย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

สำหรับ realme X3 SuperZoom ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ Octa-core ที่ยังคงมีความแรงอยู่แน่นอนด้วยความเร็ว Clock ที่ 2.96GHz พร้อมขนาดเล็กเพียง 7 นาโนเมตร ทำให้ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้ไหลลื่นทุกการสัมผัสครับ ที่สำคัญยังให้ RAM มาถึง 12GB พร้อม ROM 256GB ชนิด UFS 3.0 เพิ่มประสิทธิภาพของอัลกอริทึมด้วย Turbo Write ทำให้จะโหลดหรือเข้าแอป ก็รวดเร็วอย่างมาก

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 465,233

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 769 และคะแนน Multi-Core ที่ 2,399

ฟีเจอร์การเล่นเกม
realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดที่โหลดไว้ในที่เดียวกัน โดยสามารถปรับเป็นโหมดแข่งขันเพื่อเพิ่มความแรงระหว่างเล่นเกมได้ นอกจากนี้ รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ช่วยทั้งเรื่อง FrameBoost ปรับเฟรมเรทให้คงที่ตลอดเกม และ TouchBoost เสริมประสิทธิภาพการสัมผัสให้ไหลลื่นไปตามนิ้วมากยิ่งขึ้นและดีเลย์น้อยลง

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราทดสอบ 4 เกม ด้วยกันในครั้งนี้ ได้แก่ ROV, Call of duty: Mobile, PUBG Mobile และ Asphalt 9 : Legends

ROV

เกมฮิตอย่าง ROV เราปรับเฟรมเรทเป็นระดับสูง พร้อมภาพกราฟิกระดับ สูงสุดทั้งหมดครับ โดยเล่นในโหมด 5 VS 5 ก็ทำออกมาได้ดี เฟรมเรทวิ่งคงที่ 60-61fps ตลอดทั้งเกม

 

Call of duty: Mobile

ส่วน Call of duty: Mobile ลองเปิดกราฟิก Very High พร้อมเฟรมเรท Max เล่นในโหมด Frontline ต้องบอกว่าการสัมผัสหน้าจอในช่วงที่เดินหรือวิ่ง ภาพที่ได้ออกมาดูไหลลื่นไปหมดครับ และไม่มีอาการกระตุกด้วย

 

PUBG Mobile

ส่วนเกมแนวเดียวกันอย่าง PUBG Mobile เราเปิดภาพ HDR HD และเฟรมเรทสูงสุด ก็เล่นได้ลื่นๆ ไม่ต่างจาก Call of duty: Mobile ครับ

 

Asphalt 9 :Legends

และสุดท้ายกับ Asphalt 9 :Legends ก็เล่นได้ไม่มีปัญหาใดๆ แถมการแสดงผลยังรองรับ Refresh Rate สูงอีกด้วย ทำให้ระหว่างการเล่น ภาพการชนและใช้ Nitro ดูสบายตามากๆ

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย 30W Super Dart Charge

realme X3 SuperZoom ก็มีแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ซึ่งจากที่ทดสอบการใช้งานด้วยการเปิดหน้าจอ 120Hz แล้วเล่นเกมสลับกับใช้งานทั่วไป แบตเตอรี่ถือว่าอยู่ได้อึดๆ เกือบตลอดวันครับ แต่ก็ต้องมีการชาร์จระหว่างวันด้วย อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ก็ไม่ปล่อยให้เรารอนานเพราะมีเทคโนโลยี 30W Dart Charge เราชาร์จจากแบตเตอรี่เหลือ 20% จนเต็ม 100% ใช้เวลา 1 ชั่วโมงพอดีครับ ที่สำคัญยังมีการป้องกันความปลอดภัยถึง 5 ชั้น และรับรองความปลอดภัยในการชาร์จตั้งแต่หัวชาร์จ สายชาร์จ และตัวสมาร์ทโฟนด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

realme X3 SuperZoom จัดหนักและจัดเต็มในเรื่องกล้องอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังหรือกล้องหน้า ก็ครบทุกฟีเจอร์ โดยเฉพาะเรื่องพลังซูมที่จัดให้แบบเต็มๆ 60 เท่า

กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
  • เลนส์ Periscope ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, รองรับ OIS, Optical Zoom ได้ 5 เท่า และ Digital Zoomสูงสุด 60 เท่า
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร

กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

คมชัดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล

เลนส์หลักของรุ่นนี้มีความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ แล้วเมื่อถ่ายออกมาแล้วสามารถซูมดูรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจน ก็ต้องใช้โหมดนี้เลยครับ


โหมดความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล / ครอป


โหมดความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล / ครอป

 

AI อัจฉริยะ พร้อมเทคโนโลยี Quad Bayer

ความสามารถของเลนส์หลักไม่ใช่แค่ถ่ายความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซลเท่านั้นครับ แต่ก็มี Quad Bayer ที่เป็นการรวม 4 พิกเซล ให้เป็น 1 พิกเซล ทำให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น แสงและเงาดูชัดเจนกว่าเดิม แม้ในที่แสงน้อยครับ นอกจากนี้ เรื่องของการระบุหมวดหมู่ของวัตถุต่างๆ ก็ยังมีให้เหมือนเดิม สามารถปรับได้ตามสิ่งที่เราโฟกัสเลย

 

ถ่าย Portrait สวยงาม บิวตี้อย่างธรรมชาติ

realme X3 SuperZoom ก็สามารถถ่าย portrait ได้สวยงามตามสไตล์ของ realme ครับ มีการเบลอฉากหลังได้เป็นธรรมชาติ สวยงาม ตัดขอบรอบตัวบุคคลได้ดี ซึ่งโหมดนี้ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเลยครับ สวยงามไม่แพ้กัน

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

ซูมได้ไกลสูงสุด 60 เท่า

ความพิเศษของชื่อรุ่น SuperZoom ไม่ได้มาเป็นแค่กิมมิกครับ เพราะสามารถซูมได้ไกลสูงสุดถึง 60 เท่า หรือเทียบเป็นระยะ 124 มม. อยู่ไกลแค่ไหนก็เห็นได้ โดยยังรองรับระบบกันสั่นไหว OIS ด้วย ทำให้เมื่อยิ่งซูม ความนิ่งของเลนส์ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ตัวเลนส์ Periscope ยังรองรับ Optical Zoom ถึง 5 เท่า ซึ่งเป็นซูมที่ไม่เสียรายละเอียด

 

Ultra Wide Angle มุมกว้างถึง 119 องศา

เลนส์ Ultra Wide Angle ในรุ่นนี้สามารถถ่ายได้มุมมองกว้างถึง 119 องศา ถือว่ากว้างเบอร์ต้นๆ ในสมาร์ทโฟนครับ แถมเรื่องสีสันและเฉดสีต่างๆ ก็จัดเต็ม สวยงาม ซึ่งประโยชน์ของเลนส์นี้ ส่วนหนึ่งคือเราไม่ต้องเดินถอยออกไปไกลๆ ให้เสียเวลาด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle 119 องศา


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle 119 องศา

 

ใช้เลนส์นี้ถ่ายกับบุคคลก็งามไปอีกแบบครับ

 

Macro ถ่ายใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร

เลนส์ Macro ก็ยังมีให้เหมือนเดิมครับ เราสามารถถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร ส่วนเรื่องความคมชัดก็ถือว่าชัดเจนอยู่ด้วย

 

NightScape 4.0 อัปเกรดครั้งใหญ่ ถ่ายกลางคืนได้สว่างขึ้น

realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับการอัปเกรดเรื่องการถ่ายภาพกลางคืนเป็น NightScape เวอร์ชัน 4.0 แล้วครับ ช่วยให้ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้สว่างขึ้นและรายละเอียดก็เก็บได้ครบ ซึ่งการถ่ายในโหมดนี้เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยด้วยระหว่างโหมด Super Nightscape และ Ultra Nightscape

นอกจากนี้ เป็นโหมดใหม่ใน realme สำหรับ Starry Mode หรือโหมดการถ่ายภาพดวงดาวตอนกลางคืน ที่ระบบจะเพิ่มความสว่างบนท้องฟ้า ปรับค่า ISO, การวัดแสง และอื่นๆ ให้นานเป็นพิเศษ เพื่อให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวนั่นเองครับ ซึ่งแนะนำว่าให้ทำตอนช่วงฟ้าเปิดแล้วใช้ขาตั้งกล้องครับ


โหมดปกติ / โหมด NightScape 4.0

 

สำหรับ NightScape 4.0 ยังใช้เลนส์ Ultra-Wide Angle ถ่ายได้ ก็สวยงามไม่แพ้กันครับ


โหมดปกติ / โหมด NightScape 4.0

 

กล้องหน้า AI Beauty ถ่ายสวยเป็นธรรมชาติ

จบที่กล้องหลังไปแล้ว ด้านกล้องหน้าคู่ Dual In-display Selfie ก็ถ่ายได้สวยงาม ฟีเจอร์ครบเช่นกันครับ หลังจากที่ด้านบนเราเห็นภาพ Portrait กล้องหน้าไปแล้ว ถ้าอยากถ่ายให้เห็นฉากหลังด้วยก็ยังคงทำได้สวยงามครับ โดย AI จะปรับแต่งเติมใบหน้าของเราให้สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติด้วย

 

กล้องหน้าก็มีเลนส์ Ultra Wide Angle

และสุดท้ายกล้องหน้าอีกเลนส์ที่เพิ่มเข้ามาเป็นเลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้างถึง 105 องศา ใครที่ชอบเซลฟี่แล้วอยากได้บรรยากาศดีๆ ไปด้วย ต้องได้ใช้เลนส์นี้บ่อยแน่นอนครับ ไม่จำเป็นต้องถ่ายแบบพาโนรามาด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล จัดเต็มให้ครบทุกฟีเจอร์ พร้อมโหมดใหม่อย่าง Starry Mode ที่ทำให้เห็นดวงดาวตอนกลางคืนครับ
  • กล้องหน้าคู่ Dual In-display Selfie ครบครันทุกมุมมองทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ Ultra-Wide Angle
  • หน้าจอแสดงผลคมชัดขนาด 6.57 นิ้ว พร้อมชูโรงด้วยอัตรา Refresh Rate 120Hz Ultra Smooth Display
  • หน่วยประมวลผลเรือธงตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 855+ ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่น
  • มีแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh พร้อมรองรับ 30W Dart Charge ชาร์จได้เร็วแรง เพียง 50 นาทีก็ชาร์จเต็ม 100%

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง
  • ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้

realme X3 SuperZoom เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 19,990 บาท โดยเปิด Pre-order แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 5 มิถุนายนนี้ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยใครที่ Pre-Order จะได้รีบฟรี! เครื่องทำความชื้น และ VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ครัง/ปี ที่ Banana, BKK, Kingkong ,CSC, TG Fone, Jaymart, IT City ส่วนช่องทาง E-commerce ที่ Lazada และ Shopee รับของแถมเพิ่มเติม FujiFilm Instax Mini Link สี Dark Denim (10 Order แรก)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured6 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์52 นาที ที่แล้ว

GET เปิดโครงการ “แบ่งสุขเพื่อทุกพาร์ทเนอร์” ด้วยการสนับสนุนจาก Gojek เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์คนขับและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

(เก็ท) ผู้ให้บริการแ...

ข่าวประชาสัมพันธ์57 นาที ที่แล้ว

FINN MOBILE ขยายเวลาแคมเปญ “ชวนกันมาใช้ฟรี” ถึง 30 มิ.ย. นี้ แค่ชวนเพื่อนมาใช้ ใช้ฟรีทั้งคู่คนละ 1 เดือน ชวน 3 คน ใช้ฟรีสูงสุด 3 เดือน

FINN MOBILE ซิมมือถื...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

หัวเว่ย Atlas 200 DK เพื่อนักพัฒนา AI ประสิทธภาพสูงสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนา AI ได้ด้วยตัวเอง

  หัวเว่ย มีการ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทรู เตือนลูกค้าที่ใช้งาน iOS เปิดฟิลเตอร์ผู้ส่งข้อความ iMessage ที่ไม่รู้จัก หรือปิดรับ iMessage ป้องกันข้อความสแปมป่วน

สำหรับข้อความดังกล่า...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

วัดก่อนเข้าห้าง!! Honor Play 4 Pro จะมีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกายในตัว

Honor Play 4 Series ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง