ติดตามพวกเรา

Android News

realme 5 และ realme 5 Pro เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กล้องหลัง 4 ตัว และแบตอึดกว่าเดิม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

realme 5 และ realme 5 Pro เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว ชิปประมวลผลที่เร็วแรงกว่า และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

realme 5 Pro

สรุปสเปค realme 5

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล อัตราส่วน 20:9
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie)
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665
  • แรม 3GB+32GB, แรม 4GB+64GB และแรม 4GB+128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว :
    * กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล f/1.8
    * กล้อง Ultrawide 8 ล้านพิกเซล f/2.2
    * กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4
    * กล้อง Depth sensor ขนาด 2 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ขนาด 5000mAh, ชาร์จเร็ว 10W
  • รองรับ Bluetooth 5.0, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, micro USB
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

realme 5 Pro realme 5 Pro

realme 5 มีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Crystal Blue และ Crystal Purple ราคาเริ่มต้น 9,999 รูปี (ประมาณ 4,300 บาท) เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 27 สิงหาคมนี้

 

realme 5

สรุปสเปค realme 5 Pro

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie)
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 712
  • แรม 4GB+64GB, แรม 6GB+64GB และแรม 8GB+128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว :
    * กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.8
    * กล้อง Ultrawide 8 ล้านพิกเซล f/2.2
    * กล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4
    * กล้อง Depth sensor ขนาด 2 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 4035mAh, ชาร์จเร็ว VOOC 3.0 20W
  • รองรับ Bluetooth 5.0, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, USB Type-C
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

realme 5

realme 5 Pro มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Sparkling Blue และ Crystal Green ราคาเริ่มต้น 13,999 รูปี (ประมาณ 6,000 บาท) เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 4 กันยายนนี้เป็นต้นไป

ที่มา : gsmarena

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Android News

Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนราคาเกินคุ้มด้วยกล้องอัจริยะ 4 เลนส์ พร้อมโปรโมชั่นในงาน Mobile Expo ที่ต้องห้ามพลาด!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เมื่อพูดถึงบริษัท Xiaomi หลายคนคงนึกถึงทั้งเรื่องสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพียบ โดย Xiaomi นั้นถือว่าเติบโตได้ค่อนข้างเร็วนับตั้งแต่ก่อตั้งและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ซึ่งตรงจุดของการเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มาจากการเริ่มต้นที่ความมุ่งมั่นในการเอาใจใส่ผู้บริโภคเป็นหลัก โดยอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน Xiaomi ได้เน้นเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของสินค้าให้เราได้ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่แทบจะครอบคลุมในทุกหมวดหมู่ จนมาถึงในตอนนี้ Xiaomi ได้กลายเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก แถมมีผู้ใช้งานอุปกรณ์ IoT กระจายอยู่ทั่วโลกมากกว่า 213.2 ล้านผลิตภัณฑ์ พร้อมกับการวางจำหน่ายไปมากกว่า 90 ประเทศและตลาดหลักๆ หลายประเทศ

ทั้งนี้ หนึ่งในความก้าวหน้าของ Xiaomi ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการขายสมาร์ทโฟนรุ่นระดับกลางที่สเปคคุ้มค่าและมาในราคาที่จับต้องได้ โดยรุ่นที่ขายดีสุดๆ ในช่วงที่ผ่านมาคงไม่พ้น Redmi Note 8 Series ทั้ง Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro ที่เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่เรียกเสียงฮือฮากับรุ่นกลางที่มีกล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีให้รวมทั้งหมดถึง 4 เลนส์ ในราคาต่ำหมื่น

สำหรับทั้ง 2 รุ่นนี้จะมีความแตกต่างในเรื่องของกล้องบางส่วน ได้แก่ รุ่นพี่ Redmi Note 8 Pro จะมาพร้อมกับเลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Macro และเลนส์ Depth อีกอย่างละ 2 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขณะที่รุ่นน้อง Redmi Note 8 จะมีเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Macro และเลนส์ Depth อีกอย่างละ 2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

โดยความพิเศษของกล้องแต่ละเลนส์และความสามารถต้องบอกว่าถ่ายรูปได้สวยแบบธรรมชาติ จบหลังกล้อง ไม่ต้องรีทัชในแอปให้วุ่นวาย แล้วยิ่งช่วงนี้ใกล้จะวันวาเลนไทน์เข้ามาทุกทีแล้ว หากคุณผู้ชายต้องการถ่ายภาพคนรักให้จบและสวยงามแบบง่ายๆ ก็ต้อง Redmi Note 8 Series ทั้ง 2 รุ่น ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ แบบครบครัน แต่จะมีอะไรบ้าง เรามีภาพตัวอย่างของจริงมาให้ชมกันเต็มๆ ครับ

ความคมชัดระดับ 64 ล้านพิกเซลใน Redmi Note 8 Pro ที่นอกจากจะเป็นรุ่นแรกของโลกที่ใช้เลนส์นี้แล้ว ในเรื่องคุณภาพก็ถือว่าทำให้เราได้รับความละเอียดของพิกเซลที่มากไปด้วย ทำให้เราสามารถซูมหรือขยายภาพได้โดยไม่แตก แถมยังนำไปใช้เป็นการพิมพ์ขนาดใหญ่ได้ถึง 3.26 เมตรเลยทีเดียวครับ ส่วนรุ่นน้อง Redmi Note 8 ก็คมชัดไม่แพ้กันที่ 48 ล้านพิกเซล ที่แม้ว่าความละเอียดจะน้อยกว่า แต่สิ่งที่ได้ออกมาจะเหมือนกับตัว Pro โดยจะได้ภาพใหญ่และละเอียด สามารถขยายและมองเห็นสิ่งเล็กๆ ในภาพได้ชัดเจนกว่าเดิม

 

สำหรับภาพที่ถ่ายด้วย Redmi Note 8 Pro นั้นได้ความสวยงามจากสถานที่ Three Monkey ร้านอาหารที่ออกแบบมาให้ลงตัวกับธรรมชาติมากที่สุดพร้อมทั้งดีไซน์เฉดสีต่างๆ ให้เหมาะกับการมาถ่ายภาพคู่รักอีกด้วย

 

การจดจำภาพอัจฉริยะด้วย AI ที่จะเป็นการแบ่งแยกหมวดหมู่ต่างๆ กับสิ่งที่เราโฟกัส ซึ่งจะปรับแสงและสีให้เหมาะสมกับวัตถุที่เราถ่ายแต่ละอย่างนั่นเอง ไม่ต้องไปเสียเวลาเข้าแอปพลิเคชั่นเสริมอะไรทั้งนั้นก็ได้ภาพสวยๆ ออกมาแล้ว ที่สำคัญเราแค่รอกดชัตเตอร์อย่างเดียวพอ ไม่ต้องทำอะไรเลยด้วย โดยภาพที่ถ่ายออกมาด้านล่างนี้เรียกว่าจบได้แค่กดชัตเตอร์ครั้งเดียวเท่านั้น ขอแค่บรรยากาศสวยๆ อย่าง The Kee Sky Lounge ร้านอาหารรูฟท็อปชื่อดังย่านป่าตองที่ได้นำ Redmi Note 8 Pro ไปถ่ายครับ ซึ่งเราจะเห็นเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นั้นเก็บแสงและสีได้แบบงดงามเกินราคาจริงๆ

 

เก็บได้ครบด้วยเลนส์ Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศา ที่ช่วยให้เราได้องค์ประกอบและภาพตรงหน้าได้แบบเต็มๆ ไม่จำเป็นต้องมาถ่ายแบบพาโนรามาให้เสียเวลาครับ ที่สำคัญยังได้ประโยชน์ที่เราไม่ต้องถอยไกลเพื่อถ่ายภาพให้ครบอีกด้วย

 

ทั้งนี้ การถ่ายภาพเลนส์ ultra-wide กว้าง 120 องศา ยังได้ทดสอบผ่านสถานที่ที่เป็นหนึ่งในมนต์เสน่ห์ในเมืองภูเก็ตอย่างถนนรมณีย์ เมืองเก่าภูเก็ต Old Town Street Art อีกด้วย ทำให้เราเก็บองค์ประกอบได้ครบและเห็นสถานที่ได้แบบเต็มๆ ตา

 

นอกจากที่เลนส์ Ultra Wide จะถ่ายองค์ประกอบต่างๆ ได้ครบแล้ว คุณผู้หญิงทั้งหลายก็สามารถใช้ประโยชน์จากเลนส์นี้ได้เหมือนกัน เพราะจะทำให้ขาดูเรียวยาวและดูสูงขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่วางกล้องในระดับเอวและเสยขึ้นเล็กน้อยก็ได้ภาพแบบงามๆ แล้วครับ

 

ในเลนส์ Depth ที่ทั้ง 2 รุ่นมีมาให้เป็นการช่วยแยกแยะพื้นหลังกับตัววัตถุ โดยการถ่าย Portrait จะได้ใช้ประโยชน์แบบเต็มๆ ครับ ช่วยให้พื้นหลังเบลอได้เนียนและเป็นธรรมชาติด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแสงลอดมาทางต้นไม้ หากเราปรับเป็นโหมด Portrait จะทำให้ภาพมีความละมุนขึ้นมากขึ้นตามตัวอย่างครับ

 

นอกจากนี้ Redmi Note 8 Series ยังสามารถถ่ายใกล้ๆ ด้วยเลนส์ Macro ก็ได้เช่นกัน ซึ่งช่วยให้เราได้เจาะรายละเอียดของสิ่งที่ตาเราแทบมองไม่เห็นให้ชัดเจนขึ้น ขณะที่กล้องหน้าของทั้ง 2 รุ่น ก็มีความแตกต่างกัน ซึ่ง Redmi Note 8 Pro มาพร้อมความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ส่วน Redmi Note 8 มาพร้อมความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แต่ในเรื่องการถ่ายกล้องหน้าถือว่าแต่งเติมได้สวยงาม ดูธรรมชาติด้วย AI หากใครที่เป็นสายเซลฟี่ต้องชอบแน่นอน

นอกจากเรื่องกล้องแล้ว Remi Note 8 Pro และ Remi Note 8 ยังมีความแตกต่างในเรื่องสเปคอื่นเช่นกัน ทั้งหน้าจอแสดงผลของตัว Remi Note 8 Pro มีขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล), ขุมพลัง Helio G90T, รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB, แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับ Fast Charge 18W ส่วน Redmi Note 8 มีหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+, ขุมพลัง Snapdragon 665, รุ่น RAM 4GB+64GB และ RAM 4GB+128GB  และแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับ Fast Charge 18W

โปรโมชั่นสุดพิเศษ กับครั้งแรกของ Xiaomi ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

ครั้งแรกกับการยกทัพของ Xiaomi พร้อมนำสมาร์ทโฟน และสินค้า AIoT ที่ใครหลายคนรอคอย มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในงานครั้งนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น

 

รับฟรีทันที เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2C มูลค่า 3,990 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น Mi Note 10 ความจุ 6GB + 128GB ราคา 16,990 บาท หรือ Mi Note 10 Pro รุ่น 8GB + 256GB ราคา 19,990 บาท

 

รับฟรีทันที อุปกรณ์หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earbuds Basic มูลค่า 699 บาท และ Redmi Note 8 Series Special Gift Pack มูลค่ากว่า 1,000 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น Redmi Note 8 Pro รุ่น 6GB + 64GB ราคา 7,999 บาท หรือ รุ่น 6GB + 128GB ราคา 8,999 บาท หรือรับ Redmi Note 8 รุ่น 4GB + 64GB ราคา 5,999 บาท หรือ รุ่น 4GB + 128GB ราคา 6,999 บาท

อย่าพลาดกับโปรโมชั่นพิเศษ กับงาน Thailand Mobile Expo 2020 วันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์นี้ ที่บูธเสียวหมี่ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา

อ่านต่อ...

Android News

Samsung โพสต์วิดีโอทีเซอร์ Galaxy S20 นี่คือรูปร่างหน้าตาของกล้องแบบใหม่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung มีแผนเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ Galaxy S20, S20+ และ S20 Ultra รวมไปถึง Galaxy Z Flip พับหน้าจอได้แบบใหม่ด้วย โดยล่าสุดได้ออกมาโพสต์วิดีโอทีเซอร์เรียกความตื่นเต้นให้แฟนๆ ก่อนได้ยลโฉมตัวจริง

Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future

ตามคลิปวิดีโอจะเห็นตัวอักษร G, L, X และ Y พร้อมกับรูปร่างของกล่อง 2 อันที่อยู่ตรงตำแหน่งของตัว A และถูกคลุมเอาไว้ ซึ่งตำแหน่งทุกอักษรก็คือคำว่า GALAXY นั่นเอง โดยกล่องตัวแรกจะหมายถึงดีไซน์โมดูลกล้องสี่เหลี่ยมแบบใหม่สำหรับรุ่น Galaxy S10 series ในขณะที่กล่องตัวที่ 2 หมายถึง Galaxy Z Flip ที่พับหน้าจอเข้าหากันในแนวตั้ง

สำหรับ Samsung Galaxy S20 series สเปคหลักๆ จะใช้หน้าจอแสดงผล Refersh Rate 120Hz, หน่วยประมวลผล Exynos 990, RAM 12GB + ROM ขั้นต่ำ 128GB มีแบตเตอรี่สูงสุดที่ 5000mAh ในตัว S20 Ultra พร้อมด้วยกล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ขณะที่ S20/S20+ จะใช้เลนส์หลักเป็นความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยทุกรุ่นสามารถถ่ายวิดีโอ 8K@30fps ได้ทั้งหมด

ตามข่าวหลุดก่อนหน้านี้ Galaxy Z Flip จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล Infinity-Flex ขนาด 6.7 นิ้ว สามารถกางออกได้ตั้งแต่ 70 – 110 องศา มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ข้างตัวเครื่อง โดยมีขนาดตัวเครื่องเมื่อพับอยู่ที่ 87.4 x 73.6 x 15.4 มม. ส่วนเมื่อกางจะอยู่ที่ 167.9 x 74.6 x 6.9 มม. มีน้ำหนัก 183 กรัม และไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

ของจริงจะเป็นอย่างไร รอติดตามไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้

ที่มา : Samsung

อ่านต่อ...

Android News

แรงทะลุนรก! OPPO Find X2 จะมาพร้อม Super VOOC ชาร์จเร็วสุดในโลกที่ 65W

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO Find X2 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นถัดไปของ OPPO ที่หลังจากมีการยืนยันว่าจะมีการเปิดตัวในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ (คาดว่าเป็นงาน MWC 2020 ปลายเดือนหน้า) ล่าสุด Shen Yiren รองประธานบริษัทได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Weibo เรียบร้อย

Shen Yiren ระบุว่า Find X2 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี SuperVOOC Charge กำลังไฟ 65W ซึ่งจะเป็นสมาร์ทโฟนที่ชาร์จไวที่สุดในโลก ณ ตอนนี้เลยทีเดียว ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh เต็มในเวลาไม่ถึง 30 นาที นอกจากนี้ Find X2  ก็อาจจะเป็นรุ่นแรกๆ ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 865

สำหรับ Find X2 ก็จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล AMOLED ความละเอียด 2K มี Refresh Rate 120Hz รองรับ 5G ทั้งแบบ NSA และ SA โดยอาจมีกล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX689 ใหญ่ถึง 1/1.3 นิ้ว มากกว่า Sony IMX600 ใน HUAWEI Mate 30 Pro ที่มีขนาด 1/1.75 นิ้วด้วย

ที่มา : GizmoChina

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Android News10 นาที ที่แล้ว

Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนราคาเกินคุ้มด้วยกล้องอัจริยะ 4 เลนส์ พร้อมโปรโมชั่นในงาน Mobile Expo ที่ต้องห้ามพลาด!

เมื่อพูดถึงบริษัท Xi...

Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future
Android News30 นาที ที่แล้ว

Samsung โพสต์วิดีโอทีเซอร์ Galaxy S20 นี่คือรูปร่างหน้าตาของกล้องแบบใหม่

Samsung มีแผนเปิดตัว...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ยกขบวนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมพร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม และของแถมอีกเพียบ ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

กลับมาอีกครั้งสำหรับ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

รวมโปร! Vivo ลดกระหน่ำต้อนรับในงาน Thailand Mobile Expo วันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 63

งาน TME 2020 ครั้งแร...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

5 ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลงนามในบันทึกความร่วมมือ การศึกษาและพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยใช้ฐานข้อมูล จากเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแนวทางการจัดตั้งบริษัท Mobile National ID (MNID)

  ผู้ประกอบการโ...

กำลังมาแรง