ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

เทนเซ็นต์ ประเทศไทย ประกาศผลแชมป์การแข่งขัน PUBG MOBILE Thailand Pro League 2020 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2.5 ล้านบาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบริการด้านเนื้อหา  และโซลูชันด้านเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองทุกความต้องการยุคดิจิทัล และผู้ให้บริการเกม PUBG MOBILE ในประเทศไทย ประกาศผลการแข่งขันในรอบตัดสินระดับประเทศรายการ PUBG MOBILE Thailand Pro League 2020 ลีกเกม PUBG MOBILE ระดับมืออาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลักอย่าง Facebook Gaming ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2,500,000 บาท โดยทีมที่คว้าแชมป์ฤดูกาลแรกไปครอง ได้แก่ ทีม “ILLUMINATE The Murder” ที่แทคทีมระเบิดฟอร์มเก่งกวาดคะแนนรวมจากการแข่งขันทั้งหมด 15 เกมในรอบชิงชนะเลิศไปได้มากถึง 210 คะแนน พร้อมได้โควตาทะลุเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกหรือ World League ทันที โดยมีทีม “Golden Cat” ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ และทีม “King of Gamers Club” เป็นรองชนะเลิศอันดับที่สอง ซึ่ง ทั้งสองทีมได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยลงสู้ศึก PUBG MOBILE เวทีระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรายการ PUBG MOBILE Pro League – Spring Split 2020: Southeast Asia พร้อมกับทีม RRQ.Athena ที่ได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปร่วมแข่งขันในฐานะแชมป์จากรายการ PUBG MOBILE Club Open – Fall Split 2019: SEA Championship

 

คุณพัชราพร ขวัญเจริญทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายแบรนดิ้ง แอนด์ คอมมิวนิเคชัน บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ลีกรายการ PUBG MOBILE Thailand Pro League 2020 นี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเทนเซ็นต์ ประเทศไทยในการร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้ระบบนิเวศอีสปอร์ตในประเทศไทยมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ลีกนี้เป็นเวทีการแข่งขันที่เหมาะสมและได้มาตรฐานสากล เพื่อให้นักกีฬาอีสปอร์ตชาวไทยได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพและพัฒนาฝีมือ และก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพทัดเทียมนักกีฬาอีสปอร์ตจากประเทศอื่นทั่วโลก และก็ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลักอย่าง Facebook Gaming พร้อมทั้งได้เปิด “Bootcamp 101” โดยความร่วมมือกับ 101 ทรู ดิจิทัล พาร์ค ซึ่งเป็นคอมมิวนิตี้ของผู้ที่ชื่นชอบเกม PUBG MOBILE โดยเฉพาะ เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอีกด้วย ทำให้ระบบนิเวศนี้ ในประเทศไทยครบวงจรมากขึ้น”

เมื่อวันที่ 27 – 29 มีนาคมที่ผ่านมา การแข่งขันรายการ PUBG MOBILE Thailand Pro League 2020 ได้จัดการแข่งขันรอบตัดสินระดับประเทศ โดยเป็นการแข่งขันกันของ 16 ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดจากรอบคัดเลือก 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2,500,000 บาท และลุ้นได้รับสิทธิ์ในการเป็น 1 ใน 3 ทีมอีสปอร์ตที่จะได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบตัดสินระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับทีม RRQ.Athena ที่ได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปร่วมแข่งขัน ในฐานะทีมที่ชนะเลิศจากรายการ PUBG MOBILE Club Open – Fall Split: SEA Championship ที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้วซึ่งผลการแข่งขันในรอบตัดสินนี้ ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศ คือ ทีม “ILLUMINATE The Murder” ด้วยคะแนน 210 คะแนน และเอาชนะไปได้ถึง 3 เกม จากการแข่งขันทั้งหมด 15 เกมในรอบชิงชนะเลิศ คว้าตำแหน่งแชมป์โปรลีกซีซันแรกของประเทศไทยไปครอง  พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 500,000 บาท สำหรับทีมที่ได้รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ ทีม “Golden Cat” ที่ถึงแม้จะมีผลคะแนนรวมอยู่ที่ 188 คะแนน แต่ก็สามารถเอาชนะเกมการแข่งขันในแต่ละรอบไปได้ถึง 3 เกม เท่ากับสถิติของทีม “ILLUMINATE The Murder” และสำหรับทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง ได้แก่ ทีม “King of Gamers Club” ที่จบการแข่งขัน รอบตัดสินด้วยคะแนนรวม 171 คะแนน ซึ่งหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์นี้ ทั้งสามทีมจะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยลงสู้ศึก PUBG MOBILE เวทีระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ในโอกาสนี้ เทนเซ็นต์ ประเทศไทย ขอแสดงความยินดีกับทั้ง 4 ทีมที่ได้ผ่านเข้าไปเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อแข่งขันในรอบตัดสินระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนเมษายนนี้ และขอขอบคุณพันธมิตรหลักอย่าง Facebook Gaming ที่ให้การสนับสนุนการถ่ายทอดสดตลอดระยะเวลาการแข่งขันทั้ง 7 สัปดาห์ รวมถึงแฟนๆ ของวงการอีสปอร์ต และผู้ที่ชื่นชอบเกม PUBG MOBILE ทุกท่านสำหรับเสียงตอบรับที่ยอดเยี่ยม โดยการแข่งขันในครั้งนี้มียอดรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านทางเพจเฟซบุ๊กทางการของ PUBG MOBILE รวมทั้งฤดูกาลกว่า 20 ล้านครั้ง” คุณพัชราพร กล่าวปิดท้าย

 คุณติณณภพ เบญจวงศ์ หรือ “MARTIN” กัปตันทีม ILLUMINATE The Murder แชมป์ซีซั่นแรกของการแข่งขัน PUBG MOBILE Thailand Pro League 2020 กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อชัยชนะในครั้งนี้ว่า “ตอนที่รู้ว่าได้เป็นแชมป์ พวกเรารู้สึกตื่นเต้น และดีใจสุดๆ เลยครับ ต้องบอกว่าทีม ILLUMINATE The Murder เป็นทีมอีสปอร์ตที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ แถมยังเพิ่งรับผู้เล่นเข้ามาใหม่ถึงสองคนก่อนเริ่มลีกได้ไม่นาน ทำให้พวกเราต้องใช้เวลาสั้นๆ ช่วงนั้นในการปรับตัวเข้าหากัน และต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการเล่นอีกหลายจุดระหว่างการแข่งขันด้วย ในตอนแรกพวกเรารู้สึกว่ามันยากมากเลยครับ เพราะแต่ละทีมที่เข้าร่วมแข่งขันล้วนเป็นทีมที่แข็งแกร่งทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการคว้าแชมป์ PUBG MOBILE Thailand Pro League 2020  ซึ่งถือเป็นการแข่งแบบลีกมืออาชีพลีกแรกของประเทศ จึงเป็นเรื่องที่พวกเราภูมิใจมากๆ ครับ ภูมิใจที่ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความขยันในการฝึกซ้อมของทุกคนในทีมส่งผลให้เราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปได้ เพราะนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในความฝันของการเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตของพวกเราเลยครับ และต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามาให้กับทีม ILLUMINATE The Murder ด้วยนะครับ”

“สำหรับการแข่งขันในรายการระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเราก็มีการเตรียมตัวฝึกซ้อมและศึกษาข้อมูลของทีมตัวเต็งเอาไว้ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันลีกแล้วครับ โดยเฉพาะทีมที่มีผู้เล่นเป็นคนจีน เพราะจากที่เคยแข่งด้วยกันมาผมคิดว่าทีมจีนเป็นทีมที่มีความขยันมาก แล้วก็มีสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งมากด้วยครับ เพราะฉะนั้นพวกเราก็เชื่อมั่นว่า ILLUMINATE The Murder จะยังสามารถรักษาฟอร์มที่ดีแบบนี้ได้ เพื่อเป้าหมายในการคว้าอีกหนึ่งแชมป์ในรายการนี้ครับ จากนี้ก็ขอให้ทุกคนช่วยกันเชียร์พวกเราและตัวแทนประเทศไทยอีก 3 ทีมที่ได้ไปต่อในรอบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยนะครับ รับรองว่าพวกเราจะเล่นให้เต็มที่ และไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอนครับ” MARTIN กัปตันทีม ILLUMINATE The Murder กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับการแข่งขันรอบตัดสินในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายการ PUBG MOBILE Pro League – Spring Split 2020: Southeast Asia โดยทีมอีสปอร์ตที่เข้าร่วมแข่งขันประกอบด้วยทีมจากประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่มไวลด์การ์ดจากทวีปเอเชียตะวันออกอย่างประเทศบรูไน กัมพูชา ติมอร์ตะวันออก ลาว ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ และหากสามารถทำคะแนนได้เป็นทีมผู้ชนะอันดับที่ 1 – 2 ในการแข่งขันระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็จะได้รับสิทธิ์ในการไปแข่งขันในระดับโลกในรายการ PUBG MOBILE World League: Spring 2020 เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาทอีกด้วย

ข่าวประชาสัมพันธ์

รวมดีลเด็ด OPPO จัดหนัก! ทั้งลดทั้งแถมใน Shopee 6.6 Brands Festival เฉพาะ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ Shopee เท่านั้น

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO มอบโปรโมชั่นสุดคุ้มในแคมเปญ Shopee 6.6 Brands Festival ทั้งส่วนลดและของแถม เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO หรืออุปกรณ์เสริม ตั้งแต่วันที่ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ OPPO Official Store ใน Shopee โดยโปรแรงสุดคุ้มห้ามพลาด มีรายละเอียด ดังนี้
OPPO Reno2 F สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพพอร์ตเทรตและเซลฟี่ กล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูงสุด 48MP ลดเหลือเพียง 9,999 จากปกติ 11,990 บาท และ OPPO A12 “เปิดมุมมองใหม่ สนุกได้ยิ่งกว่า” RAM 3GB ROM 32GB ลดเหลือเพียง 4,299 จากปกติ 4,999 บาท
พิเศษ! เมื่อซื้อ OPPO Reno3 Pro สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่คมชัดสุด 44MP รุ่นแรกของโลก รับฟรี หูฟัง OPPO Enco M31 มูลค่า 1,699 บาท! และเมื่อซื้อ OPPO A91 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มที่ขายดีที่สุดใน OPPO Official Store พร้อมกับ OPPO Enco M31 ลดเหลือเพียง 8,999 บาทเท่านั้น! จากปกติ 9,698 บาท
นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดพิเศษสุดๆ เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม ด้วยโค้ดส่วนลดสูงสุด 600 บาท หรือ เงินคืนสูงสุด 1,500 Coins เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ยกเว้น OPPO Reno3 Pro, OPPO A91, OPPO Enco Q1, OPPO Enco W31,  OPPO Enco M31 และ สินค้าที่ซื้อเป็นแพ็ค ดังนี้
• กรอกโค้ด OPPOX600 แจกคูปองลด 600 บาท เมื่อซื้อครบ 8,000 บาท (ยอดหลังหักส่วนลด)
• กรอกโค้ด OPPOX300 แจกคูปองลด 300 บาท เมื่อซื้อครบ 4,000 บาท (ยอดหลังหักส่วนลด)
สำหรับหูฟังและอุปกรณ์เสริม รับไปเลย! ส่วนลด 12% เพียงใช้คูปอง OPPO66 ภายในร้าน OPPO Official Store ยกเว้น OPPO Enco Free True Wireless Headphones, OPPO Enco Q1, OPPO Enco W31 และ OPPO Enco M31
นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดหูฟังเพิ่มเติม ดังนี้
• OPPO Enco Q1 พิเศษ 1,990 บาท จากปกติ 2,990 บาท
• OPPO Enco W31 ราคาพิเศษเพียง 1,799 บาท จากราคาปกติ 1,999 บาท หรือเมื่อซื้อคู่ในราคา 2,999 บาทเท่านั้น! จากราคาปกติ 3,998 บาท
• OPPO Enco M31 หูฟังที่ขายเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น ลดเหลือเพียง 1,099 บาท จากปกติ 1,699 บาท
เท่านั้นยังไม่พอ! ส่วนลดพิเศษในวันที่ 6 มิถุนายน แจกโค้ดรับเงินคืนสูงสุด 1,500 Coins ดังนี้
• ใช้โค้ด HMGDDB66 เมื่อซื้อครบ 5,000 บาท รับ Coin คืน 7% สูงสุด 1,500 Coins เฉพาะสินค้าประเภทมือถือเท่านั้
• ใช้โค้ด LMGDDA66 เมื่อซื้อครบ 200 บาท ลด 70 บาท เฉพาะกับสินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมเท่านั้น
• ใช้โค้ด NBMGDD66 เมื่อซื้อครบ 200 บาท ลด 80 บาท ใช้สำหรับซื้อครั้งแรกใน Shopee เท่านั้น
โดยโปรโมชั่นในแคมเปญ Shopee 6.6 Brands Festival พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมในราคาสุดคุ้มได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 – 6 มิถุนายน 2563 ที่ OPPO Official Store ใน Shopee หรือ คลิกที่ https://bit.ly/3cvVH8Z 
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/oppothai/
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เอไอเอส สานต่อภารกิจ “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” จับมือพันธมิตร ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เปิดแคมเปญใหญ่ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก “คนไทยไร้ E-Waste” ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศรวมกว่า 1,806 จุด พร้อมรณรงค์เชิญชวนประชาชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และนำไปทิ้งอย่างถูกวิธี สร้าง New Norm ต้อนรับชีวิตวิถีใหม่ ออกนอกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง

โดยร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำ อาทิ ศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัล, ไปรษณีย์ไทย, SMART Service ผู้ให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร, ภาคีเครือข่ายความเพื่อยั่งยืนแห่งประเทศไทย TRBN โดยความร่วมมือของกลุ่มบริษัทจดทะเบียน ภายใต้การกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, กลุ่มบริษัทย่านถนนพหลโยธิน และมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 40 องค์กรทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนแคมเปญใหม่ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างการตระหนักรู้เรื่อง ภัยอันตรายที่แฝงมากับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขยายจุดรับทิ้งขยะทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถทิ้งขยะ E-Waste ได้ง่าย ใกล้บ้านคุณ

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคนไทย เราให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจแบบเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน โดยได้กำหนดทิศทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมในมิติเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านของสิ่งแวดล้อม ที่เรามุ่งมั่น ใส่ใจมาโดยตลอดในปีที่ผ่านมาเราได้ริเริ่มโครงการ “ทิ้ง E-Waste กับเอไอเอส” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างการตระหนักรู้และเป็นแกนกลางที่จะเป็นจุดรับและนำขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชนไปกำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วไปอย่างดียิ่ง มีปริมาณขยะ E-Waste เข้าสู่กระบวนการกำจัดรวมทั้งสิ้นกว่า 49,952 ชิ้น ในระยะเวลาเพียง 7 เดือน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 499,520 กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ หรือเทียบเท่าต้นไม้ขนาดใหญ่ จำนวน 55,502 ต้น ดูดซับ CO2  เป็นเวลา 1 ปี

 

และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้มือถือในไทยที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 11.14% เนื่องจากประชาชนจำเป็นจะต้องใช้สำหรับการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) การใช้บริการทางด้านสาธารณสุข (Telemedicine) และการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ (Learn From Home) แต่ทว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะนำมาซึ่งผลเสียต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต หากคนไทยขาดซึ่งความตระหนักรู้ ไม่คัดแยก และทิ้งขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี

 

 

รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ถือว่าเป็นประเด็นระดับนานาชาติ เนื่องจากผู้คนทั่วทั้งโลกใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิตร่วมกัน ทั้งทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ และอากาศ ดังนั้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงการรณรงค์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ และรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต (Biodiversity) ของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ องค์การสหประชาชาติจึงได้มีการจัดตั้งวันสิ่งแวดล้อมโลกขึ้น
ในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี โดยปีนี้มีคำขวัญว่า Time for Nature ช่วงเวลาที่ธรรมชาติทั่วโลกจะได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะใช้วาระวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ ประกาศเจตนารมย์ในการร่วมรักษา ฟื้นฟูธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมร่วมกับพันธมิตรทั้ง 40 องค์กร รวมพลังของพนักงานทุกองค์กรกว่า 100,000 คน เปิดตัวแคมเปญ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างเครือข่ายรณรงค์และบอกต่อการรับทิ้งขยะ   พร้อมทั้งร่วมขยายความตระหนักรู้ไปสู่คนไทยในเซกเมนต์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน, กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย, กลุ่มผู้พักอาศัยทั้งบ้านและคอนโด, กลุ่มโลจิสติกส์, กลุ่มช็อปเปอร์ เป็นต้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับคลายล็อกดาวน์เฟส 3 ที่ภาครัฐบาลผ่อนปรนให้หลากหลายธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ รองรับกับความต้องการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์รุ่นเก่าของแต่ละครัวเรือน รวมถึงเป็นวิธีการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ปีนี้ เอไอเอส ขอเป็นตัวแทนภาคีเครือข่าย “คนไทยไร้ E-Waste” เชิญชวนคนไทยคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอร์รี่มือถือ, พาวเบอร์แบงก์, สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก อาทิ กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น MP3  นำไปทิ้งในจุดรับทิ้ง เป็นการต้อนรับชีวิตวิถีใหม่หลังคลายล็อกเฟส 3 ออกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง” นายสมชัย กล่าวปิดท้าย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดราคาไทย POCO F2 Pro เริ่มต้น 17,999 บาท เปิดสั่งจองล่วงหน้าพร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เสียวหมี่ ประเทศไทย ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมเปิดตัว POCO F2 Pro สมาร์ทโฟนในดวงใจ รุ่นใหม่ล่าสุด ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยราคาโดนใจเริ่มต้นที่ 17,999 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้า

 

ด้วยแพลตฟอร์มการประมวลผล Snapdragon™ 865 ที่ทรงพลัง ทำให้ POCO F2 Pro นั้นสามารถรองรับการใช้งานสูงสุดได้อย่างต่อเนื่องด้วยการประมวลผลที่มีความเร็วสูง และมอบประสบการณ์การใช้หน้าจอแบบเต็มจอที่จะทำให้คนรักเทคโนโลยีต้องโบกมือลาเครื่องเก่าไปเลย

 

สุดยอดประสิทธิภาพกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 และเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0

 POCO F2 Pro ได้ยกระดับประสบการณ์บนมือถือขึ้นไปอีกขั้นกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 ซึ่งเป็นระบบประมวลผล 5G ที่ทรงพลังที่สุดในตลาด เมื่อถูกจับคู่กับชิปประมวลผล Kryo™ 585 octa-core และ GPU Adreno™ 650 ซึ่งได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 25% ที่มอบประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงถึงการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน และ SoC ทรงพลังที่มีหน่วยความจำความเร็วแบบอัลตร้า LPDDR51 RAM และพื้นที่จัดเก็บ UFS 3.1 ซึ่งทำให้ POCO F2 Pro สามารถอ่านเขียนได้อย่างเป็นเลิศเพื่อการทำงานที่ลื่นไหลของระบบปฏิบัติการ

 ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0 POCO F2 Pro มาพร้อม vapor chamber ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดในตอนนี้ พร้อมด้วยแกรไฟต์และแกรฟีนหลายชั้น ซึ่งด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้เครื่องนั้นเย็นลงโดยเฉพาะ SoC และพื้นผิวของเครื่อง และยังช่วยรักษาการทำงานสูงสุดอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ภายใต้สภาพการทำงานอันหนักหน่วง อัดแน่นไปด้วยพลังและได้รับการรับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland ในด้านประสิทธิภาพการเล่นเกมสูง POCO F2 Pro มาพร้อมการปรับปรุงประสบการณ์เกมที่ดีขึ้นด้วยหน้าจอแบบ HDR และ haptic feedback แบบสมจริง พร้อมมอเตอร์ z-axis linear ทั้งยังมีการรับรองระบบเสียงคมชัด Hi-res อีกด้วย

 

 

เมื่อความหรูหรามาพบกับความมีชีวิตชีวาและดีไซน์อันโดดเด่น หน้าจอแบบเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED

 ตัวเครื่องนั้นผ่านเกณฑ์ทุกข้อสำหรับการเป็นรุ่นที่เกิดมาเพื่อฆ่ารุ่นเรือธงในราคาย่อมเยาว์ POCO F2 Pro นั้นมาพร้อมฟีเจอร์ยอดนิยมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือในหน้าจอและการป้องกันรอยขีดข่วนฝาหน้าและหลังด้วย Corning®️ Gorilla®️ Glass 5 ตัวเครื่องยังมาพร้อมหลากสีสันให้เลือกเพื่อให้เข้ากับความชื่นชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสีเทา สีม่วง สีน้ำเงิน และสีขาว ในสีม่วงและเทายังเป็นพื้นผิวแบบด้านที่ลดรอยสะท้อนอีกด้วย

 อัตราคอนทราสต์สูงถึง 5000000:1 สามารถปรับให้ภาพสว่างขึ้นสูงสุดถึง 500 nits (typ) / 800 nits (HBM) ที่ให้คุณภาพหน้าจอเป็นเลิศ ไม่ว่าเวลาไหนของวันผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่สะดวกสบายผ่านหน้าจอของ POCO F2 Pro ด้วยหน้าจอเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED ด้วยเซ็นเซอร์สภาวะแสงแบบ 360 องศา เพื่อตรวจสอบสภาวะแสงที่เป็นจริงและเพื่อตรวจจับสภาวะแสงได้อย่างแม่นยำและลื่นไหลมากขึ้น

 ยกระดับคุณภาพหน้าจอให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตัวเครื่องมาพร้อมการรับรองหน้าจอจากสถาบัน TÜV Rheinland ในการลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาจากการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมด้วยระบบ HDR10+, การปรับแสงสว่างอัตโนมัติ (DC) และโหมด Sunlight 2.0 ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าสีขั้นสูงได้ โดยสามารถผสมผสานความเป็นตัวเองลงไปได้เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวได้อีกด้วย

 

 

การถ่ายเป็นหนึ่งกับกล้องหลัง ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซลและกล้องป๊อปอัพความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

 กล้อง ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล POCO F2 Pro มาพร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX686 คมชัดเก็บรายละเอียดทุกภาพถ่าย ในขณะที่กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมอง 123 องศา ให้คุณถ่ายภาพทิวทัศน์สวยสมใจและรูปกลุ่มขนาดใหญ่ได้ เลนส์มาโครความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและเลนส์ depth ความละเอียด ล้านพิกเซล รวมเป็นกล้องหลังทั้งหมดเพื่อการถ่ายภาพรายละเอียดแบบโคลสอัพพร้อมโบเก้ เพื่อให้ภาพสวยจับใจทุกครั้ง

 ด้วยการถ่ายวิดีโอความละเอียดแบบอัลตร้า 8K (24 เฟรมต่อวินาที) และความละเอียด 4K (60 เฟรมต่อวินาที) POCO F2 Pro สามารถเปลี่ยนผู้ใช้ทุกคนเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ โหมด Pro สำหรับทั้งภาพถ่ายและวิดีโอให้คุณควบคุมโฟกัสและการเปิดรับแสงได้มากขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพคุณภาพสูงโดยไม่ต้องใช้กล้อง DSLR หรือกล้องมืออาชีพอื่นๆ

 POCO F2 Pro มาพร้อมกล้องป๊อปอัพขนาดใหญ่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแจ้งเตือนหลายสี และลดกรอบหน้าจอลงโดยไม่กระทบคุณภาพของกล้อง กล้องเซลฟี่ยังมาพร้อมการถ่ายวิดีโอสโลโมชั่น 120 เฟรมต่อวินาทีที่จะเปลี่ยนวิดีโอธรรมดาๆ เป็นภาพยนตร์ชิ้นโบว์แดง

 

ประสิทธิภาพการทำงานเป็นเลิศด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh (typ) และการเชื่อมต่ออันรวดเร็วถึง 9.6Gbps

 สร้างประสบการณ์ที่ไว้วางใจได้ POCO F2 Pro นั้นจัดเต็มกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดความต้องการใช้งานของผู้ใช้แม้ในยามใช้งานอย่างหนักก็ตาม ทั้งยังมาพร้อมกับชาร์จไวถึง 30 วัตต์ ที่สามารถชาร์จได้ถึง 64% ภายใน 30 นาทีและ 100% ใน 63 นาที2 นอกเหนือจากการชาร์จเร็ว POCO F2 Pro ยังมาพร้อมหัวชาร์จ 33 วัตต์ในกล่องอีกด้วย ซึ่งมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวและเร่งรีบอีกด้วย

 นอกจากนี้ยังรองรับ WiFi 6 POCO F2 Pro นั้นมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อเร็วสุดขีดกับความเร็วถึง 9.6Gbps ซึ่งไวกว่า WiFi 5 ถึงเกือบสามเท่า นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีการเชื่อมต่อแบบ multi-link ที่ทำให้การเชื่อมต่อนั้นมีเสถียรภาพและแข็งแรงตลอดเวลาของการเชื่อมต่อ 2.4G Wi-Fi 5G Wi-Fi และข้อมูลมือถือ

 POCO F2 Pro รุ่นความจุ 6GB + 128GB ในประเทศไทยจะวางจำหน่ายในราคา 17,999 บาท และ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท

 ระหว่างวันที่ มิถุนายนตั้งแต่เวลา 0:00 จนถึงวันที่ 17 มิถุนายนเวลา 23:59 ผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้าเฉพาะรุ่น POCO F2 Pro ความจุ 6GB + 128GB จาก Shopee คุณจะได้รับของสมนาคุณพิเศษคือ Xiaomi True Wireless Earphone มูลค่า 2,399 บาท สำหรับแพลตฟอร์ม JD Central จะได้รับของสมนาคุณพิเศษ ได้แก่ Mi Compact Bluetooth Speaker มูลค่า 299 บาท Mi Casual Daypack ราคา 299 บาท และ Mi Fidget Cube ราคา 139 บาท รวมมูลค่ากว่า 737 บาท และแพลตฟอร์ม Lazada รับของสมนาคุณพิเศษ Harman / Kardon Onyx Studio 4 มูลค่า 8,990 บาท (ของมีจำนวนจำกัดเพียง 300 เท่านั้น)

 สมาร์ทโฟน POCO F2 Pro ทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายในประเทศไทย ในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ในราคาที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ บน Shopee, JD Central และ Lazada

 สำหรับ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB จะวางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท และวางจำหน่าย ณ ร้าน COM7, TG FONE, JAYMART, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

iPhone 6s Plus latest price in june 2020 iPhone 6s Plus latest price in june 2020
Apple News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

ราคาล่าสุด iPhone 6s Plus เริ่มต้น 3,900 บาท เดือนมิถุนายน 2020

อัพเดทราคาล่าสุด iPh...

Coolpad COOL10 announced Coolpad COOL10 announced
Android News15 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Coolpad COOL10 จอใหญ่ แบตเยอะ กล้องหลัง 3 ตัว ราคา 3,990 บาท

Coolpad COOL10 แบรนด...

iPhone 12 launch delayed to October iPhone 12 launch delayed to October
Apple News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

iPhone 12 จะเปิดตัวล่าช้ากว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ

รายงานล่าสุดเปิดเผยว...

ข่าวประชาสัมพันธ์16 ชั่วโมง ที่แล้ว

รวมดีลเด็ด OPPO จัดหนัก! ทั้งลดทั้งแถมใน Shopee 6.6 Brands Festival เฉพาะ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ Shopee เท่านั้น

OPPO มอบโปรโมชั่นสุด...

ข่าวประชาสัมพันธ์23 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

  เอไอเอส สานต่...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง