Connect with us

Android News

พรีวิว OPPO Reno6 Z 5G “อารมณ์ไหน ก็พอร์เทรต”

Published

on

OPPO Reno6 Z 5G สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมสโลแกน “อารมณ์ไหน ก็พอร์ตเทรต” เตรียมเปิดตัวทางการในประเทศไทยวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ วันนี้ทีมงาน iphone-droid.net ขอมาพรีวิวเครื่องศูนย์ไทยให้ชมกันก่อนว่าดีไซน์สวยแค่ไหน กล้องที่จัดเต็มเรื่องพอร์ตเทรตจะน่าสนใจเพียงใด ถ้าพร้อมแล้วมาชมพรีวิวของ OPPO Reno6 Z 5G กันไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

แกะกล่อง OPPO Reno6 Z 5G

ก่อนอื่นเราขอมาแกะกล่องดูอุปกรณ์ในกล่องกันก่อนว่าให้อะไรมาในกล่องบ้าง ที่หน้ากล่องยังคงดีไซน์เดียวกับรุ่นก่อน ๆ ใช้สีเขียวตัดดำพร้อมเลข 6 และชื่อรุ่นเด่น ๆ ว่า OPPO Reno6 Z 5G ครับ

เปิดกล่องออกมาจะเจอกับกล่องเล็กที่มีอุปกรณ์เสริมอย่างเคสใสและเอกสารคู่มือกับเข็มจิ้มถาดซิมเหมือนเดิมครับ

ถัดลงไปเราจะเจอกับตัวเครื่อง OPPO Reno6 Z 5G ที่ถูกห่ออยู่ในซองอย่างเป็นระเบียบที่หน้าซองนี้จะมีไฮไลท์ฟีเจอร์ของรุ่นนี้อยู่ด้วยครับ

ชั้นถัดลงไปเราจะเจอกับอุปกรณ์เสริมของ OPPO Reno6 Z 5G ครับ ของที่แถมมาในกล่องจะมีมาให้ครบทั้ง สายชาร์จแบบ USB type-C to type-A, อะแดปเตอร์ชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 และหูฟังก็ยังมีให้ด้วยเป็นแจ็ค 3.5 มม.

เบ็ดเสร็จแล้วอุปกรณ์ในกล่องของ OPPO Reno6 Z 5G ก็จะมีทั้งหมด 6 อย่างดังนี้ครับ

  1. ตัวเครื่อง OPPO Reno6 Z 5G
  2. เคสซิลิโคนใส
  3. อะแดปเตอร์ชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0
  4. สายชาร์จ
  5. หูฟัง
  6. เอกสารคู่มือและใบรับประกัน
  7. เข็มจิ้มถาดซิม

ดีไซน์ OPPO Reno6 Z 5G

ได้เวลาชมตัวเครื่องเต็ม ๆ แล้วครับ OPPO Reno6 Z 5G มีให้เลือกด้วยกัน 2 สีคือ สีเงิน Aurora และสีดำ Stellar Black สองสีสองสไตล์ ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันแต่สวยทั้งคู่ครับ

ฝาหลังของทั้ง 2 สีจะใช้ดีไซน์แบบ Reno Glow คือผิวสัมผัสเป็นแบบด้านผิวทรายที่ทีความระยิบระยับอยู่ในนั้น ทำให้เวลาเราจับถือจะไม่เก็บรอยนิ้วมือเลยครับ

สี Aurora จะมีความไล่เฉดสีมากกว่าเป็นแนวไล่เฉดหลาย ๆ สีตามที่ OPPO ถนัด ไล่มาตั้งแต่ฟ้า ม่วง ทอง เงิน ตามแสงที่ตกกระทบให้อารมณ์แฟนตาซีเอามาก ๆ และไม่เบื่อง่ายครับ

ส่วนสี Stellar Black ก็จะออกคมเข้มด้วยสีดำ แต่ความดำนี่ก็จะมีซ่อนสีน้ำเงินและเทาอยู่ข้างในด้วย เวลาโดนแสงตกกระทบก็จะให้ความหรูหราขึ้นมา ไม่ใช่แค่สีดำทื่อ ๆ นะครับ

บอดี้รอบ ๆ ตัวเครื่องจะเป็นผิวมันวาว กรอบเครื่องจะใช้สีเดียวกับฝาหลังเลย อย่างสี Aurora จะใช้กรอบสีเงิน ส่วน Stellar Black จะเป็นสีดำ ให้ความกลมกลืนกันได้อย่างดี

ความบางเฉียบก็เป็นสิ่งที่ OPPO Reno Series มอบให้กับเราเสมอมารุ่นนี้ก็ยังมาพร้อมความบางเฉียบเพียง 7.92 มม. (สำหรับสี Stellar Black) และ 7.97 มม. (สำหรับสี Aurora) ในขณะที่น้ำหนักเบาแค่ 173 กรัมเท่านั้น จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่บางและเบามาก ๆ อีกรุ่นเลยล่ะครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหน้า OPPO Reno6 Z 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.43” ใช้ดีไซน์แบบ Punch-Hole Display คือมีรูกล้องหน้าอยู่ที่มุมซ้ายบน เป็นตำแหน่งมาตรฐานที่เราคุ้นชินในปีนี้แล้วเนาะ ขอบจอต่าง ๆ ก็บางเฉียบไม่น้อยเลยเพราะรุ่นนี้ใช้พื้นที่หน้าจอมากถึง 90.8% เลยล่ะครับ

ในเรื่องการแสดงผลก็แน่นอนว่าจอ AMOLED ให้สีสันที่สวยงามอยู่แล้ว ความละเอียดได้มาที่ FHD+ จะดูหนังหรือเล่นเกมก็ฟินแน่นอนครับ สีสวย สู้แสงได้ดี แถมถนอมสายตาเพราะมีฟีเจอร์ All Day AI EYE comfort มาให้ด้วย

และด้วยความเป็นจอ AMOLED เลยมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่บนหน้าจอด้วย ความเร็วในการสแกนก็เร็วมากครับ แตะปุ๊บก็แทบจะสแกนติดปั๊บเลยล่ะครับ

ตำแหน่งปุ่มกดรอบ ๆ เครื่องวางไว้ตำแหน่งเดิมของสมาร์ทโฟน OPPO ครับ มีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ฝั่งซ้ายและปุ่ม Power อยู่ฝั่งขวา วางตำแหน่งได้ดีแตะกดได้ง่ายครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อของ OPPO Reno6 Z 5G ให้มาครบพอร์ตหลังเป็น USB type-C มีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาให้ด้วย ส่วนลำโพงหลังของตัวเครื่องจะอยู่ด้านล่างให้มาตัวเดียว ไม่ได้เป็น Stereo คู่กับลำโพงสนทนาครับ

ถาดใส่ซิมของ OPPO Reno6 Z 5G จะอยู่ที่ด้านซ้ายมือเป็นถาดซิมแบบไฮบริด ใส่ได้ครบทั้ง 2 ซิมและ micro-SD ครับ

กล้อง OPPO Reno6 Z 5G

ไฮไลท์หลักของ OPPO Reno6 Z 5G ก็คือกล้องนี่แหละครับ รุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวมีสเปคคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

  • กล้องหลัก 64MP
  • กล้อง Ultra wide angle 8MP
  • กล้อง macro 2MP

และฟีเจอร์เด่นในรุ่นนี้ก็ตามสโลแกนเลย “อารมณ์ไหน ก็พอร์ตเทรต” เน้นการถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ด้วยฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait และ AI Color Portrait ครับ

รอบนี้ตัว Bokeh Flare Portrait จะต่อยอดความเก่งมาจาก Night Flare Portrait อีกทีคือใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โทนสีและการละลายฉากหลังจะสมจริงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Bokeh Flare Portrait

แต่ไม่ใช่แค่ภาพนิ่งจะเก่งขึ้นเท่านั้น เพราะ OPPO Reno6 Z 5G ยังมีฟีเจอร์วิดีโอที่เก่งขึ้นด้วย มีฟีเจอร์ Portrait Beautification Video ที่ช่วยปรับแต่งใบหน้าให้สวยเนียนมากขึ้นแบบเรียลไทม์แม้จะถ่ายวิดีโออยู่ก็ตาม

สเปค OPPO Reno6 Z 5G

ส่วนสเปค OPPO Reno6 Z 5G ก็มาพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 800U 5G แบบ Octa-Core แน่นอนว่ารองรับ 5G เต็มรูปแบบ ช่วยให้การใช้งานนั้นเร็วขึ้นง่ายขึ้นไปอีกระดับ

เราทดสอบคะแนนคร่าว ๆ จาก AnTuTu Benchmark ก็ออกมาสูงถึง 3xx,xxx คะแนนเลยล่ะครับ ถือว่าไม่ธรรมดา จะเล่นเกมฮิต ๆ หรือประมวลผลหนัก ๆ ก็หายห่วงแน่ครับสเปคนี้

มีระบบชาร์จไวด้วยนะ แน่นอนว่าเรื่องชาร์จไว OPPO ไม่ทิ้งอยู่แล้วครับ OPPO Reno6 Z 5G รองรับระบบชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 ชาร์จไวถูกใจแน่นอนครับ

ส่วนเรื่องซอฟต์แวร์ OPPO Reno6 Z 5G มาพร้อม ColorOS 11.1 ที่ครอบทับอยู่บน Android 11 ซึ่งมีลูกเล่นและหน้าตาซอฟต์แวร์ที่ดูหลากหลายในการปรับแต่งมาก ๆ เลยล่ะครับ

สรุปสเปค OPPO Reno6 Z 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 160.20 x 73.38 x 7.97 มม. (สี Aurora)
  • ขนาดตัวเครื่อง : 160.20 x 73.38 x 7.92 มม. (สี Stellar Black)
  • น้ำหนัก : 173 กรัม
  • หน้าจอ : AMOLED ขนาด 6.43″ ความละเอียด FHD+ refresh rate 60Hz
  • CPU : Dimensity 800U 5G (7nm) Octa-core2.4GHz
  • GPU : Mali-G57
  • RAM : 8GB
  • ROM : 128GB
  • แบตเตอรี่ : 4310mAh
  • ระบบชาร์​จ : ชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0
  • กล้องหน้า : 32MP
  • กล้องหลัก : 3 ตัว
    • กล้องหลัก 64MP
    • กล้อง Wide Angle 8MP
    • กล้อง macro 2MP
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.1

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงพรีวิวคร่าว ๆ ของ OPPO Reno6 Z 5G ให้ได้เห็นฟีเจอร์และดีไซน์โดยรวมของรุ่นนี้เท่านั้น อย่างที่เห็นว่ารุ่นนี้มีฟีเจอร์กล้องพอร์ตเทรตที่เด่นจริง ๆ การใช้งานด้านอื่นทั้งการเล่นเกม การเชื่อมต่อต่าง ๆ รวมถึงกล้องในทุกฟีเจอร์ เดี๋ยวขอไปลองก่อนแล้วจะมาเขียนให้ในรีวิวฉบับเต็มเร็ว ๆ นี้ รอติดตามได้เลย เร็ว ๆ นี้แน่นอน !

อ๊ะ ๆ เกือบลืม ! เราแอบได้ของแถมของ OPPO Reno6 Z 5G มาแล้วด้วยนะ เอามาอวดเป็นน้ำจิ้มสำหรับใครที่สั่งจองรุ่นนี้ตั้งแต่วันที่ 22 – 29 กรกฎาคมนี้จะได้รับของแถมเป็นลำโพง Bluetooth พร้อม E-VIP รับประกันจอแตกนาน 1 ปีรวมมูลค่า 7,099 บาทไปเลยด้วย บอกเลยรอจองกันเลยครับ คุ้ม !

สำหรับ OPPO Reno6 Z 5G จะเปิดตัวทางการในบ้านเราวันพุธที่ 21 กรกฎาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป สามารถรับชมได้ผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้

Facebook OPPOThai  |  YouTube OPPO Thailand  |  Line OPPO Thailand  

Advertisement

กำลังฮอต

Advertisement

ใหม่ล่าสุด