รีวิว OPPO F11 จอใหญ่ กล้องหลังคู่ 48 + 5 ล้านพิกเซล และชาร์จไว VOOC 3.0

OPPO F11 สมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นที่มาพร้อมสเปคจัดเต็มไม่แพ้รุ่น Pro โดยมีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว Waterdrop ตอบโจทย์การถ่ายภาพด้วยกล้องหลังคู่สูงสุด 48 ล้านพิกเซล และชาร์จด่วน VOOC Flash Charge 3.0

OPPO F11 Review

สรุปสเปค OPPO F11

  • ราคาเปิดตัว 8,990 บาท (พฤษภาคม 2019)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.53 นิ้ว Panoramic Screen ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie)
  • ชิพเซ็ต Mediatek Helio P70 (12nm)
  • แรม 4GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB ใส่เมมเพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    • เลนส์หลักขนาด 48 ล้านพิกเซล f/1.79
    • Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 4020mAh, VOOC 3.0
  • รองรับ Bluetooth 4.2, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, microUSB
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

OPPO F11 Review

OPPO F11 มาในกล่องสีขาวและฝากล่องด้านหน้าจะมีรูปตัวเครื่องด้วย ซึ่งอุปกรณ์ที่ให้ในกล่อง ได้แก่

  • ตัวเครื่อง OPPO F11 และแบตเตอรี่ในตัว
  • อะแดปเตอร์ชาร์​จด่วน VOOC 3.0
  • สาย microUSB ที่รองรับ VOOC 3.0
  • หูฟัง
  • เคส
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • คู่มือใช้งาน

 

OPPO F11 Review

OPPO F11 มีรูปลักษณ์ดีไซน์สวยงามไม่แพ้ F11 Pro โดยแตกต่างกันที่กล้องหน้าของ F11 ถูกติดตั้งไว้บริเวณรอยบากที่มีขนาดเล็กบนหน้าจอ Waterdrop screen และมีขอบจอที่บางมากๆ ทำให้ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป

 

OPPO F11 Review

หน้าจอของ OPPO F11 มีขนาด 6.53 นิ้ว ดีไซน์แบบ Waterdrop screen และขยายหน้าจอให้ชิดขอบทุกด้าน ทำให้มีสัดส่วนหน้าจอมากถึง 90.9% ของพื้นที่ด้านหน้า อีกทั้งยังครอบด้วยกระจกกันรอยขอบโค้งมน ทำให้จับสบายมือมากขึ้น

 

OPPO F11 Review

พื้นที่ด้านหน้าของ OPPO F11 ยังมีความสวยงามและดูสะอาดตา โดยการซ่อน Light Sensor และ Proximity Sensor ให้อยู่ภายในบริเวณของช่องลำโพงที่อยู่ระหว่างกรอบด้านข้างหน้าจอ

 

OPPO F11 Review

ด้านหลังตัวเครื่องดีไซน์แบบ 3D โค้งเว้า และมาพร้อมกับการจัดวางโลโก้ OPPO แบบใหม่ที่ด้านหลังตัวเครื่องในแนวตั้ง จากเดิมจะเป็นข้อความในแนวนอน และมีข้อความเพิ่มเข้ามาว่า Designed by OPPO

 

OPPO F11 Review

ตัวเครื่องที่ใช้ในรีวิวนี้เป็นสี Fluorite Purple ซึ่งเป็นสีที่ใช้ระยะเวลานานในการสรรสร้างฟลูออไรต์บริสุทธิ์ให้ได้มุมที่สมบูรณ์แบบ ให้มุมมองของโทนสีน้ำเงินม่วงที่ดูสวยงามในทุกมุมมอง

อีกสีที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในไทยคือ Marble Green โดดเด่นด้วยการผสมกันระหว่างสีเขียวเข้มและสีดำแบบคลาสสิค ให้ความรู้สึกถึงความล้ำลึกด้วยการสะท้อนภายใต้สภาพแสงที่แตกต่างกัน

 

OPPO F11 Review

สำหรับกล้องหลังเป็นเลนส์คู่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล และ 5 ล้านพิกเซล ถัดลงมาเป็นไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่ง OPPO ได้เพิ่มความสวยงามโดยการทำกรอบเลนส์และกรอบปุ่มสแกนนิ้วมือให้มีความมันเงา

 

OPPO F11 Review

ขอบด้านล่างตัวเครื่องมีช่องหูฟัง 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB และลำโพงตัวเครื่อง

 

OPPO F11 Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power

 

OPPO F11 Review

ขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมแบบไฮบริด

 

OPPO F11 Review

นอกจากนี้แล้ว OPPO F11 ยังได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของลำโพงและไมโครโฟนใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกบังเมื่อเล่นเกมหรือใช้งานการโทร โดยติดตั้งลำโพงอีกหนึ่งตัวที่ตรงกลางขอบด้านบนตัวเครื่อง เพื่อให้รับเสียงได้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าไมโครโฟนอันหนึ่งจะโดนปิดหรือบดบัง ก็ยังมีไมโครโฟนอีกอันหนึ่งที่สามารถใช้ได้อยู่

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

OPPO F11 Review

OPPO F11 รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วในขณะนี้ ทำงานอยู่บน Android 9.0 Pie ทำให้ได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยไม่ต้องอัพเดท และในเวอร์ชั่นนี้ได้มีการปรับดีไซน์ UI ใหม่ เน้นเฉดสีพื้นหลังสีขาวที่ดูเรียบง่าย พร้อมกับการไล่เฉดสีที่ดูอ่อนโยน นุ่มนวล ทำให้เวลาใช้งานดูสบายตามากขึ้น

 

OPPO F11 Review

แอปพลิเคชั่นทุกตัวจะถูกจัดวางไว้ในหน้าจอโฮมทั้งหมด และไอคอนแอปพลิเคชั่นระบบได้รับการดีไซน์ใหม่เช่นเดียวกัน โดยมีสีสันที่สดใสและเป็นไอคอนแบบวงกลม ไม่จำเป็นจะต้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมอีกต่อไปแล้ว และเมื่อปัดหน้าจอลงจะมีช่องค้นหาสิ่งต่างๆ ในเครื่องได้สะดวกมากขึ้น

 

OPPO F11 Review

ในส่วนของ Notification Bar มีระบบการจัดการแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการใช้กฎ OPUSH ในการจัดลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือนของ ยุบการแสดงการแจ้งเตือนที่ไม่สำคัญ เพื่อลดการรบกวนของการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น และในส่วนของแผง Quick Settings มีปุ่มเมนูต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกแตะใช้งาน

 

OPPO F11 Review

ฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อรองรับเครือข่าย 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิม และรองรับ VoLTE การโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงสนทนามีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ และยังรองรับ VoWi-Fi ที่สามารถโทรผ่านไวไฟได้อีกด้วย

 

OPPO F11 Review

อย่างที่ทราบกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ OPPO มีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยให้การจัดการสิ่งต่างๆ ในตัวเครื่องนั้นง่ายและสะดวกสบายกับผู้ใช้งานมากขึ้น ซึ่งบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 ก็มีผู้ช่วยแบบชาญฉลาด (Smart Assistant) ที่มี UI แบบใหม่ โทนสีดูสบายตามากขึ้น ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่รวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสถาพอากาศ ติดตามก้าวเดิน กิจกรรมต่างๆ จากปฏิทิน แอปพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อยๆ และรายชื่อติดต่อโปรด เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใช้งานในคลิกเดียว โดยสามารถเข้าใช้งานได้โดยปัดหน้าจอโฮมไปทางขวาเพื่อเข้าสู่หน้าจอนี้

 

OPPO F11 Review

อนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ก็มีลูกเล่นสวยๆ ใหม่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นในขณะชาร์จแบตเตอรี่จะมีเอฟเฟ็กต์ไอคอนวงกลม VOOC และในหน้าจอคำแนะนำการบันทึกใบหน้าสำหรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าก็มีเอฟเฟ็กต์ตัวการ์ตูนและสีสันสดใสน่ารักๆ ด้วย

 

OPPO F11 Review

ColorOS 6 ได้รับการดีไซน์ให้ทำงานร่วมกับหน้าจอแบบ Full-Screen ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเพิ่มการใช้ท่าทาง Android P แบบใหม่ สามารถเข้าไปเลือกเปิดใช้งานได้ในเมนู การตั้งค่า > ตัวช่วยเพิ่มความสะดวก > ปุ่มการนำทาง

 

OPPO F11 Review

Riding Mode ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การขับขี่ไม่ถูกรบกวน เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยระบบจะใช้ตัวอักษรและปุ่มขนาดใหญ่ที่สามารถรับหรือปฏิเสธได้เท่านั้น และถ้าเลือกปฏิเสธสายโทรเข้า ระบบจะส่ง SMS กลับอัตโนมัติไปยังสายที่โทรเข้า หรือจะเลือกกำหนดเบอร์โทรศัพท์ที่อนุญาตในการรับสายได้ เพื่อไม่ให้พลาดสายที่สำคัญ

 

OPPO F11 Review

Smart Bar นอกจากใช้งานในแนวนอน ตอนนี้สามารถใช้งานในแนวตั้งได้แล้ว ช่วยสลับการใช้งานแอป ส่งไฟล์ ตอบแชท จับภาพหน้าจอขณะดูวิดีโอหรือเล่นเกมได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยจะมีการแสดงไอคอนแอป แบบลอยอยู่ด้านข้างหน้าจอ และสามารถเพิ่ม/ลด แอปพลิเคชั่นที่ต้องการใช้งานมาไว้ในส่วนนี้ได้ด้วย

 

OPPO F11 Review

ความฉลาดของ AI ในแอปพลิเคชั่นรูปภาพ มีความสามารถตรวจจับใบหน้าและจดจำใบหน้าของแต่ละบุคคลได้ เพื่อแยกเป็นอัลบั้มเดียวกัน ทำให้สามารถค้นหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงการแบ่งอัลบั้มตามสถานที่ และประเภทของรูปถ่ายได้ด้วย และยังใช้ประโยชน์จากการจดจำใบหน้าด้วย AI ในการนำมาใช้ร่วมกับฟีเจอร์ที่เรียกว่า ความทรงจำ (Memories) เพื่อนำภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นๆ มาทำเป็นคลิปวิดีโอน่ารักๆ บันทึกถึงความทรงจำจากการถ่ายภาพในแต่ละช่วงเวลา เช่น ไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่ง ก็รวมเป็นคลิปเดียวกันได้ เป็นต้น

 

OPPO F11 Review

OPPO F11 มีแอปพลิเคชั่นสำหรับจัดการโทรศัพท์ (Phone Manager) ที่คอยตรวจสอบการทำงานและแก้ไขให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมเพียงคลิกเดียว ไม่ต้องกดหาหรือไล่ลบแอปให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว

 

OPPO F11 Review

ในเรื่องของความปลอดภัย OPPO F11 สามารถแตะสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และใช้ใบหน้าจอในการปลดล็อคหน้าจอได้ ซึ่งการจำแนกใบหน้าจอถือว่าทำได้ดีมาก ปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OPPO F11 Review

OPPO F11 ใช้ชิพประมวลผล Mediatek Helio P70 ที่มีกระบวนการผลิตขนาด 12 นาโนเมตร โดยซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับตามการใช้งาน คือ Quad-core 2.1GHz Cortex-A73 และ Quad-core 2.0GHz Cortex-A53 พร้อมกราฟิกหรือจีพียู Mali-G72 MP3 และแรม 4GB โดยผลการทดสอบ AnTuTu เพื่อวัดภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู OPPO F11 ทำคะแนนรวมได้ 148,742 คะแนน

 

OPPO F11 Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ OPPO F11 ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,539 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 5,804 คะแนน

 

OPPO F11 Review

นอกจากนี้แล้วในการเล่นเกม ยังสามารถเปิดโหมดการเร่งความเร็วเกม Hyper Boost เพื่อเรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม เพื่อไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้

Hyper Boost ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องถึง 3 ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องเกม แต่ยังช่วยในส่วนของระบบ และแอปพลิเคชั่นทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว โดยมีความฉลาดในการรับรู้แอพพลิเคชั่นที่ไม่ใช้แล้วได้ เพื่อเรียกคืนหน่วยความจำตามระยะเวลาล่วงหน้า ลดระยะเวลาการจัดสรรหน่วยความจำ ส่งผลให้การตอบสนองมีความรวดเร็วมากขึ้น

 

OPPO F11 Review

สำหรับ Game Space เป็นแอปพลิเคชั่นที่เพิ่มความสะดวกในการจัดการเกมเอาไว้ในที่เดียว เลือกโหมดการจัดการเกมได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดประสิทธิภาพสูงสุด โหมดสมดุล และโหมดการใช้พลังงานต่ำ

 

OPPO F11 Review

Game Assistant ตัวช่วยในการเล่นเกมสำหรับเรียกใช้งานเมนูลัดระหว่างการเล่นเกมได้ง่ายๆ เช่น ปิดการแจ้งเตือน การจับภาพหน้าจอ การบันทึกหน้าจอเป็นวิดีโอ เป็นต้น ซึ่งเป็นเมนูที่เลือกใช้งานได้โดยไม่บดบังการเล่นเกม

 

OPPO F11 Review

สำหรับเกม RoV นั้น OPPO F11 Pro รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรทช่วงเข้าทีมไฟต์นิ่งมากระหว่าง 59-60 fps ส่วนฉากอื่นๆ วิ่งนิ่งมากที่ 60 fps และบางเฟรมวิ่งทะลุ 61 fps ซึ่งแทบไม่ตกมาที่ 59 fps เลย

 

OPPO F11 Gaming Review

ทดสอบเล่นเกม Asphalt 9 : Legends เกมแข่งรถจาก Gameloft ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์เกมคอนโซลที่สมจริงและภาพกราฟิกที่สวยงามมากขึ้นด้วยเทคนิค HDR พร้อมรถจากหลายค่ายดัง ก็สามารถเล่นบน OPPO F11 ได้ลื่นไหล ภาพแทบไม่มีกระตุกเลย

 

OPPO F11 Gaming Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุกแม้จะเป็นตอนขับรถก็ตาม เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ เล็งเป้าได้นิ่งๆ

 

OPPO F11 Gaming Review

ระบบระบายความร้อนของ OPPO F11 ใช้เจลในการช่วยระบายความร้อนที่ถูกติดตั้งไว้แถว CPU เพื่อให้อุณหภูมิของ CPU ไม่ร้อนจนเกินไปขณะเล่นเกม และมีการใส่อลูมิเนียมอัลลอยด์ด้านล่างของหน้าจอ ที่ทำให้อุณหภูมิโดยรวมของหน้าจอไม่ร้อนจนเกินไปเมื่อเล่นเกมต่อเนื่องเป็นชั่วโมง

OPPO ได้ร่วมมือกับ Dirac เพื่อใส่เทคโนโลยีระบบเสียงสเตอริโอผ่านหูฟังขณะเล่นเกม สามารถได้ยินเสียงแบบสเตอริโอในเกมได้ที่รองรับได้ เช่น เสียงปืนจากด้านหน้าซ้าย หรือเสียงรถจากด้านหลังขวา เป็น และรองรับระบบเสียงคุณภาพสูง Hi-Res ด้วย

 

OPPO F11 Review

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีความจุมากถึง 4020mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไป เปิดกล้องถ่ายรูปไปร้อยกว่ารูป, เล่นเกมต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง และเข้าเล่นโซเชียลทั่วไป พบว่าแบตเตอรี่อยู่ได้นานทั้งวันตั้งออกจากบ้านในตอนเช้าไปทำงานจนถึงตอนค่ำๆ โดยไม่ต้องใช้ Power Bank ระหว่างวัน

 

OPPO F11 Review

นอกจากนี้แล้ว OPPO F11 ยังมีระบบชาร์จไว VOOC 3.0 ด้วยกำลังไฟสูงสุด 20W โดยชาร์จได้เต็มเร็วมากขึ้นเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้า เพียงใช้หัวอะแดปเตอร์และสายชาร์จที่มาในกล่อง ซึ่งจากการทดสอบชาร์จแบตที่ 5% จน 46% ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากๆ โดยเทคโนโลยี VOOC 3.0 ยังได้รับการรับรองจาก TÜV SÜD ซึ่งได้รับการยอมรับจากองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำในด้านความปลอดภัยและความรวดเร็ว จึงมั่นใจได้ว่าการชาร์จแบต OPPO F11 นั้นมีความปลอดภัยทุกครั้งที่ทำการชาร์จ

 

กล้องถ่ายรูป

OPPO F11 Review

OPPO F11 มีกล้องหลังคู่ 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล โดยกล้อง 48 ล้านพิกเซล ประกอบด้วย 6 ชิ้นเลนส์ ทำให้รับภาพได้คมชัดมากขึ้น และมาพร้อมรูรับแสงกว้าง f/1.79 สามารถจับแสงได้สว่างมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือในที่ค่อนข้างมืด

 

OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review

สำหรับ Portrait Mode ซอฟต์แวร์กล้องมีระบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติเพื่อการโฟกัสตัวบุคคลที่แม่นยำและทำให้การละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

OPPO F11 Review OPPO F11 Review

การถ่ายภาพด้วย Portrait Mode จากกล้องหลังของ OPPO F11 ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงที่มีรูรับแสงกว้าง และกล้อง Depth Sensor ที่ช่วยเก็บระยะความลึกของภาพ ทำให้การละลายฉากหลังทำให้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ จะเห็นการตัดขอบนั้นทำได้เนียน เส้นผมเห็นเป็นเส้นๆ โดยที่ไม่ถูกเบลอออกไป

OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review

กล้องของ OPPO F11 ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการถ่ายภาพหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น AI Scene Recognition ที่ช่วยระบุฉากที่กำลังถ่าย เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ วิว ดวงอาทิตย์กำลังตก เป็นต้น แล้วปรับค่ากล้องให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพนั้นๆ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก

OPPO F11 Review OPPO F11 ReviewOPPO F11 Review

ความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนด้วย Ultra Night Mode ด้วยกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล ถือเป็นจุดเด่นของ OPPO F11 ที่ยืนยันถึงการพัฒนาด้านการถ่ายรูปที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ จาก OPPO โดยโหมดนี้มีการใช้เทคโนโลยี 4 พิกเซลรวมเป็นพิกเซลเดียวกัน ทำให้เก็บแสงและรายละเอียดได้ดีมากขึ้นและลดนอยซ์ได้

 

OPPO F11 Review

สำหรับการเปิดตัวโหมด HDR เป็นการถ่ายรูปหลายรูป ที่มีค่าความสว่างของแสงแตกต่างกัน แล้วเอาภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ซึ่งมีการพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์กล้องที่ดีขึ้น ทำให้การถ่ายภาพในโหมดนี้ไม่จำเป็นต้องถือกล้องนิ่งๆ ในการถ่ายภาพแล้ว

 

OPPO F11 Review OPPO F11 Review

นอกจากนี้แล้วการถ่ายภาพกลางวันก็ยังเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัดอีกด้วย และยังมีโหมด Dazzle Color เพื่อเพิ่มความสว่างและเพิ่มสีของภาพถ่ายให้สดใสมากขึ้น

 

OPPO F11 Review

กล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลของ OPPO F11 มีรูรับแสง f/2.0 และ Beautification ที่สามารถสร้างจุดบนหน้าผากเพิ่มขึ้นได้มากถึง 137 จุด ทำให้ AI สามารถปรับใบหน้าให้ออกมาเรียวสวยและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม หรือถ้าไม่ต้องแต่งรูปภาพก็สามารถปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

 

OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review OPPO F11 Review

แม้กล้องหน้าจะมีเพียงเลนส์เดียว แต่ก็สามารถถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ทำให้ภาพเซลฟี่ออกมาโดดเด่น และละลายฉากหลังได้ค่อนข้างเนียนมากๆ

 

OPPO F11 Review

นอกจากนี้แล้ว กล้องหน้าในโหมด HDR ก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน เห็นรายละเอียดทั้งด้านหน้าและฉากหลังมากขึ้น

สรุปจุดเด่น

  • OPPO F11 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีดีไซน์สวยงาม ราคาจับต้องได้ง่ายในงบต่ำกว่าหมื่นบาท
  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว Waterdrop มีรอยบากเล็กมากๆ และคมชัดระดับ FullHD+
  • รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ไม่ต้องรออัพเดท
  • ชิพเซ็ต Mediatek Helio P70 (12nm) และแรม 4GB พร้อมเทคโนโลยี Hyper Boost ทุกครั้งที่ใช้งานไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอป เล่นเกม ก็รู้สึกได้ว่าทำงานลื่นไหล ไม่ต้องรอนาน
  • กล้องหลัง 2 ตัว เลนส์หลักขนาด 48 ล้านพิกเซล f/1.79 + Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและถ่าย Portrait ได้สวย
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล เซลฟี่แล้วแชร์ได้ทันที ไม่ต้องแต่งให้ยุ่งยาก
  • แบตเตอรี่ขนาด 4020mAh ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน และชาร์จไว VOOC 3.0 ซึ่งอุปกรณ์ชาร์จนี้มีให้ในกล่อง ไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ถาดซิมแบบไฮบริด ต้องเลือกระหว่างใส่ซิม 2 หรือ microSD card