ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OPPO A7 หน้าจอ Waterdrop Screen แบตอึดใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO A7 สมาร์ทโฟนรอยบากรูปทรงหยดน้ำ Waterdrop Screen ที่ทำให้หน้าจอกว้างถึง 6.2 นิ้ว ดูหนังหรือเล่นเกมเห็นภาพเต็มตามากขึ้น มาพร้อมกล้องหลังเลนส์คู่โบเก้สำหรับถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลาย และแบตอึดใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน 4230mAh

OPPO A7 Review

สรุปข้อมูลและสเปค OPPO A7 (CPH1901)

  • ราคา 6,990 บาท (ธันวาคม 2018)
  • ขนาดตัวเครื่อง 155.9 x 75.4 x 8.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 168 กรัม
  • หน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720 x 1520 พิกเซล)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย ColorOS 5.2
  • ชิพเซ็ต Qualcomm Snapdragon 450
  • จีพียู Adreno 506
  • แรม 4GB
  • ความจุตัวเครื่อง 64GB ใสเมมเพิ่มได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ 13 + 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB, Wi-Fi, Bluetooth
  • แบตเตอรี่ 4230mAh
  • จดจำใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

OPPO A7 in Review

อุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ได้แก่ ตัวเครื่อง OPPO A7 พร้อมแบตเตอรี่ในตัว, สาย microUSB, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ, เคสใส, คู่มือใช้งาน และเข็มจิ้มถาดใส่ซิม

 

OPPO A7 Review

OPPO A7 เป็นรุ่นที่มีดีไซน์ฝาหลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจาก OPPO โดยตัวเครื่องสีทองสว่าง Glaring Gold ที่อยู่ในบทความรีวิวนี้ ได้มีการเพิ่มลวดลายเส้นตรงแนวตั้งบนฝาหลังที่มีผิวสัมผัสดีไซน์กระจก ทำให้ดูดีมีระดับ น่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น และอีกสีที่มีเลือกซื้อคือสีน้ำเงินเข้ม Glaze Blue

 

OPPO A7 Review

พื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องของรุ่นนี้เต็มไปด้วยพื้นที่ของหน้าจอแสดงผลที่ขยายให้ชิดขอบทุกด้าน และมาพร้อมหน้าจอรอยบากทรงหยดน้ำ Waterdrop Screen ซึ่งเป็นพื้นที่รอยบากเล็กๆ สำหรับติดตั้งเลนส์กล้องหน้า ทำให้ได้พื้นที่หน้าจอแสดงผลเพิ่มขึ้นถึง 88.4% ของพื้นที่ด้านหน้า

 

OPPO A7 in Review

ข้อดีของดีไซน์หน้าจอแบบ Waterdrop Screen เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านหน้าได้อย่างเต็มที่จริงๆ โดย OPPO A7 มีหน้าจอขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบยาวที่ให้มุมมองกว้างมากขึ้น เพื่อรองรับการแสดงผลคอนเทนท์และวิดีโอได้แบบเต็มตา

 

OPPO A7 Review

แม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ขนาดตัวเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับใช้งานถนัดในมือเดียว

 

OPPO A7 in Review

อีกหนึ่งความประณีตด้านการออกแบบของ OPPO คือการซ่อนลำโพงสำหรับคุยโทรศัพท์ที่แทบจะมองไม่เห็นหากไม่สังเกตดีๆ ทำให้ด้านหน้าตัวเครื่องดูสะอาดตา และมีการเคลือบผิวหน้าจอให้ดูเนียนเป็นพื้นหน้าจอที่ดำสนิทกลืมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมดด้วย

 

OPPO A7 in Review

OPPO A7 มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB และมีช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5mm ใช้งานร่วมกับหูฟังทั่วไปได้

 

OPPO A7 in Review

ถาดใส่ซิมเป็นแบบ 3 Slot รองรับซิมการ์ดขนาด Nano SIM จำนวน 2 ช่อง และใส่ microSD card เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับตัวเครื่องได้สูงสุด 256GB

 

OPPO A7 Review

ด้านหลังมีเลนส์กล้องคู่ในแนวนอน เลนส์หลักมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (RGB) และอีกเลนส์ 2 ล้านพิกเซล (Depth Sensor) สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ Portrait Mode

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

OPPO A7 in Review

OPPO A7 รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งก็เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วในขณะนี้ มาพร้อมกับเฉดสีที่ดูนุ่มนวล เรียบง่าย สบายตา และมี AI เข้ามาช่วยให้การจัดการสิ่งต่างๆ สำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนด้วย Smart Assistant ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่รวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสถาพอากาศ ติดตามก้าวเดิน กิจกรรมต่างๆ จากปฏิทิน แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อยๆ และรายชื่อติดต่อโปรด เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใช้งานในคลิกเดียว โดยสามารถเข้าใช้งานได้โดยปัดหน้าจอโฮมไปทางขวาเพื่อเข้าสู่หน้าจอนี้

 

OPPO A7 in Review

การจัดการตัวเครื่องให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทำได้ง่ายมากขึ้นด้วยแอพพลิเคชั่นจัดการโทรศัพท์ (Phone Manager) ที่ทาง OPPO ติดตั้งมาให้ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดหรือรุ่นไฮเอนด์ ซึ่งแอพตัวนี้จะคอยตรวจสอบการทำงานและแก้ไขให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมเพียงคลิกเดียว ไม่ต้องกดหาหรือไล่ลบแอพให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว

 

OPPO A7 in Review

หน้าจอแสดงผลสวยงามรูปหยดน้ำที่กว้างเต็มตามากขึ้นนี้ ทำให้การดูคอนเทนท์บนหน้าจอไม่มีรอยบากแถบยาวๆ ให้รบกวนสายตาอีกต่อไป

 

OPPO A7 in Review

ฟีเจอร์การแบ่งหน้าจอ (Split Screen) สำหรับแบ่ง 2 หน้าจอ ใช้งานแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกัน 2 แอพ เช่น เล่นเกมพร้อมกับแชทคุยกับเพื่อนๆ หรือดูวิดีโอและคุยแชทกับเพื่อนก็ทำได้ เป็นต้น

 

OPPO A7 in Review

Smart Bar มีการพัฒนามาถึงเวอร์ชั่นใหม่แล้ว จากเดิมที่ใช้งานได้เฉพาะในแนวนอน ตอนนี้สามารถใช้งานในแนวตั้งได้แล้ว ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้สลับการใช้งานแอพ หรือบันทึกภาพหน้าจอทำได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ไม่ต้องออกจากหน้าจอที่ใช้งานอยู่ในตอนนั้น

OPPO A7 in Review

ในเรื่องของระบบเสียง Real Original Sound เมื่อใช้งานผ่านหูฟัง เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ช่วยให้การฟังเพลงหรือเสียงมัลติมีเดียมีความใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด

OPPO A7 in Review

ความฉลาดของ AI ในระบบปฏิบัติากร ColorOS 5.2 ทำให้การจัดการอัลบั้มรูปภาพทำได้ง่ายมากขึ้น โดยระบบจะมีความสามารถในการตรวจจับใบหน้าและจดจำใบหน้าของแต่ละบุคคลแล้วทำการแยกเป็นอัลบั้มเดียวกันแบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถค้นหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงการแบ่งอัลบั้มตามสถานที่ และประเภทของรูปถ่ายได้ด้วย

 

OPPO A7 in Review

นอกจากแยกรูปภาพตามใบหน้าได้แล้ว ยังสามารถสร้างคลิปความทรงจำ (Memories) จากภาพของบุคคลนั้นได้ด้วย พร้อมเครื่องมือปรับแต่งคลิปสั้นๆ ได้แก่ สามารถเลือกธีม (Theme), ใส่เสียงเพลง, เปลี่ยนภาพปก, ใส่ข้อความ และเลือกรูปภาพที่ต้องการให้แสดงในคลิปได้ ซึ่งคลิปวิดีโอที่สร้างเสร็จแล้วจะบันทึกลงเครื่องหรือแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

 

OPPO A7 in Review

OPPO A7 รองรับเครือข่าย 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิมและรองรับ VoLTE การโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงสนทนามีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ และยังรองรับ VoWi-Fi ที่สามารถโทรผ่านไวไฟได้อีกด้วย

 

OPPO A7 in Review

ในเรื่องของความปลอดภัย นอกจากจะมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่องแล้ว ยังสามารถใช้การจดจำใบหน้าในการปลดล็อคหน้าจอได้ด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายในการเข้าใช้งาน เพราะในบางครั้งนิ้วมืออาจไม่สะดวกแตะปลดล็อค เช่น มือเปียกหรือเลอะ และใส่ถุงมืออยู่ เป็นต้น

 

OPPO A7 in Review

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน OPPO A7 ใช้ชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon 450 กับจีพียู Adreno 506 และแรม 4GB โดยมีฟีเจอร์เร่งความเร็วสำหรับการเล่นเกมด้วย เป็นการใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดให้สำหรับการเล่นเกม และไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้

 

OPPO A7 in Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก การควบคุมทิศทางทำได้รวดเร็วดี ร่วมไปถึงความแม่นยำในการระบุเป้ายิงก็ทำได้ค่อนข้างดี ซึ่งอาจมีอาการภาพสะดุดบ้างเวลาขับรถ แต่ภาพรวมสำหรับเกมนี้ถือว่าทำได้น่าพอใจเมื่อเทียบกับระดับราคาและฟีเจอร์อื่นๆ ที่ให้มาครบ โดยหากเล่นเกมทั่วไปที่ไม่ต้องเฟรมเรตสูงๆ ก็จะได้ลื่นไหล

 

OPPO A7 in Review

สำหรับเกม ROV แม้จะไม่รองรับการเล่นในโหมดเฟรมเรตสูง แต่ยังเลือกภาพในระดับ HD ได้ โดยเฟรมเรตที่ได้ในขณะเล่นเกมจะวิ่งอยู่ที่ 28-30fps ตลอดการเล่น ซึ่งนิ่งมากๆ ทำให้ภาพดูลื่นไหล

 

OPPO A7 Review

ความประทับใจของรุ่นนี้อยู่ที่แบตเตอรี่ความจุมากถึง 4230mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไป เปิดกล้องถ่ายรูป เล่นเกมต่อเนื่องกันเป็นชั่วโมง แบตเตอรี่ก็ยังอยู่ได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำๆ ไม่ต้องหาที่ชาร์จระหว่างวันเลย

 

กล้องถ่ายรูป

OPPO A7 Review

กล้องหน้าของ OPPO A7 มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และด้วยเลนส์ที่มีขนาดใหญ่ และมาพร้อมกับโหมด HDR สำหรับการเซลฟี่ที่คมชัดในทุกสภาพแสง

 

OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review

AI Beauty สำหรับกล้องหน้าทำออกมาได้เป็นธรรมชาติมาก สังเกตได้จากผิวหน้าที่มีความขาวเนียน แต่ยังคงให้รายละเอียดของเส้นผมที่คมชัด เก็บสีสันของสภาพแวดล้อมได้สวยสมจริง ไม่ว่าจะเป็นสีดำของเสื้อ และต้นไม้หรือใบไม้ที่เป็นเดียวกับของจริง อีกทั้งยังสามารถถ่ายย้อนแสงหรือที่แสงน้อยได้แบบไม่ต้องกลัวหน้ามืดด้วยโหมด HDR เพื่อให้ได้รายละเอียดของภาพที่คมชัดมากขึ้น

 

OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review

อีกหนึ่งลูกเล่นของกล้องหน้าคือการเอฟเฟ็กต์โบเก้ด้วยฟีเจอร์ Depth effect แบบหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีเกินคาด ละลายฉากหลังได้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ

 

OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review

กล้องหลังของ OPPO A7 เป็นเลนส์คู่ที่มีระบบโฟกัสที่ทำงานได้รวดเร็วมากๆ สังเกตได้จากภาพที่นางแบบกำลังบนชิงช้าที่กำลังแกว่ง และกำลังทำท่าสไลด์อยู่บนกระดานสไลเดอร์ กล้องก็สามารถเก็บภาพได้ทัน และมีความคมชัดมาก พร้อมกับ AI beauty เช่นเดียวกับกล้องหน้า และมีโหมดถ่ายภาพบุคคล Portrait Mode แบบหน้าชัดหลังละลายด้วย เพื่อให้ได้ภาพที่มีความโดดเด่นมากขึ้น

 

OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in ReviewOPPO A7 Camera in ReviewOPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review

จะเห็นว่าการละลายฉากหลังในโหมด Portrait ทำได้เนียนมาก ซึ่งเป็นความสามารถของเลนส์ Depth Sensor ที่ช่วยเก็บความลึกของภาพ และเลนส์หลักจะเก็บรายละเอียดของภาพให้มีความคชัด แล้วทำงานร่วมกันกับซอฟต์แวร์กล้องเพื่อให้การละลายฉากหลังมีความสวยงามเป็นธรรมชาติ

 

OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review

การถ่ายภาพย้อนแสงหรือสภาพแสงที่ไม่เท่ากันด้วย HDR จากกล้องหลังทำได้ดีเช่นเดียวกัน สามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งภาพ เพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ที่แสงไม่พอพร้อมกับให้เห็นรายละเอียดในพื้นที่แสงจ้า และหน้าไม่มืดด้วย

 

OPPO A7 Camera in Review

นอกจากนี้แล้ว ยังมีโหมด AR Stickers สำหรับเพิ่มความสนุกให้กับภาพถ่ายได้ด้วยสติกเกอร์ที่เลือกใส่ได้แบบเรียลไทม์ระหว่างการถ่ายรูปทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

ภาพถ่ายจากกล้อง OPPO A7

OPPO A7 camera in Review OPPO A7 camera in Review OPPO A7 camera in Review OPPO A7 camera in Review OPPO A7 camera in Review OPPO A7 camera in Review OPPO A7 camera in ReviewOPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review OPPO A7 Camera in Review

 

สรุปจุดเด่น

  • OPPO A7 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์ฝาหลังด้วยลายเส้นทำให้มีรายละเอียดที่โดดเด่น และหน้าจอแสดงผลขนาด 6.2 นิ้ว มีรอยบากแบบหยดน้ำ ทำให้เห็นขอบดำน้อยลง ดูหนัง เล่นเกม ได้เต็มตามากขึ้น
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย ColorOS 5.2 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม้แพ้รุ่นเรือธง
  • กล้องหลังเลนส์คู่สามารถถ่ายภาพ Portrait Mode ได้สวยงาม ละลายฉากหลังได้เนียน และระบบโฟกัสทำงานได้รวดเร็วดี ในขณะที่กล้องหน้าถูกใจคนชอบเซลฟี่แน่นอนด้วยกล้อง 16 ล้านพิกเซล AI Beauty
  • แบตเตอรี่ 4230mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่แถมหูฟัง

Android News

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 10,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

พาไปสัมผัสประสบการณ์สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นแรก Samsung Galaxy A71 5G ที่รองรับการใช้งาน AIS 5G ได้ในราคาเบาๆ ที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ง่ายมากขึ้น เริ่มต้นเพียง 10,490 บาท (ปกติ 19,990 บาท)

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G 01

Samsung Galaxy A71 5G สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมสเปคจัดเต็มและได้รับการอัปเกรดมาเพื่อรองรับสายเกมมิ่ง เล่นกันได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ได้ประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

และรองรับการใช้งานบนเครือข่าย AIS 5G ซึ่งมีความเร็วดาวน์โหลดระดับ 1Gbps ช่วยให้การดาวน์โหลดไฟล์หรือเกมขนาดใหญ่ๆ ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็ดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย รวมไปถึงการดูคอนเทนท์วิดีโอ YouTube, Netflix ก็ไม่มีสะดุด

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

ตัวเครื่องมาพร้อมชิปเซ็ต Exyos 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตซีรีส์เรือธงจาก Samsung ที่เน้นการเล่นเกมได้เต็มที่ จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ต้องบอกว่ามันส์สุดๆ ไปเลย ภาพบนหน้าจอไหลลื่นสบายตา เห็นสภาพแวดล้อมในเกมได้แบบเต็มตาด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ Infinity-O และที่สำคัญเกมคือความหน่วงต่ำของเครือข่าย AIS 5G ทำให้การตอบสนองทำได้อย่างรวดเร็ว โอกาสชนะก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

นอกจากสเปคที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมแล้ว ซอฟต์แวร์ Game Plugin ยังเป็นตัวช่วยที่เสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ทำได้เต็มที่มากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอัตราเฟรมเรต (FPS) ให้ภาพไหลลื่น ไม่มีสะดุด และจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการเล่นเกมตลอดการเล่น ทำให้เล่นได้สนุก ไม่มีหัวร้อนกันอย่างแน่นอน

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

สำหรับสาย Entertain ก็ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เพลิดเพลินได้ไม่มีสะดุด ด้วยหน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาดกว้าง 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ สีสันสดใส เห็นภาพ ดูคอนเทนท์ต่างๆ ได้เต็มตา และไม่มีรอยบากรบกวนสายตาด้วยหน้าจอแบบ Infinity-O

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

อีกจุดเด่นที่พลาดไม่ได้ใน Samsung Galaxy A71 5G ก็คือเรื่องกล้องถ่ายรูป โดยด้านหลังมีให้ 4 กล้อง ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล ถ่ายสวยในทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นที่แสงน้อยก็ได้ภาพที่สวยคมชัด

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

หรือจะเป็นการถ่ายมุมกว้างด้วยกล้อง Ultra-Wide เก็บองค์ประกอบรอบๆ ได้ครบ เพราะตัวกล้องเห็นได้กว้างถึง 123 องศาเลยทีเดียว อยู่ใกล้ๆ ก็เก็บได้ครบ ไม่ต้องถอยห่างเพื่อถ่ายรูปอีกต่อไปแล้ว

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

สายเซลฟี่ก็ถ่ายสนุกด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล พร้อม Beauty Mode ปรับความเนียนของใบหน้าให้ออกมาสวยได้ทันที พร้อมแชร์ลงโซเชียลได้เลย ไม่ต้องแต่งผ่านแอปพลิเคชั่นอื่นให้ยุ่งยาก

 

Samsung Galaxy A71 5G สมาร์ทโฟน Exclusive only at AIS เมื่อสุดยอดสมาร์ทโฟนสเปคเทพ มาเจอกับเครือข่าย AIS 5G ที่ดีที่สุดแล้ว ต้องบอกเลยว่าจะพบกับความสนุกกว่า แรงกว่า ท้าทายทุกข้อจำกัด อย่างแน่นอน และตอนนี้ก็มีโปรโมชั่นลดค่าเครื่องในราคาเริ่มต้นเพียง 10,490 บาท ดูเงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.co.th/samsungaseries/

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G จัดเต็มด้วยขุมพลัง Snapdragon 765G 5G ใช้งานเครือข่าย 5G ได้เร็วแรง พร้อมหน้าจอสุดลื่น Ultra Smooth 120Hz และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Dart Charge

 

สรุปสเปค realme X50 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.8 × 75.8 × 8.9 มม.
  • น้ำหนัก : 202 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth 120Hz ชนิด IPS LCD ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, Refresh Rate 120Hz, อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 90.4% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 765 5G Octa Core ความเร็ว 2.4GHz
  • GPU : Adreno 620
  • RAM : 8GB LPDDR4x
  • ROM : 128GB (UFS 2.1)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.3
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 ซม.
    • เลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ต USB Type-C และรองรับเครือข่าย 5G
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับ 30W Dart Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องมาในสีเหลืองตามสไตล์ของ realme พร้อมมีชื่อรุ่น realme X50 5G ที่หน้ากล่อง ขณะที่ด้านหลังจะบอกจุดเด่นของ realme X50 5G แบบชัดเจน

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง realme X50 5G พร้อมฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้เรียบร้อย
  • อะแดปเตอร์ 30W Dart Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคสใสซิลิโคน
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

realme X50 5G โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ที่เน้นเรื่องความธรรมชาติในสีสันตัวเครื่องอย่างมาก ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีเขียว Jungle Green เปรียบเสมือนสีของป่าเขียวชอุ่มที่เล่นลวดลายเป็นเส้นสวยโค้งอย่างงาม และเมื่อยิ่งสะท้อนแสงมุมต่างๆ ก็ให้ความสวยงามในหลากหลายแบบเช่นกัน ขณะที่อีกสีจะเป็น Ice Silver ที่ให้ความเยือกเย็นแบบธารน้ำแข็งขั้วโลก

 

ในเรื่องการจับถือก็ไม่ลื่นมือเพราะได้ใช้เทคโนโลยี Optical Plating แบบใหม่ ใครที่ลองสัมผัสจะรู้สึกเลยว่ามีความนุ่มในตัวผิวสัมผัส ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะลื่นหล่นได้ง่ายๆ ครับ

 

หน้าจอ realme X50 5G จัดมาให้แบบลื่นๆ แบบ Ultra Smooth 120Hz ช่วยให้การสัมผัสระหว่างการใช้งานเป็นไปได้ไหลลื่นมากๆ ที่สำคัญยังช่วยในเรื่องการกดที่แทบจะเรียลไทม์ ไม่ดีเลย์

 

นอกเหนือจากความลื่นแบบ Refresh Rate 120Hz หน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ ยังมีขนาดขนาดใหญ่ถึง 6.57 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 ใครที่ชอบเล่นเกมหรือชม Netflix ก็ทำได้เต็มตา เห็นได้กว้างกว่าคนอื่นแน่นอน

 

ที่บริเวณรอบเครื่อง เริ่มที่เหนือหน้าจอ realme X50 5G จะมีกล้องหน้าฝังในหน้าจอ Dual In-Display Selfie มุมซ้ายบน และลำโพงสนทนาที่อยู่ตรงกลาง

 

ฝั่งซ้ายตัวเครื่องจะเป็นปุ่มเพิ่มและลดเสียง

 

ส่วนทางขวามีปุ่ม Power ที่เป็นระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในปุ่มเดียวครับ

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีตั้งแต่ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ขณะที่ด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์จัดเรียงเป็นแนวตั้งพร้อม พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X50 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย UI ของตัวเองอย่าง realme UI 1.0 ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นลดลงถึง 14% รวมถึงลดการใช้งาน RAM ถึง 20% และอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 40% (*ในภาพเป็น RAM 6GB เพราะเป็นเครื่องทดสอบ เครื่องขายจริงจะมี RAM 8GB*)

 

หน้าตา UI : realme UI 1.0

 

รองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่องไม่ต้องรออัปเดท

realme X50 5G แกะกล่องมาก็สามารถใช้งานเครือข่าย 5G ในไทยได้ทั้งหมดทันทีครับ โดยไม่จำเป็นต้องอัปเดท ที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ Smart 5G สับเปลี่ยนการใช้งานเครือข่าย 4G และ 5G แบบอัตโนมัติ เพื่อให้ประหยัดแบตเตอรี่ลงได้ด้วย

สำหรับคลื่น 5G ที่รองรับมีทั้งหมด 12 คลื่นทั่วโลก ได้แก่ n1, n3, n5, n7, n8, n20, n28, n38, n40, n41, n77, n78

 

ปรับแต่งไอคอนตามสไตล์ realme UI

ด้วยความที่เป็น realme UI เราสามารถปรับแต่งลักษณะของไอคอนได้ตามใจชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะวัสดุ, กรวดหิน หรือการปรับเองได้ตามใจชอบ

 

โหมดกลางคืน

realme UI มาพร้อมกับโหมดกลางคืนที่เปลี่ยนธีมของเครื่องให้มืดเพื่อให้เราใช้งานตอนกลางคืนได้สบายตากว่าเดิม

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

realme X50 5G มาพร้อมกับระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้าวตัวเครื่อง ที่ต้องบอกว่าสะดวกมากๆ เพียงแค่หยิบขึ้นมาจับเครื่องในท่าทางปกติก็ปลดล็อกให้ทันทีครับ อย่างเราลงทะเบียนนิ้วกลางมือซ้ายหรือนิ้วโป้งมือขวาครับ

 

ที่สำคัญก็ยังมีเทคโนโลยีสแกนใบหน้าที่ลงทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการใช้งานก็ทำได้ไม่แพ้กันครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ใครที่เป็นสายเกมต้องบอกว่า realme X50 5G นั้นคุ้มค่าจริงๆ ครับ เพราะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้พลังงานลงถึง 35% แถมด้วย GPU อย่าง Adreno 620 ช่วยให้เล่นเกมได้ไหลลื่นแน่นอน

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 318,540

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 598 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,937

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

realme X50 5G มีฟีเจอร์ Game Space เช่นเคยครับ เป็นการรวมเกมทั้งหมดที่เราดาวน์โหลดไว้ในที่เดียว ซึ่งยังมีโหมดแข่งขันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม และปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

มากันที่เกมสุดฮิตอย่าง ROV นั้นสามารถเปิดการแสดงผลที่ระดับสูง ขณะที่ภาพ HD และเฟรมเรทสูงจะเปิดได้แบบสูงสุดครับ โดยทดสอบการเล่นในโหมด 5 VS 5 สามารถเล่นได้นิ่งๆ เฟรมเรทไม่มีดรอปตั้งแต่เริ่มเกม ช่วงที่บวกใส่สกิลกันเยอะ หรือช่วงท้ายเกมก็ไม่มีอาการสะดุดให้เห็นครับ

 

Call of Duty: Mobile

มาต่อที่เกม Call of Duty: Mobile สามารถเล่นเกมนี้ได้แบบกราฟิกระดับสูงแบบ Very High ทั้งหมดครับ แล้วเล่นในโหมด 100 คน Battle Royale ได้แบบสบายๆ ครับ เรื่องการสัมผัสก็ทำได้ลื่นมากๆ ด้วยหน้าจอแบบ 120Hz แล้วเรื่องการกดยิงก็แทบไม่มีอาการดีเลยืให้เห็นครับ

 

PUBG Mobile

และอีกแนว FPS ที่สายเกมไม่ควรพลาดอย่าง PUBG Mobile ก็สามารถเปิดได้ในระดับ HD และเฟรมเรทระดับสูง โดยการเล่นต่างๆ ก็แทบไม่ต่างจาก Call of Duty: Mobile ที่เล่นได้แบบไหลลื่น

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย 30W Dart Charge

สำหรับแบตเตอรี่ของ realme X50 5G มีให้ถึง 4200mAh ทำให้ใช้งานทั่วไปหรือถ่ายภาพได้ตลอดวันแน่นอนครับ ส่วนใครที่เล่นเกมก็อาจเล่นได้ประมาณครึ่งวันครับ ทั้งนี้ หากแบตใกล้หมดก็ยังมีเทคโนโลยี 30W Dart Charge ที่ชาร์จได้ถึง 60% -70%ใน 30 นาที ขณะที่เต็ม 100% ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครับ

 

กล้องถ่ายรูป

realme X50 5G จัดเต็มเรื่องกล้องมาให้แบบเต็มๆ เช่นกัน แบ่งเป็นกล้องหลัง 4 เลนส์ และกล้องหน้าอีก 2 เลนส์ทำให้ถ่ายภาพความละเอียดสูงและในแบบ Portrait นั้นทำได้ดีมากๆ

คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล

realme X50 5G จัดเลนส์หลักคมชัดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล ทำให้มีพิกเซลที่เยอะ ช่วยให้เราใช้งานภาพในโหมดนี้ได้หลายงาน เช่น การปริ้นท์รูปภาพเป็นภาพใหญ่ๆ เป็นต้น


ภาพถ่ายโหมดคมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล / ครอป


ภาพถ่ายโหมดคมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ถ่ายคลิกเดียวก็สวยงามด้วย AI

แม้ว่าใครที่จะไม่ได้ใช้งาน 48 ล้านพิกเซลใน realme X50 5G เพียงแค่เราใช้งานโหมดปกติ AI ก็จะตรวจจับวัตถุและแยกแยะให้มีสีสันเหมาะสมในแต่ละอย่างครับ ที่สำคัญเรื่องของแสงและเงาก็ทำได้ดียิ่งขึ้นด้วย

 

Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา

เลนส์ Ultra Wide Angle มีมุมกว้างถึง 119 องศา ทำให้เราได้ภาพที่เก็บได้ครบทั้งฉากหลัง โดยที่ไม่ต้องถอยออกไปถ่ายไกลๆ โดยเรื่องของสีสันและแสงต่างๆ ถือว่าสวยงามและคมชัดอย่างมาก


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

Portrait สวยงามเบลอหลังได้เนียนๆ

realme X50 5G จัดเต็มในเรื่องการถ่าย Portrait ที่ถ่ายได้สวยงามไม่ต่างจากเรือธงรุ่นอื่นๆ ภาพที่ได้มีความเนียนตา เบลอหลังตัดขอบได้เนียน พร้อมใบหน้าของบุคคลจะมีความบิวตี้ที่ปรับให้แบบอัตโนมัติด้วย ซึ่งโหมดนี้ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังที่ความสามารถแทบไม่ต่างกันเลยด้วย

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนคมชัดด้วยฟีเจอร์ Nightscape 3.0

เรื่องการถ่ายภาพกลางคืนต้องบอกว่า realme X50 5G ทำออกมาได้ดีสุดๆ ในตอนกลางคืนที่มีแสงรอบข้างเยอะๆ จะมีความสดใสในภาพมาก ทำให้ดูสว่างและมีความคมชัด ภาพดูไม่ฟุ้ง ที่สำคัญระบบจะประมวลผลไม่นานเพียง 4-5 วินาทีเท่านั้น แถมใช้งานได้ทั้งเลนส์หลักและเลนส์ Ultra-Wide Angle ด้วย


โหมดปกติ / โหมด Nightscape 3.0

 

สีสันจัดเต็มยิ่งขึ้นด้วยโหมด Chroma Boost

สำหรับการถ่ายด้วยโหมดปกตินั้นจริงๆ ถือว่าสีสันออกมาสวยงามแล้ว แต่ realme X50 5G ก็มีโหมด Chroma Boost เพิ่มสีสันให้จัดขึ้นไปอีกขั้นครับ ซึ่งเราจะได้สีสันที่มีเฉดสีเข้มขึ้น พร้อมได้แสงและเงาที่มีมิติกว่าเดิมด้วย


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost

 

เจาะวัตถุได้ไกลถึง 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ใครที่ชอบเห็นวัตถุใกล้ๆ ต้องบอกว่าเลนส์ Macro ใน realme X50 5G นั้นทำออกมาได้ดีเกินคาด ให้เราเห็นสิ่งเล็กๆ ได้ ขนาดที่ดวงตาเราไม่โฟกัสแล้ว ซึ่งสีสันของวัตถุที่ถ่ายอาจจะดรอปจากเลนส์หลักบ้าง แต่ความสวยงามยังคงมีอยู่ครบแน่นอน

 

ถ่ายกล้องหน้าสวยงาม AI Beauty

realme X50 5G มีกล้องหน้าเลนส์หลักความละเอียดสูง 16 ล้านพิกเซล ซึ่งด้วยความที่มี AI ทำให้ระบบตรวจจับเพศ สีผิว และใบหน้าทุกรูปแบบ ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคลลครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ใช้งานได้แบบไหลลื่นทั้งเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป ไม่มีสะดุด
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว ใช้งานได้ลื่นมือและจอใหญ่เต็มตา
  • มีแบตเตอรี่ถึง 4200mAh พร้อมชาร์จเร็ว 30W Dart Charge ไม่ถึงชั่วโมงก็เต็ม
  • กล้องหลังจัดเต็ม 4 เลนส์ ฟีเจอร์ครบครัน
  • กล้องหน้าคู่สวยงาม ถ่าย Portrait ได้เนียนตา

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่ป้องกันน้ำ

realme X50 5G สนนราคาอยู่ที่ 12,990 บาท เริ่มโดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ พร้อมรับฟรี! VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี และเครื่องทำความชื้น มูลค่ารวมกว่า 5,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนที่จะมาปลดล็อกตัวตนที่ดีที่สุดของคุณด้วยการถ่ายภาพที่มีฟีเจอร์ครบครันทั้งการเซลฟี่และกล้องหลัง 4 เลนส์สุดอัจฉริยะ ทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ใน ColorOS 7.2 ให้ผู้ใช้งานได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกด้วย

 

สรุปสเปค OPPO Reno4

  • ขนาดตัวเครื่อง : 160.3 x 73.9 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก : 165 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Dual Punch-hole Display ชนิด AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • GPU : Adreno 618
  • RAM : 8GB
  • ROM : 128GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 เซ็นเซอร์ Sony IMX586
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ระบบโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.2
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4015 mAh รองรับ 30W VOOC Flash Charge 4.0

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ลวดลายของ OPPO Reno4 ถือว่าทำออกมาได้สวยงามแปลกตาครับ ที่นอกจากจะมีสีเขียวตามแบรนด์ของ OPPO เองแล้ว การเล่นลวดลายบนกล่องยังเขียนคำว่า “RENO” ได้อย่างมีเอกลักษณ์เลยทีเดียว

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno4
  • อะแดปเตอร์ 30W VOOC Flash Charge 4.0
  • หูฟัง
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ OPPO Reno4 เรียกได้ว่าเป็นตัวชูโรงอย่างแรกเลยก็ว่าได้ โดยที่วัสดุที่ใช้จะไม่มีความลื่นมือ จับถือได้พอดี ใช้งานในมือเดียวได้ค่อนข้างสะดวก ที่สำคัญลวดลายตัวเครื่องมาแบบ OPPO Monogram พร้อมสีดำ Space Black เมื่อสะท้อนกับแสง ช่วงล่างตัวเครื่องจะมีตัวอักษร “OP” ระยิบระยับบ่งบอกถึงแบรนด์ OPPO ได้อย่างสวยงามสุดๆ ครับ

 

น้ำหนักของ OPPO Reno4 ถือว่ามีน้ำหนักที่เบาเพียง 165 กรัม และบางสุดๆ ที่ 7.7 มม. สะดวกทั้งการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมครับ

 

หน้าจอแสดงผลของ OPPO Reno4 มาแบบ Dual Punch-hole Display ชนิด AMOLED ที่ฝังกล้องหน้า 1 เลนส์ลงในหน้าจอบริเวณมุมซ้ายบน (อีกเลนส์เป็น AI-enhanced Smart Sensor) ทำให้มีขนาดอยู่ที่ 6.4 นิ้ว พร้อมพื้นที่การแสดงผลถึง 90.7% ทำให้ใช้งานได้เต็มตา ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือภาพยนตร์ใน Netflix และอื่นๆ

 

เรื่องความสดใสของหน้าจอต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีมาก ด้วยความที่เป็นชนิด AMOLED มี Color gamut 96% NTSC และมีความสว่างจอสูงสุดที่ 409 PPI

 

มาดูรอบเครื่องกันต่อครับ ที่เหนือหน้าจอแสดงผลมีลำโพงสำหรับสนทนาตรงกลาง โดยมีกล้องหน้า Dual Punch Hole Display ที่มุมซ้ายบน

 

ทางซ้ายตัวเครื่องมีทั้งช่องใส่ซิมการ์ด NanoSIM จำนวน 2 ช่อง พร้อมด้วย MicroSD Card อีก 1 ช่อง ถัดลงมาข้างล่างจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

 

ด้านขวามีเพียงปุ่ม Power

 

ส่วนด้านบนตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ด้านล่างมีทั้งช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ที่ 3 เลนส์ฝั่งซ้ายมีขนาดเท่ากัน ส่วนอีกเลนส์จะมีขนาดเล็กด้านบน และด้านล่างมีไฟแฟลช LED ครับ

 

กล้องถ่ายรูป

มาถึงเรื่องที่ชูโรงที่สุดของ OPPO Reno4 ตามคอนเซ็ปต์ “Clearly the best you” ที่ถือว่าจัดเต็มในเรื่องฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาให้เพียบ! โดยกล้องแต่ละเลนส์มีดังตามด้านล่างนี้เลยครับ

กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 เซ็นเซอร์ Sony IMX586
  • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ Sony IMX616

 

AI Color Portrait เปลี่ยนฉากหลังเป็นขาวดำ

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้กับฟิลเตอร์ที่อยู่ในโหมดภาพถ่ายบุคคลอย่าง AI Color Portrait จะเป็นการไฮไลท์บุคคลให้ยังคงเป็นสีสันอยู่ แต่ฉากหลังจะเปลี่ยนเป็นขาว-ดำทั้งหมด ซึ่งในจุดนี้ต้องชมระบบ AI และเลนส์ Mono ที่ตรวจจับคนได้ดีและรวดเร็วครับ แม้ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือรองเท้าก็ยังไม่ถูกเบลอเป็นขาว-ดำออกไป

 

ถ่ายกลางคืนพร้อมโบเก้สวยๆ ด้วย Night Flare Portrait

นอกจากที่จะมีฟิลเตอร์ AI Color Portrait แล้ว ในตอนถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืนก็ถือว่าสวยงามเพราะจะมีฟิลเตอร์Night Flare Portrait เบลอฉากหลังพร้อมให้เอฟเฟ็กต์ของแสงดูเป็นประกายมากขึ้นด้วย

 

เซลฟี่ที่มืดก็ไม่ต้องกลัวเพราะมี Ultra Night Selfie Mode

ใครที่อยู่ในที่แสงน้อยๆ หรือในตอนกลางคืนก็ไม่ต้องกลัวว่าใบหน้าเราจะเบลอไปกับการเซลฟี่ครับ เพราะ OPPO Reno4 ก็มีเซลฟี่โหมดกลางคืน ให้ใบหน้าเราสว่างขึ้นอย่างชัดเจนและไม่เบลอด้วย


โหมดปกติ / Ultra Night Selfie Mode

โหมดปกติ / Ultra Night Selfie Mode

โหมดปกติ / Ultra Night Selfie Mode

 

คมชัดสูงสุด Ultra Clear 108MP Image

แม้ว่ากล้องหลังของ OPPO Reno4 จะมีเลนส์หลักความละเอียดสูงสุดที่ 48 ล้านพิกเซล แต่ด้วยอัลกอริทึมและ AI ได้เข้ามาช่วยในเรื่องการเก็บความละเอียดของภาพให้ดียิ่งขึ้นทำให้คมชัดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล โดยเมื่อซูมเข้าไป เราจะเห็นว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ยังคงเก็บได้ชัดเจนมากๆ


โหมดปกติ / โหมด Ultra Clear 108 ล้านพิกเซล

 

AI อัจฉริยะ แค่กดถ่ายก็ได้ภาพสวยงาม

ในเรื่องกล้องของ OPPO Reno4 ต้องบอกเลยว่าแค่ยกขึ้นมาถ่ายก็ได้ภาพที่สวยแล้วครับ โดยเฉพาะเมื่อมี AI เข้ามาเรียนรู้ว่าวัตถุที่เราโฟกัสนั้นคืออะไร ก็ทำให้ AI ช่วยปรับแสงและสีให้เหมาะสมกับแต่ละสิ่ง รวมถึงการถ่ายภาพคนก็ทำได้สวยงามครับ

 

Ultra-Wide Angle มุมกว้างขั้นสุด เก็บได้ครบทุกมุม

เลนส์ Ultra-Wide Angle ของ OPPO Reno4 ถือว่าให้มุมมกว้างมากๆ ทำให้เราเก็บภาพได้ครบองค์ประกอบ ทั้งบรรยากาศด้านหลัง รวมถึงท้องฟ้าที่ให้ความสวยงามมากขึ้น ไม่ต้องถอยออกไปไกลๆ ส่วนเรื่องความสดใสและสีสันของภาพต้องบอกว่าแทบไม่ต่างจากเลนส์หลักครับ


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra-Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra-Wide Angle

 

Portrait โดดเด่น ฟีเจอร์ก็จัดเต็ม

ความสุดยอดของกล้อง OPPO Reno4 ในเรื่องการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ มีการตรวจจับฉากหลังพร้อมกับการเบลอได้รวดเร็วและแม่นยำครับ การตัดขอบตัวบุคคลทำได้ยอดเยี่ยม ที่สำคัญใบหน้าของเราก็ยังสว่างแม้ว่าจะอยู่ในที่แสงน้อยหรือสภาพย้อนแสง

 

Ultra Dark Mode ถ่ายกลางคืนก็สว่างแม้แสงน้อยสุด

ในโหมด Ultra Dark Mode ของรุ่นนี้ก็ยังคงให้ภาพที่มีความสว่างมากขึ้นในสภาพแสงน้อย ถ้าถ่ายบรรยากาศในตอนกลางคืนตามสถานที่ต่างๆ ต้องชอบแน่นอนครับ ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในห้องนอนมืดๆ เราก็จะเห็นความแตกต่างระหว่างโหมดปกติและ Ultra Dark Mode แน่นอน

 

ถ่ายได้ใกล้สุดด้วยเลนส์ Macro

มีให้ครบครันสำหรับฟีเจอร์กล้องหลังที่มีโหมด Macro ให้เราถ่ายภาพในระยะใกล้ได้สูงสุดถึง 4 เซนติเมตร ภาพที่ถ่ายออกมายังคงมีสีสันที่สวยงาม พร้อมแสงและเงาคมชัด

 

กล้องหน้าความละเอียดสูง

จบกล้องหลังไป กล้องหน้าของ OPPO Reno4 ก็จัดเต็มเช่นกันครับ โดยมีความละเอียดสูง ให้เราได้เซลฟี่ตัวเองได้คมชัด พร้อมกับฟีเจอร์ AI Beauty มาให้เพิ่มความเนียนอีกด้วย ใครที่ไปเที่ยวแล้วต้องการเซลฟี่ให้เห็นบรรยากาศด้านหลังก็ทำได้แบบสบายๆ

 

กล้องหน้า ถ่าย Portrait ก็สวย

กล้องหลังมี Portrait ไปแล้ว การเซลฟี่ก็ทำได้สวยงามไม่แพ้กันครับ ฉากหลังของเราจะเบลอ ทำให้เราดูโดดเด่นมากขึ้นและมีมิติกว่าเดิม

 

การถ่ายวิดีโอ

สุดท้ายนี้ก็ยังมีโหมด Monochrome Video ที่จะเป็นการจำแนกสีต่างๆ ให้เป็นขาว-ดำ และจะแสดงสีที่เราเลือกเท่านั้น ได้แก่ แดง, เขียว, ฟ้า หรือการคงสภาพสีของรูปถ่ายบุคคล

 

นอกจากนี้ในเรื่องการถ่ายวิดีโอก็ยังรองรับการถ่าย AI Slow-motion ที่ทำได้สูงสุดถึง 960fps ในความละเอียด 720p รวมถึงความละเอียดอื่นๆ ได้แก่ 480fps@1080P, 240fps@720P และ 120fps@1080P รวมไปถึงการถ่ายSlow-motion ที่กล้องหน้า 240fps@720P และ 120fps@ 1080P

View this post on Instagram

ถ่าย Slow-Motion ด้วย OPPO Reno4

A post shared by iphone-droid (@iphone_droid) on

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

OPPO Reno4 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย UI รุ่นล่าสุดของแบรนด์อย่าง ColorOS 7.2 เป็นครั้งแรก ซึ่งการอัปเดทนี้ได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้ามาเพียบจริงๆ ครับ

 

แสดงผลนาฬิกาพร้อมแจ้งเตือนผ่านฟีเจอร์ Alway-on Display

ด้านความที่เป็นหน้าจอ AMOLED ก็ต้องมาพร้อมฟีเจอร์นี้ครับ ที่เป็นการบอกเวลา, วันที่ พร้อมไอคอนการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชั่นต่างๆ

 

ทั้งนี้ เรายังสามารถปรับสไตล์นาฬิกาได้ทั้งแบบดิจิทัลและแอนะล็อก รวมถึงกำหนดเวลาในการแสดงผลเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ลดเร็วในช่วงกลางคืนครับ

 

เซ็นเซอร์อัจฉริยะ AI-enhanced Smart Sensor เพิ่มความสะดวกแบบไร้สัมผัส

ในยุคนี้เรียกว่าการไร้สัมผัสต่างๆ ถือว่ามีความปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างๆ ที่จะเข้าสู่เรา ทาง OPPO Reno4 ก็เลยเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ ให้เรามาแบบไร้สัมผัสจากเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ฝังอยู่คู่กับกล้องหน้าครับ

  • Smart Spying Prevention : เป็นการป้องกันให้ผู้ที่ชอบแอบดูแจ้งเตือนต่างๆ ของเราไม่เห็นข้อความ จนกว่าเราจะจ้องไปที่หน้าจอ OPPO Reno4 การแสดงผลข้อความก็จะเปิดเผยออกมาอัตโนมัติ

 

  • Smart AirControl : ฟีเจอร์นี้เป็นการไร้สัมผัสของจริงครับ โดยเราสามารถใช้ฝ่ามือควบคุมการเลื่อนหน้าจอแอปพลิเคชั่นโซเชียลต่างๆ รวมถึงการรับสายได้โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอเลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถเข้าไปเปิดฟีเจอร์นี้ได้ที่ การตั้งค่า > ท่าทางการเคลื่อนไหว > ฟังก์ชันการทำงานโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ > เปิด “Air Scroll”

 

  • Smart Rotation : ปกติแล้วเมื่อเราเปิดการหมุนหน้าจออัตโนมัติเอาไว้ เมื่อเราเอนลงนอนหน้าจออาจจะหมุนตามได้ ทำให้อ่านข้อความไม่สะดวก แต่ฟีเจอร์นี้จะช่วยคำนวณว่าควรหมุนหน้าจอหรือไม่ตามลักษณะใบหน้าของผู้ใช้งานครับ ถือว่าสะดวกสุดๆ

 

  • หน้าจอ Smart Always-on : ฟีเจอร์นี้เป็นการป้องกันหน้าจอดับลงไปเอง ขณะที่เรากำลังใช้งานอยู่ครับ

 

ใช้งานมือเดียวง่ายขึ้นด้วยท่าทางการดึงไอคอนลง

เป็นอีกฟีเจอร์ที่สะดวกสุดๆ ครับ หากใครที่ใช้งานอยู่แล้วเอื้อมนิ้วไปเปิดแอปพลิเคชั่นที่อยู่ไกลไม่ถึง เพียงแค่เราเลื่อนขึ้นที่ขอบซ้าย-ขวาในหน้า Home แอปพลิเคชั่นต่างๆ จะย่อส่วนลงเพื่อให้เรากดได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว

 

ห้องทดลองใหม่ในแอป OPPO Lab

ใน colorOS 7.2 นั้นเป็นครั้งแรกที่มี OPPO Lab เข้ามาครับ โดยหลักๆ จะมี 2 ฟีเจอร์ให้ทดลองใช้งาน ได้แก่ Lab Ringtone ที่เราสามารถปรับแต่งเสียงริงโทนได้แบบไม่ซ้ำใครตามใจชอบครับ เพียงแค่เลื่อนจุดกลมๆ ไปตามลักษณะที่ต้องการได้เลย และ Decision Spinner ที่เป็นวงล้อตัวเลือกแบบสุ่มตามคำถามและคำตอบที่เราตั้งขึ้นมาเองครับ

Lab Ringtone

 

Decision Spinner

 

ถนอมสายตาทั้งตัดแสงสีฟ้าและโหมดกลางคืน

ในเรื่องการถนอมสายตาของหน้าจอ OPPO Reno4 จะมีทั้งแบบการตัดแสงสีฟ้าที่ทำได้ดีมากๆ ครับ ตัดออกไปได้เยอะพอสมควร

 

ขณะที่โหมดกลางคืนสามารถกำหนดเวลาได้ ที่สำคัญเราสามารถบังคับให้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่แม้ว่าจะยังไม่รองรับโหมดกลางคืนใช้ได้ด้วยครับ แต่ก็อาจจะมีการแสดงผลตัวอักษรเพี้ยนๆ อยู่บ้าง

 

ระบบความปลอดภัย

OPPO Reno4 มีระบบความปลอดภัยแบบครบครัน ทั้งการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่มีความรวดเร็วและเสถียรมากๆ ครับ และจดจำได้ทั้งหมด 5 ลายนิ้วมือ

 

นอกจากนี้ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็วเช่นกัน

 

 

ผ่อนคลายความเครียดด้วย OPPO Relax

แอปพลิเคชั่น OPPO Relax นั้นมาพร้อมกับ ColorOS 7.2 เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ผ่อนคลายกับเสียงเพลงต่างๆ โดยจะมีทั้งการหายใจที่ให้ทำตามระบบ, เพลงต่างๆ ที่ทำให้เราสบายมากขึ้น รวมถึงเสียงบรรยากาศธรรมชาติที่ให้มาแบบครบครัน ใครที่กำลังเครียดอะไร ก็ลองใช้แอปพลิเคชั่นนี้ในการผ่อนคลายได้เลย

 

โคลนแอปได้ง่ายๆ แบ่ง 2 บัญชี

มีมาให้ทุกรุ่นที่ใช้งาน ColorOS ครับ ด้วยการโคลนแอปพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นบัญชีที่ 2 เช่น Line, IG หรือ Facebook

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OPPO Reno4 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core ความเร็ว 2.3GHz โดยชิปตัวนี้มีขนาดเล็กเพียง 8 นาโนเมตร ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม และใช้งานได้ไหลลื่น

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 260,051 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 526 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,661

 

ฟีเจอร์และทดสอบด้านการเล่นเกม

สำหรับฟีเจอร์ Game Space มีมาทุกรุ่นใน OPPO ครับ เป็นการช่วยเราปรับโหมดการเล่นในรูปแบบต่างๆ ได้ทั้งโหมดแข่งขัน, สมดุล และกำลังไฟฟ้าต่ำ ทั้งยังปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ทั้งการโทรเข้าหรือแอปพลิเคชั่นทุกอย่างได้เช่นกันครับ

 

ทดสอบการเล่นเกม

Call of Duty: Mobile

สำหรับเกม Call of Duty: Mobile สามารถเปิดกราฟิกและเฟรมเรทได้ในระดับ Very High เล่นได้แบบลื่นๆ ทั้งโหมด Frontline และโหมด Battle Royale 100 คน

 

ROV

เกม ROV ยอดฮิตก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเปิดกราฟิกและเฟรมเรทได้สูงสุดทั้งหมด ยกเว้นการแสดงผลที่เปิดได้สูงสุดที่ระดับ “สูง” และเมื่อทดสอบในโหมด 5 VS 5 ด้วยความที่เป็นชิป Snapdragon 720G ทำให้เฟรมเรทตั้งแต่ต้นเกมยันท้ายเกมนั้นไม่ดรอปลงเลย จะอยู่แบบนิ่งๆ ที่ 60-61fps

 

Asphalt 9: Legends

ต่อมาเป็นเกม Asphalt 9: Legends สามารถเปิดกราฟิกระดับสูงได้ด้วย ยิ่งเพิ่มความสวยงามให้ทั้งภาพและเงาของเกมให้สมจริงยิ่งขึ้นครับ แถมเล่นได้ลื่นๆ ไม่มีจังหวะสะดุดด้วย

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 

สุดท้ายในเรื่องประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ขึ้นชื่อว่า ก็ต้องจัดเต็มอยู่แล้วครับ โดย OPPO Reno4 มีแบตเตอรี่มาให้ถึง 4015mAh ซึ่งใครที่ใช้งานทั่วไป อย่างเล่นโซเชียลหรือดู YouTube ตามปกติก็สามารถอยู่ได้ตั้งแต่เช้าถึงค่ำครับ แต่ถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็ไม่ต้องรอชาร์จนานเพราะมีเทคโนโลยีชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 โดยเราลองชาร์ตเมื่อแบตเตอรี่เหลือเพียง 10% ขึ้นไปที่ 60% ในเวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น และเต็ม 100% ในเวลาเพียง 60 นาที

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง AI ถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูง จัดให้ครบทุกฟีเจอร์พร้อมฟิลเตอร์สุดเจ๋งอย่าง AI Color Portrait หรือ Night Flare Portrait
  • กล้องหน้าคมชัด 32 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI Beauty ที่ให้ใบหน้าสวยงามตามสไตล์ OPPO
  • หน้าจอสุดคมชัดแบบ AMOLED กว้างถึง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ทำให้เสพสื่อได้เต็มอรรถรสและได้ภาพที่สวยงาม
  • หน่วยประมวลผลระดับกลางตัวแรง Snapdragon 720G ทำให้ใช้งานทั้งเล่นเกมหรือโซเชียลได้ไหลลื่น
  • แบตเตอรี่ให้มาถึง 4015 mAh ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน แถมรองรับ 30W VOOC Flash Charge 4.0 ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงก็เต็ม 100%

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

OPPO Reno4 เริ่มเปิดพรีออเดอร์แล้วตั้งแต่วันนี้ – 5 สิงหาคม 2563 ในราคาเพียง 11,990 บาทเท่านั้น พร้อมรับของสมนาคุณจาก OPPO อีกเพียบทั้ง OPPO E-VIP CARD ประกันหน้าจอแตกนาน 1 ปี และ OPPO Reno Backpack สุดเท่ มูลค่ารวม 7,490 บาท

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G
Android News3 วัน ที่แล้ว

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 10,490 บาท

พาไปสัมผัสประสบการณ์...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์9 ชั่วโมง ที่แล้ว

มอบสุขภาพที่ดีเป็นของขวัญวันแม่….True Catalog จัดให้ รวมทีเด็ด แกดเจ็ตเพื่อสุขภาพ ระดับพรีเมียม ราคาดีที่สุดเพื่อคุณแม่ ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

ใกล้วันแม่เข้ามาอีกแ...

ข่าวประชาสัมพันธ์9 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS เตือนคนไทยระวังโดนแฮ็กเกอร์ใช้กลวิธีจิตวิทยา (Social Engineering) หลอกขอข้อมูล!

การเติบโตของอินเทอร์...

Android News10 ชั่วโมง ที่แล้ว

ฉลอง 10 ปี! เปิดตัว Xiaomi Mi 10 Ultra ชาร์จเร็ว 120W แรงสุดในโลก, จอ 120Hz และกล้องซูมสูงสุด 120 เท่า

Xiaomi บริษัทจีนที่เ...

Android News14 ชั่วโมง ที่แล้ว

เผยสเปค Google Pixel 5 บน AI Benchmark ใช้ Snapdragon 765G ไม่ใช่ชิปเรือธง

ก่อนหน้านี้ Google ไ...

Android News14 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดสเปค Huawei Mate 40 บางส่วน เผยมี RAM 12GB ควบคู่ ROM 512GB

Huawei Mate 40 Serie...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง