ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

OPPO เปิดตัวเทคโนโลยี Hyper Boost ที่ช่วยให้การทำงานของโทรศัพท์รวดเร็วยิ่งขึ้น

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO Hyper Boost

โทรศัพท์มือถือ OPPO ประกาศเปิดตัว OPPO Hyper Boost ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มสมรรถนะให้กับการทำงานของระบบอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยี Hyper Boost จะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานโดยรวมของผู้ใช้ ผ่านการปรับปรุงด้านการใช้พลังงานและการแสดงผลของสมาร์ทโฟน Android OPPO Hyper Boost ได้รับการพัฒนาอย่างกว้างขวางในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการเปิดตัวไปในวันนี้ เพื่อรองรับสถานการณ์และพฤติกรรมการใช้งานที่หลากหลาย Hyper Boost เป็นตัวอย่างหนึ่งของความแข็งแกร่งและความเข้าใจในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบแพลตฟอร์ม Android ของ OPPO ซึ่งถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพของระบบการจัดสรรทรัพยากรบนสมาร์ทโฟน

Ryan Chen หัวหน้าศูนย์วิจัยซอฟต์แวร์ของสถาบันวิจัย OPPO กล่าวว่า “เส้นทางสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบสมาร์ทโฟนเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 วันนี้เราภาคภูมิใจที่ได้เห็นเทคโนโลยี OPPO Hyper Boost ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงและการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากรบนระบบ Android ช่วยให้สามารถเอาชนะความท้าทายในประสิทธิภาพการแสดงผลและการใช้พลังงานขณะที่สมาร์ทโฟนกำลังใช้งานแอปพลิเคชันอย่างหนักหน่วง เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงในด้านนวัตกรรมทางเทคนิคและความมุ่งมั่นของเราที่จะนำประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้”

OPPO Hyper Boost

Hyper Boost ทำงานโดยการเปิดใช้ “two-way dialogs” ระหว่างแอปพลิเคชันและระบบการทำงาน หลังจากตระหนักถึงสถานการณ์และพฤติกรรมต่างๆของผู้ใช้จากแอปพลิเคชันและโปรแกรมเกมที่แตกต่างกัน Hyper Boost จะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรในระบบอย่างทั่วถึงครอบคลุมความต้องการที่เฉพาะเจาะจง ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทรัพยากรฮาร์ดแวร์สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ตอบสนองต่อแอปพลิเคชันและโปรแกรมเกมที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และช่วยทำให้การทำงานของระบบโดยรวมไหลลื่นกว่าเดิม

Hyper Boost มอบความเร็วที่ครอบคลุมการทำงานของสมาร์ทโฟนใน 3 ระดับ ได้แก่ การทำงานของระบบ เกม และแอปพลิเคชั่น

การทำงานของระบบ Hyper Boost จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบทั่วทั้งแพลตฟอร์ม Qualcomm และ MediaTek การแก้ปัญหาการทำงานของระบบกว่า 50 แบบมีเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานจากฮาร์ดแวร์ขั้นพื้นฐานที่มีต่อสถานการณ์และพฤติกรรมต่างๆของซอฟต์แวร์ 20-plus เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะมีประสบการณ์ที่ไหลลื่นและมีเสถียรภาพในเกือบทุกสถานการณ์ การเพิ่มประสิทธิภาพนี้ช่วยให้แอปพลิเคชั่นทั่วไปสามารถใช้งานได้เร็วขึ้นถึง 31.91%

การทำงานของเกม หนึ่งในผู้ผลิตอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ทำงานร่วมกับ Tencent, Netease และแอปพลิเคชั่นเกมอย่าง Unreal, Unity และ Cocos เป็นครั้งแรก OPPO มีอุปกรณ์ครบครันที่จะดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพื้นฐานของเกมมือถือยอดนิยมในตลาด 100 อันดับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ 11 เกมมือถือยอดนิยมมากที่สุดในตลาด อย่าง “Honor of Kings” และ “PUBG” เทคโนโลยีการเร่งความเร็วแบบ polymorphic จะช่วยกระจายการรับส่งข้อมูลระหว่างช่องทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและข้อมูล Wi-Fi ของโทรศัพท์มือถือได้อย่างชาญฉลาด การเพิ่มประสิทธิภาพนี้จะช่วยลดปัญหาของเครือข่ายโดยรวมที่แอบแฝงอยู่เพื่อให้ผู้เล่นมีประสบการณ์การเล่นเกมที่ผ่อนคลายและไหลลื่นมากยิ่งขึ้น

การทำงานของแอปพลิเคชั่น แอปพลิเคชันในรูปแบบของแพลตฟอร์มอย่าง WeChat, Mobile Taobao และ Mobile QQ เป็นแอปพลิเคชันอันดับแรกๆที่เทคโนโลยี Hyper Boost มุ่งเป้าในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการใช้งานใน 39 สถานการณ์การใช้งานทั่วไปสำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชันอันหนักหน่วง

OPPO Hyper Boost

ด้วยการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าต่างๆ OPPO ได้รวมเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพกับอุปกรณ์ ชิปแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชันต่างๆในห่วงโซ่อุตสาหกรรม เทคโนโลยี Hyper Boost ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขั้นพื้นฐานจะนำไปสู่การยกระดับประสบการณ์การใช้งานสำหรับสมาร์ทโฟน Android อย่างเต็มรูปแบบยิ่งขึ้น

ด้วยการให้ความสำคัญอย่างเสมอมาในด้าน “ความต้องการของผู้ใช้” และ “เทคโนโลยีที่ทันสมัย” OPPO ยังคงรักษาตำแหน่งที่เข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆในส่วนของจุดแข็งอย่างการชาร์จไวและการถ่ายภาพ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังกำลังขยายธุรกิจเข้าสู่ 5G และ artificial intelligence (AI) อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถในด้านนวัตกรรมทางเทคนิค ปีนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ OPPO ที่มุ่งเน้นทางด้านนวัตกรรมทางเทคนิครวมทั้งเทคโนโลยีอย่าง Hyper Boost, AI Ultra-clear Night Scene, Super VOOC Fast Charging, 3D Structured Light และ TOF นอกจากนี้ OPPO ยังประสบความสำเร็จในการทดสอบการส่งสัญญาณและการเชื่อมโยงข้อมูล 5G โดยใช้สมาร์ทโฟนรุ่น R15 ที่เป็นตัวแทนรุ่นบุกเบิกของสมาร์ทโฟน 5G สู่ความสมบูรณ์แบบ OPPO ยังคงสวมบทบาทด้านความเป็นเลิศทางผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่ลึกซึ้งอย่างเต็มรูปแบบเรื่อยมา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Samsung กับความสำเร็จในการเป็นผู้บุกเบิกสมาร์ทดีไวซ์ 5G ระดับโลก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

อีโคซิสเต็มของเทคโนโลยี 5G ทั่วโลกมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งความพร้อมของผู้ให้บริการเครือข่ายและจำนวนอุปกรณ์ที่รองรับ ซัมซุงมุ่งมั่นในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยี 5G จากห้องทดลองมาสู่ชีวิตจริง พร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงจับมือพาร์ทเนอร์ระดับโลกอีกมากมาย เพื่อพัฒนาโซลูชั่น 5G ให้ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด และในปีที่ผ่านมา ซัมซุงประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G เชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกที่ประเทศเกาหลีใต้ และยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการเครือข่าย 5G ทั่วโลก เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงและให้ผู้คนได้ทำในสิ่งใหม่ที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นด้วยการใช้ประโยชน์จากสมาร์ทดีไวซ์เหล่านี้

ผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5G ระดับโลก

ล่าสุด ซัมซุงได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่ได้รับการรับรองสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยี 5G มากที่สุด จากการวิจัยของกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWi)  โดยบริษัทฯ ได้ยื่นสิทธิบัตร 5G จำนวน 2,633 สิทธิบัตร ต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐ (USPTO)  สำนักงานสิทธิบัตรภูมิภาคยุโรป (EPO) และสำนักงานสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) โดยมีจำนวนสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5G ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานข้างต้น จำนวนมากที่สุดถึง 1,728  สิทธิบัตร[1] ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำระดับโลกด้านการวิจัยและพัฒนาโซลูชั่น 5G ครอบคลุมทั้งชิปเซ็ต โครงสร้างระบบเครือข่าย (Network Infrastructure) และสมาร์ทดีไวซ์อย่างแท้จริง

ผู้นำอันดับหนึ่งตลาดสมาร์ทดีไวซ์ 5G ระดับโลก

ในเดือนพฤศจิกายน  2019  ซัมซุง ได้รายงานยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5G ไปแล้วทั้งสิ้น  6.7 ล้านเครื่องทั่วโลก คิดเป็น 53.9 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดสมาร์ทโฟน 5G ทั่วโลก[2] ครองความเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน 5G นับตั้งแต่วันที่ซัมซุงวางจำหน่าย “Galaxy S10 5G” สมาร์ทโฟน 5G เชิงพาณิชย์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเครื่องแรกของโลกในวันที่ 5 เมษายน 2019 ในประเทศเกาหลีใต้

ต่อมาซัมซุง ได้เปิดตัวอุปกรณ์  5G ในตระกูลกาแลคซี่ออกมาอีกหลายรุ่น ในปี  2019  ด้วย Galaxy Note10 5G” และ Galaxy Note10 Plus 5G” ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปในเดือนสิงหาคม ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนทรงพลังที่สุดสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการผสมผสานการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วย S Pen ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถออกแบบการใช้งานในมุมที่หลากหลายมากขึ้นบนสัญญาณ 5G

ถัดมาอีกเพียง 1 เดือน ซัมซุงได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการสมาร์ทโฟนด้วย Galaxy Fold 5G” นวัตกรรมสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของโลก มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมกับการเชื่อมต่อเทคโนโลยี 5G ที่เป็นกระแสอยู่อย่างรวดเร็ว และยังได้เปิดตัว Galaxy A90 5G” สมาร์ทโฟน Galaxy A รุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ 5G ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

ในช่วงต้นปี 2020 ซัมซุงยังได้สร้างสรรค์ Galaxy Tab S6 5G” แท็บเล็ตรุ่นแรกของโลกที่รองรับเครือข่าย 5G ช่วยให้ผู้ใช้สามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองแบบที่ไม่มีแท็บเล็ตเครื่องไหนเคยทำได้มาก่อน ทั้งการใช้งาน การนำเสนอและการประชุมรูปแบบวิดีโอคอลคุณภาพสูง รวมถึงเปิดรับประสบการณ์ความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ล่าสุด จากการเปิดตัว Galaxy S20 series ในประเทศไทย ซัมซุงได้ร่วมกับผู้นำเครือข่าย 5G เปิดให้ผู้ใช้งาน Galaxy S20 Ultra 5G”  ได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับบนสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรกในประเทศไทยได้แล้วตั้งแต่วันนี้  โดย Galaxy S20 Ultra 5G” มาพร้อมกับสุดยอดนวัตกรรมกล้องวิดีโอบนสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดจากซัมซุง ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงและการสื่อสารบนสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด บนความเร็วเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น

ก้าวต่อไปของกาแลคซี่ 5G

ด้วยนวัตกรรมและแพลตฟอร์มเทคโนโลยี Machine learning ที่สามารถสร้าง AI ได้ตามความต้องการ ประสบการณ์ Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) ผู้บริโภคจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีหลายประเภทมากขึ้น รวมถึงความบันเทิงในรูปแบบสตรีมมิ่งที่ต้องพึ่งพาความรวดเร็วและแม่นยำของอินเตอร์เน็ตที่ใช้งาน โดยคาดการณ์ว่าในปี 2020 ยอดขายสมาร์ทโฟน 5G นี้จะเติบโตขึ้น 1,687 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก จากเดิมมีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น[3] ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากหลายประเทศได้มีการขยายเครือข่ายสัญญาณ 5G มากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการสมาร์ทดีไวซ์ที่รองรับสัญญาณ 5G เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นับแต่วันนี้ ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Galaxy S20 Ultra 5G ชาวไทยทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับความเร็วสูงสุดในการสตรีมมิ่ง เกม การสื่อสาร และอีกมากมายได้แล้ว โดยซัมซุงในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก จะไม่หยุดนิ่ง และยังคงมุ่งมั่นค้นคว้าวิจัยและพัฒนาโซลูชั่น 5G ที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงประสบการณ์ 5G ที่ดีที่สุด และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ต่อไป

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

มหาจักรฯ ประกาศหนุน eSport พร้อมเปิดตัวหูฟังเกมมิ่งตระกูล JBL Quantum สั่งลุยศึกตลาดหูฟังเกมมิ่งเต็มที่ เน้นเจาะกลุ่มคนที่ชื่นชอบเล่นเกม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง JBL ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างหูฟังเกมมิ่งและลำโพง JBL Quantum ถึง 9 รุ่น ได้แก่ Quantum 50 ราคา 1,390 บาท, Quantum 100  ราคา 1,590 บาท, Quantum 200 ราคา 1,990 บาท, Quantum 300 ราคา 2,990 บาท, Quantum 400 ราคา 3,990 บาท, Quantum 600 ราคา 6,590 บาท, Quantum 800 ราคา 8,590 บาท และ Quantum One ราคา 9,990 บาท รวมถึงลำโพง JBL Quantum Duo ราคา 6,990 บาท นับว่าเป็นก้าวแรกของ JBL ในตลาดหูฟังเกมมิ่ง โดยบริษัทมหาจักรฯ ประกาศเป็นผู้สนับสนุนทีม ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต’ ทีมอีสปอร์ตชั้นนำของไทยที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในและนอกประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา หวังช่วยกระตุ้นยอดขายและเป็นที่รู้จักในวงการเกมมิ่ง โดยมุ่งเน้นเจาะกลุ่มคนที่ชื่นชอบเล่นเกม ที่ปัจจุบันให้ความสนใจในอีสปอร์ตกันเพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าหมายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดหูฟังเกมมิ่ง

คุณเกษมสิน กาญจนชัยภูมิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ JBL เป็นที่รู้จักดีและได้รับการไว้วางใจจากผู้บริโภค การันตีด้วยการเป็น World’s No.1 Best Seller Wireless Speaker 4 ปีซ้อน และเป็นแบรนด์ยอดขายอันดับหนึ่งในสินค้าประเภทเดียวกันทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ และในปีนี้ เราตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดหูฟังเกมมิ่งเป็นครั้งแรก เพื่อให้ JBL ได้ครอบคลุมทุกประเภทสินค้าเครื่องเสียง นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของ JBL จากการเล็งเห็นโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดเกมมิ่งทั่วโลก นอกจากนี้ จากการเติบโตของตลาด eSport เองก็ส่งผลดีต่อสินค้า JBL Quantum ของเรา จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าสนับสนุนทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต เนื่องจากเป็นทีมชั้นนำของประเทศไทยที่มีผลงานโดดเด่นทั้งไทยและระดับโลก อีกทั้งเป็นทีมที่ครอบคลุมในทุกประเภทเกม และเป็นที่ชื่นชอบกันในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และทางบริษัทฯ มีความมั่นใจว่าการดึงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต มาช่วยเสริมทัพในฝั่งสินค้าเกมมิ่งนี้ เมื่อมาผนวกกับกลยุทธ์ทางการตลาด แผนการโปรโมท การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ จะเป็นที่ตัวช่วยในการพา JBL Quantum ไปสู่การครองใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยากครับ

 

สำหรับหูฟัง JBL Quantum มาพร้อมกับนวัตกรรมที่พัฒนามาเพื่อเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะอย่างเทคโนโลยี  JBL Quantum Sphere 360 ที่ให้เสียงรอบทิศทางแบบ 360 ที่มากกว่าระบบ 7.1 ทั่วไป ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่จริง และมีฟังก์ชั่น Head Tracking ที่มีเซ็นเซอร์ที่คอยติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะ ทำให้สามารถประมวลผลและขับเสียงที่แม่นยำให้เหมาะสมกับตำแหน่งศีรษะของผู้ใช้ นอกจากหูฟังแล้วยังมีลำโพง JBL Quantum Duo ลำโพงพีซีมีระบบเสียง JBL Quantum Sound Signature สร้างเสียงคมชัดรอบทิศทาง ที่ยกทัพกันมาเอาใจเหล่าเกมเมอร์กันสุดๆ พิเศษ! พบกับโปรโมชั่นเปิดตัวสุดพิเศษ รับฟรี! ของแถมสุด limited ทุกการสั่งซื้อ (สินค้ามีจำนวนจำกัด) ผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและ store.mahajak.com  ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 – 30 มิถุนายน 2563 และสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram MahajakLife

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ทรู ร่วมดูแลการศึกษาไทย ยุคนิว นอร์มัล อำนวยความสะดวกแบบครบวงจรด้วยทุกเทคโนโลยีของทรู ให้เด็กไทยเรียนที่บ้านได้ไม่สะดุด สุดคุ้มเต็มประสิทธิภาพ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

กลุ่มทรู ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์ครบวงจร พร้อมนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีสื่อสารร่วมสนับสนุนการศึกษาไทยต่อเนื่องในยุคนิว นอร์มัลเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้ และลดความเหลื่อมล้ำให้เยาวชนทั่วประเทศ ได้เรียนรู้อย่างเท่าเทียม อำนวยความสะดวกให้เรียนที่บ้านแบบครบวงจร ไม่สะดุด มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย

 

 

นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่าในยุคนิว นอร์มัลที่ทุกคนต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ ทำให้เทคโนโลยีสื่อสารมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการเรียนการสอน ซึ่งกลุ่มทรูได้ให้ความสำคัญด้านการศึกษามาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงได้สานต่อความมุ่งมั่นที่จะร่วมดูแลการศึกษาไทย สนับสนุนให้เยาวชนทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างครบวงจร เรียนจากที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สะดุด และที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยหลากหลายช่องทางของกลุ่มทรู ที่ตั้งใจจัดเตรียมไว้ ทั้ง

  1. เรียนทางไกล ให้ใกล้ขึ้น ด้วยช่องการศึกษาถึง 18 ช่องฟรี ช่องการศึกษาของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (DLTV1-15) ช่อง ETV ช่องทรูปลูกปัญญา โดยสามารถรับชมได้ทั้งทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง
    • ทางมือถือ ผ่านแอปพลิเคชันทรูไอดี ซึ่งเปิดในหมวด Education Channel (DLTV 1 – 15) , ETV, ทรูปลูกปัญญา ในหมวด True Knowledge โดยลูกค้าทรูมูฟ เอช ไม่เสียค่าเน็ต กดรับผ่านสิทธิ์ได้ที่ ly/FBDLTV
    • ทางหน้าจอทีวี ผ่านกล่องทรูไอดีทีวี และ กล่องทรูวิชั่นส์ ที่เปิดให้เรียนการศึกษาทางไกลได้ตั้งแต่ช่อง 186 – 200 ช่อง ETV (ช่อง 371) และช่องทรูปลูกปัญญา (ทรูวิชั่นส์ช่อง 37 / HD 111 และ PSI ช่อง 248)
  2. ติวฟรี! กับติวเตอร์ชั้นนำ และทบทวนความรู้ทุกระดับชั้น ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และช่องทรูปลูกปัญญา โดยลูกค้าทรูมูฟ เอช ไม่เสียค่าอินเทอร์เน็ต ดังนี้
  • เตรียมพร้อมเรื่องการเรียนออนไลน์ครบครันทุกชั้นทั้งประถมถึงมัธยม ทุกวิชา ด้วยคลังบทเรียน คลังข้อสอบ และคลิปติว
  • ระบบ Upskill ทดลองสอบเสมือนจริงด้วยชุดข้อสอบและคลิปติวจากผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์จุดอ่อน เสริมจุดแข็งเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล

ได้ที่เว็บไซต์ www.trueplookpanya.com หรือดาวน์โหลดฟรี แอปพลิเคชัน TruePlookpanya และรับชมช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์ช่อง 37  / HD 111 และ PSI ช่อง248

  1. ยิ่งไปกว่านั้น ครูและนักเรียน ยังสามารถจัดการเรียนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน VLEARN แพลตฟอร์มเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ได้ทุกที่ ทุกเวลา จาก True Virtual World ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรี โดยลูกค้าทรูมูฟ เอช ไม่เสียค่าเน็ต truevirtualworld.comและแอปพลิเคชัน True VWORLDที่ มีความโดดเด่นครบครัน ดังนี้
  • ข้อมูลปลอดภัย และแชร์ไฟล์ได้ไม่หมดอายุ
  • เชื่อมต่อการเรียนรู้ให้ผู้สอนและผู้เรียน และเชื่อมโยงไปยังคลังบทเรียน คลังข้อสอบ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
  • ครอบคลุมทุกโซลูชั่นการบริหารจัดการสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ด้วยฟีเจอร์หลากหลาย
  • สอนสด แชร์สกรีนหน้าจอได้ ผ่าน VROOM (VDO Conference) ได้ไม่จำกัดเวลา
  1. เปิดฟรีให้เข้าถึงแหล่งข่าวสารและการเรียนการสอนทางไกล 254 ลิงก์ของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา และ 4,286 ลิงก์ ของโรงเรียนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 4,500 ลิงก์ โดยลูกค้า ทรูมูฟ เอช ไม่เสียค่าเน็ต
  2. นอกจากนี้ กลุ่มทรูยังคัดสรรอุปกรณ์เพื่อการเรียน ราคาพิเศษแก่นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่
  • True SMART TAB 4G e-Biz เริ่มต้นราคาเพียง 1,925 บาท จากปกติ 4,990 บาท (เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G+ Extra Fun Unlimited 499 และชำระค่าบริการล่วงหน้า 535 บาท)
  • Huawei MediaPad T5เพียง 6,595 บาท จากปกติ 7,990 บาท (เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G+ Extra Fun Unlimited 699 และชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,605 บาท)
  • iPad (รุ่นที่ 7) WiFi + Cellular (32 GB) เพียง 10,400 บาท จากปกติ 15,400 บาท (เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนนักศึกษา Super Cool U-Max 550 และชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,500 บาท)
  1. เพื่อให้ทุกเรื่องเรียนไม่สะดุด ไร้ข้อจำกัด ทรูมูฟ เอช ยังเปิดตัว “ซิมเรียนที่บ้าน” (Learn from Home SIM) ให้เน็ตเรียนฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย
    • สำหรับช่องการศึกษาทางไกล DLTV ผ่าน แอปทรูไอดี กดรับผ่าน ly/FBDLTV1
    • สำหรับติวรายวิชา จากติวเตอร์ชื่อดัง และ Content การเรียนการสอนจาก ทรูปลูกปัญญา
    • สำหรับ VLEARN แพลตฟอร์มเพื่อการบริหารจัดการชั้นเรียนและการเรียนการสอนที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ
    • สำหรับเข้าเว็บไซด์โรงเรียนและมหาวิทยาลัยกว่า 4,500 เว็บไซต์

พิเศษแพ็กเกจเสริม สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ความเร็ว 4 Mbps. ในราคาเพียง 400 บาท ใช้ได้นาน 90 วัน หรือ ความเร็ว 4 Mbps. ในราคาเพียง 300 บาท ไม่รวม YouTube ใช้ได้นาน 90 วัน” และสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่รับซิมสามัญไปแล้วก่อนหน้านี้ สามารถรับสิทธิพิเศษนี้ได้เลยอัตโนมัติ

  1. อีกทั้งกลุ่มทรูยังมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้แก่ลูกค้า และนักเรียนอีกมากมาย อาทิ
  • ลูกค้าทรูออนไลน์ ที่ใช้บริการมากกว่า 1 ปี และใช้แพ็กเกจราคาเดือนละ 599 บาทขึ้นไป รับกล่องทรูไอดีทีวีมูลค่า 2,490 บาทฟรี ที่ทรูช็อป ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร. 02 -700-8000
  • นักเรียน ยังได้สิทธิ์สมัครแพ็กเกจ อินเทอร์เน็ตบ้าน 30/10M พร้อมรับกล่องทรูไอดีทีวี ในราคาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 149 บาท

 

 

“กลุ่มทรู เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนทั้งหมดนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้ และพัฒนาตนเองในยุคดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัดและเท่าเทียมกัน”นายสุภกิจ กล่าวสรุป

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนรุ่นประหยัด สเปคคุ้ม จัดกล้องหลัง 4 เลนส์, จอ Ultra O Screen และแบตพลังอึด 5000mAh

รีวิว Vivo Y30 สมาร์...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง