ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว Obi Worldphone SF1 ดีไซน์เพรียวบาง กระจกหน้าจอยกสูง และแบตฯ 3000mAh ชาร์จเร็ว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Obi Worldphone SF1 สมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์กระจกหน้าจอแบบยกสูง มีขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว Full HD และตัวเครื่องเป็นโลหะขึ้นรูปแบบยูนิบอดี้ ขับเคลื่อนด้วขุมพลังจาก Qualcomm MSM8939 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 16 GB กับแรม 2 GB และแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ Quick Charge 1.0

Obi Worldphone SF1 Review-16

สรุปข้อมูลสเปค Obi Worldphone SF1

  • ขนาดตัวเครื่อง 146 x 74.8 x 8 มม.
  • น้ำหนัก 147 กรัม
  • ใช้งานได้ 2 ซิม (micro SIM + nano SIM)
  • หน้าจอแสดงผล 5 นิ้ว Full HD
  • ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615
  • ซีพียู 64-bit Octa-core 1.5GHz (Quad-core 1.5GHz Cortex A53 และ Quad-core 1.0GHz)
  • จีพียู Adreno 405
  • แรม 2GB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 16GB เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 64GB
  • กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อมแฟลช LED
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED
  • รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านเครือข่าย 3G/4G LTE, WiFi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.0
  • รองรับระบบ GPS, A-GPS
  • รันระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh (ถอดเปลี่ยนเองไม่ได้) รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ Quick Charge 1.0

 

แกะกล่อง Obi Worldphone SF1

Obi Worldphone SF1 Review-18Obi Worldphone SF1 Review-17

Obi Worldphone SF1 มาในกล่องแบบแท่งทรงสูงพลาสติก มีฝาครอบแบบใส ซึ่งเห็นตัวเครื่องตั้งแต่ยังไม่แกะออกจากล่อง ภายในจะมีตัวเครื่อง Obi Worldphone SF1 พร้อมแบตเตอรี่ในตัว, อะแดปเตอร์, สาย microUSB, เข็มจิ้มถาดใส่ซิม และคู่มือการใช้งาน

 

ดีไซน์ ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Obi Worldphone SF1 Review-06 Obi Worldphone SF1 Review-07

Obi Worldphone SF1 มีดีไซน์ที่แปลกตาด้วยกระจกหน้าจอที่ยกสูงลอยขึ้นมาประมาณ 0.2 มม. โดยตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งตัวและขัดเงาบางเพียง 7.8 มม. เมื่อรวมกับกระจกหน้าจอที่ยกสูงก็อยู่ที่ 8 มม. ลักษณะของผิวตัวเครื่องให้สัมผัสที่ไม่ลื่นมือ ซึ่งผิวลักษณะนี้จะช่วยในเรื่องของคราบมันโดยเฉพาะการลดคราบที่เกิดจากรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี

 

Obi Worldphone SF1 Review-19

ขอบตัวเครื่องของรุ่นนี้มีความโค้งมนทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ทำให้การจับใช้งานถนัดมือมากขึ้น โดยสีตัวเครื่องหลักจะเป็นสีดำ ตัดกับสีขอบบนกับขอบล่างตัวเครื่องที่เป็นเงินออกไปทางสีเทาสเปซเกรย์ ซึ่งรุ่นในรีวิวนี้เรียกว่าสี Silver Grey ในส่วนของน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 147 กรัม

 

Obi Worldphone SF1 Review-05

หน้าจอของ Obi Worldphone SF1 มีขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p ซึ่งมีความหนาแน่นของพิกเซลประมาณ 443 พิกเซลต่อนิ้ว ในเรื่องของความคมชัดนั้นถือว่าคมชัดมาก โดยแผงหน้าจอเป็นเทคโนโลยี IPS ที่ใช้เทคโนโลยีจาก JDI in-cell คือการรวมเซ็นเซอร์ของระบบสัมผัสเอาไว้ในเนื้อกระจกเพื่อช่วยในเรื่องของความบางเบา และรับการสัมผัสได้ดีมากขึ้น แล้วครอบหน้าจอด้วยกระจก Gorilla Glass 4

 

Obi Worldphone SF1 Review-04

เหนือหน้าจอช่องสำหรับเสียงลำโพงสนทนา, เลนส์กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และแฟลช LED สำหรับกล้องหน้า

 

Obi Worldphone SF1 Review-03

ล่างหน้าจอไม่มีปุ่มใด ๆ ซึ่งค่อนข้างเหลือมีพื้นที่ว่างไว้เยอะเหมือนกัน โดยปุ่มนำทางทั้ง 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent App จะอยู่บนหน้าจอแสดงผล

 

Obi Worldphone SF1 Review-12

ขอบด้านบนตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

 

Obi Worldphone SF1 Review-14

ขอบด้านล่างตัวเครื่องมีช่องสำหรับเสียงลำโพง, ไมโครโฟนสำหรับเสียงสนทนา และพอร์ตเชื่อมต่อขนาด microUSB (รองรับ OTG) สำหรับชาร์จไฟให้แบตเตอรี่หรือถ่ายโอนข้อมูลผ่านสายเคเบิล

 

Obi Worldphone SF1 Review-11 Obi Worldphone SF1 Review-15

ขอบทางด้านขวาไม่มีปุ่มใด ๆ จะมีเพียงช่องสำหรับจิ้มถาดใส่ซิม ซึ่งรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด โดยช่องซิม 1 รองรับขนาด micro SIM และช่องซิม 2 รองรับขนาด nano SIM หรือจะใส่ microSD card แทนก็ได้ ความจุสูงสุด 64GB

 

Obi Worldphone SF1 Review-13

ขอบทางด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม Power สำหรับปิด/เปิดตัวเครื่องหรือปิด/เปิดหน้าจอ

 

Obi Worldphone SF1 Review-10Obi Worldphone SF1 Review-08

ด้านหลังมีเลนส์กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์จาก Sony IMX214 ค่ารูรับแสง f/2.0 และมีแฟลช LED ส่วนฝาหลังไม่สามารถแกะเปิดได้ ภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 1.0

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Obi Worldphone SF1 Review-06

Obi Worldphone SF1 รันระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop หน้าตาอินเตอร์เฟซดูแปลกใหม่ในบางเมนู แต่ส่วนใหญ่แล้วก็คงหน้าตาเดิม ๆ แบบ Material Design โดยในหน้าล็อคสกรีนสามารถปลดล็อคหน้าจอโดยการแตะที่ไอคอนในวงกลมแล้วปัดขึ้น หรือแตะแล้วลากไปที่ไอคอนโทรศัพท์เพื่อปลดล็อคเข้าเมนูการโทร และลากไปที่ไอคอนกล้องถ่ายนรูปเพื่อเข้าใช้งานแอพกล้องได้ทันที

 

Obi Worldphone SF1 UI-01

เมื่อเข้ามาในหน้าจอหลักหรือหน้าโฮมจะพบกับไอคอนแอพพลิเคชั่นที่จัดเรียงเป็นแถวยาวลงมา 2 แถว ตรงนี้เราสามารถแตะค้างแล้วลากเพื่อย้ายตำแหน่งจัดวางเองได้ รวมไปถึงลากเพื่อลบออกจากหน้าโฮมก็ได้เช่นกัน ส่วนการเลื่อนหน้าจอก็ปัดไปทางซ้ายหรือขวา นอกจากนี้ก็มีไอคอนบอลลูนแสดงตัวเลขการแจ้งเตือนที่ไอคอนแอพพลิเคชั่นด้วย

 

Obi Worldphone SF1 UI-02

เมื่อแตะค้างบริเวณพื้นที่ว่างในหน้าโฮม จะมีเมนูให้เลือกปรับแต่งส่วนนี้ได้ ได้แก่ เปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์, เพิ่มวิดเจ็ต, เข้าไปสู่การตั้งค่า และเข้าไปสู่เมนูจัดการแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้แล้วเมื่อลากขึ้นมาก็จะพบกับเมนูการปรับแต่งหน้าโฮมอื่น ๆ ได้แก่ แถบการค้นหา, เอฟเฟ็กต์เมื่อเลื่อนหน้าจอ เป็นต้น

 

Obi Worldphone SF1 Review-02Obi Worldphone SF1 UI-03

App Drawer จัดเรียงแบบ 4 x 6 แถว เมื่อแตะค้างที่ไอคอนแอพพลิเคชั่นสามารถลากเพื่อดูข้อมูลหรือลบการติตตั้งได้ (เฉพาะแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งเพิ่มเติมมาเครื่อง ส่วนแอพพลิเคชั่นระบบไม่สามารถลบออกได้)

 

Obi Worldphone SF1 UI-04

ลากแถบบาร์ด้านบนลงมาจะเป็นในส่วนของการแจ้งเตือนต่าง ๆ และแผง Control panel สำหรับปิด/เปิดการใช้งานเมนูต่าง ๆ เพื่อความรวดเร็วโดยไม่ต้องเข้าเมนูการตั้งค่าให้ยุ่งยาก

 

Obi Worldphone SF1 UI-05

เมื่อแตะที่ปุ่ม Recent App (ปุ่มขวาสุด) จะเป็นส่วนของรายการแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งานอยู่ล่าสุด สามารถแตะที่รายการเพื่อเข้าใช้งานต่อหรือปิดใช้งานก็ได้ รวมไปถึงเข้าไปเคลียร์หน่วยความจำแรมโดยการแตะที่เมนู Task Manager

 

Obi Worldphone SF1 UI-06

ในส่วนของเมนูการตั้งค่า (Settings) จะแบ่งเป็น 2 แท็บ คือ Common จะเป็นส่วนของเมนูการตั้งค่าที่ใช้งานบ่อย ๆ สามารถเลือกมาไว้ในส่วนนี้ได้ และอีกแท็บคือ All Settings  ซึ่งก็คือเมนูการตั้งค่าทั้งหมดของเครื่อง

 

Obi Worldphone SF1 UI-07

ฟีเจอร์ท่าทางอัจฉริยะหรือ Smart Function ที่น่าสนใจของ Obi Worldphone SF1 ได้แก่

  • Pick-up Call : เมื่ออยู่ในหน้ารายชื่อเบอร์โทร ยกโทรศัพท์มาแนบหูเพื่อโทรออกได้ทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มโทรออก
  • Flip mute : คว่ำหน้าจอโทรศัพท์เพื่อปิดเสียงสายเรียกเข้า ซึ่งจะไม่กดวางสาย แค่ปิดเสียงเท่านั้น
  • Flip speaker : รับสายเรียกเข้าแล้ว เมื่อคว่ำหน้าจอโทรศัพท์จะเป็นการเปิดลำโพง
  • Snap page : ปัดมือเหนือ Proximity sensor เพื่อจับภาพหน้านั้น ๆ
  • Snap photo : ปัดมือเหนือ Proximity sensor เพื่อจับรูปภาพ
  • Enable bottom notification : เปิดใช้งานการแจ้งเตือนโดยลากจากขอบจอด้านล่างขึ้นมา

 

Obi Worldphone SF1 UI-08

เมนูการแสดงผล นอกจากจะปรับระดับความสว่างหน้าจอได้แล้ว ยังเข้าเลือกสไตล์หรือหน้าตาของอินเตอร์เฟซได้ด้วย ได้แก่ Obi Lifespeed (หน้าตาแบบที่เปิดใช้งานครั้งแรก) และ Android default style (หน้าตา รวมถึงไอคอนแอพพลิเคชั่นระบบจะเปลี่ยนไปเป็นไอคอนมาตรฐานของ Android)

 

Obi Worldphone SF1 UI-09

Obi Worldphone SF1 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด โดยช่องซิม 1 รองรับขนาด micro SIM และช่องซิม 2 รองรับขนาด nano SIM (ใส่ microSD card แทนได้) ซึ่งทั้ง 2 ช่องรองรับทั้ง 2G/3G/4G แล้วค่อยไปเลือกใช้งานเครือข่ายในเมนูการตั้งค่าได้ว่าต้องการให้ช่องซิมใดใช้งาน 3G/4G ส่วนอีกช่องก็จะสลับไปใช้งาน 2G อัตโนมัติ

สำหรับเครือข่าย 3G รองรับทุกเครือข่ายในไทยบนคลื่นความถี่ 850/900/1900/2100 MHz และ 4G รองรับ FDD คลื่นความถี่ 1800MHz (เครือข่าย dtac) กับ TDD คลื่นความถี่ 2300MHz ซึ่งจะเห็นว่าไม่รองรับ 4G คลื่นความถี่ 2100MHz (TrueMove H)

หากต้องการเชื่อมต่อข้อมูลเครือข่าย 4G ก็ต้องใช้กับซิม dtac เท่านั้นที่เปิดให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 1800MHz ซึ่งคลื่นความถี่ทั้ง 3 ค่ายน่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นปีหน้านี้ แต่ถ้าไม่ใช้งาน 4G อยู่แล้วก็สามารถเลือกใช้งาน 3G ได้ทุกเครือข่าย

 

Obi Worldphone SF1 UI-10

Obi Worldphone SF1 มีระบบเสียง Dolby Audio Surround 7.1 ซึ่งทำงานเมื่อใช้งานกับหูฟัง เสียงที่ได้จะเป็นเสียงรอบทิศทางคล้ายระบบเสียงในโรงภาพยนต์

 

Obi Worldphone SF1 UI-11

Obi Worldphone SF1 มีแบตเตอรี่ 3,000 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้งานพลังงานโดยลดการทำงานของระบบ ซึ่งปิดการทำงานเบื้องของแอพพลิเคชั่นทั้งหมด และจำกัดการสั่นด้วย

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Android Sensor Box และมัลติทัช

Obi Worldphone SF1 UI-12

  • Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
  • Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
  • Orientation Sensor ระบบปรับมุมมองการแสดงผลหน้าจออัตโนมัติ
  • Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
  • Gyro Sensor ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3 แกน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นหลากหลายในการควบคุม
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก
  • รองรับมัลติทัชสูงสุด 5 จุด

 

กล้องถ่ายรูป

Obi Worldphone SF1 Review-09

Obi Worldphone SF1 มีเลนส์กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์จาก Sony IMX214 ค่ารูรับแสง f/2.0ระบบออโต้โฟกัส และแฟลช LED โดยแอพกล้องที่ติดตั้งมาให้เป็นของ Snapdragon จัดเรียงเมนูการใช้งานซ้ายขวาเหมือนกับกล้องถ่ายรูปในรุ่นอื่น ๆ ซึ่งหน้าตาจะคล้าย ๆ กับของ i-mobile หากใครเคยใช้ก็น่าจะคุ้นตา

 

Obi Worldphone SF1 UI-13

กล้องหลังถ่ายภาพได้ขนาดสูงสุด 13 ล้านพิกเซลในอัตราส่วน 4:3, เลือก ISO ได้สูงสุด 800 และเปิด HDR ได้ นอกจากนี้ก็รองรับการแนบตำแหน่งแผนที่ลงในภาพถ่าย และระบบตรวจจับใบหน้า ซึ่งจากการทดสอบใช้งานพบว่าระบบโฟกัสค่อนข้างช้าไปหน่อย

 

Obi Worldphone SF1 UI-14

ตัวกล้องมาพร้อมกับ IQ Camera ซึ่งก็มีฟีเจอร์ดังนี้

  • ReFocus ถ่ายแล้วเลือกจุดโฟกัสภายหลัง
  • ChromaFlas เป็นการถ่ายภาพสองครั้งอย่างรวดเร็ว ภาพหนึ่งแบบใช้แฟลช และอีกภาพไม่ใช้ แล้วนำภาพทั้งสองมาประมวลผลรวมกันเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด
  • OptiZoom เป็นการจำลองการซูมความละเอียดสูงแบบออพติคัล เพื่อลดการแตกของภาพถ่าย

 

Obi Worldphone SF1 UI-15

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED ถ่ายภาพได้ขนาดสูงสุด 5 ล้านพิกเซลในอัตราส่วน 4:3 ซึ่งตัวกล้องไม่มีโหมดหน้าสวยให้ แต่ก็สามารถดาวน์โหลดแอพกล้องตัวอื่นจาก Play Store มาใช้งานได้

 

Obi Worldphone SF1 UI-16

กล้องหลังรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p ส่วนกล้องหน้าบันทึกวิดีโอได้สูงสุด HD 720p

ตัวอย่างภาพถ่าย

Obi Worldphone SF 1 Camera 5 Obi Worldphone SF 1 Camera 4 Obi Worldphone SF 1 Camera 3 Obi Worldphone SF 1 Camera 2 Obi Worldphone SF 1 Camera 1

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว IPS Full HD
  • ระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด 3G/4G
  • ชิปประมวลผล 64-bit Octa-core 1.5GHz
  • แรม 2GB
  • ความจำตัวเครื่องให้มา 16GB เพิ่มความจำภายนอกได้ด้วย microSD สูงสุด 64GB
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ใช้งานหลากหลาย
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh รองรับระบบชาร์จ Quick Charge 1.0

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ฝาหลังและแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนเองไม่ได้
  • รองรับ 4G เฉพาะคลื่นความถี่ 1800MHz ซึ่งก็มี dtac ที่เปิดบริการแล้ว และ 2300MHz
  • ไม่รองรับ NFC

Obi Worldphone SF1 รุ่นความจุ 16GB จะเริ่มวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ Lazada ในราคา 7,290 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ รอติดตามกันได้ที่นี่

Obi Worldphone
ขอบคุณ Obi Worldphone

 

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก รันบน Android 10 (Go Edtion) พร้อมใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น ราคาเพียง 2,499 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดในราคาแบบสบายกระเป๋า สามารถให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่ใช้งานดี เล่นโซเชียลได้สบาย พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 Go Edition ช่วยให้ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A01 Core

  • ขนาดตัวเครื่อง : 141.7 x 67.5 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล PLS TFT กว้าง 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1480 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek MT6739 Quad-core
  • GPU : PowerVR GE8100
  • RAM 1 GB
  • ROM 16 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 (Go Edition)
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh

 

ดีไซน์ หน้าจอแสดงผล และรอบตัวเครื่อง

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมาในลวดลายที่สวยงามพอสมควรแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กก็ตาม มีการเล่นเส้นลายมีความขรุขระที่ส่วนบน ทำให้จับถือได้มั่นคงกว่าเดิมครับ ขณะที่ด้านล่างจะเป็นแบบเรียบๆ

 

ที่สำคัญด้วยขนาดเครื่องที่เล็ก ทำให้จับถือและใช้งาน 1 มือได้แบบสบายๆ แถมมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy A01 Core มาแบบ PLS TFT แต่ก็ยังให้สีสันที่สดใสอยู่ครับ โดยมีขนาดใหญ่ 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ ทำให้ยังรับชมวิดีโอต่างๆ ผ่าน YouTube ได้แบบไม่ขัดตา

 

เหนือหน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ยังมีขอบดำเป็นแถบครับ โดยมีกล้องหน้า 1 เลนส์ พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา ขณะที่ด้านล่างก็มีขอบที่หนาพอสมควรครับ แต่ปุ่มต่างๆ จะใช้ซอฟต์แวร์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ

 

ทางซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 Slot เลยทีเดียว

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 1 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Samsung Galaxy A01 Core มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edition) ที่เป็นระบบที่ใช้งานสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีความจุน้อย แต่ช่วยให้ทำงานทั่วไปได้ไหลลื่นมากๆ ครับ

 

หน้าตา UI

 

แอปพลิเคชั่นแบบ Go Edition

สำหรับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้จะเป็นแบบ Lite หรือ Go เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรี่, Gmail Go, YouTube Go, Google Go และอื่นๆ ซึ่งการทำงานจะใช้ได้ตามปกติครับ แต่หน้าตา UI อาจตัดบางส่วนออกไปจากเวอร์ชันเต็มเท่านั้นเพื่อให้ใช้งานได้ราบลื่น

 

ใช้งาน Dark Mode ได้

แม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่ก็ยังถนอมสายตาเราในการใช้งานตอนกลางคืนด้วยโหมดมืดครับ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำทั้งหมด ทำให้เหมาะในการใช้งานที่ที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย รุ่นนี้มีเพียงการใช้งานรหัสผ่านหรือ PIN เท่านั้นครับ แต่ก็มีความปลอดภัยขั้นสูงเช่นกัน

 

เคลียร์ไฟล์ขยะและ RAM ได้ง่ายๆ ผ่าน Smart Manager

สำหรับ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีแอปพลิเคชั่น Smart Manager มาให้เพื่อให้เรากดเพียงคลิกเดียวก็สามารถลบไฟล์ขยะต่างๆ ไม่ให้เปลืองพื้นที่การใช้งาน

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในเรื่องหน่วยประมวลผลนั้นมาพร้อมกับ Mediatek MT6739 ที่ก็เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นส่วนใหญ่ครับ ส่วนการเล่นเกม เราได้ทดสอบการเล่นเกมเล็กๆ อย่าง Candy Crush Jelly Saga ซึ่งก็เล่นได้ลื่นพอสมควร ซึ่งเกมเบาๆ สามารถเล่นได้ด้วยเครื่องนี้แบบสบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่เพียงพอต่อ 1 วัน

Samsung Galaxy A01 Core แม้ว่าจะมีแบตเตอรี่ 3000mAh แต่ในการเป็นสมาร์ทโฟนตัวเล็กนั้นสามารถใช้งานได้แบบตลอดวันแน่นอนครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีกล้องหน้าและหลังอย่างละ 1 เลนส์ครับ โดยแต่ละเลนส์มีดังนี้

  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

โหมดปกติ (Auto)

ในโหมดปกติก็ถือว่า Samsung Galaxy A01 Core ทำออกมาในเกณฑ์ที่ดีครับ สามารถถ่ายออกมาให้มีความคมชัดและสีสันสดใสเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอครับ ซึ่งการถ่ายภาพไม่สามารถปรับโหมดอื่นๆ ได้ครับ

 

เซลฟี่สวยงาม

สำหรับการเซลฟี่ แม้ว่าจะไม่สามารถปรับความบิวตี้ได้ แต่ก็ถ่ายออกได้ดีพอสมควรในสภาวะที่มีแสงครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ได้ระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edtion)
  • น้ำหนักเบา จับถือได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มใช้งานสมาร์ทโฟน
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต microUSB 2.0

Samsung Galaxy A01 Core สนนในราคาเบาๆ เพียง 2,499 บาทเท่านั้นครับ

อ่านต่อ...

IT News

รีวิว Choetech Solar Charger 19W ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์ [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์กับอุปกรณ์ช้ินนี้ Choetech Solar Charger 19W เปลี่ยนพลังงานธรรมชาติเป็นไฟฟ้า และของดีที่สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่

ชมคลิป ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์

Choetech Solar Charger 19W เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับพกติดตัวไปได้ทุกที่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง กิจกรรมกลางแจ้ง เดินป่า ปีนเขา ปั่นจักรยานระยะทางไกลๆ ก็สามารถใช้เจ้าสิ่งนี้แปลงกระแสไฟชาร์จอุปกรณ์มือถือหรืออื่นๆ ได้ตลอดการเดินทาง

ใครสนใจตัวนี้ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/310sboa

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว HONOR CHOICE True Wireless Earbuds หูฟังไร้สาย ตัดเสียงรอบข้างเยี่ยม, กันน้ำ IP54 พร้อมใช้งานตลอดวัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HONOR CHOICE True Wireless Earbuds หูฟังไร้สาย การเชื่อมต่อแสนง่าย สามรถฟังเพลง-เล่นเกมได้เต็มอรรถรส พร้อมป้องกันน้ำ-ฝุ่นระดับ IP54 แถมยังมีราคาที่สุดประหยัด

 

สรุปสเปค HONOR CHOICE True Wireless Earbuds

  • น้ำหนักตัวเคส : 47.1 กรัม
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • มาตรฐานป้องกันน้ำ : IP54
  • แบตเตอรี่เคส : 500mAh
  • แบตเตอรี่หูฟัง : 55mAh
  • พอร์ตชาร์จ : USB Type-C

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • เคสพร้อมหูฟัง HONOR CHOICE True Wireless Earbuds
  • จุกเปลี่ยนหูฟังขนาดใหญ่และเล็ก
  • สายสำหรับชาร์จตัวเคสพอร์ต USB Type-C
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์เคสนั้นมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีความโค้งรอบตัวครับ ทำให้เวลาถือสะดวกมาก รวมถึงขนาดเล็ก ช่วยให้ใส่กระเป๋าได้แบบไม่กินพื้นที่

 

ตัวเคสด้านหน้าจะมีไฟ LED บอกสถานอยู่ที่ ขณะที่ด้านล่างจะเป็นพอร์ตสำหรับชาร์จตัวเคสแบบ USB Type-C

ไฟสถานะเคส

  • สีแดง : แบตเตอรี่อ่อนเมื่อไม่ได้ชาร์จ / กำลังชาร์จ
  • สีน้ำเงิน : ชาร์จระดับปกติเมื่อไม่ได้ชาร์จ / ชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว

 

มาดูกันที่ตัวหูฟัง Honor Choice มาในรูปแบบ In-Ear ที่มีขนาดเล็กครับ สามารถใส่ได้แบบแน่นกระชับพอดีหู ทั้งนี้ หูฟัง Honor Choice ยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ-ฝุ่น IP54 ช่วยป้องกันเหงื่อและน้ำกระเซ็นได้สบายๆ

 

แต่ละข้างของ Honor Choice นั้นมีไฟ LED บอกสถานะของตัวหูฟัง, ไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนที่อยู่ด้านหลัง พร้อมระบบสัมผัส

 

ไฟสถานะหูฟัง

  • รอการเชื่อมต่อ : ไฟสีขาวกะพริบถี่
  • เชื่อมต่อแล้ว : ไฟสีขาวทุกๆ 5 วินาที
  • กำลังโทรศัพท์ : ไฟสีขาวกระพริบ 2 ครั้ง ทุกๆ 5 วินาที
  • ฟังเพลง : ไม่มีไฟ

 

ด้านที่ด้านล่างหูฟังจะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา

 

วิธีการเชื่อมต่อ

1. เปิดเคสชาร์จ (ยังไม่ต้องนำหูฟังออกมา)
2. เปิดบลูทูธในสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่อชื่อ “Wireless Earbuds
3. เชื่อมต่อ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ ในการเชื่อมต่อครั้งถัดไป เมื่อเปิดเคส ระบบจะเชื่อมต่อให้กับอุปกรณ์ล่าสุดแบบอัตโนมัติ

 

การควบคุมต่างๆ

  • กด 2 ครั้งติดกันข้างใดก็ได้ : ตอบรับสาย / เล่น-หยุดเพลง
  • กดค้างข้างใดก็ได้ : ปฏิเสธการรับสาย
  • กดค้าง 2 วินาทีข้างซ้าย : เล่นเพลงก่อนหน้า
  • กดค้าง 2 วินาทีข้างขวา : เล่นเพลงถัดไป

 

การฟังเพลงและเล่นเกม

สำหรับการฟังเพลงถือว่าทำได้ดีพอสมควรครับด้วยไดรเวอร์ขนาด 7 มม. ได้ยินเสียงเบสที่ค่อนข้างแน่น แถมเสียงรอบข้างก็ถูกต้อออกไปเยอะด้วยเช่นกัน ที่สำคัญตัวหูฟังยังแบ่งช่องซ้าย-ขวาทำให้เราได้ฟังเพลงแบบเต็มอรรถรส หรือถ้าใครเล่นเกมก็ยังแยกฝั่งหาศัตรูได้แน่นอน

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มที่ทั้งวัน

เรื่องของแบตเตอรี่ Honor Choice ใช้งานได้นานมากครับ ถ้าใช้หูฟังแบบเดี่ยวๆ สามารถใช้ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ส่วนถ้าเราชาร์จเคสจนแบตเต็มสามารถใช้งานหูฟัได้ตลอดวันแน่นอน

 

หากใครที่สนใจสามารถหาซื้อ HONOR CHOICE True Wireless Earbuds ได้ผ่านทาง Lazada ในราคาเพียง 849 บาทเท่านั้น!

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured6 วัน ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01 Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

อย่างที่ทราบกันว่า H...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์26 นาที ที่แล้ว

HUAWEI ทุบสถิติใหม่ เผยยอดผู้ใช้อีโคซิสเต็ม HUAWEI Mobile Service ทั่วโลกพุ่งแตะ 700 ล้าน พร้อมนักพัฒนาแอปเพิ่มอีก 1.6 ล้าน

ข้อมูลล่าสุดจากหัวเว...

Apple News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

Apple TV+ เผยตัวอย่าง “Long Way Up” ซีรี่ส์ต้นฉบับเรื่องใหม่ที่นำแสดงโดย Ewan McGregor และ Charley Boorman

“Long Way Up” จะฉายพ...

Apple News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

iPhone 12 Series อาจเปิดตัว 2 รอบ เริ่มด้วยรุ่นจอ 6.1 นิ้ว 2 รุ่น และตามด้วยรุ่นจอ 5.4 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว เพราะปัญหาของผู้ผลิต

เว็บไซต์ Digitimes ร...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

เผยโฉมเรนเดอร์ Huawei Mate 40 และ Mate 40 Pro กล้องหลังทรงกลมขนาดใหญ่ และใช้จอโค้งทั้งคู่

เผยเรนเดอร์แรกมาแล้ว...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัวกันรัวๆ! Vivo เผยโฉม S7 5G จอ 6.44 นิ้ว ชิป S765G พร้อมกล้องหน้า 44MP

Vivo เปิดตัวสมาร์ทโฟ...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง