รีวิว Nubia M2 สมาร์ทโฟนดีไซน์สวยหรู กล้องหลังคู่ และโหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอ

Nubia M2 สมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์สวยหรู ด้วยตัวเครื่องอะลูมิเนียมสีดำตัดกับสอบสีทองเงางาม และมาพร้อมกล้องหลังคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โฟกัสเร็วด้วยระบบ Hybrid Focus PDAF และ Contrast

สรุปข้อมูลและสเปค Nubia M2

  • ราคาเปิดตัว 11,990 บาท (พฤษภาคม 2017)
  • ตัวเครื่องบาง 7 มิลลิเมตร
  • ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด 2G/3G/4G LTE
  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว AMOLED ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล
  • รันระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow กับ Nubia 4.0
  • ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8953 Snapdragon 625
  • ซีพียู Octa-core 2.0GHz Cortex-A53
  • จีพียู Adreno 506
  • แรม 4 GB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 256 GB (ใส่ช่องซิม 2)
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (RGB) + 13 ล้านพิกเซล (Monochrome) ค่ารูรับแสง f/2.2 ระบบออโต้โฟกัสแบบ PDAF และแพลช Dual LED
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0
  • รองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n/ac, Bluetooth 4.1
  • รองรับ GPS, A-GPS
  • แบตเตอรี่ 3,630 mAh รองรับชาร์จเร็ว NeoCharge
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ปุ่มโฮมด้านหน้าตัวเครื่อง

 

แกะกล่อง Nubia M2

Nubia M2 มาในกล่องกระดาษสีขาว มีโลโก้แบรนด์ Nubia อยู่ด้านหน้าของฝากล่อง เมื่อแกะฝากล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่อง Nubia M2 ที่มีแบตเตอรี่อยู่ในตัว

 

อุปกรณ์ที่มีในกล่อง ได้แก่

  • ตัวเครื่อง Nubia M2 ในรีวิวนี้จะเป็นสีดำทอง (Black Gold) มีแบตเตอรี่ในตัว
  • อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว QC 3.0
  • สายเคเบิลพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จไฟหรือถ่ายโอนข้อมูล
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ

 

สำหรับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟที่มาในกล่องของ Nubia M2 เป็นแบบ 2 ขากลมยาว รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว มาตรฐาน QC 3.0 และเทคโนโลยี NeoCharge ที่มีอยู่ในตัวเครื่อง ช่วยปรับกระแสไฟแบบเรียลไลม์ตลอดการชาร์จ ทำให้การชาร์จไฟทำได้อย่างรวดเร็วด้วยอะแดปเตอร์ขนาด 18 วัตต์ และมีความปลอดภัยด้วย

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Nubia M2 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม ด้วยการเลือกใช้วัสดุหลักตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมทั้งตัว ให้ผิวสัมผัสที่เรียบหรู ซึ่งตัวเครื่องสีดำจะมีขอบสีทองที่งามเงา จึงทำให้ตัวเครื่องมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งเส้นเสาอากาศที่คาดอยู่บริเวณส่วนบนกับส่วนล่างของฝาหลังก็กลมกลืนไปกับสีตัวเครื่อง

 

หน้าจอของ Nubia M2 มีขนาด 5.5 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD 1080p ซึ่งหน้าจอเป็นแบบ AMOLED เรื่องของการแสดงผลนั้นมีสีสันสดใสมากด้วยอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูงของหน้าจอชนิดนี้ และปกป้องหน้าจอด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass ขอบโค้งมน 2.5D ซึ่งผสานลงตัวไปกับกรอบตัวเครื่องที่มีการตัดขอบให้โค้งเล็กน้อย และตัวเครื่องมีความบางเพียง 7 มิลลิเมตร ทำให้การหยิบจับใช้งานกระชับกับอุ้งมือยิ่งขึ้น

 

Nubia M2 (ซ้าย) และ Nubia M2 Lite (ขวา)
Nubia M2 (ซ้าย) และ Nubia M2 Lite (ขวา)
Nubia M2 (ซ้าย) และ Nubia M2 Lite (ขวา)

ขนาดตัวเครื่องของ Nubia M2 กับ Nubia M2 Lite ใกล้เคียงกันมาก อีกทั้งดีไซน์ก็ยังเหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก ถ้าหากดูภายนอก็จะมีเพียงเลนส์กล้องหลังคู่เท่านั้นที่บอกได้ว่าเป็นรุ่น M2

 

เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และลำโพงสำหรับเสียงสนทนา

 

บริเวณล่างหน้าจอมีปุ่มโฮมที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และปุ่มเมนู (ซ้าย) กับปุ่มย้อนกลับ (ขวา) ซึ่งปุ่มซ้ายขวาทั้ง 2 ปุ่มนี้สามารถตั้งค่าสลับตำแหน่งการใช้งานได้ตามความถนัด ในขณะที่ไฟสีแดงของปุ่มโฮม (ปุ่มกลาง) เป็นไฟแสดงสถานะการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น กระพริบเมื่อมีรายการแจ้งเตือน หรือขณะชาร์จแบตเตอรี่ เป็นต้น

 

ขอบด้านบนตัวเครื่องจะมีรูเล็ก ๆ ซึ่งเป็นไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ขอบด้านล่างตัวเครื่องจะมีไมโครโฟน, ช่องลำโพงของตัวเครื่อง, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5mm

 

ด้านข้างซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง

 

ด้านข้างขวาจะมีปุ่ม Power สำหรับปิด/เปิดตัวเครื่อง หรือกดปิด/เปิดหน้าจอ และช่องถาดใส่ขนาด Nano SIM จำนวน 2 ช่อง หรือจะเลือกใส่ microSD card ในช่องซิม 2 ก็ได้

 

ด้านหลังของ Nubia M2 มีพื้นผิวราบเรียบแบบพ่นทราย ทำให้เวลาจับใช้งานไม่ลื่นมือ ซึ่งฝาหลังไม่สามารถแกะเปิดได้ ภายในจะมีแบตเตอรี่ขนาด 3,630 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว NeoCharge

 

เลนส์กล้องหลังของ Nubia M2 เป็นเลนส์คู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลทั้ง 2 ตัว โดยกรอบเลนส์จะนูนขึ้นมาเหนือฝาหลังเล็กน้อย มีขอบสีแดงที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวเลนส์ และมีไฟแฟลชแบบ Dual LED

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Nubia M2 รันระบบปฏิบัติการ nubia UI 4.0 ปรับแต่งบนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ปลดล็อคหน้าจอโดยการปัดหน้าจอเพื่อเข้าสู่หน้าจอหลักหรือหน้าจอโฮม ซึ่งในหน้าโฮมจะไม่มีในส่วนของ App Drawer ดังนั้นแอพพลิเคชั่นทุกตัวที่ติดตั้งบนตัวเครื่องจะถูกนำมาจัดเรียงไว้ในหน้าโฮม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวมาใหม่ในช่วงหลัง ๆ นี้ จะเห็นว่าแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งมากับตัวเครื่องมีเฉพาะแอพพื้นฐาน และไม่มีแอพขยะติตตั้งมาให้รกเครื่อง ซึ่งทำให้ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บตัวเครื่องโดยไม่จำเป็น

 

เมื่อลากแถบบาร์ด้านบนลงมาจะเป็นในส่วน Quick Settings และ Notification Center บนพื้นหลังโทนสีเทาดำ ตัวอักษรสีขาว ทำให้ดูเรียบง่าย สบายตามากกว่าการดีไซน์ที่มีสีสันมากจนเกินไป

 

Nubia M2 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ใช้งานบนเครือข่าย 3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม และเลือกสลับใช้งาน 3G/4G ไปยังซิมใดซิมหนึ่งได้ในเมนูการตั้งค่า แล้วอีกซิมก็จะถูกใช้งานบนเครือข่าย 2G/3G อัตโนมัติ

 

Nubia M2 มีฟีเจอร์สำหรับการใช้งานด้วยขอบจอได้หลากหลายรูปแบบที่เรียกว่า เลื่อนไปยังขอบจอ (Edge gestures) เริ่มจากฟีเจอร์แรก Hold the edge and swipe inward เป็นการกดค้างที่ขอบจอเพื่อเลือกหน้าจอใช้งานอื่น ๆ ที่เพิ่งเปิดใช้งานไปก่อนหน้านี้

 

Swipe up/down from the edge เป็นการลากขอบจอขึ้นหรือลง เพื่อไปยังหน้าจอก่อนหน้าหรือหน้าจอถัดไปที่เพิ่งเปิดใช้งานไปก่อนหน้า

 

Slide repeatedly on edge เป็นการลากขอบจอติดต่อกัน 2 ครั้งเพื่อปิดการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้เบื้องหลัง ยกเว้นหน้าจอที่กำลังใช้งานอยู่

 

Swipe from both edges เป็นลากขอบจอทั้ง 2 ข้างขึ้นหรือลง เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอแสดงผล ลากขึ้นจะเป็นการปรับความสว่างขึ้น และลากลงจะเป็นการลดความสว่างหน้าจอ

 

Double click edge เป็นการเคาะที่ขอบจอติดกัน 2 ครั้งเพื่อย้อนกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้า

 

ฟีเจอร์ Screen split-up เป็นการเปิดใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ โดยการลากจากขอบด้านล่างหน้าจอขึ้นมา ซึ่งจุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือไม่เพียงแค่เปิดแอพทั่วไปได้พร้อมกัน แต่ยังสามารถเปิดเล่นเกมได้พร้อมกัน 2 เกมด้วย ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ แม้จะมีฟีเจอร์ลักษณะเดียวกันนี้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องของแอพที่รองรับและไม่สามารถเปิดเกมได้พร้อมกัน 2 หน้าจอ

 

ปุ่มนำทางบริเวณล่างหน้าจอที่ทาง Nubia ดีไซน์ให้มีเฉพาะไฟจุดสีแดง ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสลับปุ่มได้เองระหว่างปุ่มย้อนกลับและปุ่มเมนูได้ตามความถนัด

 

Touch gestures ฟีเจอร์ท่าทางการสัมผัสบนหน้าจอ ได้แก่

  • Double click to light up เป็นการเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ หากหน้าจอดับอยู่
  • Palm screen lock เป็นการใช้ฝ่ามือวางบนหน้าจอเพื่อปิดล็อคหน้าจอ
  • Tri finger screenshot เป็นการใช้ 3 นิ้วลากบนขึ้นหรือลงบนหน้าจอ เพื่อจับภาพหน้าจอ
  • Tri finger switch app เป็นการใช้ 3 นิ้วปัดไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อสลับไปใช้งานแอพก่อนหน้า

 

Smart sensing หรือการตอบรับอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์สำหรับสั่งงานด้วยเซ็นเซอร์ที่มีในตัวเครื่อง Nubia M2 ได้แก่

  • Motion sensing dial เมื่ออยู่ในหน้าจอรายชื่อติดต่อ ยกมือถือขึ้นมาแนบหูเพื่อโทรออกได้ทันที
  • Motion sensing answer เมื่อมีสายโทรเข้า ยกมือถือแนบหูเพื่อรับสายได้ทันที ไม่ต้องกดปุ่มรับสาย
  • Flip to mute/pause คว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียงสายโทรเข้าหรือหยุดเล่นไฟล์มีเดียชั่วคราว
  • Shake to clear เป็นการเขย่าตัวเครื่องเพื่อเคลียร์รายการแจ้งเตือน, ปิดการทำงานแอพ และเคลียร์หน่วยความจำแรม

 

Dual instance อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของ Nubia M2 สำหรับโคลนแอพพลิเคชั่นประเภทโซเชียลให้สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 บัญชีในเครื่องเดียว ซึ่งขณะนี้รองรับแอพ LINE แล้ว เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแถบเอเชียโดยเฉพาะผู้ใช้งานในไทยที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก จากเดิมฟีเจอร์นี้จะรองรับเฉพาะแอพ WeChat และ Facebook

 

Supersnap ฟีเจอร์สำหรับการจับภาพหน้าจอที่ทำได้มากกว่าการจับภาพหน้าจอทั่วไป ด้วยลูกเล่นที่มากขึ้น ได้แก่ บันทึกหน้าจอเป็นภาพปกติ, เลือกภาพหน้าจอเป็นวงกลม, เลือกภาพหน้าจอเป็นรูปหัวใจ หรือเลือกภาพหน้าจอเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยการวาดลายเส้นเพื่อเลือกพื้นที่ได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกจับภาพหน้าจอแบบยาวต่อเนื่องกันเป็นภาพเดียวได้ เช่น จับภาพหน้าจอแชทที่ยาว ๆ เป็นภาพเดียวได้โดยไม่ต้องมาเรียงต่อภาพเอง หรือจะเลือกบันทึกหน้าจอเป็นไฟล์วิดีโอก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งสามารถเลือกความละเอียดของไฟล์วิดีโอระดับ HD ได้ด้วย

 

ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) เพิ่มได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ สามารถใช้ปลดล็อคหน้าจอ แตะสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคหน้าจอได้โดยไม่กดเปิดหน้าจอก่อน และใช้ล็อคแอพพลิเคชั่นเพื่อความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นได้ด้วย

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Sensor Box for Android

  • Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
  • Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
  • Orientation Sensor ระบบปรับมุมมองการแสดงผลหน้าจออัตโนมัติ
  • Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
  • Gyro Sensor ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3 แกน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นหลากหลายในการควบคุม
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก
  • รองรับมัลติทัชพร้อมกันสุงสุด 10 จุด

 

ผลทดสอบคะแนน Benchmark ประสิทธิภาพการทำงาน

Nubia M2 รันระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow ครอบด้วย nubia UI 4.0 ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8953 Snapdragon 625 ซีพียู Octa-core 2.0GHz Cortex-A53 กับจีพียู Adreno 506 และแรม 4GB

ผลการทดสอบ AnTuTu V6.2.6 เป็นการทดสอบการเข้าถึงการทำงานของแรม (RAM) และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู (GPU) ทำคะแนนรวมได้ 62,874 คะแนน

 

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผลและหน่วยความจำแรม การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ Nubia M2 ทำคะแนน Single-Core ได้ 864 และ Multi-Core ทำได้ 4,265 คะแนน

 

ทดสอบเล่นเกม Yokai Saga ซึ่งเป็นเกม Mobile RPG แบบแอคชั่นเรียลไทม์ที่มีกราฟิกสวยงาม พบว่าเล่นได้อย่างลื่นไหล

 

ทดสอบเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ซึ่งเป็นเกมแข่งรถที่มีภาพสวยงาม และต้องอาศัยเซ็นเซอร์ตัวเครื่องสำหรับควบคุมทิศทางการเล่น ควบคุมการขับรถ ก็สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างลื่นไหล

สำหรับแบตเตอรี่ของ Nubia M2 มีขนาด 3,630 mAh ถือว่ามีปริมาณความจุเยอะพอสมควร จากการทดสอบใช้งานพบว่าอยู่ได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป ด้วยตัวระบบปฏิบัติการที่มีการจัดการพลังงานได้ดีมาก และส่วนหนึ่งก็มาจากการเลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 625 ที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ 14nm และซีพียู Cortex-A53 เน้นการประหยัดพลังงาน

 

กล้องถ่ายรูป

Nubia M2 มีกล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลจาก Sony โดยเลนส์หนึ่งเป็นเซ็นเซอร์ RGB และอีกตัวเป็น Monochrome มาพร้อมระบบโฟกัสแบบ PDAF แลค่ารูรับแสง f/2.0

 

กล้องหลังเลนส์คู่ของ Nubia M2 สามารถถ่ายภาพได้ขนาดความละเอียดสูงสุด 4160 x 3120 พิกเซล ทั้งภาพสีและภาพขาวดำ โดยในรุ่นนี้เพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอหรือโบเก้ด้วยโหมด Portrait ที่ใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยปรับค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ f/1.0 ไปจนถึง f/16

 

โหมด Portrait

การถ่ายภาพในโหมด Portrait อาจต้องมีแบบที่มีสีสันแตกต่างไปจากฉากหลังเพื่อให้ตัวกล้องสามารถตรวจจับได้แม่นยำขึ้น สามารถเบลอได้เนียนมากขึ้น และจากการใช้งานพบว่าหากต้องการให้แสงไฟฉากหลังเป็นโบเก้วงกลม ตั้งค่ารูรับแสงอยู่ในช่วง f/1.4 ถึง /f/2.0 ซึ่งจะเบลอได้เนียนที่สุด เนื่องจากตัวเครื่องที่ใช้ในการรีวิวนี้ ตัวซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชั่นทดสอบ ต้องรออัปเดทเวอร์ชั่นอีกครั้งในเครื่องที่วางขายจริง

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมด Portrait

 

โหมด Monochome

โหมดขาวดำหรือ Monochome ในรุ่น Nubia M2 ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ระบบโฟกัสทำได้รวดเร็ว และเก็บรายละเอียดของภาพได้ดีทั้งแสงและเงา แม้จะเป็นโทนภาพสีขาวดำก็ตาม

 

โหมด Auto + HDR
โหมด Auto + HDR

โหมด HDR สำหรับการถ่ายภาพในที่สภาพแสงต่างกันมากๆ ต้องยอมรับเลยว่า Nubia M2 ทำออกมาได้ดีมาก จากตัวอย่างภาพถ่ายในช่วงเวลาใกล้อาทิตย์ตกดิน บริเวณพื้นที่ที่มีความมืดก็มีการปรับให้มีความสว่างขึ้น ในขณะเดียวกันพื้นที่ที่มีแสงสว่างมากก็มีการปรับความสว่างลงเพื่อให้เห็นรายละเอียดของพื้นที่บริเวณนั้น

 

ภาพถ่ายกลางคืน

การถ่ายภาพในที่แสงน้อยและในกลางคืน กล้องของ Nubia M2 ทำออกมาได้ดีเช่นเดียวกัน แม้จะเลือกถ่ายในโหมดอัตโนมัติหรือ Auto ภาพที่ออกมาก็พบว่าเกิดนอยซ์น้อยลง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Nubia M2

 

สรุปจุดเด่น

  • Nubia M2 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์ระดับพรีเมียม รูปลักษณ์สวยงาม และมีโดดเด่นในเรื่องของสีตัวเครื่อง โดยเฉพาะสีดำทอง (Black Gold)
  • กล้องคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ทำให้ความสามารถด้านการถ่ายภาพทำได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะในโหมด Portrait (แต่ยังเบลอได้ไม่เนียนมากนักสำหรับตัวเครื่องทดสอบที่ใช้ในรีวิวนี้ ต้องรอดูหลังจากอัปเดทเวอร์ชั่นใหม่) และมีระบบโฟกัสที่ทำได้รวดเร็วมาก ไม่มีหน่วงหรือดึงภาพก่อนการชัตเตอร์
  • ระบบปฏิบัติการและอินเตอร์เฟซการใช้งาน ทำงานได้อย่างลื่นไหน สลับแอพไปมาได้ไม่หน่วง และเล่นเกมที่มีกราฟิกสวยๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา
  • แบตเตอรี่ 3,630 mAh ใช้งานได้ยาวนานทั้งวันสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น เล่นเกมบ้าง ถ่ายรูป เล่นโซเชียล เป็นต้น และรองรับชาร์จเร็ว

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ในกล่องไม่แถมหูฟัง

โปรโมชั่น

ห้ามพลาด! ราคาพิเศษใน Thailand Mobile Expo เพียง 10,990 บาท ระหว่างวันที่ 18 – 21 พฤษภาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อลุ้นร่วกิจกรร Starhunter และ Workshop สุดพิเศษที่ลาลามูก้า รีสอร์ทเขาใหญ่

แสดงความเห็น