ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

เน็ตฟลิกซ์สานต่อพันธกิจ มุ่งเสริมศักยภาพให้นักสร้างสรรค์ทั่วไทย ได้ถ่ายทอดเรื่องราวสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

The Stranded premiere

ปี 2562 ที่เพิ่งผ่านไป ถือเป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งในตลาดไทยสำหรับเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ผู้นำด้านการให้บริการความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลก กับความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่มากมายที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนนักสร้างสรรค์ในวงการบันเทิง ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ให้มีโอกาสได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจให้สมาชิกเน็ตฟลิกซ์กว่า 158 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศทั่วโลกได้สัมผัส

ความมุ่งมั่นในการเฟ้นหาเรื่องราวที่น่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลก มาสร้างเป็นประสบการณ์ความบันเทิงที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดทางระยะทาง ภาษา และวัฒนธรรม ยังคงเป็นพลังที่ขับเคลื่อนให้เน็ตฟลิกซ์เดินหน้าทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนในประเทศไทย ทั้งในด้านการสรรสร้างคอนเทนต์ไทยให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัส การนำคอนเทนต์ระดับโลกมาให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือแม้แต่การร่วมพัฒนาทักษะและความสามารถของบุคลากรไทยให้ก้าวไกล

ส่งผลงานซีรีส์ไทยสู่เวทีโลก จุดกระแส “เคว้ง” ข้ามพรมแดน หนุนการท่องเที่ยวและการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย พร้อมนำประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกสู่สายตาคนไทยอย่างทั่วถึง

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเน็ตฟลิกซ์กับเมืองไทยในปีในปีที่ผ่านมา คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึง “เคว้ง” (The Stranded) ผลงานออริจินัลซีรีส์เรื่องแรกของไทยบนเน็ตฟลิกซ์จากฝีมือการกำกับและเขียนบทของคุณจิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสร้าง คุณเอกชัย เอื้อครองธรรม และทัพนักแสดงวัยรุ่นคับคั่ง จนสร้างกระแสความเคว้งกระหึ่มไปทั่วประเทศ และเปิดเวทีให้วงการบันเทิงไทยได้พิสูจน์ความสามารถบนเวทีโลกอย่างเต็มตัว

นอกจากการลงทุนถ่ายทำและทำตลาดให้กับซีรีส์ดราม่า – ไซไฟ – แฟนตาซีเรื่องนี้อย่างเต็มรูปแบบ จนกลายเป็นครั้งแรกที่ซีรีส์ไทยได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ให้ได้รับชมพร้อมกันทั่วโลกแล้ว เน็ตฟลิกซ์ยังลงทุนทำเสียงพากย์ถึง 4 ภาษา (อังกฤษ จีนกลาง สเปน และโปรตุเกสแบบบราซิล) และซับไตเติ้ลอีก 28 ภาษา ครอบคลุมประเทศต่างๆ ในแทบทุกทวีปทั่วโลก เพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกได้สนุกไปกับเรื่องราวการผจญภัยบนเกาะกลางทะเลอันดามันของผู้รอดชีวิตจากสึนามิทั้ง 36 คน โดยไม่มีอุปสรรคทางภาษามาขวางกั้น

นอกจากนี้ เน็ตฟลิกซ์ยังพร้อมใช้ความงดงามของวิวทิวทัศน์จากทั่วไทยในซีรีส์ “เคว้ง” มาเป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มุ่งสู่เป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการเพิ่มรายได้รวมจากการท่องเที่ยวราว 10% เป็นมูลค่ารวมถึง 3.73 ล้านล้านบาท พร้อมรักษาสถานะของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ทำรายได้จากภาคการท่องเที่ยวติดอันดับท็อป 6 ของโลก นอกจากนี้ “เคว้ง” ยังมีส่วนร่วมในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั่วโลก ผ่านความบันเทิงบนเน็ตฟลิกซ์ ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “การที่เน็ตฟลิกซ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศไทยสู่เวทีสากล ถือเป็นบทบาทสำคัญต่อก้าวต่อไปของประเทศไทยในหลายด้านทั้งในด้านของการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้แข็งแกร่ง และการเปิดประตูให้วัฒนธรรมไทยได้ก้าวไกลสู่เวทีโลก แรงสนับสนุนจากผู้ให้บริการด้านความบันเทิงที่เข้าถึงผู้ชมได้ทั่วโลกอย่างเน็ตฟลิกซ์ได้มอบโอกาสอันดีให้คนไทยนำทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมาประยุกต์ใช้และสื่อสารออกสู่สายตาสาธารณชนต่อไป อันถือเป็นการหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมไทยและสร้างกระแสความนิยมในความเป็นไทยในทุกระดับ ตั้งแต่ภายในประเทศจนถึงทั่วโลก”

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า “ซีรีส์ ‘เคว้ง’ มีการถ่ายทำในกว่า 12 จังหวัดทั่วไทย โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ทะเล อาทิ กระบี่ ชุมพร ตรัง เกาะสีชัง (จังหวัดชลบุรี) ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศชื่นชอบ เนื่องจากมีความสวยงามและสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ดังนั้น การมีภาพที่สวยงามของเมืองไทยปรากฏในซีรี่ส์ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลกผ่านการบริการความบันเทิงระดับสากล ซึ่งจะช่วยจุดกระแสความสนใจให้ผู้ชมในต่างประเทศได้เห็นถึงเสน่ห์ของเมืองไทย ทั้งในด้านความสวยงามทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม”

นอกจาก “เคว้ง” แล้ว เน็ตฟลิกซ์ยังนำผลงานคุณภาพอีกหลายเรื่องจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์อย่าง “ฉลาดเกมส์โกง” จากค่ายจีดีเอช หรือ “แสงกระสือ” โดยทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม และละครฮิตจากช่อง 3 อย่าง “บุพเพสันนิวาส” และ “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” ไปเผยแพร่ให้สมาชิกในต่างประเทศได้รับชมด้วยคำบรรยายในภาษาต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรและบุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย เพื่อนำภาพยนตร์และซีรีส์ระดับโลกมากมายมาให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสอย่างเต็มรูปแบบโดยปราศจากเส้นแบ่งหรืออุปสรรคในด้านภาษา เน็ตฟลิกซ์ได้ลงทุนอย่างมหาศาลกับการแปลภาษาจากต้นฉบับ สู่รูปแบบของคำบรรยายภาษาไทย และเสียงพากย์ภาษาไทยจากนักพากย์ชั้นนำของประเทศ ครอบคลุมภาพยนตร์และซีรีส์รวมหลายพันชั่วโมง ภายใต้กระบวนการพากย์เสียงที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้เสียงภาษาไทยที่สะท้อนถึงอารมณ์และความตั้งใจเดิมของผลงานแต่ละเรื่องอย่างครบถ้วน

เสริมทักษะคนทำงาน สร้างทักษะเชิงสร้างสรรค์เพื่อโลกดิจิทัล พร้อมแนะแนวทางการปั้นคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

นอกจากการเปิดตัวออริจินัลซีรีส์ฝีมือคนไทยแล้ว เน็ตฟลิกซ์ยังทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อการส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์ ร่วมกับคณะทำงานด้านดิจิทัล อาเซียน ของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ภายใต้โครงการ “ASEAN Digital Skills Vision 2020” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะนำเอาศักยภาพของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนมาเสริมสร้างทักษะความสามารถให้กับแรงงานกว่า 20 ล้านคน ภายในปี 2563 โดยเน็ตฟลิกซ์เองมีจะมุ่งเน้นการดำเนินงานไปที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่การสร้างทักษะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 4.0 การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยในโลกออนไลน์ และแนวทางการบริหารจัดการเพื่อความคล่องตัวในยุค 4.0

ทั้งนี้ เน็ตฟลิกซ์ยังมีกิจกรรมและโครงการที่มุ่งสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของบุคลากรในวงการบันเทิงและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของข้อตกลงกับสภาเศรษฐกิจโลก โดยในเดือนตุลาคม เน็ตฟลิกซ์ได้เชิญชวนโปรดิวเซอร์และผู้ดูแลด้านงานโพสต์โปรดักชั่นจากประเทศไทยและชาติอื่นๆ ในภูมิภาคไปร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 4 วันเต็ม โดยมีมืออาชีพมากประสบการณ์จาก Amsterdam Post Lab (APostLab) สถาบันชั้นนำของยุโรปที่มุ่งให้การฝึกสอนทักษะและแนวทางสำหรับขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่นต่างๆ มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบ แนวทาง และเครื่องมือสำหรับดำเนินงานหลังการผลิตซีรีส์ ทั้งในเชิงเทคนิค การเงิน การบริหารจัดการ และการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ผู้ที่เข้าร่วมเวิร์คช็อปในครั้งนี้ ไม่เพียงได้รับประกาศนียบัตรจบหลักสูตรจาก APostLab เท่านั้น แต่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสมาชิกแบบฟรีแลนซ์ในทีมโปรดักชั่นของเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลก ซึ่งนับเป็นการปูทางให้พวกเขามีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของการสรรสร้างผลงานซีรีส์เรื่องใหม่ให้กับเน็ตฟลิกซ์ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ เน็ตฟลิกซ์ยังได้ร่วมมือกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ (สสภช.) เพื่อจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “การนำภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก” โดยมีนักสร้างสรรค์จากทั่ววงการบันเทิงไทยกว่า 150 ท่านเข้าร่วมงาน เพื่อเรียนรู้ถึงแนวทางและหลักปฏิบัติในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์และซีรีส์ที่สามารถคว้าโอกาสที่เปิดกว้างในโลกของความบันเทิงผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมี รศ.ดร. วิทยา มะเสนา เลขาธิการ สสภช. คุณเอกชัย เอื้อครองธรรม กรรมการผู้จัดการ บราโว่ สตูดิโอ ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้อำนวยการสร้าง “เคว้ง” และผู้บริหารจากเน็ตฟลิกซ์อีกหลายท่านร่วมบรรยายพิเศษ

“การได้ร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์ นับเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างยิ่งสำหรับผม” คุณเอกชัยกล่าว “ปัจจุบัน วงการบันเทิงกำลังเปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน ซึ่งก็ทำให้รูปแบบและวิธีการในการสร้างสรรค์ จัดจำหน่าย และรับชมคอนเทนต์ต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นเงาตามตัว และเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์ชาวไทยมีช่องทางหลากหลายยิ่งขึ้นในการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่งโอกาสนี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่สำหรับบุคลากรในวงการบันเทิงไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางสู่พัฒนาการและความสำเร็จในอีกหลายด้านสำหรับประเทศไทยเช่นกัน”

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

News

Netflix จับมือ Studio Ghibli ให้แฟนๆ ดูแอนิเมชัน 21 เรื่อง เริ่ม 1 กุมภาพันธ์ 2563

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เน็ตฟลิกซ์เสริมคลังภาพยนตร์แอนิเมชัน นำ 21 ผลงานระดับมาสเตอร์พีซจาก สตูดิโอ จิบลิ สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก พร้อมให้คอหนังจากทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา ได้เพลิดเพลินไปกับจินตนาการที่โลดแล่นจากสตูดิโอระดับรางวัลออสการ์ ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์อย่าง Spirited Away และ My Neighbor Totoro

Studio Ghibli films are coming to Netflix

เน็ตฟลิกซ์ประกาศนำภาพยนตร์แอนิเมชันสุดประทับใจของ สตูดิโอ จิบลิ รวมกว่า 21 เรื่อง เปิดสตรีมให้สมาชิกได้ชมกันทั่วโลก (ยกเว้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่น) นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ บริษัท ไวลด์ บันช์ อินเตอร์เนชันแนล เพื่อเดินหน้าขยายคลังภาพยนตร์แอนิเมชันระดับโลก

ผลงานภาพยนตร์ของสตูดิโอ จิบลิ จะเปิดให้รับชมกันอย่างทั่วถึงในหลากหลายภาษาเป็นครั้งแรก ด้วยคำบรรยายถึง 28 ภาษา และเสียงพากย์ในภาษาต่าง ๆ สูงสุดถึง 20 ภาษาด้วยกัน ความร่วมมือในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ของสตูดิโอ จิบลิ ทั้งในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา ได้ดื่มด่ำไปกับภาพยนตร์แอนิเมชันสุดคลาสสิกที่คว้ารางวัลมาแล้วจากหลายเวที ไม่ว่าจะเป็นผลงานระดับรางวัลออสการ์ Spirited Away (มิติวิญญาณมหัศจรรย์), Princess Mononoke (เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร), Arrietty (อาริเอตี้ มหัศจรรย์ความลับคนตัวจิ๋ว), Kiki’s Delivery Service (แม่มดน้อยกิกิ), My Neighbor Totoro (โทโทโร่เพื่อนรัก), The Tale of The Princess Kaguya (เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่) และอื่นๆ อีกมากมาย ในภาษาท้องถิ่นของตนเอง

โทชิโอะ ซูซูกิ โปรดิวเซอร์จากสตูดิโอ จิบลิ กล่าวว่า “ในยุคนี้ ผู้ชมสามารถเข้าถึงภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรถรสจากหลากหลายช่องทาง เราทราบดีถึงเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ จำนวนมาก จึงได้ตัดสินใจเปิดสตรีมผลงานภาพยนตร์ของเรา เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ผู้ชมทั่วโลกได้ค้นพบโลกอันมหัศจรรย์ของสตูดิโอ จิบลิ”

แว็งซ็องต์ มาราวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวลด์ บันช์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเสริมอีกว่า “ในฐานะที่สตูดิโอ จิบลิ เป็นพันธมิตรรายสำคัญที่ร่วมงานกับเรามาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว เราจึงตั้งใจเฟ้นหาพาร์ทเนอร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกดิจิทัล และคำตอบก็คือเน็ตฟลิกซ์ ด้วยทีมงานที่มีทั้งความรักในผลงานของสตูดิโอ จิบลิ และความมุ่งมั่นที่จะหาหนทางในการนำผลงานภาพยนตร์ของสตูดิโอออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก โดยที่ยังยึดมั่นในปรัชญาดั้งเดิมของสตูดิโอ จิบลิ”

อาราม ยาคูเบียน ผู้อำนวยการฝ่ายผลงานออริจินัลแอนิเมชันของเน็ตฟลิกซ์ กล่าวว่า “สตูดิโอ จิบลิ มีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วยผลงานภาพยนตร์แอนิเมชันที่งดงามตระการตาและเปี่ยมด้วยจินตนาการ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลกมาแล้วกว่า 35 ปี เราจึงตื่นเต้นและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสนำภาพยนตร์ของสตูดิโอ จิบลิ มาเผยแพร่ให้ทุกคนได้สัมผัสกันง่ายขึ้น และแน่นอนว่าเรายินดีต้อนรับแฟน ๆ รุ่นใหม่ที่จะได้ก้าวเข้าสู่โลกอันอัศจรรย์ และพบกับตัวละครอันเป็นที่รักของผู้ชมมากมาย จากฝีมือของสุดยอดศิลปินที่สตูดิโอ จิบลิ”

ภาพยนตร์ของสตูดิโอ จิบลิ มีกำหนดเปิดสตรีมบนเน็ตฟลิกซ์ดังนี้

1 กุมภาพันธ์ 2563:
Castle in the Sky (ลาพิวต้า พลิกตำนานเหนือเวหา / 2529), My Neighbor Totoro (โทโทโร่เพื่อนรัก / 2531), Kiki’s Delivery Service (แม่มดน้อยกิกิ / 2532), Only Yesterday (ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง / 2534), Porco Rosso (พอร์โค รอสโซ สลัดอากาศประจัญบาน / 2535), Ocean Waves (สองหัวใจ รักหนึ่งเดียว / 2536), Tales from Earthsea (ศึกเทพมังกรพิภพสมุทร / 2549)

1 มีนาคม 2563:
Nausicaä of the Valley of the Wind (มหาสงครามหุบเขาแห่งสายลม / 2527), Princess Mononoke (เจ้าหญิงโมโนโนเกะ / 2540), My Neighbors the Yamadas (ยามาดะ ครอบครัวนี้ไม่ธรรมดา / 2542), Spirited Away (มิติวิญญาณมหัศจรรย์ / 2544), The Cat Returns (เจ้าแมวยอดนักสืบ / 2545), Arrietty (อาริเอตี้ มหัศจรรย์ความลับคนตัวจิ๋ว / 2553), The Tale of The Princess Kaguya (เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ / 2556)

1 เมษายน 2563:
Pom Poko (ปอมโปโกะ ทานูกิป่วนโลก / 2537), Whisper of the Heart (วันนั้น… วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพู / 2538), Howl’s Moving Castle (ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ / 2547), Ponyo on the Cliff by the Sea (โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย / 2551), From Up on Poppy Hill (ป๊อปปี้ ฮิลล์ ร่ำร้องขอปาฏิหาริย์ / 2554), The Wind Rises (ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก / 2556), When Marnie Was There (ฝันของฉันต้องมีเธอ / 2557)

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS สนับสนุนบริการทางการแพทย์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส นำเทคโนโลยีระบบสื่อสารโทรคมนาคม เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารระหว่างทีมพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลสัญญาณโทรคมนาคมระหว่างการลำเลียงช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือได้อย่างเหมาะสม ภายใต้ “โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ” เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และสร้างรากฐานการให้บริการสุขภาพ โดยเฉพาะระบบส่งต่อประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในพื้นที่หลังเขื่อนภูมิพล ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สัญญาณการสื่อสารทุกประเภทยังเข้าไปไม่ถึง และพื้นที่โดยรอบก็ยังมีสัญญาณไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ โครงการวิจัยของคณะพยาบาลศาสตร์ครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยปัญหาของพยาบาลในพื้นที่ระหว่างการให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน ความตระหนักและความต้องการของประชาชน ผู้แทนขององค์กร หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ รวมถึง ทีมนักวิจัยจากคณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ นักอุทกศาสตร์ พยาบาลวิชาชีพและนักวิชาการสาธารณสุขในพื้นที่

 

สำหรับ “โครงการวิจัยการพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ” ในครั้งนี้ เอไอเอส ได้ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในพื้นที่หลังเขื่อนภูมิพล และบริเวณใกล้เคียงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยก่อนหน้านี้ ประชาชนที่เกิดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง หรือได้รับการบาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุ ต้องได้รับการส่งต่อเพื่อการรักษาอย่างเร่งด่วนในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งโดยปกติ ขณะที่ยังไม่มีสัญญาณมือถือ ภายหลังพยาบาลวิชาชีพผู้ดูแลพื้นที่ได้ปฐมพยาบาลแล้ว หากจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษานอกพื้นที่ พยาบาลจำเป็นต้องใช้วิทยุสื่อสารถึง 3 ช่วง คุยต่อกันเป็นทอดๆ เพื่อจะติดต่อโรงพยาบาลบนฝั่งได้ และจะต้องใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ 1 ถึง 5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของเรือ

จึงนับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพัฒนาระบบเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีศักยภาพสูง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ระหว่างพยาบาลในพื้นที่และแพทย์ในโรงพยาบาล และติดตามเฝ้าระวัง ก่อนที่จะส่งต่อการรักษาไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยให้ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น ระหว่างการลำเลียงผู้ป่วยทางน้ำพยาบาลสามารถติดต่อกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้การดูแลผู้ป่วยตามอาการที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

แอดไวซ์ เปิดช้อปใหม่ Advice สาขาเซ็นทรัล รามอินทรา

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด เดินหน้าชูยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง ล่าสุดเปิด Advice สาขาเซ็นทรัล รามอินทรา ชั้น 3 รองรับการเติบโตและขยายการให้บริการลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอก พร้อมชูนวัตกรรมไอที โซลูชั่นตอบโจทย์ลูกค้า และเสริมแกร่งด้านบริการ ทั้งศูนย์ซ่อมและที่ปรึกษาในการให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ ด้วยแนวคิด “นึกถึง IT นึกถึง ADVICE ครบจบในที่เดียว”

Advice Ramindra

นายศรัณย์ ปัญหา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และฝ่ายขาย บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด ผู้นำและศูนย์รวมอุปกรณ์ไอทีครบวงจรที่มีสาขาครอบคลุมกว่า 354 สาขาทั่วประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด เปิดแอดไวซ์สาขาใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา ชั้น 3 เพื่อรองรับการเติบโตและขยายการให้บริการลูกค้าครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอก สำหรับในโซนของรามอินทราเป็นโซนที่จะเป็นการเสริมทัพในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มกลุ่มลูกค้า Hi-end มากขึ้น โดยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าให้สามารถเลือกซื้อสินค้าไอทีและมีที่ปรึกษาให้คำแนะนำพร้อมในที่เดียว ทั้งนี้การทำขยายหน้าร้านโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ นั้น สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง เนื่องจากสาขาของแอดไวซ์มีครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดต่างๆ แล้วเราก็ขยายเข้ามาสู่เมืองกรุงเพิ่มอีก สาขาภายในช้อปจะเป็นการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำ ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์ประกอบ (DIY) โน้ตบุ๊ค เดสก์ท๊อป (AIO) จอมอนิเตอร์ พริ้นเตอร์ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เกมมิ่งซึ่งมีการเติบโตสูง โดยเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา ชั้น 3

ล่าสุดทางบริษัทฯ จัดงาน Grand Opening Advice ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา ชั้น3 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีกิจกรรม Lucky Draw รางวัลใหญ่คือ Notebook Advice Alpha Force I มูลค่า 59,900บาท นอกจากนี้ภายในงานยังมีโปรโมชั่นลดราคาพาช๊อค!! กับ Hero Product ที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่าน QR Code และแสดงตัวหน้างาน ลุ้นได้รับสิทธิ์ซื้อสินค้าราคาพิเศษลดกันหนักๆ กว่า 50% พบกันได้ที่ Advice สาขาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา ชั้น 3 โทร.098-224-4512

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะให้สาขานี้รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย และได้เลือกซื้อสินค้าที่ตรงตามความต้องการ ทั้งยังได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานโดยตรงก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้า ครั้งนี้เป็นการขยายการเติบโตทางธุรกิจที่สำคัญ เพื่อส่งมอบความสะดวกสบายแก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและทุกกลุ่มอีกด้วย สำหรับการเปิดสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้นับเป็นสาขาที่ 354” นายศรัณย์ ปัญหา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และฝ่ายขาย กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้แอดไวซ์ ในฐานะผู้นำในการทำตลาดและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าไอที มั่นใจว่าการขยายสาขาในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนและเชื่อมการเข้าถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมให้ลูกค้าในกรงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมสัมผัสเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมเลือกซื้อสินค้าเพื่อการทำงานและความบันเทิง พร้อมยังชูความเป็นที่ปรึกษาด้านไอที “นึกถึง IT นึกถึง ADVICE ครบจบในที่เดียว” ในฐานะผู้นำและศูนย์รวมอุปกรณ์ไอทีครบวงจร และมีสาขาครอบคลุมกว่า 354 สาขาทั่วประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นจุดแข็งของแอดไวซ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าและทุกพื้นที่ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและเลือกซื้อสินค้า ปัจจุบันแอดไวซ์ มีกลุ่มสินค้าจัดจำหน่ายมากกว่า 10,000 รายการ ทั้งในกลุ่มโน้ตบุ๊ค เดสก์ท็อป คอมพิวเตอร์ประกอบ (ดีไอวาย) พริ้นเตอร์ และสมาร์ทโฟน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าโปรโมชั่น และอื่นๆ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1602 หรือคลิกhttps://www.advice.co.th และ Fanpage : AdviceClub และLine : @AdviceClub

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News7 วัน ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง