ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

มหาจักรฯ ประกาศหนุน eSport พร้อมเปิดตัวหูฟังเกมมิ่งตระกูล JBL Quantum สั่งลุยศึกตลาดหูฟังเกมมิ่งเต็มที่ เน้นเจาะกลุ่มคนที่ชื่นชอบเล่นเกม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง JBL ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างหูฟังเกมมิ่งและลำโพง JBL Quantum ถึง 9 รุ่น ได้แก่ Quantum 50 ราคา 1,390 บาท, Quantum 100  ราคา 1,590 บาท, Quantum 200 ราคา 1,990 บาท, Quantum 300 ราคา 2,990 บาท, Quantum 400 ราคา 3,990 บาท, Quantum 600 ราคา 6,590 บาท, Quantum 800 ราคา 8,590 บาท และ Quantum One ราคา 9,990 บาท รวมถึงลำโพง JBL Quantum Duo ราคา 6,990 บาท นับว่าเป็นก้าวแรกของ JBL ในตลาดหูฟังเกมมิ่ง โดยบริษัทมหาจักรฯ ประกาศเป็นผู้สนับสนุนทีม ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต’ ทีมอีสปอร์ตชั้นนำของไทยที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในและนอกประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา หวังช่วยกระตุ้นยอดขายและเป็นที่รู้จักในวงการเกมมิ่ง โดยมุ่งเน้นเจาะกลุ่มคนที่ชื่นชอบเล่นเกม ที่ปัจจุบันให้ความสนใจในอีสปอร์ตกันเพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าหมายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดหูฟังเกมมิ่ง

คุณเกษมสิน กาญจนชัยภูมิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ JBL เป็นที่รู้จักดีและได้รับการไว้วางใจจากผู้บริโภค การันตีด้วยการเป็น World’s No.1 Best Seller Wireless Speaker 4 ปีซ้อน และเป็นแบรนด์ยอดขายอันดับหนึ่งในสินค้าประเภทเดียวกันทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ และในปีนี้ เราตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดหูฟังเกมมิ่งเป็นครั้งแรก เพื่อให้ JBL ได้ครอบคลุมทุกประเภทสินค้าเครื่องเสียง นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของ JBL จากการเล็งเห็นโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดเกมมิ่งทั่วโลก นอกจากนี้ จากการเติบโตของตลาด eSport เองก็ส่งผลดีต่อสินค้า JBL Quantum ของเรา จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าสนับสนุนทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต เนื่องจากเป็นทีมชั้นนำของประเทศไทยที่มีผลงานโดดเด่นทั้งไทยและระดับโลก อีกทั้งเป็นทีมที่ครอบคลุมในทุกประเภทเกม และเป็นที่ชื่นชอบกันในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และทางบริษัทฯ มีความมั่นใจว่าการดึงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต มาช่วยเสริมทัพในฝั่งสินค้าเกมมิ่งนี้ เมื่อมาผนวกกับกลยุทธ์ทางการตลาด แผนการโปรโมท การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ จะเป็นที่ตัวช่วยในการพา JBL Quantum ไปสู่การครองใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยากครับ

 

สำหรับหูฟัง JBL Quantum มาพร้อมกับนวัตกรรมที่พัฒนามาเพื่อเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะอย่างเทคโนโลยี  JBL Quantum Sphere 360 ที่ให้เสียงรอบทิศทางแบบ 360 ที่มากกว่าระบบ 7.1 ทั่วไป ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่จริง และมีฟังก์ชั่น Head Tracking ที่มีเซ็นเซอร์ที่คอยติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะ ทำให้สามารถประมวลผลและขับเสียงที่แม่นยำให้เหมาะสมกับตำแหน่งศีรษะของผู้ใช้ นอกจากหูฟังแล้วยังมีลำโพง JBL Quantum Duo ลำโพงพีซีมีระบบเสียง JBL Quantum Sound Signature สร้างเสียงคมชัดรอบทิศทาง ที่ยกทัพกันมาเอาใจเหล่าเกมเมอร์กันสุดๆ พิเศษ! พบกับโปรโมชั่นเปิดตัวสุดพิเศษ รับฟรี! ของแถมสุด limited ทุกการสั่งซื้อ (สินค้ามีจำนวนจำกัด) ผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและ store.mahajak.com  ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 – 30 มิถุนายน 2563 และสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram MahajakLife

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มทรู ลงนาม MOU ร่วม รพ.ศิริราช นำอัจฉริยภาพทรู 5G พัฒนาUse Case เพิ่มศักยภาพทางการแพทย์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

ทรู 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ร่วมยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ และสาธารณสุขของประเทศให้เหนือกว่าและยั่งยืนในทุกมิติ โดย นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น  (ที่ 4 จากซ้าย) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ศาสตราจารย์ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี (ที่ 3 จากซ้าย) และ รศ. นพ. วิศิษฎ์ วามวาณิชย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช (ที่ 2 จากซ้าย) เพื่อนำเทคโนโลยีอัจฉริยะทรู5G   มาร่วมพัฒนา วิจัย และทดสอบรูปแบบการใช้งาน (Use Case) สร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมทั้งประยุกต์ใช้ให้ตรงกับความต้องการจริงของผู้ใช้บริการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาด้านนวัตกรรม และความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนำผลการวิจัย และผลการทดสอบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม

 

ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะครอบคลุมทั้งระบบอินเทอร์เน็ต, ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ, ระบบสาธารณสุขทางไกล, ระบบสนับสนุนทางการแพทย์ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และเกษตรกรรม พร้อมกันนี้ได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโซลูชั่น TeleAmbulance Powered by True 5G   : Body Camera & Push to Talk เพื่อนำไปใช้สื่อสารในรถพยาบาลฉุกเฉิน ของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินศิริราช  (Siriraj Emergency Medical Service Center) ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะTrue 5G โดยรองรับการใช้งานทั้งแบบ Push to Talk และ Push to Video มีปุ่มฉุกเฉินสามารถ stream video แบบเรียลไทม์ไปยังแพทย์เพื่อปรึกษาอาการคนไข้ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อประสานงานกับหน่วยต่างๆ ภายในโรงพยาบาล ทำให้สามารถวางแผนและเตรียมการรักษาได้ทันท่วงที ก่อนผู้ป่วยจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Samsung วางจำหน่าย UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C ได้ถึง 99% ให้สมาร์ทดีไวซ์ของคุณสะอาด ปลอดภัย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ซัมซุง เปิดตัวเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา สามารถฆ่าเชื้อโรคที่เกาะอยู่บนผิวสัมผัสของสมาร์ทดีไวซ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน นาฬิกา หรือหูฟัง ได้ถึง 99% ทั้ง 2 ด้านของอุปกรณ์ในเวลาเพียง 10 นาที[1] ด้วยรังสี UV-C แบบหลอดคู่ที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ทำลายผิวสัมผัส ช่วยลดความกังวลจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ พร้อมฟังก์ชันชาร์จแบบไร้สาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคใหม่อย่างแท้จริง

 

เครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C จากซัมซุง มาพร้อมหลอด UV แบบคู่ สามารถกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนอุปกรณ์ได้ทั้ง 2 ด้านในการทำงานเพียงครั้งเดียว พร้อมรองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi สูงสุดที่ 10 วัตต์[2] สะดวกต่อการใช้งานด้วยสัญลักษณ์ไฟ LED แจ้งโหมดการเปิด-ปิดหน้าจอ นอกจากนี้ยังมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดฝาเครื่องออก มาในดีไซน์สีขาว ตัวเครื่องโค้งมนพกพาสะดวก ในขนาด 22.8 x 12.8 x 4.9 ซม. สามารถจุของได้หลากหลาย รวมถึงสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่อย่าง Galaxy S20 Ultra 5G หรือ Galaxy Fold ขณะพับได้อย่างลงตัว[3] อีกทั้งยังสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ Wearables อย่างหูฟัง Galaxy Buds/Buds+ ไปจนถึงนาฬิกา Galaxy Watch ได้อีกด้วย

 

ซัมซุงพร้อมวางจำหน่ายเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ในราคา 1,590 บาท ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/2ZklZqd

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI คว้าอันดับ 6 ของโลกด้วยรางวัลสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมประจำปี 2020

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีชั้นนำระดับโลก ขึ้นครองอันดับที่ 6 จากการจัดอันดับ 50 รายชื่อสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจล่าสุดโดย Boston Consulting Group (BCG) ซึ่งหัวเว่ยไต่อันดับสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 42 อันดับ ถือเป็นอันดับสูงสุดนับตั้งอยู่ในรายชื่อเมื่อปี 2012

 รายงานของ Boston Consulting Group ระบุว่ารายชื่อบริษัทที่ติด 6 อันดับแรกของปีนี้ได้แก่ แอปเปิล, อัลฟาเบต อิงก์, แอมะซอน, ไมโครซอฟท์ และหัวเว่ย ตามมาด้วยอาลีบาบา, ไอบีเอ็ม, โซนี่ และเฟซบุ๊ก

 การจัดอันดับดังกล่าวอ้างอิงจากการสำรวจความเห็นจากผู้บริหารในภาคธุรกิจนวัตกรรมกว่า 2,500 คนบวกกับการประเมินผลประกอบการของบริษัท โดยได้สำรวจใน 4 มิติด้วยกัน ได้แก่ ความรับรู้ในระดับโลก (Global “Mindshare”), การปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industry Disruption), มุมมองจากเพื่อนร่วมแวดวงอุตสาหกรรม (Industry Peer View) และการสร้างมูลค่า (Value Creation) ซึ่งในปีนี้ทาง Boston Consulting Group ก็ได้เพิ่มอีกหนึ่งมิติใหม่ที่ใช้ในการประเมิน ซึ่งจับประเด็นด้านความหลากหลายและความจริงจังในการการทลายขีดจำกัดของแต่ละบริษัท โดยจะประเมินความสามารถของบริษัทในการฝ่าฟันอุปสรรคของการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีอยู่ก่อนแล้ว และเข้ามามีบทบาทในสนามที่อยู่นอกเหนือจากตลาดเดิมของตนเอง

ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก หัวเว่ยได้ใช้สัดส่วนมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งปีของบริษัท ในการลงทุนกับฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ยคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 131,659 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็น 15.3 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด

ในด้านเทคโนโลยี 5G หัวเว่ยได้ลงทุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หัวเว่ยขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีสำหรับยุคถัดไป โดยทางบริษัทได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือด้านเทคโนโลยี 5G พร้อมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการนำแอปพลิเคชัน 5G ไปใช้ในเชิงพาณิชย์และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ

จากรายงานประจำปี หัวเว่ยได้ปรับเปลี่ยนจากโมเดลนวัตกรรม 1.0 สู่โมเดลนวัตกรรม 2.0 ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในทฤษฎีขั้นพื้นฐานรวมทั้งยังเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานรูปแบบใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยวิสัยทัศน์ร่วมกันแห่งอนาคต

ทั้งนี้ ในด้านการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ หัวเว่ยได้ยกระดับความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมใหม่และได้เปิดตัวโครงการสำหรับพาร์ทเนอร์ในการต้านโควิด-19 (Anti-COVID-19 Partner Program) ที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) , ออฟฟิศทางไกล (Remote Office) , การสาธารณสุขอัจฉริยะ (Smart Healthcare) และการศึกษาออนไลน์ (Online Education) เพื่อส่งเสริมการรับมือกับโรคระบาดนี้ ดังจะเห็นได้จาก การวินิจฉัยโรคโดยอาศัยเทคโนโลยีผู้ช่วย AI ที่สามารถวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เชิงปริมาณเพื่อรายงานผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ได้ในหลักวินาที ที่สามารถช่วยบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นด่านหน้าในการตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้อีกด้วย

“เมื่อเราเริ่มการวิจัยสำหรับรายงานสุดยอดบริษัทแห่งนวัตกรรมโลกลำดับที่ 14 โดย Boston Consulting Group (BCG) การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ได้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเราได้สำรวจข้อมูลกับลูกค้า ก็เป็นที่แน่ชัดว่าผลการวิจัยหลักของปีนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อได้เปรียบด้านปริมาณและข้อบังคับสำหรับนวัตกรรมที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้นำด้านนวัตกรรมจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับอุปสงค์, อุปทาน, พฤติกรรมผู้บริโภค และวิธีการดำเนินธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว” ผู้เขียนรายงาน BCG ดังกล่าวระบุ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง