ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

LINE ตอกย้ำแนวคิด Life On LINE ในงาน Digital Thailand Big Bang 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

LINE ตอกย้ำแนวคิด Life On LINE โชว์ศักยภาพเชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนภาครัฐ ในงาน Digital Thailand Big Bang 2019

LINE ประเทศไทย เปิดบูธจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการ ในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ภายใต้แนวคิด “Life On LINE” โชว์ศักยภาพตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนไทยในยุคดิจิทัล พร้อมเดินหน้าเป็นแพลตฟอร์มมากด้วยโซลูชั่นเสริมประสิทธิภาพ จับมือพาร์ทเนอร์ร่วมพัฒนาบริการสาธารณะสำหรับภาครัฐ หวังดันไทยเดินหน้าสู่ Digital Economy และ Smart Cities

Life On LINE Digital Thailand Big Bang 2019

ดร. พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE ให้บริการคนไทยมากว่า 6 ปีแล้ว เรามีผู้ใช้งานในปัจจุบันรวมกว่า 44 ล้านคน เรามุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานชีวิตคนไทยในยุคดิจิทัลให้ดีขึ้น มีความสะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ และพร้อมเชื่อมต่อโลกมาอยู่ในมือของทุกคนด้วยแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีที่เรามี ภายใต้วิสัยทัศน์ “Life On LINE” ด้วยบริการที่หลากหลาย ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งในระดับบุคคลและภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรือผู้ประกอบการ SME ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 ล้านรายทั่วประเทศ การจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการของ LINE ในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ครั้งนี้ เป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นในด้านที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการให้คำแนะนำ คำปรึกษาโซลูชั่นมากมายบนแพลตฟอร์ม LINE ที่จะสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับบริการของภาครัฐได้ ตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่อง Digital Economy นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ให้ 6 สตาร์ทอัพดาวรุ่งของประเทศไทยที่ร่วมในโครงการ LINE ScaleUp ได้โชว์นวัตกรรมบริการดิจิทัลที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม LINE ซึ่งพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจประเทศไทย ตอบสนองการเดินหน้าสู่ Smart Cities และยุคอุตสาหกรรม 4.0

ทั้งนี้ ภายในบูธจัดแสดงของ LINE ได้จัดแสดงถ่ายทอดทุกมิติของบริการภายใต้แพลตฟอร์ม LINE ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันของทุกคน ด้วยพื้นที่จำลองหลากหลายโซนในบูธ LINE เช่น โซน Life On LINE: จำลองการเชื่อมต่อ IoT ผ่าน LINE ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองใช้ LINE สั่งเปิดปิด ควบคุมไฟได้ตามต้องการ โซน Fake News Information: ให้ความรู้และเข้าใจถึงการใช้ LINE อย่างปลอดภัย รู้จักลักษณะของข่าวปลอม พร้อมวิธีรายงานปัญหาใน LINE เพื่อร่วมกันป้องกันและไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้หลอกลวง โซน LINE ScaleUp: 6 ทีมสตาร์ทอัพระดับประเทศกับรูปแบบบริการที่น่าสนใจภายใต้แพลตฟอร์ม LINE เพื่อช่วยยกระดับชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น ซึ่งมีทั้งธุรกิจบริการการเงิน บริการด้านไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน บริการด้านการตลาด โดยทั้ง 6 ทีมล้วนเป็นสตาร์ทอัพไทยที่มีความสามารถโดดเด่น มีโอกาสก้าวไกลสู่การเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นสัญชาติไทยตัวแรก โซน LINE Gov Tech Solution: 4 องค์กรนักพัฒนาชั้นนำ พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำดิจิทัลโซลูชั่นและเทคโนโลยีเพื่อบริการสาธารณะ สนับสนุนองค์กรภาครัฐให้สามารถสร้างและพัฒนาบริการของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจรมากขึ้นบนแพลตฟอร์ม LINE พร้อมด้วยโซน LINE MAN และ LINE TV รวมถึงโซนเครื่องดื่มโดนใจอย่าง LINE Café เป็นต้น

นอกเหนือจากการจำลองบริการและโซลูชั่นมากมาสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรภาครัฐแล้ว LINE ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ความรู้ด้านแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีกับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของคนไทย โดยเตรียมจัดสัมมนาพิเศษขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ในหัวข้อ “การใช้ LINE ประกอบธุรกิจในภาคเกษตรกรรม” เพื่อแนะนำการใช้ LINE Official Account สําหรับธุรกิจ SME ด้านการเกษตร พร้อมพูดคุยสนทนากับผู้ประกอบการธุรกิจเชิงเกษตรกรรม ‘บ้านริมรูฟท๊อปฟาร์ม’ ถึงการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการส่งเสริมธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐที่สนใจสามารถเข้าฟัง 4 องค์กรนักพัฒนานำเสนอโซลูชั่นที่น่าสนใจสำหรับหน่วยงานภาครัฐภายในงานสัมมนาพิเศษในวันดังกล่าวอีกด้วย

LINE ecosystem กำลังเติบโตอย่างมากและพร้อมเป็นเครื่องมือสำคัญและมีประสิทธิภาพสำหรับ ทั้งบุคคล ภาคธุรกิจ และภาครัฐ เพื่อพัฒนาบริการใหม่ๆ และปรับปรุงการบริการที่มีอยู่ให้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ชีวิตดิจิทัล สามารถเข้าเยี่ยมชมบูธ LINE ได้ในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ณ บูธ BP 8 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ระหว่างวันที่ 28 –31 ตุลาคม 2562 นี้

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS คว้า 2 รางวัลใหญ่ จากเวที 2020 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards ตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้าน IoT และ Data Center ของไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เอไอเอส ตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้าน IoT และ Data Center ของไทย ล่าสุดคว้า 2 รางวัลใหญ่ Thailand IoT Service Provider of the Year Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และ Thailand Data Center Competitive Strategy Innovation & Leadership Award จากเวที 2020 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards จัดโดย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก

 

นางอัศนีย์ วิภาตเวทย์ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เอไอเอส กล่าวว่าในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ Digital Infrastructure เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เอไอเอส ได้พัฒนาเทคโนโลยี IoT เฉพาะเพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ Smart Building, Smart Office, Smart Property, Smart City, Smart Transportation, Smart Logistics รวมถึงโซลูชัน IoT อื่นๆ ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม  เรามีความแข็งแกร่งในเรื่องของเครือข่ายสำหรับ IoT ตั้งแต่เครือข่าย NB-IoT ที่ประหยัดพลังงาน ไปจนถึงเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น 5G พร้อมสำหรับการเชื่อมต่อกับ IoT Platform เพื่อรองรับอุปกรณ์ IoT ที่หลากหลาย การใช้งาน Application และการสร้างเครือข่ายของผู้พัฒนา และ พาร์ทเนอร์ที่ช่วยสร้างความสามารถใหม่ๆ อันไม่เพียงจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์แก่สาธารณชน ภาครัฐ ภาคการศึกษา และประเทศไทยโดยรวม ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ เอไอเอส ได้คว้ารางวัล Thailand IoT Service Provider of the Year Award มาครอบครองต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Thailand Data Center Competitive Strategy Innovation & Leadership Award ซึ่งมอบให้กับ CSL ในกลุ่มเอไอเอส ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลยอดนิยมของไทย ด้วยความเร็วการเชื่อมต่อระดับ 100 Gbps พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพที่แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และสถานที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลที่มากที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมขยายบริการออกสู่ภูมิภาค รองรับการขยายตัวของ Edge Computing ในราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์กับทุกความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งสองรางวัลที่เอไอเอสได้รับในครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิผลของเทคโนโลยี Digital รวมทั้งความรู้ และความสามารถของทีมงานที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเพียบพร้อมของเอไอเอส ในการที่จะนำเทคโนโลยีมาร่วมฟื้นฟูประเทศและช่วยประเทศพิชิตวิกฤตได้ด้วยความเป็นเลิศนางอัศนีย์ กล่าว

สำหรับ Frost & Sullivan เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจและการวิจัยเชิงธุรกิจที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 50 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากบริษัทและนักลงทุนชั้นนำระดับโลกมากกว่า 1,000 แห่ง จาก 40 กว่าประเทศทั่วโลก

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนแรกที่พร้อมให้บริการเครือข่าย 5G standalone (SA) ในสหราชอาณาจักร ร่วมกันกับผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำในอุตสาหกรรม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

  • สมาร์ทโฟน OPPO Find X2 Pro และ OPPO Reno3 5G สมาร์ทโฟนที่พร้อมรองรับเครือข่ายเพื่ออนาคต
  • เครือข่าย 5G SA ในสหราชอาณาจักร พร้อมให้บริการในมหาวิทยาลัยโคเวนทรี เป็นสถานที่แรก
  • เครือข่าย 5G SA เป็นเครือข่ายที่ใช้โครงสร้างพื้นฐาน 5G แบบใหม่ ซึ่งจะมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าเครือข่ายแบบ NSA และจะใช้เป็นโครงสร้าง 5G หลักในอนาคต

เซินเจิ้น ประเทศจีน – OPPO ประกาศความสำเร็จถึงความพร้อมในการให้บริการเครือข่าย 5G Standalone (SA) และ บริการ 5G SA Network Slicing เป็นครั้งแรก ด้วยการร่วมมือกับ Vodafone และ Ericsson ซึ่งเป็นก้าวครั้งสำคัญในการสร้างเครือข่าย 5G SA ในยุโรป

การทดสอบประสิทธิภาพของเครือข่าย 5G SA ในห้องปฏิบัติการของ OPPO ด้วยสมาร์ทโฟน OPPO Find X2 Pro และ OPPO Reno3 5G

โดยเครือข่ายใหม่นี้เปิดให้ใช้งานที่มหาวิทยาลัยโคเวนทรี ประเทศอังกฤษ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่กับสมาร์ทโฟน 5G ของ OPPO ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Qualcomm และแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน 5G ของ MediaTek ได้ตามลำดับ

OPPO และ Ericsson ทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาโซลูชั่นด้าน Network slice switching software ด้วยเทคโนโลยีของ Qualcomm และ MediaTek โดยการใช้สมาร์ทโฟน OPPO Find X2 Pro 5G และ OPPO Reno3 5G เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสลับเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดบนความต้องการที่แตกต่างกัน โดยเครือข่ายหนึ่งจะใช้ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และอีกเครือข่ายหนึ่งจะใช้สำหรับการเชื่อมต่อที่สเถียรและรวดเร็ว เพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยโคเวนทรี สามารถเข้าถึงทรัพยากรของสถานศึกษาได้อย่างรวดเร็วและสเถียร อีกทั้งยังทำให้สามารถสร้างการเรียนการสอนระยะไกลที่มีความละเอียดคมชัดสูงได้อีกด้วย

คำจำกัดความของ 3GPP ในองค์กรที่พัฒนาโปรโตคอลด้านการสื่อสารโทรคมนาคมเคลื่อนที่นั้น ได้แบ่งประเภทของ 5G ออกเป็น 2 ประเภท คือ NSA (Non-Standalone) และ SA (Standalone) โดย SA หมายถึง เครือข่ายอิสระที่มีฐานการส่งสัญญาณเป็น 5G และเครือข่ายหลักเป็น 5G ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายส่วนใหญ่ทั่วโลกกำลังผลักดันการใช้ 5G SA อย่างจริงจัง เพื่อมุ่งสู่เครือข่ายแห่งโลกอนาคต

5G network slicing เป็นเทคโนโลยีที่แบ่งเครือข่ายทางกายภาพออกเป็นเครือข่ายเสมือนจริงแบบ end-to-end ซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกับสถาปัตยกรรมเครือข่ายหลัก 5G ได้ โดยแต่ละส่วนของเครือข่ายจะเป็นอิสระต่อกันและสามารถจัดสรรทรัพยากรของตัวเองเพื่อให้สามารใช้งานเครือข่าย 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้แต่ละรายตามแอปพลิเคชันที่แตกต่างกันได้อีกด้วย

5G SA และเทคโนโลยี network slicing เป็นความสำเร็จล่าสุดในงานวิจัยของ OPPO ด้าน 5G โดย OPPO จะยังคงความเป็นผู้นำด้าน 5G ด้วยการลงทุนด้าน R&D อย่างต่อเนื่อง โดย OPPO เชื่อมั่นในด้านการเชื่อมต่ออัจฉริยะแห่งอนาคต พร้อมให้เครือข่าย 5G เป็นหัวใจหลักในวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ ดังนั้น OPPO จึงได้ทำงานร่วมกันกับพาร์มเนอร์ที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี 5G และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ค้าปลีกชั้นนำเพื่อเชื่อมต่อไปสู่ผู้บริโภคให้ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ OPPO ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการเครือข่ายหลักอีกกว่า 40 รายในยุโรป โดย OPPO จะยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย รวมทั้งจะยังคงทำงานร่วมกันกับพาร์ทเนอร์ปัจจุบันและพาร์ทเนอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เอไอเอส ผนึก มหามิตร “กรีนพหลโยธิน” จัดชาเลนจ์รักษ์โลก ดึงพลังพนักงานรุ่นใหม่สร้างจิตสำนึก กำจัดขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอส สานต่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมคนไทยไร้ E-Waste” ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย รณรงค์ สร้างจิตสำนึก ในการคัดแยกและนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ไปทิ้งอย่างถูกวิธี ล่าสุดชวนมหามิตรกรีนพหลโยธิน” 13 องค์กรชั้นนำบนถนนเส้นพหลโยธิน ทำภารกิจครั้งสำคัญเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย “E-Waste The Battle ถ้ารักษ์จริงมาทิ้งแข่งกันแข่งขันรวบรวม E-Waste เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี พร้อมเปิดตัวพันธมิตรรายใหม่ ECOLIFE แอปพลิเคชันรักษ์โลก สร้างความสนุกให้กับทุกการทิ้ง เปลี่ยนทุกขยะให้เป็นคะแนนสะสมแลกของพรีเมี่ยมสำหรับคนสายกรีน

กรีนพหลโยธินเป็นกลุ่มองค์กรที่จัดขึ้นโดยการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายกับ 13 องค์กร ภาครัฐและภาคเอกชน บนถนนเส้นพหลโยธิน ประกอบด้วย สำนักงานเขตพญาไท, สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ, โรงพยาบาลพญาไท 2, บุญเติม, สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5, .ออมสิน สำนักงานใหญ่, .กสิกรไทย สำนักพหลโยธิน, .กรุงไทย สาขาซอยอารีย์, .เกียรตินาคิน สาขาพหลโยธิน, .ยูโอบี สาขาถนนพหลโยธิน 8, .กรุงเทพ สาขาซอยอารี, IBM และ Exim Bank เพื่อที่จะร่วมรณรงค์ ผลักดันให้เกิดการคัดแยกและทิ้งขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี โดยกิจกรรมชาเลนจ์ครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการสานสัมพันธ์ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยทำภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมร่วมกันในปีที่ผ่านมา

 

นางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าส่วนงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เอไอเอส กล่าวว่าในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มีเป้าหมายในการเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ พร้อมร่วมดูแลรับผิดชอบต่อ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศให้พัฒนาและเติบโตไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาขยะทุกประเภท พร้อมทั้งบูรณาการจัดทำโครงการที่เป็นรูปธรรมกับทั้งพนักงานภายในและบุคคลทั่วไป รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่นับได้ว่าเป็นขยะอีกหนึ่งประเภทที่เรามุ่งมั่นค้นหาแนวทางในการคัดแยกและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้ตั้งโครงการคนไทยไร้ E-Waste” ขึ้น โดยมีเป้าหมายในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทั่วไปให้สามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งประกอบไปด้วย โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอรี่มือถือ, พาวเวอร์แบงก์, สายชาร์จ, หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เช่น กล้องถ่ายรูป และเครื่องเล่น MP3 มาทิ้งได้ที่ถังรับ E-Waste ที่ AIS Shop ทั่วประเทศ, AIS Telewiz, ที่ทำการไปรษณีย์ไทย, ศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัล, มหาวิทยาลัย, อาคารชุดและคอนโดต่างๆ รวมกว่า 1,800 จุด

ปัจจุบันโครงการคนไทยไร้ E-Waste” สามารถรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้จำนวนทั้งสิ้น 51,786 ชิ้น เทียบเท่าการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 517,860 กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ โดยทางเอไอเอส จะนำขยะ E-Waste ที่เก็บรวบรวมได้จากโครงการทั้งหมด ไปกำจัดอย่างถูกวิธีด้วยกระบวนการ Zero Landfill (การจัดการขยะทำให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ให้เกิดมูลค่าได้อีกครั้ง)”

 

ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั่วทั้งโลก ด้วยปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกปี สวนทางกับปริมาณขยะที่ได้รับการจำกัดอย่างถูกวิธี  ขยะที่หลงเหลือเหล่านั้นอาจส่งสารพิษ กลับมาทำลายสุขภาพ และก่อให้เกิดผลเสียกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อสานต่อความตั้งใจ ที่ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 5 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ หรือเทียบเท่าการนำขยะ E-Waste ไปกำจัดอย่างถูกวิธีรวม 500,000 ชิ้น ภายในปี 2563 เอไอเอส จึงได้จัดชาเลนจ์เพื่อสิ่งแวดล้อมครั้งใหม่ ชวนองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมชาเลนจ์ “E-Waste The Battle ถ้ารักษ์จริงมาทิ้งแข่งกันประเดิมการแข่งขันนัดแรกกับมหามิตร

กรีนพหลโยธิน” 13 องค์กร ชั้นนำบนถนนเส้นพหลโยธิน

โดยการแข่งขันจะแบ่งองค์กรในกรีนพหลโยธินออกเป็น 2 ทีม ได้แก่ทีม A และ ทีม B ทั้งสองทีมจะต้องเชิญชวน พนักงาน ลูกค้า หรือผู้เข้ามาติดต่อให้เข้ามาร่วมทิ้งขยะ E-Waste ที่จุดรับทิ้งของแต่ละองค์กร เริ่มนับคะแนนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2563 โดยทีมที่ชนะและทีมที่แพ้จะได้รับเงินบริจาค เพื่อนำไปให้กับองค์กรหรือมูลนิธิที่เลือกไว้ ทั้งนี้เอไอเอส จะร่วมสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อใช้ในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม

พร้อมจับมือ KID KID องค์กรเพื่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อม นำแอปพลิเคชัน ECOLIFE มาช่วยอำนวยความสะดวกในการแข่งขัน โดยสามารถติดตามปริมาณการทิ้งของแต่ละองค์กรได้แบบเรียลไทม์ ผ่านเว็บไซต์ http://www.ecolifeapp.com และยังเปิดมิติใหม่ในการทิ้งขยะ E-Waste ซึ่งจะได้ทั้งช่วยโลก ได้ทำบุญ และได้ ECO POINT คะแนนสะสมสำหรับสายกรีน ซึ่งสามารถนำไปแลกของพรีเมี่ยมผ่านแอปพลิเคชัน ECOLIFE ได้

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากองค์กรเครือข่ายกรีนพหลโยธิน ที่ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดจากการทิ้งและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างไม่ถูกวิธี เอไอเอส ยินดีที่จะเป็นตัวกลางในการสร้างเครือข่าย ขับเคลื่อนความร่วมมือที่ดีๆ แบบนี้ทั่วประเทศ โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์กรเครือข่ายกรีนพหลโยธินจะเป็นต้นแบบการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน (From Green Network to Green Society) ต่อไปนางสาวนัฐิยา กล่าวปิดท้าย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01 Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01
Android News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

อย่างที่ทราบกันว่า H...

5 reasons why you need a 5G smartphone 5 reasons why you need a 5G smartphone
Android News2 วัน ที่แล้ว

5 เหตุผล ทำไมต้องสมาร์ทโฟน 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน?

หนึ่งในหัวข้อที่เราช...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series. Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเ...

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01 SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

โฉมใหม่ SanDisk Extr...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

ดาวน์โหลด iOS 13.6 และ iPadOS 13.6 ไฟล์ ipsw สำหรับ iPhone, iPad ลิงก์ตรงโหลดแรงจากแอปเปิล

แอปเปิลออกอัปเดท iOS...

Apple News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

แอปเปิลออกอัปเดท iOS 13.6 และ iPadOS 13.6 ปรับปรุงการทำงานหลายอย่าง ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่นี่

iOS 13.6 เพิ่มการรอง...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO เปิดตัวเทคโนโลยี 125W Flash charge พร้อมชาร์จไร้สาย 65W AirVOOC wireless flash charge และ 50W mini SuperVOOC charger

OPPO เปิดตัวเทคโนโลย...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS คว้า 2 รางวัลใหญ่ จากเวที 2020 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards ตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้าน IoT และ Data Center ของไทย

  เอไอเอส ตอกย้...

Apple News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

BENEE ได้รับการขนานนามให้เป็น Apple Music Up Next วิดีโอสั้น Up Next ถ่ายทำด้วย iPhone 11 Pro พร้อมให้ชมแล้ววันนี้บน Apple Music ที่เดียวเท่านั้น

Apple Music ได้ประกา...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง