ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีแทคชู “การเชื่อมต่อสู่อนาคต” ในงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2019” ไม่หยุดพัฒนาร่วมภาครัฐผลักดันประเทศไทยสู่ดิจิทัล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ดีแทคชู “การเชื่อมต่อสู่อนาคต” ในงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2019” ไม่หยุดพัฒนาร่วมภาครัฐผลักดันประเทศไทยสู่ดิจิทัล

  • รายแรกในไทยใช้ชุมสายเสมือน VCN สู่ความพร้อม 5G
  • ปล่อยสัญญาณ 5G คลื่น 28 GHz ตั้งเสาปล่อยคลื่นทดสอบจริงในงาน
  • แนะนำ dtac@Home บริการใหม่ อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่บ้าน

dtac showcases sustainable 5G connectivity at Digital Thailand Big Bang 2019

ดีแทคเป็นผู้ริเริ่มในการผลักดันเส้นทางดิจิทัลสู่ประเทศไทยที่มีความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำสู่การเปลี่ยนผ่านและการพัฒนาทุกภาคส่วนในสังคม ดีแทคพร้อมผลักดันไทยให้ก้าวไกลในอาเซียนร่วมกันในงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์บิ๊กแบง 2019” พร้อมโชว์ 5G ปล่อยคลื่น 28 GHz, EV แพลตฟอร์ม, เกษตรดิจิทัล และนวัตกรรมเพื่อสังคม หวังใช้เป็นการเตรียมความพร้อมไทยรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลสู่อนาคตร่วมกันกับอาเซียน โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า “ดีแทคได้มุ่งมั่นกลยุทธ์ในการนำประเทศไทยเข้าสู่ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและสังคมไทย โดยเฉพาะการเข้าสู่เทคโนโลยี 5G ที่จะต้องคำนึงถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ และอุตสาหกรรม ที่จะต้องปลดล็อกนำประโยชน์สู่ทุกภาคส่วนในประเทศ ดีแทคได้เตรียมพร้อมในส่วนของเทคโนโลยี โดยเป็นผู้ให้บริการรายแรกของไทยที่นำโครงข่ายระบบชุมสายเสมือน (Virtualized Core Network: VCN) มาดำเนินงาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดและรองรับการอัปเกรดใช้งาน 5G ได้ทันที นอกจากนั้นดีแทคยังได้ร่วมมือใกล้ชิดกับเทเลนอร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ได้รับมอบหมายจากสหภาพยุโรปในการบุกเบิก โครงการ 5G Verticals INNovation Infrastructure (5G-VINNI) ในยุโรป และได้ทดสอบการใช้งาน 5G ต่างๆ เช่น รถบัสแบบไร้คนขับ บริการ eHealth และฟาร์มเพาะเลี้ยงปลา ดีแทคจะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ มาพัฒนาต่อยอดสู่ประเทศไทยต่อไป นอกจากนั้น เพื่อปูทางสู่ 5G ดีแทคยังริเริ่มแพลตฟอร์มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Platform) และเกษตรดิจิทัล ทั้งนี้ งานดิจิทัล ไทยแลนด์บิ๊กแบง 2019 เป็นการแสดงความพร้อมที่จะเชื่อมต่อทุกคนสู่เทคโนโลยีอนาคต”

สำหรับงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2019” ได้นำเสนอด้วยแนวคิด สถานีแห่งการไม่หยุดพัฒนา (Never Stop Station) แบ่งเป็น 3 โซน ดังนี้

1. โซนเทคโนโลยี 5G (5G Network/Technology)

  • เปิดประสบการณ์ 5G บนคลื่น 28 GHz – ดีแทคนำ 5G มาเปิดใช้งานเพื่อโชว์ศักยภาพและให้ทุกคนได้สัมผัสการใช้งาน 5G แห่งอนาคต รวมทั้งตอบสนองพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดย 5G ที่ดีแทคนำมาเปิดสัญญาณทดสอบภายในงานได้ใช้คลื่นความถี่ 28 GHz กับอุปกรณ์ 5G เพื่อทดสอบความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล และผู้เข้าชมจะได้ลองสัมผัสการใช้จริง
  • รายแรกในไทยชุมสายเสมือน (Virtualized Core Network Virtualized Core Network หรือ VCN) รองรับ 5G – ชุมสายแห่งอนาคตที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานบนคลาวด์ (cloud) และรองรับการใช้งาน 5G โดยทำให้การอัปเกรดโครงข่ายสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว สามารถปฏิบัติงานหลายอย่างได้ในคราวเดียวกันบนฮาร์ดแวร์ตัวเดิม ซึ่งสามารถรองรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าจะได้ใช้งานโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยดีแทคได้เป็นผู้ให้บริการรายแรกในไทยที่ยกระดับโครงข่ายสู่ VCN เรียบร้อย
  • 5G จากเทเลนอร์ การทดสอบที่ดีแทคพร้อมนำมาต่อยอดสู่ไทย – นำเสนอความสำเร็จจากเทเลนอร์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นของดีแทค และเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่สำคัญในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ยุโรปกลางและตะวันออก รวมถึงแถบเอเชีย โดยได้รับมอบหมายจากสหภาพยุโรปทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้กับโครงการบุกเบิกและเร่งผลักดันให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป โครงการนี้มีชื่อเรียกว่า 5G Verticals INNovation Infrastructure (5G-VINNI) พร้อมทั้งยังเป็นผู้นำในการทดสอบ 5G ในรูปแบบต่างๆ เพื่อการใช้งานอุตสาหกรรมและประชาชน เช่น 5G เพื่อการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอน (Fish Farming) หรือ การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Access หรือ FWA) เป็นต้น ล่าสุด เทเลนอร์ ยังเป็นโอเปอร์เรเตอร์รายแรกในนอร์เวย์ที่ปล่อยสัญญาณ 5G ในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้ผู้ใช้บริการที่มีสมาร์ทโฟน 5G รองรับ สามารถใช้สุดยอดเครือข่ายกับสมาร์ทโฟนได้ในอีกไม่นานที่ เอลเวอร์รัม (Elverum)

2. โซนล้ำกว่าการเชื่อมต่อโลกโมบายล์ (Beyond Mobile Connectivity)

  • dtac EV platform – ดีแทคจะนำคุณรู้จักกับสุดยอดเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม โดยดีแทคได้นำ dtac EV platform ซึ่งแพลตฟอร์มที่รวบรวมและสนับสนุนความต้องการที่หลากหลายสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ที่ยั่งยืนของยานพาหนะไฟฟ้าในเมืองไทย
  • dtac@Home การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน – การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จากดีแทคที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เสถียรและไว้วางใจได้สำหรับบ้านและที่พักอาศัย เพื่อประสบการณ์ออนไลน์ที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อ WiFi ที่เข้าถึงได้ทุกที่ในบ้าน โดยในอนาคตเมื่อเข้าสู่ยุค 5G บริการต่างๆ ของอินเทอร์เน็ตไร้สายในรูปแบบการให้บริการประเภทเดียวกันกับ dtac@Home จะเข้ามายกระดับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับที่พักอาศัย

3. โซนดิจิทัลเพื่อทุกคนในสังคม (Digital Society for All)

  • แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ SafeInternetForKid.com – ดีแทคได้นำเสนอโครงการ Safe Internet การส่งเสริมทางสังคมและแหล่งเรียนรู้ออนไลน์สำหรับเด็กที่ช่วยสร้างเสริมทักษะให้เด็กรู้เท่าทันสื่อ (Digital Literacy) และเป็นพลเมืองดิจิทัลอย่างปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น
  • เน็ตอาสา (NetArsa) – ทีมผู้ทำหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตลดช่องว่างของชุมชน และนำอินเทอร์เน็ตมาส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ ผ่านการแนะนำการใช้งานสมาร์ทโฟน การใช้แอปพลิเคชันต่างๆ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งเสริมการค้าออนไลน์ การเรียนรู้การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งชุมชนที่นำผลผลิตเด่นๆ จากของใช้และอาหารมาร่วมแสดงจากภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จจากโครงการ
  • เกษตรดิจิทัล – นอกจากความรับผิดชอบต่อสังคมในโซนนี้ดีแทคยังนำเสนอปฏิรูปเทคโนโลยี และการผสานนวัตกรรมใหม่กับพัฒนาในการทำเกษตรกรรมอย่างแม่นยำ เพื่อให้การทำเกษตรกรรมได้ผลผลิตอย่างสมบูรณ์ ดีแทคเป็นผู้สร้าง Digital Farming Solution ภายใต้โครงการสมาร์ทฟาร์เมอร์ (Smart Farmer) เกษตรกรไทยสู่เกษตรกรดิจิทัล และดีแทคยังไม่หยุดที่จะก้าวต่อไปในการค้นหาโซลูชั่นเพื่อช่วยเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS ผนึก SCB และ ม.อ. ปักหมุด สร้างต้นแบบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ รายแรก!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารของผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร เอไอเอส ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยี มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อเป็นแกนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0
ดังที่ผ่านมา เอไอเอสเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบแล้วทั่วไทย โดยเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนา นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และประชาชนได้ร่วมศึกษา ทดลอง ทดสอบการใช้งาน 5G ในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี 5G ว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างไร ตลอดจน เรามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการสร้าง Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน

 

สำหรับความร่วมมือระหว่างเอไอเอส, เอสซีจี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการทดสอบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตด้วย 5G ทดลองทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 2.6 GHz ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น Use Case จริงที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต ผ่านการสาธิตการบังคับรถยกของ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกล จากกรุงเทพฯ – สระบุรี เป็นครั้งแรกของภาคอุตสาหกรรมของไทย ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจของไทยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรม 5G ยังมีองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีกหลายด้าน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 5G เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป”
ด้าน นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ผู้อำนวยการ โครงการระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรม 4.0 เอสซีจี กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า “เอสซีจี มุ่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานด้านต่างๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แพคเกจจิ้ง และเคมิคอลส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะทำงานด้าน Mechanization, Automation and Robotics (MARs) และ Industry 4.0 ขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ด้วยการนำเทคโนโลยีด้าน MARs และ Industry 4.0 มาผสมผสานกัน โดยใช้เงินลงทุนกว่า 860 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 จนออกมาเป็นโซลูชันต่างๆ อาทิ การแจ้งเตือนเครื่องจักรก่อนการซ่อมบำรุง (Smart Maintenance) การใช้หุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการด้านการตรวจวัด (Smart Laboratory) การทำระบบจ่ายปูนให้ลูกค้าแบบอัตโนมัติ (Smart Dispatching) และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนเห็นข้อมูลเดียวกันที่ถูกต้องและนำมาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

สำหรับโครงการ “การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G” ดังกล่าว เริ่มดำเนินการที่โรงงานของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก เพราะมีการเคลื่อนย้ายทั้งวัตถุดิบและสินค้าโดยใช้รถ Forklift เพื่ออำนวยความสะดวกจำนวนมาก อีกทั้งรถ Forklift ยังเป็น material mobility ที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด ก่อนจะต่อยอดไปทดลองกับเครื่องมืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งการนำเครือข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วในการตอบสนองแบบเรียลไทม์ และมีความแม่นยำในการส่งผ่านข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้นั้น จะช่วยตอบโจทย์ของเอสซีจี ทั้งการมีผลิตผลที่มากขึ้นเพราะพนักงานสามารถควบคุมรถจากที่ใดก็ได้ อีกทั้งยังสามารถฝึกอบรมการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปที่หน้างาน

ส่วนทิศทางของเอสซีจีในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้เสริมขีดความสามารถของธุรกิจในอนาคตนั้น สามารถเป็นไปได้ทั้งการเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานของเครื่องจักรบริเวณเหมืองและเตาเผาปูนซีเมนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มความเร็วในส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงานในหลากหลายพื้นที่มายังศูนย์ควบคุมส่วนกลางเพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และการเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโลจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น เช่น การเสริมประสิทธิภาพของ IoT ในบ้าน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น หรือ Smart Home รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตามแนวทาง Industry 4.0 ได้อย่างแท้จริง”

รองศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ผู้อำนวยการ โครงการ อินโนเวชั่น ฮับส์ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความพร้อมมากที่สุด เพื่อส่งมอบต่อให้กับภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้งานได้จริง ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม สำหรับงานวิจัยพัฒนานี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก Innovation hub กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนำ platform ระบบสมองกลฝังตัวขั้นสูงสำหรับยานยนต์ ผสมกับ ระบบควบคุม latency ต่ำ ผ่านทางไกลบนเครือข่าย 5G AIS นำไปใช้จริงในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมได้ในอนาคต”

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

คิวยาวเหยียด ห้างทะลัก! เมื่อดีแทค รีวอร์ดให้ฟินกับชานมไข่มุกแสนอร่อย วันนี้ 10,000,000 เม็ด 100,000 แก้วทั่วประเทศ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เจอคิวชานมไข่มุกยาวเหยียด เซอร์ไพรส์แรก  แจกฟรี ชานมไข่มุก แสนอร่อยวันนี้ เมื่อดีแทค รีวอร์ด จัดให้ “ตามใจปากทุกวันศุกร์” แจกชานมไข่มุก ให้ฟินทั้งกินทั้งดื่ม Ochaya, Koi The และ Tiger Sugar   แจกชานมไข่มุกฟรีรวมกว่า 10,000,000 เม็ด หรือ 100,000 แก้ว  ให้ลูกค้าได้ #ตามใจปากทุกวันศุกร์  กันให้ฟินสุดๆ  ลูกค้าดีแทคสามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆผ่าน ดีแทค แอป และติดตามดีลสุดพิเศษทุกศุกร์ได้จาก Line dtac reward  และ Facebook dtac reward  และเว็บไซต์ www.dtac.co.th/dtacreward

 

ดีแทค รีวอร์ด จัดเต็มทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งปี 2563 ให้ลูกค้าได้เซอร์ไพรส์กับดีลสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง ทั้งลด แลก แจก แถม เครื่องดื่ม ไอศครีม ขนมหวาน และอีกมากมาย ใครที่พลาดวันนี้ ศุกร์หน้าวันที่ 31 มกราคมมารับ ชานมไข่มุก แสนอร่อยได้อีก

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS Serenade ส่ง Serenade Great Deal เอาใจสาวกสมาร์ทโฟน ใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 18,000 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอส เซเรเนด ตอกย้ำผู้นำโปรแกรมดูแลลูกค้าที่ทรงพลังที่สุด เดินกลยุทธ์ผูกใจลูกค้าด้วยสิทธิพิเศษเหนือระดับ มอบความพิเศษด้านสมาร์ทโฟนให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแคมเปญปีที่ผ่านมา ล่าสุด! สานต่อสิทธิพิเศษปีนี้กับโครงการ “Serenade Great Deal” เริ่มดีลแรกตรุษจีน 2563 เอาใจลูกค้าเซเรเนด เพียงใช้ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลดสมาร์ทโฟนได้สูงสุด 18,000 บาท พร้อมขยายการรับสิทธิ์จากเดิม 1 วัน เป็น 2 วัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ให้ลูกค้าเซเรเนด มีโอกาสรับสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น รับความพิเศษตลอดทั้งปี
ประเดิมเกรทดีลแรก วันที่ 25 – 26 มกราคมนี้ นำ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลด อาทิ

  • Samsung Galaxy Note 10+ (512GB) ลดเหลือเพียง 22,900 บาท จากราคาปกติ 40,900 บาท
  • VIVO V17 ราคาเพียง 6,999 บาท จากราคาปกติ 11,999 บาท
  • HUAWEI Y9s ลดเหลือเพียง 2,990 บาท จากราคาปกติ 7,990 บาท

 

พิเศษ! สำหรับสาวกแอปเปิล รับสิทธิพิเศษซื้อ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro Max, iPhone 11 Pro, iPhone XS Max และ iPhone XS ราคาเริ่มต้นเพียง 13,500 บาท
จำนวนจำกัด 2,500 สิทธิ์ ที่ Serenade Club และ AIS Shop ทุกสาขา ลูกค้าเซเรเนด ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง www.ais.co.th/serenade/smartphone

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง