ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

กรุงไทย ประกาศยุทธศาสตร์ดิจิทัลก้าวสู่ Invisible Banking ร่วมขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พลิกโฉม Mobile Banking เปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่

ครั้งแรกกับปรากฏการณ์ โอนมั่นใจ – เติมสะดวก – จ่ายครอบคลุม กับเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในไทย พร้อมเปิดตัว “ณเดชน์​ คูกิมิยะ” พรีเซ็นเตอร์ตัวแทนแบรนด์สื่อสารกับผู้บริโภค ตอบโจทย์ทุกการทำธุรกรรมยุคดิจิทัล ตั้งเป้าดันยอดผู้ใช้งานทะลุ 10 ล้านคนภายในปี 2562

Krungthai NEXT Mobile Banking

กรุงไทย อัดงบกว่า 10,000 ล้านบาท ผลักดันธนาคารสู่ Invisible Banking นำร่องพลิกโฉม Mobile Banking เปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” ภายใต้แนวคิด “ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่” ให้บริการ “โอนมั่นใจ – เติมสะดวก – จ่ายครอบคลุม” ชูจุดแข็งในการเป็นผู้นำครั้งแรกกับเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในไทย ยกระดับสู่การเป็น Invisible Banking เต็มรูปแบบ ให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมครบวงจรบนแอปเดียว เสมือนทำธุรกรรมที่สาขา พร้อมเปิดตัว “ณเดชน์​ คูกิมิยะ” พรีเซ็นเตอร์ถ่ายทอดจุดเด่นของแอป ให้ทุกการทำธุรกรรมสะดวกสบาย รวดเร็ว ครบวงจร ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคยุคไทยแลนด์ 4.0 นำร่องยกระดับอุตสาหกรรม Mobile Banking สู่โครงสร้างระดับ มหภาคอย่างแท้จริง

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “ธนาคารกรุงไทยมีเป้าหมายหลักในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐสู่ Thailand 4.0 เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมมีศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจในระดับโลก ซึ่งได้ขับเคลื่อนในช่วงแรกจากโครงการ National e-Payment เพื่อนำพาประเทศไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด โดยธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารแรกที่นำร่องในเรื่องนโยบาย PromptPay จากการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ร่วมกับกระทรวงการคลัง ผลักดันการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดกับ QR Code Payment รวมถึงการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดอย่างต่อเนื่องในแต่ละจังหวัด เพื่อสานต่อพลังประชารัฐ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน เพื่อผลักดันโครงสร้างรากฐานของประชากรให้มีความแข็งแรง และส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลงลึกในทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ซึ่งรวมไปถึงการส่งเสริม SME และเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธนาคารกรุงไทยในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่จะนำพาสังคมไทย ไปสู่ The NEXT Level ของการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ธนาคารกรุงไทยจะเป็นธนาคารติดตัวคุณไปตลอด มอบความสะดวกสบายทุกที่ ทุกเวลา สรรค์สร้างสังคมดิจิทัล ให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็ว อันจะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่ Thailand 4.0 ซึ่งผมมั่นใจว่าการพัฒนาโครงสร้างทางทำธุรกรรมการเงินของคนไทยในทุกภาคส่วนให้แข็งแรงขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน ”

Krungthai NEXT Mobile Banking

นายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย รองประธานกรรมการ กล่าวว่า “จากการที่รัฐบาลได้ผลักดันแผนยุทธศาสตร์ชาติ Thailand 4.0 เพื่อนำพาประเทศเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลและรับมือกับ Global Digital Disruption ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนา แอปพลิเคชัน “กรุงไทย NEXT” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวและได้กำหนดยุทธศาสตร์รองรับทั้งในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐเพียงแห่งเดียวและในฐานะกลไกหลักของรัฐบาล ซึ่งในมุมธนาคารพาณิชย์นั้นจะเน้นการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ของ Digital Disruption และนวัตกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นทำเพื่อคนไทย และจะนำประเทศไปสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง”

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งการให้บริการของธนาคารในทุกวันนี้ได้พัฒนาจากยุค Internet Banking ก้าวสู่ยุค Mobile Banking จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ลูกค้าหันไปทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking มากขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟน โดยข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ในปี พ.ศ. 2561 คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงินค่าบริการต่างๆ ผ่าน Mobile Banking เพิ่มขึ้นเป็น 37.9 ล้านบัญชีในเดือนมิถุนายน จาก 31.6 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2560 ทั้งนี้แม้ว่า Mobile Banking ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คนมากขึ้นและการใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังมีประชากรไทยอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าถึงการทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking โดยเฉพาะคนไทยในเขตภูมิภาคหรือในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่เป็นเช่นนี้เหตุผลหนึ่งคือ ไม่เข้าใจเทคโนโลยี มองว่าใช้ยาก ไม่เข้าใจวิธีการสมัคร จึงทำให้ไม่กล้าใช้งาน และอีกเหตุผลสำคัญคือการทำธุรกรรมการจ่ายเงินบน Mobile Banking ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมในทุกช่องทาง ทั้งการชำระค่าบริการไปยังองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ ยังคงใช้บริการ โอน – เติม – จ่าย ผ่านสาขาธนาคาร และตู้เอทีเอ็ม

ธนาคารกรุงไทยในฐานะที่เป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของประเทศไทย จึงมุ่งมั่นในการยกระดับความเป็นอยู่และพฤติกรรมการทำธุรกรรมของผู้บริโภคทั่วทุกภูมิภาคให้สะดวกสบาย ผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐที่ต้องการวางโครงสร้างพื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขับเคลื่อนสังคมไทยทุกภาคส่วนสู่สังคมไร้เงินสด จึงได้ประกาศยุทธศาสตร์ดิจิทัลสู่การเป็นธนาคารแรกในประเทศไทยที่จะก้าวสู่ Invisible Banking อย่างเต็มตัว โดยวางโพสิชั่นของกรุงไทยเป็น “ธุรกรรมในอากาศ” ติดตัวและเคลื่อนที่ไปกับลูกค้าทุกที่ เคียงข้างผู้บริโภคในการทำธุรกรรมทุกที่ทุกเวลา ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารกรุงไทยในการมุ่งมั่นนำเสนอบริการและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของ 5 Ecosystem อันเป็นเป้าหมายหลักของธนาคาร ได้แก่ กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ (Government) กลุ่มการชำระเงิน (Payment) กลุ่มด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล (Health and Medical) กลุ่มมหาวิทยาลัย โรงเรียน นักศึกษาและนักเรียน (University and Education) และระบบขนส่ง (Mass Transit)”

“หนึ่งในก้าวสำคัญของการเป็น Invisible Banking คือการพลิกโฉม Mobile Banking ที่ครบวงจร ครบครัน และสมบูรณ์มากขึ้น ด้วยการเปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” ที่มอบความสะดวกสบาย รวดเร็ว ปลอดภัย พร้อมให้บริการธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทยให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศสามารถ โอน – เติม – จ่าย ครอบคลุมที่สุด เชื่อมต่อในทุกๆ ด้าน ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบวงจรภายในแอปเดียว “กรุงไทย NEXT” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ Mobile Banking เจาะเข้าสู่ประชากรฐานราก ยกระดับอุตสาหกรรม Mobile Banking สู่โครงสร้างระดับมหภาคอย่างแท้จริง” นายผยง กล่าวเสริม

นายจักรกฤษณ์ กลิ่นสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “แอปพลิเคชัน “กรุงไทย NEXT” คืออีกขั้นของ Mobile Banking ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก KTB netbank และพัฒนายกระดับสู่ แอป “กรุงไทย NEXT” ที่ตอบโจทย์ 3 ปัจจัย ได้แก่ 1. Platform ใหม่ เป็นแบบ Micro Service ส่งผลให้การทำงานของแอปรวดเร็วขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น ไม่ซับซ้อน 2. Product มีความปลอดภัยและเสถียรมาก 3. Process ในการจ่ายค่าบริการที่ครอบคลุมที่สุด โดย กรุงไทย NEXT โฉมใหม่นี้มีศักยภาพที่ดีกว่าเดิมในทุกมิติ เพราะมีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งระบบ Backend และ Frontend ให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการทำธุรกรรมยิ่งกว่าเคย โดยแอป “กรุงไทย NEXT” มีการปรับโฉม User Interface ให้เป็นสีฟ้าสวยสดใส ใช้งานง่าย ลดขั้นตอนการใช้งาน โดยดึงฟังก์ชั่นโอน เติม จ่าย มาไว้ที่หน้าแรก ให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น และเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานจริง ซึ่งจุดเด่นของ “กรุงไทย NEXT” ประกอบไปด้วยฟีเจอร์หลัก คือ โอนเงิน ที่ใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งโอนข้ามเขตและโอนต่างธนาคาร พร้อมยกระดับความปลอดภัยมั่นใจทุกครั้งที่โอน เติมเงิน ที่ผู้ใช้สามารถเติมเงินค่าโทรศัพท์เอไอเอส, ทรู, ดีแทค, My By CAT, Easy Pass และ M-PASS จ่ายเงิน ที่มีเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ทั้งช่องทางภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็น การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค การประปานครหลวง การประปาภูมิภาค (การไฟฟ้าภูมิภาคและการประปาภูมิภาคจ่ายได้ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้) ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ บริการรับชำระค่าปรับจราจร กรมขนส่ง กรมธนารักษ์ กรมสรรพสามิต ชำระหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กสท โทรคมนาคม และบริการอื่นๆ อีกมากมาย จึงทำให้ “กรุงไทย NEXT” เป็น Mobile Banking ที่ให้ชีวิตคนไทยทุกภาคส่วนเชื่อมต่อกันอย่างสะดวกสบาย ง่ายดาย ครบจบในแอปเดียว

นอกจากฟังก์ชั่น โอน – เติม – จ่าย ที่ทำให้ผู้บริโภคสะดวกสบายยิ่งกว่าเคยแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเพลิดเพลินกับฟีเจอร์เสริมต่างๆ ของแอป “กรุงไทย NEXT” ที่หาที่อื่นไม่ได้ อาทิ Krungthai Travel Card ฟีเจอร์แรกและฟีเจอร์เดียวที่ลูกค้าสามารถแลกเงินตราต่างประเทศผ่านแอป กรุงไทย NEXT ด้วยตนเองเก็บไว้ได้ก่อนการเดินทางในอัตราที่พิเศษกว่าในท้องตลาดได้ถึง 10 สกุลเงิน ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร ปอนด์ เงินเยน ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ออสเตรเลีย ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และฟรังก์สวิส ให้นักท่องเที่ยวสะดวกสบาย ไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากขณะเดินทางไปต่างประเทศ ลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรม พร้อมดูอัตราแลกเปลี่ยนและแลกเงินเพิ่มเติมได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อกลับประเทศไทย สามารถแลกเป็นเงินไทยกลับมาในอัตราที่ดี ไม่มีทั้งค่าธรรมเนียมแลกเงินและค่าธรรมเนียมรูดบัตรอีกด้วย

“กรุงไทย NEXT” ยังมีฟีเจอร์เด่นอย่าง e-Donation หรือ “กรุงไทย เติมบุญ” ที่ผู้ใช้งานสามารถบริจาคเงินได้สะดวกและปลอดภัย ให้กับหน่วยงานรับบริจาคมากที่สุด ครอบคลุมวัด โรงพยาบาล มูลนิธิ สถานศึกษา มัสยิด และองค์กรสาธารณกุศล กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม รับใบอนุโมทนาบุญอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที พร้อมส่งข้อมูลการบริจาคให้กรมสรรพากรสำหรับการลดหย่อนภาษีอีกด้วย “กรุงไทย NEXT” ยังมีฟีเจอร์พิเศษ ที่รับซื้อ-จองสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้า ได้สะดวก ให้ผู้มีสิทธิซื้อ-จองสลาก ประหยัดเวลาไม่ต้องไปต่อคิวที่ตู้เอทีเอ็มอีกต่อไป และฟีเจอร์ Money Connect by Krungthai บริการรับจองซื้อหลักทรัพย์ออนไลน์ เพิ่มโอกาสในการลงทุน ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่าน กรุงไทย NEXT อีกทั้งฟีเจอร์ที่เหนือกว่าของ “กรุงไทย NEXT” ที่สามารถซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด พร้อมรับใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท โดยข้อมูลจะถูกส่งไปที่กรมสรรพกรอัตโนมัติ”

ณเดชน์ คูกิมิยะ ในฐานะตัวแทนของผู้บริโภคได้เผยความประทับใจหลังลองใช้แอป “กรุงไทย NEXT” ว่า “ปกติคุณแม่จะเป็นคนจัดการเรื่องการเงินให้ผม ซึ่งคุณแม่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางไปทำธุรกรรม โอนเงิน และจ่ายบิลต่างๆ ที่สาขาธนาคารบ้าง ตั้งแต่มีแอป “กรุงไทย NEXT” ทำให้ผมแบ่งเบาคุณแม่ไปได้มาก ทั้งโอนเงินและการจ่ายบิลต่างๆ ค่าไฟบ้านที่กรุงเทพฯ ก็โอนจ่ายไปที่การไฟฟ้านครหลวง ค่าไฟบ้านที่ขอนแก่นก็โอนไปจ่ายที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือแม้กระทั่งค่าอินเทอร์เน็ต ค่ามือถือ ค่าบัตรเครดิต ก็ทำธุรกรรมได้ทันที ตอนนี้สามารถทำทุกอย่างจากสมาร์ทโฟนผ่านแอป “กรุงไทย NEXT” ได้ สะดวกสบายจริงๆ ครับ”

“สำหรับกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดนั้น ธนาคารกรุงไทยมีแผนการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในวงกว้าง ผ่านกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง โดยการอาศัยกลุ่มลูกค้าของกรุงไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพมหานคร กลุ่มหัวเมืองใหญ่และฐานลูกค้าในต่างจังหวัด ผ่านกิจกรรมสื่อสารการตลาดที่ครบวงจร ตั้งแต่การเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เป็นตัวแทนแบรนด์ สะท้อนภาพลักษณ์ลูกค้าและผู้ใช้บริการยุคดิจิทัล สร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านสื่อโฆษณาโทรทัศน์ สื่อเอาท์ออฟโฮม และออนไลน์ กระตุ้นการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยกิจกรรมออนกราวด์และโรดโชว์ทั่วประเทศ พบปะประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นการใช้งานแอป ในกลุ่มลูกค้าทุกพื้นที่ในต่างจังหวัด ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีฐานลูกค้ากว่า 30 ล้านบัญชีทั่วประเทศ มีกลุ่มผู้ใช้งาน Mobile Banking มากกว่า 5 ล้านราย เมื่อเปิดตัวแอป “กรุงไทย NEXT” พร้อมด้วยจุดเด่นโอนมั่นใจ – เติมสะดวก – จ่ายครอบคลุม และกิจกรรมทางการตลาดเชิงรุกโดยเน้นจัดกิจกรรมทางการตลาดในชุมชน จะทำให้ประชาชนไทยมีชีวิตที่สะดวกสบายด้วยบริการการทำธุรกรรมการเงินที่ครบวงจร และหันมานิยมใช้ “กรุงไทย NEXT” มากขึ้น โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้งาน 10 ล้านคนภายในปี 2562 ทั้งยังขยายฐานกลุ่มผู้ใช้งาน Mobile Banking ในภาพรวมของประเทศไทยให้เติบโตต่อไปในอนาคต” นายผยง ศรีวณิช กล่าวทิ้งท้าย

ลูกค้าธนาคารกรุงไทยสามารถดาวน์โหลดแอป “กรุงไทย NEXT” ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ได้แล้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์

รวมดีลเด็ด OPPO จัดหนัก! ทั้งลดทั้งแถมใน Shopee 6.6 Brands Festival เฉพาะ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ Shopee เท่านั้น

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO มอบโปรโมชั่นสุดคุ้มในแคมเปญ Shopee 6.6 Brands Festival ทั้งส่วนลดและของแถม เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO หรืออุปกรณ์เสริม ตั้งแต่วันที่ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ OPPO Official Store ใน Shopee โดยโปรแรงสุดคุ้มห้ามพลาด มีรายละเอียด ดังนี้
OPPO Reno2 F สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพพอร์ตเทรตและเซลฟี่ กล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูงสุด 48MP ลดเหลือเพียง 9,999 จากปกติ 11,990 บาท และ OPPO A12 “เปิดมุมมองใหม่ สนุกได้ยิ่งกว่า” RAM 3GB ROM 32GB ลดเหลือเพียง 4,299 จากปกติ 4,999 บาท
พิเศษ! เมื่อซื้อ OPPO Reno3 Pro สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่คมชัดสุด 44MP รุ่นแรกของโลก รับฟรี หูฟัง OPPO Enco M31 มูลค่า 1,699 บาท! และเมื่อซื้อ OPPO A91 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มที่ขายดีที่สุดใน OPPO Official Store พร้อมกับ OPPO Enco M31 ลดเหลือเพียง 8,999 บาทเท่านั้น! จากปกติ 9,698 บาท
นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดพิเศษสุดๆ เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม ด้วยโค้ดส่วนลดสูงสุด 600 บาท หรือ เงินคืนสูงสุด 1,500 Coins เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ยกเว้น OPPO Reno3 Pro, OPPO A91, OPPO Enco Q1, OPPO Enco W31,  OPPO Enco M31 และ สินค้าที่ซื้อเป็นแพ็ค ดังนี้
• กรอกโค้ด OPPOX600 แจกคูปองลด 600 บาท เมื่อซื้อครบ 8,000 บาท (ยอดหลังหักส่วนลด)
• กรอกโค้ด OPPOX300 แจกคูปองลด 300 บาท เมื่อซื้อครบ 4,000 บาท (ยอดหลังหักส่วนลด)
สำหรับหูฟังและอุปกรณ์เสริม รับไปเลย! ส่วนลด 12% เพียงใช้คูปอง OPPO66 ภายในร้าน OPPO Official Store ยกเว้น OPPO Enco Free True Wireless Headphones, OPPO Enco Q1, OPPO Enco W31 และ OPPO Enco M31
นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดหูฟังเพิ่มเติม ดังนี้
• OPPO Enco Q1 พิเศษ 1,990 บาท จากปกติ 2,990 บาท
• OPPO Enco W31 ราคาพิเศษเพียง 1,799 บาท จากราคาปกติ 1,999 บาท หรือเมื่อซื้อคู่ในราคา 2,999 บาทเท่านั้น! จากราคาปกติ 3,998 บาท
• OPPO Enco M31 หูฟังที่ขายเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น ลดเหลือเพียง 1,099 บาท จากปกติ 1,699 บาท
เท่านั้นยังไม่พอ! ส่วนลดพิเศษในวันที่ 6 มิถุนายน แจกโค้ดรับเงินคืนสูงสุด 1,500 Coins ดังนี้
• ใช้โค้ด HMGDDB66 เมื่อซื้อครบ 5,000 บาท รับ Coin คืน 7% สูงสุด 1,500 Coins เฉพาะสินค้าประเภทมือถือเท่านั้
• ใช้โค้ด LMGDDA66 เมื่อซื้อครบ 200 บาท ลด 70 บาท เฉพาะกับสินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมเท่านั้น
• ใช้โค้ด NBMGDD66 เมื่อซื้อครบ 200 บาท ลด 80 บาท ใช้สำหรับซื้อครั้งแรกใน Shopee เท่านั้น
โดยโปรโมชั่นในแคมเปญ Shopee 6.6 Brands Festival พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมในราคาสุดคุ้มได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 – 6 มิถุนายน 2563 ที่ OPPO Official Store ใน Shopee หรือ คลิกที่ https://bit.ly/3cvVH8Z 
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/oppothai/
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เอไอเอส สานต่อภารกิจ “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” จับมือพันธมิตร ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เปิดแคมเปญใหญ่ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก “คนไทยไร้ E-Waste” ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศรวมกว่า 1,806 จุด พร้อมรณรงค์เชิญชวนประชาชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และนำไปทิ้งอย่างถูกวิธี สร้าง New Norm ต้อนรับชีวิตวิถีใหม่ ออกนอกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง

โดยร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำ อาทิ ศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัล, ไปรษณีย์ไทย, SMART Service ผู้ให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร, ภาคีเครือข่ายความเพื่อยั่งยืนแห่งประเทศไทย TRBN โดยความร่วมมือของกลุ่มบริษัทจดทะเบียน ภายใต้การกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, กลุ่มบริษัทย่านถนนพหลโยธิน และมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 40 องค์กรทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนแคมเปญใหม่ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างการตระหนักรู้เรื่อง ภัยอันตรายที่แฝงมากับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขยายจุดรับทิ้งขยะทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถทิ้งขยะ E-Waste ได้ง่าย ใกล้บ้านคุณ

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคนไทย เราให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจแบบเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน โดยได้กำหนดทิศทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมในมิติเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านของสิ่งแวดล้อม ที่เรามุ่งมั่น ใส่ใจมาโดยตลอดในปีที่ผ่านมาเราได้ริเริ่มโครงการ “ทิ้ง E-Waste กับเอไอเอส” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างการตระหนักรู้และเป็นแกนกลางที่จะเป็นจุดรับและนำขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชนไปกำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วไปอย่างดียิ่ง มีปริมาณขยะ E-Waste เข้าสู่กระบวนการกำจัดรวมทั้งสิ้นกว่า 49,952 ชิ้น ในระยะเวลาเพียง 7 เดือน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 499,520 กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ หรือเทียบเท่าต้นไม้ขนาดใหญ่ จำนวน 55,502 ต้น ดูดซับ CO2  เป็นเวลา 1 ปี

 

และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้มือถือในไทยที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 11.14% เนื่องจากประชาชนจำเป็นจะต้องใช้สำหรับการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) การใช้บริการทางด้านสาธารณสุข (Telemedicine) และการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ (Learn From Home) แต่ทว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะนำมาซึ่งผลเสียต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต หากคนไทยขาดซึ่งความตระหนักรู้ ไม่คัดแยก และทิ้งขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี

 

 

รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ถือว่าเป็นประเด็นระดับนานาชาติ เนื่องจากผู้คนทั่วทั้งโลกใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิตร่วมกัน ทั้งทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ และอากาศ ดังนั้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงการรณรงค์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ และรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต (Biodiversity) ของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ องค์การสหประชาชาติจึงได้มีการจัดตั้งวันสิ่งแวดล้อมโลกขึ้น
ในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี โดยปีนี้มีคำขวัญว่า Time for Nature ช่วงเวลาที่ธรรมชาติทั่วโลกจะได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะใช้วาระวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ ประกาศเจตนารมย์ในการร่วมรักษา ฟื้นฟูธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมร่วมกับพันธมิตรทั้ง 40 องค์กร รวมพลังของพนักงานทุกองค์กรกว่า 100,000 คน เปิดตัวแคมเปญ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างเครือข่ายรณรงค์และบอกต่อการรับทิ้งขยะ   พร้อมทั้งร่วมขยายความตระหนักรู้ไปสู่คนไทยในเซกเมนต์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน, กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย, กลุ่มผู้พักอาศัยทั้งบ้านและคอนโด, กลุ่มโลจิสติกส์, กลุ่มช็อปเปอร์ เป็นต้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับคลายล็อกดาวน์เฟส 3 ที่ภาครัฐบาลผ่อนปรนให้หลากหลายธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ รองรับกับความต้องการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์รุ่นเก่าของแต่ละครัวเรือน รวมถึงเป็นวิธีการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ปีนี้ เอไอเอส ขอเป็นตัวแทนภาคีเครือข่าย “คนไทยไร้ E-Waste” เชิญชวนคนไทยคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอร์รี่มือถือ, พาวเบอร์แบงก์, สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก อาทิ กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น MP3  นำไปทิ้งในจุดรับทิ้ง เป็นการต้อนรับชีวิตวิถีใหม่หลังคลายล็อกเฟส 3 ออกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง” นายสมชัย กล่าวปิดท้าย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดราคาไทย POCO F2 Pro เริ่มต้น 17,999 บาท เปิดสั่งจองล่วงหน้าพร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เสียวหมี่ ประเทศไทย ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมเปิดตัว POCO F2 Pro สมาร์ทโฟนในดวงใจ รุ่นใหม่ล่าสุด ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยราคาโดนใจเริ่มต้นที่ 17,999 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้า

 

ด้วยแพลตฟอร์มการประมวลผล Snapdragon™ 865 ที่ทรงพลัง ทำให้ POCO F2 Pro นั้นสามารถรองรับการใช้งานสูงสุดได้อย่างต่อเนื่องด้วยการประมวลผลที่มีความเร็วสูง และมอบประสบการณ์การใช้หน้าจอแบบเต็มจอที่จะทำให้คนรักเทคโนโลยีต้องโบกมือลาเครื่องเก่าไปเลย

 

สุดยอดประสิทธิภาพกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 และเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0

 POCO F2 Pro ได้ยกระดับประสบการณ์บนมือถือขึ้นไปอีกขั้นกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 ซึ่งเป็นระบบประมวลผล 5G ที่ทรงพลังที่สุดในตลาด เมื่อถูกจับคู่กับชิปประมวลผล Kryo™ 585 octa-core และ GPU Adreno™ 650 ซึ่งได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 25% ที่มอบประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงถึงการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน และ SoC ทรงพลังที่มีหน่วยความจำความเร็วแบบอัลตร้า LPDDR51 RAM และพื้นที่จัดเก็บ UFS 3.1 ซึ่งทำให้ POCO F2 Pro สามารถอ่านเขียนได้อย่างเป็นเลิศเพื่อการทำงานที่ลื่นไหลของระบบปฏิบัติการ

 ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0 POCO F2 Pro มาพร้อม vapor chamber ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดในตอนนี้ พร้อมด้วยแกรไฟต์และแกรฟีนหลายชั้น ซึ่งด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้เครื่องนั้นเย็นลงโดยเฉพาะ SoC และพื้นผิวของเครื่อง และยังช่วยรักษาการทำงานสูงสุดอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ภายใต้สภาพการทำงานอันหนักหน่วง อัดแน่นไปด้วยพลังและได้รับการรับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland ในด้านประสิทธิภาพการเล่นเกมสูง POCO F2 Pro มาพร้อมการปรับปรุงประสบการณ์เกมที่ดีขึ้นด้วยหน้าจอแบบ HDR และ haptic feedback แบบสมจริง พร้อมมอเตอร์ z-axis linear ทั้งยังมีการรับรองระบบเสียงคมชัด Hi-res อีกด้วย

 

 

เมื่อความหรูหรามาพบกับความมีชีวิตชีวาและดีไซน์อันโดดเด่น หน้าจอแบบเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED

 ตัวเครื่องนั้นผ่านเกณฑ์ทุกข้อสำหรับการเป็นรุ่นที่เกิดมาเพื่อฆ่ารุ่นเรือธงในราคาย่อมเยาว์ POCO F2 Pro นั้นมาพร้อมฟีเจอร์ยอดนิยมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือในหน้าจอและการป้องกันรอยขีดข่วนฝาหน้าและหลังด้วย Corning®️ Gorilla®️ Glass 5 ตัวเครื่องยังมาพร้อมหลากสีสันให้เลือกเพื่อให้เข้ากับความชื่นชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสีเทา สีม่วง สีน้ำเงิน และสีขาว ในสีม่วงและเทายังเป็นพื้นผิวแบบด้านที่ลดรอยสะท้อนอีกด้วย

 อัตราคอนทราสต์สูงถึง 5000000:1 สามารถปรับให้ภาพสว่างขึ้นสูงสุดถึง 500 nits (typ) / 800 nits (HBM) ที่ให้คุณภาพหน้าจอเป็นเลิศ ไม่ว่าเวลาไหนของวันผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่สะดวกสบายผ่านหน้าจอของ POCO F2 Pro ด้วยหน้าจอเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED ด้วยเซ็นเซอร์สภาวะแสงแบบ 360 องศา เพื่อตรวจสอบสภาวะแสงที่เป็นจริงและเพื่อตรวจจับสภาวะแสงได้อย่างแม่นยำและลื่นไหลมากขึ้น

 ยกระดับคุณภาพหน้าจอให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตัวเครื่องมาพร้อมการรับรองหน้าจอจากสถาบัน TÜV Rheinland ในการลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาจากการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมด้วยระบบ HDR10+, การปรับแสงสว่างอัตโนมัติ (DC) และโหมด Sunlight 2.0 ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าสีขั้นสูงได้ โดยสามารถผสมผสานความเป็นตัวเองลงไปได้เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวได้อีกด้วย

 

 

การถ่ายเป็นหนึ่งกับกล้องหลัง ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซลและกล้องป๊อปอัพความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

 กล้อง ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล POCO F2 Pro มาพร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX686 คมชัดเก็บรายละเอียดทุกภาพถ่าย ในขณะที่กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมอง 123 องศา ให้คุณถ่ายภาพทิวทัศน์สวยสมใจและรูปกลุ่มขนาดใหญ่ได้ เลนส์มาโครความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและเลนส์ depth ความละเอียด ล้านพิกเซล รวมเป็นกล้องหลังทั้งหมดเพื่อการถ่ายภาพรายละเอียดแบบโคลสอัพพร้อมโบเก้ เพื่อให้ภาพสวยจับใจทุกครั้ง

 ด้วยการถ่ายวิดีโอความละเอียดแบบอัลตร้า 8K (24 เฟรมต่อวินาที) และความละเอียด 4K (60 เฟรมต่อวินาที) POCO F2 Pro สามารถเปลี่ยนผู้ใช้ทุกคนเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ โหมด Pro สำหรับทั้งภาพถ่ายและวิดีโอให้คุณควบคุมโฟกัสและการเปิดรับแสงได้มากขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพคุณภาพสูงโดยไม่ต้องใช้กล้อง DSLR หรือกล้องมืออาชีพอื่นๆ

 POCO F2 Pro มาพร้อมกล้องป๊อปอัพขนาดใหญ่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแจ้งเตือนหลายสี และลดกรอบหน้าจอลงโดยไม่กระทบคุณภาพของกล้อง กล้องเซลฟี่ยังมาพร้อมการถ่ายวิดีโอสโลโมชั่น 120 เฟรมต่อวินาทีที่จะเปลี่ยนวิดีโอธรรมดาๆ เป็นภาพยนตร์ชิ้นโบว์แดง

 

ประสิทธิภาพการทำงานเป็นเลิศด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh (typ) และการเชื่อมต่ออันรวดเร็วถึง 9.6Gbps

 สร้างประสบการณ์ที่ไว้วางใจได้ POCO F2 Pro นั้นจัดเต็มกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดความต้องการใช้งานของผู้ใช้แม้ในยามใช้งานอย่างหนักก็ตาม ทั้งยังมาพร้อมกับชาร์จไวถึง 30 วัตต์ ที่สามารถชาร์จได้ถึง 64% ภายใน 30 นาทีและ 100% ใน 63 นาที2 นอกเหนือจากการชาร์จเร็ว POCO F2 Pro ยังมาพร้อมหัวชาร์จ 33 วัตต์ในกล่องอีกด้วย ซึ่งมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวและเร่งรีบอีกด้วย

 นอกจากนี้ยังรองรับ WiFi 6 POCO F2 Pro นั้นมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อเร็วสุดขีดกับความเร็วถึง 9.6Gbps ซึ่งไวกว่า WiFi 5 ถึงเกือบสามเท่า นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีการเชื่อมต่อแบบ multi-link ที่ทำให้การเชื่อมต่อนั้นมีเสถียรภาพและแข็งแรงตลอดเวลาของการเชื่อมต่อ 2.4G Wi-Fi 5G Wi-Fi และข้อมูลมือถือ

 POCO F2 Pro รุ่นความจุ 6GB + 128GB ในประเทศไทยจะวางจำหน่ายในราคา 17,999 บาท และ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท

 ระหว่างวันที่ มิถุนายนตั้งแต่เวลา 0:00 จนถึงวันที่ 17 มิถุนายนเวลา 23:59 ผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้าเฉพาะรุ่น POCO F2 Pro ความจุ 6GB + 128GB จาก Shopee คุณจะได้รับของสมนาคุณพิเศษคือ Xiaomi True Wireless Earphone มูลค่า 2,399 บาท สำหรับแพลตฟอร์ม JD Central จะได้รับของสมนาคุณพิเศษ ได้แก่ Mi Compact Bluetooth Speaker มูลค่า 299 บาท Mi Casual Daypack ราคา 299 บาท และ Mi Fidget Cube ราคา 139 บาท รวมมูลค่ากว่า 737 บาท และแพลตฟอร์ม Lazada รับของสมนาคุณพิเศษ Harman / Kardon Onyx Studio 4 มูลค่า 8,990 บาท (ของมีจำนวนจำกัดเพียง 300 เท่านั้น)

 สมาร์ทโฟน POCO F2 Pro ทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายในประเทศไทย ในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ในราคาที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ บน Shopee, JD Central และ Lazada

 สำหรับ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB จะวางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท และวางจำหน่าย ณ ร้าน COM7, TG FONE, JAYMART, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Coolpad COOL10 announced Coolpad COOL10 announced
Android News16 นาที ที่แล้ว

เปิดตัว Coolpad COOL10 จอใหญ่ แบตเยอะ กล้องหลัง 3 ตัว ราคา 3,990 บาท

Coolpad COOL10 แบรนด...

iPhone 12 launch delayed to October iPhone 12 launch delayed to October
Apple News43 นาที ที่แล้ว

iPhone 12 จะเปิดตัวล่าช้ากว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ

รายงานล่าสุดเปิดเผยว...

ข่าวประชาสัมพันธ์46 นาที ที่แล้ว

รวมดีลเด็ด OPPO จัดหนัก! ทั้งลดทั้งแถมใน Shopee 6.6 Brands Festival เฉพาะ 5 – 6 มิถุนายนนี้ ที่ Shopee เท่านั้น

OPPO มอบโปรโมชั่นสุด...

ข่าวประชาสัมพันธ์7 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

  เอไอเอส สานต่...

New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept
Apple News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

iPhone 13 คอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดล้ำ หน้าจอโค้ง และสไลด์ได้ 2 หน้าจอ [ชมคลิป]

มาอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์ส...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง