ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว iPhone 6 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ สุดบางจาก Apple

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

iPhone 6 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวพร้อมกับ iPhone 6 ฝาแฝดที่แตกต่างกันด้วยขนาดตัวเครื่องและหน้าจอ โดย iPhone 6 Plus มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Apple ที่ก้าวขึ้นมามีหน้าจอใหญ่กว่า 5 นิ้วหรือที่เรียกแฟบเล็ตนั่นเอง

iPhone 6 Plus Review (17)

 

แกะกล่อง iPhone 6 Plus

iPhone 6 Plus Review (1)iPhone 6 Plus Review (2)

iPhone 6 Plus มาในกล่องสีขาวเรียบไม่มีลวดลายหรือสีสันใด ๆ ข้างกล่องทั้ง 2 ด้านจะมีโลโก้ Apple และคำว่า iPhone โดยไม่มีตัวเลขบอกรุ่นใด ๆ

 

iPhone 6 Plus Review (4)

ด้านหลังกล่องจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ iPhone 6 Plus เช่น บอกความจุ โดยรุ่นที่ใช้ในการรีวิวนี้เป็นรุ่นความจุ 64GB และบอกรายละเอียดอุปกรณ์ภายกล่อง เป็นต้น

 

iPhone 6 Plus Review (5)

เมื่อเปิดฝากล่องออกออกจะพบกับตัวเครื่อง iPhone 6 Plus นอนหงายหน้าจอขึ้นมาตามภาพ และมีฟิล์มพลาสติกใส่ปิดทับตัวเครื่องทั้งด้านหน้าด้านหลัง เนื่องจากกล่องและฝาครอบมีขนาดพอดีกันจึงทำให้ค่อนข้างแกะยาก แนะนำให้วางกล่องกับพื้นหรือโต๊ะเพื่อป้องกันเครื่องกระเด็นออกจากกล่องครับ ^^

 

iPhone 6 Plus Review (6)

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • iPhone 6 Plus สีทองแล้ว
  • หูฟัง EarPod with Remote พร้อมไมโครโฟน
  • สาย Lightning
  • อะแด็ปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ เนื่องจากรุ่นที่นำมารีวิวเป็นเครื่องจากฮ่องกง หัวอะแด็ปเตอร์จะเป็นแบบสามหัว
  • คู่มือการใช้งาน สติกเกอร์ Apple
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด

 

การออกแบบ

iPhone 6 Plus Review (17)

iPhone 6 Plus มีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา iPhone ทุกรุ่น ด้วยหน้าจอที่บางกว่าเดิมจึงทำให้ตัวเครื่องมีความบางลงกว่าเดิมด้วย กระจกจอภาพถูกออกแบบให้โค้งมาบรรจบขอบตัวเครื่องพอดีซึ่งทำให้ไม่เห็นรอยต่อ เมื่อสัมผัสจะได้ความรู้สึกราบเรียบเป็นผิวเดียวกัน

 

iPhone 6 Plus Review (18)

เหนือหน้าจอมีเซ็นเซอร์ปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ, ลำโพงสำหรับเสียงสนทนา และเลนส์กล้องหน้าความละเอียด 1.2 เมกะพิกเซล (1280 x 960 พิกเซล) รูรับแสงขนาด ƒ/2.2 และสามารถบันทึกวิดีโอระดับ HD 720p

 

iPhone 6 Plus Review (19)

ด้านล่างหน้าจอมีปุ่มโฮมซึ่งมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือหรือที่เรียกว่า Touch ID เช่นเดียวกับ iPhone 5s และ iPhone 6

 

iPhone 6 Plus Review (15)

ขอบตัวเครื่องจะโค้งมน โดยขอบด้านล่างเริ่มจากด้านซ้ายจะมีช่องเสียบหูฟังสเตอริโอขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., ไมโครโฟน, ช่องต่อสาย Lightning สำหรับถ่ายโอนข้อมูลและชาร์จไฟแบตเอรี่, ด้านขวาสุดที่เห็นเป็นรู 8 รูคือลำโพง

 

iPhone 6 Plus Review (8)

ขอบด้านข้างขวาจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดขนาด nano-SIM และปุ่มปิด/เปิดเครื่องหรือปิด/เปิดหน้าจอ โดยตัวเครื่องมีความบางเพียง 7.1 มม. ซึ่งบางกว่า iPhone 5s

 

iPhone 6 Plus Review (9)

ขอบด้านบนตัวเครื่องราบเรียบไม่มีปุ่มใด ๆ เนื่องจากปุ่ม Power ไม่ได้อยู่ส่วนนี้ โดยถูกย้ายไปอยู่ด้านข้างตัวเครื่องแทน

 

iPhone 6 Plus Review (16)

ขอบด้านข้างซ้ายจะมีปุ่มปิด/เปิดเสียง และปุ่มปรับระดับเสียง

 

iPhone 6 Plus Review (11)

ด้านหลังตัวเครื่องมีเลนส์กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช True Tone ถัดลงมามีโลโก Apple และบริเวณส่วนล่างจะมีคำว่า iPhone พร้อมรายละเอียดโมเดลและสัญลักษณ์ด้านอุตสาหกรรม

 

iPhone 6 Plus Camera

กล้องหลังของ iPhone 6 Plus มีลักษณะนูนขึ้นมา

 

หน้าจอแสดงผล

iPhone 6 Plus Review (14)

iPhone 6 Plus มีหน้าจอแสดงผล Multi-Touch แบบ LED-backlit ขนาด 5.5 นิ้ว Retina HD ความละเอียด 1920× 1080 พิกเซล ความหนาแน่น 401 พิกเซลต่อนิ้ว ทั้ง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus มีพิกเซลแบบ Dual-domain ช่วยให้หน้าจอคมชัดในมุมมองที่กว้างขึ้น ความสว่างสูงสุด 500 cd/m2 พร้อมเคลือบสารกันรอยนิ้วมือด้านหน้า

จากการใช้งานกลางแดดวันนี้ก็ใช้งานได้สบายครับ หน้าจอยังคงมองเห็นได้ชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีตัดแสงสะท้อนและเป็นจอภาพ IPS

 

สรุปสเปค iPhone 6 Plus

[table id=16 /]

 

เปรียบเทียบตัวเครื่อง iPhone 6 Plus กับ iPhone 5s

iPhone 5s vs iPhone 6 Plus (1)

เปรียบเทียบสเปค iPhone 6 Plus, iPhone 6 และ iPhone 5s

[table id=15 /]

 

อินเตอร์เฟซและฟีเจอร์เด่น

iPhone 6 Plus UI 1

หน้าโฮม จะเรียงไอคอนแอพพลิเคชั่นได้ 6 x 4 แถว และบริเวณส่วนล่างจะเป็นส่วนที่เรียกว่า Dock ที่สามารถวางไอคอนแอพพลิเคชั่นได้อีก 1 แถว

 

iPhone 6 Plus UI 13

หน้าจอการโทร แสดงผลเหมือนกับ iPhone รุ่นอื่น ๆ

 

iPhone 6 Plus UI 7iPhone 6 Plus UI 6

รองรับการใช้งานในแนวนอน ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมากทำให้ iPhone 6 Plus รองรับการใช้งานในแนวนอนเช่นเดียวกับ iPad ทั้งหน้าจอหลักและหน้าจอแอพพลิเคชั่นพื้นฐานต่าง ๆ แต่จะยังไม่รองรับแอพพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดเพิ่มเติม

 

การใช้งานด้วยมือเดียว

ภาพการใช้งานด้วยมือเดียวค่อนข้างลำบาก

ภาพการใช้งานด้วยมือเดียวค่อนข้างลำบาก

ภาพเมื่อแตะปุ่มโฮม 2 ครั้งติดกันเพื่อใช้งานด้วยมือเดียว

ภาพเมื่อแตะปุ่มโฮม 2 ครั้งติดกันเพื่อใช้งานด้วยมือเดียว

เนื่องจากหน้าจอของ iPhone 6 Plus มีขนาดใหญ่ การใช้งานด้วยมือเดียวจึงค่อนข้างลำบาก แต่ Apple ก็ได้ใส่ฟีเจอร์สำหรับการใช้งานด้วยมือเดียวมาให้ด้วย โดยการแตะที่ปุ่มโฮม 2 ครั้งติดกันเพื่อเลือกใช้งานฟีเจอร์นี้ (แตะหรือเคาะที่ปุ่มโฮม 2 ครั้งติดกัน ไม่ใช่กดปุ่มโฮมนะครับ)

 

iPhone 6 With One Hand Setting

ก่อนใช้งานได้ต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ก่อน โดยเข้าไปที่การตั้งค่า >> ทั่วไป >> การช่วยการเข้าถึง >> แล้วเลือกเปิด “การช่วยการเอื้อมถึง”

 

การแสดงแบบซูม

iPhone 6 Plus UI 14 iPhone 6 Plus UI 15 iPhone 6 Plus UI 16

บน iPhone 6 และ iPhone 6 Plus มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Display Zoom หรือแสดงการซูม เพื่อให้การแสดงผลในการดูแอพและคอนเทนต์ต่าง ๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น เต็มตามากขึ้น

 

เปรียบเทียบการใช้งานในแนวตั้งกับแนวนอน

iPhone 6 Plus UI 9

Notification Center แนวตั้ง (ซ้าย) และ แนวนนอน (ขวา)

 

iPhone 6 Plus UI 8

Control Center แนวตั้ง (ซ้าย) และแนวนอน (ขวา)

 

iPhone 6 Plus UI 12

Multitasking แนวตั้ง (ซ้าย) และแนวนอน (ขวา)

 

iPhone 6 Plus UI 17

แอพข้อความ แนวตั้ง (ซ้าย) และแนวนอน (ขวา) ซึ่งจะแสดงเป็นสองส่วนเหมือนกับการแสดงผลบน iPad

 

iPhone 6 Plus UI 18

ปฏิทิน แนวตั้ง (ซ้าย) และแนวนอน (ขวา)

 

iPhone 6 Plus UI 19

แอพรูปภาพ แนวตั้ง (ซ้าย) และแนวนอน (ขวา)

 

iPhone 6 Plus Weather

การแสดผลพยาการณ์อากาศในแนวนอน

 

iPhone 6 Plus World Watch 1

แอพนาฬิกา เมื่อแสดงผลในแนวนอน

 

iPhone 6 Plus Note and Keyboard

แอพ Note เมื่อแสดงผลในแนวนอน แป้นพิมพ์จะแสดงปุ่มเครื่องมือสำหรับการคัดลอก ตัดแปะ และวางให้ด้วย

 

iPhone 6 Plus App Store 2

หน้าตาของ iTunes และ App Store ในแนวตั้ง (ซ้าย) และแนวนอน (ขวา)

 

เทคโนโลยีและประสิทธิภาพการทำงาน

iPhone 6 Plus มาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 8 ชิปประมวลผล A8 ที่ใช้สถาปัตยกรรม 64 บิต รุ่นที่ 2 และโปรเซสเซอร์ร่วม M8 สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหวที่ดีกว่า A7 และ M7 บน iPhone 5s ซึ่งจากการทดสอบเล่นเกมทีมีกราฟิกสูง ๆ อย่าง Asphalt 8: Airborne รู้สึกได้เลยว่าลื่นไหล ไม่มีกระตุก ชมตัวอย่างเล่นเกมจากคลิปด้านล่างนี้ครับ

 

กล้องถ่ายรูป

iPhone 6 Plus Review (23)

iPhone 6 Plus มาพร้อมกล้อง iSight ใหม่ประกอบด้วยชุดเลนส์ 5 ชิ้น ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีแฟลช True Tone และผลึกแซฟไฟร์ป้องกันหน้าเลนส์ มีระบบออโต้โฟกัสที่เรียกว่า Focus Pixels และรูรับแสงขนาด ƒ/2.2 โดยจุดเด่นของรุ่นนี้คือมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (OIS) ซึ่งในรุ่น iPhone 6 จะไม่มีระบบกันภาพสั่นไหวนี้

iPhone 6 Plus Review (26) iPhone 6 Plus Camera 1 iPhone 6 Plus Camera Slow-Motion 120 FPS iPhone 6 Plus Camera Slow-Motion 240 FPS

กล้องหลังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 1080p ที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาที หรือถ่ายวิดีโอแบบ Slow-Motion ที่ความเร็ว 240 และ 120 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้ก็ยังถ่ายวิดีโอแบบเร่งความเร็ว (Time-lapse) ได้ด้วย

 

ตัวอย่างภาพถ่าย (คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดจริง)

 

ทีมงานได้รับเครื่อง iPhone 6 Plus มาทดสอบในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น โอกาสหน้าถ้ามีตัวเครื่อง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะรีวิวเปรียบเทียบให้ดูกันใหม่นะครับ

สรุปจากรีวิว

จุดเด่น
  • ตัวเครื่องบางเบา
  • หน้าจอใหญ่ 5.5 นิ้ว
  • ชิปประมวลผล A8 และ M8
  • กล้องหลังมีระบบกันภาพสั่นไหว (OIS)
  • ใช้งานแนวนอนได้เหมือนกับ iPad
จุดสังเกตเพิ่มเติม
  • ไม่รองรับความจำภายนอก
  • เล่นต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมงเครื่องเกิดอาการร้อน

 

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A51 สมาร์ทโฟนของคนยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกฟีเจอร์ พร้อมจอใหญ่ 6.5 นิ้ว, แบตอึด และกล้อง 4 เลนส์ ในราคาสุดโดน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A51 สมาร์ทโฟนตระกูล A Series 2020 ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกในประเทศไทย ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันของการใช้ชีวิต ชูจุดเด่นด้วยหน้าจอ Infinity-O แบบเต็มหน้าจอ ชนิด Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว เห็นได้คมชัดและเต็มตา จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล คู่กับกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่สุดอึดที่ใช้งานได้เต็มวันแน่นอน

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A51

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.5 x 73.6 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 172 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-O ชนิด Super AMOLED กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Exynos 9611 Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • RAM 6 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับ Fast Charge 15W

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Samsung Galaxy A51 มาในรูปแบบสี่เหลี่ยมตามปกติของตระกูลนี้โดยมีรูปและชื่อรุ่นอย่างชัดเจนที่ด้านหน้า

เมื่อเปิดออกมาจะเจอกับตัวเครื่องอยู่ตรงหน้าที่ติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อย โดยจะมีอะแดปเตอร์ Fast Charge 15W, หูฟัง และสาย USB Type-C to Type-A  ทั้งนี้เมื่อพลิกไปดูที่ฝากล่องก็จะเจอกับกล่องใส่คู่มือการใช้งาน, ใบรับประกันสินค้า, เคสซิลิโคนแบบใส และอุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ดีไซน์สวยงาม ไล่เฉดแบบปริซึม

Samsung Galaxy A51 นั้นมีการไล่เฉดที่ให้ความรู้สึกที่มีการตัดของลวดลายปริซึมอย่างสวยงาม ซึ่งการตัดนี้ทำให้เราได้สี 3 แบบใสๆ ในเครื่องเดียว อย่างเครื่องที่เราได้มาจะเป็นสีชมพูที่จะเล่นลวดลายสีพาสเทลตั้งแต่ชมพูอ่อน, ชมพูอมส้ม และชมพูที่มีเส้นตัดอย่างสวยงามครับ ทั้งนี้ ก็ยังมีอีก 2 สีให้เลือก คือ สีดำและสีฟ้า

 

สำหรับการจับถือของของ Samsung Galaxy A51 ถือว่าอยู่ในขนาดที่พอดีมือมากๆ ถือมือเดียวก็ยังได้แบบสบายๆ ไม่ลื่นมือ แต่บริเวณฝากหลังที่เป็นกระจกอาจติดรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย แต่ก็เช็ดออกง่ายเหมือนกันครับ

 

สำหรับหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับแบบกล้องหน้าฝังในหน้าจอตรงกลางที่เรียกว่า Infinity-O ชนิด Super AMOLED ทำให้มีหน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว แต่ยังมีขนาดที่พอดีมือ ทั้งยังมีความคมชัดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) เรียกว่าใช้งานได้แบบเต็มตาและคมชัดอีกด้วย

 

หน้าจอ Super AMOLED นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสีสันสดใสอยู่แล้วครับ ใครที่เป็นนักเสพคอนเทนต์บ่อยๆ ต้องหลงรักแน่นอน

 

ที่รอบตัวเครื่องเริ่มจากเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้อง Infinity-O พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่อง MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ทางขวาจะเป็นปุ่มเพื่อใช้งานเพิ่ม-ลดเสียง และล็อคเครื่อง

 

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก

 

ส่วนด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED ที่อยู่ในโมดูลทรงสี่เหลี่ยมที่มุมซ้ายบนครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

ด้านระบบปฏิบัติการ Samsung Galaxy A51 รันบนระบบปฏบัติการ Android 10 รุ่นล่าสุดจาก Google พร้อมครอบทับด้วย One UI 2.0 เพื่อให้การใช้งานนั้นสะดวกมากขึ้นและมีฟีเจอร์ต่างๆ มาให้เพียบ

 

สำหรับ One UI นั้นจะเน้นเรื่องการใช้งานมือเดียวเป็นหลัก โดยจะสังเกตได้ว่าหน้าจอคำอธิบายต่างๆ จะอยู่ครึ่งจอด้านบนสุด และการกดตัวเลือกต่างๆ จะอยู่ที่ด้านล่างเพื่อให้เราใช้นิ้วโป้งกดได้แบบสบายๆ ครับ เช่น ในหน้า “การตั้งค่า” ครึ่งบนเป็นตัวอักษร และครึ่งล่างจะเป็นตัวเลือกต่างๆ เป็นต้น

 

 

ใช้งาน Dark Mode ได้ด้วย

สำหรับ One UI 2.0 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์โหมดแสงทึบ (Dark Mode) เพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้แบบสบายตา โดยพื้นหลังต่างๆ จะเป็นสีดำ และตัวอักษรจะเป็นสีขาว

แถบนำทางแบบใหม่ใน Android 10

ใน Android 10 ของ Samsung Galaxy A51 ก็มาพร้อมกับระบบการนำทางแบบใหม่ คือ ท่าทางแบบเต็มจอ โดยจะควบคุมด้วยการปัดขึ้นเพื่อเข้าหน้าหลัก, ปัดขึ้นแล้วค้างไว้เพื่อดูแอปพื้นหลัง และปัดซ้าย/ขวาของขอบหน้าจอเพื่อย้อนกลับ

 

ระบบความปลอดภัย

Samsung Galaxy A51 ยังจัดเต็มเรื่องระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วพอสมควรครับ ไม่ค่อยเจออาการที่สแกนแล้วไม่ติดเท่าไหร่

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีระบบสแกนใบหน้าที่ใช้งานผ่านกล้องหน้ามาให้ด้วย ซึ่งการทำงานก็ถือว่ารวดเร็วและเสถียรตามปกติ ซึ่งสามารถตั้งค่าให้ต้องลืมตาจึงจะสแกนผ่านเท่านั้นได้ด้วยครับ

 

ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย Bixby Routines

Bixby Routines ถือเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราง่ายขึ้นมากๆ ซึ่งจะเป็นการตั้งเวลาและตำแหน่งตามที่เราเลือกไว้ เช่น เมื่อถึงบ้านให้เปิด Wi-Fi อัตโนมัติ, เมื่ออยู่ที่ทำงานระบบจะปิดเสียงและเปิดระบบสั่นแทน หรือเข้าโหมดประหยัดแบตเตอรี่ทันทีเมื่อเข้านอน เป็นต้น

 

เก็บไฟล์หายห่วงด้วยโฟลเดอร์ที่ปลอดภัย

ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ “โฟลเดอร์ที่ปลอดภัย” ที่จะเป็นการใช้งานอีกพื้นที่อีกพื้นหนึ่งในเครื่องเพื่อใช้ในเรื่องความปลอดภัยของไฟล์หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ต้องใช้รหัสผ่านชุดใหม่หรือการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานเท่านั้นครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ด้านประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A51 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลตัวกลางอย่าง Exynos 9611 Octa-Core ควบคู่กับ RAM 6GB และความจุ (ROM) ถึง 128GB ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นและเก็บไฟล์หรือโหลดแอปพลิเคชั่น/เกมต่างๆ ได้แบบเต็มที่ แทบไม่ต้องกลัวเต็มครับ ทั้งยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีกถึง 512GB เลยทีเดียว

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

สำหรับฟีเจอร์การเล่นเกมก็มาให้พร้อมสำหรับเกมเมอร์ตั้งแต่ Game Launcher ที่เป็นพื้นที่รวบรวมเกมที่โหลดไว้ในที่เดียว รวมถึงบอกระยะเวลาในการเล่นเกมต่างๆ ได้ด้วย

 

ทั้งนี้ก็ยังมี Game Booster ที่ช่วยเรื่องการรีดประสิทธิภาพทั้งหมดของเครื่องเพื่อให้เล่นเกมได้แบบไร้ปัญหากวนใจครับ โดยเราสามารถปรับประสิทธิภาพเกมได้ 3 แบบ ได้แก่ เน้นประหยัดพลังงาน, ปรับให้เท่ากัน หรือเน้นประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, บันทึกหน้าจอระหว่างเล่น และดูอุณหภูมิและ RAM แบบเรียลไทม์ได้เช่นกัน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เริ่มกันด้วยเกม ROV ครับ เราได้ปรับตามค่าเริ่มต้น คือ ภาพ HD ระดับมาตรฐาน, การแสดงผลระดับสูง แต่ได้เปิดเฟรมเรทระดับสูงมาทดสอบกันด้วย โดยเราลองเล่นในโหมด 5 VS 5 ทุกอย่างเล่นได้แบบลื่นๆ ครับ เฟรมเรทก็จะวิ่งอยู่ที่ 52-60fps สลับไปมาตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งถือว่าไม่ได้เหวี่ยงมากเท่าไหร่

 

Call Of Duty: Mobile

และมาต่อที่เกมแนว Shooting กันบ้างครับอย่าง Call Of Duty: Mobile เราปรับภาพกราฟิกและเฟรมเรทระดับกลางทั้งหมดซึ่งเป็นค่าเริ่มต้น และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน รวมถึงโหมด 20 VS 20 ซึ่งตั้งแต่ต้นเกมจนถึงท้ายๆ เกม เรื่องระบบสัมผัสหน้าจอ ความลื่นระหว่างเล่น และหน้าจอที่ใหญ่นั้นเป็นประโยชน์ทั้งหมดครับ

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จเร็วด้วย

เป็นรุ่นกลางที่ให้แบตเตอรี่มาเต็มๆ ถึง 4000mAh สำหรับ Samsung Galaxy A51 ซึ่งการทำงานจริงๆ ถือว่าอยู่ได้ตลอดวันแน่นอนสำหรับผู้ที่เล่นโซเชียลตามปกติ ส่วนใครที่เล่นเกมก็อาจได้ชาร์จราวๆ 1-2 ครั้งตลอดวันครับ แต่เรื่องชาร์จก็สบายหายห่วงเลยทีเดียวเพราะรองรับ Fast Charge ถึง 15W จากแบตเตอรี่น้อยๆ ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เต็มแล้วครับ

 

กล้องถ่ายรูป

หนึ่งในสิ่งที่เป็นตัวชูโรงมากที่สุดใน Samsung Galaxy A51 ก็คือเรื่องกล้องนี่แหละครับ โดยให้มาทั้งหมด 5 กล้อง แบ่งเป็น 4 กล้องหลัง และ 1 กล้องหน้า ดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ฟีเจอร์กล้อง

คมชัดขั้นสุดที่ 48 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A51 มาพร้อมกับเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ก็สามารถถ่ายภาพในความละเอียดที่สูงได้ครับ โดยภาพที่ได้ออกมาจะอยู่ที่ขนาด 8000 x 6000 พิกเซล สามารถซูมเพื่อดูภาพหรือวัตถุในขนาดเล็กๆ ได้อย่างชัดเจนครับ


ภาพ 48 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ตรวจจับฉากอัจฉริยะด้วย AI

สำหรับเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับฟีเจอร์การรวม 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล เพื่อให้ภาพคมชัดและเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้มากขึ้น โดยยังมีฟีเจอร์ AI ช่วยตรวจจับและแยกแยะหมวดหมู่ต่างๆ เช่น อาหาร, พืช, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น ทำให้ภาพที่ได้ออกมานั้นมีสีสันตรงกับแต่ละวัตถุมากที่สุดนั่นเอง

 

Ultra-Wide Angle มุมกว้างขั้นสุดถึง 123 องศา

เรื่องเลนส์ Ultra-Wide Angle ของ Samsung นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามแทบทุกรุ่นครับ รวมถึง Galaxy A51 เช่นกัน เพราะมีความกว้างถึง 123 องศา เก็บองค์ประกอบได้ครบแม้ยืนใกล้ๆ ก็ตาม ทำให้ไม่จำเป็นต้องถอยไปไกลๆ เพื่อถ่ายภาพ


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

 

ถ่ายใกล้สุดถึง 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ถือเป็นเลนส์ใหม่ในสมาร์ทโฟน Samsung เลยก็ว่าได้ครับสำหรับเลนส์ Macro ที่มีความพิเศษคือให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล ทำให้ภาพที่ได้ออกมาจะชัดและสีสันสดใสมากๆ แถมเมื่อถ่ายด้วยเลนส์นี้แล้ว ยังสามารถซูมภาพเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มได้ด้วยเพราะความละเอียดขั้นสูงนั่นเอง

 

ถ่ายกลางคืนก็ได้ด้วย Night Mode

Samsung Galaxy A51 ยังมีการถ่ายภาพกลางคืนมาให้เหมือนกันครับ โดยฟีเจอร์นี้ก็ตามชื่อเลยครับ จะเป็นการเพิ่มความสว่างและความคมชัดให้กับภาพในสภาวะแสงน้อยหรือในตอนกลางคืน ซึ่งฟีเจอร์นี้ยังใช้งานร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide

 

Live Focus เบลอหลังธรรมชาติผ่านเลนส์ Depth

ในฟีเจอร์ Live Focus เป็นการเบลอฉากหลังแบบเนียนๆ ด้วยเลนส์ Depth ที่มีมาให้ครับ โดยการเบลอหลังเราสามารถปรับระดับการเบลอได้ 0-7 ระดับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาจะเบลอแบบไล่ระดับจากหน้าไปหลังได้ดีเลยทีเดียว ไม่ได้ทำให้ตัวคนดูลอยเกินไป

 

ทั้งนี้เราก็ยังสามารถเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ฉากหลังได้อีกถึง 3 แบบพิเศษ ได้แก่ สปิน, ซูม และคัลเลอร์พอยท์ โดยแต่ละอย่างปรับได้ตั้งแต่ 0-7 ระดับเช่นกันครับ

 

นอกจากนี้ฟีเจอร์ทั้งหมดของ Live Focus ที่กล้องหลังยังใช้กับกล้องหน้าได้ด้วย

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ใช้งานได้เต็มตาและสีสันแบบจัดเต็ม
  • ตัวเครื่องดีไซน์สวยงาม จับถนัดมือแม้ถือมือเดียว
  • ใช้หน่วยประมวลผล Exynos 9611 Octa-Core คู่กับ RAM 6GB + ROM 128GB เพียงพอต่อการใช้งานแบบไหลลื่นและโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวเต็ม
  • มีกล้องหลังถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีเลนส์ Ultra-Wide, Depth และ Macro ที่มีความละเอียดสูงกว่ารุ่นอื่นในตลาด
  • แบตเตอรี่ 4000mAh พร้อมใช้งานได้ตลอดทั้งวัน และ Fast Charge 15W ที่ชาร์จได้รวดเร็วไม่ต้องรอนาน
  • มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่สามารถป้องกันน้ำได้

สำหรับ Samsung Galaxy A51 นั้นเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย สนนราคาอยู่ที่ 10,490 บาทเท่านั้น โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Prism Crush Black), ฟ้า และชมพู

อ่านต่อ...

IT News

วิดีโอรีวิว CheetahTALK แปลภาษาเรียบไทม์ จะคุยต่างชาติรู้หรือมั้ย?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้จะพาไปรู้จักและลองใช้งานเจ้าเครื่องแปลภาษาที่เพิ่งเปิดตัวในไทย CheetahTALK เครื่องแปลภาษาอัจฉริยะ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI แปลได้ 42 ภาษา คุยต่างชาติไม่ต้องกลัว ไปดูคลิปวิดีโอรีวิวกันเลย

สำหรับ CheetahTALK วางจำหน่ายในราคาแค่ 2,759 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเพียงแสดงโค้ด: CHEETAH300 รับส่วนลดเพิ่มทันที! 300 บาท ในการซื้อเครื่องราคาเพียง 2,459 บาท  ที่หน้าร้าน BaNANA ภายในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 29 กุมภาพันธ์ 2563 เท่านั้น

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว plantronics BackBeat FIT 6100 หูฟังบลูทูธฟูลไซส์เอาใจสายออกกำลังกาย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรีวิวทั้ง plantronics BackBeat PRO 5100 หูฟัง True Wireless เด่นทั้งคุณภาพเสียงเพลงและสนทนา คุยชัด ตัดเสียงรบกวนเยี่ยม และ plantronics BackBeat FIT 3200 หูฟัง True Wireless เสียงดี ปรับ Equalizer และกันน้ำใช้ออกกำลังกายได้ กันไปแล้ว วันนี้ขอเอาใจใครที่ชอบออกกำลังกายรีวิวนี้ต้องบอกเลยว่าเอาใจกันโดยเฉพาะเลยครับ เพราะวันนี้มีหูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักกีฬาตัวจริง เทรนเนอร์ นักเพาะกาย ผู้ทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกอย่างหนักหน่วง และต้องการหาหูฟังฟูลไซส์เพียงตัวเดียว ที่สามารถใช้ฟังเพลงรวมทั้งสนทนา ได้ตั้งแต่ออกจากบ้าน ขึ้นรถไฟฟ้า นั่งทำงาน นั่งร้านอาหาร ไปฟิตเนสตอนเย็น เรียกได้ว่าแค่มีหูฟังรุ่นนี้ตัวเดียวก็สามารถใช้ได้ในทุกๆ กิจกรรม

ข้อมูลด้านเทคนิค

Listen timeUp to 24 hours of listen time
Roaming rangeUp to 65 feet/20 meters
Battery capacity500 mAh
Battery typeRechargeable, non-replaceable lithium ion polymer
Charge timeUp to 2 hours for full charge
Quick chargeUp to 6 hours of listening with a 15-minute quick charge
Audio profilesAdvanced Audio Distribution Profile (A2DP) 1.3, AVRCP 1.6
Receive frequency response20-20,000 Hz
Microphone and technologyMEMS microphone with DSP
Speaker driver size40 mm
Moisture protectionSweatproof and IPX5-rated water resistance
Weight240 grams
Call controlsCall answer/end, mute, volume +/-
Media controlsPlay, pause, track forward/back, activate virtual personal assistant
Multipoint technologyAutomatically connect up to two devices simultaneously, listen from either, and pair up to eight
Voice and other alertsEnhanced voice alerts announce talk time remaining, mute, and connection status.
Applications supportedBackBeat app on iOS and android
Bluetooth technologyBluetooth 5.0 Headset/Hands-Free Profile HSP 1.2 and HFP 1.7

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง 

  • หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100
  • สายชาร์จ USB
  • สายแจ็ค 3.5 mm
  • คู่มือการใช้งาน

ดีไซน์และการออกแบบ

หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 สีที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสีดำ (Black) มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามดูเท่ๆ แนวสปอร์ต ตัวก้านหูฟังมีลวดลายสวยมากๆ ครับ น้ำหนัก 240 กรัม เมื่อสวมกับศีรษะแล้วไม่ได้รู้สึกหนักมากจนเกินไป ส่วนตัวคิดว่าหนักกำลังดีครับ 

 

เสียงทรงพลังด้วยลำโพงขนาด 40 มม. มาพร้อมกับที่ครอบหูนุ่มแบบเมมโมรี่โฟม noise isolating earcup ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างให้อยู่ในโลกส่วนตัวกับเพลงโปรดได้อย่างเต็มอิ่ม

 

สิ่งที่ BackBeat Fit 6100 แตกต่างจากหูฟังดีไซน์คล้ายกัน คือ Adjustable sport-fit headband แถบคาดศีรษะแบบสปอร์ตที่ปรับให้กระชับขนาดศีรษะได้ตามความต้องการ จึงไม่เลื่อนไปมาขณะที่คุณเล่นเวต หรือเอี้ยวศีรษะขึ้นๆ ลงๆ

 

ตัวก้านจะมีตัวอักษร R และ L ระบุด้าน ขวา หรือซ้าย

 

การควบคุมการต่างๆ จะอยู่ที่หูฟังด้านขวานะครับ ซึ่งจะมีปุ่ม open mic ฟังเสียงภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟัง, ไฟสถานะการเชื่อมต่อ, ปุ่มเปิด/ปิด และปุ่มสำหรับเลื่อนขึ้นไปค้างไว้สักครู่เพื่อ pair กับอุปกรณ์เครื่องใหม่, พอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และไมค์สำหรับคุยโทรศัพท์

 

นอกจากนี้ที่ด้านข้างของหูฟังด้านขวาจะเป็นด้านที่สั่งงานด้วยการแตะเพื่อสั่งงาน สามารถ เพิ่ม/ลด เสียง, เล่น/หยุด เพลง รับโทรศัพท์, และเล่นเพลงไปข้างหน้า, ย้อนหลัง

 

plantronics BackBeat FIT 6100 กันน้ำและกันเหงื่อ ระดับ IPX5 เมื่อนำมาใส่ออกกำลังกายและมีเหงื่อมั่นใจได้เลยครับว่าไม่เสียหายง่ายๆ แน่นอนครับ พร้อม Awareness mode ที่ผู้ใช้สามารถสนทนากับเทรนนอร์ได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกจากศีรษะ

 

การเริ่มต้นใช้งาน

ให้เปิดปุ่ม Power หูฟังที่อยู่ด้านขวาด้วยการเลื่อน เพื่อเป็นการเปิดเครื่อง จะได้ยินเสียง Power On

 

จากนั้นให้ทำการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่เมนู Bluetooth จะพบชื่อ PLT BBFIT6100 ให้ทำการเชื่อมต่อได้เลยครับ

 

หรือหากต้องการ Pair กับอุปกรณ์เครื่องใหม่ ให้เลื่อนปุ่ม Power ขึ้นไปด้านบนสุดค้างไว้สักครู่จะได้ยินคำว่า Paring พร้อมไฟสถานะกระพริบ ก็พร้อมที่จะ Pair กับอุปกรณ์เครื่องใหม่แล้วครับ

 

ตัวหูฟังสามารถปรับแต่งคำสั่งบนหูฟังด้วยฟีเจอร์ My Tap บนแอปพลิเคชั่น BackBeat มีให้โหลดทั้งบน iOS และ Android หลังจากที่ตั้งค่าที่ My Tap แล้วเพียงแค่แตะที่หูฟัง 1 หรือ 2 ครั้ง จะสามารถใช้คำสั่งต่างๆ ได้เช่น สั่งหูฟังให้บอกเวลา, ตั้งเวลา, จับเวลา, เลือกเพลย์ลิสต์โปรดได้โดยตรงจากหูฟัง โดยไม่ต้องหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

BackBeat FIT 6100 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ทำให้ทั้งวันสามารถฟังเพลงได้อย่างต่อเนื่องทั้งในช่วงเวลาเดินทาง ออกกกำลังกาย ฟังกันได้ยาวๆ เลยครับ

 

เล่าหลังลอง plantronics BackBeat FIT 6100 

หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 สวมใส่สบาย ไม่หลุดง่าย คุณภาพเสียงต้องบอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ครับ เสียงเบสหนักแน่น เสียงแหลมไม่บาดหู เสียงร้องคมชัด และยังสามารถปรับ EQ ได้เองทั้ง 3 แบบชอบแบบไหนเลือกตามใจชอบได้เลย ในส่วนของการดูหนัง ฟังเพลง ได้ทดสอบกับแอป YouTube, Netflix และ Apple Tv+ ไม่พบเสียงดีเลย์ครับ ภาพและเสียงตรงกัน โดยรวมของหูฟังรุ่นนี้ด้านเสียงต้องบอกเลยว่าถูกใจคนชอบฟังเพลงแน่นอน ในส่วนของการคุยโทรศัพท์คุณภาพของไมค์ดีเลยครับ คุยชัดเจนดี

 

นอกจากนี้ในส่วนของแอป BackBeat ยังสามารถตั้งค่าอื่นๆ ได้อีกรวมถึงอัปเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ หากมีออกมาอัปเดทในอนาคตอีกด้วยครับ

 

สำหรับใครที่กำลังหาหูฟังคุณภาพเสียงดี ไม่ว่าจะเอาไปฟังตอนออกกำลังกายก็เหมาะ หรือใช้ฟังในชีวิตประจำวันในช่วงการเดินทาง หรือระหว่างวัน หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 เรียกได้ว่าตอบโจทย์มากๆ ครับ

 

plantronics BackBeat FIT 6100 ตอนนี้วางจำหน่ายแล้วหาซื้อได้ตามร้านค้าไอทีชั้นนำ มี สี คือ สีดำ และสี Camo ราคา 7,590 บาท มาพร้อมการรับประกัน ปี รายละเอียดเพิ่มเติม www.systems2000.co.th

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News4 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

IT News26 นาที ที่แล้ว

ลิงค์ซิส (Linksys) เปิดตัว TRI-BAND MESH ROUTER รุ่นใหม่ล่าสุด มุ่งหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เจาะกลุ่มผู้เล่นเกมมือถือและความบันเทิงภายในบ้าน

ลิงค์ซิส (Linksys®),...

IT News52 นาที ที่แล้ว

ดีแทครายงานผลประกอบการปี 2562 โชว์พัฒนาการสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเ...

Android News60 นาที ที่แล้ว

Xiaomi ประเดิมเข้าร่วมงาน Thailand Mobile Expo 2020 ครั้งแรก ขนสมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดๆ โดนใจ พร้อมโปรโมชั่นสุดแรงมามอบเป็นพิเศษ

เสียวหมี่ ประเทศไทย ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทวิช ประเทศไทย นำทีมทวิชสตรีมเมอร์ชื่อดังกว่า 50 ชีวิต บุกงาน Thailand Game Expo by AIS eSports 2020 พร้อมโชว์ถ่ายทอดสดการออกอากาศจริงผ่าน Glassroom เป็นครั้งแรก!!!

ทวิช (Twitch) ประเทศ...

Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

รวมโปร OPPO จัดหนัก! รับทีวี 32 นิ้ว และหูฟัง OPPO Enco Q1 ฟรี! เมื่อซื้อ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

นับถอยหลังกันได้เลยก...

กำลังมาแรง