Apple เปิดเผยรายละเอียดด้านประสิทธิภาพของ iOS 27 ที่ไม่ได้มีแค่ฟีเจอร์ใหม่ แต่ยังเน้นการปรับแต่งระบบให้ทำงานเร็วและลื่นขึ้นในหลายด้าน ตั้งแต่การเปิดแอป การถ่ายโอนไฟล์ด้วย AirDrop ไปจนถึงการเลื่อนหน้าจอและการค้นหาข้อมูล

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างจะเป็นการปรับปรุงเบื้องหลัง แต่ Apple ระบุว่าผู้ใช้จะสามารถสัมผัสความแตกต่างได้จริงในการใช้งานประจำวัน โดย iPhone ที่รองรับตั้งแต่ iPhone 11 ขึ้นไป จะได้รับการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพทั้งหมดนี้
1. เปิดแอปเร็วขึ้นสูงสุด 30%
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลชัดที่สุดคือ การเปิดแอปเร็วขึ้นสูงสุด 30% ทั้งแอปของ Apple และแอปจากนักพัฒนาภายนอก
Apple ระบุว่าทดสอบบน iPhone 11 Pro Max ที่ใช้ iOS 26.4.2 เปรียบเทียบกับ iOS 27 และพบว่าระยะเวลาการเปิดแอปลดลงอย่างชัดเจน ทำให้การใช้งานในแต่ละวันรู้สึกตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิม
2. ปรับปรุง CPU Scheduler ให้จัดการงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
Apple ได้ปรับแต่ง CPU Scheduler ซึ่งเป็นระบบที่จัดสรรทรัพยากรของชิปประมวลผล ให้สามารถจัดการงานหนักได้ดีขึ้น
การปรับปรุงนี้รองรับย้อนกลับไปถึง iPhone 11 ทำให้แม้แต่เครื่องรุ่นเก่าก็ยังรู้สึกว่าทำงานได้เร็วขึ้นหลังอัปเดต
Apple ยังระบุว่าการปรับแต่งครั้งนี้ช่วยลบภาพจำที่ผู้ใช้หลายคนเคยกังวลว่า iPhone รุ่นเก่าจะช้าลงเมื่ออัปเดต iOS เวอร์ชันใหม่
3. สลับ Wi-Fi และเครือข่ายมือถือได้ลื่นกว่าเดิม
iOS 27 ปรับปรุงการสลับระหว่าง Wi-Fi และเครือข่ายมือถือ ให้ฉลาดขึ้น
มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์
ตัวอย่างเช่น เมื่อเดินออกจากบ้าน iPhone จะสามารถเปลี่ยนจาก Wi-Fi ไปใช้ Cellular ได้รวดเร็วกว่าเดิม ลดช่วงเวลาที่อินเทอร์เน็ตขาดหายระหว่างการเปลี่ยนเครือข่าย
นอกจากนี้ยังเลือกการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพดีที่สุดได้แม่นยำขึ้นอีกด้วย
4. Spotlight และการค้นหาทั้งระบบเร็วและแม่นยำขึ้น
Apple สร้างระบบดัชนีค้นหา (Search Index) ใหม่ทั้งหมด ทำให้แอปต่าง ๆ เช่น
- Spotlight
- Photos
สามารถค้นหาข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น พร้อมอัปเดตข้อมูลตลอดทั้งวัน
ในแอป Mail ยังเพิ่มระบบจัดอันดับผลการค้นหาใหม่ โดยจะแสดงอีเมลที่เกี่ยวข้องมากที่สุดเป็น Top Results ได้สูงสุด 5 รายการ แทนการเรียงตามวันที่เพียงอย่างเดียว
5. รูปภาพโหลดเร็วขึ้นสูงสุด 70%
หลังถ่ายรูปแล้วเปิดแอป Photos ภาพล่าสุดจะแสดงผลได้เร็วขึ้น ช่วยให้สามารถแก้ไขหรือแชร์ต่อได้ทันที
Apple ระบุว่า
- รูปภาพและวิดีโอโหลดเร็วขึ้นสูงสุด 70%
- ทดสอบกับคลังรูปขนาดประมาณ 50,000 รายการ
นอกจากนี้ รูปที่เพิ่งถ่ายยังปรากฏในตัวเลือกแนบรูปของแอป Messages ได้เร็วขึ้นด้วย
6. iMessage ส่งข้อความซ้ำอัตโนมัติเมื่อส่งไม่สำเร็จ
หากข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอส่งไม่สำเร็จ
เดิมผู้ใช้ต้องกดส่งใหม่เอง
แต่ใน iOS 27 ระบบจะ Retry ให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องแตะเครื่องหมายตกใจสีแดงอีกต่อไป
Apple ยังปรับปรุงการส่งรูปและวิดีโอผ่านเครือข่ายที่สัญญาณไม่ดี โดยการอัปโหลดไฟล์จะไม่บล็อกการส่งข้อความปกติอีกแล้ว
7. เปิดกล้องเร็วขึ้นเมื่อเปิด Low Power Mode
ก่อนหน้านี้ผู้ใช้หลายคนสังเกตว่า Camera เปิดช้าลงเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน
iOS 27 แก้ปัญหานี้เรียบร้อย ทำให้
- เปิดกล้องได้เร็วขึ้น
- ใช้พลังงานน้อยลงระหว่างใช้งาน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพในช่วงแบตเตอรี่ใกล้หมด
8. คีย์บอร์ด Emoji และ Sticker โหลดเร็วขึ้น
Apple ลดเวลารอของคีย์บอร์ด Emoji และ Sticker
ทำให้เมื่อแตะปุ่ม Emoji จะไม่ต้องรอโหลดเหมือนที่ผ่านมา ช่วยให้การพิมพ์ข้อความลื่นไหลมากขึ้น
9. แก้ปัญหา Badge ใน Mail แสดงจำนวนอีเมลผิด
อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนเจอบ่อยคือ
Badge แจ้งเตือนบนแอป Mail ยังแสดงว่ามีอีเมลที่ยังไม่ได้อ่าน ทั้งที่เปิดอ่านหมดแล้ว
Apple ระบุว่า iOS 27 ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหานี้ ทำให้ตัวเลขแจ้งเตือนแม่นยำขึ้น
10. Bluetooth ประหยัดพลังงานกว่าเดิม
Apple ปรับปรุงระบบจัดการพลังงานของ Bluetooth
ส่งผลให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ เช่น
- AirPods
- Apple Watch
- CarPlay
- ลำโพง Bluetooth
ใช้พลังงานน้อยลง และช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้เล็กน้อย
การปรับปรุงอื่น ๆ ที่น่าสนใจใน iOS 27
นอกจาก 10 จุดหลัก ยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพอีกหลายด้าน ได้แก่
- AirDrop ถ่ายโอนไฟล์เร็วขึ้นสูงสุด 80%
- ค้นหาอุปกรณ์สำหรับ AirDrop ได้เร็วกว่าเดิม
- ระบบอ่านข้อความจากรูปภาพและเอกสารทำงานเร็วขึ้น
- Safari ประหยัดพลังงานมากขึ้น พร้อมเพิ่มความเร็วให้ Web Apps
- การปลดล็อกเครื่อง เลื่อนหน้า Home Screen, App Library และ Control Center ลื่นไหลกว่าเดิม
- หน้าจอ Lock Screen จะไม่ดับระหว่างเลื่อนดูการแจ้งเตือน
- Wireless CarPlay มีความเสถียรมากขึ้น
iOS 27 เปิดให้อัปเดตเมื่อไร
ขณะนี้ iOS 27 เปิดให้ทดสอบแล้วสำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้ Public Beta โดย Apple มีแผนปล่อยเวอร์ชันเต็มในช่วง ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ พร้อมกับการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่
โดยรวมแล้ว iOS 27 อาจไม่ได้เป็นการอัปเดตที่เพิ่มฟีเจอร์หวือหวาที่สุด แต่เป็นเวอร์ชันที่เน้นการยกระดับประสบการณ์ใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งความเร็ว ความลื่นไหล และความเสถียร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้จะสัมผัสได้ทันทีหลังอัปเดต
เรื่องน่าสนใจเพิ่มเติม:
ที่มา: macrumors