ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว Infinix S5 สมาร์ทโฟนราคาเบาๆ หน้าจอ Infinity-O 6.6 นิ้ว, กล้อง AI 4 เลนส์ พร้อมแบตอึด 4000mAh

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Infinix S5 สมาร์ทโฟนราคาสบายกระเป๋า มาพร้อมหน้าจอกล้องหน้าเจาะรูแบบ Infinity-O หน้าจอกว้าง 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD+, หน่วยประมวลผล Helio P22 ควบคู่กับ RAM 6GB + ROM 128GB แถมมีกล้องหลังถึง 4 เลนส์พร้อม AI จำแนกหมวดหมู่อีกด้วย

 

สรุปสเปค Infinix S5

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164 x 76 x 7.9 มิลลิเมตร
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-O ชนิด IPS ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio P22 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • GPU : IMG GE8320
  • RAM 6GB
  • ROM 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 128GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช 4 ดวง แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra-Wide / Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ AI ความละเอียด QVGA
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.5
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

สำหรับกล่องของ Infinix S5 จะมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามปกติ โดยมีสเปคบางส่วนบอกที่ด้านหลังครับ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Infinix S5
  • อะแดปเตอร์
  • สาย Micro USB 2.0
  • ฟิล์มกันรอย
  • เคสใสกันกระแทก
  • หูฟังแบบ In-Ear
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

เริ่มกันด้วยดีไซน์เช่นกันเคยครับ โดยสีที่เราได้มาเป็นสีม่วงที่มีการไล่เฉดจากม่วงอ่อนด้านบนไล่ลงมาเป็นม่วงเข้มที่ด้านล่าง มีการเล่นแสงกับวัสดุได้อย่างเงางาม ทั้งยังมีเส้นลวดลายตัดเป็นแนวทแยงอย่างสวยงามอีกด้วย โดยดีไซน์เครื่องได้แรงบันดาลใจมาจากนก Quetzal ซึ่งเป็นนกที่มีชื่อเสียงในด้านสีที่โดดเด่น ซึ่ง Infinix S5 ก็จะเน้นเรื่องเฉดสีเช่นเดียวกันตามที่เห็นเลย

 

สำหรับตัวเครื่องก็ถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จับมือได้สะดวกไม่ต้องใส่เคสก็ไม่ลื่นมือครับ แต่ฝาหลังอาจจะสังเกตรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อยแต่ก็เช็ดออกง่ายเช่นกัน

 

ด้านหน้าจอแสดงผลของ Infinix S5 ถือว่าแปลกใหม่กว่ารุ่นอื่นๆ ในแบรนด์เพราะเป็นการใช้หน้าจอ Infinity-O ที่เป็นการเจาะกล้องหน้าลงไปในหน้าจอแสดงผล ทำให้มีขนาด 6.6 นิ้ว แต่ตัวเครื่องยังเท่าเดิม โดยมีพื้นที่การแสดงผลถึง 90.5% ใครที่ชอบดูวิดีโอต่างๆ ต้องชอบแน่นอนครับ

 

มาดูความสวยงามรอบเครื่องกันครับ ตั้งแต่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับสนทนา และที่มุมซ้ายบนจะมีกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลฝังในหน้าจอครับ

 

แต่หากใครที่ไม่ชอบเห็นกล้องหน้าแบบโดดๆ ก็สามารถเข้าไปปิดในตั้งค่าได้ด้วย โดยจะเป็นการถมขอบดำอย่างเนียนๆ เลย

 

ด้านซ้ายตัวเครื่องจะมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และมีอีก 1 ช่องเป็น MicroSD Card แยกกันต่างหาก

 

ส่วนทางขวามีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล็อคเครื่อง

 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีลำโพงตัวหลัก, พอร์ต Micro USB 2.0, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์เรียงเป็นแนวตั้งที่มุมซ้ายบน ขนาบข้างด้วยไฟแฟลช Quad-LED และมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่กลางตัวเครื่องครับ

 

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Infinix S5 แกะกล่องมาพร้อมกับ ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย XOS 5.5 ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้ลองใช้งาน และมีการปรับแต่งเพื่อให้ใช้งานส่วนต่างๆ ได้ไหลลื่นยิ่งขึ้นด้วย

 

ตัวของวอลเปเปอร์ของ Infinix S5 จะมีให้เลือกทั้งหมด 9 แบบภายในเครื่องครับ ใครที่ต้องการเปลี่ยนหรือชอบแบบไหนก็เลือกกันได้เลย หรือจะเปลี่ยนจากรูปภาพที่ถ่ายก็ทำได้เหมือนกัน

 

การถนอมสายตา

ในรุ่นนี้จะมีโหมดการตัดแสงสีฟ้าออกไปได้เยอะพอสมควรครับ โดยเราจะเลือกเปิดเองหรือให้เครื่องเปิดอัตโนมัติตามเวลาที่เราตั้งก็ได้หมดเลย

 

ระบบความปลอดภัย

เรื่องระบบความปลอดภัยก็หายห่วงเช่นกันเพราะมีให้ครบ ตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือที่ทำได้อย่างรวดเร็วและเสถียร จดจำได้มากสุด 5 ลายนิ้วมือ

 

รวมไปถึงการสแกนใบหน้าที่จดจำได้ค่อนข้างรวดเร็วครับ โดยต้องกดปุ่มล็อคเครื่อง 1 ครั้งเพื่อเริ่มสแกน

 

ใช้งานได้รวดเร็วผ่านแผงอัจฉริยะ

ใน XOS 5.5 จะมีฟีเจอร์แผงอัจฉริยะที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับเราในการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นได้เร็วขึ้น เพียงแค่ลากจากออกมามุมหน้าจอก็คลิกแอปได้ทันที โดยเราทั้งสามารถปรับแต่งแอปได้เองและตำแหน่งที่อยู่ของแผงอัจฉริยะนี้ด้วย

 

ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

Infinix S5 นั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์เครื่องมือไลฟ์สไตล์ดิจิทัลเพื่อดูว่าในแต่ละวันเราใช้งานแอปพลิเคชั่นอะไรไปบ้าง เป็นเวลากี่นาที มีการแจ้งเตือนมากี่ครั้ง และปลดล็อคเครื่องกี่ครั้ง โดยเรายังกำหนดระยะเวลาการใช้งานในแต่ละแอปได้ตามใจชอบอีกด้วย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Infinix S5 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Mediatek Helio P22 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz ควบคู่กับ RAM 6GB ทำให้มีความไหลลื่นในการใช้งานมากขึ้น สลับแอปพลิเคชั่นได้ไวขึ้นด้วยเช่นกันครับ ทั้งยังมีความจุถึง 128GB ทำให้โหลดเกม, แอป หรือถ่ายภาพได้เยอะมากๆ แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 99,612 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 144 และคะแนน Multi-Core ที่ 873

 

ทดสอบการเล่นเกม

สำหรับการเล่นเกม Infinix S5 จะมีโหมดเกมมาให้โดยจะช่วยเร่งประสิทธิภาพ เช่น เคลียร์ RAM หรือแอปเบื้องหลัง ให้ตัวเกมเล่นได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ได้อีกด้วย

ROV

สำหรับเกม ROV เราลองปรับภาพสูงสุดทั้งหมด ยกเว้นเพียงเฟรมเรทที่ไม่สามารถปรับให้สูงเป็น 60fps ได้ ซึ่งเราก็ลองทั้งโหมด 1 VS 1 และ 5 VS 5 ก็สามารถเล่นได้แบบสบายๆ หายห่วงเลยครับ ไม่มีอาการกระตุกอะไร แถมเฟรมเรทก็วิ่งคงที่ 30fps ตลอดทั้งเกม หรืออาจมีตกมาบ้างอยู่ที่ 28-29fps (ภาพบันทึกหน้าจอบางภาพอาจไม่ชัดเพราะต้องอัดหน้าจอเป็นวิดีโอ ถ้าแคปตามปกติจะไม่สามารถกดปุ่มอะไรในเกมต่อได้)

 

Garena : Speed Drifters

สำหรับการเล่นเกมแข่งรถชิวๆ อย่าง Garena : Speed Drifters เราปรับภาพสูงสุดทั้งหมด รวมไปถึงเฟรมเรทระดับสูงด้วย โดยผลที่ออกมาก็เล่นได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ แถมยังเล่นลื่นๆ อีกด้วย

 

แบตเตอรี่

สำหรับ Infinix S5 มาพร้อมกับแบตเตอร์รี่ขนาด 4000 mAh ที่มีระบบ AI ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานตลอดทั้งวัน ซึ่งใครที่เน้นใช้งานทั่วๆ ไป เช่น ถ่ายรูปบ้าง สลับกับโซเชียล และเล่นเกมนิดหน่อยก็พออยู่ได้ถึงเย็นๆ ค่ำๆ ครับ แต่ใครที่เล่นเกมหนักหน่อยก็อาจจะต้องหาเวลาชาร์จช่วงบ่ายๆ ครับ แต่ก็ถือว่าอึดพอควรเลยทีเดียว

 

กล้องถ่ายรูป

แม้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก แต่เรื่องกล้องไม่เล็กนะครับ เพราะให้มาถึง 4 เลนส์ แถมมีไฟแฟลช LED ถึง 4 ดวงเหมือนกัน โดยกล้องแต่ละเลนส์ประกอบด้วย

  • เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Ultra-Wide / Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ AI ความละเอียด QVGA

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ที่มีโหมด HDR ที่สามารถถ่ายย้อนแสงได้สบายๆ ด้วย

จดจำหมวดหมู่ AI Scene Detection

ฟีเจอร์แรกที่สมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นต้องมีก็คือการจดจำหมวดหมู่ด้วย AI ครับ ซึ่ง Infinix S5 ก็มีด้วยเช่นกัน โดยสามารถจดจำได้หลายอย่างเหมือนกัน เช่น อาหาร, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น โดยจะมีการปรับเฉดสีให้เข้มขึ้นคล้ายๆ กันทุกหมวดหมู่

 

เบลอหลังด้วย Bokeh Mode

เรื่องของการเบลอหลังถือก็ทำได้ดีพอสมควรครับ โดยการเบลอบุคคลถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้เลย เพราะเบลอตัดขอบได้เนียน แต่อาจมีบางส่วนกลืนไปกับพื้นหลังบ้างแต่ก็มองไม่ออกหากไม่สังเกตจริงๆ ทั้งนี้ เรายังปรับการเบลอ (ค่ารูรับแสง) เพิ่มขึ้นผ่านซอฟต์แวร์ได้กว้างสุดถึง f/1.0 หรือแคบสุดถึง f/16 เลยทีเดียวครับ

 

เจาะภาพได้ใกล้สุด 2.5 ซม. ผ่านเลนส์ Macro

ในเลนส์นี้ก็ตามชื่อ Macro เลยครับ เพราะสามารถให้เราถ่ายวัตถุได้ใกล้ๆ เพียง 2.5 เซนติเมตรเท่านั้น

 

Ultra-Wide ถ่ายมุมกว้างได้สบาย

เลนส์ Ultra-Wide ก็มีมาให้เหมือนกันครับ โดยมุมที่ได้ถือว่ากว้างพอสมควรและต่างกับเลนส์หลักชัดเจนครับ โดยเรื่องของสีสันอาจจะดรอปกว่าเลนส์หลักสักเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสวยงามอยู่ครับ


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

กล้องหน้า HDR ถ่ายย้อนแสงได้สวยงาม

ด้านกล้องหน้าของ Infinix S5 ก็สวยงามใช่ย่อยครับ เพราะสามารถถ่ายย้อนแสงแบบ HDR ได้เป็นอย่างดี โดยที่ใบหน้าของเรายังคงสว่างอยู่ รวมไปถึงพื้นหลังที่ยังเก็บรายละเอียดได้ดีครับ

 

3D Face beauty ปรับได้ 4 ระดับ พร้อมความเบลอแบบเนียนๆ

ไม่มีกล้องหน้ารุ่นไหนที่ขาดความบิวตี้แน่นอน โดยรุ่นนี้ก็เช่นกัน โดยจะมีให้เราปรับอัตโนมัติ 4 ระดับ (รวมระดับ AI) ทั้งยังมีให้ปรับความงามอย่างอื่นอีก 4 แบบ ได้แก่ ผิวเนียน, สีผิว, หน้าเรียว และตาโตครับ ซึ่งแต่ละอย่างก็ปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับไปเลย

ส่วนเบลอหลังแบบ Portrait ของกล้องหน้าก็ทำได้แบบเนียนๆ ครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังมาถึง 4 เลนส์ความละเอียด ความละเอียดสูงสุด 16 ล้านพิกเซล มีทั้ง Ultra-Wide และ Macro มาให้ด้วย
  • กล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ AI Beauty และ HDR
  • มีหน้าจอแสดงผล Infinity-O กว้าง 6.6 นิ้ว คมชัดแบบ HD+ เล่นได้เต็มตาอย่างแน่นอน
  • มีแบตเตอรี่ 4000mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
  • มีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง และ MicroSD ได้อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 ช่อง ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ราคาคุ้มค่าเพียง 4,390 บาท

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่
  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

 

รายละเอียดราคาและโปรโมชั่น

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจได้ระหว่างวันที่ 2 – 11 ธันวาคม 2562 โดย Infinix S5 จะจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ลาซาด้าตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2562 โดยลูกค้า 100 คนแรกจะได้รับของสมนาคุณพิเศษ ลำโพง Sound Bar รีบลงทะเบียนเพื่อเป็นเจ้าของ Infinix S5 ซีรีย์ ก่อนใครที่ Infinix’s Lazada official store

Infinix S5 มีให้เลือก 2 รุ่น คือ S5 ราคา 4,390 บาท และ S5 Lite ราคา 3,590 บาท ลูกค้าที่สั่งซื้อ Infinix S5 จะได้รับเครื่องตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป และ Infinix S5 Lite จะได้รับเครื่องตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Smart Review

รีวิว Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายครอบหู พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยม พร้อมฟังก์ชันใหม่เพียบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Sony WH-1000XM4 หูฟังไร้สายคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม มีระบบการตัดเสียงรบกวนขั้นสูง เปิดอรรถรสการฟังเพลงได้เหมือนอยู่ในโลกของตัวเอง โดยมี AI ที่เพิ่มเข้ามาทำให้ใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

 

สรุปสเปค Sony WH-1000XM4

  • น้ำหนักหูฟัง : 254 กรัม
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • ระยะการเชื่อมต่อ : ไกลสุด 10 เมตร
  • ไดรเวอร์ขนาด : 40 มม.
  • ค่าความต้านทาน (โอห์ม)
    • 40 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 16 โอห์ม (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • การตอบสนองความถี่ 4Hz – 40,000Hz
  • ความไว (DB/MW)
    • 105dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่เปิดอยู่)
    • 101dB / mW (1kHz) (เมื่อเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลหูฟังเข้ากับยูนิตที่ปิดอยู่)
  • รองรับ DSEE Extreme, การตัดเสียงรบกวน และสั่งการด้วยเสียง
  • แบตเตอรี่
    • การใช้งานเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 30 ชั่วโมง
    • การใช้งานเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 38 ชั่วโมง
  • พอร์ตชาร์จ : USB Type-C

 

แกะกล่อง

ตัวกล่องของ Sony WH-1000XM4 มีขนาดใหญ่ตามขนาดหูฟังครับ โดยเลื่อนออกมาจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4
  • กระเป๋าเคสสำหรับพกพา
  • หัวแปลงสำหรับเสียบช่องหูฟังบนเครื่องบิน
  • สายต่อหูฟัง (AUX) ยาว 1.2 เมตร
  • สาย USB Type-C ยาวประมาณ 20 ซม.
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์หูฟัง

ดีไซน์ของตัวหูฟัง Sony WH-1000XM4 มาในทรงที่ครอบหูตามปกติครับ สามารถยืดได้อย่างง่ายๆ ทำให้ไม่แน่นจนเกินไป มียางและบุโฟมยูริเทนทั้งด้านบนและตัวครอบหูฟังเพื่อรองรับแรงกด

 

โดยตัวที่ครอบหูสามารถหมุนได้ 90 องศาเพื่อการจัดเก็บที่สะดวกสบายมากขึ้น

 

หรือใครที่ไม่ถนัดหรือใส่ไม่ลงล็อกกับหู สามารถดึงขึ้น-ลงเพื่อปรับให้เข้ากับเราได้ครับ

 

ปุ่มรอบๆ ตัวหูฟังฝั่งซ้าย Sony WH-1000XM4 จะมีปุ่มฟังก์ชันเพื่อปรับโหมดการฟังเพลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงรบกวนแบบสูงสุด (Noise Cancelling), เปิดเสียงภายนอก (Ambient Sound) ระดับกลาง , การเปิดเสียงภายนอกขั้นสูง

 

ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเปิด-ปิด และช่องเสียบสาย AUX

 

โดยตรงกลางจะเป็นเทคโนโลยี NFC พร้อมสัญลักษณ์ที่บอกชัดเจนครับ

 

ส่วนทางขวาจะมีเพียงพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จ พร้อมไฟ LED

 

วิธีการเชื่อมต่อ

1. โหลดแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ได้ทั้ง Android และ iOS
2. หากเชื่อมต่อผ่านบลูทูธให้กดค้างที่ปุ่ม Power ของหูฟัง 7 วินาทีจนกว่าไฟ LED จะกระพริบเป็นสีน้ำเงินอย่างเร็ว
3. ทำตามขั้นตอน
4. เสร็จสิ้น

 

การควบคุมต่างๆ (ใช้งานได้เฉพาะฝั่งขวา)

  • เลื่อนขึ้น : เพิ่มเสียง
  • เลื่อนลง : ลดเสียง
  • เลื่อนขวา : เล่นเพลงถัดไป
  • เลื่อนซ้าย : ย้อกลับเพลงที่ผ่านมา
  • กดค้างตรงกลาง : เรียกใช้งาน Voice Assistant
  • กด 1 ครั้งตรงกลาง : หยุด-เล่นเพลง หรือรับสายโทรศัพท์
  • ฝ่ามือทับหูฟัง : ฟังเสียงรอบข้างทันที

 

การฟังเพลงและการตัดเสียงรบกวน

สำหรับการฟังเพลงต้องบอกว่าฟูฟังตัวเทพอย่าง Sony WH-1000XM4 ทำออกมาได้ดีมากในทุกย่านเสียงครับ เสียงเบสแน่นและหนักได้ยินชัดเจนเพราะมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 40 มม. เสียงพูดหรือเสียงร้องจัดว่าคมชัด มีความแหลมสูงเล็กน้อย ทั้งยังรองรับเสียงแบบ Hi-Res Audio รวมถึง DSEE Extreme ฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยในเรื่องของไฟล์เพลงที่อาจถูกบีบอัด ทำให้เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดรวมถึงเสียงร้องนั้นชัดเจนมากขึ้น

และฟีเจอร์ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับหูฟังรุ่นนี้ คือ 360 Reality Audio ที่จะเล่นเสียงเพลงให้แบบ 360 รอบตัวเราทั้งหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง แบบครบทุกทิศครับ ใครที่ชอบฟังเพลงแบบสมจริง ต้องบอกว่านี่คือตัวชูโรงของ Sony WH-1000XM4 เลยก็ว่าได้

 

ที่สำคัญยังมีการปรับเสียงตามสถานการณ์ (Adaptive Sound Control) ซึ่งตรงนี้ต้องเปิดตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนครับ ซึ่งจะแบ่งได้ 3 สถานการณ์ ดังนี้

  • นั่งอยู่กับที่ : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกระดับสูง
  • กำลังเดิน : ปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดเสียงภายนอกแบบปกติ
  • นั่งรถยนต์ : เปิดการตัดเสียงรบกวน พร้อมปิดเสียงภายนอก

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับการตัดเสียงได้ตามใจชอบผ่านผ่านแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 0 – 20 ระดับ ซึ่งในเรื่องของการตัดเสียงรบกวนขณะฟังเพลง ต้องบอกว่าทำได้ดีมาก เสียงภายนอกแทบไม่ได้ยินถ้าไม่ได้ตะโกนหรือมีเสียงที่ดังเกินครับ

 

สำหรับ Sony WH-1000XM4 จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการใส่ เมื่อถอดหูฟังออก ระบบจะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติ และเมื่อใส่กลับเข้าไปใหม่ ก็จะเล่นต่อทันที

 

อย่างไรก็ตาม Sony ก็ยังให้เราได้สื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้ง่ายๆ เมื่อเราเริ่มพูดคุยกับคนรอบข้าง ระบบจะหยุดเล่นเพลงทันที พร้อมให้เราสนทนากับคนอื่นๆ ได้ทันทีแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องถอดหูฟังออกมา หรือเพียงวางมือด้านบนกรอบหูฟังฝั่งขวา ระบบจะลดเสียงเพลงลงทันที

 

การคุยโทรศัพท์

ในการคุยโทรศัพท์ต้องบอกว่าปลายสายได้ยินเราชัดเจนครับ เพราะมีไมโครโฟนถึง 5 ตัวบนหูฟัง ที่สำคัญเสียงที่เราได้ยินจากปลายสายก็ได้ยินชัดเจนด้วยรนะบบตัดเสียงรบกวนภายนอก

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มที่ทั้งวัน

ในเรื่องของแบตเตอรี่ต้องบอกว่าสามารถใช้งานได้เต็มวันแน่นอนครับ เพราะจากที่ลองให้งานฟังเพลงประมาณ 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่จาก 80% ลดลงมาเล็กน้อยเหลือแค่ 75% ซึ่งตามที่ Sony ระบุไว้สามารถใช้งานขณะเปิดโหมดตัดเสียงได้สูวสุดถึง 30 ชั่วโมง และเมื่อปิดโหมดจะใช้ได้ถึง 38 ชั่วโมง

 

ส่วนการชาร์จสามารถชาร์จเพียง 10 นาที ก็ใช้งานต่อได้อีก 5 ชั่วโมง แต่ถ้าจะชาร์จให้แบตเตอรี่เต็ม 100% จาก 0% จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

 

ใครที่สนใจ Sony WH-1000XM4 นั้นเปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 13,990 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม www.sony.co.th

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก รันบน Android 10 (Go Edtion) พร้อมใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่น ราคาเพียง 2,499 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A01 Core สมาร์ทโฟนน้องเล็กสุดในราคาแบบสบายกระเป๋า สามารถให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่ใช้งานดี เล่นโซเชียลได้สบาย พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 Go Edition ช่วยให้ทำงานได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A01 Core

  • ขนาดตัวเครื่อง : 141.7 x 67.5 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล PLS TFT กว้าง 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1480 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek MT6739 Quad-core
  • GPU : PowerVR GE8100
  • RAM 1 GB
  • ROM 16 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 (Go Edition)
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n 2.4G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh

 

ดีไซน์ หน้าจอแสดงผล และรอบตัวเครื่อง

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมาในลวดลายที่สวยงามพอสมควรแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กก็ตาม มีการเล่นเส้นลายมีความขรุขระที่ส่วนบน ทำให้จับถือได้มั่นคงกว่าเดิมครับ ขณะที่ด้านล่างจะเป็นแบบเรียบๆ

 

ที่สำคัญด้วยขนาดเครื่องที่เล็ก ทำให้จับถือและใช้งาน 1 มือได้แบบสบายๆ แถมมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy A01 Core มาแบบ PLS TFT แต่ก็ยังให้สีสันที่สดใสอยู่ครับ โดยมีขนาดใหญ่ 5.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ ทำให้ยังรับชมวิดีโอต่างๆ ผ่าน YouTube ได้แบบไม่ขัดตา

 

เหนือหน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ยังมีขอบดำเป็นแถบครับ โดยมีกล้องหน้า 1 เลนส์ พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา ขณะที่ด้านล่างก็มีขอบที่หนาพอสมควรครับ แต่ปุ่มต่างๆ จะใช้ซอฟต์แวร์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ

 

ทางซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD อีก 1 ช่อง รวมเป็น 3 Slot เลยทีเดียว

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 1 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Samsung Galaxy A01 Core มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edition) ที่เป็นระบบที่ใช้งานสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีความจุน้อย แต่ช่วยให้ทำงานทั่วไปได้ไหลลื่นมากๆ ครับ

 

หน้าตา UI

 

แอปพลิเคชั่นแบบ Go Edition

สำหรับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้จะเป็นแบบ Lite หรือ Go เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรี่, Gmail Go, YouTube Go, Google Go และอื่นๆ ซึ่งการทำงานจะใช้ได้ตามปกติครับ แต่หน้าตา UI อาจตัดบางส่วนออกไปจากเวอร์ชันเต็มเท่านั้นเพื่อให้ใช้งานได้ราบลื่น

 

ใช้งาน Dark Mode ได้

แม้จะเป็นรุ่นเล็ก แต่ก็ยังถนอมสายตาเราในการใช้งานตอนกลางคืนด้วยโหมดมืดครับ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำทั้งหมด ทำให้เหมาะในการใช้งานที่ที่แสงน้อย

 

ระบบความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัย รุ่นนี้มีเพียงการใช้งานรหัสผ่านหรือ PIN เท่านั้นครับ แต่ก็มีความปลอดภัยขั้นสูงเช่นกัน

 

เคลียร์ไฟล์ขยะและ RAM ได้ง่ายๆ ผ่าน Smart Manager

สำหรับ Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีแอปพลิเคชั่น Smart Manager มาให้เพื่อให้เรากดเพียงคลิกเดียวก็สามารถลบไฟล์ขยะต่างๆ ไม่ให้เปลืองพื้นที่การใช้งาน

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในเรื่องหน่วยประมวลผลนั้นมาพร้อมกับ Mediatek MT6739 ที่ก็เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นส่วนใหญ่ครับ ส่วนการเล่นเกม เราได้ทดสอบการเล่นเกมเล็กๆ อย่าง Candy Crush Jelly Saga ซึ่งก็เล่นได้ลื่นพอสมควร ซึ่งเกมเบาๆ สามารถเล่นได้ด้วยเครื่องนี้แบบสบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่เพียงพอต่อ 1 วัน

Samsung Galaxy A01 Core แม้ว่าจะมีแบตเตอรี่ 3000mAh แต่ในการเป็นสมาร์ทโฟนตัวเล็กนั้นสามารถใช้งานได้แบบตลอดวันแน่นอนครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A01 Core นั้นมีกล้องหน้าและหลังอย่างละ 1 เลนส์ครับ โดยแต่ละเลนส์มีดังนี้

  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 1 เลนส์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

โหมดปกติ (Auto)

ในโหมดปกติก็ถือว่า Samsung Galaxy A01 Core ทำออกมาในเกณฑ์ที่ดีครับ สามารถถ่ายออกมาให้มีความคมชัดและสีสันสดใสเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอครับ ซึ่งการถ่ายภาพไม่สามารถปรับโหมดอื่นๆ ได้ครับ

 

เซลฟี่สวยงาม

สำหรับการเซลฟี่ แม้ว่าจะไม่สามารถปรับความบิวตี้ได้ แต่ก็ถ่ายออกได้ดีพอสมควรในสภาวะที่มีแสงครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ได้ระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edtion)
  • น้ำหนักเบา จับถือได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มใช้งานสมาร์ทโฟน
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต microUSB 2.0

Samsung Galaxy A01 Core สนนในราคาเบาๆ เพียง 2,499 บาทเท่านั้นครับ

อ่านต่อ...

IT News

รีวิว Choetech Solar Charger 19W ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์ [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์กับอุปกรณ์ช้ินนี้ Choetech Solar Charger 19W เปลี่ยนพลังงานธรรมชาติเป็นไฟฟ้า และของดีที่สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่

ชมคลิป ชาร์จมือถือด้วยแสงอาทิตย์

Choetech Solar Charger 19W เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับพกติดตัวไปได้ทุกที่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง กิจกรรมกลางแจ้ง เดินป่า ปีนเขา ปั่นจักรยานระยะทางไกลๆ ก็สามารถใช้เจ้าสิ่งนี้แปลงกระแสไฟชาร์จอุปกรณ์มือถือหรืออื่นๆ ได้ตลอดการเดินทาง

ใครสนใจตัวนี้ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/310sboa

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01 Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

อย่างที่ทราบกันว่า H...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลูกค้าดีแทค รับสิทธิพิเศษ สุขสันต์วันแม่ พร้อมดื่มด่ำดีลเดือน 8 กับเครื่องดื่มแบรนด์ดังในราคาสุดคุ้มจากดีแทค รีวอร์ด

ดีแทค รีวอร์ด มอบสิท...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS นำหุ่นยนต์ 5G ดูแลสุขอนามัยคนไทยเดินชมงานยุค New Normal ภายในศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)

เอไอเอสผนึกศูนย์นิทร...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เผยความสำเร็จและการเติบโตในครึ่งปีแรกของปี 2563

realme หนึ่งในแบรนด์...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

เตรียมพบกับ ครั้งแรกของการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ ที่จะมอบความสะดวกสบายในทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ!

  หลังจากที่ได้...

Android News7 ชั่วโมง ที่แล้ว

สรุปสเปคมือถือประจำสัปดาห์ของเว็บไซต์ iPhone-Droid

หลังจากที่เราสรุปสเป...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง