ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Infinix Hot 8 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ 6.6 นิ้ว ควบคู่กับแบต 5000mAh พร้อมใช้งานได้ทั้งวัน และกล้องหลังถึง 3 เลนส์ ในราคาสุดสบายกระเป๋า

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Infinix Hot 8 สมาร์ทโฟนรุ่นสุดประหยัดกับราคาที่จับต้องได้ง่ายๆ มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.6 นิ้ว แบตเตอรี่สุดอึด 5,000 mAh และกล้องหลังที่ให้มาถึง 3 เลนส์ โดยความคุ้มค่าจะเกินราคาไปขนาดไหนมาดูกันเลยดีกว่า

 

สรุปสเปค Infinix Hot 8

  • หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำ Waterdrop Display ชนิด IPS ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek MT6761 Helio A22 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • RAM 2GB
  • ROM 32GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 3 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ AI Scene Recognition ความละเอียด QVGA
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.0.2
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

[แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล]

ตัวกล่องของ Infinix Hot 8 มาในทรงสี่เหลี่ยมตามปกติ โดยจะเห็นตัวหน้าจอพร้อมชื่อรุ่นที่ด้านหน้า และสเปคที่สำคัญทางด้านหลังตัวเครื่อง โดยอุปกรณ์ภายในจะมีให้ดังนี้

  • ตัวเครื่อง Infinix Hot 8
  • อะแดปเตอร์
  • สาย Micro USB 2.0
  • เคสใสกันกระแทก
  • หูฟังพอร์ต 3.5 มม.
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ฝาหลังของ Infinix Hot 8 มีการเล่นเฉดสีเบาๆ ด้วยสีม่วงจรดดำ ทำให้ตัวเครื่องดูแพงเกินราคา และเมื่อมองลงลึกเข้าไปในดีไซน์ตัวเครื่อง เราจะเห็นเหมือนกับประกายเพชรเบาๆ ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นแบบสวยๆ เมื่ออยู่กลางแจ้ง

 

นอกจากนี้ การดีไซน์ของ Infinix Hot 8 ยังมีความโค้งมนที่ด้านหลังเล็กน้อย ทำให้เวลาจะจับหรือจะถือก็ทำได้อย่างสะดวกมากๆ

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้มาพร้อมกับขนาดใหญ่ถึง 6.6 นิ้ว โดยเป็นชนิดแบบ IPS-TFT และเป็น Waterdrop Display หรือทรงหยดน้ำนั่นเอง ซึ่งมีความละเอียดอยู่ที่ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) และอัตราส่วน 20:9

 

เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอยู่ในตัวของหยดน้ำ ถัดขึ้นไปจะมีลำโพงสำหรับสนทนา และที่ซ้ายจะมีไฟ LED บอกสถานะ

 

ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง + MicroSD ได้อีก 1 ช่อง รวม 3 ช่องเลยครับ

 

ทางฝั่งขวาจะเป็นการรวมทั้งหมด โดยมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล็อคเครื่องอยู่

 

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีลำโพงตัวหลัก, พอร์ต Micro USB 2.0, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

 

และที่ด้านหลังจะมีโมดูลกล้องแนวตั้งที่มุมซ้ายบน โดยมีกล้อง 3 เลนส์ และไฟแฟลช LED ถึง 4 ดวงคั่นอยู่ระหว่างเลนส์ที่ 2 และ 3 โดยถัดไปกลางเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่

 

[ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน]

ระบบปฎิบัติการ

Infinix Hot 8 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย XOS 5.0.2 โดยการใช้งานเบื้องต้นก็จะมีทั้งหน้าจอหลัก, ปัดลงเพื่อดูการตั้งค่าด่วนหรือการแจ้งเตือน และปัดขึ้นเพื่อดูหน้าจอรวมแอปพลิเคชั่นได้ครับ

 

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนรูปแบบวอลเปเปอร์ก็ทำได้เช่นกันครับ มีให้เลือกประมาณ 10 แบบผ่านตัวเครื่อง หรือเลือกได้อย่างอิสระผ่านแอปพลิเคชั่น XTheme ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่อง

 

ระบบความปลอดภัย

เรื่องของระบบความปลอดภัยก็ให้มาครบเช่นกันสำหรับเครื่องราคา 2,990 บาท โดยการสแกนลายนิ้วมือสามารถจดจำได้มากถึง 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งสามารถสแกนได้ค่อนข้างรวดเร็วและเสถียร

 

ส่วนการสแกนใบหน้าก็สามารถทำได้ง่ายๆ ในส่วนเดียวกัน โดยจะรองรับเพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น ซึ่งระหว่างสแกนใบหน้าก็ถือว่าทำได้เร็วสำหรับราคาระดับนี้ เพียงแค่กดปุ่มปลดล็อคเครื่องและรอประมวลผลประมาณ 1 วินาทีก็เริ่มใช้งานได้ทันที

 

ใช้งานได้รวดเร็วผ่านแผงอัจฉริยะ

แผงอัจฉริยะเป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้การใช้งานง่ายขึ้นมากๆ โดยเราสามารถเข้าถึงแอปได้เพียงแค่ปัดออกมาจากด้านข้างหน้าจอ ไม่ต้องไปนั่งเสียเวลาหาแอปที่ใช้บ่อยเลยครับ ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแอปหรือปรับตำแหน่งที่อยู่ก็ได้เช่นกันทั้งฝั่งซ้ายหรือขวา

 

เปลี่ยนปุ่มนำทาง

เมื่อมีหน้าจอใหญ่ ใครก็ต้องอยากใช้การนำทางที่ทำให้เครื่องนั้นดูเต็มมากขึ้น ซึ่งใน Infinix Hot 8 สามารถเปลี่ยนได้ถึง 3 แบบ ได้แก่ แบบปุ่มปกติ, การนำทางแบบลายเส้น (เปลี่ยนจากปุ่มเป็นลากขึ้นแทน) และการนำทางแบบผสม

 

เพิ่มมิติการฟังเพลงด้วยระบบเสียง Dirac Sound

สำหรับระบบเสียง Dirac Sound จะทำให้การฟังเพลงหรือการรับชมวิดีโอต่างๆ ได้อรรถรสยิ่งขึ้นด้วยเสียงที่มีมิติกว่าเดิม และเมื่อลองฟังจริงๆ เมื่อเราปิด Dirac Sound เสียงจะเบาลงทันที และหากเปิดความดังและมิติของเสียงจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ

 

ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

Infinix Hot 8 มาพร้อมกับฟีเจอร์เครื่องมือไลฟ์สไตล์ดิจิทัลเพื่อดูว่าในแต่ละวันเราใช้งานแอปพลิเคชั่นอะไรไปบ้าง ปลดล็อคไปกี่ครั้ง มีการแจ้งเตือนกี่รอบ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เราได้ทราบว่าพฤติกรรมของเราใช้สมาร์ทโฟนเยอะเกินไปหรือไม่อย่างไร

 

[ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่]

Infinix Hot 8 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Mediatek Helio A22 Quad Core ความเร็ว 2.0 GHz ควบคู่กับ RAM 2GB + ROM 32GB ซึ่งความจุนี้สามารถลงแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ทั่วไปโดยไม่มีเต็มแน่นอน ส่วน RAM 2GB ก็ถือว่าเพียงพออยู่สำหรับการใช้งานทั่วไปอย่าง Facebook, Youtube หรือ Twitter ที่ไม่ต้องโหลดใหม่ระหว่างสลับแอป

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะได้ไปได้ที่ 62,483 คะแนน

 

ก่อนที่จะไปทดสอบการเล่นเกมเบาๆ กัน ต้องบอกว่า Infinix Hot 8 ยังมีฟีเจอร์โหมดเกมที่ช่วยให้การเล่นเกมนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการเคลียร์ RAM หรือการทำงานของแอปพลิเคชั่นเบื้องหลัง โดยเรายังเข้าไปตั้งค่าให้ล็อคแสงหน้าจอหรือป้องกันการกดโดยไม่ได้ตั้งใจได้ด้วยเช่นกัน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

ส่วนเกม ROV ก็ได้ยอดเยี่ยมจากการเล่นโหมด 5 VS 5 ปรับกราฟิกเป็นระดับกลางๆ ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็นจะอยู่ราวๆ 28-30 fps และระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ โดยใครไม่ซีเรียสเรื่องกราฟิก สมาร์ทโฟนในราคาระดับนี้เล่นได้ขนาดนี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆ แล้วครับ

 

Garena : Speed Drifters

มาถึงเกมเบาๆ อย่างเกมแข่งรถ Garena : Speed Drifters กันบ้าง เราลองทดสอบด้วยการปรับกราฟิกระดับกลางคู่กับเฟรมเรทระดับสูงสุด ซึ่ง Infinix Hot 8 เล่นได้อย่างไหลลื่น ทั้งตอนดริปหรือตอนเร่งเครื่องก็ไม่มีปัญหาใดๆ ครับ

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน

Infinix Hot 8 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุถึง 5000mAh ทำให้เราสามารถใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันแน่นอน ใครที่เน้นโซเชียลเป็นหลัก เล่นเกมเป็นรอง รับรองว่าไม่มีหมดแน่นอน ส่วนใครที่เน้นเกมก็อาจจะต้องพกที่ชาร์จไปและชาร์จสัก 1 รอบต่อวันเท่านั้นครับ เพราะการเล่นเกมแบบสุดๆ ทั้งวันก็อาจจะกินแบตเล็กน้อย

 

ทั้งนี้ เรื่องแบตเตอรี่ก็ยังมีฟีเจอร์ Battery Lab ที่ทำงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยจัดการพลังงานในเครื่อง ปรับตัวให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน แถมยังยืดระยะความอึดเมื่อ Stand by ได้ยาวนานขึ้นอีกถึง 10%

 

[กล้องถ่ายรูป]

สำหรับ Infinix Hot 8 ก็ให้การถ่ายภาพได้สวยคมชัดเหมือนกันด้วย 3 เลนส์หลัง และแฟลช LED ถึง 4 ตัว โดยแต่ละเลนส์มีดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • เลนส์ AI Scene Recognition ความละเอียด QVGA

ส่วนกล้องหน้าก็ถ่ายได้คมชัดด้วยความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/2.0 โดยฟีเจอร์ทั้งกล้องหน้าและหลังก็มีเพียบ ได้แก่

อัจฉริยะด้วย AI Scene Recognition

Infinix Hot 8 มาพร้อมกับกล้องที่มีความฉลาดในเรื่องการตรวจจับวัตถุที่ค่อนข้างแม่นยำที่จะถ่าย เช่น ใบหน้าคนหรือถ่ายตอนกลางคืน ก็จะขึ้นระบุฉากเอาไว้ นอกจากนี้ เลนส์หลักยังมีเทคโนโลยี PDAF ช่วยในเรื่องระบบโฟกัสที่ทำได้อย่างรวดเร็วมากๆ สามารถโฟกัสได้ดีโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้งหรือที่ที่มีแสงสว่างเยอะ

ถ่ายใบหน้าสวยงามด้วย AI Beauty Mode

ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังของรุ่นนี้สามารถถ่ายใบหน้าสวยงามได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้ AI ในการปรับแสง สี และสภาพผิวให้เนียนโดยอัตโนมัติ หรือใครยังไม่ถูกใจก็สามารถเลือกปรับระดับได้เองตั้งแต่ 1 – 6 ระดับได้เช่นกันครับ

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกอีกเกือบ 10 แบบ เช่น สีฟ้า, อ่อนนุ่ม, เปลวไฟ, คลาสสิก หรือป่าไม้ เป็นต้น

 

หน้าชัดหลังเบลอหรือรูปบุคคลก็ทำได้เหมือนกัน

ด้วยเลนส์ Depth ที่มีมาให้ใน Infinix Hot 8 ทำให้เราสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เหมือนกัน ซึ่งการเบลอก็ทำได้ดีพอสมควร มีการตัดขอบได้เนียนตาและดูธรรมชาติ โดยเมื่อเราใช้กล้องหลังก็จะสามารถปรับค่า F ได้กว้างสุดถึง f/1.0 จากการใช้ซอฟต์แวร์ และแคบสุดที่ f/16 (ค่า f ยิ่งน้อยยิ่งเบลอ)


ปิดโหมด Portrait (ซ้าย) และเปิดโหมด Portrait (ขวา)

 

ส่วนใครที่ใช้กล้องหน้าในโหมดรูปบุคคล AI ก็จะปรับมวลในเรื่องการเบลอฉากหลังให้อัตโนมัติ มีการตัดขอบได้ดีพอสมควร แต่จะไม่สามารถปรับค่ารูรับแสงหรือค่า f ได้เหมือนกล้องหลังครับ

 

เพิ่มความน่ารักในการถ่ายภาพด้วย AR Sticker

สำหรับ AR Sticker สามารถใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยมีสติ๊กเกอร์ให้เลือกใช้กันหลาย 10 แบบเลยทีเดียว จะเป็นหูกระต่าย, แมว หรือใส่แว่นแบบเท่ๆ ก็ทำได้หมดครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • ให้กล้องหลังมาถึง 3 เลนส์ความละเอียด 13 + 2 + QVGA ล้านพิกเซล
  • มีหน้าจอแสดงผล Waterdrop ที่กว้างถึง 6.6 นิ้ว ทำให้ใช้งานได้เต็มตาระหว่างเล่นเกมหรือดูวิดีโอ
  • มีแบตเตอรี่ถึง 5,000mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน
  • มีระบบเสียง Dirac Sound เพิ่มมิติของการฟังเพลงไปอีกขั้น
  • มีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง และ MicroSD ได้อีก 1 ช่อง
  • ราคาคุ้มค่ากับสเปคที่ได้ในราคาเพียง 2,990 บาท

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังใช้พอร์ต Micro USB 2.0 อยู่

สำหรับ Infinix Hot 8 วางจำหน่ายในราคาเพียง 2,990 บาทเท่านั้น โดยสามารถซื้อผ่านออนไลน์ของ LAZADA ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

Android App

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Goodnight App Review

วันนี้มีแอปพลิเคชั่นแชทสนุกๆ ด้วยเสียงที่มีชื่อว่า Goodnight ซึ่งเป็นแอปที่จะทำให้ใครที่กำลังเหงาๆ ได้หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดีผ่านการแชทโทรด้วยเสียง เพราะการหาเพื่อนคุยไม่ได้ดูแค่รูปร่างหน้าตาอีกต่อไป

Goodnight เป็นแอปพลิเคชั่นหาเพื่อน หาคู่ ที่แตกต่างจากแอปหาคู่ทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่รูปร่างหน้าตาและเร่งรัดในการจับคู่ให้ได้เร็วที่สุด แต่เจ้าแอปตัวนี้จะเริ่มจากการโทรด้วยเสียง แล้วสามารถเลือกได้ว่าต้องการแชทต่อหรือเป็นเพื่อนต่อไปหรือไม่โดยการกดหัวใจ ซึ่งดูแล้วน่าสนใจมากๆ ก็เลยจะมารีวิวการใช้งานให้ทุกคนได้ดูกัน

 

Goodnight App Review

ก่อนอื่นเลยต้องไปดาวน์โหลดแอป Goodnight มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนของเราก่อน iOS และ Android หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชั่นเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถสมัครใช้งานได้ง่ายๆ ด้วยบัญชี Google หรือสมัครด้วยอีเมล

 

Goodnight App Review

จากนั้นก็ใส่ชื่อเล่น เลือกเพศ และวันเกิดให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ก็เป็นการสมัครใช้งานเรียบร้อยแล้ว

 

Goodnight App Review

เมื่อเข้ามาในแอป Goodnight เราจะเห็นรายชื่อผู้ใช้งานที่กำลังออนไลน์อยู่ สังเกตได้จากจุดสีเขียวที่รูปโปรไฟล์ และมีปุ่มสำหรับโทรหาได้ทันที

 

Goodnight App Review

ก่อนที่เราจะไปโทรหาใครสักคน มาตั้งค่าโปรไฟล์ของเราก่อนดีกว่าเพื่อให้ระบบสามารถแนะนำเพื่อนใหม่และเลือกจับคู่ได้ตรงใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรูปไปรไฟล์ ตำแหน่งที่ตั้ง ระยะทาง เพศ อายุ และภาษาที่ต้องการคุย

 

Goodnight App ReviewGoodnight App Review

จากนั้นก็กลับมาที่แท็บออนไลน์เพื่อเริ่มหาเพื่อนใหม่ ถ้าอยากคุยกับคนไหนก็กดปุ่มโทรได้เลย หรือถ้าไม่รู้จะโทรหาใครก็สามารถใช้ปุ่มสุ่มโทรก็ได้เช่นกัน โดยระบบจะทำการจับคู่ที่เหมาะสมให้อัตโนมัติตามการตั้งค่าของเรา ซึ่งในครั้งแรกเราจะได้เวลาสำหรับคุยกัน 7 นาที ถ้าเกิดถูกใจและอยากคุยต่อ สามารถกดหัวใจเพื่อสานต่อความสัมพันธ์กันได้เลย

 

Goodnight App Review

ถ้าได้คนถูกใจแล้ว ก็สามารถเริ่มแชทคุยกันต่อได้เลยที่ช่องแชท ซึ่งในส่วนนี้ก็แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ในส่วนของ “เพื่อน” จะรวมประวัติแชทกับคนที่เรากดหัวใจเป็นเพื่อนเพื่อคุยต่อ และ “ผู้ใช้อื่น” จะเป็นประวัติแชทที่เราไม่ได้กดคุยเป็นเพื่อนแล้ว

 

Goodnight App Review

อีกหนึ่งความพิเศษของ Goodnight คือการเลือกภาษาและประเทศที่ต้องการหาเพื่อนคุย ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ไม่ใช่คนไทยได้ด้วย และได้โอกาสที่เราจะฝึกใช้ภาษาต่างประเทศกันได้แบบไม่ต้องเขินอาย

 

Goodnight App Review

เห็นความสนุกของแอป Goodnight กันไปแล้ว ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่จากการโทรด้วยเสียงแทนที่จะมองแค่รูปโปรไฟล์เพียงอย่างเดียว และถ้าใครกำลังเหงาๆ อยากพบปะเพื่อนใหม่ ก็เข้ามากันได้เลยในแอป Goodnight ดาวน์โหลดฟรีคลิกเลย iOS และ Android

นอกจากนี้แล้วถ้าใช้งานแล้วถูกใจ Goodnight ก็สามารถสมัครสมาชิกแบบ VIP เพื่อแชทหากันได้ไม่อั้น รวมไปถึงปลดล็อคฟีเจอร์คนที่อยู่ใกล้เคียงเราได้ด้วย ทำให้หาเพื่อนใหม่ได้รวดเร็วมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแอปตัวนี้ในเกาหลีใต้และไต้หวันฮิตกันมากๆ รู้แบบนี้ก็รีบไปโหลดแอปพลิเคชั่น Goodnight มาเล่นกันได้เลย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Wearable1 นาที ที่แล้ว

รีวิว HONOR FlyPods Lite หูฟัง True Wireless น้ำหนักเบา ดีไซน์สวย ฟังเพลงได้ชิวๆ และการควบคุมที่แสนง่าย

HONOR FlyPods Lite ห...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ซัมซุงปฏิวัติวงการ! เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวในโลก

ซัมซุงปฏิวัติวงการ! ...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

10 วันสุดท้าย FINN MOBILE ขยายโปรฯ แรงได้เน็ต 2 เท่า หรือ ส่วนลด 120 บาท เพื่อลูกค้าทุกคน ถึง 31 ม.ค.นี้

FINN MOBILE ซิมมือถื...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme X50 Pro 5G เผยทำคะแนนบน AnTuTu สูงสุดในสมาร์ทโฟน และอาจเปิดตัวในงาน MWC 2020

realme เพิ่งจะเปิดตั...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

รอรุ่นไหนกัน? สมาร์ทโฟนเรือธงต้นปี 2020 ระหว่าง Galaxy S20 Series, Mi 10, P40 Series หรือ OnePlus 8 Series

ในช่วงต้นปี 2020 นี้...

กำลังมาแรง