Connect with us

Smart Review

รีวิว Infinix GT 20 Pro 5G สมาร์ทโฟน “BORN FOR GAME PRO” ปลดล็อคพลังการเล่นเกมด้วยชิป Dimensity 8200 Ultimate l ดีไซน์ Cyber Mecha และฟีเจอร์จัดเต็ม ในราคาจับต้องได้

Published

on

รีวิว Infinix GT 20 Pro 5G สมาร์ทโฟน “BORN FOR GAME PRO” หรือเป็นรุ่นที่เกิดมาเพื่อการเล่นเกมในระดับโปร ด้วยขุมพลังที่จัดเต็ม Mediatek Dimensity 8200 Ultimate พร้อมด้วย RAM สูงถึง 12GB ส่วนหน้าจอได้ขอบบางเฉียบแบบ Bezel-less AMOLED 6.78″ ไหลลื่นขั้นสุดถึง 144Hz ทั้งยังได้กล้อง 108MP ถ่ายสวยคมชัด พร้อมชาร์จเร็ว 45W Fast Charging

สรุปสเปค Infinix GT 20 Pro 5G

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง : 164.26 x 75.43 x 8.15 มม.
  • น้ำหนัก : 194 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Bezel-less AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2436 x 1080 พิกเซล) รองรับ Refresh Rate 144Hz, 1500Hz Instant Touch Smapling Rate สัดส่วนพื้นที่ต่อหน้าจอ 94.3% แสดงสี 1.07 พันล้านสี และความสว่างสูงสุด 1,300 นิต
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Dimensity 8200 Ultimate Octa-core ความเร็วสูงสุด 3.1GHz
  • GPU : ARM Mali-G610 MC6
  • RAM : 8/12GB LPDDR5X
  • ROM : 256GB UFS 3.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ ดังนี้
    • เลนส์หลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 รองรับกันสั่น OIS เซ็นเซอร์ ISOCELL HM6
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 14 ครอบทับด้วย XOS 14 for GT
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 (802.11ax), Bluetooth 5.3, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W Fast Charging

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

แกะกล่อง Infinix GT 20 Pro 5G

กล่อง Infinix GT 20 Pro 5G ที่เราได้มาเป็นการร่วมพันธมิตรกับทาง ROV ที่ได้ลวดลายพิเศษอย่างสวยงามที่ตัวกล่องสีดำสุดเท่ พร้อมมีชื่อรุ่น GT 20 Pro อย่างชัดเจนที่ฝั่งขวาครับ

เปิดออกมาจะเจอกล่องอีกชั้นหนึ่งพร้อมประโยค Welcome To The GT World หรือก็คือ “ต้อนรับเข้าสู่โลกของ GT” โดยเราสามารถเปิดตัวกล่องออกมาเป็น 3 ส่วน คือ ซ้าย ขวา และด้านบนเพื่อดูอุปกรณ์ในกล่องได้แบบไม่เหมือนใคร !!

ชั้นแรกจะเป็นกล่องอุปกรณ์เสริม ตั้งแต่เข็มเปิดถาดซิม คู่มือการใช้งานเบื้องต้น กระจกหน้าจอที่ให้มาแยก และเคสสีดำที่ให้ลวดมามาแบบงามๆ เลยครับ

ชั้นกลางจะเป็นตัวเครื่อง Infinix GT 20 Pro 5G

และชั้นล่างสุดจะได้อะแดปเตอรฺชาร์จเร็ว 45W มาให้แล้ว พร้อมด้วยสาย USB Type-C to Type-A มาให้

ดีไซน์แนว Cyber Mecha Design พร้อมมีไฟ RGB Loop Lighting !!

การที่เป็น Infinix GT 20 Pro 5G จัดดีไซน์มาเอาใจเกมเมอร์อย่างแท้จริงครับ ด้วยลวดลายที่คล้ายกับหุ่นยนต์ผิวมันเงา พร้อมมีสัญลักษณ์ Infinix GT เพื่อบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลนี้โดยเฉพาะครับ

สีที่เราได้มาเป็นสีน้ำเงินเข้ม (Mecha Blue) ที่จะสังเกตุได้ที่โมดูลกล้องด้านบนที่จะมีแถบคาดสีฟ้าตัดเลนส์กล้องอยู่อย่างชัดเจน

ที่สำคัญจะเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งไม่ได้เลยถ้าไม่มีไฟ RGB ที่ Infinix ใช้ชื่อเรียกว่า Mecha Loop Lighting โดยไฟ RGB จะอยู่บริเวณกลางเครื่องที่เป็นส่วนโค้งเหมือนตัว “C” นั่นเองครับ ซึ่งเราสามารถได้ 4 รูปแบบ คือ หายใจ ดาวตก ลีลา และไล่ระดับ และมีทั้งหมด 8 รูปแบบสีให้เลือกเลยทีเดียวครับ

ซึ่งการทำงานของไฟ Mecha Loop Lighting จะปรากฏขึ้นมาหลักๆ ในตอนที่มีการโทรเข้า มีการแต้งเตือน กำลังชาร์จ ฟังเพลง รวมถึงตอนเล่นเกมที่มีการ Boost เกม และใครที่ชอบไฟนี้จริงๆ ก็เปิดได้ตลอดทัะงวันทั้งคืนในโหมดปาร์ตี้ครับ (แต่อาจจะกินแบตไปเยอะอยู่ครับ)

และที่ชอบอีกอย่างในรุ่นนี้คือตัวเครื่องที่มาแบบเหลี่ยมแบนทั้ง 4 ด้าน ช่วยให้จับถือได้มั่นคงมากขึ้นครับ และตัวเครื่องก็ไม่ได้หนาจนเกินไปเพราะอยู่ที่ 8.15 มม. เท่านั้น

หน้าจอ Bezel-less AMOLED ขอบบางเฉียบพร้อมไหลลื่นขั้นสุด 144Hz

Infinix GT 20 Pro 5G จัดเต็มเรื่องหน้าจอแสดงผลเหมือนกัน คือ การได้หน้าจอแสดงผลที่เรียกว่า Bezel-less AMOLED หรือก็คือขอบหน้าจอที่บางเฉียบมากๆ ทำให้มีพื้นที่ในการแสดงผลถึง 94.3% พร้อมให้ขนาดที่ใหญ่ 6.78 นิ้ว ใช้งานเต็มตาจุใจจริงๆ ครับ ที่สพคัญยังใช้พาเนลเป็น AMOLED ความละเอียด FHD+ มีความสว่างสูสุดถึง 1300 นิต โดยสีสันการแสดงผลมาแบบชัดและสดมากๆ

โดยหน้าจอก็ยังไหลลื่นระดับเรือธงคือ Refresh Rate สูงสุด 144Hz ควบคู่กับ 1500Hz Instant Touch Smapling Rate เอาใจสายเกมที่ให้เราเล่นได้ติดนิ้วและตอบสนองได้แลลเรียลไทม์ ไม่พลาดเวลาสำคัญตอนเล่นเกมแน่นอนครับ

พาชมรอบเครื่อง

พามาดูกันต่อรอบๆ เครื่องครับ ส่วนบนให้กล้องหน้าแบบ Punch Hole ตรงกลางมาให้ โดยลำโพงที่ขอบด้านบนจะใช้เป็นลำโพงที่ 2 และใช้ในการสทนาตามปกติครับ

ทางขวาเครื่องจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ที่มีความแบนเป็นพิเศษและเกือบเป็นส่วนเดียวของขอบเครื่องเลยทีเดียว

ที่ด้านล่างจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง ตามด้วยไมโครโฟนตัวที่ 1 พร้อมพอร์ต USB-C และลำโพงตัวที่ 2

ส่วนไมโครโฟนตัวที่ 2 จะให้มาที่ด้านบนเครื่อง และเซ็นเซอร์อินฟราเรดเพื่อใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบรีโมทด้วยครับ

ด้านหลังจะมีโมดูลกล้องหลังขนาดใหญ่ กินพื้นที่เกือบถึงขอบซ้ายไปขวาเลยครับ โดยกล้องหลังให้มา 3 เลนส์ และไฟแฟลช LED ครับ

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

แกะกล่องด้วย Android 14 อัปเดทได้อีก 2 เวอร์ชัน !

Infinix GT 20 Pro 5G แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 14 ครอบทับด้วย XOS 14 for GT ที่เป็น UI พิเศษสำหรับตระกูล GT ที่เน้นให้เหมาะกับเกมเมอร์มากขึ้น ซึ่งมีฟีเจอร์มาให้ใช้งานเยอะมากๆ รวมถึงไม่มี Bloatware หรือแอพเล็กๆ น้อยๆ ติดตั้งมากับเครื่องจนเยอะเกินไปมากวนใจอีกต่อไปครับ ทั้งนี้ Infinix ยังการันตีให้รุ่นนี้อัปเดท Android ได้อีก 2 เวอร์ชัน ถึง Android 16 ควบคู่กับแพทช์รักษาความปลอดภัยนานถึง 36 เดือนครับ

ระบบความปลอดภัยให้มาครบถ้วน

ในครั้งนี้ที่ Infinix GT 20 Pro 5G ได้หน้าจอ AMOLED มาให้ การสแกนลายนิ้วมือก็อยู่ใบหน้าจอแล้วครับ ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งที่เกือบจะถึงขอบด้านล่างแล้ว ซึ่งการสแกนทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากๆ ครับ

Dynamic Bar แถบดำบอกข้อมูลแบบเรียลไทม์

Dynamic Bar จะเป็นแถบดำที่จะเด้งออกมาเป็นแถบแนวนอนตรงกล้อง Punch Hole ส่วนบนครับ โดยจะแสดงข้อมูลที่สำคัญขึ้นมา เช่น การปลดล็อคด้วยใบหน้า การโทร การบันทึกเสียง และระหว่างการชาร์จ ทั้งนี้ เมื่อเรากดที่แถบ Dynamic Bar ก็จะมีการขยายออกมาเล็กน้อยเพื่อให้เราควบคุมได้ฟังก์ชันหลักของแต่ละแอปได้เลยทันที เช่น แอปบันทึกเสียงสามารถกดหยุดได้เลย เป็นต้น

ลำโพงคู่สเตอริโอจาก JBL เสียงดังกระหึ่มจัดเต็ม !

Infinix GT 20 Pro 5G มาพร้อมลำโพงคู่สเตอริโอแบบจัดมาให้เสียงดังกระหึ่มมากๆ ครับ โดยมีกาปรับแต่งให้แบบสะใจจาก JBL อีกด้วย !

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ชิปเซ็ตพลังระดับเรือธง Dimensity 8200 Ultimate ขนาด 4nm

Infinix GT 20 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังตัวแรงเทียบเท่าตัวท็อปๆ เลย คือ Mediatek Dimensity 8200 Ultimate แบบ Octa-core ความเร็ว Clock สูงสุด 3.1GHz ทั้งยังใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาดเล็กเพียง 4nm ที่ได้ทั้งความแรงและการประหยัดพลังงานด้วย ขณะที่ GPU ใช้มาเป็น GPU Mali-G610 MC6

ชิป Pixelworks X5 Turbo แยกเพื่อประมวลผลภาพเกมที่ไหลลื่นขึ้น !

นอกจาก CPU หลักที่ใช้เป็น Dimensity 8200 Ultimate ก็ยังใส่ชิปแยก MEMC เข้ามาให้ด้วย โดยเป็นชิป Pixelworks X5 Turbo ที่ช่วยให้มีการปรับเฟรมภายในเกมในระดับฮาร์ดแวร์โดยตรงเพื่อให้ภาพไหลลื่น ลดการเบลอระหว่างเคลื่อนไหว และช่วยให้เฟรมเรทนั้นคงที่มากที่สุด ทั้งนี้ ความพิเศษของชิปนี้ยังช่วยให้ภาพของเกมแบบ SDR ทั่วไปให้กลายเป็น HDR เพิ่มมิติของแสง สี และ Contrast ได้มากขึ้นด้วย รวมถึงการรีดเฟรมเรทของเกมจากปกติที่ 60fps มาเป็นสูงสุดถึง 120FPS ได้เลยครับ

Mem Fusion เพิ่ม RAM ให้เป็น 24GB

ในรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี Mem Fusion ที่จากเดิมคือ RAM 12GB แต่ในฟีเจอร์นี้ก็สามารถเพิ่ม RAM เสมือนได้สูงสุด 12GB รวมมาเป็น 24GB เลยทีเดียวครับ ทำให้แอพพื้นหลังทำงานได้เยอะขึ้น และไม่จำเป็นต้องโหลดใหม่เวลาเปิดขึ้นมาอีกรอบ

ผลการทดสอบบน AnTuTu v10 และ Geekbench 6

  • ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu 10.2.7 ได้มาที่ 931,845 คะแนน
  • ผลคะแนนด้าน CPU บน Geekbench 6 ทำ Single-Core ไปที่ 731 คะแนน และ Multi-Core ที่ 2,029 คะแนน

ทดสอบการเล่นเกมพร้อมเปิด XBoost

ก่อนจะเข้าทดสอบเกม เราได้เปิดฟีเจอร์ XBoost ที่ทาง Infinix ได้พัฒนาขึ้นมาเองเลยครับ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเล่นเกม ควบคุมแบบเฟรมต่อเฟรม ไม่ให้เกิดการสะดุดหรือการฉีดขาดของภาพ โดยโหมดเกมนี้เราได้ปรับให้เป็นโหมด “BOOST” เพื่อรีดประสิทธิภาพ CPU + GPU ในการเล่นเกมที่ทำได้ทดสอบไว้ 3 เกม คือ ROV, PUBG Mobile และเกมกินสเปคอย่าง Genshin Impact

ทั้งนี้เกมที่รองรับโหมดอัตราเฟรมเรทอัลตร้าผ่านชิป MEMC จะมีหลักๆ 4 เกม ดังนี้

  • PUBG Mobile
  • Call of Duty
  • Genshin Impact
  • Mobile Legends: Bang Bang

ส่วนเกม ROV นั้นรองรับอยู่แล้วครับ

ROV

มาเปิดกันด้วยเกม ROV กันก่อนเลยครับ ตัวระบบภายในเกมจะสามารถเปิดภาพและกราฟิกได้ในระดับสูงขั้นสุด ตั้งแต่การแสดงผลระดับสูงมาก + FPS สูงมากเช่นกัน ซึ่งในการตั้งค่าทำให้เราเล่นเกม ROV ได้เฟรมเรทสูงสุดถึง 120FPS และเป็นรุ่นแรกของฝั่ง Android ที่รองรับ ROV 120FPS !!

ซึ่งการเล่นจริงในเกมก็ทำได้ไหลลื่นมากขึ้น (รู้สึกความต่างระหว่างการเล่นแบบ 60FPS และ 120FPS) เฟรมเรทแทบไม่ดรอป รวมถึงเฟรมไทม์ (Frametime) ในการประมวลผลแต่ละภาพเพื่อแสดงผลออกมาก็ทำได้แบบไม่มีสะดุดเลย

และแค่พิมพ์เหมือนจะยังไม่เห็นภาพ เราก็มีการทดสอบมาแบบคลิปให้ชมกันด้วยครับ !!

@iphone_droid

ทดสอบการเล่นเกม RoV แบบปรับ 120fps บน Infinix GT 20 Pro 5G #iphonedroid #Infinix #InfinixGT20Pro5G #InfinixThailand #BornforGamePro #RoV

♬ Flight Delays – Eric Harris

PUBG Mobile

มาต่อกันที่เกม PUBG Mobile ที่เราเปิด XBoost จะสามารถรีดประสิทธิภาพตัวเกมออกมาได้ยอดเยี่ยมจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องภาพที่ทำออกมาได้คมกริบ ! สามารถเปิดกราฟิกได้ในระดับ Ultra HDR คู่กับเฟรมเรท Ultra ซึ่งเราก็เปิดโหมดอัลตร้าเฟรมเรทเพื่อให้วิ่งได้สูงสุด 120FPS ซึ่งหากเปิดกราฟิก Ultra HDR จะวิ่งเต็มที่ 60FPS เพราะตัวเกมจำกัดเอาไว้ครับ แต่หากเราลดภาพลงมาที่ HDR HD ตัวเกมก็จะมีเฟรมเรทระดับ “สูงสุด” มาให้เลือก ทำให้ตัวเกมมีเฟรมเรทวิ่งได้สูงสุดแตะหลัก 120FPS ได้เลยจริงๆ และจะเห็นถึงความแตกต่างจาก 60FPS แบบชัดเจนมากๆ

ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะปรับภาพขนาดไหนก็เล่นได้แบบไหลลื่นมากจริงๆ ระบบการสัมผัสหน้าจอตอบสนองได้เร็วมากๆ ด้วยครับ

Genshin Impact

ปิดท้ายด้วยเกมกินสเปคสุดๆ อย่าง Genshin Impact แต่ Infinix GT 20 Pro 5G ก็ยังเอาอยู่ที่สามารถเปิดกราฟิกระดับสูงได้ โดย XBoost ก็ช่วยให้เราสามารถเล่นได้บนเฟรทเรทสูงสุด 60FPS ด้วยครับ และก็แน่นอนการว่าความไหลลื่นของการเล่นก็ทำได้ดี การหมุนหรือขยับหน้าจอก็ไม่เจออาการกระตุกด้วย

พลังแบตเตอรี่ 5000mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W Fast Charging แบบชาญฉลาด

Infinix GT 20 Pro 5G ให้แบตเตอรี่มาที่ 5000mAh ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่มากหรือน้อยเกินไปในการเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งครับ แต่หากใช้งานทั่วไปก็ถือว่าเยอะและอยู่ได้ตลอดวันชัวร์ๆ ครับ

ที่สำคัญยังรองรับการชาร์จเร็ว 45W Fast Charging ซึ่งเราสามารถปรับโหมดการชาร์จได้ตามต้องการ (ต้องใช้หัวชาร์จของแท้จาก Infinix เท่านั้น) คือการชาร์จในอุณหภูมิต่ำ สมาร์ท และชาร์จเร็ว

ชาร์จแบบ Bypass เล่นเกมไปชาร์จไปได้ ป้องกันความร้อน

หรือใครที่อยากชาร์จในตอนที่เล่นเกมหรือดูวิดีโอไปด้วย ก็ยังสามารถเปิดโหมดการชาร์จแบบบายพาส (Bypass) ที่จะจ่ายไฟไปยังบอร์ดโดยตรง ไม่ผ่านตัวแบตเตอรี่ เพื่อช่วยป้องกันเรื่องความร้อนที่อาจจะสูงเกินไประหว่างใช้งานครับ

กล้องหลัง 108MP มาพร้อม AI ถ่ายสวย จบหลังกล้อง

แม้ Infinix GT 20 Pro 5G จะเน้นเรื่องความแรงในการเล่นเกมเป็นหลัก แต่ก็ยังไม่ทิ้งเรื่องประสิทธิภาพของกล้องที่ยังถ่ายได้สวยแบบครบทุกฟังก์ชันจริงๆ โดยรุ่นนี้จัดกล้องหลังมาให้ 3 เลนส์ และกล้องหน้าคมชัดสูงตามนี้เลยครับ

  • เลนส์หลัก 108MP, f/1.8 มีกันสั่น OIS
  • เลนส์ Macro 2MP, f/2.4
  • เลนส์ Depth 2MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 32MP, f/2.2

กล้องหลัง AI คมชัดสูงสุด 108MP

พลังกล้องหลังในรุ่นนี้ได้ AI เข้ามาเพื่อประมวลผลเรื่องแสง สี และเงาของภาพในแต่ละสถานการณ์และแต่ละฉากแบบอัตโนมัติ (มีระบุเป็นสัญลักษณ์ให้เราเห็นด้วย !) โดยเป็นการใช้เซ็นเซอร์ ISOCELL HM6 รองรับเทคโนโลยี Pixel Binning 9-in-1 ให้ได้ภาพอยู่ที่ 12MP เพื่อให้เก็บรายละเอียดของแสงและเงาที่ชัดเจนมากขึ้น สว่างมากขึ้น ทั้งยังใช้งาน HDR เพื่อถ่ายภาพย้อนแสงได้เป็นอย่างดี

Portrait สวย ปรับแต่งใบหน้าและลำตัวได้ !

Infinix GT 20 Pro 5G ถ่ายภาพ Portrait ได้อย่างสวยงาม การตับขอบต่างๆ ก็ทำได้แม่นยำ เพราะมีเลนส์ Depth เข้ามาช่วยในการวัดระยะ

ถ่ายระยะใกล้ได้ด้วย Macro

อีกเลนส์ที่ให้มาจะเป็น Macro 2MP ซึ่งจะเป็นเลนส์ที่ใช้ในการถ่ายภาพในระยะใกล้ๆ ครับ ซึ่งการถ่ายจะชัดมากๆ เมื่อใช้ในที่แสงเยอะหรือกลางแจ้งครับ

กล้องหน้าคมชัด 32MP

เรื่องของเซลฟี่ก็ยังใช้ AI เข้ามาช่วยในการถ่ายด้วยครับ การปรับแต่งใบหน้าทำเป็นธรรมชาติ ไม่เนียนจนเกินไป หลักๆ จะเป็นการเพิ่มความสว่างบนใบหน้า ลดริ้วรอยต่างๆ และสามารถถ่ายย้อนแสงแบบ HDR ได้ด้วย

สรุปการใช้งาน Infinix GT 20 Pro 5G

บอกเลยว่ารอบนี้ Infinix ทำออกมาได้ครบเครื่องมากจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องความเร็ว ความไหลลื่นของการใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมแบบจริงจังเลย ผสานกับหน้าจอแสดงผล Bezel-less AMOLED ในระดับสูงสุด 144Hz ก็ยิ่งทำให้การใช้งานไม่มีสะดุดเลยครับ พร้อมด้วยขุมพลังระดับเรือธงอย่าง Mediatek Dimensity 8200 Ultimate ที่ปลดล็อคเกมให้เฟรมเรทแตะไปถึง 120fps ได้เลย สรุปแล้วเกมเมอร์ทั้งหลายไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง !

นี่ยังรวมถึงดีไซน์สวยงาม สุดเท่ด้วยไฟ RGB Loop Lighting สวยงามจริงๆ ขณะที่หน้าจอแสดงผลก็ขอบบางมากๆ ขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว ความสว่างสุด 1300 นิต แถมได้แบตเตอรี่ 5000mAh ชาร์จเร็วอีก 45W และเรื่องกล้องก็ยังจัดเต็ม ใช้งานได้ด้วยกล้องระดับ 108MP ครับ

ราคาไทย Infinix GT 20 Pro 5G

Infinix GT 20 Pro 5G (256+24GB *เมื่อผสานแรมสูงสุด 12+12GB) ราคา 12,999 บาท เริ่มจำหน่าย 27 มิถุนายนนี้ เตรียมช้อปได้ที่ …

100 คำสั่งซื้อแรกรับฟรี Game Power Gift Boxset มูลค่า 1,599 บาท ผ่านทาง Shopee (*ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน), Lazada (50 คำสั่งซื้อแรกรับฟรี Game Power Gift Boxset มูลค่า 1,599 บาม) และ Tiktok

สั่งซื้อสินค้าผ่านร้านค้าตัวแทนได้ที่ BaNANA, Jaymart, TG, IT CITY และ CSC

Advertisement

กำลังฮอต

Editor’s Recommended HUAWEI FreeBuds 6i Editor’s Recommended HUAWEI FreeBuds 6i
Editor’s Recommended2 สัปดาห์ ago

Editor’s Recommended: HUAWEI FreeBuds 6i คุ้มค่ามาพร้อมเทคโนโลยีรุ่นเรือธง พร้อมอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่แบบจัดเต็มในราคาสุดคุ้ม!

ในยุคสมัยที่หูฟังยัง...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว OPPO Reno12 5G สมาร์ตโฟนที่ก้าวไปอีกขั้นด้วย OPPO AI อัปเกรดใหม่ เครื่องแรกและดีที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่ในราคาหมื่นต้น

รีวิว OPPO Reno12 5G...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว realme C63 น้องเล็ก ดีไซน์หนังวีแกนพรีเมี่ยม | ชิป Octa-Core | ชาร์จไว 45W | ประสบการณ์ AI ระดับเรือธง!

รีวิว realme C63 สมา...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G โดดเด่นในทุกช็อตกับสีใหม่ “Olive Green” กล้อง OIS 200MP | จอ 1.5K 120Hz | ชิป Snapdragon 7s Gen 2

รีวิว Redmi Note 13 ...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว realme GT 6 เรือธงพลังแรงผ่านชิปเซ็ต SD 8s Gen 3 l ชาร์จเร็ว 120W SUPERVOOC l หน้าจอสว่างสุด 6000 นิต และสเปคตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

รีวิว realme GT6 สมา...

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก