ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว Huawei nova 4 สเปคเรือธง และโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วย Punch Display

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Huawei nova 4 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในประเทศไทยที่มีดีไซน์หน้าจอไม่เหมือนใครที่เรียกว่า Punch Display ฝังเลนส์กล้องหน้าไว้ในหน้าจอแสดงผล และอัดแน่นด้วยสเปคระดับเรือธงในราคาหมื่นกว่าบาท

Huawei nova 4 review

สรุปสเปค Huawei nova 4

  • ราคาเปิดตัว 16,990 บาท (กุมภาพันธ์ 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 157 x 75.5 x 7.77 มม.
  • น้ำหนัก 172 กรัม
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว Punch Display FullHD+ ความละเอียด 2310 x 1080 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie กับ EMUI 9
  • ชิพเซ็ต Kirin 970
  • แรม 8GB
  • ความจุตัวเครื่อง 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 20MP f/1.8 + 2MP Bokeh camera f/2.4 และ 16MP Ultra wide-angle f/2.2
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 3750mAh
  • รองรับ Bluetooth 4.2, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, USB Type-C
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอ Punch Display

ในปีที่แล้วเราได้เห็น nova 3 Series ซึ่งเป็นกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมของ Huawei และในต้นปีนี้ Huawei nova 4 เรียกได้ว่าเป็นการสานต่อความสำเร็จที่มีการกระโดดไปจากเดิมโดยการปรับดีไซน์ให้โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Punch Display มาให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรกด้วย

Huawei nova 4 review

ด้านการดีไซน์ของ Huawei nova 4 เป็นการออกแบบแผงหน้าจอแสดงผลให้สามารถซ่อนกล้องหน้าไว้ใต้หน้าจอได้นั่นเอง ทำให้หน้าขนาด 6.4 นิ้วของรุ่นนี้มีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องมากถึง 86.3% โดยขั้นตอนการออกแบบกล้องของรุ่นนี้ทาง Huawei ให้รายละเอียดว่าใช้เทคนิคการวางกระจกทับลงบนแผงควบคุมตัวเครื่อง ไม่ได้ใช้การเจาะรูที่หน้าจอแล้วค่อยใส่กล้องลงไป จึงทำให้หน้าจอของ nova 4 ดีกว่า เพราะจะมีช่องว่างจากการผลิตที่จะให้อากาศหรือฝุ่นผงเข้าไปในเครื่องจนอาจสร้างความเสียหายได้

 

Huawei nova 4 review

ไม่มีรอยบาก ก็ไม่เกะกะสายตาเวลาใช้งาน และด้วยอัตราส่วนของหน้าจอที่กว้าง และความละเอียดหน้าจอ 1080 x 2310 พิกเซล ทำให้การดูหนังเห็นรายละเอียดสีสันของภาพและมุมมองที่กว้างใหญ่แบบเต็มตาจริงๆ

 

Huawei nova 4 review

หน้าจอ Punch Display เป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี เพราะจะเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบภายในเกมได้กว้างกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปด้วย ทำให้เห็นศัตรูที่อยู่รอบๆ ขอบจอได้มากกว่าด้วย ซึ่งก็เป็นจุดได้เปรียบที่ดีอย่างหนึ่งในการเล่นเกม อีกทั้งตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Kirin 970 กับแรม 8GB เล่นเกมกราฟิกสวยๆ ภาพลื่นๆ ไม่มีสะดุดด้วย GPU Turbo และความจุ 128GB ใช้งานได้เแบบจุใจ หมดกังวลเรื่องเมมเต็ม

 

Huawei nova 4 review

นอกจากนี้แล้ว หลายคนอาจสงสัยหรือไม่ทันสังเกตว่าเซ็นเซอร์ต่างๆ และลำโพงสำหรับฟังเสียงการโทรของรุ่นนี้อยู่ตรงไหน ซึ่งการดีไซน์ของ Huawei nova 4 เน้นการดีไซน์ให้ด้านหน้าดูสะอาดสวยงาม โดยซ่อนเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้ในเครื่องนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นช่องลำโพงสนทนาที่มีขนาดเล็กเพียง 0.85 มม. ถูกซ่อนไว้ที่ขอบด้านบนสุดของตัวเครื่อง ในขณะที่ไฟ LED สำหรับแสดงสถานะต่างๆ ก็ถูกซ่อนอยู่ในช่องลำโพงสนทนาอีกทีหนึ่ง และเซ็นเซอร์วัดแสงถูกซ่อนเป็นส่วนหนึ่งของตัวเครื่อง

 

Huawei nova 4 review

มาต่อกันที่ดีไซน์ตัวเครื่องของ nova 4 กันบ้าง โดยด้านหลังก็เป็นหนึ่งฟีเจอร์ที่สร้างความโดดเด่นให้กับรุ่นนี้ด้วยการไล่โทนสีสันสวยงาม วัสดุเป็นกระจกแบบ 3 มิติ สะท้อนแสงเปล่งประกายแวววาวเมื่อแสงตกกระทบ และรูปทรงตัวเครื่องแบบนี้ยังทำให้การจับใช้งานกระชับมือมากยิ่งขึ้นด้วย

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Huawei nova 4 review

ด้านซอฟต์แวร์ EMUI 9.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดได้มีการพัฒนาให้มีความฉลาดมากขึ้นกว่าเดิม โดยทำงานร่วมกับ AI ทำให้ประมวลผลเร็วขึ้น ความเร็วในการตอบสนองและการเปิดใช้งานแอพต่างๆ ได้มีความรวดเร็วมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

Huawei nova 4 review

Huawei nova 4 หน้าจอ Punch Display ไม่มีรอยบากแล้ว ก็ต้องไม่มีปุ่มนำทางมาบดบังการแสดงผลบนหน้าจอด้วยฟีเจอร์การนำทางด้วยท่าทางการสัมผัส เช่น เลื่อนสลับซ้ายไปขวาแทนปุ่ม Back เลื่อนขึ้นแทนปุ่มโฮม แต่ถ้าชอบปุ่มควบคุมแบบเดิมก็ยังสามารถเรียกใช้งานปุ่มให้มาแสดงที่หน้าจอได้

 

Huawei nova 4 review

สิ่งหนึ่งที่ Huawei แสดงให้เห็นความถึงความฉลาดของ AI ที่ใช้งานได้จริงบนสมาร์ทโฟนคือ Hivision Technology ซึ่งก็มีให้ใช้งานด้วยใน nova 4 ที่เป็นการรวมความสามารถของกล้องถ่ายรูปกับระบบ AI ให้สามารถทำได้มากกว่าการถ่ายภาพทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสิ่งของต่างๆ รวมไปถึงข้อมูลต่างๆ ทำได้ง่ายมากขึ้นจากการใช้กล้องของสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานที่สำคัญ งานศิลปะ การแปลภาษา และด้านสุขภาพในการแสดงแคลลอรี่อาหาร

เมื่อเราส่องกล้องไปยังผลไม้หรืออาหาร กล้องก็จะทำการตรวจจับและค้นหาข้อมูลว่าสิ่งนั้นคืออะไร พร้อมกับแสดงปริมาณแคลลอรี่ของผลไม้ลูกนั้นๆ หรืออาหารจานนั้นๆ ซึ่งนอกจากจะระบุเป็นขนาดของลูกผลไม้ได้แล้ว ยังระบุเป็นประมาณแคลลอรี่ต่อขนาดน้ำหนักให้ด้วย เพราะผลไม้แต่ละลูกมีขนาดไม่เท่ากันนั่นเอง

 

Huawei nova 4 review

สำหรับการแปลภาษาด้วย Hivision Technology สามารถตรวจจับข้อความและแปลภาษาให้เห็นบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ทันที แต่น่าเสียดายที่ขณะนี้ยังไม่รองรับการแปลเป็นภาษาไทย แต่คาดว่า Huawei จะพัฒนาให้ใช้งานได้ในอนาคตอันใกล้นี้

 

Huawei nova 4 review

สำหรับนักช้อปปิ้งทั้งหลายไม่ต้องค้นหาข้อมูลให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว เพราะว่า Hivision Technology ยังสามารถหาสินค้าแบบที่คล้ายกันได้ด้วย และเมื่อกดค้างบนรูปภาพสินค้าที่ต้องการ ก็จะเข้าไปยังหน้าช้อปปิ้งจากร้านต่างๆ ได้ทันที

 

Huawei nova 4 EMUI 9.0

ฟีเจอร์ที่มีเฉพาะบนเรือธงอย่าง PC Mode ก็เพิ่มมาให้สมาร์ทโฟนพรีเมียมนี้ด้วย ซึ่งได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่ออีกต่อไปแล้ว ซึ่งสะดวกมากๆ เพราะสามารถเชื่อมต่อกับหน้าจอต่างๆ หรือหน้าจอทีวีที่รองรับ Miracast แบบไร้สายได้เลย โดยเมื่อเชื่อมต่อกับหน้าจอภายนอกแล้ว หน้าจอของสมาร์ทโฟนยังสามารถเปลี่ยนเป็นแผง Touchpad สำหรับเลื่อนควบคุมเป็นเม้าส์ได้อีกด้วย

 

Huawei nova 4 review

ฟีเจอร์ Huawei Share เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ถ้าใช้งานแล้วต้องชื่นชอบกันแน่นอน เพราะทำงานได้อย่างรวดเร็วมากๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพที่ทำได้สูงสุด 500 รูปในแต่ละครั้ง หรือไฟล์เอกสาร 100 ฉบับในครั้งเดียว โดยไม่ต้องส่งผ่านแอพแชทต่างๆ ให้เสียเวลาและยังทำให้ไม่เสียคุณภาพของไฟล์อีกด้วย แต่ยังข้อจำกัดเพราะสามารถส่งหากันได้ระหว่างสมาร์ทโฟน Huawei ด้วยกันเท่านั้น

 

Huawei nova 4 review

ด้านความปลอดภัยบน EMUI 9.0 ได้เพิ่มความปลอดภัยในระดับฮาร์ดแวร์ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบการจดจำด้วยใบหน้า ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่ต้องมีในสมาร์ทโฟนของ Huawei ทุกรุ่น ที่ช่วยให้การปลดล็อคหน้าจอมีความปลอดภัยและรวดเร็ว เพียงเปิดหน้าจอแล้วยกมือถือขึ้นมาที่ตำแหน่งของใบหน้า

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ราคาถูกที่สุดพร้อมแพ็กเกจ dtac

สัมผัสกับ HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟนหน้าจอดีไซน์ใหม่ล่าสุดแบบ Punch Display ไร้ติ่งไร้ขอบขนาด 6.4 นิ้ว ผสาน AI ที่ฉลาดล้ำยิ่งขึ้นบน EMUI 9.0 มาพร้อม RAM ถึง 8 GB และหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128 GB รวมทั้งกล้อง 3 ตัว ที่มีเลนส์ Ultra Wide ถ่ายรูปมุมกว้างได้ครบ เซลฟี่สวยจบด้วยกล้องหน้า AI Selfie Superstar ความละเอียด 25 MP

dtac online store นำเสนอโปรโมชั่นซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ราคาพิเศษถูกที่สุด พร้อมรับฟรี HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท (เฉพาะช่วงสั่งซื้อล่วงหน้าบนออนไลน์เท่านั้น) และรับสิทธิ์ผ่อน 0% ได้พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า สำหรับลูกค้าเก่า ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ เครื่องพร้อมแพ็กเกจลดราคาถูกที่สุดเหลือเพียง 9,990 บาท จากราคาปกติ 16,990 บาท ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมรับส่วนลดเพิ่มอีก 1,500 บาท

รายละเอียด สมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ราคาถูกพร้อมแพ็กเกจ dtac 

ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟน เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

กล้องถ่ายรูป

Huawei nova 4 review

ปิดท้ายรีวิวด้วยฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปของ nova 4 ที่มาพร้อมกับเลนส์ 3 ตัว ประกอบด้วยเลนส์หลัก 20 ล้านพิกเซล f/1.8, เลนส์เสริม 2 ล้านพิกเซลสำหรับถ่ายภาพโบเก้ และเลนส์ Ultra wide-angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างได้สูงสุดถึง 117 องศา

 

Huawei nova 4 reviewHuawei nova 4 review Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review

การถ่ายภาพในมุมมองกว้างผ่านเลนส์ Ultra wide-angle ของ Huawei nova 4 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษได้กว้างสุดโดยการเลือกซูมไปที่ 0.6X ซึ่งนอกจากจะได้มุมมองที่กว้างกว่ากล้องสมาร์ทโฟนทั่วไปแล้ว ยังช่วยเพิ่มความง่ายในการถ่ายภาพวิว หรือถ่ายภาพหมู่ได้โดยไม่ต้องเดินถอยหลังไกลๆ หรือไม่ต้องยืนชิดกันจนแน่นเกินไป เป็นต้น

 

Huawei nova 4 review

การถ่ายภาพบุคคลด้วย Portrait Mode ต้องยอมรับว่า Huawei พัฒนาให้ทุกคนสามารถได้ภาพสวยงามระดับมือชีพ โดยไม่ต้องตั้งค่ากล้องใดๆ เลย ซึ่งการตัดขอบตัวแบบแล้วทำเอฟเฟ็กต์ละลายฉากหลังเพื่อให้ตัวแบบมีความโดดเด่นนั้นทำออกมาได้เนียนมากๆ

 

Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review

กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล มี AI ช่วยปรับฉากหลังแล้วทำให้ภาพเซลฟี่มีความสวยโดดเด่น รวมไปถึงมีโหมด Portrait ละลายฉากหลังได้ด้วย

นอกจากภาพที่สวยงามแล้ว ระบบโฟกัส การตรวจจับใบหน้า และการประมวลผลภาพหลังจากกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ ทำได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้กดชัตเตอร์ปุ๊บได้ภาพทันที ไม่มีอาการหน่วงให้เห็น

ตัวอย่างภาพถ่าย

Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review Huawei nova 4 review

สรุปจุดเด่น

  • สมาร์ทโฟนหน้าจอสวยเต็มขอบของจริงรุ่นแรกในไทยที่ดีไซน์แบบ Punch Display โดดเด่นไม่เหมือนใคร
  • ชิพประมวลผล Kirin 970 และแรม 8GB ซึ่งเป็นสเปคเรือธง แต่ราคาระดับกลาง จากการใช้งานพบกว่าทำงานได้ลื่นไหลดี สลับแอพไปมาได้ไว และเล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้ลื่นไหลดี
  • กล้องมีความฉลาดด้วยการทำงานของ AI ยกระดับการถ่ายภาพจากกล้องมือถือให้มีความง่ายและได้ภาพที่สวย โดยไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก
  • รองรับ 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ด

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีช่องใส่ microSD card และไม่รองรับชาร์จไร้สาย

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A51 สมาร์ทโฟนของคนยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกฟีเจอร์ พร้อมจอใหญ่ 6.5 นิ้ว, แบตอึด และกล้อง 4 เลนส์ ในราคาสุดโดน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A51 สมาร์ทโฟนตระกูล A Series 2020 ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกในประเทศไทย ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันของการใช้ชีวิต ชูจุดเด่นด้วยหน้าจอ Infinity-O แบบเต็มหน้าจอ ชนิด Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว เห็นได้คมชัดและเต็มตา จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล คู่กับกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่สุดอึดที่ใช้งานได้เต็มวันแน่นอน

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A51

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.5 x 73.6 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 172 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-O ชนิด Super AMOLED กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Exynos 9611 Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • RAM 6 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับ Fast Charge 15W

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Samsung Galaxy A51 มาในรูปแบบสี่เหลี่ยมตามปกติของตระกูลนี้โดยมีรูปและชื่อรุ่นอย่างชัดเจนที่ด้านหน้า

เมื่อเปิดออกมาจะเจอกับตัวเครื่องอยู่ตรงหน้าที่ติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อย โดยจะมีอะแดปเตอร์ Fast Charge 15W, หูฟัง และสาย USB Type-C to Type-A  ทั้งนี้เมื่อพลิกไปดูที่ฝากล่องก็จะเจอกับกล่องใส่คู่มือการใช้งาน, ใบรับประกันสินค้า, เคสซิลิโคนแบบใส และอุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ดีไซน์สวยงาม ไล่เฉดแบบปริซึม

Samsung Galaxy A51 นั้นมีการไล่เฉดที่ให้ความรู้สึกที่มีการตัดของลวดลายปริซึมอย่างสวยงาม ซึ่งการตัดนี้ทำให้เราได้สี 3 แบบใสๆ ในเครื่องเดียว อย่างเครื่องที่เราได้มาจะเป็นสีชมพูที่จะเล่นลวดลายสีพาสเทลตั้งแต่ชมพูอ่อน, ชมพูอมส้ม และชมพูที่มีเส้นตัดอย่างสวยงามครับ ทั้งนี้ ก็ยังมีอีก 2 สีให้เลือก คือ สีดำและสีฟ้า

 

สำหรับการจับถือของของ Samsung Galaxy A51 ถือว่าอยู่ในขนาดที่พอดีมือมากๆ ถือมือเดียวก็ยังได้แบบสบายๆ ไม่ลื่นมือ แต่บริเวณฝากหลังที่เป็นกระจกอาจติดรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย แต่ก็เช็ดออกง่ายเหมือนกันครับ

 

สำหรับหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับแบบกล้องหน้าฝังในหน้าจอตรงกลางที่เรียกว่า Infinity-O ชนิด Super AMOLED ทำให้มีหน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว แต่ยังมีขนาดที่พอดีมือ ทั้งยังมีความคมชัดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) เรียกว่าใช้งานได้แบบเต็มตาและคมชัดอีกด้วย

 

หน้าจอ Super AMOLED นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสีสันสดใสอยู่แล้วครับ ใครที่เป็นนักเสพคอนเทนต์บ่อยๆ ต้องหลงรักแน่นอน

 

ที่รอบตัวเครื่องเริ่มจากเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้อง Infinity-O พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่อง MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ทางขวาจะเป็นปุ่มเพื่อใช้งานเพิ่ม-ลดเสียง และล็อคเครื่อง

 

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก

 

ส่วนด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED ที่อยู่ในโมดูลทรงสี่เหลี่ยมที่มุมซ้ายบนครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

ด้านระบบปฏิบัติการ Samsung Galaxy A51 รันบนระบบปฏบัติการ Android 10 รุ่นล่าสุดจาก Google พร้อมครอบทับด้วย One UI 2.0 เพื่อให้การใช้งานนั้นสะดวกมากขึ้นและมีฟีเจอร์ต่างๆ มาให้เพียบ

 

สำหรับ One UI นั้นจะเน้นเรื่องการใช้งานมือเดียวเป็นหลัก โดยจะสังเกตได้ว่าหน้าจอคำอธิบายต่างๆ จะอยู่ครึ่งจอด้านบนสุด และการกดตัวเลือกต่างๆ จะอยู่ที่ด้านล่างเพื่อให้เราใช้นิ้วโป้งกดได้แบบสบายๆ ครับ เช่น ในหน้า “การตั้งค่า” ครึ่งบนเป็นตัวอักษร และครึ่งล่างจะเป็นตัวเลือกต่างๆ เป็นต้น

 

 

ใช้งาน Dark Mode ได้ด้วย

สำหรับ One UI 2.0 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์โหมดแสงทึบ (Dark Mode) เพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้แบบสบายตา โดยพื้นหลังต่างๆ จะเป็นสีดำ และตัวอักษรจะเป็นสีขาว

แถบนำทางแบบใหม่ใน Android 10

ใน Android 10 ของ Samsung Galaxy A51 ก็มาพร้อมกับระบบการนำทางแบบใหม่ คือ ท่าทางแบบเต็มจอ โดยจะควบคุมด้วยการปัดขึ้นเพื่อเข้าหน้าหลัก, ปัดขึ้นแล้วค้างไว้เพื่อดูแอปพื้นหลัง และปัดซ้าย/ขวาของขอบหน้าจอเพื่อย้อนกลับ

 

ระบบความปลอดภัย

Samsung Galaxy A51 ยังจัดเต็มเรื่องระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วพอสมควรครับ ไม่ค่อยเจออาการที่สแกนแล้วไม่ติดเท่าไหร่

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีระบบสแกนใบหน้าที่ใช้งานผ่านกล้องหน้ามาให้ด้วย ซึ่งการทำงานก็ถือว่ารวดเร็วและเสถียรตามปกติ ซึ่งสามารถตั้งค่าให้ต้องลืมตาจึงจะสแกนผ่านเท่านั้นได้ด้วยครับ

 

ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย Bixby Routines

Bixby Routines ถือเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราง่ายขึ้นมากๆ ซึ่งจะเป็นการตั้งเวลาและตำแหน่งตามที่เราเลือกไว้ เช่น เมื่อถึงบ้านให้เปิด Wi-Fi อัตโนมัติ, เมื่ออยู่ที่ทำงานระบบจะปิดเสียงและเปิดระบบสั่นแทน หรือเข้าโหมดประหยัดแบตเตอรี่ทันทีเมื่อเข้านอน เป็นต้น

 

เก็บไฟล์หายห่วงด้วยโฟลเดอร์ที่ปลอดภัย

ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ “โฟลเดอร์ที่ปลอดภัย” ที่จะเป็นการใช้งานอีกพื้นที่อีกพื้นหนึ่งในเครื่องเพื่อใช้ในเรื่องความปลอดภัยของไฟล์หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ต้องใช้รหัสผ่านชุดใหม่หรือการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานเท่านั้นครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ด้านประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A51 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลตัวกลางอย่าง Exynos 9611 Octa-Core ควบคู่กับ RAM 6GB และความจุ (ROM) ถึง 128GB ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นและเก็บไฟล์หรือโหลดแอปพลิเคชั่น/เกมต่างๆ ได้แบบเต็มที่ แทบไม่ต้องกลัวเต็มครับ ทั้งยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีกถึง 512GB เลยทีเดียว

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

สำหรับฟีเจอร์การเล่นเกมก็มาให้พร้อมสำหรับเกมเมอร์ตั้งแต่ Game Launcher ที่เป็นพื้นที่รวบรวมเกมที่โหลดไว้ในที่เดียว รวมถึงบอกระยะเวลาในการเล่นเกมต่างๆ ได้ด้วย

 

ทั้งนี้ก็ยังมี Game Booster ที่ช่วยเรื่องการรีดประสิทธิภาพทั้งหมดของเครื่องเพื่อให้เล่นเกมได้แบบไร้ปัญหากวนใจครับ โดยเราสามารถปรับประสิทธิภาพเกมได้ 3 แบบ ได้แก่ เน้นประหยัดพลังงาน, ปรับให้เท่ากัน หรือเน้นประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, บันทึกหน้าจอระหว่างเล่น และดูอุณหภูมิและ RAM แบบเรียลไทม์ได้เช่นกัน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เริ่มกันด้วยเกม ROV ครับ เราได้ปรับตามค่าเริ่มต้น คือ ภาพ HD ระดับมาตรฐาน, การแสดงผลระดับสูง แต่ได้เปิดเฟรมเรทระดับสูงมาทดสอบกันด้วย โดยเราลองเล่นในโหมด 5 VS 5 ทุกอย่างเล่นได้แบบลื่นๆ ครับ เฟรมเรทก็จะวิ่งอยู่ที่ 52-60fps สลับไปมาตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งถือว่าไม่ได้เหวี่ยงมากเท่าไหร่

 

Call Of Duty: Mobile

และมาต่อที่เกมแนว Shooting กันบ้างครับอย่าง Call Of Duty: Mobile เราปรับภาพกราฟิกและเฟรมเรทระดับกลางทั้งหมดซึ่งเป็นค่าเริ่มต้น และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน รวมถึงโหมด 20 VS 20 ซึ่งตั้งแต่ต้นเกมจนถึงท้ายๆ เกม เรื่องระบบสัมผัสหน้าจอ ความลื่นระหว่างเล่น และหน้าจอที่ใหญ่นั้นเป็นประโยชน์ทั้งหมดครับ

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จเร็วด้วย

เป็นรุ่นกลางที่ให้แบตเตอรี่มาเต็มๆ ถึง 4000mAh สำหรับ Samsung Galaxy A51 ซึ่งการทำงานจริงๆ ถือว่าอยู่ได้ตลอดวันแน่นอนสำหรับผู้ที่เล่นโซเชียลตามปกติ ส่วนใครที่เล่นเกมก็อาจได้ชาร์จราวๆ 1-2 ครั้งตลอดวันครับ แต่เรื่องชาร์จก็สบายหายห่วงเลยทีเดียวเพราะรองรับ Fast Charge ถึง 15W จากแบตเตอรี่น้อยๆ ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เต็มแล้วครับ

 

กล้องถ่ายรูป

หนึ่งในสิ่งที่เป็นตัวชูโรงมากที่สุดใน Samsung Galaxy A51 ก็คือเรื่องกล้องนี่แหละครับ โดยให้มาทั้งหมด 5 กล้อง แบ่งเป็น 4 กล้องหลัง และ 1 กล้องหน้า ดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ฟีเจอร์กล้อง

คมชัดขั้นสุดที่ 48 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A51 มาพร้อมกับเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ก็สามารถถ่ายภาพในความละเอียดที่สูงได้ครับ โดยภาพที่ได้ออกมาจะอยู่ที่ขนาด 8000 x 6000 พิกเซล สามารถซูมเพื่อดูภาพหรือวัตถุในขนาดเล็กๆ ได้อย่างชัดเจนครับ


ภาพ 48 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ตรวจจับฉากอัจฉริยะด้วย AI

สำหรับเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับฟีเจอร์การรวม 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล เพื่อให้ภาพคมชัดและเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้มากขึ้น โดยยังมีฟีเจอร์ AI ช่วยตรวจจับและแยกแยะหมวดหมู่ต่างๆ เช่น อาหาร, พืช, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น ทำให้ภาพที่ได้ออกมานั้นมีสีสันตรงกับแต่ละวัตถุมากที่สุดนั่นเอง

 

Ultra-Wide Angle มุมกว้างขั้นสุดถึง 123 องศา

เรื่องเลนส์ Ultra-Wide Angle ของ Samsung นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามแทบทุกรุ่นครับ รวมถึง Galaxy A51 เช่นกัน เพราะมีความกว้างถึง 123 องศา เก็บองค์ประกอบได้ครบแม้ยืนใกล้ๆ ก็ตาม ทำให้ไม่จำเป็นต้องถอยไปไกลๆ เพื่อถ่ายภาพ


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

 

ถ่ายใกล้สุดถึง 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ถือเป็นเลนส์ใหม่ในสมาร์ทโฟน Samsung เลยก็ว่าได้ครับสำหรับเลนส์ Macro ที่มีความพิเศษคือให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล ทำให้ภาพที่ได้ออกมาจะชัดและสีสันสดใสมากๆ แถมเมื่อถ่ายด้วยเลนส์นี้แล้ว ยังสามารถซูมภาพเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มได้ด้วยเพราะความละเอียดขั้นสูงนั่นเอง

 

ถ่ายกลางคืนก็ได้ด้วย Night Mode

Samsung Galaxy A51 ยังมีการถ่ายภาพกลางคืนมาให้เหมือนกันครับ โดยฟีเจอร์นี้ก็ตามชื่อเลยครับ จะเป็นการเพิ่มความสว่างและความคมชัดให้กับภาพในสภาวะแสงน้อยหรือในตอนกลางคืน ซึ่งฟีเจอร์นี้ยังใช้งานร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide

 

Live Focus เบลอหลังธรรมชาติผ่านเลนส์ Depth

ในฟีเจอร์ Live Focus เป็นการเบลอฉากหลังแบบเนียนๆ ด้วยเลนส์ Depth ที่มีมาให้ครับ โดยการเบลอหลังเราสามารถปรับระดับการเบลอได้ 0-7 ระดับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาจะเบลอแบบไล่ระดับจากหน้าไปหลังได้ดีเลยทีเดียว ไม่ได้ทำให้ตัวคนดูลอยเกินไป

 

ทั้งนี้เราก็ยังสามารถเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ฉากหลังได้อีกถึง 3 แบบพิเศษ ได้แก่ สปิน, ซูม และคัลเลอร์พอยท์ โดยแต่ละอย่างปรับได้ตั้งแต่ 0-7 ระดับเช่นกันครับ

 

นอกจากนี้ฟีเจอร์ทั้งหมดของ Live Focus ที่กล้องหลังยังใช้กับกล้องหน้าได้ด้วย

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ใช้งานได้เต็มตาและสีสันแบบจัดเต็ม
  • ตัวเครื่องดีไซน์สวยงาม จับถนัดมือแม้ถือมือเดียว
  • ใช้หน่วยประมวลผล Exynos 9611 Octa-Core คู่กับ RAM 6GB + ROM 128GB เพียงพอต่อการใช้งานแบบไหลลื่นและโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวเต็ม
  • มีกล้องหลังถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีเลนส์ Ultra-Wide, Depth และ Macro ที่มีความละเอียดสูงกว่ารุ่นอื่นในตลาด
  • แบตเตอรี่ 4000mAh พร้อมใช้งานได้ตลอดทั้งวัน และ Fast Charge 15W ที่ชาร์จได้รวดเร็วไม่ต้องรอนาน
  • มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่สามารถป้องกันน้ำได้

สำหรับ Samsung Galaxy A51 นั้นเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย สนนราคาอยู่ที่ 10,490 บาทเท่านั้น โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Prism Crush Black), ฟ้า และชมพู

อ่านต่อ...

IT News

วิดีโอรีวิว CheetahTALK แปลภาษาเรียบไทม์ จะคุยต่างชาติรู้หรือมั้ย?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้จะพาไปรู้จักและลองใช้งานเจ้าเครื่องแปลภาษาที่เพิ่งเปิดตัวในไทย CheetahTALK เครื่องแปลภาษาอัจฉริยะ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI แปลได้ 42 ภาษา คุยต่างชาติไม่ต้องกลัว ไปดูคลิปวิดีโอรีวิวกันเลย

สำหรับ CheetahTALK วางจำหน่ายในราคาแค่ 2,759 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเพียงแสดงโค้ด: CHEETAH300 รับส่วนลดเพิ่มทันที! 300 บาท ในการซื้อเครื่องราคาเพียง 2,459 บาท  ที่หน้าร้าน BaNANA ภายในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 29 กุมภาพันธ์ 2563 เท่านั้น

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว plantronics BackBeat FIT 6100 หูฟังบลูทูธฟูลไซส์เอาใจสายออกกำลังกาย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรีวิวทั้ง plantronics BackBeat PRO 5100 หูฟัง True Wireless เด่นทั้งคุณภาพเสียงเพลงและสนทนา คุยชัด ตัดเสียงรบกวนเยี่ยม และ plantronics BackBeat FIT 3200 หูฟัง True Wireless เสียงดี ปรับ Equalizer และกันน้ำใช้ออกกำลังกายได้ กันไปแล้ว วันนี้ขอเอาใจใครที่ชอบออกกำลังกายรีวิวนี้ต้องบอกเลยว่าเอาใจกันโดยเฉพาะเลยครับ เพราะวันนี้มีหูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักกีฬาตัวจริง เทรนเนอร์ นักเพาะกาย ผู้ทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกอย่างหนักหน่วง และต้องการหาหูฟังฟูลไซส์เพียงตัวเดียว ที่สามารถใช้ฟังเพลงรวมทั้งสนทนา ได้ตั้งแต่ออกจากบ้าน ขึ้นรถไฟฟ้า นั่งทำงาน นั่งร้านอาหาร ไปฟิตเนสตอนเย็น เรียกได้ว่าแค่มีหูฟังรุ่นนี้ตัวเดียวก็สามารถใช้ได้ในทุกๆ กิจกรรม

ข้อมูลด้านเทคนิค

Listen timeUp to 24 hours of listen time
Roaming rangeUp to 65 feet/20 meters
Battery capacity500 mAh
Battery typeRechargeable, non-replaceable lithium ion polymer
Charge timeUp to 2 hours for full charge
Quick chargeUp to 6 hours of listening with a 15-minute quick charge
Audio profilesAdvanced Audio Distribution Profile (A2DP) 1.3, AVRCP 1.6
Receive frequency response20-20,000 Hz
Microphone and technologyMEMS microphone with DSP
Speaker driver size40 mm
Moisture protectionSweatproof and IPX5-rated water resistance
Weight240 grams
Call controlsCall answer/end, mute, volume +/-
Media controlsPlay, pause, track forward/back, activate virtual personal assistant
Multipoint technologyAutomatically connect up to two devices simultaneously, listen from either, and pair up to eight
Voice and other alertsEnhanced voice alerts announce talk time remaining, mute, and connection status.
Applications supportedBackBeat app on iOS and android
Bluetooth technologyBluetooth 5.0 Headset/Hands-Free Profile HSP 1.2 and HFP 1.7

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง 

  • หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100
  • สายชาร์จ USB
  • สายแจ็ค 3.5 mm
  • คู่มือการใช้งาน

ดีไซน์และการออกแบบ

หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 สีที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสีดำ (Black) มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามดูเท่ๆ แนวสปอร์ต ตัวก้านหูฟังมีลวดลายสวยมากๆ ครับ น้ำหนัก 240 กรัม เมื่อสวมกับศีรษะแล้วไม่ได้รู้สึกหนักมากจนเกินไป ส่วนตัวคิดว่าหนักกำลังดีครับ 

 

เสียงทรงพลังด้วยลำโพงขนาด 40 มม. มาพร้อมกับที่ครอบหูนุ่มแบบเมมโมรี่โฟม noise isolating earcup ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างให้อยู่ในโลกส่วนตัวกับเพลงโปรดได้อย่างเต็มอิ่ม

 

สิ่งที่ BackBeat Fit 6100 แตกต่างจากหูฟังดีไซน์คล้ายกัน คือ Adjustable sport-fit headband แถบคาดศีรษะแบบสปอร์ตที่ปรับให้กระชับขนาดศีรษะได้ตามความต้องการ จึงไม่เลื่อนไปมาขณะที่คุณเล่นเวต หรือเอี้ยวศีรษะขึ้นๆ ลงๆ

 

ตัวก้านจะมีตัวอักษร R และ L ระบุด้าน ขวา หรือซ้าย

 

การควบคุมการต่างๆ จะอยู่ที่หูฟังด้านขวานะครับ ซึ่งจะมีปุ่ม open mic ฟังเสียงภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟัง, ไฟสถานะการเชื่อมต่อ, ปุ่มเปิด/ปิด และปุ่มสำหรับเลื่อนขึ้นไปค้างไว้สักครู่เพื่อ pair กับอุปกรณ์เครื่องใหม่, พอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และไมค์สำหรับคุยโทรศัพท์

 

นอกจากนี้ที่ด้านข้างของหูฟังด้านขวาจะเป็นด้านที่สั่งงานด้วยการแตะเพื่อสั่งงาน สามารถ เพิ่ม/ลด เสียง, เล่น/หยุด เพลง รับโทรศัพท์, และเล่นเพลงไปข้างหน้า, ย้อนหลัง

 

plantronics BackBeat FIT 6100 กันน้ำและกันเหงื่อ ระดับ IPX5 เมื่อนำมาใส่ออกกำลังกายและมีเหงื่อมั่นใจได้เลยครับว่าไม่เสียหายง่ายๆ แน่นอนครับ พร้อม Awareness mode ที่ผู้ใช้สามารถสนทนากับเทรนนอร์ได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกจากศีรษะ

 

การเริ่มต้นใช้งาน

ให้เปิดปุ่ม Power หูฟังที่อยู่ด้านขวาด้วยการเลื่อน เพื่อเป็นการเปิดเครื่อง จะได้ยินเสียง Power On

 

จากนั้นให้ทำการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่เมนู Bluetooth จะพบชื่อ PLT BBFIT6100 ให้ทำการเชื่อมต่อได้เลยครับ

 

หรือหากต้องการ Pair กับอุปกรณ์เครื่องใหม่ ให้เลื่อนปุ่ม Power ขึ้นไปด้านบนสุดค้างไว้สักครู่จะได้ยินคำว่า Paring พร้อมไฟสถานะกระพริบ ก็พร้อมที่จะ Pair กับอุปกรณ์เครื่องใหม่แล้วครับ

 

ตัวหูฟังสามารถปรับแต่งคำสั่งบนหูฟังด้วยฟีเจอร์ My Tap บนแอปพลิเคชั่น BackBeat มีให้โหลดทั้งบน iOS และ Android หลังจากที่ตั้งค่าที่ My Tap แล้วเพียงแค่แตะที่หูฟัง 1 หรือ 2 ครั้ง จะสามารถใช้คำสั่งต่างๆ ได้เช่น สั่งหูฟังให้บอกเวลา, ตั้งเวลา, จับเวลา, เลือกเพลย์ลิสต์โปรดได้โดยตรงจากหูฟัง โดยไม่ต้องหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

BackBeat FIT 6100 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ทำให้ทั้งวันสามารถฟังเพลงได้อย่างต่อเนื่องทั้งในช่วงเวลาเดินทาง ออกกกำลังกาย ฟังกันได้ยาวๆ เลยครับ

 

เล่าหลังลอง plantronics BackBeat FIT 6100 

หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 สวมใส่สบาย ไม่หลุดง่าย คุณภาพเสียงต้องบอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ ครับ เสียงเบสหนักแน่น เสียงแหลมไม่บาดหู เสียงร้องคมชัด และยังสามารถปรับ EQ ได้เองทั้ง 3 แบบชอบแบบไหนเลือกตามใจชอบได้เลย ในส่วนของการดูหนัง ฟังเพลง ได้ทดสอบกับแอป YouTube, Netflix และ Apple Tv+ ไม่พบเสียงดีเลย์ครับ ภาพและเสียงตรงกัน โดยรวมของหูฟังรุ่นนี้ด้านเสียงต้องบอกเลยว่าถูกใจคนชอบฟังเพลงแน่นอน ในส่วนของการคุยโทรศัพท์คุณภาพของไมค์ดีเลยครับ คุยชัดเจนดี

 

นอกจากนี้ในส่วนของแอป BackBeat ยังสามารถตั้งค่าอื่นๆ ได้อีกรวมถึงอัปเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ หากมีออกมาอัปเดทในอนาคตอีกด้วยครับ

 

สำหรับใครที่กำลังหาหูฟังคุณภาพเสียงดี ไม่ว่าจะเอาไปฟังตอนออกกำลังกายก็เหมาะ หรือใช้ฟังในชีวิตประจำวันในช่วงการเดินทาง หรือระหว่างวัน หูฟัง plantronics BackBeat FIT 6100 เรียกได้ว่าตอบโจทย์มากๆ ครับ

 

plantronics BackBeat FIT 6100 ตอนนี้วางจำหน่ายแล้วหาซื้อได้ตามร้านค้าไอทีชั้นนำ มี สี คือ สีดำ และสี Camo ราคา 7,590 บาท มาพร้อมการรับประกัน ปี รายละเอียดเพิ่มเติม www.systems2000.co.th

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS 1-2-Call! เปิดตัว “ซิมสุดคุ้ม” ซิมเดียวที่มอบความคุ้มครองอุบัติเหตุ ฟรี! ซื้อสะดวกกว่าที่ “Tesco Lotus Express – FamilyMart – Big C

  เอไอเอส วัน-ท...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ขาด Google! HUAWEI P40 อาจมีราคาเริ่มต้นถูกกว่า Huawei P30 ราว 7,000 บาท

ในปีที่ผ่านมา HUAWEI...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนราคาเกินคุ้มด้วยกล้องอัจริยะ 4 เลนส์ พร้อมโปรโมชั่นในงาน Mobile Expo ที่ต้องห้ามพลาด!

เมื่อพูดถึงบริษัท Xi...

Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future
Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung โพสต์วิดีโอทีเซอร์ Galaxy S20 นี่คือรูปร่างหน้าตาของกล้องแบบใหม่

Samsung มีแผนเปิดตัว...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ยกขบวนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมพร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม และของแถมอีกเพียบ ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

กลับมาอีกครั้งสำหรับ...

กำลังมาแรง